MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 30 : SF ::: ตัวปัญหา #2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60

**เนื่องจากว่าถูกทักติงเรื่องอายุแบมแบมที่ดูเหมือนจะเด็กเกินไป ไม่น่าจะจำเรื่องในอดีตได้ดีขนาดนั้น ไอ้เราก็ไม่ทันคิดเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเราขอเปลี่ยนอายุน้องนะ (ขอบคุณที่ช่วยกันคอมเมนท์ติติงเราจะได้ปรับปรุง >_<)




ตัวปัญหา 2



          ‘ตัวปัญหา’ เป็นคำที่ใครๆ มักจะพูดถึงแบมแบมตอนที่เขามีเรื่องทะเลาะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนแม่ หรือเพื่อนบ้าน ผมจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ครูประจำชั้นแบมแบมเรียกแม่ไปคุยแล้วพูดแบบนั้นแม่สาดน้ำใส่หน้าเขาและตะโกนใส่หน้าเสียงดัง

          “แบมแบมคือลูกชายที่น่ารักของฉัน!” 

          แล้วแบมแบมก็ย้ายโรงเรียนเป็นครั้งที่สาม
              

@สัปดาห์ต่อมา

          “ผมไม่อยากไป” แบมแบมทิ้งกระเป๋าลงที่พื้น แล้วทิ้งตัวลงที่โซฟาทันทีเมื่อเราเลิกเรียนและกลับมาถึงห้อง

          “ไม่ได้! ต้องไปทุกคน โดยเฉพาะนายกับยูคยอมที่ต้องบำเพ็ญประโยชน์มากกว่าคนอื่นๆ” ผมบอกแล้วเดินไปหยิบน้ำมาให้เขาดื่ม 

          แบมแบมยู้หน้าเพราะถูกขัดใจ แต่สักพักเขาก็ขยับตัวหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมา ทันทีที่แบมแบมกดรับผมก็เห็นหน้าผู้หญิงที่ผมรู้จักเป็นอย่างดีเด่นหล้าอยู่ที่จอโทรศัพท์ เพราะอีกฝ่ายเฟสไทม์มา

          “แม่!!...คิดถึงงงง” แบมแบมโบกไม้โบกมือให้แม่ในโทรศัพท์อย่างน่าเอ็นดูทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังทำหน้าเบื่อโลกใส่ผมอยู่เลย เปลี่ยนอารมณ์เร็วจริงๆ

          [คิดถึงเหมือนกันลูก น้องแบมสบายดีไหมครับ พี่มาร์คล่ะ?]

          “อยู่นี่ครับ” ผมตอบเมื่อแบมแบมหันหน้าจอโทรศัพท์มาทางผม

          “แม่ครับ...พี่มาร์คขัดใจแบม บังคับแบมด้วย” ได้ทีแบมแบมยู้หน้าฟ้องแม่ผมยกใหญ่

          [พี่มาร์คแกล้งอะไรน้อง!] แม่เม้มปาก ขมวดคิ้วจ้องหน้าผมอย่างจับผิด

          “ใครจะไปแกล้งอะไรลูกแม่ได้ ดื้อจะตาย เอาแต่ใจก็ที่หนึ่ง” ผมพูดแล้วขยับไปนั่งลงข้างๆ แบมแบมที่โซฟา

          [ใครดื้อ!.พี่มาร์คอย่ามาว่าน้องนะ..ไม่ดื้อสักหน่อยใช่ไหมลูก] ทุกคนรักแบมแบม แม่รักเขาและเลี้ยงดูมาด้วยความรัก ผมมั่นใจว่าน้องผมไม่ได้ขาดพวกเราเติมเต็มส่วนที่ขาดให้เขาได้

          [ไหน..พี่มาร์คแกล้งอะไร บอกแม่สิครับ] แม่ยิ้มร่าแล้วทำท่าตั้งใจฟังเรื่องที่แบมแบมกำลังจะยู้ปากฟ้อง 

          “ที่โรงเรียนเค้าให้ไปเข้าค่าย แบมไม่อยากไป และพี่มาร์คก็ไม่ช่วยพูดกับครูให้ด้วย” แบมแบมอมลมจนแก้มป่องฟ้องแม่ยกใหญ่เลย ผมอดใจไม่ไหวจริงๆ ที่จะไม่เอื้อมมือไปหยิกแก้มกลมๆ ของเขา สมกับตำแหน่งลูกชายคนเล็กของแม่จริงๆ

          “ก็เขาให้เกรดสิบไปทุกคน แบมจะไม่ไปได้ไง แล้วก็ยิ่งไปก่อเรื่...อ๊ะ!” ผมพูดไม่จบประโยคก็ต้องร้องออกมาก่อน ความเจ็บแปลบที่เท้าเมื่อถูกแบมแบมกระทืบเข้าอย่างแรง

          แม่หรี่ตามองเราอย่างจับผิดนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร 

          [แล้วไปที่ไหน] 

          “เกาะเชจู”

          แบมแบมพูดจบแม่มีท่าทีหนักใจนิดหน่อย  [พี่มาร์คไปด้วยใช่ไหม]

          “...” ผมพยักหน้ารับเบาๆ

          [ดูแลน้องด้วยนะลูก รู้ใช่ไหมว่าแม่หมายถึงอะไร] แม่พูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง แบมแบมเองก็ยังหันมามองหน้าผม ทุกคนกดดันผมพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

          “คร๊าบบบบบ...ผมจะดูแลลูกแม่เป็นอย่างดีเลยยยยยย” ผมขยี้หัวแบมแบมจนฟูฟ่อง เขาไม่พอใจนิดหน่อยเลยขยับหัวหนี

          ผมปล่อยให้แม่ลูกเขาคุยกันไป แล้วลุกเดินเข้ามาในครัวเพื่อทำอาหารให้เด็กที่ไม่รู้จักโตกิน เดี๋ยวพอเขาวางสายจากแม่เขาจะต้องบอกว่าหิวๆๆๆ แล้วกระทืบเท้าเหย่งๆ ใส่ผมอีกตามเคย 


เช้า
 BamBam ...           

