คุณคิดว่าอะไร น่ากลัวและโหดร้ายที่สุดในโลกใบนี้...
คำตอบที่ได้ยินหลายครั้งจนน่าแปลกใจจนกลายเป็นสัจธรรมคือ... 'มนุษย์'
มนุษย์เราทำเรื่องโหดร้ายมากมายโดยที่บางคนไม่รู้ตัว ฉันเชื่อว่าไ่ม่มีใครบริสุทธิ์ผุดผ่องไปหมดตลอดชีวิตของเขาที่ผ่านมา มันก็เหมือนการที่เราซื้อสีน้ำมาระบาย สีขาวไม่มีทางเป็นสีขาวตลอดไป มันอาจจะถูกสีอื่นย้อมปนไปจนกลายเป็นสีอื่นๆ ในท้ายที่สุด... เพราะงั้นจิตใจของคนเราก็เหมือนกัน ไม่มีใครมีจิตที่ผุดผ่องมาตลอดตั้งแต่เริ่มชีวิต ไม่เคยมีใครไม่ทำบาป...
วันนี้ฉันพบเจอสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ใบไม้ ฉันยังคงงุนงงกับพฤติกรรมของพวกพ่อๆ ที่พากันเดินเข้าไปดูแปลงปลูกต้นผักเล็กๆ ของป้าข้างบ้าน
'นังหนู...มาดูอะไรเร็วลูก' พ่อเรียกฉันให้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ
สิ่งที่ฉันเห็นคือหนอนแก้วตัวเล็กน่ารัก ตัวสีเขียวอ้วนๆ ไม่ได้ดูน่ารังเกียจอย่างที่ใครๆ คิด พวกมันดูน่ารักเหมือนในโฆษณาใบชาที่เคยเห็นเมื่อตอนเด็กๆ ไม่มีผิด
ไ่ม่ได้เห็นมันมากี่ปีแล้วนะ...
ฉันเห็นรอยยิ้มของพ่อปรากฎบนใบหน้า ตั้งแต่เด็กเวลาพ่อให้ฉันดูเจ้าสัตว์ตัวเล็กพวกนี้ พ่อมักจะดูมีความสุขทุกครั้ง ฉันเองก็พลอยสุขใจไปด้วย
'เดี๋ยวสักวันพวกมันก็จะกลายเป็นผีเสื้อ...' พ่อบอกฉันแบบนั้น ฉันยิ้มบางๆ พลางคิดถึงเวลาที่พวกมันจะกางปีกบินพร้อมกัน
เมื่อสามวันก่อนฉันยังไม่เห็นพวกันเลยแท้ๆ สองน้อยๆ ก็พลันจินตนาการเป็นตุเป็นตะว่าพวกมันคงมากันเป็นครอบครัว คิดแบบนั้นก็แอบขำตัวเองที่ความคิดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ชอบหลุดเข้ามาในหัว ฉันมองมันที่อยู่ในมือพ่อ พ่อไม่เคยกลัวพวกแมลงแบบนี้ แตกต่างจาก พี่สาวข้างบ้านคนหนึ่งของฉัน...
'กรี๊ดดดด! อย่าเอาเข้ามาใกล้สิ~' พี่สาวข้างบ้านร้องเสียงหลงพลางลุกหนีเมื่อแฟนหนุ่มของเขาแกล้งเอาหนอนแก้วอีกตัวที่ตัวใหญ่กว่าเข้ามาใกล้เธอ ฉันแอบหัวเราะเบาๆ เพราะมันไม่ใช่พฤติกรรมที่แปลกสำหรับผู้หญิง
ฉันกับพ่อพาเจ้าตัวเล็กกลับไปอยู่ที่ต้นตีนเป็ด ที่ขึ้นอยู่ข้างๆ แปลง ขืนเอาไว้ในแปลงพวกมันคงโดนป้าร่างท้วมข้างบ้านกำจัดที่สักวันแน่ๆ
พอกลับมา พี่สาวข้างบ้านก็ลุกหนีไปแล้ว...สงสัยเธอคงกลัวมาก แฟนเธอยังนั่นอยู่นี่ พอฉันกับพ่อเดินกลับมาถึงเขาก็เอาหนอนตัวเดิมไปแกล้งพี่สาวต่อ
จนพอใจแล้ว เขาก็เอามันไปไว้ที่ต้นไม้ข้างๆ บ้าน แต่นึกได้ว่าตรงนั้นมีกรงนกของตนอยู่ เขาจึงหยิบมันออกมา
ฉันกำลังจะบอกให้พี่เขาเอามันไปปล่อยไว้ในที่เดียวกัน เพราะบางทีมันอาจเป็นพ่อลูกกันก็ได้นี่นา ใครจะรู้
"พี่ชายเอามันไปปล่...!!!" เสียงของฉันยังออกมาไม่เต็มเสียง เสียงทุ้มๆ ของน้าชายข้างบ้านก็ดังขึ้น!
