ลำนำกระดิ่งหยก(สตรีเหล็กบุกแดนมังกร)

  • 97% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 162,405 Views

  • 1,824 Comments

  • 2,060 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12

    Overall
    162,405

ตอนที่ 7 : ลำนำบทที่ 7 ยามเมื่อเข้าสู่สังเวียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    18 ต.ค. 58

ลำนำบทที่ 7 ยามเมื่อเข้าสู่สังเวียน

หนึ่งนั้นคือบังอาจดูถูกสตรี

ผิดคำมั่นที่มีนั่นคือสอง

สามหมิ่นเกียรติของนักสู้จงไต่ตรอง

อย่าลำพองระวังตนโดนเอาคืน

.................................................


ถามว่าหลินจินฮวาเอาม้ากลับบ้านไปด้วยรึเปล่า  คำตอบคือ “ไม่”

เจ้าเฟย...ม้าของเธอยังต้องเปลี่ยนเกือกม้าและหาบังเหียนชุดใหม่ด้วย ซึ่งอะไรที่ได้มาฟรีๆแบบนั้นแลกกับการฝากม้าเพิ่มอีกสักวัน  เธอมีแต่ได้กับได้

ร่างโปร่งมุ่งหน้าไปยังกระท่อมหลังน้อยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะชะงักฝีเท้าเมื่อภาพของกระท่อมพังๆและร่างไร้ชีวิตของชายฉกรรจ์จมกองเลือดอยู่ตรงหน้า

“อาเสอ!”หญิงสาวร้องออกมาเบาๆก่อนจะรีบวิ่งไปพลิกร่างขึ้นมาดูทีละร่างแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก  ไม่มีอาเสอและอวี้ตงฟางอยู่ในนั้น  แต่ปัญหาคือทั้งสองคนหายไปไหนล่ะ?

หลินจินฮวาพยายามค้นหาร่องรอยที่อาจมีเหลือไว้ก่อนจะเดาะลิ้นอย่างขัดใจว่านอกจากศพสองศพที่เหลือไว้ประดับซากกระท่อมนั้นไม่มีร่องรอยอะไรอยู่...

“เดี๋ยว...”หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อสายตาดันไปเจอกับอะไรที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นร่องรอยร่างโปร่งเดินเข้าไปก่อนจะคุกเข่าลงเพื่อมองให้ชัดขึ้น

รอยสะกิดปลายเท้าจางๆที่แทบจะมองไม่เห็น  แต่มันไม่สามารถรอดไปจากสายตาของหลินจินฮวาคนนี้ไปได้  ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างเธอกับพี่สาว  กุลิสราโดดเด่นเรื่องพละกำลังมากกว่า  แต่เรื่องสายตาและทักษะกลับแพ้น้องสาวเสียอย่างนั้น  อีกหนึ่งความประหลาดของหลินจินฮวาคือเธอเป็นคนละเอียดอ่อน...ที่แข็งกระด้าง อธิบายง่ายๆคือเห็นรายละเอียดยิบย่อยทั้งหมดแต่ไม่ค่อยใส่ใจนั่นล่ะ 

“ไปไหนกันนะ”หญิงสาวขมวดคิ้ว  ระยะห่างระหว่างสะกิดปลายเท้าเล็กๆนี้ห่างกันมาก  อาจเป็นของอวี้ตงฟางที่ร่างกายยังไม่ฟื้นสภาพดีก็เป็นได้

ร่างโปร่งเดินไปตามเส้นทางของร่องรอยนั้น ตามเส้นทางที่คดเคี้ยวขึ้นเรื่อยๆจนเธอต้องค่อยๆเดินอย่างช้าๆเพื่อจดจำเส้นทางให้ขึ้นใจ  ยิ่งผ่านไปมากเข้าร่องรอยก็ยิ่งจางหาย

และหลินจินฮวาก็เบิกตาอย่างตกใจเมื่อมีคราบเลือดปรากฏที่ผนัง  มีสีดำเจือบนอยู่  ไม่ไกลนักมีเข็มซัดสีเงินตกอยู่  ร่างโปร่งรีบวิ่งเข้าไปดูก่อนจะใช้ผ้าหยิบเข็มเงินที่มีคราบเลือดติดอยู่ขึ้นมาดู

“เข็มพิษ?”หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองเบาๆแล้วขมวดคิ้ว  ใครคือคนที่โดนเข็มนี้ไปกัน  หญิงสาวคนงามรีบหาร่องรอยแล้วแล้วเดินไปตามทางอย่างรีบเร่ง  ก่อนจะหยุดฝีเท้าเมื่อร่างผอมแห้งของขอทานชราปรากฏเบื้องหน้า

ร่างในชุดมอซอนั้นนั่งอยู่บนพื้นอิฐนิ่งราวกับไร้ชีวิต  หญิงสาวหรี่ตามองรอยสะกิดเท้าจางๆที่หายไปตรงหน้าชายชราก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อเห็นว่าพื้นที่เขานั่งอยู่นั้นผิดปกติ  พื้นอิฐนั้นนูนขึ้นมาเล็กน้อย  สายตาที่ดีกว่าคนทั่วไปนั้นเห็นความแตกต่างของสีเล็กน้อย

