ลำนำกระดิ่งหยก(สตรีเหล็กบุกแดนมังกร)

  • 97% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 162,402 Views

  • 1,824 Comments

  • 2,060 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9

    Overall
    162,402

ตอนที่ 11 : ลำนำบทที่ 10 ยามเมื่อต้องจากลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 ต.ค. 58

ลำนำบทที่ 10  ยามเมื่อต้องจากลา

ยามความเชื่อใจที่เคยได้รับ

ได้กลายกลับหวาดระแวงแคลงสังหรณ์

ยิ่งทนอยู่ยิ่งทนฝืนกลับตัดรอน

แม้อาวรณ์แต่กลับจำต้องลา

................................

                ตลอดสามวันที่ผ่านมา  หลิวเฮยเสอไม่เคยรู้สึกอัดอัดเท่านี้มาก่อนในชีวิต  เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องใช้วิชาลบตัวตนเพื่อแอบฟังแผนเดินทัพของทัพหมาป่าทะยานแบบนี้  ผ่านมาสามวันแล้วแต่หน้าที่ที่เขาได้รับกลับไม่มีอย่างอื่นนอกจากประจำการณ์อยู่ที่จวน

                ชายหนุ่มยิ้มแค่น ร่างสูงกระโดดลงมาจากกรอบหน้าต่างด้านนอกแล้วกลับไปยังที่พักของตัวเอง  เป็นเพียงห้องเล็กๆที่ไม่มีข้าวของอะไรมากมาย  มีตะเกียงเล็กๆคอยให้ความสว่างทำให้ในห้องนี้มืดสลัว

ในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้การคงอยู่ของเขามีแต่จะทำให้กองทัพระส่ำระส่าย  หลิวเฮยเสอรู้ถึงข้อเท็จจริงนี้ดี  เขาจึงเลือกที่จะไป

                อสรพิษดำไม่ได้โกรธหรือน้อยใจแม้แต่นิด  หากแต่เจ็บใจที่พวกเขามองคำมั่นของตนเพียงแค่ลมปาก  และในตอนนี้เขาก็ได้เลือกแล้ว  ชายหนุ่มหลับตาลง  พลันคำพูดของอสูรร้ายแห่งสนามรบก็ดังขึ้นในห้วงความคิด

                คำมั่นของเจ้า...จงรักษามันไว้  ไม่ว่าจะต่อหมาป่าทะยานหรือของใครก็ตาม  จงรักษามันไว้ด้วยวิธีของเจ้าเอง

                เขาก็มีวิธีรักษาสัญญาในแบบของเขาเอง  หลิวเฮยเสอขยับยิ้มก่อนจะปลดตราหัวหน้าหน่วยที่แปดแห่งทัพหมาป่าทะยานออกมาวางที่โต๊ะด้วยแววตานิ่งงัน

                “อาเสอ”เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยเรียก 

                “ข้าเลือกแล้วขอรับ”ชายหนุ่มเอ่ยแผ่วเบาก่อนจะหันหลังไปยังหน้าต่าง  อวี้ตงฟางที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างอยู่พยักหน้าอย่างเงียบงัน  ร่างสูงของน้องชายร่วมสาบานที่ขีดเขียนอะไรบางอย่างในกระดาษเพียงครู่

                “บุปผาต้องไม่พอใจแน่”

                “ให้ข้าไปดีกว่าหากข้าอยู่แล้วจะยิ่งทำให้หมาป่าทะยานเสียกระบวน”แม้เสียงที่เอ่ยจะเรียบนิ่งหากแต่เจ็บปวดเหลือเกิน“พี่สาวจะต้องเข้าใจ  และข้าเชื่อว่าท่านจะต้องเข้าใจข้าเช่นกัน”

                “เจ้าไม่เคยเลือกทางที่ตัวเองมีความสุขเลยจริงๆ  อาเสอ”อวี้ตงฟางถอนใจเบาๆ  อสรพิษดำเพียงยิ้มขื่น

                “เพราะไม่ว่าข้าจะเลือกทางไหน ก็ไม่ใช่ความสุขของข้าสักทางมิใช่หรือขอรับ”หลิวเฮยเสอว่าก่อนจะชะงัก

                พลันอดีตหัวหน้าพรรคเงาอสุราก็เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะสะกิดเท้าเพียงนิดแล้วหายไปจากบริเวณนั้นทันที  หลิวเฮยเสอทำเพียงเก็บของต่อไปโดยไม่หันไปมอง

                “ท่านหัวหน้า  ท่านจะไปไหน”เสียงหวานดังขึ้นพร้อมร่างบอบบางในชุดคล่องตัวที่คาดตราหน่วยที่แปดไว้ที่แขนซ้ายก็โหนตัวเข้ามาในห้อง

                “หยู่จี้”เสียงทุ้มเอ่ยชื่อผู้มาเยือนแผ่วเบา“ข้าแค่ไปตามทางของข้า”

                “ช่วงเวลาแบบนี้หมาป่าทะยานขาดท่านไม่ได้นะขอรับ  หัวหน้า”พลันร่างเพรียวของชายหนุ่มเจ้าของใบหน้ามน  มีผ้าคาดผิดตาขวาที่บอดสนิทอยู่ในชุดแบบเดียวกับหยู่จี้ก็ตามเข้ามา

