ปรมาจารย์มนตรา

ตอนที่ 67 : การเคลื่อนไหวของคอมมูนูลิช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    19 มิ.ย. 61

     ในตอนเช้า ช่วงที่ทหารสามพันคนกำลังจะเดินทางไปยังหมู่บ้านเจรามี่ ที่ทิศตะวันออกอันเป็นที่ตั้งฐานลับของกบฏคอมมูนูลิช มีทหารหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของสัตว์อสูรเมื่อคืน

     "ทำไมเวทย์มนต์ถึงไม่สามารถรักษาบาดแผลของพวกเขาได้" เซซิเลียเอ่ยขึ้นอย่างมึนงง มีทหารหลายคนบาดจบหนัก จนบางคนถึงกับพิการ แขนขาด ขาขาด หากรักษาไม่ได้พวกเขาอาจต้องพิการไปตลอด

     ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก เซซิเลียนักคิดหนักให้ห้องทำงานของตนเอง ขณะที่เบนจามินกำลังเดินไปหาเซซิเลีย ขณะที่จะเคราะประตูหน้าห้องทำงาน อาเชรัชก็พลันเดินเข้ามาขวางไว้และเอ่ยขึ้นว่า "ท่านผู้นำของเรามีงานยุ่งตลอด ไม่ใช่ว่าจะเข้าพบพูดคุยได้ตลอดหรอกนะ"
     พลันมีเสียงของเซซิเลียดังขึ้นจากในห้องว่า "ปล่อยให้เขาเข้ามา" อาเชรัชเมื่อได้ยินก็พลันขมวดคิ้ว ส่วนเบนจามินก็ยักไหล่ข้างหนึ่งอย่างกวนบาทาก่อนเปิดประตูห้องเข้าไป มือของอาเชรัชพลันกำหมัดแน่นขึ้น

     "มาหาข้ามีธุระอะไรงั้นหรือ?" เซซิเลียเอ่ยขึ้นโดยเอามือกุมที่หน้าผากของตนเอง เบนจามินพลันเอ่ยว่า "เจ้าไม่ต้องการที่จะรู้เรื่องของข้าแล้วหรือ?"

     "ในตอนนี้ข้าไม่ได้ต้องการที่จะคุยเล่น เรากำลังมีปัญหาอย่างหนัก" เซซิเลียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เครียด เบนจามินเดินไปหาเซซิเลีย "เจ้าจะไปเครียดเรื่องของพวกเขาทำไม ถึงพวกเขาจะรักษาด้วยเวทย์มนต์ไม่ได้ก็จริง แต่ก็ยังรักษาด้วยสมุนไพรวิเศษได้อยู่"
     เซซิเลียลพันส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ข้าคิดมากเรื่องสัตว์อสูรตัวนั้น ถ้าหากมันไม่ใช่สัตว์อสูรปกติแต่เป็นสัตว์อสูรที่มีปัญญาแล้วละก็ พวกเราอาจจะไม่ปลอดภัย" เบนจามินพลันเอามือไปลูบหัวเจ้าลัคกี้ที่เดินมาคลอเคลียข้างๆ

     "เจ้าคิดว่ามันเป็นเทพอสูรอย่างั้นสินะ ถ้ามันเข้ากับฝ่ายของราชอาณาจักร ไอ้กษัตริย์บ้านั้นก็คงรู้ที่อยู่ของพวกเราสินะ" เบนจามินพลันเอ่ยขึ้น 
     เซซิเลียมองขึ้นมาที่เบนจามินแล้วพูดว่า "ข้าควรจะทำเช่นไรดี หากการบุกโจมตีราชอาณาจักรไปเลยจะต้องมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากแน่"

     "แล้วเจ้าคิดจะคอยดึงคนมาร่วมฝ่ายเราจนกระทั่งหมดสงครามไปเลยอย่างนั้นเหรอ" เบนจามินเอ่ยขึ้นแล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ด้านหน้าเซซิเลีย

     "เจ้าพยายามจะบอกอะไรกันแน่" เซซิเลียพลันเอ่ยขึ้นและมองหน้าเบนจามิน

     "สิ่งที่ข้าอยากจะบอกเจ้ามันเป็นเรื่องที่ดูไม่น่าเชื่อนัก แต่มันเป็นความจริง" เบนจามินพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง เซซิเลียมองหน้าเบนจามินแล้วพูดว่า "ข้าฟังอยู่"
     เบนจามินพลันถอนหายใจแล้วพูดว่า "จริงๆแล้วข้าเป็นปีศาจ" เมื่อเบนจามินพูดจบ เซซิเลียก็มองไปที่เบนจามินราวกับมองคนบ้าคนหนึ่ง "เจ้าไม่เชื่อข้างั้นเหรอ" เซซิเลียพลันพูดว่า "ข้าไม่อยากเชื่อเรื่องงมงาย"

