honsterwill
ดู Blog ทั้งหมด

ฟิคแปล : ถ้าฉันไม่รู้จักเธอ (ยามะยูโตะ)

เขียนโดย honsterwill
    
ในที่สุดก็แปลเสร็จแล้วสำหรับฟิคอิงค์เรื่องที่ชอบที่สุด!!!!!!!!!!!!
เคยอ่านแค่เนื้อเรื่องคร่าวๆ แต่ไม่นึกว่าแปลแล้วจะเจ็บปวดขนาดนี้

;_____; เจ็บปวดจริงๆนะเรื่องนี้ เศร้าเว่อ ยังไม่จบด้วย

คนแต่งแต่งไปได้แค่ตอนเดียวเอง อยากอ่านต่อ ฮืออออออ

ชี้แจงเล็กน้อย
V
V
V
มีคนเคยบอกว่าแฟนจั๊มพ์ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น (ไทย จีน ฟิลิปปิน มาเล อินโด เวียดนาม ฯล) ที่ชอบยามะจังกับยูตี้ส่วนมากเค้าเป็นยูโตะเมะยามะจังเคะ แต่ก็เรียก ยามาจิม่า ซึ่งคนไทยจะต่างไป เรียกนาคายามะ

แต่สำหรับเรื่องนี้ เราอ่านในมุมมองของเราแล้ว เราว่าคนแต่งเป็นยามะยูโตะ(ยามะจังเมะยูตี้เคะ)
ไม่รู้นะ อ่านแล้วรู้สึกอย่างนั้น ก็เลยแปลออกมาในลักษณะยามะยูโตะเต็มที่เลย

แปลแบบมีบางประโยคเดาล้วนๆ คือไม่เข้าใจคนแต่งต้องการสื่อแบบไหน แต่พยายาม
แปลออกมาให้เข้ากับประโยคก่อนหน้าและบรรยากาศตอนนั้น


ใครหลงเข้ามาก็ลองอ่านได้นะจ้า แปลสนองนี๊ดล้วนๆ
แล้วก็ทำโปสเตอร์เพิ่มให้เองเลย อิ___อิ







 

 ฟิคแปลยามะยูโตะ : ถ้าฉันไม่รู้จักเธอ

Author : renaimedore

Translation : honsterwill


 

 


12 กรกฎาคม 2011

เขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเวลาหกโมงครึ่งจากเสียงนาฬิกาปลุกตามปกติ ลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งตัว จัดกระเป๋า และกินข้าวเช้าอย่างรวดเร็ว ใส่รองเท้าเสร็จก็มุ่งหน้าไปขึ้นรถไฟ และต้องยืนรอชิเนนกับเด็กชายอีกคนที่ 4 แยกเพื่อเดินไปโรงเรียนด้วยกัน

“ยามะจัง เร็วเข้า เราจะสายแล้ว”

“ไปเลยเหรอ? อย่าเพิ่งสิ รอยูโตะก่อน”

บางครั้งรถบัสที่ยูโตะนั่งจะมาช้า ชิเนนเองก็รู้เรื่องนั้น และถ้าพวกเขาไปโดยไม่รอจะถูกยูโตะทำหน้าบู้บี้ใส่ เขาควรจะรู้มาก่อนหน้านี้หรือเปล่านะที่มีอะไรบางอย่างแปลกๆเมื่อชิเนนถามอย่างสงสัยว่า

“ยูโตะนี่ใครเหรอ?”

ชิเนนยอมเสียเวลา 5 นาทีในการสาบานว่ายูโตะที่เขารู้จักมีแค่เด็กปี 1 เข้าใหม่ และอีก 5 นาทีในการพยายามทำให้ยามาดะไปโรงเรียนให้ได้ก่อนจะสายมากไปกว่านั้น

บางสิ่งกำลังผิดพลาดไปอย่างมาก เพราะแม้ว่าหลังจากนั้นยามาดะจะตอกย้ำว่าถูกชิเนนล้อเล่นสักเท่าไหร่ ชิเนนก็ยังคงยืนยันว่าเขาไม่เคยรู้จักคนชื่อ นาคาจิม่า ยูโตะมาก่อนอยู่ดี

“ฟังนะ ยูโตะน่ะเป็นรุ่นพี่ของเรา เขาอยู่ในเซเว่นกับพวกเรา อยู่ตั้งแต่ตอนฟอร์มวงเซเว่นครั้งแรกเลย เป็นคนตัวสูง ผอมบางเป็นคนที่ถูกครอบงำง่ายๆด้วยไม้กลองบ้าๆที่เขาเพิ่งซื้อมา”

ยามาดะแทบจะต้องร้องอ้อนวอนให้เชื่อ

“นี่มันไม่ขำแล้วนะชี่”

“ยามาดะ”

ยามาดะหยุดและกลืนน้ำลาย เพราะชิเนนไม่มีน้ำเสียงล้อเล่นเลยสักนิด

“ไม่มีคนชื่อยูโตะในเซเว่นหรือในจั๊มพ์ เชื่อฉันสิ นายโอเคไหมเนี่ย”

ไม่! ไม่ใช่แบบนี้!