                “เพียงแค่จื่อจิ่นเกอและเต๋อจิวหูก็เกินพอแล้ว”นัยน์ตาสีรัตติกาลกลับไปสบมองผู้มาเยือนที่ยืนขวางหน้าต่างนิ่ง“การมีอยู่ของข้ารังแต่จะทำให้หมาป่าทะยานระส่ำระส่าย ข้าควรจะไปเสียไม่ดีกว่าหรือ”

                “แล้วพวกเราล่ะขอรับ”เสียงทุ้มอีกเสียงดังขึ้น  ก่อนหกร่างชายหญิงจะเข้ามายืนขวางทางออกของอสรพิษดำ  ชายหนุ่มเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง

                “ถอยไป”

                “แล้วอีกหกสิบสองชีวิตในหน่วยของท่านล่ะเจ้าคะ”อีกหนึ่งหญิงสาวที่ดูโตกว่าหยู่จี้เล็กน้อยทวงถาม  หลิวเฮยเสอถอนใจบางเบา

                ก่อนชายหนุ่มจะขว้างตราหน่วยที่แปดออกไปตามด้วยซัดมีดปักผ้าคาดตราประจำกายให้ติดไว้บนเสามุมห้องนั้น  ร่างสูงไล่สายตามองนายกองคนสนิททั้งหกด้วยสายตาจริงจัง

                อวี้ตงฟางที่ใช้วิชาเร้นซ่อนกายอยู่ในเงาถึงกับลอบยิ้ม  ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นขมขื่น...ถ้าหากพี่น้องในพรรคเงาอสุราของเขาเป็นเช่นนี้ก็คงจะดีไม่น้อยทีเดียว

                เพียงอำนาจก็เปลี่ยนให้คนที่เชื่อใจที่สุดยอมหักหลังเขา  ทั้งที่เขาเองก็เตรียมที่จะสละตำแหน่งให้อยู่แล้ว  แต่เมื่อความโลภเข้าครอบงำก็ทำให้มนุษย์ยอมเลือกทางที่โง่งมได้

                คำสั่งของหัวหน้าพรรคถือเป็นที่สุด  แม้จะไม่อยากทำตามแต่ก็ต้องยึดถือยิ่งสิ่งใด สองมือของเขาได้สังหารพี่น้องเงาอสุราไปมากมายจนมิอาจนับได้  ใครที่ภักดีต่อเขาล้วนยอมตายดีกว่าทำตามคำสั่งของผู้นำใหม่ อำนาจที่ถูกผันเปลี่ยนนำมาซึ่งการนองเลือดอันไร้ที่สิ้นสุด

                เขาจึงตัดสินใจหายตัวไปจากแผ่นดิน  เดินทางท่องไปทั่วยุทธภพ  ละทิ้งทุกสิ่งอย่างแม้กระทั่งชื่อที่แท้จริงเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ หากแต่เงาอสุรากลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายดายเช่นนั้น  สังเวียนไร้ตะวันจึงได้ถูกสร้างขึ้น  สถานที่ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวยอดฝีมือจากทั่วแผ่นดินที่ต้องการเพียงความสงบ

                การพนันและการแข่งขันเหล่านั้น...แท้จริงเป็นเพียงแค่กิจกรรมแก้เบื่อเท่านั้นเอง

                ชายหนุ่มมองอสรพิษดำที่มองตราประจำกายของตนนิ่งแล้วหลับตาลงช้าๆ  พลันเสียงของน้องชายร่วมสาบานก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศกดดันที่อวี้ตงฟางไม่ได้สะทกสะท้านใดๆ

                “พวกเจ้าเลือกเอง...”เสียงทุ้มเอ่ยเรียบเย็น

..............................................

                ยามค่ำคืนที่สายลมหนาวพัดผ่าน  ผู้คนล้วนเลือกที่จะปิดหน้าต่างมิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ความหนาวเย็นพัดผ่านเข้ามาในห้อง  หากแต่อิสตรีคนงามเจ้าของร่างโปร่งกลับเลือกที่จะเปิดหน้าต่างออกรับลมอย่างเต็มที่

                นับตั้งแต่วันที่เธอมาอยู่ที่นี่เป็นวันแรกก็เป็นเวลาเดือนกว่าๆได้แล้ว  หลินจินฮวาถอนใจเมื่อนึกไปถึงพี่สาวของตน  ป่านนี้กุลิสราคงกลับมากรุงเทพฯแล้วตามหาเธออย่างบ้าคลั่งแน่

                เวลานี้ก็ใกล้รุ่งสางแล้ว หญิงสาวตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นกิจวัตรก็จริงแต่วันนี้เธอกลับตื่นเร็วเป็นพิเศษ  อาจเป็นเพราะถึงเวลาแล้วกระมัง

                “วันนี้แล้วสินะ”เสียงหวานเอ่ยเบาๆ

                ในเช้าของวันหญิงสาวก็ได้ใช้ชีวิตตามปกติ  ร่วมโต๊ะอาหารเช้า  หลังจากนั้นก็สอนหวังชุนหลันดีดกู่เจิงเมื่อแดดร่ม  คุณหนูสกุลหวังสามารถเล่นกู่เจิงได้อย่างเชี่ยวชาญพอสมควรแล้ว  การจะอยู่กินเงินเดือนต่อไปทั้งที่ไม่มีอะไรจะทำให้ก็ไม่ใช่วิถีของเธอ

                หลินจินฮวาตัดสินใจแล้ว...

