ลำนำกระดิ่งหยก(สตรีเหล็กบุกแดนมังกร)

  • 97% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 162,405 Views

  • 1,824 Comments

  • 2,060 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12

    Overall
    162,405

ตอนที่ 10 : ลำนำบทที่ 9 ยามเมื่อสามพี่น้องมิอาจนิ่งเฉย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    26 ต.ค. 58

ลำนำบทที่ 9 ยามเมื่อสามพี่น้องมิอาจนิ่งเฉย

เกียรติยศที่จงพึงรักษา

คือคำมั่นสัญญาที่เคยให้

สัตย์สาบานที่เคยได้เสียไป

มิอาจเรียกคืนได้พึงสังวร

................................

                หลินจินฮวาเดินออกมาจากจวนเฟยหลางอย่างมีชีวิตชีวา  หญิงสาวเดินไปที่โรงม้าเพื่อไปหาอาเฟยหลังจากที่ไม่ได้ไปหาเสียนาน ถึงเธอจะชอบของฟรีแต่เธอก็ฝากอาเฟยไว้ที่นี่นานเกินไปแล้ว

                ร่างโปร่งเดินเข้าไปในโรงม้าที่กั้นเป็นคอกๆอย่างเป็นสัดส่วนก่อนจะยิ้มออกเมื่อเห็นอาเฟยกำลังเล็มฟางกินอยู่อย่างเอร็ดอร่อย  ฝ่ามือเรียวบางที่แสนหยาบกร้านลูบคออาชาสีประหลาดแผ่วเบา  ก่อนหญิงสาวจะเลิกคิ้วน้อยๆเมื่อมองไปที่คอกข้างๆนั้นคืออาชาสีดำที่เธอคุ้นตา

                “ม้าของท่านแม่ทัพนี่นา”หลินจินฮวาขยับยิ้มก่อนจะนั่งลงพิงประตูคอกโดยที่ฝ่ามือยังยื่นไปตบจมูกม้าของท่านแม่ทัพที่ยื่นหน้าลงมาหา

                “นี่เจ้าม้า  รู้ไหมว่าเจ้านายแกน่ะไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย”หญิงสาวบ่น“หน้าก็นิ่ง  อัธยาศัยแย่เป็นที่สุด รู้ไหมว่าตอนฉันเกือบจะล้มนะเจ้านายแกยังยืนขำอยู่เลย  ช่วยสักนิดก็ไม่มี”

                ระหว่างที่บ่นไปนั้นหญิงสาวไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนที่ตัวเองกำลังนินทายังคงนั่นพิงประตูคอกด้านในของอาชาสีดำอยู่  ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กๆแต่ก็ไม่ได้ว่าขัดอะไรเพราะที่นางพูดก็ไม่ได้ผิดไปจากความเป็นจริง

                แต่แล้วคำต่อมาก็ทำให้นายเหนือแห่งจวนหมาป่าทะยานหัวใจกระตุก

                “เหมือนเขาจะผ่านเรื่องร้ายๆมาเยอะใช่ไหมเจ้าม้า  หืม?”เสียงหวานยังคงเอ่ยต่อ“เป็นเพื่อนกับเขาดีๆนะ  ฉันว่าเขาดูเหงามากเลยล่ะ  บ่านั้นแบกรับอะไรไว้บ้าง...ฉันที่เป็นคนนอกไม่ได้รู้อะไรเลย”

                อาชาสีทรายต้องแสงงับเรือนผมนุ่มเบาๆ  หลินจินฮวาหัวเราะใสก่อนจะแผ่วลง

                “ถ้าฉันเป็นคนที่มีสิทธิ์จับมือนั้นบ้างก็คงจะดีเนอะว่าไหม ได้อยู่ข้างๆเขา   แต่มันเป็นได้แค่ฝัน”เสียงที่เอ่ยนั้นสั่นน้อยๆ“ดูเหมือนฉันจะมีรักแรกพบกับเจ้านายแกซะแล้วเจ้าสีดำ  ฉันควรจะทำยังไงกับหัวใจของตัวเองดี ฉันควรจะทำยังไงให้หัวใจไม่รักดีของตัวเองเลิกหลงเจ้านายแกไปมากกว่านี้นะ  เจ้าสีดำ”

                ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนแล้วปัดชุดไปมาก่อนจะว่าต่อด้วยน้ำเสียงที่มีแววสมเพชตัวเอง

                “แปลกนะว่าไหม ทั้งๆที่มีอีกตั้งหลายคนที่ฉันควรจะรัก อีกหลายคนที่ช่วยเหลือฉันไว้  ใจดีกับฉัน  สนิทกับฉัน แต่ฉันกลับมองพวกเขาเป็นได้แค่พี่น้อง”พลันหญิงสาวก็นึกไปถึงบุคคลที่ว่าแล้วหัวเราะแค่นๆ

หลินจินฮวาส่ายหน้าน้อยๆ ทำไมเธอถึงไม่เลือกอาเสอหรือพี่ตงกันนะ ทั้งที่พวกเขาคอยช่วยเหลือเธออย่างมากมาย แต่เธอก็มองพวกเขาได้เพียงแค่พี่น้องเท่านั้น

                ก่อนเสียงเปิดประตูคอกของอาเฟยจะดังขึ้นพร้อมหญิงสาวที่จูงม้าของตัวเองออกไปเงียบๆ  เฉินอวิ๋นเทียนพ่นลมหายใจยาวก่อนจะลูบจมูกม้าศึกคู่ใจของตนเบาๆ ถ้อยคำทุกคำที่นางได้เอ่ยนั้นไม่มีแววล้อเล่น  แม้ภาษาจะแปลกประหลาดไปบ้างแต่เขาก็ฟังได้เข้าใจดี 

                นางมีใจให้เขาหรือ...คนที่ไม่สมควรจะมีผู้ใดมาเคียงข้างอย่างเขา

                แล้วตัวเขาเองล่ะ  รู้สึกอย่างไรกับนาง  ในเมื่อความรักคือสิ่งที่แสนเลือนรางสำหรับเขา  ทั้งจากบุพการี จากพี่น้อง มีนคือสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาตลอดชีวิต

                “ข้าควรจะทำอย่างไร  อาคัง”เสียงทุ้มเอ่ยถามม้าคู่ใจแผ่วเบา

                ทางด้านหลินจินฮวาก็รีบควบม้ากลับบ้านสกุลหวังอย่างรวดเร็ว  หวังชุนหลันที่รออยู่ก่อนแล้วเข้ามาถามไถ่อย่างเป็นห่วง  ซึ่งเธอก็ดีใจที่เพื่อนของตนเริ่มเอาใจใส่คนรอบข้างมากขึ้น  อย่างน้อยก็จดจำชื่อของบ่าวภายในบ้านได้ทั้งหมด

                ความสุขนั้นอวลไปทั่วบ้านสกุลหวังพร้อมแผ่นหลังที่คุ้ยเคยอยู่ลิบๆ หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัยแต่ก็เลิกสนใจเพราะตอนนี้เธอว่างงานเกินไปแล้ว ร่างโปร่งยิ้มใสก่อนจะเริ่มเตรียมการสอนทันที

