หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 7 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60

เช้านี้คนที่อยู่บ้านเดียวกันอดสงสัยไม่ได้ที่ไม่เห็นเพื่อนร่วมบ้านออกมาวิ่งกำลังกายเพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่หญิงสาวจะออกกำลังกายทุกเช้าจนเป็นเรื่องชินตาหรือว่าจะเหนื่อยจากเมื่อวานเพราะต้องเดินขึ้นเขาหลายกิโลจึงทำให้ตื่นสายกว่าทุกวัน

                ภามมองประตูที่ยังปิดอยู่แล้วเลยเข้าไปอาบน้ำทุกวันเขาจะให้หญิงสาวใช้ห้องน้ำก่อนแต่ดูท่าวันนี้เปรมมิกาจะยังไม่ตื่น คนที่ต้องไปทำงานเลยเข้าก่อนคนหลังอาบน้ำเสร็จชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องส่วนตัวแล้วเดินมายังห้องใครอีกคน ร่างสูงยืนอยู่นานแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เคาะเรียกเพราะไม่แน่ว่าทางนั้นอาจจะยังอยากนอนต่อเกิดเขาไปปลุกคงถูกเหวี่ยงใส่เอาได้

                หญิงสาวที่อยู่ในห้องกำลังนอนซมเพราะพิษไข้หญิงสาวรู้สึกตัวตั้งแต่เช้าแล้วแต่ไม่มีแรงลุกตอนนี้เปรมมิการู้สึกว่าบ้านกำลังหมุนได้เธอจึงหลับตาแล้วพยายามจะนอนต่อ รู้ว่าอาการไม่ดีตั้งแต่เมื่อคืนแต่ใครจะคิดว่าไข้จะขึ้นแบบนี้ปกติแค่ดื่มน้ำอุ่นๆ หลับพักผ่อนให้เพียงพอตื่นมาอาการก็ดีขึ้นแล้ว มือเล็กยกขึ้นมากดขมับทั้งสองข้างเพราะเริ่มปวดหัวขึ้นมา

                เปรมมิตัดสินใจลุกเพราะรู้สึกคอแห้งบางทีการได้ลุกไปทำอะไรให้เหงื่อออกสักหน่อยไข้อาจจะลดลงนานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ป่วยแบบนี้ปกติหญิงสาวรักษาสุขภาพและดูแลตัวเองอยู่เสมอ ในเมื่อไม่ชอบกินยาก็พยายามที่จะป่วยให้น้อยที่สุด คนที่เปิดประตูห้องออกมายังไม่ทันเดินถึงสามก้าวรู้สึกมึนหัวและโลกทั้งโลกก็มืดลง

                ร่างสูงที่กำลังจะเดินออกจากบ้านได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจึงถอดรองเท้าและเดินกลับเข้าไปเมื่อเห็นว่าร่างบางกองอยู่กับพื้นภามรีบวิ่งไปดูทันที

                “คุณเปรม คุณเปรม” เอ่ยเรียกแต่หญิงสาวไร้การตอบสนองชายหนุ่มเอื้อมมือไปอังหน้าผากก็รับรู้ได้ถึงความร้อนตัวร้อนขนาดนี้คงต้องพาไปโรงพยาบาล ภามตวัดอุ้มหญิงสาวแล้วเดินไปยังรถที่จอดไว้หน้ารีสอร์ตทันที

                “หมอภามคุณเปรมเป็นอะไรคะ”

                “มีไข้สูงครับผมจะพาเธอไปโรงพยาบาล”

                “เดี๋ยวพี่เปิดประตูให้ค่ะ” ศรีนวลรีบเดินตามมาทันที หน้าของเปรมมิกาตอนนี้ซีดราวกับกระดาษ

                เมื่อถึงโรงพยาบาลชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวไปยังห้องฉุกเฉินก่อนจะวัดไข้และเจาะเลือดไปตรวจ ไข้สูงขนาดนี้ไม่ช็อกถือว่าโชคดีแล้วนี่ถ้าเขาไม่ไปเห็นเปรมมิกาจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ ชายหนุ่มฉีดยาและให้น้ำเกลืออีกสักพักน่าจะฟื้น ส่วนตัวเองนั้นไม่ได้อยู่เฝ้าเพราะต้องไปตรวจคนไข้นอกแต่ให้พยาบาลช่วยดูแทน

                คนที่เริ่มรู้สึกตัวขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยรอบๆ ทำไมถึงเสียงดังแบบนี้แถมยังมีกลิ่นที่เธอไม่ชอบอีก เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ไม่คุ้ยเคย อา...เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเปรมมิกาจำได้ว่ากำลังจะออกมาหาน้ำดื่มพอหลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

                “ฟื้นแล้วเหรอค่ะคุณ” นางพยาบาลเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นว่าคนไข้รู้สึกตัวแล้ว

                “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” เปรมมิกาถามก่อนจะไอออกมา

                “หมอภามพามาค่ะ เดี๋ยวฉันไปบอกคุณหมอก่อนนะคะว่าคุณฟื้นแล้ว” บอกจบก็เดินไปบอกคุณหมอเพราะทางนั้นสั่งเอาไว้

                ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่ทักทายคนไข้กลับพร้อมกับรอยยิ้มกว้างดูเหมือนว่าภามจะเป็นขวัญใจของคนไข้ยกเว้นคนไข้บางคนเท่านั้น

                “ฉันจะย้ายไปอยู่ห้องพิเศษ” เอ่ยออกมาประโยคแรกเธอไม่ชอบอยู่รวมกับคนอื่นแบบนี้

                “ตื่นขึ้นมาก็ออกคำสั่งเลยนะแต่เสียใจด้วยที่นี่ไม่มีห้องพิเศษว่าง” เสียงห้าวบอกแล้วเดินเข้ามาใกล้จะวัดไข้ให้คนป่วย

                “นายจะทำอะไรน่ะ” ขยับตัวหนี

                “ป่วยกันหัดอยู่เฉยๆ หน่อยตรวจแค่จะวัดไข้เท่านั้น” ถอนหายใจออกมาให้หญิงสาวได้ยินรู้หรอกว่าเปรมมิกาไม่อยากจะสุงสิงกับตนเองเท่าไรแต่เธอน่าจะเลือกเวลาบ้าง

                “ฉันจะให้หมอคนอื่นตรวจ”

                “อย่าเรื่องมากหน่อยเลยคุณ โวยวายอยู่ได้ไม่อายคนอื่นรึไงเห็นไหมเขามองกันใหญ่แล้ว” หันไปมองรอบๆ ตอนนี้เขากับหญิงสาวกำลังเป็นจุดสนใจ

                เปรมมิกาหันไปตามคำบอกเธอก็พบว่ามีคนกำลังมองอยู่นั่นล่ะจึงทำให้หญิงสาวยอมอยู่นิ่งให้ชายหนุ่มตรวจร่างกาย

                “ไข้ยังไม่ลดแต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว” บอกเพราะผมเลือดออกมาแล้วว่าหญิงสาวไม่ได้เป็นไข้เลือดออก “ปวดหัวหรือเจ็บคอไหมคุณ”

                “ไม่” หญิงสะบัดเสียงตอบทั้งๆ ที่เธอมีอาการอย่างที่เขาถามมาทั้งหมด

                “อ้าปาก” เสียงห้าวสั่งแค่ฟังเสียงก็คิดว่าไม่น่าจะใช่จึงต้องตรวจให้แน่ใจ คนป่วยนิ่งไม่ยอมทำตามจนชายหนุ่มต้องสั่งอีกครั้ง “อ้าปาก”

                เงียบ...