“ท่านลุง...ท่านช่วยลุกไปสักครู่ได้หรือไม่”เสียงหวานถามพร้อมรอยยิ้ม  ชายชราจ้องมองหญิงสาวคนงามนิ่งก่อนจะมองตรงไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยอีกครั้ง

“ท่านลุงเจ้าคะ?”หลินจินฮวาเลิกคิ้วน้อยๆ  จะสะกิดหรือจะดึงแขนร่างกายผมกะหร่องนี้ก็ไม่ขยับเลยแม้แต่นิด  หญิงสาวยักไหล่ก่อนจะเอ่ยขอโทษเบาๆแล้วอ้อมไปด้านหลังชายชรา  สอดแขนไปที่รักแร้ของเขาและ...

“ฮึบ!

ยกขึ้นมาจนตัวลอย...

ชายชราตาเบิกกว้างก่อนจะสะบัดจนหลุดออกมาแล้ววาดฝ่ามือหวังกระแทกหน้าหญิงสาวหากแต่หลินจินฮวาก็หลบได้  ฝ่ามือบางกำแน่นแล้วชกที่ลิ้นปี่ของชายชราจนร่างผอมแต่พละกำลังเกินคาดถึงกับกระเด็นหากแต่เขาก็สามารถกลับมาตั้งหลักได้ในทันที  เธอไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่ายๆรีบพุ่งตัวเข้าไปหาชายขอทานโดยไม่รีรอ

ร่างผอมกะหร่องยกแขนป้องเมื่อคาดไว้แล้วว่าหญิงสาวจะต้องสวนกลับ  หากแต่ร่างโปร่งกลับไม่ได้สวนกลับด้วยหมัดอย่างที่คิด  หลินจินฮวาขยับยิ้มก่อนจะยื่นแขนไปที่ข้างหูของชายชราและตบเข้าที่บ้องหูเต็มแรง

ตุบ!

นัยน์ตาคมสวยมองร่างที่ถึงกับล้มทั้งยืนแล้วยกมือไหว้อย่างถูกต้องตามแบบประเพณีไทยทุกประการ

“กราบขอโทษด้วยนะคะลุง  ไปล่ะ!”เสียงหวานร้องบอก  หญิงสาวลูบฝ่ามือไปที่แผ่นหินอย่างใช้ความคิด  สักครู่เดียวก็ลุกขึ้นแล้วกระทืบเต็มแรง ชายชราตาเบิกโพลงก่อนจะมองร่างโปร่งที่กระโดดลงไปทางประตูลับที่เปิดออกด้วยความตกใจหากแต่ก็ลุกไม่ขึ้นเพราะเสียงวิ้งๆที่ดังก้องในหูและสายตาที่พร่ามัว  ร่างผอมกัดฟันคลานไปที่ประตูอิฐที่เปิดค้างเอาไว้เพื่อสั่นกระดิ่งเตือนถึงผู้บุกรุก  ฝ่ามือเหี่ยวย่นพยายามควานหาอย่างไรก็ไม่เจอ

และชายชราก็ต้องเบิกตาโพลงอีกครั้ง  หญิงสาวคนงามที่ลงไปถึงข้างล่างแล้วกำลังห่อกระดิ่งสีหม่นอันจิ๋วไว้ในห่อผ้าอย่างทะนุถนอม  เส้นด้ายที่เชื่อกระดิ่งแต่ละเส้นนั้นไวต่อการสั่นสะเทือนมาก  ใช่ว่าคนธรรมดาทั่วไปจะสามารถปลดออกมาโดยไม่ให้สั่นได้  แต่ตอนนี้ระบบกลไกที่เคยภาคภูมิใจกำลังถูกทำลายลงเมื่อหลินจินฮวาค่อยๆปลดเส้นเชือกออกมาช้าๆแล้วคลายออกก่อนจะลดมือลงอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อใส่กลับเข้าไปที่เดิม

“เอาล่ะ  หย่อนขนาดนี้ที่เหลือคงไม่สั่นง่ายๆ”เสียงหวานรำพึงกับตัวเอง นี่คือกระดิ่งลูกโซ่ที่เชื่อมต่อแต่ละอันด้วยเส้นเชือก  ถ้าอันหนึ่งสั่น  เส้นเชือกที่เชื่อมกันก็จะทำให้อีกอันสั่นต่อกันไปเป็นทอดๆได้อย่างง่ายดายเพราะน้ำหนักที่เบาขนาดแค่เป่าก็ส่งเสียงและขนาดเล็กเท่าปลายนิ้วก้อย  เส้นด้ายของกระดิ่งนี้จะยาวทอดไปตามเส้นทางแล้วกระจุกรวมกันที่ศูนย์กลางที่ใดสักที่ซึ่งมีกระดิ่งหลายๆอันมารวมกัน  เสียงที่เบาแสนเบาเมื่อรวมกันในจุดนั้นย่อมดังพอที่จะได้ยิน