                สถานที่เรียนคือเก๋งกลางน้ำที่เดิม วันนี้อากาศสดใส หลินจินฮวาค้นพบว่าความสามารถทางการดนตรีของคุณหนูสกุลหวังนั้นเป็นเลิศอย่างน่าชื่นชม  หวังชุนหลันใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการจดจำเสียงของแต่ละสาย และเพียงชั่วโมงกว่าๆต่อจากนั้นก็เริ่มเล่นเป็นเพลงได้อย่างน่าประทับใจ

                หวังชุนหลันกำลังดีดกู่เจิงอย่างตั้งใจโดยมีหลินจินฮวาคอยดูอยู่ไม่ห่าง  ท่ามกลางสายลมอ่อนๆที่พัดโชยและใบไม้ที่พัดปลิวแตะผิวน้ำ  ท้องฟ้าอันสดใสไร้เมฆบดบัง  สองอิสตรีผู้งามล้ำนั้นดุจเทพธิดาแห่งมวลบุปผา หนึ่งนั้นงดงามอ่อนหวานสมชื่อ ส่วนอีกหนึ่งงดงามแปลกตามองอย่างไรก็มิเบื่อ มาดมั่นแข็งแกร่งหากแต่อ่อนโยนยิ่งนัก 

                ช่วงนี้คุณหนูสกุลหวังดูจะมีความสุขเป็นพิเศษ ซึ่งเธอก็พอจะรู้ว่าท่านหัวหน้าหน่วยผู้ลือชื่อนั้นเริ่มเข้าหาลุงหวังซือหานอย่างจริงจังแล้ว  เจ้าของแผ่นหลังที่คุ้นเคยนั่นคงจะเป็นเหอหย่งฉีแน่ๆ  ตอนนี้เหลือเพียงแต่อุปสรรคที่ต้องรับมือคือพวกกลุ่มโจรโพกผ้าดำที่กำลังซ่องสุมกองกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับกองคาราวานสินค้าทั่วแผ่นดิน

                สารภาพตามตรงว่าเธอไม่พอใจสักเท่าไร...เหอหย่งฉีคือชายชาติทหารที่น่านับถือ  คือกำลังหลักของทัพหมาป่าทะยาน  ผู้นำกองพันทหารราบคว้าชัยมานับสิบสนามรบ กลับต้องมาลาออกเพื่อให้ได้แต่งงานกับหวังชุนหลันตามเงื่อนไข

                เขายังมีอนาคตอีกไกล สักวันต้องสามารถก้าวขึ้นมาเป็นยอดขุนพลได้ไม่ยาก ทั้งที่เธอเป็นคนนอกยังดูออกแล้วทำไมผู้หญิงที่เขารักถึงได้เลือกที่จะละเลยมันเพื่อความสุขของตัวเองกัน

                “ข้าทำได้ไม่ดีหรือ”เสียงหวานของคุณหนูสกุลหวังดังขึ้นเรียกหลินจินฮวาให้ออกจากภวังค์

                “ไม่หรอก  เจ้าทำได้ดีแล้ว  ไม่ได้มีตรงไหนผิดพลาดเลย”

                “แล้วทำไมเจ้าถึงมองข้าแบบนั้น”หวังชุนหลันถามอย่างไม่เข้าใจ

                หลินจินฮวาเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะหัวเราะอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาคมสวยจ้องมองใบหน้างามของคุณหนูผู้เพียบพร้อมแล้วสยายรอยยิ้มจาง 

                เธอรู้ว่าหวังชุนหลันไม่ได้มีเจตนาร้าย  เพียงแต่ความสุขกำลังบดบังสติที่ควรจะมี  บดบังสิ่งที่สำคัญถึงขนาดเป็นชีวิตของคนหนึ่งคนเลยทีเดียว  เหอหย่งฉีเองก็รักคุณหนูผู้เอาแต่ใจคนนี้มากเกินกว่าจะยอมขัดใจ  ถ้าไม่ให้รู้ด้วยตัวเอง  ชีวิตของนายทหารผู้รุ่งโรจน์นายหนึ่งก็คงจะไม่มีโอกาสหวนกลับคืนสู่เส้นทางนี้อีก

                “บางครั้ง...เจ้าก็ควรจะใส่ใจคนอื่นให้มากกว่านี้เสียหน่อยนะ  หวังชุนหลัน”หญิงสาวเอ่ยเบาๆ

                “ข้าไม่เข้าใจ”หวังชุนหลันขมวดคิ้ว  ทั้งที่นางปรับปรุงตัวแล้วเหตุใจหลินจินฮวาจึงยังได้พูดเช่นนี้อีก

                “เจ้าใส่ใจผู้อื่นก็เป็นเรื่องดี  แต่ใส่ใจคนที่รักเจ้าบ้าง”ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนก่อนจะบิดตัวให้คลายเมื่อย“ทั้งๆที่เขารักเจ้าขนาดนั้น  ทำไมถึงได้ทำร้ายเขาเช่นนี้หรือสหายข้า เขารู้จักเจ้าดีทุกอย่าง รู้ใจเจ้าเสมอ  แล้วเจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง...”

                พลันนัยน์ตาคมสวยก็กลับมาสบมองใบหน้างามของหวังชุนหลัน

                “...เช่นว่า  เพื่อเจ้าแล้วเขาต้องเสียสละอะไรไปบ้าง ความรักคือการให้เสี่ยวหลัน  ถ้ามีฝ่ายหนึ่งสักแต่รับแล้วจะมั่นคงได้อย่างไร”หลินจินฮวาเอ่ยยิ้มๆ“จำคำข้าไปคิดดูให้ดี  สหายข้า”

                คุณหนูสกุลหวังมองร่างโปร่งในอาภรณ์พลิ้วไหวสีเขียวอ่อนอย่างไม่เข้าใจ หญิงสาวนึกทบทวนกับตัวเอง ทุกคำที่หลินจินฮวาเอ่ยนั้นล้วนแต่ให้คิด  นางจะไม่บอกหรือชี้แจงตรงๆ

                พลันความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว...

                หัวหน้าตระกูลพ่อค้าจะตายไม่ได้  เพราะสกุลหวังคือศูนย์รวมการค้าแลกเปลี่ยนระหว่างเหวินเจี้ยนและแว่นแคว้นแดนใต้ทั้งหมด หากสิ้นผู้นำแล้วย่อมมีแต่ความวุ่นวาย  เพราะเป็นเช่นนั้น...

