T.C.Lanla
ดู Blog ทั้งหมด

วัวแท้ง

เขียนโดย T.C.Lanla

โรคบรูเซลโลซิส  หรือโรคแท้งติดต่อ (Brucellosis) โรคที่มีชื่อพร้องกันได้แก่ Undulant  Fever,  Malta  Fever, Mediterranean  Fever

   

ความสำคัญของโรค

 

โรคนี้เป็นปัญหาทั้งทางด้านสาธารณสุข และทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการสูญเสียทางเศรษฐกิจเกิดจากการแท้งลูกตายในท้อง วัวให้น้ำนมน้อย

   

การระบาดของโรค

โรคนี้ปกติแล้วเป็นในหมู่สัตว์แต่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ เมื่อเกิดขึ้นในคนแล้วจะไม่สามารถแพร่ไปสู่คนด้วยกัน มักระบาดในประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพต่ำ

เชื้อสาเหตุ

  เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Brucella group ได้แก่
    Brucella abortus, biovars 1-6 และ 9 มักพบใน โค  กระบือ
  Brucella melitensis, biovars  1-3  พบในแพะ แกะ
  Brucella suis, biovars  1-5  พบในสุกร
  Brucella canis  1-3  พบในสุนัข
  เชื้อนี้เหล่าตายง่ายเมื่อถูกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้กันทั่วไป เช่น 

  • สารฆ่าเชื้อ Phenol 1% ตายในเวลา  15  นาที
  • ที่อุณหภูมิ  60  องศาเซลเซียส อยู่ได้ 10 นาที
  • ถูกแสงแดดส่อง อยู่ได้  3  ชั่วโมง
  • ในเนยแข็งที่ทำจากนมดิบ อยู่ได้นาน  2 - 5 เดือน
  • ในแฮมอยู่ได้ 2 - 3 สัปดาห์
  • แต่มีชีวิตอยู่ในอากาศได้นาน  6  สัปดาห์
  • อยู่ในดิน และน้ำได้นาน  10  สัปดาห์

สัตว์นำโรค

 

มีสัตว์หลายชนิดที่เป็นสาเหตุ ที่สำคัญที่สุดได้แก่  วัว  ควาย  หมู  แพะ  แกะ  สุนัข

การติดต่อของโรค

1.

โดยการกินอาหาร  ที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์สัตว์ที่เป็นโรค ทำไม่สุกพอหรือดื่มน้ำนม ผลิตภัณฑ์นมจากวัวที่เป็นโรค เชื้อเข้าไปใน Grasto intestinal Tract และ Penetrate ในช่องปากและคอ สัตว์ที่เป็นโรค เชื้ออาจอยู่ในกล้ามเนื้อ อวัยวะ กระดูก  ต่อมน้ำเหลืองของสัตว์ที่ได้รับเชื้อมาเกิน 1 เดือน นอกจากนี้ยังพบในสัตว์ที่ Contaminate กับปัสสาวะ อุจจาระ การ Contaminate ของ water Supply

  2. โดยการสัมผัส เช่น ถูกรก  ลูกอ่อนที่แท้ง ปัสสาวะ ปุ๋ย  ซากสัตว์  การติดเชื้อโดยการสัมผัสพบเสมอในสัตวแพทย์ คนดูแลสัตว์ คนงานบรรจุกระป๋องเนื้อเชื้อเข้าทางผิวหนัง, mucous membrane, conjunctiva
  3. ทางอากาศ (Airborne infection) เมื่อละอองในบรรยากาศมีเชื้อ Brucellosis ไปสัมผัสผิวหนัง, mucous membrane, Respiratory cell การติดเชื้อแบบนี้ติดได้จาก Dried Animal Substanced เช่น Dust จากขนแกะ

4.

โดยบังเอิญ (Accidental inoculation) พบในสัตวแพทย์และคนงานห้อง LAB ควรระวังเรื่องซากสัตว์ การป้องกันการติดเชื้อ จึงมีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมรักษา personal bygiene, Animal Handler การปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน มีกฎหมายควบคุมอาหาร นม และผลิตภัณฑ์ของนม และมีการตรวจอาหารอย่างสม่ำเสมอ

การติดต่อในสัตว์
  อาจเป็นทางปาก Muco-Cutaneous หรือแมลงดูดเลือด (Insects, Ticks, Mites)
การติดเชื้อในเห็บโดยการกัด และจากสิ่งขับถ่ายที่มีเชื้อใน Coxal fluid

ระยะฟักตัวของโรค

 

ระยะฟักตัวของโรคนี้แตกต่างกันมาก แล้วแต่จำนวนของเชื้อที่สัตว์ได้รับ และชนิดของเชื้อ รวมทั้งการแพ้โรคของสัตว์แต่ละชนิด ระยะฟักตัวจึงต่างกันมาก ระหว่าง  7 วัน ถึง 7 เดือน หรือนานกว่า