                เปรมมิกาตวัดค้อนใส่ชายหนุ่มก่อนจะล้มตัวนอนแล้วหันหลังให้คุณหมอ คนมองอยู่ถึงกับส่ายหน้าในความดื้อรั้น จากนั้นจึงสั่งยาอีกหลายตัวให้หญิงสาวจากนั้นจึงไปตรวจคนไข้คนอื่นต่อที่นี่มีหมอเพียงไม่เพียงพอถ้าหากเทียบกับคุณไข้ที่มารักษานั่นจึงทำให้หมอต้องตรวจคนไข้เกือบตลอดทั้งวัน ยิ่งวันไหนมีเคสผ่าตัดหรืออุบัติเหตุงานจะยุ่งเพิ่มเป็นสองเท่า

 

                เปรมมิกาไม่ยอมกินอาหารของทางโรงพยาบาลจนพยาบาลที่กล่อมอ่อนใจไปตามคุณหมอเจ้าของไข้มาเกลี่ยกล่อมกันเอง

                “ถ้าไม่กินข้าวแล้วจะกินยาได้ยังไงไม่อยากหายรึไง”

                “ฉันไม่กิน” ยังยืนยันคำตอบเดิม

                “โตแล้วนะคุณเปรมทำไมถึงทำตัวเหมือนเด็กแบบนี้เป็นเด็กมีปัญหารึไง” ภามถามกลับ

                “ถ้าฉันทำตัวมีปัญหามากนักก็ไม่ต้องมายุ่ง ออกไปได้แล้ว” มองคนถามด้วยความไม่พอใจก่อนจะเอ่ยไล่ นี่ถ้ามีแรงกว่านี้อีกนิดเธอคงกลับรีสอร์ตไปแล้ว

                “คุณเปรมเป็นยังไงบ้างคะค่อยยังชั่วรึยังนวลเอาอาหารกลางวันมาให้ด้วยนะคะ” ถ้าด้วยความเป็นห่วงแต่ดูท่าแล้วอาการของเจ้านายยังไม่ดีเท่าไร

                หลังจากศรีนวลโทรศัพท์ไปรายงานพัชรินทร์ว่าเปรมมิกาไม่สบายทางนั้นร้อนใจจะมาเยี่ยมทว่านางบอกกลับไปว่าเปรมมิกาเป็นแค่ไข้หวัดเท่านั้นพัชรินทร์จึงเบาใจและบอกให้ศรีนวลเอากับข้าวมาให้ลูกสาวเพราะรายนั้นไม่ชอบอาหารโรงพยาบาล

                “ขอบคุณค่ะพี่นวล” เปรมมิกาส่งยิ้มน้อยๆ ไปให้ศรีนวลก่อนจะยอมกินข้าวกลางวันหลังจากเลยเวลามาเกือบชั่วโมง “พี่นวลไปบอกนายนั่นให้หน่อยเปรมหน่อยได้ไหมคะว่าเปรมจะอยู่ห้องพิเศษ”

                “เดี๋ยวนวลลองไปถามให้นะคะ แต่คุณเปรมต้องกินข้าวให้หมดนะคะ”

                “ค่ะ ขอบคุณนะคะ” เจ้านายพยักหน้ารับ

                “มีอะไรครับพี่นวล” เงยหน้าจากชาร์ตคนไข้ขึ้นมาถามศรีนวลที่เดินตามตนเองมา

                “คือว่าไม่มีห้องพิเศษเหรอคะหมอภาม นวลคิดว่าคุณเปรมคงนอนห้องรวมไม่ได้”

                “นอนห้องไหนหมอกับพยาบาลก็ดูแลเหมือนกันล่ะครับ” หันไปมองคนที่กำลังกินข้าวนี่คงให้ศรีนวลมาบอกอย่างแน่นอน

                “นวลทราบค่ะแต่คุณเปรมคงจะไม่สะดวกเท่าไร”

                “ห้องพิเศษเต็มจริงๆ ครับ” ภามบอกเพราะคนไข้เยอะบางครั้งห้องพิเศษต้องจองกันข้ามเดือนกว่าจะได้ “ผมขอตัวก่อนนะครับยังมีคนไข้ต้องตรวจอีก

                ศรีนวลถอนหายใจออกมาเปรมมิกาไม่มีทางยอมนอนห้องรวมอย่างแน่นอนแล้วทีนี้นางจะไปบอกเจ้านายอย่างไรจะให้ภามไปพูดคงไม่ได้เพราะทั้งสองไม่ค่อยถูกกัน