                หญิงสาวนั่งท้าวคางดูคุณหนูสกุลหวังดีดกู่เจิงด้วยรอยยิ้มจาง  แววตาไหววูบเล็กน้อยจนมีอาจสังเกต  ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย  เวลาที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วนั้นทำให้เธอใจหายไม่น้อย

                แต่คนเราก็ต้องมีหนทางของตัวเอง...  หลินจินฮวาคิดเช่นนั้น  ก่อนสายลมอ่อนจะพัดพาใบไม้ให้พัดปลิว  ฝ่ามือเรียวบางทัดผมเข้าที่ใบหูของตน

                บทเพลงมัลลิกาบานสะพรั่งยังคงบรรเลงท่ามกลางมวลบุปผางามที่ได้รับการดูแลอย่างดี  หลินจินฮวาสยายยิ้มก่อนจะพยักหน้าน้อยๆเมื่อจบเพลง



                “เจ้าผ่านแล้ว”เสียงหวานว่า“เล่นออกงานได้สบายเลยล่ะ”

                หวังชุนหลันหัวเราะใสก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยเมื่ออาจารย์สอนกู่เจิงของตนเท้าคางกับพนักพิงด้วยแววตาครุ่นคิด  นัยน์ตาคมสวยทอดมองออกไปไกลแสนไกล  ก่อนจะกลับมาสบกับนัยน์ตาของคุณหนูสกุลหวัง

                “หมดหน้าที่ของข้าแล้ว  ชุนหลัน”หลินจินฮวาว่า“ข้าไม่อยากรบกวนเจ้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว”

                “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”หวังชุนหลันขมวดคิ้ว 

                “ข้าจะไปมีชีวิตของข้าเอง”หญิงสาวคนงามเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอันยากจะคาดเดาความหมาย“ถ้าข้าหายไป...เจ้าไม่ต้องตามหาข้าหรอกนะ”

                ไม่มีแววตาของการล้อเล่น  คุณหนูสกุลหวังถึงกับนิ่งงันอย่างทำอะไรไม่ถูก  ร่างโปร่งกลับทำเพียงแค่ลูกขึ้นและเดินจากไปเงียบๆโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดมากกว่านั้น

                เวลาผันผ่านไปจนถึงช่วงอาหารเย็น  หลินจินฮวาก็ยังคงอยู่ประจำที่นั่งของตน  หากแต่กลับมิได้เข้าร่วมบทสนทนาใด  มีเพียงรอยยิ้มจางที่ประดับบนใบหน้าเท่านั้น

                ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนกับหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทุกประการ  หลังจากมื้อเย็นหญิงสาวก็ยังคงเดินกลับเข้าไปในห้องของตนเช่นปกติ  แต่ทำไมหวังชุนหลันกลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

                หลินจินฮวาไม่ได้บอกว่าไปเมื่อไร นางคงยังไม่ได้ไปเร็วๆนี้กระมัง  หญิงสาวคิดก่อนจะมองแผ่นหลังของอิสตรีคนงามที่หายลับเข้าไปในห้องของตน

                วันนี้คุณหนูสกุลหวังถึงกลับกังวลจนนอนไม่หลับ  ทะเลดาวแห่งรัตติกาลด้านนอกนั้นงดงามยิ่งสิ่งใดหากแต่ลมหนาวที่พัดมาก็ทำให้หวังชุนหลันจำใจต้องปิดหน้าต่าง ผ่านไปกว่าครึ่งคืนแล้วก็ยังไม่มีความผิดปกติใด  ร่างเล็กที่กำลังคัดพู่กันจีนอยู่ในความมืดสลัวผ่อนลมหายใจบางเบา

                “หากเจ้าจะไป  เจ้าจะไม่ลาเลยหรือ  จินฮวา”เสียงหวานเอ่ยเบาๆ“ขอให้ความกังวลของข้านั้นเป็นแค่สิ่งที่ข้าคิดไปเองทีเถอะ”

                น่าเสียดายที่ความกังวลของหวังชุนหลันเป็นเรื่องจริง...

หญิงสาวผู้ถูกเอ่ยถึงลืมตาขึ้นช้าๆก่อนจะจัดการเปลี่ยนจากอาภรณ์สตรีอันแสนรุ่มร่ามเป็นชุดคล่องตัวที่เหมือนกับหน่วยสืบข่าวของรังไม่ผิดเพี้ยน หญิงสาววางจดหมายและสร้อยข้อมือหยกไว้ที่โต๊ะก่อนจะยิ้มจาง

“ถ้าข้าไปลา...เจ้าจะยอมปล่อยข้าไปหรือไม่นะ  เสี่ยวหลัน”บุปผางามพ่นลมหายใจบางเบา

ห่อสัมภาระเล็กๆถูกผูกไว้ที่หลัง ร่างโปร่งเปิดหน้าต่างแล้วปีนออกไปก่อนจะวิ่งด้วยฝีเท้าเงียบกริบมุ่งไปยังคอกม้าของบ้านสกุลหวังทันทีที่จัดการอะไรๆเรียบร้อย

