|
โรคบรูเซลโลซิส หรือโรคแท้งติดต่อ (Brucellosis) โรคที่มีชื่อพร้องกันได้แก่ Undulant Fever, Malta Fever, Mediterranean Fever | ||
|
ความสำคัญของโรค | ||
|
โรคนี้เป็นปัญหาทั้งทางด้านสาธารณสุข และทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการสูญเสียทางเศรษฐกิจเกิดจากการแท้งลูกตายในท้อง วัวให้น้ำนมน้อย | ||
|
การระบาดของโรค | ||
|
โรคนี้ปกติแล้วเป็นในหมู่สัตว์แต่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ เมื่อเกิดขึ้นในคนแล้วจะไม่สามารถแพร่ไปสู่คนด้วยกัน มักระบาดในประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพต่ำ | ||
|
|
เชื้อสาเหตุ | |
| เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Brucella group ได้แก่ | ||
|
Brucella abortus, biovars 1-6 และ 9 มักพบใน โค กระบือ | |
![]() |
Brucella melitensis, biovars 1-3 พบในแพะ แกะ | |
![]() |
Brucella suis, biovars 1-5 พบในสุกร | |
![]() |
Brucella canis 1-3 พบในสุนัข | |
| เชื้อนี้เหล่าตายง่ายเมื่อถูกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้กันทั่วไป เช่น | ||
| ||
|
สัตว์นำโรค | ||
|
มีสัตว์หลายชนิดที่เป็นสาเหตุ ที่สำคัญที่สุดได้แก่ วัว ควาย หมู แพะ แกะ สุนัข | ||
|
การติดต่อของโรค | ||
|
1. |
โดยการกินอาหาร ที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์สัตว์ที่เป็นโรค ทำไม่สุกพอหรือดื่มน้ำนม ผลิตภัณฑ์นมจากวัวที่เป็นโรค เชื้อเข้าไปใน Grasto intestinal Tract และ Penetrate ในช่องปากและคอ สัตว์ที่เป็นโรค เชื้ออาจอยู่ในกล้ามเนื้อ อวัยวะ กระดูก ต่อมน้ำเหลืองของสัตว์ที่ได้รับเชื้อมาเกิน 1 เดือน นอกจากนี้ยังพบในสัตว์ที่ Contaminate กับปัสสาวะ อุจจาระ การ Contaminate ของ water Supply | |
| 2. | โดยการสัมผัส เช่น ถูกรก ลูกอ่อนที่แท้ง ปัสสาวะ ปุ๋ย ซากสัตว์ การติดเชื้อโดยการสัมผัสพบเสมอในสัตวแพทย์ คนดูแลสัตว์ คนงานบรรจุกระป๋องเนื้อเชื้อเข้าทางผิวหนัง, mucous membrane, conjunctiva | |
| 3. | ทางอากาศ (Airborne infection) เมื่อละอองในบรรยากาศมีเชื้อ Brucellosis ไปสัมผัสผิวหนัง, mucous membrane, Respiratory cell การติดเชื้อแบบนี้ติดได้จาก Dried Animal Substanced เช่น Dust จากขนแกะ | |
|
4. |
โดยบังเอิญ (Accidental inoculation) พบในสัตวแพทย์และคนงานห้อง LAB ควรระวังเรื่องซากสัตว์ การป้องกันการติดเชื้อ จึงมีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมรักษา personal bygiene, Animal Handler การปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน มีกฎหมายควบคุมอาหาร นม และผลิตภัณฑ์ของนม และมีการตรวจอาหารอย่างสม่ำเสมอ | |
| การติดต่อในสัตว์ | ||
| อาจเป็นทางปาก Muco-Cutaneous หรือแมลงดูดเลือด (Insects, Ticks, Mites) การติดเชื้อในเห็บโดยการกัด และจากสิ่งขับถ่ายที่มีเชื้อใน Coxal fluid | ||