         ผมปรือตาขึ้นช้าๆ ตามแรงเขย่าของพี่มาร์ค เขาเขย่าตัวปลุกผมแต่เช้าตรู่ ส่วนผมที่ไม่ชินกับการตื่นเช้าก็งัวเงี่ยแล้วพลิกตัวไปมาอย่างขี้เกียจ ผมไม่อยากตื่น จะอยากนอนต่อใจจะขาด พี่มาร์คจึงเพิ่มแรงเขย่าเพราะคิดว่าผมไม่รู้สึกตัว

          ผมหายใจฮึดฮัดใสพี่มาร์คอย่างอารมณ์เสีย เพราะถูกรบกวนเวลานอน แต่สักพักก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มที่ริมฝีปาก พี่มาร์คกดจูบที่ริมฝีปากและหน้าผากผมเบาๆ จากอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ พี่มาร์คเขารู้ดีว่าจะทำยังไงให้ผมอารมณ์หรือหายหงุดหงิดได้

          “พอแล้วววว ผมยังไม่ได้แปรงฟันเลยนะ” ผมดันหน้าพี่มาร์คออกเมื่อเขาเริ่มจูบที่ปากผมติดๆ กันหลายครั้ง ผมรู้ว่าเขาก็แค่อยากแกล้งผม

          “ถ้างั้นลุกไปอาบน้ำไป เดี๋ยวพี่เตรียมของเสร็จจะไปทำกับข้าวให้กิน” พี่มาร์คดันผมให้ผมลุกขึ้น ผมก็ยอมเดินไปทางห้องน้ำเพื่อาบน้ำแต่โดยดี

          ถ้าการที่พ่อแม่ทิ้งผมไปตั้งแต่เด็กเป็นบทลงโทษของพระเจ้า การที่ผมได้มาเจอพ่อกับแม่ และพี่มาร์คก็คงเป็นของขวัญจากพระเจ้าเช่นกัน พวกเขารักและดูแลผมเป็นอย่างดี จนพี่มาร์คชอบพูดเล่นๆ ว่าพ่อแม่ก็เก็บเขามาเลี้ยงแล้วไม่รัก อิจฉาผมที่พ่อกับแม่ตามใจมากกว่า

          ตั้งแต่เด็กจนโตผมไม่เคยคิดว่าตัวเองขาด หรือด้อยกว่าเด็กคนอื่นเลย พ่อกับแม่เลี้ยงผมมาด้วยความรัก พวกเค้าอยากให้ผมเปลี่ยนมาใช้นามสกุลต้วน แต่ผมไม่ยอม ไม่ใช่ไม่อยากเปลี่ยน แต่ผมแค่กลัว กลัวว่าถ้าวันหนึ่งพวกเขารู้ว่าผมเป็นแค่ลูกของคนที่สังคมรังเกียจและประนาม เขาจะยังรักผมเหมือนทุกวันนี้ไหม ถ้าพวกเขารู้ว่าตอนแปดขวบผมยิงตำรวจตาย พ่อกับแม่จะยังบอกว่าผมเป็น 'ลูกชายที่น่ารักของพวกเขาอยู่หรือเปล่า'

พ่อกับแม่แท้ๆ ของผมเป็นค้ายาเสพติดและอาวุธเถื่อนรายใหญ่ คนทั่วไปเรียกเราว่า ‘มาเฟีย’ พวกเขาทำธุรกิจผิกกฎหมายทุกประเภท แบบชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นอาชญากรที่ตำรวจหลายๆ ประเทศต้องการตัว

           ผมเติบโตมาในที่ที่คนภายนอกเรียกว่าคฤหาสน์ ผมมีชีวิตที่สุขสบายในกองเงินกองทองที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายของพ่อกับแม่ แต่ผมก็ไม่คิดอะไร พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้ผมกลัว คนขี้ขลาดก็จะเป็นได้แค่พวกขี้แพ้ ที่คอยแต่จะก้มหัวให้คนอื่นรังแก ยิ่งเราแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งใหญ่มาเท่านั้น

          ผมเรียนรู้การใช้อาวุธ เล่นปืนเล่นมีดมาตั้งแต่เด็ก จำความได้ก็เริ่มใช้ปืนของจริงมาเป็นของเล่นแล้ว ที่บ้านของผมมีคนเข้าออกมามากมาย และการมีปืนเป็นอาวุธคู่ใจเหมือนมันจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับผมเลย  ผมชะล่าใจ และไม่เคยกลัวเรื่องพวกนี้ จนวันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นคืออาวุธร้ายแรงที่พรากสิ่งที่ผมรักที่สุดไปจากผมอย่างไม่มีวันหวนกลับ