มันคือระบบเดียวกับกระดิ่งเรียกบ่าวภายในบ้านสกุลหวัง  หากแต่บ้านสกุลหวังกลับไม่ได้ใช้เส้นด้ายที่เล็กและตึงขนาดนี้  และไม่ได้ฝังกระดิ่งไว้ในช่องผนังแบบนี้ด้วย  หญิงสาวสบมองดวงตาลึกของชายชราแล้วยิ้มใสก่อนจะก้าวเดินไปตามอุโมงค์ที่มีคบไฟติดผนังทอดยาวต่อไปทันที

อุโมงค์ที่ทอดยาวไปนั้นมีเพียงเสียงฝีเท้าเบาๆของร่างโปร่งของอิสตรีคนงามในชุดบุรุษ  หลินจินฮวาถอนใจเบาๆ  การชกเข้าที่ลิ้นปี่จังๆแบบนั้นทำให้ชายฉกรรจ์ทั่วไปสลบได้ไม่ยาก ถึงจะไม่ได้ชกเต็มแรงก็เถอะ ภายนอกดูเป็นแค่ชายชราที่อ่อนแอแต่แท้จริงกลับมีฝีมือกว่าที่คิด

แต่ยอดฝีมือก็ยอดฝีมือเถอะ  โดนตบบ้องหูเข้าไปขนาดนั้นยังไงก็ต้องล้ม  ขอโทษด้วยนะลุง  หลินจินฮวาคิดก่อนจะเร่งฝีเท้าเมื่อประตูไม้เก่าๆปรากฏเบื้องหน้า

ฝ่ามือเรียวบางผลักเข้าไปเบาๆก่อนเธอจะเบิกตาโพลงแล้วกระโดดถอยหลังอย่างตกใจเมื่อประตูนั้นถูกเปิดผ่างออกโดยชายฉกรรจ์ร่างยักษ์  หญิงสาวขมวดคิ้วก่อนจะเตรียมตั้งท่าทันที

“อาฉือ ถอยออกมา”เสียงหวานหยดเย้ายวนดังขึ้นพร้อมร่างบอบบางในชุดผ้าแพรสีแดงสดจะเดินกรีดกรายเข้ามาแทนที่ร่างยักษ์ที่ถอยออกไป หลินจินฮวาขยับยิ้มเมื่อรังสีอันตรายไม่น่าเข้าใกล้ที่แผ่มาจากหญิงสาวตรงหน้าทำให้สัญญาณอันตรายในหัวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง 

กะจะฆ่ากันเลยสินะ 

นัยน์ตาหวาน  ผิวขาวนวล เครื่องหน้าจิ้มลิ้มได้รูปและร่างกายอันบอบบางนั้นตรงตามแบบฉบับของสตรีงามล่มเมืองแห่งเหวินเจี้ยนทุกประการ  ริมฝีปากบางนั้นเผยรอยยิ้ม...แสยะ

“เจ้าคือคนที่ปลดด้ายกระดิ่งสินะ”

“โอ๊ะโอ”หลินจินฮวายิ้มใส“ข้าโดนใส่ร้าย”

หญิงสาวในอาภรณ์สีชาดหัวเราะเบาๆ  แววตาคมของสตรีตรงหน้าไร้ความหวาดกลัวทั้งยังเป็นประกายกล้า...ราวกับเห็นจิตสังหารของนางเป็นแค่เรื่องสนุก

น่าสนใจ...ไร้วรยุทธ์แท้ๆแต่ร่างกายกับแข็งแกร่งเกินสตรีทั่วไป  และคำต่อมาที่หญิงสาวได้เอ่ยก็ทำให้อิสตรีผู้งามล่มเมืองแปลกใจได้อีกครั้ง

“ใจคอจะให้ข้ายืนคุยตรงนี้หรือไร”หลินจินฮวาถามยิ้มๆพร้อมแววตาที่ท้าทาย และด้วยความถูกชะตาอย่างไรหรือก็ไม่อาจทราบได้  สตรีเบื้องหน้าของเธอกลับทำเพียงยิ้มจางแล้วถอยให้เธอเดินเข้าไป


.............................................


ท่ามกลางเสียงกู่ร้องที่ดังลั่นจนแสบแก้วหูจากผู้ชมบนอัฒจันทร์ล้อมรอบลานประลองหน้าตัดวงกลมที่ยกขึ้นสูง  มีสองร่างกำลังยืนอยู่บนลานประลอง

หนึ่งคือบุรุษหัวโล้นเลี่ยนร่างยักษ์ที่กำลังกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง  ส่วนอีกหนึ่งคือร่างที่สูงเพียงอกของเขาเท่านั้น  ร่างนั้นอยู่ใต้ชุคลุมสีเทาหม่น  ใบหน้าครึ่งบนซ่อนไว้ภายใต้เงาทำให้ดูลึกลับ  รวมกับท่าทางสงบนิ่งยิ่งทำให้เป็นที่สนใจมากกว่าเดิม