"เฮ๊ย!! อย่าโยน!" เสียงร้องห้ามดังขึ้นพร้อมๆ กับหัวใจของฉันที่หล่นวุบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ร่างของเจ้าหนอนแก้วตัวเล็กสีเขียวลอยหายขึ้นไปบนท้องฟ้าอันมืดมิด ที่พลันทำให้หัวใจของฉันสั่นคลอนและดูมืดมนไปด้วย แม้พยายามมองตามขึ้นไป ในใจหวังว่าจะรับร่างของสัตว์ตัวเล็กนั่นทันบ้าง แต่ขาและตัวกลับไม่ขยับ มีแต่ตัวใจที่เต็มระทึก ของให้มันหล่นลงมาในมือของพี่ชายคนนนั้นเหมือนเดิม แต่ความหวังที่เปอร์เซ็นต์เท่ากับหนึ่งในล้านก็หายไป และอึดใจต่อมาเสียงที่ฉันได้ยินก็คือ
"แผละ!!!" เสียงของบางอย่างที่ฟังดูมีเลือดเนื้อหล่นลงกับพื้นด้านหลังพี่ชายอย่างแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนในหัวฉัน และตอนนี้ยิ่งคิดเสียงนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว
ฉันไม่รู้ว่ามันตายมั้ย...
ฉันไม่รู้ว่ามันรอดมั้ย...
ฉันไม่รู้ว่ามันเจ็บมั้ย...
สิ่งที่ฉันเห็นต่อจากนั้นคือภาพของหนอนแก้วที่เห็นเมื่อครู่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ฉันฝืนกลืนน้ำลายที่แห้งฝืดลงคอ พยายามกลั้นก้อนสะอึกที่พุ่งขึ้นมาถึงคอหอย
แล้วเดินเข้าบ้านไป
เสียงที่ได้ยินตามมาคือ...
"แล้วแกจะโยนมันทำไมวะ"
"แกจะโยนทำไม ไม่เอามันไปปล่อยล่ะ"
เสียงแฟนสาวของเขา และเสียงน้าชายข้างบ้านพูดขึ้น ไปใช่ตะคอกแต่ตำหนิให้ทราบ พ่อฉันไม่พูดอะะไร แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา ฉันพอจะรู้ว่าพอคิดว่าอย่างไร และมันคงเป็นความคิดเดียวกับฉัน...
กรรมใดใครก่อกรรมนั้นก็ตกที่คนกระทำ...
ฉันไม่คิดโกรธพี่ชายข้างบ้าน เขาอาจทำเพราะคึกคะนองเหมือนพฤติกรรมของใครหลายๆ คนในตอนเด็กๆ หรือหนุ่มๆ สาวๆ ทำ
จนกระทั้งขณะที่กำลังนั่งเขียนบรรทึกนี้อยู่ ฉันก็ยังไม่กล้าพอที่จะเดินออกไปรับรู้เรื่องราวใดๆ คงต้องขอเวลาทำใจสักประเดี๋ยวถึงจะหายล่ะ
มนุษย์อาจไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป แต่ใครจะรู้เล่าว่าด้านมืดในใจเราจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่เพราะงั้นจิตใจของเราจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันชี้นำเรา เพราะงั้นอีกมันถึงเรียกได้ว่า 'อยู่ที่เรา' ว่าเราจะฝึกจิตให้ดีหรือเปล่าให้มันควบคุมเรา ความคิดชั่ววูบ ความไม่ทันคิด บางทีันอาจทำให้เรารู้สึกผิดขึ้นมาภายหลัง
หรือหนักสุด...
ก็ตลอดชีวิตที่เหลือ...
ป.ล.หลังจากเขียนบรรทึกนี้จบ หวังว่าฉันจะได้รู้ความเป็นไปของเจ้าหนอนแก้วตัวนั้น...
ความคิดเห็น