T.C.Lanla
ดู Blog ทั้งหมด

โรคทริโคนิซิส

เขียนโดย T.C.Lanla

โรคทริคิโนซิล หรือ โรคทริคิเนลโลซิส เป็นโรคพยาธิที่ติดต่อถึงคนโดยการบริโภคเนื้อสัตว์ดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ ในประเทศไทยมีการพบการระบาดโดยการบริโภคเนื้อสุกรชาวเขา สุกรป่า และสัตว์ป่าอื่นๆ อาการที่สำคัญในคน ได้แก่ปวดกล้ามเนื้อ หนังตาบนบวม ตาแดงอักเสบ มีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลียมาก ผู้ป่วยมักป่วยอยู่นานหลายเดือนหรืออาจเป็นรุนแรงจนถึงชีวิตได้

การระบาดของโรค

โรคทริคิโนซิสพบการระบาดทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตอบอุ่น ในประเทศไทยมีรายงานการระบาดในคนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2505 ที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากนั้นพบการระบาดเรื่อยมา โดยมีการระบาดในจังหวัดภาคเหนือตอนบน แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานการระบาดในภาคใต้ด้วยเช่นกัน

การระบาดตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงเดือนสิงหาคม 2543 มีรายงานผู้ป่วยด้วยโรคทริคิโนซิส ทั้งสิ้น 6,508 รายมีเสียชีวิต 96 ราย โดยพบการระบาดในภาคต่างๆ ดังนี้

 ภาคกลาง

จังหวัดกรุงเทพฯ  ลพบุรี  สระบุรี  ชัยนาท  สมุทรสงคราม 

 ภาคตะวันออก

จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว อุทัยธานี

 ภาคตะวันตก

จังหวัดกาญจนบุรี

 ภาคเหนือ

จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง น่าน ลำพูน แพร่ พะเยา แม่ฮ่องสอน เชียงราย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออก-
เฉียงหนือ

จังหวัดชัยภูมิ มหาสารคาม บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น หนองคาย ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร

 ภาคใต้

จังหวัดชุมพร สงขลา ระนอง นครศรีธรรมราช พัทลุง

 

 

ฤดูการที่มีการเกิดโรค

 

การระบาดได้ตลอดปี แต่จะพบมากในช่วงปลายฤดูหนาวต่อกับฤดูร้อน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าช่วงนี้ชาวบ้านมักจัดงานเฉลิมฉลอง และเลี้ยงอาหารกัน ตลอดจนนิสัยหรือวัฒนธรรมในการบริโภคอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง

     
 

มักพบผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก และมักเป็นผู้ใหญ่กลุ่มที่นิยมบริโภคอาหารแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ บางครั้งพบการระบาดในกลุ่มชาวอีสานที่ย้ายไปทำงานในภาคอื่นๆ เช่นภาคใต้ เป็นต้น

เชื้อสาเหตุ

พยาธิตัวกลมลำไส้ Trichinella spiralis ตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้จะอยู่ตามกล้ามเนื้อ และมีถุงหุ้มที่มีแคลเซียมเกาะ ทำให้ทนทานต่อกระบวนการถนอมอาหาร เช่นการหมักเกลือ การใช้เครื่องเทศและการรมควัน มีรายงานพบตัวอ่อนที่มีชีวิตในกล้ามเนื้อคนได้นานถึง 5-10 ปี

สัตว์นำโรค

 
 

ส่วนใหญ่เป็นสุกร (ในประเทศไทยมักเกิดจากสุกรชาวเขาและสุกรป่า) สุนัข แมว หนู สัตว์ป่าที่กินเนื้อ เช่น หมาไน หมี สิงโต เสือ สุนัขป่า สุนัขจิ้งจอก กระรอก สัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมในแถวทวีปอาร์คติก เป็นต้น

การติดต่อของโรค

 