“ชีวิตเรานี่มีแต่เรื่องพนันจริงๆ”เสียงหวานเอ่ยกับตัวเองแผ่วเบาพลางนึกไปถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงชั่วโมงก่อน

ภายในห้องกว้างๆที่ทีเพียงชุดเก้าอี้กลางห้องนั้นมีเธอ  ผู้หญิงแปลกๆ(แต่สวยสุดๆ)สวมชุดแดงและผู้ชายร่างมหึมาอีกคน  ท่างกลางบรรยากาศกดดันนั้นหลินจินฮวาก็ยังหมุนถ้วยชาในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์ทั้งที่ในหัวนั้นความคิดกำลังตีกันอย่างบ้าคลั่ง  สงสัยตัวเองว่าทำไมถึงเข้ามาในที่แบบนี้  แล้วทำไมถึงได้ปากกล้าขอเข้ามาในถ้ำเสือแบบนี้

ปากไวใจไม่คิดให้รอบคอบเลยยัยกาญจน์เอ๊ย หญิงสาวบ่นตัวเองในใจ

บนโต๊ะไม้ฝังมุกเนื้องามนั้นมีกระดิ่งอันน้อยวางอยู่  อิสตรีคนงามในอาภรณ์สีแดงจ้องมองกระดิ่งนั้นอย่างครุ่นคิด หญิงสาวนางนี้ต้องมีฝีมือมิใช่น้อยถึงได้สามารถเอากระดิ่งออกมาจากเส้นด้ายได้

แต่สิ่งที่นางหลงลืมคือการคลายเชือกแม้เพียงนิดก็ส่งผลให้กระดิ่งปลายทางส่งเสียงแล้ว แม้จะเพียงแผ่วเบาแต่สำหรับผู้ฝึกฝนวรยุทธิ์ล้วนได้ยินชัดเจน  บางทีหากนางมิได้คลายเชือกออกก็อาจจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการบุกรุกของนางด้วย

ความงามของนางมากเกินพอที่จะใช้เป็นรางวัลสำหรับสังเวียนไร้ตะวัน...หากแต่ฝีมือของนางนั้นจะปล่อยให้เป็นเพียงนางบำเรอก็น่าเสียดาย

“สังเวียนไร้ตะวัน  เข้าง่ายออกยาก”เสียงหวานหยดเอ่ยเนือยๆ“ยิ่งเจ้าบุกรุกเข้ามาจะให้ออกไปง่ายๆก็ใช่ที่”

“ไม่เห็นต้องอ้อมค้อม”หลินจินฮวาว่า“อยากให้ข้าทำอะไรก็ว่ามา”

ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรแอบแฝง แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่เข้าเรื่องก็ทำให้เธอหลวมตัวมานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว  ฉะนั้นในตอนนี้เธอควรจะต้องรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากเธอ

พูดถึงสังเวียนไร้ตะวัน หลินจินฮวาไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยก็จริงแต่ก็พอจะเดาออกว่ามันเป็นสังเวียนใต้ดินที่ไม่น่าจะถูกกฎหมายของที่นี่  และจนตอนนี้เธอก็ยังสงสัยว่าทั้งที่ทางเดินในอุโมงค์มันเป็นทางเดียว  แล้วหลิวเฮยเสอกับอวี้ตงฟางจะไปที่ไหนได้กัน

คงไม่เข้าสังเวียนไปแล้วหรอกนะ หญิงสาวขมวดคิ้ว ยิ่งอวี้ตงฟางที่ยังบาดเจ็บอยู่คงไม่โง่ขนาดนั้นหรอกน่า

“ทำงานให้ข้า”

“ไม่”เสียงหวานตอบกลับโดยไม่หยุดคิดแม้แต่นิด

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรองหรอกนะ”อิสตรีคนงามในอาภรณ์สีแดงลุกขึ้นยืน อาฉือเริ่มหักข้อนิ้วตัวเองดังกร๊อบเบาๆ หลินจินฮวายังคงมีรอยยิ้มประดับที่มุมปาก

เอาก็เอาวะ ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว

“ข้าไม่ทำงานให้เจ้าก็จริง”หญิงสาวว่าต่อ“ส่งข้าลงสังเวียน”

นัยน์ตางามทั้งสองสบกันนิ่ง  ก่อนเสียงหวานหยดจะเอ่ยขึ้นพร้อมร่างบอบบางที่กลับมานั่งลงอย่างไม่รีบร้อน

“ข้าจะได้อะไร”

“พนันว่าข้าจะชนะสิ”หลินจินฮวาเอ่ยเสียงเรียบ“ห้าสนาม เงินจากการพนันแบ่งกันครึ่งๆ กำหนดอัตราส่วนเองตามใจเจ้าเลย”

“ไม่คุ้มค่า”

“แต่ข้าเป็นฝ่ายออกแรง”หลินจินฮวาต่อรองอีกครั้ง“หรือเจ้าจะไม่กล้าเสี่ยง?  แน่สิในเมื่อข้าไม่มีวรยุทธ์นี่นา สตรีเหวินเจี้ยนช่างใจเสาะเสียจริง...”