     "งั้นทำไมข้าถึงไม่ตายละ ทำไมข้าถึงยังอ่อนเยาว์อยู่" เบนจามินมองมาที่เซซิเลียแล้วพูดต่อว่า "เจ้าไม่สงสัยในตัวข้าเลยงั้นเหรอ" เซซิเลียลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า "ทำไมข้าถึงจะไม่สงสัยเจ้าละ ข้านั้นสงสัยตั้งแต่เจอเจ้าครั้งแรกแล้ว เจ้ามีอะไรที่แปลกประหลาดไปหมด ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพราะเจ้า"

     เซซิเลียสูดหายใจลึกขึ้น "แล้วเจ้ามาบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพราะว่าเจ้าคือปีศาจ แค่นั้นนะเหรอ ไม่คิดว่ามันง่ายไปหน่อยเหรอไง"

     เบนจามินพลันพูดว่า "เรื่องของข้ามันซับซ้อนมากนัก" เซซิเลียพลันพูดว่า "แล้วเพราะอะไรที่ท่านจึงมาช่วยข้า ทำดีกับข้าและสอนวิชาให้ ที่แท้ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่" เบนจามินมองหน้าเซซิเลียแล้วพูดว่า "ข้านั้นเคยบอกเจ้าไปแล้ว หรือว่าเจ้าหลงลืมมันไปแล้ว ที่ข้าทำดีกับเจ้านั้น ก็เพราะว่าข้ารักเจ้ายังไงละ"

     เซซิเลียพลันหน้าแดงขึ้นและขมวดคิ้วก่อนพูดว่า "แล้วเหตุผลใดที่เจ้ารักข้า เพราะความงามของข้าอย่างนั้นเหรอ รู้ไหมมีผู้ชายมากมายที่ชมชอบข้า แต่ข้าก็ไม่สนใจใยดี" เบนจามินพลันพูดว่า "นั้นก็เพราะว่าเจ้ามีใจให้ข้าไปแล้วยังไงละ"

     "นั้นไม่จริงสักหน่อย" เซซิเลียเอ่ยขึ้นเสียงสั่นแล้วพูดต่อว่า "หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหลเหมือนเมื่อก่อนอีกละก็ ข้าจะไล่เจ้าออกไป ข้ามีธุระมากมาย ไม่มีเวลามาปะทะคารมกับเจ้าหรอก"

     เบนจามินพลันเอามือกุมมือของเซซิเลียไว้ "ท่านบอกข้ามาเถอะว่า ท่านนั้นชมชอบข้าบ้างไหม" เซซิเลียพลันเงียบลงและพูดว่า "ข้า..ไม่" เบนจามินพลันถอนหายใจแล้วพูดว่า "ได้โปรดพูดความจริงสักครั้งเถอะ หรือว่าจะต้องรอให้ข้าตายอีกรอบหนึ่งก่อน"

     เซซิเลียพลันมองหน้าของเบนจามินอย่างเขินอายแล้วพูดเบาๆว่า "ที่จริงข้าก็.."

     "ก๊อกๆๆ" เสียงเคาะประตูห้องพลันดัง เซซิเลียพลันลุกขึ้นจากเก้าอี้และพูดว่า "เชิญเข้ามาได้" อาเชรัชพลันเปิดประตูออกมาแล้วพูดว่า "สายของเรารายงานมาว่า ทหารจำนวนสามพันคนรวมถึงหนึ่งในสี่องครักษณ์กำลังเดินทางขึ้นไปทางเหนือ"

     เซซิเลียพลันขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "พวกนั้นจะไปทำไม ไม่มีพวกเราอยู่ตอนเหนือสักหน่อย" อาเชรัชพลันยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า "นั้นแหละ ถึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะบุกโจมตีเมืองหลวง ที่นั้นเหลือคนคุ้มกันเมืองน้อยลง เมื่อเห็นโอกาส เราควรรีบคว้ามันไว้"

     เซซิเลียครุ่นคิดครู่หนึ่งและพูดว่า "ตกลง เพราะขืนกบด่านอยู่ก็ไม่แน่ว่าพวกทางการจะรู้เข้าแล้ว" อาเชรัชแสยะยิ้มขึ้นเมื่อได้ฟังคำตอบของเซซิเลีย "ดี ถ้างั้นข้าก็จะ..อั๊ก" อาเชรัชพูดยังไม่ทันจบก็พลันก้มลงเอามือกุมท้องด้วยความเจ็บปวด เซซิเลียพลันเอามือไปแตะที่กลางหลังของอาเชรัชแล้วพูดว่า "อาการของท่านกำเริบอีกแล้วงั้นเหรอ" เวทย์สีฟ้าพลันกระจายออกจากฝ่ามือของเซซิเลีย สีหน้าของอาเชรัชพลันดูดีขึ้น