                “พี่ฉี...”หวังชุนหลันเอ่ยเสียงแผ่วเบา  ถ้อยคำอันหนักแน่นของเขายังคงตราตรึงในความทรงจำ

                หากการที่ข้าออกจากทัพหมาป่าทะยานจะสามารถทำให้ข้าอยู่เคียงคู่นางได้ตลอดชีวิต ข้าก็จะทำ

……………………………………

                ในคืนเดือนมืดอันเงียบงันและมืดมิด  มีเพียงดวงดาวส่องแสงระยับบนฟากฟ้ารัตติกาลที่ให้ความสว่างเพียงเล็กน้อย  หากภายในความมืดนั้นกลับมีร่างหนึ่งที่กำลังลัดเลาะตามตรอกซอยและกระโดดไปตามหลังคาเป็นครั้งคราว  ร่างสูงชะลอความเร็วลงก่อนจะดีดตัวขึ้นฟ้าแล้วลงมายืนที่ระเบียงของทัพหมาป่าทะยานได้โดยไม่เสียการทรงตัวแม้แต่นิด

                สังเวียนไร้ตะวันยังคงมีเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน  หอนางโลมที่หลินจินฮวาอยากได้หนักหนาและสมควรจะได้รับตามสัญญากลับถูกโกงไปร้อนถึงสังเวียนไร้ตะวันต้องมาจัดการอย่างจริงจัง

                จะปล่อยไปก็ไม่ได้  เพราะในตอนนี้บุปผานั้นกลายเป็นบุคคลสำคัญแห่งสังเวียนไร้ตะวันไปเสียแล้ว เช่นเดียวกับเขาที่ได้สาบานร่วมเป็นพี่น้องอีกคน

                ที่จัดการไปในวันนี้ทำให้ได้อะไรมามากมายทีเดียว...รวมถึงข่าวสารที่เขาต้องการด้วย

                การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผู้ครอบครองสังเวียนไร้ตะวันได้ผลดีมากมาย  ทั้งแหล่งข่าวที่แม่นยำ  กองกำลังที่น่าหวาดหวั่น สังเวียนไร้ตะวันจะสร้างประโยชน์ให้ทัพหมาป่าทะยานได้ไม่น้อยแน่นอน 

                หลินจินฮวารียกเป็นรหัสลับว่า รังการคงอยู่ของรังจะต้องเป็นความลับ  มิอาจแพร่งพรายได้เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกภายในรังที่ไม่เป็นมือสังหารที่วางมือแล้วก็เป็นนักโทษที่ทางการกำลังต้องการตัว และเขาได้ให้คำมั่นสัญญากับอวี้ตงฟาง...พี่ตงไปแล้วว่าแม้จะต้องตายการคงอยู่ของรังก็จะเป็นความลับ

                ชายหนุ่มแค่นยิ้มกับตัวเอง  จะมีที่ไหนกันที่เป็นแหล่งรวมตัวของบุคคลอันตรายไว้มากมายเท่านี้ เป็นแหล่งรวมตัวของเสือที่เก็บเขี้ยวเล็บมิดชิด  อสรพิษที่จำศีลและพญาอินทรีที่สงบนิ่งในรวงรัง

                เหตุผลอันง่ายดายที่ทำให้พวกเขาวางมือ  คือพวกเขาต้องการพักผ่อนร่างกายและจิตใจอันเหนื่อยล้า  และบ้างก็มีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดูแล  มือสังหารไม่อาจมีชีวิตปกติได้  แต่ลูกหลานของพวกเขาสมควรมีโอกาสนั้น

                และหลินจินฮวา...ก็คือผู้เป็นดั่งบุปผาแห่งสังเวียนไร้ตะวันนั้น ถ่ายทอดทักษะในการใช้ชีวิตให้กับเด็กเหล่านั้นอย่างไม่หวงวิชา  หอนางโลมที่นางอยากได้นักหนานั่นล่ะที่จะถูกเนรมิตเป็นแหล่งทำกินของเด็กเหล่านั้น

                อสรพิษดำยิ้มจาง  จะมีใครแปลกประหลาดเท่านางอีกหรือไม่  จะมีใครกันที่ยื่นมือเข้าช่วยคนที่ตนเองไม่เคยรู้จัก  ยอมเสียทั้งเวลา  ทั้งทรัพย์สินเพื่อคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยทำสิ่งใดให้

                ร่างสูงเอนหลังพิงขอบระเบียงแล้วหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ  กลิ่นอายของรัตติกาลที่เขาอยู่กับมันมาทั้งชีวิต  มาจนบัดนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

                แต่แล้วชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วก่อนจะเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่ที่ผ่านหน้าไปอย่างฉิวเฉียด อสรพิษดำมองไปยังเจ้าของกระบี่แล้วขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เจียงเหวินหยางยืนเอามือไพล่หลังด้วยสีหน้านิ่งสนิทราวกับไม่เคยขยับตัวไปจากจุดนั้นเลยแม้แต่นิด

                “เจ้าไปไหนมา”

                “นี่ข้าต้องรายงานการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันให้ท่านรู้ตลอดเวลาเลยหรือ  ข้าโตแล้วนะพี่หยาง”หลิวเฮยเสอเลิกคิ้วกวนอารมณ์  หากแต่หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกลับไม่ได้ขบขันไปด้วย

                “การเคลื่อนไหวของเจ้าแปลกไปจากเดิม อาเสอ”เจียงเหวินหยางว่า“ในช่วงเวลาแบบนี้เจ้าไม่ควรจะออกไปไหนโดยไม่รายงาน แต่นี่เจ้ากลับหายไปเสียเฉยๆ...”

                หลิวเฮยเสอสลายรอยยิ้มไปจากใบหน้า  ในขณะที่ชายหนุ่มผู้อาวุโสกว่าก็เอ่ยต่อ

                “...เจ้ากำลังทำงานให้ใครอยู่ อสรพิษดำ”

                หลิวเฮยเสอยังคงเงียบ เจียงเหวินพยางเดินเข้าไปหาหัวหน้าหน่วยที่แปดแห่งทัพหมาป่าทะยานช้าๆ  ความกดดันจากร่างสูงนั้นทำให้สายลมเริ่มทวีความรุนแรง  อสรพิษดำใช้จิตสังหารต้านไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น

                หัวหน้าหน่วยข่าวกรองขยับยิ้มยากคาดเดา  นัยน์ตาวาวโรจน์ขึ้นมาชั่วครู่หนึ่งก่อนจิตสังหารอันรุนแรงจะกระแทกร่างอสรพิษดำจนเซ  หลิวเฮยเสอกัดฟันกรอด

                “ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง หลิวเฮยเสอ”ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ“เจ้ากำลังทำงานให้ใคร”

                อสรพิษดำยันกายลุกขึ้นมาช้าๆหากแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร คำสัญญาคือสิ่งที่เขารักษาไว้ด้วยชีวิต ต่อทัพหมาป่าทะยานคือความภักดีและการไม่พูดโป้ปด  หากแต่ต่อพี่น้องคือการปกปิดซึ่งตัวตน

                ไม่อาจโกหกได้...เขาจึงทำได้เพียงเงียบ  ไม่พูดสิ่งใดออกมา

                เขาภักดีต่อทัพหมาป่าทะยานเสมอ  ทุกการเคลื่อนไหว  ทุกชีวิตที่สังหารล้วนแล้วแต่เพื่อประโยชน์ของทัพหมาป่าทะยานทั้งสิ้น ซึ่งหลินจินฮวาและอวี้ตงฟางก็เข้าใจและยินดีให้ความร่วมมือ