          วันเกิดอายุครบแปดปีของผม พ่อกับแม่พาผมบินจากไทยไปจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เราล่องเรือออกมาจัดงานปาตี้กันที่กลางทะเล มีผู้คนมากมายเอาของขวัญราคาแพงมามอบให้ผม ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้รู้จักพวกเขา ผมไม่ตื่นเต้นเพราะของพวกนั้นมันดูไร้ค่าเมื่อต้องมาอยู่ในมือเด็กที่ไม่รู้ราคาอย่างผม

          ตอนนั้นผมในวัยแปดขวบคิดว่าผมมีความสุขมากๆ อะไรที่อยากได้ผมจะได้ ไม่ว่าสิ่งของเหล่าจะราคาแพงจนแทบไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงราคา ผมดีใจกับของขวัญที่ดูธรรมดาอย่างบัตรเที่ยวดิสนีย์แลนด์ของแม่ พร้อมคำสัญญาว่าจะพาผมไปแล้วหอมแก้มผมอย่างนุ่มนวล พ่อให้สร้อยคอรูปงู สัญลักษณ์ประจำตระกูล เพื่อประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่าผมคือทายาทคนที่จะมาสืบทอดทุกสิ่งอย่างจากเขา 

          พอได้เวลาผมเป่าเค้กวันเกิดโดยที่ไม่ได้อธิษฐาน เพราะตอนนั้นผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ผมมีมากจนเหมือนจะเกินไปด้วยซ้ำ แต่ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ผมจะอธิษฐาน อธิษฐานให้ยาวนานที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้

          หลังจากที่ผมเป่าเค้กได้แค่ไม่ถึงสิบนาที ตำรวจนับร้อยๆ นายบุกมาทะล่มเราที่เรือ เสียงปืน เสียงร้องของผู้คนอลมาดวุ่นวายไปหมด พ่อให้ผมหนีไปหลบอยู่ใต้โต๊ะ ผมเห็นลูกน้องหลายคนของพ่อล้มตายจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า แต่นั้นมันไม่ได้ทำให้ผมตกใจ และกลัวเท่ากับการเห็นพ่อถูกยิงที่ละนัด...ทีละนัด...จนล้มลงไปนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น แม่ผมร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนจะขาดใจแล้ววิ่งเข้ามาหาพ่อทันที ผมตกใจจนไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งออกไปหาพวกเขาตอนไหน มันทำให้ผมเห็นว่ามีเลือดจำนวนมากกำลังไหลออกมาจากช่องท้องของแม่

          แม่กับผมร้องไห้จนไม่เป็นภาษาเมื่อเห็นว่าพ่อสิ้นใจแล้ว ผมหันไปเห็นตำรวจคนหนึ่งเลงปืนมาที่แม่ ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกรู้แค่ว่าผมจะปล่อยให้แม่ตายไปเหมือนพ่อไม่ได้ ผมหยิบปืนที่แม่ทิ้งไว้ข้างตัวหันไปทางตำรวจคนนั่นแล้วลั่นไกรทันที

          ปังงงง ! 

          ตอนนั้นผมคิดว่าก็คงเหมือนปืนของเล่นที่พ่อซื้อให้ผมเล่นที่บ้าน แค่แรงดันตอนยิงมันมากกว่า มากจนผมกระเดนมาข้างตัวแม่ แต่ที่ทำให้ผมตกใจอ้าปากค้างจนพูดไม่ออกคือ ตำรวจคนนั้นล้มลงทันทีที่ถูกลูกกระสุนของผมเจาะเข้ากับเนื้อ เลือดสีสดเหมือนของพ่อกับแม่ไหลออกมาจากล่องบริเวณหน้าอกที่ถูกกระสุนทะลุออกไป ผมมือไม้สั่นไปหมด…

          นี่ผมฆ่าคนตาย ผมฆ่าตำรวจคนนั้นตาย…

          ไม่จริง!! ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ทำ!!!

.

.

           “แบมแบม!!! ตื่นเถอะ! ..แบมแบม!!”

          เฮือกกกกกก

           ผมสะดุ้งสุดตัว รู้สึกถึงความชื้นของเหงื่อที่บริเวณใบหน้าจนถึงลำคอ ผมพยายามหายใจยาวๆ เพื่อรวบรวมสติ แล้วมองไปรอบๆ

          ผมแค่ฝันไป...

          “แบมแบมเป็นอะไร ฝันร้ายหรอ” 

          ผมหันไปตามเสียงเรียกของ ‘จีมิน’ คนเดียวในโรงเรียนที่ใกล้เคียงกับคำว่าเพื่อนของผมมากที่สุด ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง มองไปรอบๆ ความคิดของผมเริ่มกลับเข้าสู่ปัจจุบัน และตอนนี้ผมอยู่บนเครื่องบินที่กำลังเดินทางไปเกาะเชจู ผมชะโงกหน้าออกไปมองที่นั่งแถวท้ายๆ เห็นพี่มาร์คกำลังคุยกับพี่เจบีเพื่อนของเขาด้วยท่าทางที่จริงจัง คงจะคุยเรื่องงาน

          “ฝันอะไรอ่ะ...ดูน่ากลัวจัง”

          “ไปเข้าห้องน้ำนะ” ผมไม่สนใจคำถามของจีมิน แล้วลุกเดินออกไปที่ห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังของเครื่องบิน ผมแอบสะกิดแขนพี่มาร์คโดยไม่ให้ใครเห็น ตอนที่ผมเดินผ่านเขา แล้วเดินมารออยู่ในนี้ ไม่นานพี่มาร์คตามผมเข้ามา