ในหัวของเขาเต้นตุบๆและเริ่มเกิดอาการคลื่นไส้ แต่ไม่ใช่หรอก! นี่เป็นแค่ตลกร้าย! ถ้าไปถึงห้องเรียน ยูโตะจะอยู่ที่นั่น กำลังรอและยิ้มให้เป็นปกติ และจะทำการลงโทษชิเนนที่มาตลกร้ายในวันที่มันควรจะเป็นปกติ

“ไปเรียนกันเถอะ”

มันน่าจะโอเค ต้องโอเคกว่าแน่ๆ

แล้วเขาก็คิดผิด มันแปลกประหลาดและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในห้องเรียนก็ดูเหมือนจะสับสนพอๆกับชิเนน ไม่มีใครตอบรับว่ารู้จักคนชื่อ “นาคาจิม่า ยูโตะ” เลยสักคน ไม่แม้กระทั่งเพื่อนที่เคยนั่งข้างๆอย่างซาคาโมโตะ หรือทานากะ อาซามิ ที่เคยชอบยูโตะเมื่อตอนปี 1 กระทั่งอาจารย์ได้เอารายชื่อมาให้เขาดู ถึงได้เห็นว่าไม่มีชื่อนาคาจิม่า หรือ ยูโตะอยู่ตรงไหนเลย

ยามาดะปฏิเสธที่จะไปโรงพยาบาลในวันนี้แล้วก็กลับไปนั่งตามเดิม บทเรียนไม่ได้เข้าหัวเขาเลยสักนิดเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้น ทุกคนรวมหัวกันต่อต้านเขาอย่างนั้นเหรอ? ยูโตะอยู่เบื้องหลังอย่างนั้นเหรอ? ต้องเป็นแบบนั้นแน่... เขาเคยแกล้งยูโตะโดยการเอาผ้าเช็ดมือของยูโตะไปให้เด็กจูเนียร์อย่างไม่ได้ตั้งใจ หรือตอนที่เขากินขนมชิ้นสุดท้ายของยูโตะตอนหมอนั่นไม่เห็น

เขาจะไปหายูโตะที่ที่ทำงาน เพราะแน่นอนว่าคงไม่โดดการซ้อมเต้นเพียงเพื่อแค่จะทรมานเขาหรอก คงจะมาขอโทษ แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง

เว้นเสียแต่ว่ายูโตะไม่ได้มาซ้อม...

“เอาล่ะ ทุกคนออกทะเลกันไปใหญ่แล้วนะ เขาอยู่ไหน?”

ยามาดะถามเมื่อทุกคนต่างก็มาเกมเดียวกับชิเนน เขาได้รับสายตาว่างเปล่าตอบกลับ จากฮิคารุที่มักจะสนับสนุนเขาและยาบุที่คอยเป็นห่วงเขา

“มันไม่ตลกเลยนะ เขาป่วยหรือเป็นอะไรหรือเปล่า? แล้วหมอนั่นมาทำอะไรที่นี่”

ยามาดะบุ้ยไปที่ยูมะ ที่กำลังรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า

“ยามะจัง ไม่มีนาคาจิม่า ยูโตะในจิมุโช นายแน่ใจนะว่าไม่ได้หมายถึงเคนโตะคุง”

ไดกิถามพลางวางมือบนไหล่ของยามาดะอย่างเป็นกังวล

“แล้วยูมะก็เป็นส่วนหนึ่งของวงเรา เขาอยู่มาตั้งแต่เริ่มแรก”

“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ป่วย”

ฮิคารุโพล่งถาม

 

 “ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น นี่แน่ะ... เขาเป็นมือกลองของวงเรา แล้วก็เคย์โตะ เขาสนิทกับเคย์โตะด้วย!

ยามาดะต้องปัดไปที่เคย์โตะอย่างหมดท่า ขอร้องให้ยอมรับ แต่เคย์โตะไม่สามารถเออออไปด้วยได้ เคย์โตะเป็นคนตรงเกินกว่าจะทำอย่างนั้น เคย์โตะเพียงแค่ทำหน้าแปลกใจและกลับไปทำการบ้านต่อเงียบๆ 

   

  “แต่ว่า...”