                เพราะคำมั่นนั้น  แม้ต้องตายเขาก็ไม่อาจตอบคำถามของเจียงเหวินหยางได้

                “ไม่มีวันที่ข้าจะทรยศทัพหมาป่าทะยาน...ไม่มีวัน”ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหนักแน่น“มันคือคำสาบานของข้า”

                แววตาที่แน่วแน่และสีหน้าจริงจังของอสรพิษดำทำให้หัวหน้าหน่วยข่าวกรองพ่นลมหายใจออกมาเบาๆก่อนจะมองผู้ที่ตนถือเป็นน้องชายด้วยสายตา...ผิดหวัง

                “คำสาบานมิใช่เพียงลมปาก อาเสอ”เสียงทุ้มเอ่ย“จดจำคำสาบานของเจ้าไว้ให้ดี”

                หลิวเฮยเสอถึงกับชะงักกับแววตานั้น  ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันกรอดยามมองร่างสูงของเจียงเหวินหยางที่หันหลังเดินจากไป  สองมือกำแน่นก่อนจะคลายออก  อสรพิษดำหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

                “ข้าไม่ได้โปปดท่านแม้เพียงนิดพี่หยาง  ไม่เคยและไม่มีวันทำ”เสียงทุ้มลอยไปตามลม“แต่ข้าบอกท่านไม่ได้  ต่อให้ข้าต้องตายก็ตาม  ข้า...ข้าขอโทษ”

                ยืนอยู่อย่างนั้นเพียงไม่นานหลิวเฮยเสอก่ผ่อนลมหายใจช้าๆก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในเพื่อทำตามจุดประสงค์เดิมที่ได้ตั้งใจไว้  ชายหนุ่มเดินไปยังห้องทำงานของแม่ทัพใหญ่แห่งจวนเฟยหลางแล้วเปิดประตูเข้าไปด้วยสีหน้าจริงจัง

                เฉินอวิ๋นเทียนยังคงเคร่งเครียดกับแผนที่แดนใต้ของเหวินเจี้ยนที่มีร่องรอยการขีดเขียนสัญลักษณ์อยู่ก่อนแล้ว  ชายหนุ่มหันมามองอสรพิษดำเพียงนิด

                “เมืองลี่ถูกพวกมันยึดสำเร็จแล้วขอรับ”หลิวเฮยเสอรายงาน

                ผู้นำแห่งทัพหมาป่าทะยานขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนแผนที่ของเมืองลี่จะถูกขีดทิ้ง เฉินอวิ๋นเทียนวางพู่กันลงก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอสรพิษดำผู้ภักดี

                “อาเสอ”

                “ขอรับ”นัยน์ตาคมกริบเช่นพญาอินทรีสบมองไปหน้าหวานราวสตรีนิ่งงัน

                “คำมั่นของเจ้า...จงรักษามันไว้”ประโยคแรกนั้นทำให้อสรพิษดำหัวใจกระตุกวูบ  หากแต่คำต่อมากลับทำให้หลิวเฮยเสอตาเบิกโพลง  ชายหนุ่มก้มหัวน้อยๆเชิงลาก่อนจะเดินออกมาจากห้องของอสูรร้ายแห่งสนามรบด้วยรอยยิ้มจาง 

หากหลินจินฮวาคือสตรีที่ทำให้ประหลาดใจอยู่บ่อยครั้ง  เฉินอวิ๋นเทียนก็คงเป็นบุรุษที่ยากคาดเดา หลิวเฮยเสอผ่อนลมหายใจเบาๆ   ร่างสูงเดินออกมาที่ระเบียงก่อนจะหายไปกับสายลมอีกครั้ง

.......................................

                ช่วงเวลาตลอดเดือนที่ผ่านมาของหลินจินฮวานั้นแสนสงบสุข...แต่ก็น่าเบื่อไม่น้อยเช่นกัน และที่สำคัญคือนับวันเหล่าบ่าวรับใช้ก็ยิ่งปฏิบัติกับเธอแย่ลงเรื่อยๆ

                เห็นได้ชัดว่าหวังชุนหลันยังไม่สามารถควบคุมบ่าวในบ้านได้  แม้จะทำตามคำสั่งแต่ก็เพียงแค่ที่หวังซือหานผู้เป็นหัวหน้าตระกูลสั่งไว้ก่อนเท่านั้น ยิ่งกับเธอที่ลุงพ่อค้าไม่ได้สั่งให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษพวกเขาก็ยิ่งละเลย  คงจะมีเพียงเสี่ยวจี้ที่ยังเป็นบ่าวที่ดีอยู่

                หลินจินฮวาไม่ชอบพวกเลือกปฏิบัติ และเธอก็หวังอย่างยิ่งว่าเพื่อนของตนจะสามารถเด็ดขาดกับพวกบ่าวในบ้านได้มากกว่านี้  แต่ดูเหมือนจะหวังไม่ค่อยได้สักเท่าไร

                เดี๋ยวนี้มีเพียงวิธีเดียวที่เธอจะไม่ต้องทำอาหารกินเองเวลาหวังซือหานและหวังฮูหยินออกต่างเมืองคือการนั่งร่วมโต๊ะกับคุณหนูสกุลหวัง  ซึ่งในจุดนี้เธอไม่ค่อยพอใจเชียวล่ะ  ไม่มีคำถามใดๆเลยว่าเธอต้องการอะไรหรือไม่  ทั้งที่เมื่อถามแล้วเธอก็จะขอทำเองอยู่ดี

                มันคือหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องถามเธอมิใช่หรือ หากใครคนอื่นเข้ามาเป็นแขกในบ้านแล้วโดนปฏิบัติเช่นนี้คงเอาไปนินทาสนุกปาก  แล้วชื่อเสียงของบ้านสกุลหวังล่ะจะเป็นเช่นไร

                ในโลกเดิม  ถึงแม้จะทำงานเป็นติวเตอร์เสียส่วนใหญ่แต่การเข้าไปตรวจบริษัทเป็นครั้งคราวก็เป็นสิ่งที่เธอและพี่สาวต้องทำ เพื่อคัดพนักงานใหม่  ตรวจคลังสินค้า และหน้าที่อื่นๆตามแต่ที่เธอและพี่สาวจะถนัด

                และคนพวกนี้...บอกเลยว่าไม่ผ่าน เป็นเธอนะไล่ออกไปแล้ว

                วันนี้หวังชุนหลันออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า  เธอที่ไม่มีอะไรทำเลยมานั่งดีดกู่เจิงอยู่ที่ประจำ  หลินจินฮวาเร่งเร้าจังหวะดนตรีอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆผ่อนลง  เปลี่ยนเป็นจังหวะเรียบเรื่อยรื่นอารมณ์และค่อยเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเสียงขึ้นจังหวะสูงต่ำได้อย่างมีชั้นเชิง

หญิงสาวเริ่มเร่งจังหวะอีกครั้งเมื่อผ่านไปได้เกินครึ่งเพลง  และจากจังหวะเรียบเรื่อยก็กลายเป็นรวดเร็วหากแต่ไม่ได้รัวเท่าต้นเพลง  จนเมื่อจบเพลงฝ่ามือเรียวบางก็ผ่อนจังหวะลงก่อนจะไล้มือไปตามสายอย่างอ่อนช้อยและยกแขนขึ้น