ระหว่างทางเมื่อเจอใครขวางก็มักจะมีประกายแสงสะท้อนของเข็มซัดเล่มเล็กไปปักที่ต้นคอของคนนั้นจนสลบไป หลินจินฮวาขยับยิ้มก่อนจะซ่อนตัวอยู่ที่หลังเสาเมื่อเห็นว่าหน้าคอกม้ายังมีคนเฝ้าอยู่

ประกายสีเงินผ่านสายตาไป  ร่างโปร่งรีบวิ่งไปที่คอกม้าก่อนจะลากชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ทั้งสองที่สลบไม่ได้สติเข้าไปหลบด้านในได้อย่างง่ายดาย  หญิงสาวเปิดประตูคอกของอาเฟยแล้วรีบจูงออกมาทันที

“เงียบไว้อาเฟย”เสียงหวานกระซิบ

พลันร่างสูงในชุดแบบเดียวกับหญิงสาวหากแต่ปกปิดใบหน้าก็กระโดดจากหลังคาลงมา  หลินจินฮวาพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะมองอาชาคู่ใจถูกควบออกไปด้วยแววตานิ่งงัน  ร่างโปร่งหันกลับไปมองสถานที่ที่ตนอยู่มาตลอดหนึ่งเดือนแล้วผ่อนลมหายใจช้าๆ

“ลาก่อน...”เสียงหวานที่เอ่ยนั้นส่งผ่านไปตามสายลมแห่งรัตติกาล

....................................................

                ใช้เวลาไม่กี่นาทีบุปผางามก็มาถึงรัง  หากแต่คราวนี้หญิงสาวกลับต้องกุมขมับเมื่อสมาชิกใหม่จู่ๆก็เพิ่มขึ้นอีกนับหกสิบคน  นัยน์ตาคมตวัดมองอสรพิษดำที่ในยามนี้ไร้ซึ่งตราหน่วยที่แปดเช่นทุกที

                “เจ้าคงไม่ได้...”

                “อย่างที่ท่านคิดเลยขอรับพี่สาว”หลิวเฮยเสอยิ้มใส

                “ไอ้เด็กบ้า!”หลินจินฮวาแว้ดลั่น“ออกมานี่ใช้สมองหรือตาตุ่มคิดยะ! ถ้าหมาป่าทะยานขาดหน่วยแปดไปแล้วจะให้ทำงานเบื้องหลังยังไงเล่านี่ขนกันมาหมดทั้งหน่วยเลยใช่ไหมเนี่ย!

                อวี้ตงฟางหลุดหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นอสรพิษดำถึงกับสะดุ้งแล้วยิ้มแหย  หญิงสาวพ่นลมหายใจแรงก่อนจะกุมขมับอย่างกลุ้มใจ  อีกไม่กี่วันจวนเฟยหลางก็จะเดินทัพแล้วแต่หน่วยแปดดันหายไปทั้งหน่วยจะไม่ให้เครียดได้อย่างไร

                “ถ้าข้าอยู่ต่อไป...”

                “เงียบซะ”ฝ่ามือเรียวบางชี้หน้าอสรพิษดำอย่างเจาะจงทำเอาชายหนุ่มเงียบกริบ  หญิงสาวกวาดสายตาคมกริบชวนเย็นสันหลังไล่มองสมาชิกที่อายุไม่น่าเกินยี่สิบเลยสักคน

                “อาเสอลาออก  ข้ายังพอเข้าใจ”เสียงหวานเอ่ยเย็นเยียบ“แต่เหตุผลที่พวกเจ้าเป็นลูกหน่วยของเขาไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะให้พวกเจ้าลาออกตามมาหรอกนะ”

                นัยน์ตาของหญิงสาวสะท้อนหกร่างที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานนิ่งงัน บรรยากาศกดดันอย่างที่ไม่สมควรจะมีในผู้ไร้วรยุทธ์แผ่ออกมาจากร่างโปร่ง  ก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ยขึ้น

                “พวกข้าได้สาบานที่จะติดตามหัวหน้าจนกว่าชีวิตหาหาไม่เจ้าค่ะ”หญิงสาวที่ดูอายุมากที่สุดเอ่ยก่อนจะคุกเข่าลง  ทำให้อีกหกสิบกว่าชีวิตคุกเข่าลงตามไปด้วย

                “คำสาบานรักษาด้วยชีวิต หากท่านจะไล่ให้พวกข้ากลับไป พวกเราจะกลับไปด้วยร่างไร้วิญญาณเจ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยหนักแน่น“ได้โปรดให้พวกข้าติดตามท่านหัวหน้าต่อไปด้วย  เมตตาด้วยเจ้าค่ะ!

                “เมตตาด้วยเจ้าค่ะ!/ขอรับ!