ฝ่ามือเรียวบางล้วงเข้าไปในเสื้อก่อนจะหยิบมีดเล่มเล็กออกมาอย่างไม่รีบร้อนด้วยแววตานิ่งงัน  จรดมีดลงที่ลำคอแล้วกดลงไปช้าๆ  ริมฝีปากรูปกระจับสยายรอยยิ้มบางเบา

...ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้ข้าตายเสียดีกว่าทำงานให้ใคร

แหมะ...แหมะ...

คมมืดที่กดลึกเรียกให้หยดเลือดสีแดงไหลลงมาช้าๆ  สีหน้าของหญิงสาวนั้นไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่นิด  รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอันแสนงดงาม

และแววตาเหยียดหยันราวกับกำลังจะบอกว่า โง่เขลาเสียจริงที่ปล่อยให้นางตาย

“อาฉือ!

ฉึก!

หลินจินฮวะสะบัดมีดออกจากคอตัวเองแล้วซัดไปปักที่มือของชายร่างยักษ์ที่กำลังจะพุ่งเข้ามาทันที  เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดนั้นไม่ทำให้หญิงสาวเปลี่ยนแปลงสีหน้าแม้แต่นิด

“อย่ามาแตะต้องข้า”เสียงหวานเอ่ยเรียบเย็น

นัยน์ตางามของอิสตรีชุดแดงสะท้อนภาพของร่างโปร่งที่จ้องมองร่างกำยำด้วยแววตาวาวโรจน์ แม้หยดเลือกจะไหลออกจากลำคอที่ถูกกรีดเป็นแผลยาวเป็นสายก็ไม่ได้ทำให้สตรีนางนี้ลดความน่ากลัวลง  กลับกันนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวคนงามยิ่งน่าพรั่นพรึงกว่าเดิม

จะมีใครเล่าที่กรีดคอตัวเองด้วยรอยยิ้ม  ใครหนอจะหาญกล้าท้าทายกับความตายได้อย่างบ้าบิ่นเช่นนี้  แต่เพราะแบบนี้ถึงทำให้ตัดสินใจได้แล้วว่า...ผู้หญิงคนนี้มีค่าพอที่จะเสี่ยง

“หกสิบ สี่สิบ”

“ย่อมได้”หลินจินฮวาขยับยิ้มก่อนจะรับแถบผ้าสีขาวยาวจากฝ่ามือเรียวบางมา  ล้วงไปหยิบยาสมานแผลของอสรพิษดำในเสื้อมาประคบแล้วพันทับด้วยแถบผ้าสีขาวนั้น

กลิ่นฉุนจางๆที่คุ้นเคยทำให้ผู้ต่อรองขมวดคิ้ว  ก่อนจะสลัดความคิดที่ไม่มีทางเป็นไปได้ออกจากหัวแล้วโยนเสื้อคลุมตัวยาวให้  ร่างโปร่งรับมาใส่ก่อนจะเอ่ยอย่างเพิ่งนึกได้

“จริงสิ  จะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไร”อีกฝ่ายนั้นหัวเราะในลำคอเบาๆ

“หงหนี่เหริน(สตรีสีชาด)”เสียงที่เอ่ยนั่นอ่อนหวานยิ่ง“พวกเขาเรียกข้าเช่นนั้น  แล้วเจ้าล่ะ”

หลินจินฮวาขยับยิ้มก่อนจะสวมหมวกคลุมปกปิดใบหน้า  หญิงสาวเดินตามร่างบางที่นำไปก่อนแล้ว  ตามไปยังประตูไม้ใบใหญ่ที่สูงกว่าร่างโปร่งสักสามเท่าได้

“บุปผา”เสียงหวานเอ่ยเรียบนิ่ง“ข้าอยากให้พวกเขาเรียกข้าเช่นนั้น”

หงหนี่เหรินขยับยิ้มอย่างถูกใจก่อนจะผลักประตูออกไป...

..

.

จบการย้อนอดีตเพียงเท่านี้ ชะลาล่า!

หลินจินฮวาถอนหายใจเบาๆก่อนจะล้วงไปหยิบเอาท่อนเหล็กสีดำสนิทในเสื้อออกมาอย่างไม่รีบร้อนแม้ชายฉกรรจ์จะวิ่งเข้ามาหาแล้ว  หญิงสาวสะบัดมือเบาๆท่อนเหล็กนั้นก็ยืดออกกลายเป็นไม้กระบองยาว

ใช้แล้ว...ยืดหดได้  ออพชั่นที่ 1

หงหนี่เหรินเปิดโต๊ะพนันแบบห้าสนาม  คือทายผลมาทีเดียว  เสียเงินทีเดียวและจ่ายเลยทีเดียว อัตราส่วนก็เป็นสามต่อหนึ่งให้ไม่น่าสงสัยมากนัก หลินจินฮวาเองก็พนันข้างตัวเองชนะห้ารอบโดยไม่ต้องคิด  ทองสามชั่งกว่าๆอันเป็นเงินเดือนทั้งหมดที่เหลือก็ถูกวางลงเดิมพันเช่นกัน