ติดโดยการกินเนื้อสัตว์ที่มีพยาธิตัวอ่อน โดยปรุงดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้ แหนม ถุง cyst หุ้มตัวอ่อนจะถูกย่อยที่กระเพาะ ตัวอ่อนจะเข้าไปฝังตัวในเซลล์ผนังลำไส้เล็ก แล้วเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ภายใน 2 วัน เมื่อผสมพันธุ์แลัวตัวเมียจะผลิตตัวอ่อนได้มากถึง 1,500 ตัว ตัวอ่อนจะไชเข้าท่อน้ำเหลืองและหลอดเลือดฝอย เข้าสู่กระแสเลือดแล้วกระจายไปทั่วร่างกาย ไปฝังตัวตามกล้ามเนื้อลาย เช่นกล้ามเนื้อกระบังลม น่อง ซี่โครง และแขน

ระยะฟักตัวของโรค

 

อาการอาจปรากฏขึ้นประมาณ 8-15 วันหลังกินพยาธิตัวอ่อน หรืออาจพบได้ตั้งแต่ 5-45 วัน ขึ้นกับจำนวนพยาธิตัวอ่อน แต่อาจพบอาการระบบทางเดินอาหารได้ก่อนภายใน 2-3 วัน

อาการ

 

โรคนี้เกิดจากตัวอ่อนของพยาธิในกล้ามเนื้อ อาการในคนแตกต่างกันมากขึ้นกับจำนวนตัวอ่อนที่กินเข้าไป อาจเป็นการติดเชื้อโดยไม่ปรากฏอาการหรือรุนแรงถึงเสียชีวิต

  อาการเฉพาะของโรค
 

จะพบได้ในระยะต้น ๆ หลังรับเชื้อได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อเฉียบพลัน หนังตาบนบวมมาก บางครั้งอาจมีเลือดออกใต้เยื่อบุตาและจอตา ปวดตา กลัวแสง เลือดออกใต้เล็บ กระหายน้ำ เหงื่อออกมาก หนาวสั่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ถ้าตรวจเลือดจะพบเม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

  อาการของโรคในระยะเริ่มแรก
 

มักเป็นอาการระบบทางเดินอาหาร พบได้หลังกินอาหาร 2-3 วัน ซึ่งเป็นระยะตัวอ่อนไชเข้าสู่ผนังลำไส้และเติบโตเป็นตัวแก่ ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย เนื่องจากฤทธิ์ของตัวแก่ในลำไส้ มักมีไข้เป็นๆ หายๆ บางครั้งไข้อาจสูง 40 องศาเซลเซียสและหายไปเองภายใน 1-6 สัปดาห์ ขึ้นกับความรุนแรงของการติดเชื้อ

  อาการแทรกซ้อนที่หัวใจ และระบบประสาท
 

อาจพบได้ในสัปดาห์ที่ 3-6 ซึ่งอาจรุนแรงถึงเสียชีวิต เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลว

การรักษา

 

ยา pyrantel, levamisole หรือ thiabendazole มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิตัวแก่ สำหรับการทำลายตัวอ่อนในกล้ามเนื้อควรใช้ mebendazole หรือ albendazole และในรายที่รุนแรงจำเป็นต้องให้ corticosteroids แต่หากอาการน้อยไม่ควรใช้ เพราะยานี้อาจมีผลให้ยืดเวลาการกำจัดพยาธิตัวแก่ในลำไส้ออกไป