          “เป็นอะไร หน้าซีดเชียวเหงื่อออกด้วย” ไม่พูดเปล่าพี่มาร์คยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากให้ผม

          ผมสวมกอดพี่มาร์คเบาๆ และกระชับให้แน่นขึ้น ผมต้องการที่พึ่ง ต้องการไออุ่นจากเขา พี่มาร์คไม่พูดเพียงแค่ก็กอดผมตอบเท่านั้น

          “ผมฝันร้าย” ผมพูดเสียงอู้อี้อยู่ที่อกของเขา อกแกร่งที่ ไม่รู้ไปเอาไอของความอบอุ่นแบบนี้มาจากไหน แต่ทุกครั้งที่ผมโหยหาผมมักจะได้มันมา จากตรงนี้ เสมอ

          พี่มาร์คลูบหัวผมเบาๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร แต่ผมสัมผัสได้ว่ากอดของพี่มาร์คทั้งอบอุ่น และปลอดภัย

          ครอบครัวของพี่มาร์คไม่เคยถามผมว่าเป็นมายังไงถึงได้มาอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า พ่อกับแม่มาเจอผมที่นั้นและรับมาเลี้ยงโดยไม่มีเงื่อนไข และนั่นมันทำให้ผมสบายใจและเปิดใจให้ครอบครัวของเขาได้อย่างรวดเร็ว 

          ผมกับพี่มาร์คกอดกันอยู่สักพักจนผมเริ่มสบายใจผมจึงเดินออกไปก่อน แล้วให้พี่มาร์คตามออกมาอีกห้านาทีให้หลัง

          เรามาถึงเกาะเชจูในเวลาเกือบเที่ยง ผมว่าผมเริ่มจะหิวนิดๆ แล้วละ พอมาถึงสถานที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้ ผมแทบจะหันหลังกลับเพราะสิ่งที่ผมเห็นคือลานสนามหญ้ากว้างๆ 

          ไม่ใช่..ใช่ไหม…

          “เอาละครับ...เราจะกางเต้นท์กันที่นี้ กางเต้นท์เสร็จเก็บของให้เรียบร้อยแล้วออกมารวมกันที่ลานด้านโน้น” พี่ที่เป็นเหมือนหัวหน้าสตาฟประกาศใส่โทรโข่ง

          “แต่ละเต้นท์จะนอนสองคนแยกชายหญิง ที่ป้ายชื่อของทุกคนจะมีเลขประจำตัวติดอยู่ ให้น้องๆ เดินไปที่เต้นท์หมายเลขตามนั้นเลย แล้วน้องๆ จะเจอว่า butdy ของตัวเองคือใคร เราจะกลับมาเจอกันเวลาเที่ยงตรงพอดี แยกย้ายได้ครับ!” พี่คนนั้นเหมือนจะชื่อจินยองยังคงอธิบายให้เราฟังยืดยาว

          เมื่อเดินมาถึงเต้นท์ผมพ่นลมหายใจออกมายาวๆ แล้วจ้องหน้าไอ้ยูคยอมไม่วางตา มันก็มองผมกลับอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน ผมมองต่ำลงมาที่ป้ายชื่อที่มันแขวนคออยู่ ผมรู้ได้ทันทีเลยว่า butdy ของผมคือมันนั้นเอง

          ผมกระชับเป้ที่ไหล่แล้วหันหลังเดินกลับไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เมื่อพวกคณะกรรมการนักเรียนที่ตอนนี้รับหน้าที่ staff เห็นผมพวกเขาดูตกใจกันใหญ่ และเป็นพี่มาร์คที่วิ่งมาถึงตัวผมก่อนใคร 

          “นายจะไปไหน” พี่มาร์ควิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม

          “กลับบ้าน” ผมตอบกลับเสียงเรียบเฉย

          “ได้ไง! เพิ่งมาถึงเอง” 

          “...”

          “โอเค...มีปัญหาอะไร” เขาลดเสียงลงเมื่อผมจ้องหน้าเขากลับแต่ไม่ยอมตอบอะไรเพราะผมกำลังหงุดหงิดมากๆ พี่มาร์คจึงเปลี่ยนมาใช้คำถามอย่างใจเย็น

          “ผมไม่นอนกับมัน” 

          พี่มาร์คมองป้ายชื่อผมแล้วหันไปที่เต้นท์ที่มีหมายเลขประจำตัวผมติดอยู่

          “มีอะไรมาร์ค!” พี่เจบีที่เป็นประธานนักเรียนวิ่งเข้ามาถามอย่างหน้าตาตื่น

          “แบมแบมจะกลับบ้าน”

          “ไม่ได้ ! ถ้านายกลับนายจะไม่ผ่านกิจกรรม ปีหน้าต้องมาซ่อมนะ” พี่เจบีหันมาพูดกับผม

          แต่ผมไม่แคร์หรอก ซ่อมก็ซ่อมสิ อย่างน้อยๆ ปีหน้าผมก็ไม่ต้องมาทนนอนกับไอ้ยูคยอม ผมกำลังจะเดินไปต่อพี่มาร์คก็ลากแขนผมไปทางที่กลุ่มที่ staff รวมตัวกันอยู่

          “เด็กนี่ดื้อมาก ไม่ยอมอยู่ค่าย เพราะงั้นฉันจะให้เขามานอนกับฉัน และฉัน...จะเป็นคนเฝ้าไว้ไม่ให้เขาหนีออกไปเอง” พี่มาร์คพูดจบก็ลากผมมาที่เต้นท์ของเขา

