หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 6 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    21 ธ.ค. 60

เปรมมิกายังคงร้องไห้มาตลอดทางเธอไม่สนใจว่าคนขับแท็กซี่จะมองด้วยความใคร่รู้ตอนนี้เธอขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายแล้วต่อไปสัญญาว่าจะไม่มีวันเสียน้ำตาให้กับคนแบบนั้นอีก ทำไมบิดาและมารดาถึงเห็นคนอื่นดีกว่าทั้งๆ ที่เธอเป็นลูกแท้ๆ

                ในเมื่อบิดาขับไสอยากให้เธอไปอยู่ที่นั่นเธอก็จะไปและจะไม่กลับไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีกต่อไป และต่อไปหากมีอะไรเกิดขึ้นจะมาหาว่าเธอร้ายไม่ได้เพราะพวกท่านทำให้เธอต้องเลือกเดินทางนี้เอง เปรมมิกาเช็ดน้ำตาก่อนจะเดินขึ้นเครื่องเมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศเรียก

                เปรมมิกาสวมแว่นตาเมื่อเดินออกมานอกสนามบินพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเดียวเท่านั้น หญิงสาวเช่ารถแท็กซี่ต่อไปยังรีสรอต์ซึ่งต้องใช้เวลาราวๆ สามชั่วโมงกว่าจะถึง ระหว่างทางคนขับรถพยายามชวนคุยทว่าหญิงสาวไม่ได้ตอบกลับ จนคนขับรถเลิกถามไปเองหญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างนานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มาอาจจะตั้งแต่ที่บิดาพาพวกเมียน้อยเข้ามา

                ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั่นเข้ามาในชีวิตหญิงสาวแทบจำไม่ได้แล้วว่าคำว่าครอบครัวนั้นเป็นอย่างไร ความสุขหน้าตาเป็นแบบไหน ไม่เคยไปเที่ยวไปพักผ่อนหรือทำกิจกรรมด้วยกัน แม้บิดาและมารดาจะชวนเท่าไรแต่หญิงสาวก็ไม่เคยยอมไปเพราะมีสองแม่ลูกนั่นไปด้วยตลอด ตอนนี้พวกนั้นคงสะใจที่ทำให้เธอกระเด็นออกมาจากบ้านได้

                บางครั้งหญิงสาวอยากจะถามบิดานักว่าเธอยังใช่ลูกอยู่หรือมไม่...ถึงทำร้ายจิตใจกันครั้งแล้วครั้งเล่าทำราวกับเธอไม่มีหัวใจ...เปรมมิกาอยากจะบอกบิดามารดาว่าลูกสาวคนนี้ก็มีหัวใจ ตอนนี้หัวใจเธอบอบช้ำเกินว่าจะทนเจอหน้าทุกคนได้

                ดวงตาที่พร่าเพราะน้ำตามองชื่อรีสอรต์ “เปรมชนก” ชื่อที่มารดาบอกว่าบิดาเป็นคนตั้งเพื่อเป็นของขวัญต้อนรับลูกสาว เปรมชนก- ที่รักของพ่อ ตอนนี้หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าชื่อนั้นหมายถึงตัวเองหรือไม่

                “ถึงแล้วครับ” คนขับรถบอกคนด้านหลัง

                “นี่เงิน” มือเล็กยื่นเงินตามที่ตกลงไว้ให้ก่อนจะเปิดประตูรถ

                หญิงสาวยังคงยืนอยู่ที่เดิมหลังจากรถเช่ากลับไปแล้ว รีสอร์ตเล็กที่มีนักท่องเที่ยวมาพักเดือนละไม่กี่วันเพราะตัวไกลตัวเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมไม่รู้ว่าทำไมบิดาถึงยังไม่ปิดทั้งที่ที่นี่ไม่ได้สร้างกำไรให้เท่าไร เปรมมิกาสูดหายใจลึกก่อนจะเดินเข้าไปด้านในในเมื่ออยากให้มาอยู่เธอก็จะอยู่เมื่อไรที่ทุกอย่างสำเร็จตามตั้งใจไว้หญิงสาวก็จะจากไปแล้วไม่หวนกลับมาอีก

                “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีกี่ท่านคะ” เสียงพนักงานเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เอ่ยถามคนแปลกหน้า

                “ฉันมาทำงานที่นี่” น้ำเสียงเรียบตอบแล้วมองไปรอบๆ ทำให้อดคิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยมาพร้อมครอบครัวไม่ได้ เปรมมิกาจำได้ว่าที่นี่มีห้องพักไม่ถึงยี่สิบห้องและบริเวณรอบๆ เป็นสวนสวนรวมถึงแปลงผักที่ทางรีสอร์ตปลูกไว้สำหรับทำอาหารให้ลูกค้าที่มาพัก