     "คำสาปนี่ มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็เดาไม่ได้ หากกำเริบตอนต่อสู้อยู่ละก็ ข้าอาจจะต้องตาย" อาเชรัชพูดอย่างเจ็บปวดและมองมาทางเซซิเลีย "สัญญากับข้า ท่านต้องฆ่าไอ้กษัตริย์ชั่วนั้น" เซซิเลียเอามืออกจากหลังของอาเชรัชแล้วพูดว่า "ข้าให้สัญญา"

     "งั้นเราจะเริ่มกันตอนไหน" อาเชรัชเอ่ยขึ้น เซซิเลียพลันตอบกลับไปว่า " เราจะเริ่มเดินทางกันพรุ่งนี้เช้า" เราจะเอาคนที่ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นกำลังเสริมที่ด้านหลัง สงครามนี่ควรจะจบเสียที"

     เบนจามินพลันเอ่ยขึ้นว่า "งั้นข้าขอตัวก่อนละกันนะ" เบนจามินพลันเดินออกจากห้องและถอนหายใจขึ้น "โชคดีจริงๆที่เราลงมือไปเมื่อคืน ไม่งั้นอาจจะไม่ทันการก็ได้" เบนจามินคิดในใจและเดินกลับไปยังที่พักของตนเอง

     ทางด้านทิศเหนือ กองทัพสามพันคนกำลังมุ่งหน้าไปยังปราสาทลึกลับ มิคาเอลถอนหายใจขึ้น ที่ปราสาทแห่งนั้นเคยเป็นคฤหาสน์ของตระกูลไฮเอลฟ์มาก่อน ซึ่งเป็นสายเลือดของมิคาเอล แม้ว่ามิคาเอลอยากจะปฏิเสธสายเลือดนี้ทิ้งแต่ก็ทำไม่ได้ แม้ว่ามิคาเอลจะไม่ได้ผูกพันกับสายเือดนี้เท่าไหร่นัก แต่เมื่อเขาได้ยินข่าวว่าพ่อของเขาถูกฆ่าตาย มิคาเอลเองก็รู้สึกแย่พอสมควรเช่นกัน "เราจะไปเสียใจกับไอ้พ่อชั่วนั้นทำไมนะ" มิคาเอลคิดขึ้นภายในใจ

     กองทหารพลันเดินทางด้านหน้าปราสาทเมื่อช่วงเวลาพลบค่ำ "นั้นมันคนงั้นรึ" โบโรเนรย หัวหน้ากองร้อยฝ่ายสนับสนุนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเงาคนอยู่ไกลๆ

     "คิดว่าเป็นพวกกบฏหรือไม่" โบโรเนียพลันถามหัวหน้ากองร้อยฝ่ายสอดแนม "ทางนี้แม้ว่าจะใช้เวทย์ขยายสัญญาณแล้วก็ยังมองไม่ค่อยชัด แต่ระบุจำนวนคนที่อยู่บริเวณปราสาทนั้นได้คราวๆว่ามีประมาณพันกว่าคน

     ฮาน ซิมเมอร์มองไปยังปราสาทสีดำที่กำลังมีเงาคนหลายคนกำลังก่อสร้างอยู่ ฮาน ซิมเมอร์พลันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีเกิดขึ้นในใจ ราวกับว่าสิ่งนั้นมันอันตรายไม่ควรที่จะเข้าใกล้

     "เอาไงต่อดีครับท่าน" แม่ทัพคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น องครักษณ์ฮานพลันเอ่ยว่า "เราตรงไปที่นั้นและสอบถามพวกเขาดีกว่า ข้ารู้สึกว่าพวกเขาไม่ใช่กบฏ จำนวนของพวกเขานั้นน้อยเกินไป"

     "รับทราบขอรับ" แม่ทัพคนนั้นยกมือขึ้นทำความเคารพและกลับไปเตรียมเหล่าทหารให้พร้อม "อย่าพึ่งโจมตีจนกว่าจะมีคำสัญ เข้าใจไหม"

     ฮาน ซิมเมอร์เอามือไปลูบกระบี่ที่เหน็บข้างเอวไว้เจ็ดเล่มแล้วพูดกับในใจตัวเองว่า "ถ้าเลือกได้ ข้าเองก็ไม่อยากฆ่าพวกเจ้านักหรอก"

     กองทหารทั้งสามพันคนพลันเคลื่อนที่ไปยังปราสาทแห่งนั้นอย่างช้าๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

605 ความคิดเห็น

  1. #383 EchizenRyoma (@siriwanphanpa) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 22:43
    สรุปงง
    #383
    0
  2. #379 vagabond (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 15:28
    ผมว่าปิแอร์เป็นเบ๊เบนจามินไปแล้ว
    #379
    0
  3. #374 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 08:03
    สรุปแล้วเจ้าปิแอร์มันอยากเป็นจอมมารสินะ
    #374
    0