          ที่โรงเรียนไม่มีใครรู้เรื่องของผมและครอบครัวของพี่มาร์ค ผมย้ายเข้ามาเรียนที่นี้โดยที่ไม่บอกใครๆ เกี่ยวครอบครัวตัวเองเลย จะมีก็แต่เหล่าครูอาจารย์ที่รู้เรื่องแต่ก็ไม่ได้เอาไปประกาศอยู่แล้ว และเพราะผมขอร้อง พี่มาร์คจึงยอมทำเป็นไม่รู้จักผมต่อหน้าคนอื่นๆ

          “เอาของเข้าไปเก็บ” เขาหันมาพูดกับผมนิ่งๆ 

          ผมจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ โอเค..ผมเป็นคนบอกเองว่าที่โรงเรียนเราจะทำเหมือนไม่รู้จักกัน แต่พี่ไม่เห็นจำเป็นต้องดุผมขนาดนี้ก็ได้ อยู่ที่บ้านพี่ไม่เคยดุผมเลยนะ 

          ถึงอย่างนั้นผมก็ยอมเข้าไปในเต้นท์เพื่อเอาของเข้าไปเก็บอยู่ดี ถึงผมจะเอาแต่ใจกับพี่มาร์ค แต่ที่นี้เขาอยู่ในฐานนะกรรมการนักเรียนและสตาฟ ส่วนผมก็แค่เด็กดื้อที่ชอบสร้างแต่ปัญหาไปวันๆ

          “มาร์ค...ลำบากนายเลย” ผมได้ยินเสียงใครบ้างคนคุยกับพี่มาร์คข้างนอกเต้นท์ เสียงพี่เจบีนั้นแหละผมจำได้

         “ไม่เป็นไรหรอก ฉันน่าจะรู้ว่าเด็กนี่ดื้อกว่าที่เราคิด” เขากำลังพูดถึงผมสินะ  “ก็เป็นคนเสนอความคิดให้แบมแบมจับคู่ butdy กับยูคยอมเองนิ ทำไงได้” 

          พี่มาร์คพูดว่าอะไรนะ เขาเองหรอที่อยากให้ผมไปนอนกับไอ้ยูคยอม..เหอะ! 

          พี่มาร์คทำผมโกรธจนตัวสั่นไปหมดแล้ว

          เสียงคุยกันเงียบไปสักพัก แล้วพี่มาร์คก็รูดซิบเต้นท์เข้ามา ผมมองหน้าพี่มาร์คอย่างไม่พอใจ ไม่พอใจมากๆ

          “ผมจะฟ้องแม่” ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่า กำลังหงุดหงิดที่เลเวลเท่าไหร่

          “เด็กขี้ฟ้อง หึยยย” พี่มาร์คเอื้อมมือมาขยี้หัวผม แต่ผมปัดมือของทิ้งแรงๆ

          “พี่ก็รู้ว่าผมมีเรื่องกับไอ้ยูคยอม ทำไมพี่ยัง…” พูดมาถึงตรงนี้แล้วผมก็ยิ่งโมโห ผมนึกว่าพี่มาร์คจะรู้จักผมดีกว่านี้ ไหนรับปากกับแม่แล้วว่าจะดูแลผมเป็นอย่างดี

          “ก็พี่รู้ไงว่าถ้าให้นายนอนกับยูคยอมนายจะต้องไม่พอใจแล้วคิดจะกลับบ้าน”

          “แล้ว?!” ผมกระแทกเสียง

          “พี่ก็จะไปพานายมานอนที่นี้ไง นอนกับพี่” 

          จากอารมณ์คลุกรุ่นเหมือภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิด พี่มาร์คก็ราดน้ำเย็นใส่ใจผมด้วยคำพูดเพัยงแค่ไม่กี่คำ สมกับที่เป็นเขาจริงๆ ปากผมกระตุกคลี่ยิ้มหน่อยๆ เมื่อรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงของอีกฝ่าย

           ฉลาด...พี่มาร์คฉลาดเกินไปแล้ว
          
          “แต่ยังไงคู่ butdy ของนายก็ยังเป็นยูคยอมอยู่ดี อาจได้ทำกิจกรรมคู่กันบ้าง..นายอดทนหน่อยนะ” พี่มาร์คจับมือผมไปวางที่ตักตัวเอง

          “...”

          “พี่รู้ว่านายทำได้ ใช่ไหม?” พี่มาร์คขยี้หัวผมอีกแล้ว แต่คราวนี้ผมไม่ได้ปัดมือเขาออก 

          ผมพยักหน้ารับเบาๆ ผมจะพยายามนะครับ ถ้ามันไม่กวนส้นตีนจนผมทนไม่ไหว

          “นายยังติดบำเพ็ญประโยชน์จากคราวก่อนอยู่ อาจต้องแยกออกมาทำกับยูคยอม แต่นายไม่ต้องห่วงเพราะพี่จะเป็นคนไปดูแลเอง” 

          หลังจากผมฟังพี่มาร์คพูดเข้าใจทุกอย่างแล้ว เราก็ออกมารวมตัวกับคนอื่นๆ ที่ลานรวมกิจกรรม พี่สตาฟคนอื่นๆ จัดเราเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละประมาณ 15-20 คน แน่นอนกลุ่มผมมีไอ้ยูคยอม ผมพยายามไม่สนใจสายตาที่มันส่งมากวนส้นเท้าผม เพราะผมกำลังอดทนเหมือนที่ได้รับปากสัญญากับพี่มาร์คเอาไว้