 ในสังเวียนไร้ตะวันนั้นน้อยครั้งที่จะมีผู้ฝึกวรยุทธ์มาลงแข่ง ปัญหาในข้อนี้เลยตกไป  เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะในห้ารายชื่อนั้นไม่มีผู้ฝึกวรยุทธ์เลยจากที่หงหนี่เหรินบอกไว้

แพ้ทีหมดตัวแน่ยัยกาญจน์  แต่ก็ใช่ว่าจะแพ้นี่หว่า

ในสังเวียนนี้มีพวกน่ารำคาญอยู่ประเภทหนึ่งที่เธอเกลียดขี้หน้าสุดๆคือพวกแพ้แล้วไม่ยอมทำตามข้อตกลง  ลงพนันไม่คิดหน้าคิดหลัง ซึ่งบางครั้งสิ่งพนันอาจเป็นกิจการของพวกมันเลยก็ได้  และเธอก็ดันต้องตากับของที่พวกมันเอามาใช้พนันนี่สิปัญหา

ในครั้งนี้...อสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเป็นของพนันคือหอนางโลมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กลางเมืองหลิวซี

อยากได้วุ้ย!

อีกเหตุผลที่ทำให้หญิงสาวหมั่นไส้เป็นพิเศษคือเมื่อพวกมันรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงก็ลงข้างคู่ต่อสู้ให้ชนะรวด  อย่างมากๆก็ลงว่าเธอชนะครั้งเดียว  ซึ่งมันเป็นการดูถูกเธออย่างที่สุด

ก็ต้องคอยดูกันต่อไป  แต่ถ้าหากเธอชนะแล้วมันเล่นตุกติก...อยากจะรู้จริงๆว่าเมื่อถึงเวลานั้นสมองอันบรรเจิดจะคิดวิธีบังคับให้พวกมันยอมส่งมอบให้ยังไง

หลินจินฮวาแสยะยิ้ม  ร่างโปร่งวิ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ก่อนจะกระทุ้งกระบองยาวกับพื้นแล้วใช้เป็นหลักเหวี่ยงตัวเองให้ลอยข้ามหัวร่างยักษ์นั้นไปได้  โดยไม่ปล่อยให้เสียเวลาเธอควงไม้กระบองอย่างคล่องแคล่วแล้วฟาดเข้าที่หัวโล้นๆนั้นเบาๆ

ก๊อง!

เสียงโลหะก้องขึ้นน้อยๆ  ร่างโปร่งกลั้นเสียงหัวเราะจนตัวสั่นกับอานุภาพความมันวาวและเสียงก๊องสุดน่ารัก  ร่างกำยำคำรามเมื่อรู้สึกว่าโดนดูถูก  หญิงสาวยืนรอให้อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาอย่างใจเย็น

“อโหสิด้วยนะ”เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาก่อนจะชี้ปลายกระบองเล็งไปที่ใบหน้าของคู่ต่อสู้  ร่างกำยำฉากหลบทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะโจมตี

แต่เขาคิดผิด...

นัยน์ตาคมสวยนั้นเปล่งประกายครู่หนึ่ง  หญิงสาวโยนไม้กระบองขึ้นไปในอากาศแล้วพุ่งเข้าหาชายฉกรรจ์ที่ตาเบิกโพลงอย่างตกใจทันที

เรียวขาบางที่มีกล้ามเนื้อให้เห็นนั้นวาดเข้ากระแทกก้านคอหนาอย่างจัง  ตามด้วยหมัดลุ่นๆที่เสยเข้าใต้คางแล้วจบด้วยฝ่ามือเรียวบางที่รับกระบอกจากในอากาศมาฟาดเข้าที่ใบหน้าของร่างกำยำอย่างแรง

แรงแค่ไหน...?

ไม่แรงมากนักหรอก  แค่เกือบติดขอบสนามเท่านั้นเอง

ตุบ! อั้ก!

“โอ๊ะโอ”หลินจินฮวาควงกระบองในมือไปมาด้วยรอยยิ้ม เดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์ที่พยายามสะบัดหัวอย่างมึนงงแล้วเอ่ยด้วยเสียงอันแผ่วเบา

“ระวังหัวโขก”

พลั่ก! แอ้ก!

เสียงหัวเราะใสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน  หญิงสาวลดขาที่เพิ่งจะถีบร่างยักษ์จนตกเวทีลงก่อนจะเดินกลับไปกลางสนามประลองอีกครั้ง

ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงภายในเวลาไม่ถึงห้านาที...

“คนต่อไป”เสียงหวานเอ่ยขึ้นมา  นัยน์ตาที่ถูกเงามืดบดบังนั้นเปล่งประกาย  รอยยิ้มแสยะที่น่าหวาดหวั่นสยายออกมาโดยไม่มีใครเห็นได้  มองร่างสูงที่เดินเข้ามาในสนามไม่วางตา

ในตอนนี้  เรียกว่าปล่อยผีก็คงไม่ผิดนัก...