                สองแขนวาดเหนือเครื่องดนตรีอย่างงดงามราวกับร่ายรำ เรือนผมสีรัตติกาลที่ปลิวไสว อาภรณ์พลิ้วไหวไปตามสายลมอ่อนที่พัดโชย  แม้จะเป็นเป็นภาพที่ชินตาแต่ก็ยังคงงดงามไม่เปลี่ยนแปลง

                จนเมื่อจบเพลง  หญิงสาวก็ผ่อนลมหายใจก่อนจะยกกู่เจิงที่หนักไม่น้อยเข้าไปเก็บด้วยตนเอง  ผ่านบ่าวนับสิบที่ยังคงจับกลุ่มคุยกันให้เห็นไปเงียบๆโดยไม่เหลียวมองแม้แต่นิด

                ตอนนี้ชุดที่เธอใส่ก็สั่งตัดเองจากภายนอก  ผ้าก็ไม่ใช่ผ้าแพรอย่างดีของสกุลหวังอีกแล้ว  เป็นเพียงผ้าธรรมดาที่หาซื้อได้ทั่วไปเท่านั้น จากการอาบน้ำที่ไม่ได้อาบน้ำอุ่นอยู่แล้วก็ยิ่งต้องให้เสี่ยวจี้ไปหาบอยู่คนเดียว  หลินจินฮวาเลยแก้ปัญหาด้วยการขี่ม้าไปนอกเมืองแล้วอาบตามลำธารเองเสียเลย

               เป็นการประชดเล็กๆตามแบบของเธอ แต่แน่นอนว่าพวกบ่าวรับใช้ก็หาได้สนใจไม่

                เมื่อเก็บเสร็จแล้วร่างโปร่งก็กลับไปนั่งที่สวนดอกไม้เช่นเดิม  หากแต่คราวนี้หวังชุนหลันกลับมายืนรอเธออยู่เสียอย่างนั้น  ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มนั้นมีสีหน้ากังวล

                “สายลมท่ามกลางมวลบุปผาแรงเกินกว่าที่เจ้ามายืนอยู่ตรงนี้กระมัง  เสี่ยวหลัน”หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มจาง

                “จินฮวา...ข้าทำอะไรลงไป”หวังชุนหลันร้อง“ข้าไม่เคยรู้  ข้าไม่เคยรู้อะไรเลย!

                หลินจินฮวาขยับยิ้มกว้างกว่าเดิมก่อนจะมองนัยน์ตาที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอแล้วลูบหัวร่างเล็กเบาๆอย่างปลอบใจ หวังชุนหลันสะอื้นหนักกว่าเดิม

                “พี่ฉี...เขาไม่เคยบอกข้าเลย  ไม่เคยบอกข้าว่ากว่าเขาจะมาถึงตรงนี้ได้เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง  กี่สนามรบ  กี่รอยแผล แล้วเขาก็กำลังจะทิ้งหนทางของตัวเอง...”คุณหนูสกุลหวังเอ่ยเสียงสั่น“...เพราะข้า  เพราะข้าคนเดียว ฮึก...”

                “เรื่องแบบนี้ผู้ชายเขาไม่ยอมบอกเราหรอกนะ  นี่เจ้าไปรู้มาจากไหนกัน”

                “ข้าบังคับให้เขาบอกข้า...ฮึก...”หญิงสาวปาดน้ำตา“เจ็ดปีของเขากำลังจะพังทลายลงเพราะข้า  จินฮวา  ข้าจะทำอย่างไรดี ข้าไม่อยากยกเลิกงานแต่งแต่ก็ไม่อยากทำลายความฝันของเขาด้วย”

                หลินจินฮวาถอนใจ  กว่าคนคนหนึ่งจะไต่เต้าจากนายทหารชั้นผู้น้อยสู่หัวหน้าหน่วยได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เจ็ดปีที่เหอหย่งฉีใช้เพื่อก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ถือว่ารวดเร็วไม่น้อย เรียกได้ว่าสร้างผลงานดีเด่นเลยทีเดียว

                “เจ้าก็ไม่ต้องทำอะไร”หญิงสาวว่า“บางทีจบศึกนี้อาจจะได้คำตอบก็ได้เสี่ยวหลัน เพราะอย่างไรมันก็เป็นหนทางที่เขาเลือกมิใช่หรือ”

                ฝ่ามือเรียวบางปาดน้ำตาบนใบหน้าของสหายแผ่วเบา  ก่อนหวังชุนหลันจะพบว่ามันหยาบกร้านเหลือเกิน  หลินจินฮวามีฝ่ามือที่งดงามหากแต่มีร่องรอยที่บ่งบอกได้ว่าชีวิตที่ผ่านมาได้ทำงานหนักแค่ไหน ความแข็งแกร่งของนางมิใช่แค่ศิลปะการต่อสู้  หากแต่นางคือผู้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตด้วยขาของตัวเอง  โบยบินด้วยปีกของตัวเอง  ไม่ใช่อาศัยปีกของพ่อแม่เช่นตน

                ถึงเวลาที่คุณหนูสกุลหวังจะเริ่มหัดบินอย่างจริงจังแล้ว...

                “จินฮวา...พวกบ่าวละเลยเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่”หญิงสาวร่างเล็กเอ่ยถามอย่างจริงจัง  หลินจินฮวาขยับยิ้มจาง

                “ไม่มีอะไรมาหรอก  ข้าแค่ทำอาหารกินเอง  แบกกู่เจิงลงมาเล่นเอง เก็บเอง แล้วก็ไปอาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติมาได้เกือบสิบวันแล้วล่ะ”

                “ทำไมเจ้าไม่บอกข้า!

                บุปผางามหัวเราะเสียงใส นัยน์ตาคมสวยมองลูกนกน้อยที่เริ่มสยายปีกอย่างอดดีใจไม่ได้  แท้จริงแล้วลูกนกตัวนี้มิใช่ว่าจะไม่มีปีก  เธอมีปีกที่กว้างใหญ่แต่ไม่ได้เรียนรู้ที่จะใช้เท่านั้นเอง

                น่าเสียดายที่เธอคงไม่ได้อยู่เห็นวิหคที่บินต้านกระแสลมอยู่บนฟากฟ้า...

                ในเย็นวันนั้น  เมื่อหวังซือหานกลับมาถึงบ้านก็พบว่าบ่าวรับใช้หายไปเกือบครึ่ง  พร้อมกับหวังชุนหลันผู้เป็นบุตรสาวที่แปลกไปจากเดิม  แววตาของนาง...ชักเริ่มเหมือนอิสตรีจากต่างเมืองมากขึ้นทุกที

                คุณหนูสกุลหวังกำลังเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมอำนาจที่ตัวเองมี  ในครานี้คือคน...และอีกไม่นานสิ่งที่นางต้องเรียนรู้ต่อไปก็คือโลกของเงินตรา

                หลินจินฮวาเพียงแค่ขยับรอยยิ้มอันยากคาดเดา...

…………………………………..