                หลิวเฮยเสอลอบมองบุปผาคนงาม  หลินจินฮวามองหกสิบกว่าชีวิตที่ยังคงคุกเข่าด้วยแววตานิ่งงัน  ก่อนแววตานั้นจะกลับกลายเป็นอ่อนใจ

                “พี่สาวเจ้าใจอ่อนกว่าที่คิด”อวี้ตงฟางเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ

                “เป็นเรื่องที่ดีสำหรับตอนนี้ไม่ใช่หรือขอรับ”อสรพิษดำก็กล่าวตอบด้วยเสียงเบาพอกัน

                หญิงสาวใช่ว่าจะไม่ได้ยินแต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ  ร่างโปร่งหันหลังให้หกสิบชีวิตที่ยังคงไม่ลุกขึ้นก่อนจะผ่อนลมหายใจเบาๆอีกครั้ง

                “สังเวียนไร้ตะวันไม่มีที่ยืนสำหรับบุคคลไร้ประโยชน์”เสียงหวานเอ่ยเรียบๆ“หากพวกเจ้าคิดว่าตนสามารถสร้างประโยชน์ให้กับรังได้  จะอยู่ก็อยู่  ข้าไม่ได้ห้าม”

                พลันดวงหน้าหวานของหญิงสาวที่สนทนากับบุปผาก็เงยขึ้น เห็นเพียงแผ่นหลังของหญิงสาวคนงามที่เดินห่างออกไปเท่านั้น

                “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ!/ขอรับ!

                นัยน์ตาคมสวยของหลินจินฮวามองอสรพิษดำอย่างคาดโทษก่อนจะเลยไปยังพี่ชายร่วมสาบานที่พยายามกลั้นยิ้ม หญิงสาวหันกลับไปยัง อดีต หน่วยที่แปดแห่งทัพหมาป่าทะยานแล้วว่าต่อ

                “ข้าให้เวลาพวกเจ้าถึงรุ่งสาง พวกเราจะออกเดินทาง”เสียงหวานเอ่ยก่อนจะหันไปกล่าวกับอวี้ตงฟาง“ฝากจัดการที่เหลือด้วยนะเจ้าคะ  พี่ตง”

                และร่างโปร่งก็หายลับไปในห้องของตน  อวี้ตงฟางหันกลับมามองเหล่ามือสังหารที่อายุน้อยอย่างไม่น่าเชื่ออย่างครุ่นคิด  เด็กพวกนี้ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี  ไม่มีการตั้งคำถามใดๆเกี่ยวกับตัวเขาหรือหลินจินฮวาเลยแม้แต่นิด  พร้อมทำตามคำสั่งของอสรพิษดำอย่างไร้เงื่อนไข

                “เจ้ารู้จักพวกเขาดีกว่าข้า”ชายหนุ่มหันไปกล่าวกับอสรพิษดำ“แจกแจงหน้าที่ให้พวกเขา เสริมกำลังแต่ละหน่วยไว้  โดยเฉพาะหน่วยสังหารยิ่งขาดคนพอดี”

                “ขอรับ”หลิวเฮยเสอพยักหน้ารับ

                อวี้ตงฟางเดินหายเข้าไปในอีกประตูหนึ่งซึ่งเป็นห้องแผนที่  อสรพิษดำมองลูกหน่วยที่ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงแล้วก็เห็นแววของความสงสัยในดวงตา  หากแต่กลับไร้ซึ่งคำถามใด

                “ถ้าพวกเจ้ารู้จักนางมากกว่านี้...เวลานั้นข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะเข้าใจ”เขาพูดได้เพียงเท่านั้น

…………………………………….

                ยามเข้าสู่รุ่งอรุณ  ณ จวนเฟยหลาง นายเหนือแห่งจวนเฟยหลางขยับยิ้มมุมปาก  ที่เสามุมห้องของอสรพิษดำนั้นมีตราประจำหน่วยที่แปดหลายสิบอันถูกตรึงด้วยอาวุธลับหลากชนิดแออัดอยู่ในเสาต้นนั้น ชายหนุ่มวางจดหมายของหลิวเฮยเสอไว้ที่โต๊ะเช่นเดิม

                “บางคราท่านก็หลงลืมไป  พี่หยาง”เฉินอวิ๋นเทียนเอ่ยกับหัวหน้าหน่วยข่าวกรองด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไป“หลิวเฮยเสอเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่อายุไม่ถึงยี่สิบเท่านั้น  ถึงแม้จะเด็ดเดี่ยวเพียงไหน แข็งแกร่งเพียงใด  แต่การกระทำของท่านก็ทำให้ผลที่ตามมาเป็นเช่นที่ท่านเห็น”

                ร่างสูงของอสูรร้ายแห่งสนามรบเดินผ่านเจียงเหวินหยางไปโดยไม่มองหน้าแม้แต่นิด  หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกัดฟันแน่นเมื่อตราหัวหน้าหน่วยที่แปดนั้นสะท้อนแสงอาทิตย์เข้ามาในแววตา

                เขาทำอะไรลงไป...