ครอบครัวของเธอคือครอบครัวที่อบอุ่น  คนภายนอกคิดแบบนั้นมาตลอด  แต่แท้จริงแล้วใครจะรู้บ้างว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้นเธออยู่ในสภาวะตึงเครียดเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ

บริษัทนำเข้าและส่งออกอุปกรณ์ตกแต่งนั้นแม้จะดูธรรมดา  แต่การส่งออกของบางอย่างนั้นกลับไปขัดผลประโยชน์ของใครหลายๆคน  ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งของที่ถูกขโมยคืนกลับประเทศ  หรือแม้กระทั่งการขนส่งอาวุธเถื่อนเป็นของกลางให้กรมตำรวจต่างประเทศ

ใช่...เพราะครอบครัวทางฝั่งแม่ทุกคนเป็นตำรวจ  เป็นทหาร เป็นหนึ่งในอาชีพที่ขัดผลประโยชน์ผู้มีอิทธิพลมากที่สุด  พ่อของเธอจึงให้การสนับสนุนการขนส่งของกลางระหว่างประเทศอย่างเต็มที่  ส่งเป็นหลักฐานจับนักการเมืองเข้าตารางเป็นว่าเล่น  นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กุลิสราและผกากาญจน์เป็นอย่างทุกวันนี้

เรียนรู้ที่จะต่อสู้ เอาชีวิตรอด เรียนรู้ที่จะตามล่า ก่อนเข้ามัธยมเธอใช้ชีวิตกับตำรวจมาตั้งแต่จำความได้  เรียนและฝึกฝน  กลับบ้านมาอยู่กับอาม่า  วันต่อมาก็เรียนและฝึกฝน  ต่อไปเรื่อยๆ

ถูกปลูกฝังการต่อสู้อยู่ในสายเลือด  กุลิสราคือผู้หญิงที่มีสุดยอดสัญชาติญาณและแข็งแกร่ง  ต่างกับเธอที่เพียงแค่รักความท้าทายและบ้าบิ่น  ก่อนจะถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้หน้ากากของหญิงสาวผู้สมบูรณ์แบบ  เด่นภาษา  กิริยาเยี่ยม  มากความสามารถทั้งเสน่ห์ปลายจวักและการดนตรี  กุลิสราไม่อาจทนชีวิตแบบนั้นทำให้ให้เธอเลือกที่จะเข้าสู้สนามของการแข่งขันกีฬากลางแจ้ง  แต่สำหรับผกากาญจน์  เธอมีความสุขกับชีวิตแบบนั้นดี

เพราะฉะนั้น...วันนี้ขอปล่อยผีหน่อยแล้วกัน 

                สองมือจับกระบองมั่นที่ปลายทั้งสองด้านแล้วหมุนสวนทางดัน  เสียงก๊อกดังขึ้นเบาๆพร้อมหญิงสาวที่หมุนตัวหลบร่างที่พุ่งเข้ามาแล้วฟาดกระบองสามท่อนเข้าที่ใบหน้าของชายฉกรรจ์แล้วถอยออกมาควงอย่างช่ำชอง

ออพชั่นที่ 2 กลายเป็นกระบองสามท่อนได้

นัยน์ตาคมสวยหรี่ลงน้อยๆ  คู่ต่อสู้คนนี้มีดาบใหญ่เป็นอาวุธ  ได้ยินว่ามีฝีมือดีพอสมควรขนาดแต้มต่อทิ้งห่างเธอไปไม่น้อย  เป็นเรื่องดีที่หงหนี่เหรินเปิดโต๊ะแบบทายผลครั้งเดียว  ไม่อย่างนั้นเธอได้ขาดทุนแน่นอน

                ขอบคุณพวกโง่ทั้งหลายที่ไปลงพนันฝั่งอื่นแล้วกันนะ!

                ร่างโปร่งย่อตัวหลบอย่างรวดเร็วพร้อมวาดขาเตะออกแต่อีกฝ่ายก็กระโดดหลบได้  นั่นทำให้เธอนึกชื่นชมความเก่งอาจของเขาในใจ  ชายวัยกลางคนตั้งท่ายกดาบขึ้นมาอีกครั้ง  หลินจินฮวาตัดสินใจเป็นฝ่ายบุกเข้าไปหาด้วยตัวเอง

                หญิงสาวนิ่วหน้าน้อยๆเมื่อแผลที่ลำคอเริ่มแสดงอาการ แต่เพราะเคยเจอที่เจ็บมากกว่านี้มาแล้วเธอจึงเลือกที่จะปล่อยไป  การเสียเลือดมากๆอาจทำให้เธอหมดแรง แต่มากที่ว่าคือต้องเกือบลิตรนั่นแหละ

                ริมฝีปากบางยิ้มแค่นๆ ทำไมเธอถึงได้เกิดมามีร่างกายอันปลกประหลาดแบบนี้กันนะ

                ร่างโปร่งแทงปลายไม้กระบองหวังกระแทกที่ลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ก่อนจะเดาะลิ้นอย่างขัดใจเมื่อเขากระโดดถอยไปอีกทำให้แม้เธอจะเอื้อมจนสุดแขนก็ไม่อาจจะโจมตีได้...