อาการในคน

 

ระยะฟักตัว   1 -  15  สัปดาห์  ถ้าเป็น Brucellar melitensis อาการจะเป็นมากกว่าชนิดอื่น ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ๆ ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร เหงื่อออก  หนาวสั่น กล้ามเนื้อแข็งตึง  อ่อนเพลีย  ไอ  เจ็บหน้าอก  และตามข้อต่าง ๆ เช่น ข้อสะโพก  กระดูกสันหลัง  อุจจาระผูก  น้ำหนักตัวลดลงเรื่อย ๆ นอนไม่หลับ  เป็นต้น  อาการต่าง ๆ อาจเป็น ๆ หาย ๆ ทำให้เสียเวลาการทำงานตลอดทั้งปี อาจมีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ และตับอักเสบ อาการเฉพาะของโรคไม่มีจึงวินิจฉัยยาก

อาการในสุกร
 

สุกรที่ได้รับเชื้อ จะมีเชื้อในกระแสโลหิตสักพักหนึ่งแล้วไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อัตราการผสมลูกติดต่ำลง  อาการที่พบ คือ แท้งหรือเป็นหมัน  อัณฑะอักเสบ ขากระแพลก  ขาหลังเป็นอัมพาต  มดลูกอักเสบ เป็นฝีตามที่ต่าง ๆ ของร่างกาย ลูกที่คลอดมาไม่แข็งแรง

อาการในโค 
 

ในฝูงโคที่ไม่เคยมีโรคมาก่อน อาการที่ชัดเจนก็คือ สัตว์แท้งลูกบ่อย ๆ โรคแพร่ไปในฝูงอย่างรวดเร็ว สำหรับในฝูงที่เกิดโรคเป็นประจำ อัตราการแท้งลูกจะต่ำ มักจะแท้งในท้องแรกเท่านั้น
โคตัวเมียที่กำลังท้องติดโรคนี้ง่าย และจะเป็นรุนแรง  เมื่อเชื้อเข้าไปในร่างกายมาก แล้วจะแพร่ไปยังอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เต้านม มดลูก  ลูกอัณฑะ  ถุงน้ำกาม  ต่อมน้ำเหลือง  และม้าม  โคตัวเมียที่ท้องจะแท้ง หรือมิฉะนั้นลูกที่คลอดออกมาจะเป็นหมันชั่วคราว หรือถาวร น้ำนมจะลดลง  25% โคตัวผู้รายที่มีอาการมาก อัณฑะบวมโต  ไม่มีความกำหนัด และเป็นหมัน รายที่เป็นน้อยอาจไม่แสดงอาการ

การรักษา

 

ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แต่โดยทั่วไปใช้สเตร๊บโตมัยซิน ควบกับเตดตร้าไซคลิน 200 มิลลิกรัม หรือให้กินด๊อกซีไซคลิน  200  มิลลิกรัม  ร่วมกับยาไรแฟมมิซิน 600 - 900  มิลลิกรัมต่อวันติดต่อกันนานอย่างน้อย  6 สัปดาห์


การป้องกันและควบคุมโรค

1.

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัวตัวเมีย  ที่มีอายุ  6  เดือนขึ้นไป  วัคซีนบรูเซลโลซีส  เป็นวัคซีนแบคทีเรียเชื้อเป็น ผลิตจากเชื้อ Brucella abortus สเตรน  19  เก็บที่  2  - 4 องศาเซลเซียส  การฉีดลูกโคเพศเมียอายุ  3 - 8 เดือน  ใช้ครั้งเดียวคุ้มนานถึง  7  ปี  หลังฉีดวัคซีนกักลูกโคไว้ในที่ร่ม  ดูแลใกล้ชิด  1  ช.ม. หากแพ้วัคซีนให้แก้ด้วยการฉีดอะดรีนาลิน  ขนาดบรรจุ  10  ซีซี  (5 ตัว)ที่ละลายแล้วต้องใช้ใน  2  ช.ม. ฉีดเข้าใต้ผิวหนังตัวละ  2 ซีซี
ข้อห้ามใช้ :  อย่าฉีดวัคซีนให้กับวัวภายใน  21  วัน  ก่อนนำไปฆ่า ห้ามฉีดในวัวที่กำลังตั้งท้อง

  2. ควรมีการตรวจนม ก่อนนำมาจำหน่าย (Milk Ring  Test)
  3. สัตว์ตัวผู้ที่จะมาเป็นพ่อพันธุ์  ควรได้รับการตรวจแน่นอนก่อนว่าไม่เป็นโรคนี้
  4. ควรมีการตรวจเลือด หรือน้ำนมในสัตว์เลี้ยง เช่น  วัว  ควาย  แพะ  แกะ  อยู่เสมอ
  5. ถ้าทราบว่าสัตว์ตัวใดเป็นโรคต้องกำจัดทิ้งทันที

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น