                ในคืนนั้น  หลินจินฮวาออกจากคฤหาสน์เพื่อไปเยือนรังเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์  ข่าวการยึดเมืองฉินของโจรโพกผ้าดำเป็นสัญญาณที่เธอกำลังรอคอย

                หญิงสาวลัดเลาะไปตามเส้นทางเดิมกับที่เคยได้ประมือกับชายแก่ขอทาน  แต่คราวนี้ขอทานที่มาแทนกลับทำให้เธอหลุดหัวเราะอย่างอดไม่ได้  ภาพของชายแก่ในชุดสีตุ่นๆหลวมโพรกกำลังนั่งนิ่งราวกับเป็นรูปปั้น 

                “เจ้าจะลงทุนมากไปหน่อยไหม อาเสอ”เสียงหวานเอ่ยถามอย่างขบขันก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของอสรพิษทำได้อย่างแม่นยำ  นัยน์ตาคมสวยก้มลงมองห่อขนมที่เอวของตน

                เธอเคยท้าชายหนุ่มไว้ว่าถ้าวันใดเขาสามารถขโมยห่อขนมที่เธอผูกไว้ที่เอวไปได้ เธอจะอบพุดดิ้งให้เขากินสิบถ้วย หลังจากนั้นเธอก็ต้องระวังตัวตลอดเวลาที่พกขนมไว้กิน  เพราะมันจะมีมือไวๆแอบมาฉกไปแต่เธอก็คว้าหมับไว้ได้ทุกครั้ง

                เจ้าเด็กเห็นแก่กิน  หลินจินฮวายส่ายหัวอย่างอ่อนใจ

                เสียงถอนหายใจของหลิวเฮยเสอดังขึ้นจากเบื้องหลัง   ชายหนุ่มมุ่ยหน้าน้อยๆก่อนจะแบมือค้างไว้  หญิงสาวหัวเราะเบาๆแล้วแกะห่อผ้าที่เอววางไปที่มือของน้องชาย  ร่างโปร่งเดินไปยังขอทานชราก่อนจะยกเท้าขึ้นมาเล็ง...

                แล้วถีบ...

                หุ่นชายชราที่แกะสลักจากไม้ให้ข้างในกลวงพอที่จะให้คนเข้าไปขดตัวอยู่ข้างในได้  เปลือกนอกลงสีผิวอย่างดีแทบไม่ต่างจากคนจริง หากแต่เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้ว่ามันแข็งและเย็นต่างจากกายมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

                หลิวเฮยเสอเปิดประตูลับแล้วโยนหุ่นไม้ที่ล้มกลิ้งเพราะโดนหญิงสาวถีบลงไปข้างใน  ชายหนุ่มเอื้อมไปสะกิดเส้นด้ายสามครั้งแล้วกระโดดลงไป  หลินจินฮวายักไหล่น้อยๆก่อนจะตามไปด้วยโดยไม่ลืมปิดประตู

                สังเวียนไร้ตะวันที่คึกคักมาวันนี้กลับเงียบสนิท  มีเพียงกลุ่มคนหลายสิบคนที่เข้ามาจับจองพื้นที่อยู่ตามอัฒจันทร์  บ้างก็อยู่ในชุดคลุม  บ้างก็ปกปิดใบหน้า หากแต่หลินจินฮวาก็คุ้นเคยกับพวกเขาดี...ไม่ใช่สิ  เรียกได้ว่าคุ้นเคยกับเด็กๆที่นั่งอยู่กับพวกเขาต่างหาก

                “ท่านบุปผา!”เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยไว้ผมแกละอย่างน่ารักวิ่งเข้ามาหา  หญิงสาวจิ้มแก้มยุ้ยๆอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะรับตุ๊กตาม้าตัวน้อยไว้

                “เดี๋ยวข้าจะสอนเย็บผ้าให้นะ  ลี่เอ๋อ”หลินจินฮวายิ้มจางเมื่อเห็นรอยขาดที่คอของตุ๊กตา  ก่อนนัยน์ตมคมสวยจะมองไปทางด้านหลัง  อิสตรีร่างบอบบางในชุดคล่องตัวคล้ายนินจาก็เดินเข้ามา  เธอปกปิดใบหน้าไว้เห็นเพียงแต่ดวงตาเท่านั้น  หากแต่นัยน์ตาหวานซึ้งของเธอก็ทำให้ได้รู้ว่าใบหน้าภายใต้แถบผ้าสีดำนั้นจะต้องงดงามมากเป็นแน่

                “ท่านแม่  ท่านแม่มาแล้ว!”เด็กหญิงโผเข้าไปหาหญิงสาวทันที  ร่างบางปลดแถบผ้าที่ปิดบังใบหน้าของตนอยู่เผยเห็นใบหน้าอันแสนงดงาม เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางรับเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน

                “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยก่อนจะตระกองกอดร่างเล็กไว้อย่างหวงแหน หลังจากนั้นร่างในชุดแบบเดียวกับหญิงสาวก็ทยอยกันเข้ามา 

                พวกเขาคือหน่วยสืบข่าว  คอยแทรกซึมไปทั่วแผ่นดินเพื่อให้ได้ข่าวที่แม่นยำและถูกต้องมากที่สุด  แต่จะมีเพียงส่วนน้อยในนั้นที่ยอมฝากสายเลือดของตนไว้ที่รังเพื่อออกไปทำตามหน้าที่  และหญิงสาวคนนี้ก็คือหนึ่งในนั้น

                “ลี่เอ๋อเป็นเด็กดีเจ้าค่ะ”หลินจินฮวากล่าวยิ้มๆ  ก่อนจะหันกลับไปมองเพื่อนับจำนวนคน

                หายไปสอง  หญิงสาวขมวดคิ้ว 

                “แทรกซึมอยู่ในกองโจร  กลับมาไม่ได้”อวี้ตงฟางที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายบอก“จุดหมายต่อไปคือเมืองลิ่ว เราควรจะรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุด”

                “เมืองลิ่ว?”หลินจินฮวาขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อของเมืองนี้

                “เจ้าเมืองลิ่วเป็นบิดาของพระชายารองขององค์ชายสามขอรับ”หลิวเฮยเสอบอก  หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ

แผนที่ขนาดยักษ์ถูกกางลงที่พื้นห้องโดยชายฉกรรจ์ร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมเข้ม  มีรอยแผลเป็นยาวตั้งแต่หางคิ้วด้านซ้ายพาดกลางใบหน้าไปจนถึงแก้มขวาทำให้ดวงตาข้างซ้ายบอดสนิท

“สถานการณ์ไม่สู้ดีขอรับ”เขาเอ่ยเสียงเครียด“พวกมันได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอิทธิพลแน่นอน  อภัยให้ข้าด้วย  ข้าไม่สามารถสืบสาวคนบงการพวกมันมาได้”

“ไม่เป็นไร  เจ้ารักษาชีวิตตัวเองไว้ดีกว่า”หลินจินฮวาว่า“กำลังคนล่ะ”

“ราวๆหมื่นได้ขอรับ”