                คนที่กินอาหารไปได้ไม่ถึงครึ่งรู้สึกอิ่มเพราะยังเจ็บคออยู่มากไม่นานพยาบาลก็เอายามาให้หญิงสาวรอจนพยาบาลเดินกลับไปยังห้องพักเปรมมิกาจึงได้โอกาสหันไปทางหน้าต่างแล้วทิ้งยาโดยไม่มีใครเห็น

                “เป็นยังไงบ้างคะพี่นวล” ถามเมื่อศรีนวลเดินกลับมา

                “ไม่มีห้องพิเศษว่างค่ะ”

                “อย่างนั้นเปรมจะกลับ” เธอไม่ชอบนอนร่วมกับคนอื่น

                “แต่คุณเปรมยังไม่หายนะคะจะกลับได้ยังไง”

                “เปรมค่อยยังชั่วแล้วล่ะ รอน้ำเกลือหมดถุงนี่ก็กลับได้แล้ว” หันไปมองน้ำเกลือที่ยังเหลืออีกครึ่งขวด “พี่นวลกลับไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้เปรมจัดการเอง” ถ้าไม่ได้ห้องพิเศษเธอก็จะไม่นอนค้างภามตั้งใจแกล้งเธอเรื่องนี้แน่ๆ แค่ห้องพิเศษห้องเดียวทำไมเขาจะหาให้ไม่ได้นอกจากไม่อยากหามากกว่าและเปรมมิกาก็ไม่ลืมที่จะยืมเงินศรีนวลไว้ก่อนที่นางจะกลับไปทำงาน

                หลังจากน้ำเกลือหมดถุงหญิงสาวก็เรียกหานางพยาบาลก่อนแจ้งความต้องการว่าจะกลับบ้าน

                “แต่คุณหมอยังไม่อนุญาตนะคะ” พยาบาลบอก

                “ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ”

                “ฉันคงต้องไปถามคุณหมอก่อนนะคะว่าจะอนุญาตรึเปล่า” เธอไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ

                เมื่อพยาบาลเดินออกจากห้องหญิงสาวก็ดึงเข็มบนมือออกแล้วหยิบเสื้อผ้าที่อยู่ในลิ้นชักออกมาแล้ววางเงินซึ่งน่าจะมากพอสำหรับค่ารักษาไว้บนโต๊ะตัวเล็กก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จหญิงสาวก็เดินไปหน้าโรงพยาบาลและเรียกให้รถรับจ้างไปส่งที่รีสอร์ตทันที

                ภามกับพยาบาลที่ไปตามกลับมาพบแต่เตียงว่างเปล่าและเงินจำนวนหนึ่งคนเป็นหมอถึงกับถอนหายใจนี่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาอีกเขาจะไม่ช่วยเลย ทำไมถึงดื้อแบบนี้ก็ไม่รู้

                “กลับไปทำงานเถอะครับ” หันไปบอกพยาบาลก่อนตัวเองจะเดินกลับไปทำงานต่อ

               

                ส่วนเปรมมิกาที่หนีออกมาจากโรงพยาบาลนั้นเดินเข้าไปอาบน้ำเพราะรู้สึกร้อนจากนั้นหญิงสาวจึงเดินไปเอาผ้าห่มและหมอนออกมานอนพักในห้องนั่งเล่นเพื่อจะรับลมธรรมชาติจากประตูและหน้าต่างที่เปิดไว้ ไม่นานหญิงสาวก็หลับไปเพราะอาการไข้ที่ยังไม่หายสนิท

               

                เปรมมิกาที่หนีกลับมาบ้านนั้น เธอเข้าไปอาบน้ำเพราะความร้อนของร่างกาย ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องเอาหมอนและผ้าห่มมานอนที่ห้องโถงเพราะ เพราะห้องนี้มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่นานหญิงสาวก็หลับลงเพราะความเหนื่อยของร่างกาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น