                รึเปล่า...?

                ฉึก!!!

                “อ้อก!”ชายกลางคนกระอักเลือดออกมาคำโต  ดวงตาเบิกโพลงอย่างตกใจ  สองมือจับไม้กระบองที่ในตอนนี้ปลายไม้นั้นมีเหล็กแหลมพ้นออกมากลายเป็นทวนยาว

                หลินจินฮวายังค้างอยู่ในท่าเตะ เพราะเมื่อไปสุดแขนแล้วยังไม่ถึงหญิงสาวจึงตัดสินใจดึงไม้กระบอกกลับมาเพื่อดึงสลักอย่างรวดเร็วแล้วส่งไปอีกครั้งด้วยการเตะที่แม่นยำ

                ออพชั่นที่ 3 มีเหล็กแหลมออกมาจากปลายทั้งสองข้างได้

                นัยน์ตางามมองร่างที่ค่อยๆทรุดลงไปนั่งอย่างช้าๆด้วยแววตาที่วาวโรจน์ภายใต้เงาของเสื้อคลุม  ฝ่ามือเรียวงามจับเข้าที่ปลายกระบองแล้วดึงออกด้วยสีหน้านิ่งสนิท

                หยาดเลือดที่สาดกระเซ็นทำให้หญิงสาวหันหลังเดินออกมาทันที ก่อนหญิงสาวจะมองขึ้นไปยังที่นั่งพิเศษสำหรับผู้ที่ลงพนันสูงที่สุดของวันอย่างท้าทาย

                แหล่งทำกินดีๆแบบนั้น  ฉันต้องเอามันมาให้ได้!!!

…………………………….


ดรีมป่วยและเบลอจนลงผิดตอน...คุณพระคุณเจ้าช่วย 555+

ปวดหัวหนักมากค่ะ เจ็บคอ  มึนๆเบลอๆ เมื่อยไปทั้งตัว คลานมาอัพอย่างมึนๆ

พรุ่งนี้ดรีมจะไปโรงพยาบาลค่ะ ขอหยุดอัพก่อนนะคะ จะกลับมาอัพใหม่ไม่เกินอาทิตย์หน้าค่ะ  ช่วยรอกันหน่อยนะคะนักอ่านที่น่ารักทุกคน อุอิ

ดรีมไม่หายไปไหนหรอกค่ะ แต่อาจจะไปสถิตที่โรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ เย่!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #1819 ลุงเต้ (@AIR_02) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 22:38
    ปริ่มกับนางเอกกก
    #1819
    0
  2. #1639 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 10:56
    ขอให้หายไวๆน้า รอได้จ้ะ
    #1639
    0
  3. #1638 Wipa Poopuak (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 22:41
    หายป่วยเร็วๆนะ
    #1638
    0
  4. วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 20:37
    ขอให้หายไวๆนะคะไรต์รออัพอยู่นะคะ
    #1637
    0
  5. #1636 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 20:15
    รอค่าไรท์ หายไวๆน้า นางเอกเก่งมากเลย จะชนะมั้ยน้า
    #1636
    0
  6. #1635 APRIL (@jamlovenami) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 19:15
    อ๊ายยยย ปลื้มมมม
    #1635
    0
  7. #1633 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 09:11
    รออ อีก 60 % ~
    #1633
    0
  8. #1623 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 23:16
    ดูท่่าจะเจอของดีเข้าแล้ว
    #1623
    0
  9. #1622 SnowwwIceee (@icylovesnow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 22:00
    เจิมมมม
    #1622
    0
  10. #38 คิมดงจุน (@eyelove123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 15:21
    ที่แปด อย่าเพิ่งยอมสิเฮ้ย!
    #38
    0
  11. #37 Dajong Castrol (@castroldajong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 14:54
    สนุกมากคะ!! กรี๊ดดดด ชอบ ชอบบุคลิกนิสัยยางเอก อย่าได้มาดูถูกสตรีเชียว 5555 อินมากไปหน่อย มาอัพต่อไวๆนะคะ ไรท์คนเก่ง
    #37
    0
  12. #36 Pornuch (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 12:54
    สนุกมากคะ มาอัพต่อเร็วๆนะคะ
    #36
    0
  13. #35 nooknok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 12:51
    สนุกมากค่ะ อัพเร็ว ๆนะค่ะ
    #35
    0
  14. #34 ์Nanminipop (@14032540) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 11:54
    มาอัพเร็วๆนะค่ะ
    #34
    0
  15. #33 ลดารชา (@babygibzy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 10:06
    สนุกค่ะ อยากอ่านต่อ
    #33
    0
  16. วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 09:59
    สนุกมากค่าาา
    มาต่อไวๆน้าาไรท์
    สู้ๆจ้าาา
    #32
    0
  17. #31 NeoGenesis (@nutthawat-tun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 07:51
    เอาละสิโดนหามออกไปแน่เลย =w=
    #31
    0
  18. #30 Sudrarat (@Sudrarat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 07:40
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกมาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #30
    0