                ทั้งที่กำลังจะเข้าสู่สงครามแล้วแท้ๆ หมาป่าทะยานที่ไร้ซึ่งหน่วยที่แปดก็ไม่ต่างอะไรกับนักล่าที่บาดเจ็บ เป็นเขาเองที่กดดันเด็กคนนั้น  เป็นเขาเองที่บีบบังคับให้อสรพิษดำต้องเลือก  และเป็นเขาเองมิใช่หรือที่ไม่เชื่อในคำสาบานของผู้ที่ภักดีต่ออสูรร้ายแห่งสนามรบที่สุด

                เฉินอวิ๋นเทียนเพียงแค่ขยับยิ้มบางเบา เขายอมรับการตัดสินใจของอสรพิษดำมาตลอด  ทุกการเคลื่อนไหวของหลิวเฮยเสอไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่สร้างประโยชน์ให้กับหมาป่าทะยาน

                หลิวเฮยเสอจะแสดงให้เขาเห็นเอง ว่าทางที่อสรพิษดำเลือกคืออะไร

                ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาข่าวคราวของหลินจินฮวาก็เงียบหายไปด้วย  นางมิได้ออกไปไหนเป็นพิเศษผิดวิสัยนางยิ่งนัก ลางสังหรณ์ของเขากำลังบอกว่าสตรีประหลาดนางนั้นกำลังรอคอยบางสิ่ง

                หญิงสาวผู้งดงามไม่ธรรมดา  มีความสามารถล้นเหลือ ในยามที่นางไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆเช่นนี้กลับทำให้เขารู้สึกว่านางกำลังวางแผนการใหญ่บางอย่าง นางเองก็ไม่ต่างจากลมสงบรอพายุกระหน่ำ  ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงได้คิดเช่นนั้น  ร่างสูงเดินออกไปที่ระเบียงแล้วจ้องมองดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าอย่างครุ่นคิด

                พลันร่างโปร่งแสงของอิสตรีคนงามในอาภรณ์สีเพลิงก็ปรากฏเบื้องหลังองค์ชายแห่งเหวินเจี้ยน ใบหน้าครึ่งล่างปกปิดไว้ด้วยผ้าพลิ้วไหวสีเดียวกับชุด  นัยน์ตาคมสวยนั้นมีประกายอาวรณ์

                กาลเวลาที่หมุนไป  กำลังจะขับเคลื่อนโชคชะตาที่หยุดนิ่งอีกครั้ง...

                หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วเบา  เสียงที่ไม่มีวันส่งไปถึงเขาได้อีกแล้ว  แววตาที่ทอดมองออกไปไกลแสนไกลนั้นผสมปนเปไปด้วยความคะนึงหา  ความโศกเศร้าและความเจ็บปวด

ก่อนร่างโปร่งบางเดินทะลุร่างสูงไปแล้วจะสลายไปกับแสงแรกของวัน  ทิ้งไว้เพียงสายลมอ่อนที่พัดผ่านร่างของเฉินอวิ๋นเทียนไปเท่านั้น

                กาลเวลาอาจหมุนเวียนและเปลี่ยนผัน

หากรักมั่นของข้ามิจางหาย

แม้ชีวิตจะถูกพรากสู่ความตาย

ตราบวิญญาณไม่สลายนิรันดร์กาล

                จึงจารึกคำสาปสู่ตัวข้า

ให้วิญญาณ์มิอาจสู่วัฏสงสาร

ถูกจองจำด้วยตรวนแห่งคำสาบาน

ทนทรมานเฝ้ารอคอยอย่างโศกตรม

..........................................................

รู้สึกตอนนี้สั้นจริงอะไรจริงเลยค่ะ เฮ้อ!

รู้สึกไม่สนุกเลยค่ะ ทำยังไงดีคะเนี่ย ยังไงก็ชอบเวอร์เก่ามากกว่าจริงๆ

ดรีมกลับไปปรับปรุงเวอร์เก่าดีไหม? 


ไหนๆก็ไหนๆแล้วนะคะ ดรีมสปอยล์ไม่ค้างแล้วกัน เดี๋ยวบ้านโดนระเบิดตายล่ะแย่แน่ๆ อุอิ


“เจ้าไม่ได้ถูกฝึกมาเหมือนกับพวกเขา  บุปผา”อวี้ตงฟางเอ่ยแย้ง

“หนึ่งเดือนที่ผ่านมาอาจไม่ทำให้ท่านรู้จักข้าดีพอ พี่ชาย”หญิงสาวเอ่ยเรียบนิ่งก่อนแววตาคมกริบจะสบมองใบหน้าคมคายนิ่งงัน“เช่นเดียวกับที่ข้ายังไม่รู้จักท่านดีพอเช่นกัน...”

พลันร่างโปร่งก็หยัดยืนขึ้นแล้วกระซิบข้างใบหูร่างสูงแผ่วเบา

“...ท่านหลับใหลมานานเกินพอแล้ว”เสียงเย็นเยียบเอื้อนเอ่ย“ตงฟางหลงเว่ย(มังกรผู้ยิ่งใหญ่แห่งบูรพาทิศ)”


ฉับ!!!!