   การป้องกันและควบคุมโรค
  กลยุทธ์ในการควบคุมโรคทริคิโนซิสจะต้องพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเป็นสำคัญ และต้องเป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติ
   1. การป้องกันโรคในสุกร เป็นที่ทราบกันดีว่าสุกรเป็นแหล่งใหญ่ในการแพร่กระจายโรคไปสู่คน โดยปกติแล้วสุกรมักติดพยาธิมาจากการกินเนื้อที่มีพยาธิปนเปื้อนมากับเศษอาหาร หรือเศษเนื้อจากโรงฆ่าสัตว์,กินอุจจาระที่มีพยาธิปนอยู่เข้าไป หรือในสุกรป่า อาจโดยการกินเนื้อสัตว์ที่เป็นโรค ในกรณีเช่นนี้ต้องมีมาตรการในการห้ามนำเศษอาหารไปเลี้ยงสุกร หรืออาจใช้เศษอาหารเลี้ยงสุกรได้ แต่ต้องทำให้สูกเสียก่อน ส่วนเศษเนื้อจากโรงฆ่าสัตว์ที่จะนำไปเลี้ยงสุกรต้องผ่านการตรวจเนื้อเสียก่อน
   2. การติดตามโรคในสุกรที่ติดพยาธิ เนื่องจากการติดตามเป็นโรคในสุกรจากโรงฆ่าสัตว์ เป็นสิ่งที่ยุ่งยาก ดังนั้นมี 2 วิธี คือการตรวจตัวอ่อนพยาธิจากเนื้อสุกร และการตรวจทางซีรั่มวิทยา ส่วนการทดสอบที่ใช้ในการควบคุมโรคเป็นระบบการทดสอบโรคทริคิโนซิสเพื่อที่จะบ่งบอกการติดพยาธิของสุกร เมื่อมีผู้ติดพยาธิต้องตรวจเนื้อและสัตว์มีชีวิต เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นเพิ่ม และหากสุกรมีส่วนเกี่ยวข้องก็ควรจะทำการยืนยันผลและกำจัดแหล่งแพร่โรคนั้น ส่วนการควบคุมทางระบาดวิทยา ควรเก็บเลือดสุกรมาตรวจเป็นรายตัว หรือเป็นรายฝูง 
   3. การทำให้เนื้อที่มีพยาธิไม่สามารถแพร่โรคได้
     3.1  โดยการทำให้สุก เป็นวิธีพื้นฐานที่ทำให้ตัวอ่อนที่ฝังตัวอยู่ในกล้ามเนื้อตาย จากการทดลองพบว่าอุณหภูมิที่ทำให้พยาธิตาย คือที่มากกว่า 131 องศาฟาเรนไฮต์ แต่อุณหภูมิที่ดีที่สุดที่ทำให้พยาธิตาย คือ 170 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 77 องศาเซลเซียส
     3.2  โดย Freeze-drying จากการทดลองพบว่าการแช่แข็งเนื้อสุกรที่มีพยาธิที่ 0 องศาฟาเรนไฮต์ และการทำให้แห้งที่อุณหภูมิ 120 องศาฟาเรนไฮต์ ความชื้น 9% จะสามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิในกล้ามเนื้อได้ หากใช้อุณหภูมิต่ำกว่า 120 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลานานขึ้นจะไม่ทำลายพยาธิได้
     3.3  การแช่แข็ง จากการทดลองพบว่าการแช่แข็งเนื้อสุกรที่อุณหภูมิต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส จะทำให้เนื้อปลอดจากพยาธิได้
     3.4 การถนอมอาหาร เช่นหมักเกลือ เป็นวิธีที่นิยมทำก่อนปรุงให้สุกอีกครั้ง
     3.5  การฉายรังสี เป็นอีกวิธีใช้ได้ผลดี แต่ค่าใช้จ่ายสูง จึงไม่นิยมแต่มีข้อดี คือนอกจากจะสามารถฆ่าพยาธิได้แล้ว ยังฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ที่ปนเปื้อนมากับเนื้อ ซึ่งทำให้เนื้อเสี่อมคุณภาพเร็วได้ด้วย
     3.6  การปรุงให้สุกโดยใช้ตู้อบไมโครเวฟ จากการทดลองปรุงอาหารโดยใช้เนื้อสุกรที่มีพยาธิโดยวิธีการปรุงอาหารด้วยตู้ไมโครเวฟตามปกติ พบว่าด้วยความร้อนดังกล่าวไม่สามารถฆ่าพยาธิได้
 

4.

การป้องกันการติดโรคมาจากแหล่งอื่น ๆ พบว่านอกเหนือไปจากสุกรแล้ว มีสัตว์ป่ามากกว่า 75 ชนิดทั่วโลกที่เป็น natural host ของพยาธิทริคิเนลล่า ซึ่งสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นแหล่งแพร่โรคมาสู่คน ดังนั้นการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคจึงจำเป็นต้องทำในหมู่นักล่าสัตว์ป่าด้วย
  5. การให้การศึกษา ควรมุ่งเน้นในกลุ่มผู้ปรุงอาหาร และผู้บริโภค ว่าต้องปรุงอาหารให้สุก และต้องบริโภคแต่เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น