หลิวเฮยเสอขมวดคิ้ว  กองกำลังของกลุ่มโจรโพกผ้าดำมีมากขนาดนี้  การเคลื่อนไหวในการต่างๆย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะรอดพ้นสายตาของทางการ  แต่เหตุใดพวกมันถึงได้สามารถหลบซ่อนตัวจนแทบจะไร้ข่าวคราวเช่นนี้

คนที่สนับสนุนกองโจรโพกผ้าดำเป็นใครกัน ต้องยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหนถึงจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ และการที่สังเวียนไร้ตะวันจะเข้าต่อสู้กับผู้ที่มีอำนาจถึงขนาดนั้น ความสูญเสียจะมากมายเท่าใด

อวี้ตงฟางลูบคางอย่างใช้ความคิด ดูท่าว่าผู้มีอำนาจที่กำลังสนับสนุนกองโจรนี้อยู่จะไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน  คอยอยู่ในที่มืดต่อไปเพื่อตักตวงผลประโยชน์เสียมากกว่า

แล้วเป้าหมายของมันคืออะไร นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มคิดไม่ตก

หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในสามพี่น้องร่วมสาบานมองเมืองแต่ละเมืองที่ถูกขีดทิ้งไปบนแผนที่อย่างใช้ความคิด  ในรังมีคนที่พร้อมจะต่อสู้นับร้อย  แต่เมื่อเทียบกับจำนวนของกองโจรทั้งหมดนั้น  ความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่จะให้ปะทะกันตรงๆ

มีวิธีที่ง่ายกว่า...บางทีการเป็นกองสนับสนุนก็ไม่เลวนัก

“กลุ่มที่สองจะกลับมาเมื่อไร”เสียงหวานถามนิ่งๆ

“อีกสามวันเจ้าค่ะ”หญิงสาวหนึ่งในหน่วยสืบข่าวเอ่ยตอบ  หลินจินฮวาพยักหน้า

“ทันทีที่พวกเขากลับมา ให้รายงานข้าด้วย”บุปผางามเอ่ย“เตรียมกำลังให้พร้อม  อีกสี่วันเราจะออกเดินทาง”

.......................................

เอาละค่ะ ครบเรียบร้อยโรงเรียนดรีม

เจอกันมะรืนนี้นะคะนักอ่านที่น่ารักทุกคน อุอิ

อ้อ ลืมไปเลย!

สปอยล์แห่งความรักไงคะ อุอิ


               “ข้าเลือกแล้วขอรับ”ชายหนุ่มเอ่ยแผ่วเบาก่อนจะหันหลังไปยังหน้าต่าง  อวี้ตงฟางที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างอยู่พยักหน้าอย่างเงียบงัน  ร่างสูงของน้องชายร่วมสาบานที่ขีดเขียนอะไรบางอย่างในกระดาษเพียงครู่

                “บุปผาต้องไม่พอใจแน่”

                “ให้ข้าไปดีกว่าหากข้าอยู่แล้วจะยิ่งทำให้หมาป่าทะยานเสียกระบวน”แม้เสียงที่เอ่ยจะเรียบนิ่งหากแต่เจ็บปวดเหลือเกิน“พี่สาวจะต้องเข้าใจ  และข้าเชื่อว่าท่านจะต้องเข้าใจข้าเช่นกัน”

                “เจ้าไม่เคยเลือกทางที่ตัวเองมีความสุขเลยจริงๆ  อาเสอ”อวี้ตงฟางถอนใจเบาๆ  อสรพิษดำเพียงยิ้มขื่น

                “เพราะไม่ว่าข้าจะเลือกทางไหน ก็ไม่ใช่ความสุขของข้าสักทางมิใช่หรือขอรับ”หลิวเฮยเสอว่าก่อนจะชะงัก


ฉับ!!!

//ย่องหนีไปเงียบๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #1698 ปอม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 15:08
    กรี๊ดดดด

    อีกแล้วนะ อย่าให้เจอแม่จะจับนั่งยางเผาพริกเผสเกลือเลย ชิชิ

    เล่นมาสปอยล์ให้อยากแล้วจากไปตลอดเลย หึ่มๆ
    #1698
    0
  2. #1697 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 07:30
    เกิดเป็นอาเสอนี่อาภัพนัก ไรท์อย่าแกล้งอาเสอได้ปะ!? //สปอยแค่นี้งงนะเนี้ย แต่รู้สึกสงสารอาเสอจับใจ ตอนหน้านี่จะเพิ่มแม่ยกอาเสอใช่ไหมคะ!
    #1697
    1
    • #1697-1 DreamerDoll (@tukkata-narak) (จากตอนที่ 10)
      27 ตุลาคม 2558 / 10:43
      มาได้แกล้งนะคะ ดรีมเอ็นดูน้องงูจะตายไป อุอิ
      #1697-1
  3. #1696 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 06:10
    ไรท์วอนหาระเบิดอีกแล้วใช่ไหม!! หึหึหึหึหึ // ค้นกรุระเบิดเตรียมไปโยนบ้านไรท์ อืมมมม เอาอันไหนดีน้าาา
    #1696
    1
    • #1696-1 DreamerDoll (@tukkata-narak) (จากตอนที่ 10)
      27 ตุลาคม 2558 / 10:44
      ไม่เอาค่ะ ดรีมกลัวแล้วค่าาาา จริงๆนะ><
      #1696-1
  4. #1695 Karn Wangboo (@kw2532) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 06:03
    สงสารอาเสอ สู้ๆนะไรต์
    #1695
    0
  5. #1694 markykkp (@marky_kkp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 01:08
    เอาระเบิดสักลูกมั้ยไรท์เตอร์
    #1694
    0
  6. #1693 BunnyCharm (@00phannita00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 23:49
    อ๊ากกกกก!! ดรีมม! ทำไมทำกับช้านนนด้ายยย~ มานี่เลย ระเบิดน้อยหน่า พุทรา!? ทุเรียน!? มาให้บึ้มแต่โดยดี!! ^_^+
    #1693
    1
    • #1693-1 DreamerDoll (@tukkata-narak) (จากตอนที่ 10)
      27 ตุลาคม 2558 / 08:34
      อย่าทำร้ายดรีมเลยค่ะ ดรีมไม่ได้ทำประกันบ้านไว้
      #1693-1
  7. #1692 paidoi (@hathai09) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 22:50
    สู้ๆนะหนูดรีม รออ่านต่อจ้า
    #1692
    0
  8. #1691 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 22:47
    ใคร ใครมำน้องงูเสียใจ 
    #1691
    0
  9. #1690 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 21:56
    อ๊ากกกก รีบๆมาต่อเลยไร ค้างแรงงงววงงงง
    #1690
    0
  10. #1689 AssasinX25 (@AssasinX25) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 21:29
    #1689
    0
  11. #1688 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 10:24
    โอ้ยยยย อ่านเพลิน ไม่ได้เม้นให้เลยโทดน้าาา หนุกมากเลยอะ รอติดตามเลยจ้า~
    #1688
    1
    • #1688-1 DreamerDoll (@tukkata-narak) (จากตอนที่ 10)
      26 ตุลาคม 2558 / 21:39
      ขอบคุณมากนะคะ ดีใจจังเลยที่นิยายดรีมทำให้อ่านเพลินได้