//เดินไหล่ตกหายไปในเงามืด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1779 เมมฟิส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 12:46
    อยากอ่านทั้งสองแบบค่ะ
    #1779
    0
  2. #1739 pim_jutamas (@pim_jutamas) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 12:04
    สนุกทั้งสองแบบเลยค่ะ ไรท์ก็สปอยซะอยากอ่านต่อเลย ; 3;
    #1739
    0
  3. #1735 Karn Wangboo (@kw2532) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 09:24
    สนุกทั้งสองแบบเลยค่ะ แต่แบบใหม่ชอบที่สื่ออารมณ์ออกมาได้ชัดขึ้น อินมากๆค่ะ
    #1735
    0
  4. #1733 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 07:51
    นี่ก็หนุกแล้วววว เวอร์เก่ายังจะหนุกกว่านี้อีกหรอ!? //เห็นด้วยกับ blue bunny จะเรียกว่าอะไรดี คุณดรีมอายุเท่าไรอะคะ?
    #1733
    0
  5. #1732 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 07:33
    เสียดายเวอเก่า
    #1732
    0
  6. #1728 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 05:24
    เห็นด้วยอย่างแรง ร่วมด้วยช่วยปาระเบิดเลย แง่มๆๆๆ ค้างตลอดอ่ะ ชริ! ว่าแต่จะเรียกไรท์ว่าไงดี น้องดรีม? พี่ดรีม? ป้าดรีม? ยายดรีม? หรือเป็นทวดไปเลยดี??? ไรท์เลือกมาสักอันนะว่าจะให้เราเรียกแบบไหน หึหึหึ
    #1728
    1
    • #1728-1 DreamerDoll (@tukkata-narak) (จากตอนที่ 11)
      28 ตุลาคม 2558 / 08:24
      ดรีมอายุแค่สิบหกเองนะคะ ถ้าป้านี่หลานดรีมไม่อยู่ในระยะไซโกต ลูกเป็นฟีตัสเลยเหรอคะ
      #1728-1
  7. #1726 [T]h[E]_[E]m[P]res[S]_[Q]uee[N] (@EmpresS_QueeN) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 04:42
    น่าเสียดายนะคะ ดรีมซัง... ที่ถึงจะบอกว่าสปอยล์แบบไม่ค้าง
    แต่สำหรับคนที่อยากอ่าน ...
    (แน่นอนว่าหมายถึงเหล่านักอ่านที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ทั้งหลาย)

    ยังไงๆ ก็ค้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกอยู่ดีค่ะ

    สวัสดีอีกครั้งค่ะ ^^ ดรีมซัง ไม่ได้พบกันซะนานเลยนะคะ TTwTT
    โน๊ตบุ๊คเค้ารับสัญญาณไวเลสบ้านตัวเองไม่ได้ค่ะ
    แต่ไม่รู้ทำไม ไวเลสของบ้านที่อยู่รอบๆ กลับติดได้ติดดี (หมู่บ้านจัดสรร)


    ดรีมซังคิดถึงกันมั้ยคะ?
    เอาล่ะค่ะ หลังจากห่างหายไปนาน...
    หวังว่าดรีมซังคงจะเตรียมป้อมปราการไว้มากพอนะคะ

    **เพรสชอบแบบเวอร์ชั่นเก่ามากกว่านะคะ เอาเวอร์ชั่นเก่ามาลงในอีกบทความที่เปิดใหม่ด้วยได้มั้ย QwQ**

    (ไม่เรียกไรท์ เพราะรู้ชื่อผู้เขียนแล้ว ไม่เรียกพี่กับน้องเพราะไม่ทราบอายุ ไม่เรียกคุณดรีมเพราะชอบการเรียกแบบญี่ปุ่นมากกว่า)

    เห็นดรีมซังตั้งการ์ดป้องกันระเบิดมาตั้งแต่ตอนก่อนๆแล้วนึกมันเขี้ยวอยู่เหมือนกัน.. ;;w;;
    แต่ก่อนหน้านี้อ่านในมือถือ พิมพ์คอมเม้นท์ลำบากเลยอดทนมาตลอด... ฮุฮุฮุ
    มาสู้รบประชันจินตนาการกันในเรื่องประท้วงสปอยล์ (แบบที่เคยทำมา) กันต่อนะคะ ^[]^ #ยิ้มร่า
    ขอให้เราทั้งสองฝ่ายสนุกสนานสำราญเบิกบานใจตลอดเรื่องเลยค่ะ #คำนับสามจอก


    #ปลดสลักระเบิดแล้วค่อยๆโยนใส่หลุมที่ดรีมซังอยู่อย่างบรรจง(?) #ต้องโดนอย่างแน่นอน!!!