|
ระยะฟักตัวของโรค | |
|
ระยะฟักตัวของโรคนี้แตกต่างกันมาก แล้วแต่จำนวนของเชื้อที่สัตว์ได้รับ และชนิดของเชื้อ รวมทั้งการแพ้โรคของสัตว์แต่ละชนิด ระยะฟักตัวจึงต่างกันมาก ระหว่าง 7 วัน ถึง 7 เดือน หรือนานกว่า |
|
อาการในคน | |
|
ระยะฟักตัว 1 - 15 สัปดาห์ ถ้าเป็น Brucellar melitensis อาการจะเป็นมากกว่าชนิดอื่น ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ๆ ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร เหงื่อออก หนาวสั่น กล้ามเนื้อแข็งตึง อ่อนเพลีย ไอ เจ็บหน้าอก และตามข้อต่าง ๆ เช่น ข้อสะโพก กระดูกสันหลัง อุจจาระผูก น้ำหนักตัวลดลงเรื่อย ๆ นอนไม่หลับ เป็นต้น อาการต่าง ๆ อาจเป็น ๆ หาย ๆ ทำให้เสียเวลาการทำงานตลอดทั้งปี อาจมีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ และตับอักเสบ อาการเฉพาะของโรคไม่มีจึงวินิจฉัยยาก | |
| อาการในสุกร | |
|
สุกรที่ได้รับเชื้อ จะมีเชื้อในกระแสโลหิตสักพักหนึ่งแล้วไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อัตราการผสมลูกติดต่ำลง อาการที่พบ คือ แท้งหรือเป็นหมัน อัณฑะอักเสบ ขากระแพลก ขาหลังเป็นอัมพาต มดลูกอักเสบ เป็นฝีตามที่ต่าง ๆ ของร่างกาย ลูกที่คลอดมาไม่แข็งแรง | |
| อาการในโค | |
|
ในฝูงโคที่ไม่เคยมีโรคมาก่อน อาการที่ชัดเจนก็คือ สัตว์แท้งลูกบ่อย ๆ โรคแพร่ไปในฝูงอย่างรวดเร็ว สำหรับในฝูงที่เกิดโรคเป็นประจำ อัตราการแท้งลูกจะต่ำ มักจะแท้งในท้องแรกเท่านั้น |
|
การรักษา | |
|
ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แต่โดยทั่วไปใช้สเตร๊บโตมัยซิน ควบกับเตดตร้าไซคลิน 200 มิลลิกรัม หรือให้กินด๊อกซีไซคลิน 200 มิลลิกรัม ร่วมกับยาไรแฟมมิซิน 600 - 900 มิลลิกรัมต่อวันติดต่อกันนานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ |
|
การป้องกันและควบคุมโรค | ||
|
1. |
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัวตัวเมีย ที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป วัคซีนบรูเซลโลซีส เป็นวัคซีนแบคทีเรียเชื้อเป็น ผลิตจากเชื้อ Brucella abortus สเตรน 19 เก็บที่ 2 - 4 องศาเซลเซียส การฉีดลูกโคเพศเมียอายุ 3 - 8 เดือน ใช้ครั้งเดียวคุ้มนานถึง 7 ปี หลังฉีดวัคซีนกักลูกโคไว้ในที่ร่ม ดูแลใกล้ชิด 1 ช.ม. หากแพ้วัคซีนให้แก้ด้วยการฉีดอะดรีนาลิน ขนาดบรรจุ 10 ซีซี (5 ตัว)ที่ละลายแล้วต้องใช้ใน 2 ช.ม. ฉีดเข้าใต้ผิวหนังตัวละ 2 ซีซี | |
| 2. | ควรมีการตรวจนม ก่อนนำมาจำหน่าย (Milk Ring Test) | |
| 3. | สัตว์ตัวผู้ที่จะมาเป็นพ่อพันธุ์ ควรได้รับการตรวจแน่นอนก่อนว่าไม่เป็นโรคนี้ | |
| 4. | ควรมีการตรวจเลือด หรือน้ำนมในสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย แพะ แกะ อยู่เสมอ | |
| 5. | ถ้าทราบว่าสัตว์ตัวใดเป็นโรคต้องกำจัดทิ้งทันที | |
ความคิดเห็น