      ความจริงแค่ยิดวิวกระเตื้องขึ้นมาดรีมก็กรี๊ดลั่นห้องแล้วค่ะ 555
      #1688-1
  12. #1687 MS_LEMON (@tangkwakiku) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 21:11
    เปิดพน.เหมือนกัน
    #1687
    0
  13. #1686 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 20:05
    เค้าก็เปิดพรุ่งนี้ ไม่อยากเปิดเลยอ่ะ ฮือๆๆๆ
    #1686
    0
  14. #1684 modtanoy-at (@modtanoy-at) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 17:18
    เปิดเร็วจัง ข้าน้อยเปิดอาทิตย์หน้าแหน่ะ //รอต่อไป
    #1684
    1
    • #1684-1 DreamerDoll (@tukkata-narak) (จากตอนที่ 10)
      25 ตุลาคม 2558 / 17:40
      อิจฉาจังค่ะ ฮือๆ
      #1684-1
  15. #1683 miss Iu (@zxto2500) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 15:38
    ป้าเลยคำนั้นไปนานแล้วค่ะอยากกลับไปเปิดเทอมจัง อิอิ
    #1683
    0
  16. #1682 BunnyCharm (@00phannita00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 15:17
    หวา~~เปิดเทอมแล้วหรอเนี่ยยย~
    #1682
    0
  17. #1681 PunaLatte (@punamocca) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 14:12
    ช่ายย พรุ่งนี้เปิดเทอมวันนี้เข้าหอ
    #1681
    0
  18. #1680 APRIL (@jamlovenami) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 13:23
    อุ๊บอิ๊บ สงสารอาเสอจริงๆ ทำดีก็ดันถูกกล่าวหา เฮ้อออ
    #1680
    0
  19. #1679 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 13:20
    น้องงูอย่าน้อยใจนะโอ๋ๆ
    #1679
    0
  20. #1678 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 13:01
    ร้องไห้แปป ไรทำร้ายมากอะ
    #1678
    0
  21. #1677 Ohh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 12:54
    ตื่นเต้นมาก จะเป็นอย่างไงต่อ รอติดตามอยู่นะค่ะ
    #1677
    0
  22. #1676 panbutsaba (@panbutsaba) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 10:41
    สนุกกกกกกกรออออออจ้า
    #1676
    0
  23. #1674 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 05:40
    ดรีมชวนให้วางระเบิดอีกละ //ค้นๆหาระเบิด อย่ามาทำให้อยากแล้วจากไปนะ!! Q_Q
    #1674
    0
  24. #1673 BunnyCharm (@00phannita00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 01:10
    พี่ดรีมทำร้ายเด็ก แง๊งงงงงงงงง~~ หนูอยากอ่านๆๆๆ ฮ่าๆ มาลงไวๆน้อ
    #1673
    0
  25. วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 23:46
    ชีวิตเหมือนโดนไรต์ทำร้าย เข้ามานึกว่าอัพแล้ว
    ปรากฎว่ามีแค่เนี้ย 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 ตุลาคม 2558 / 23:47
    #1672
    0
  26. #435 nott299 (@nott29969619) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 07:34
    สรุกมากอ่ะชอบสุดๆ><
    #435
    0
  27. #377 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 10:41
    โห... สวยอ่ะ ไม่เคยเห็นม้าสีนี้เลย

    ดูเปล่งประกายเลอค่ามาก *-*
    #377
    0
  28. วันที่ 14 เมษายน 2558 / 20:23
    เยี่ยมมากคะ สนุกดีคะ
    #314
    0
  29. #231 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 00:29
    สีสวยมาก...ประกายเลย
    #231
    0
  30. #136 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 08:43
    เลิศมาก...
    #136
    0
  31. #131 YUY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 17:24
    ม้าสีนี้สวยมากเลยค่ะ
    #131
    0
  32. #110 ₣lõЯά (@111223) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 03:34
    จะรอตอนต่อไปน๊า สนุกมาก ชอบนางเอกเก่งและมีเสน่ห์
    #110
    0
  33. #109 Nong'Pleum (@babygang02) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 23:08
    สนุกสุโค่ยครับบบบ >.<
    #109
    0
  34. #108 Mhew_happy (@mhew1209) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 22:50
    ต่อออ
    #108
    0
  35. #107 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 22:46
     สนุกดีจ้า  ม้าสวยมาก
    #107
    0
  36. #104 หงส์หยก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 20:55
    รอเหมือนเดิมม รีบๆมานะคะ ^^
    #104
    0
  37. #103 หลินปิงซ่า (@sarasiri2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 20:39
    ติติติติติติติติติติติ..ว่าสนุก  ชมชมชมชมชมชมชมชมชมชมชมชม...ว่ามากกกกกก สรุปแล้วขอบคุณที่แต่งมาได้สนุกมาก รอติดตามนะค่ะ
    #103
    0
  38. #99 คิมดงจุน (@eyelove123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 16:50
    ม้าสวยอ่าาา นางเอกเราจะก่อฮาเร็มไหมนี่555
    #99
    0
  39. #98 จิงใจ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 16:48
    เขียนได้ใจมาก

    รอตอนต่อไปอยู่นะ

    กรุณามาอัฟไวๆ
    #98
    0
  40. #96 kantshi (@kantshi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 11:06
    ในที่สุด ก็ได้เจ้าทรายมาครอง~ มาต่อไวๆนะ เป็นกำลังใจให้จ้าาา
    #96
    0
  41. #95 วิปัสนา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 11:03
    รออ่านทุกวัน คำผิดไม่สนใจ เพราะจินตนาการได้ สู้ๆค่ะ
    #95
    0
  42. #94 j-teana (@j-teana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 10:54
    สนุกมากกกกกกกก มาต่อไวๆนะ
    #94
    0
  43. #92 PiN.VE (@PiN_VE) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 10:22
    มาอัพไวๆ นะ



    #92
    0
  44. #91 YoYoNoi (@yoyonoi39) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 09:36




    ชอบค่ะ รอนะคะ^^


    #91
    0
  45. #90 6861 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 09:02
    ชอบๆ นางเอกเก่งดี
    #90
    0
  46. #89 น้ำผึ้งแสนกวน (@tanatine12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 03:17
    สนุกมากๆๆๆๆ ไรเตอร์คงไม่ว่าอะไรอ่านเสร็จเม้นทีเดียว สู้ๆนะคะ รออ่านต่อไป
    #89
    0
  47. #88 manow.m (@manow-madison) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 03:12
    สนุกมากๆๆค่ะชอบนางเอกเก่งไม่อ่อนแอ.  รอตอนต่อไปนะเจ้าค่ะสู้ๆค่ะ
    #88
    0
  48. #87 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 02:19
    เรารักม้า ชอบมากกกก ห้ามให้ม้าตาย มีเคือง 5555
    #87
    0
  49. #85 Lily of valley (@lily-of-valley) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 01:31
    ขอบคุณคะ สนุกมากคะ
    #85
    0
  50. #83 _KuRoKo_ (@Deitvht1234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 00:33
    สีทราย สวยมากอะ

    แล้วแบบนี้จะชื่ออะไรดีน้าาาา
    #83
    0