          พี่ๆ สตาฟบอกกฎกติกาของการอยู่ค่าย และบทลงโทษสำหรับคนที่ทำผิด ค่ายที่มาวันนี้ความจริงมันเป็นการทัศนศึกษา แต่เป็นทัศนศึกษารูปแบบใหม่ คือให้เราเลือกกันเองว่าอยากศึกษาหรือเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่ใดในเกาะนี้ แล้วให้เราแยกไปศึกษา สรุป แล้วนำเสนอถึงจุดเด่น และเอกลักษณ์ของสถานที่นั้นๆ ในวันสุดท้ายของการอยู่ค่าย แต่ผมว่าที่จริงข้อมูลพวกนี้ในห้องสมุดหรืออินเตอร์เน็ตก็มี ไม่เห็นต้องถ่อมาไกลถึงที่นี้เลย

          กลุ่มของผมปรึกษากันอย่างจริงจังว่าจะไปไหน ส่วนผมก็นั่งฟังบ้าง กดโทรศัพท์เล่นเกมบ้าง ผมไม่สนใจอยู่แล้วอยากทำอะไรก็ทำ แต่ที่ทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดนิดๆ คือสายตาของไอ้ยูคยอมที่จ้องผมแบบพร้อมจะหาเรื่องผมได้ทุกเมื่อ

          ผมไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้จงเกลียดจงชังผมนัก ตั้งแต่วันแรกที่ผมมาเรียนที่โรงเรียนนี้ มันก็เข้ามาหาเรื่องผมเลย และนับวันก็ยิ่งจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เปิดเทอมมาผมมีเรื่องกับมันถึงห้าครั้งแล้วในเวลาไม่ถึงปี ไม่อยากจะคิดเลยว่ากว่าจะเรียนจบมอปลายผมต้องต่อยกับมันจนหน้าแหกกันไปอีกกี่รอบ

          กว่าจะตกลงกันได้ก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี หลังจากทานข้าวเสร็จเราก็แยกย้ายไปอาบน้ำเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำกิจกรรมตามที่ตกลงกันไว้ในกลุ่ม

          “กลุ่มนายจะไปที่ไหน” พี่มาร์คถามเมื่อเรานอนอยู่ในเต้นท์แล้ว ผมนอนหนุนต้นแขนพี่มาร์คด้วยนะ ก็มันไม่มีหมอนนิ ให้หนุนกระเป๋าหรอไม่เอาหรอกแข็งจะตาย หนุนแขนพี่มาร์คสบายกว่าเยอะ

          “ไม่รู้...ผมไม่ได้ฟัง” 

          “อ้าว! แล้วจะรู้หรอว่าเขาจะไปไหนกัน” พี่มาร์คยกมืออีกข้างมาบีบจมูกผมเบาๆ

          “เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้เองแหละ นอนเถอะ” ผมบอกแล้วหันหน้าไปกอดพี่มาร์ค เขาลูบหัวให้ผมเบาๆ จนผมหลับ. พอตื่นมาอีกทีตอนเช้าผมก็ไม่เห็นพี่มาร์คแล้ว คิดว่าคงออกไปประชุมงานกับพวกสตาฟ 

          ผมลุกไปอาบน้ำแต่งตัว กินข้าวแล้วจึงมานั่งรวมตัวกันที่ลานรวมกิจกรรมเหมือนเมื่อวาน อาจารย์และพี่ๆ สตาฟบอกถึงข้อตกลงอีกนิดหน่อยก็บอกให้เราแยกย้ายไปตามที่ที่เราตกลงกันไว้ แต่ละกลุ่มจะมีพี่สตาฟประจำกลุ่มไปด้วยหนึ่งคน แน่นอนว่ากลุ่มผมได้พี่มาร์คเป็นพี่สตาฟ และผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

          เรานั่งรถตู้ที่ทางโรงเรียนเช่าไว้มาที่สถานที่หนึ่ง ระหว่างทางคิมจงฮยอนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอธิบายว่าเราจะไปทำอะไรก่อนหลังดี แต่ผมไม่ค่อยสนใจหรอก ผมจึงมองออกไปนอกหน้าต่างดูนั้นดูนี่ตามข้างทาง

          “ตามหัวข้อที่เราได้ตกลงกันไว้เมื่อวานว่าเราจะไปศึกษาเกี่ยวกับ *แฮเนียว เพราะฉะนั้นเราอาจจะมีตัวแทนลองลงไปดำน้ำจับสัตว์ดู ใครอยากลองลงไปบ้าง” 

          ผมหันมามองหน้าจงฮยอนนิดหน่อยเมื่อเข้าพูดจบ แล้วมองเลยที่ที่นั่งข้างคนขับที่พี่มาร์คนั่งอยู่ ผมเห็นว่าเขาหันมามองหน้าผมแวบๆ พี่มาร์คมีสีหน้าที่ดูกังวลอยู่ไม่น้อยเลย

          เราลงจากรถแล้วเดินเรียบตามโขดหินริมฝั่งมาเรื่อยๆ จนมาเจอกับกลุ่มแฮเนียวที่กำลังเตรียมตัวอยู่ที่โขดหิน คนอื่นๆ พากันเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วขออนุญาติสัมภาษณ์และถ่ายรูป แต่ผมกลับหยุดอยู่ตรงที่เดิมไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้มากกว่านี้

          “ไม่ต้องเข้าไปหรอก อยู่ตรงนี้แหละ” พี่มาร์คที่ไม่รู้เดินมาจากทางไหนบอกผมเร็วๆ แล้วเดินผ่านผมไปยังกลุ่มที่กำลังพูดคุยกับเหล่าแฮเนียวอยู่

          “เป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็รู้สึกปอดขึ้นมาหรอ ฮ่าๆๆ” เสียงกวนตีนแบบนี้มีคนเดียว ผมหันควับไปส่งสายตาอาฆาตไปให้ไอ้ยูคยอมที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม

          “...”