                “ตอนนี้เรายังไม่รับสมัครงานค่ะ”

ยังไม่ทันที่เปรมมิกาจะเอ่ยอะไรต่อเสียงใครบางคนก็ดังขึ้น “คุณเปรมใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ”

“ฉันศรีนวลนะคะเป็นร้องผู้จัดการอยู่ที่นี่เจ้าสัวโทรศัพท์มาบอกสักพักแล้วว่าคุณเปรมจะมาเป็นผู้จัดการที่นี่” ศรีนวลบอกด้วยรอยยิ้มหญิงสาวมีเค้าเจ้าสัวชัชวาลอยู่มาก

เปรมมิกามองคนตรงหน้าที่ใส่เสื้อฝ้ายสีธรรมชาติกับผ้าซิ่นสีม่วง ผมถูกมวยเอาไว้กลางกระหม่อมและมีปิ่นอันเล็กปักอยู่ดูเหมือว่านพนักงานทุกคนจะแต่งงานเหมือนกันหมด

“นวลให้แม่บ้านทำความสะอาดเรือนแก้วไว้ให้แล้วค่ะ คุณเปรมจะเข้าไปพักเลยไหมคะ”

                “ไปสิ” ตอบแล้วเดินตามศรีนวลไปเงียบ ส่วนกระเป๋าเดินทางนั้นมีพนักงานมาช่วยยกไปให้

                ระหว่างทางเดินไปที่พักเปรมมิยังคงสำรวจสถานที่ที่ตนต้องมาอยู่ที่นี่ถือว่าร่มรื่นและสงบไม่รู้ว่าวันนี้มีนักท่องเที่ยวมาพักบ้างรึเปล่า บ้านพักแต่ละหลังอยู่ห่างกันเพื่อความเป็นส่วนตัวของแขก ส่วนเรือนแก้วที่ศรีนวลว่านั้นต้องเดินผ่านสวนเข้าไปเสียก่อนจึงจะเจอ ถ้าไม่ใช่พนักงานคงไม่มีใครคิดว่าจะมีบ้านซ่อนอยู่ในนี้อีกหลัง

                เปรมมิกามองบ้านไม้สีขาวชั้นเดียวที่มีแปลงดอกแก้วปลูกล้อมรอบจะเว้นไว้ก็แต่ทางเดินขึ้นบ้าน บ้านยังคงเหมือนเดิมไม้เปลี่ยนหากจะมีอะไรเปลี่ยนคงเป็นต้นไม่บริเวณรอบๆ ที่โตขึ้นตามกาลเวลา กลิ่นดอกแก้วอ่อนๆ ทำให้หญิงสาวคิดถึงมารดาขึ้นมา

                “เชิญค่ะคุณเปรม” ศรีนวลเปิดประตูบ้านให้เจ้านายคนใหม่เดินเข้ามา “ถ้าคุณเปรมต้องการอะไรโทรเรียกได้ตลอดนะคะ เบอร์อยู่ตรงโทรศัพท์ตรงห้องนั่งเล่นนะคะ”

                “ขอบใจมาก”

                “ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่หิวรึยังคะให้แม่บ้านเอาอาหารกลางวันมาให้ไหมคะ” ศรีนวลถามด้วยความเป็นห่วง

                “ฉันยังไม่หิว”

                “ค่ะ อย่างนั้นนวลขอตัวก่อนนะคะ” เจ้านายคงอยากอยู่คนเดียว

                เมื่อรองผู้จัดการกลับไปแล้วหญิงสาวจึงเดินสำรวจบ้านหลังเล็กที่มีเพียงสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวซึ่งอยู่ด้านหลัง บ้านหลังนี้เป็นสีขาวตั้งแต่ตัวบ้านรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ ร่างบางเดินไปเปิดหน้าต่างซึ่งทำจากไม้ทว่าถูกฉลุเป็นลวดลายสวยงาม จากตรงนี้ทำให้หญิงสาวมองเห็นเรือนหลังเล็กที่อยู่ไม่ไกลบ้านใครกันหรือว่าแค่เอาไว้เก็บของ...

                สายลมอ่อนที่พักเข้ามาทำให้คนเพิ่งมาถึงรู้สึกสงบลงได้บ้างหลังจากสำรวจบ้านเสร็จหญิงสาวก็เดินไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งมีโซฟาตัวใหญ่ตั้งแต่คงเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่สุดในบ้านหลังนี้แล้ว เปรมมิกานั่งลงพร้อมกับหยิบคอมพิวเตอร์พกพาขึ้นมาเปิดก่อนจะต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อคุยกับใครบางคน

                นับจากนี้ไปถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะหาว่าเธอร้ายไม่ได้ในเมื่อทุกคนทำให้เธอเจ็บก่อน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น