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 ตุลาคม 2558 / 04:45
    #1726
    2
    • #1726-1 DreamerDoll (@tukkata-narak) (จากตอนที่ 11)
      28 ตุลาคม 2558 / 08:02
      คิดถึงท่านเพรสจังเลยยย ดรีมอายุสิบหกค่า><
      #1726-1
    • #1726-2 [T]h[E]_[E]m[P]res[S]_[Q]uee[N] (@EmpresS_QueeN) (จากตอนที่ 11)
      30 ตุลาคม 2558 / 01:49
      ไอ๊ย๊ะ เพรสอายุ 23 ค่ะ ฮุๆ คิดถึงเหมือนกันค้า เดี๋ยวแตะคอมเมื่อไหร่จะเม้นให้ยาวๆอีกนะคะ
      #1726-2
  8. #1716 Taneara (@Taneara) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 00:12
    ตอนนี้ชอบความรู้สึกของเวอร์เก่ามากกว่าค่ะ มันสื่ออารมณ์ของอาเสอได้ชัดกว่าเจ็บกว่าอ่านแล้วน้ำตาไหลT^T แต่เวอร์นี้อ่านแล้วเหมือนอารมณยังไม่ถึงขั้นนั้นอ่ามันเลยรู้สึกแบบว่าไม่พีค
    #1716
    0
  9. #1713 Cassiopeia_Nana (@cartoon23) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 23:45
    เวอร์ชั่นเก่าดราม่าถึงอารมณ์มากกว่าค่ะ เวอร์ชั่นนี้เนื้อเรื่องกระชับภาษาสวยดี แล้วแต่ไรท์เลยค่ะ ^^
    #1713
    0
  10. #1712 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 23:43
    ส่วนตัวชอบเวอร์ชั่นใหม่มากกว่าค่ะการอธิบายทำให้เข้าใจง่ายดีค่ะ55555
    #1712
    0
  11. #1705 supa-dooper (@mmdooper) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 22:56
    ส่วนตัวเราชอบเวอร์ชันนี้มากกว่านะ ชัดเจนดี ทุกเรื่องดูอธิบายที่มาที่ไปได้ เรารู้สึกว่าอ่านแล้วรู้เรื่องอ่ะค่ะ แต่ไม่ว่าจะอัพเวอร์ไหนมา ก็ตามอ่านอยู่ดีนะตัวเอง >+<
    #1705
    0
  12. #1704 อัคคีเริงระบำ (@fangylovely) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 22:44
    อ่านแล้วเวอร์ชั่นใหม่กับเก่ามันก็คล้ายๆกันนั่นแหละค่ะ ชอบทุกอันเลย ขอแค่อัพต่อไปเรื่อยๆก็ขอบคุณมากๆแล้วค่ะ
    #1704
    0
  13. #1703 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 21:46
    อันใหม่กระชับดี
    #1703
    0
  14. #1702 APRIL (@jamlovenami) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 21:44
    สนุกจ้าาา รอเน่อออ~
    #1702
    0
  15. #1701 jurie (@jurie_jureepon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 20:37
    ถ้าเป็นตอนนี้รู้สึกชอบเวอร์เก่ามากกว่า อ่านแล้วรู้สึกเจ็บแทนอาเสอเลย เวอร์นี้รู้สึกสั้นไปหน่อย
    #1701
    0
  16. #1700 Ohh (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 20:24
    อืม คือก็รู้สึกชอบเวอร์ชั่นเก่ามากกว่าเหมือนกันค่ะ ดูเวอร์ชันใหม่ดูมันสั้นๆๆยังไงไม่รู้ แต่ก็ยังติดตามนะค่ะ
    #1700
    0
  17. #1699 PunaLatte (@punamocca) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 19:55
    ชอบเก่ามากกว่าอ่ะ
    #1699
    0
  18. #748 Faii Kanokkan (@nara19) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 19:26
    ชอบนางเอกแบบนี้ สนุกคะ
    #748
    0
  19. #747 Faii Kanokkan (@nara19) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 19:26
    สนุกๆๆๆ
    #747
    0
  20. #669 ธิดาหิมะ (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 18:06
    นางคิดแผนอะไรอยู่ในหัวกัน 555
    #669
    0
  21. #648 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 11:07
    พนัน?
    #648
    0
  22. #624 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 10:21
    ร้ายจิงๆ
    #624
    0
  23. #148 kantshi (@kantshi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 17:36
    ยิ้มหน่อย... อิอิ ท่านแม่ทัพ ไปไม่เป็นเลย~ นางเอกแอบขี้งกเบาๆ การแข่งก็คิดเป็นเงินเป็นทองได้ 55 ปล.เอาใจช่วย!! อัพทุกวันไม่ได้ไม่เป็นไร อย่าหายไปเป็นพอ >.<
    #148
    0
  24. #147 kantshi (@kantshi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 17:32
    อิอิ นางเอกแอบงกเบาๆ คิดเป็นเงินเป็นทองตล๊อด ปล.เอาใจช่วยจ้า~
    #147
    0
  25. #146 ข้าน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 13:12
    อ่านเพลินๆอ้าวหมดซะแล้วว
    #146
    0
  26. #125 Maya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 10:24
    หาเงินเหรอ? หรือว่า! ชีจะชวนทหารวางเงินเดิมพันในการแข่งม้าด้วยอ่ะ หุหุ
    #125
    0
  27. #122 satita (@satitana) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 00:22
    เสียจายยยยย อ่านแย้วค้างมากเบยยยยยย รอตอนต่อไปนะค้าบ:)
    #122
    0
  28. #121 onekiki (@oneloveza001) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 23:38
    อ่านไปนอนขำไป แบบว่าา กร๊ากกกกกก ขำว่ะจินฮวา นี่แกจงใจไปจวนทำอะไรกันแน่เนี่ยยยย
    #121
    0
  29. #120 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 20:22
    #120
    0
  30. #119 คิมดงจุน (@eyelove123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 19:04
    คิดถึงคนในจวนแน่...(โดนผ้าฟาดหน้า)
    #119
    0
  31. #116 Pornuch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 13:24
    สนุกๆ จะรอตอนต่อไปนะคะ
    #116
    0
  32. #115 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 11:55
    เล่นพนันสินะ
    #115
    0
  33. #113 หญิงยิ่ง (@fa9878) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 10:54
    คิดถึงท่านแม่ทัพแน่เลย
    #113
    0
  34. #112 j-teana (@j-teana) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 10:41
    สนุกมากกกกกกกกกกกกก มาต่อไวๆนะ อัพอีกๆๆๆๆๆๆ
    #112
    0