          “ชอบไม่ใช่หรอ..ทะเลอ่ะ ฮ่าๆๆ” ผมไม่เข้าใจว่าไอ้ห่ายูคยอม มันจะตามราวีผมไปถึงไหน

          มันเดินกระแทรกไหล่ผมไปอย่างเจตนา ผมรู้สึกเหมือนมันกำลังเยาะเย้ยผม ผมไม่รู้หรอกว่ามันรู้ได้ยังไง ว่าผมกลัวทะเล แต่ที่มันกำลังกวนผมแบบนั่นแปลว่ามันรู้ ผมไม่ยอม ผมไม่ยอมให้มันชนะผมได้หรอก

          ผมก้าวขาที่สั่นหน่อยๆ เข้าไปใกล้ฝั่งเรื่อยๆ แม้ว่าในใจผมจะวูบโหวงไปหมด รู้สึกเหมือนแต่ละก้าวที่เดินมันจะดูดลมหายใจผมไปเรื่อยๆ จนผมเริ่มหายใจติดขัด ผมสะดุ้งหน่อยๆ เมื่อน้ำทะเลที่ถูกคลื่นซัดมาที่ริมฝั่งกระเดนมาถูกเท้าผม ตอนนี้ผมมายืนอยู่โขดหินที่ติดกับส่วนของทะเลแล้ว
          

          “ฮ่าๆๆ เก่งนิหว่า...กล้าเดินมาจนถึงนี้” ไอ้ยูคยอมมันมาอีกแล้ว มาจากไหนก็ไม่รู้ หรือมันอาจจะอยู่แถวนี้ตั้งแต่แรกแล้ว

          “งั้น...ลองลงไปเล่นน้ำหน่อยมั้ยล่ะ?” พูดจบมันก็ผลักผมลงทะเลทันที 
 
          ตู้มมมม

          ผมที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็หล่นลงไปตามแรงผลักของมันอย่างง่ายดาย ผมตะเกียกตะกายสุดตัว เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะจม

          “ชะ...ช่วยด้วย....ว่ายน้ำ...ไม่เป็น!” ผมไม่ได้รู้สึกถึงความเค็มของน้ำทะเลที่เข้าปากผมเลย เพราะตอนนี้สิ่งที่ทำให้ผมสติแตกคือ การลงมาอยู่ในทะเลแบบนี้ ผมกลัวน้ำ กลัวทะเล และที่สำคัญผมว่ายน้ำไม่เป็น

          พี่มาร์ค...พี่อยู่ไหนช่วยผมด้วย!!

          ไอ้ยูคยอมหัวเราะชอบใจผมอยู่บนโขดหิน แวบหนึ่งเหมือนผมเห็นสายตาของมันวูบไหว ทำท่าเหมือนจะลงมาช่วยผมแต่ก็ไม่ทำ ผมว่าผมอาจมองผิด คนอย่างมันไม่มีวันคิดแบบนั้นหรอก

          ผมตะเกียกตะกายอยู่สักพักจนเริ่มหมดแรง น้ำก็เข้าปากเข้าจมูกจนผมรู้สึกแสบ และหายใจไม่ออกผมเหนื่อยจนเหมือนจะขาดใจ จึงค่อยๆ หยุดแล้วปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ก้นทะเลช้าๆ หมดหวังที่จะรอดแล้ว ผมหลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองจมลงเรื่อยๆ พ่อครับ..แม่ครับ..มารับผมไปอยู่ด้วยนะ สติผมค่อยๆ ขาดหายไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง















1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจ อย่าลืมเมนท์ให้เราด้วยเน๊อะ >_<


*** เริ่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบและแต่งยากมา เพราะไม่เคยแต่งแนวนี้เลย มาเอาใจช่วยให้เราปั่นให้จบเร็วๆ กันเถอะ  555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2157 SNOWSUGARS (@SNOWSUGARS) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 01:17
    นั่งตบยุงรอไรท์อยู่นะ
    #2157
    0
  2. #2127 zamvire (@zamvire) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 16:03
    โอวววว แอบสงสัยนะว่ายูคเป็นลูกของตำรวจคนที่แบมแบมยิงรึเปล่า ใครจะไปทะเลาะกันได้ขนาดนี้ถ้าไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน เวลาอ่านเรื่องที่ยูคทะเลาะกับแบมแล้วนึกภาพตามยากมาก เพราะในชีวิตจริง แบมแบมเปรียบเสมือนนายของบ่าวยูคมากอ่ะ ยูคคือทาสงูดีๆ นี่เอง กลับมาที่เนื้อเรื่อง อีชั้นอารมณ์ค้างค่าาาาาา มาต่อไวๆ น้าาาา
    #2127
    0
  3. #2097 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 11:31
    พี่มาร์คมาช่วยแบมเร็วนะ
    #2097
    0
  4. #2081 94DEFP (@sinneva) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 07:51
    ไรท์มาต่อเรื่องนี้เถอะค่ะ ;-;
    #2081
    0
  5. #1973 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 12:43
    ตัดแบบ....แล้วเราจะทำเช่นไร555555
    #1973
    0
  6. #1947 มิรา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:26
    พี่มาร์คมาช่วยน้องแบมเร็ว
    #1947
    0
  7. #1927 hebi03 (@ao-spcr) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 09:57
    ยูคเป็นลูกของตำรวจคนนั้นป่ะ แก้แค้นแทนพ่องี้ //ไรท์มาต่อเร็วๆ แบมจมน้ำนานละนะะะะ -..-
    #1927
    0
  8. #1897 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 16:32
    มันไม่มีเหตุผลที่ยูคยอมจะเกลียดแบมมากขนาดนั้นทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ยูคยอมอาจรู้จักแบมมากก่อน หรือนามสกุลแบมก้ได้ 


    พี่น้องจูบปากกันขนาดนั้น ไม่ธรรมดาเลยนะ> <
    #1897
    0
  9. #1869 surad-mb (@auy-aui) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:09
    พี่มาร์คคคคคนับมาช่วยน้องเร็ว
    พ่อของยูคคงไม่ใช่ตำรวจที่โดนแบมยิงนะ!!!!
    #1869
    0
  10. #1862 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 20:41
    ยูคทำไมเล่นแรงขนาดนี้เนี่ยย ฮรึ่ยยยยย

    มาร์คอยู่ไหนนนนมาช่วยน้องเร็วๆๆๆ ฮือออออออ
    #1862
    0
  11. #1861 ปลายนิ่ว (@poojna07) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 10:13
    ใครก็ได้ มาช่วยแบมด้วยยยยย 
    #1861
    0
  12. #1860 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:07
    ยูคแม่มเล่นไม่รู้เรื่อง!!!! พี่มาร์คมาช่วยน้องเร็ว!!!!!!!!!!
    #1860
    0
  13. #1859 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 12:44
    พี่มาร์คช่วยแบมด้วย เร็วๆเลยครับ สงสารแบม ยูคเป็นลูกของตำรวจคนนั้นหรือเปล่า ก็เลยแค้นงี้
    #1859
    0
  14. #1858 aomtawanrat937 (@aomtawanrat937) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 21:27
    สนุกรอน่าาาาา
    #1858
    0
  15. #1857 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 09:05
    หรือว่าพ่อยูคโดนแบมยิงตอนเด็ก ๆ งั้นตอนนั้นยูคก็เด็กปะ จะรู้ได้ไง ขนาดพ่อแม่มาร์คยังไม่รู้เลย แบมก็ย้ายไปบ้านเด็กกำพร้าก่อนมาด้วยหนิ อ่า ก็ยังมีนามสกุลหรอ
    ยูคก็เลยแค้นงี้หรอ แต่รู้เรื่องแบมเยอะเหมือนกันเนอะ

    สงสารแบมอะพี่มาร์คมาช่วยเร็ว ๆ งื้อ
    #1857
    0
  16. #1856 kukkik_dekdee (@kukkik_wasoon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 08:55
    อย่าบอกนะคยอมมาแก้แค้นให้พ่อที่เป็น ตร รึเปล่านะ หรือเราคิดมากไป,, น้องแบมมมมมมมต้องรอดดด
    #1856
    0
  17. #1855 luzia atiria (@opung) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 02:17
    คยอมโหดร้ายกับแบมมากกอ่ะ
    #1855
    0
  18. #1854 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 00:47
    ง้าาา ตัดจบได้โหดร้ายอะไรเบอร์นี้ มาต่อไวๆน้า.
    #1854
    0
  19. #1853 Valentine Sst (@valentinesst) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 00:46
    เอ้า เอาให้ตายเลยรึ ง่าาาา รออ่านต่อไปค่ะ
    #1853
    0
  20. #1850 wslloogpa (@wslloogpa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:27
    ยูคอาจจะเป็นลูกของตำรวจที่แบมยิงแน่เลยอะ ใช่มะ พี่มาร์คช่วยแบมด้วยยยย
    #1850
    0
  21. #1849 fafofafu (@fafofafu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:19
    เราว่า6ขวบมันเด็กไปสำหรับจะจำเรื่องราวอะไรๆได้ดีขนาดนี้นะ เด็กมาก ถ้าสัก9-10 นี่จะจำได้ดี แต่เด็ก6ขวบเขาจำไม่ฝังใจขนาดนี้ แต่ถ้าความกลัวน้ำทะเลมันอาจจะฝังในจิตสำนึกน้องก็ได้ (เราแค่คิดว่าน่ะนะ) แต่ก็โอเคอาจจะเป็นไปตามพอร์ตที่ไรต์วางไว้ก็ได้ อย่าคิดมาก มันสนุกดี
    #1849
    0
  22. #1848 lovelyMB (@beautyndbeat) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:12
    ยูคเหมือนจะรู้เรื่องอดีตแบมป่าว ยูคเป็นลูกตำรวจคนนั้นหรอ นี่คิดไกลมาก555555 พี่มาร์คมาช่วยน้องเร็วว
    #1848
    0
  23. #1847 wan62063 (@wan62063) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:42
    ยูคเป็นไรมากปะ
    #1847
    0
  24. #1846 bluedocks (@bluedocks) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:16
    ยูคแค้นไรแบมๆหว่า
    #1846
    0
  25. #1845 Paranong (@nongapplied8) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:14
    ไม่นะะะ
    #1845
    0