ยามาดะสำลักคำ การพยายามดันทุรังทำให้ความหวาดกลัวท่วมท้น ได้รับความกดดันพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ และตอนนี้ไม่มีใครสะดวกที่จะพูดอะไรออกมาเลย

“บางทีมันเป็นความฝันหรือเปล่า”

อิโนโอะเสนอและมองไปที่ยาบุอย่างหมดหนทาง

“ไม่! ไม่ใช่ ฉันคงไมได้ฝันมาตลอด 6 ปีแน่นอน”

ยามาดะตะโกน ไม่มีใครสนใจน้ำเสียงที่สิ้นหวังของเขาเลย

“ผิดแล้ว! ต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง นิชิโนะซัง!

ยามาดะหันไปหาครูสอนเต้น รีบเดินไปจับที่หัวไหล่ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าที่ยูโตะไม่มานั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และจะต้องไม่ถูกปั่นหัวในเกมบ้าๆเกมนี้อีก

ยามาดะดูสิ้นหวังเหลือเกิน และหวังว่าทุกคนจะมีสำนึกในน้ำเสียงตอนที่พูด “ยูโตะคือใคร?”

แต่ใครล่ะ?

ยูโตะเป็นใครกันแน่?

“พวกนายไม่ได้กำลังเล่นตลกสินะ”

ยามาดะกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า  

  

“พวกนายไม่รู้ว่าฉันกำลังพูดถึงใครสินะ”

“นายอยากพักผ่อนสักหน่อยไหมยามะจัง”

ไดกิถามอย่างเป็นห่วง ทุกคนมาอยู่รอบตัวเขากันหมดด้วยความกังวล

“นายค่อยซ้อมทีหลังก็ได้”

“ฉัน...”

ยามาดะมองไปยังใบหน้าห่วงใยเขาที่อยู่รอบๆของสมาชิกจั๊มพ์ทุกคน (รวมทั้งคนหนึ่งที่ไม่ควรจะเป็นสมาชิกวงด้วย) เขารู้สึกคลื่นไส้รุนแรงอยู่ภายในและกล้ำกลืนมันลงไป

“บางทีอาจเป็นความคิดที่ดี”

เมื่อกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้าห้อง ตรงไปหานิตยสาร หนังสือรวมภาพ ปฏิทิน ซิงเกิ้ลและดีวีดีเก่าๆ แต่กลับไม่พบอะไรเลย ไม่มีสักอย่างของจอนนี่ที่บ่งบอกว่าเด็กผู้ชายที่ชื่อ นาคาจิม่า ยูโตะ เคยปรากฏอยู่ สิ่งที่จะพิสูจน์ถัดไปก็คืออัลบั้มรูปทั้งหมดในความทรงจำของพวกเขา มันกลับกลายเป็นช่องว่าง ทั้งที่พื้นที่ตรงนั้นควรจะเป็นของยูโตะ รูปที่สะสมมาหลายปีได้หายไปหมด

เขาควานหามือถือ ดูที่ข้อความเข้าเพื่อหาข้อความเพี้ยนๆที่ยูโตะเคยส่งมา แต่มันไม่มี รวมทั้งเบอร์โทรและอีเมล์ก็หายไปด้วย

ทุกๆตารางนิ้วในห้อง หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

ไม่มีเลย

ยามาดะโถมตัวลงกับเตียง รู้สึกหายใจลำบากและเจ็บแปลบภายในอก รอบกายมีแต่ความว่างเปล่า นี่เขาอยู่เพียงลำพังอย่างนั้นเหรอ ทั้งที่ไม่นานมานี้ที่ยังรู้สึกได้ถึงสัมผัสอบอุ่นของยูโตะอยู่เลย ไม่มีทั้งการ์ตูน ไม่มีของที่ระลึก ไม่มีของเล่น ไม่มีรูปภาพ ไม่มีข้อความที่เคยสะสมมาตั้งหลายปี ทุกอย่างมันหายไป

ช่างว่างเปล่าและเดียวดายเหลือเกิน

“ยูโตะ”

ยามาดะกระซิบแผ่วเบา สองมือกุมขมับแน่น

“ยูโตะ... ยูโตะ... ยูโตะ...”

บางทีถ้าเขายังคงเรียกชื่อ ยูโตะอาจกลับมา หรือไม่เขาอาจจะพิสูจน์การมีตัวตนของยูโตะได้

 

 “อินเตอร์เน็ต!!!

เขาพึมพำมองไปยังกรอบรูปแตกๆที่พื้น ภาพแรกที่ถ่ายด้วยกันคือภาพกอดคอกันของเขากับยูโตะ แต่ตอนนี้มีเพียงใบหน้าตอนยิ้มของเขา แต่ด้านซ้ายกลับว่างเปล่า

“ฉันจะหานายให้เจอ ทั้งในแฟนเพจด้วย จะถามโคยาม่าคุง จะไปร้านขายเครื่องดนตรีที่นายชอบไป และจะ...”

แม้จะพูดแบบนั้นแต่ยามาดะก็ไมได้มั่นใจเลย ความจริงที่ถาโถมเข้าใส่บีบคั้นทั้งปอดและหัวใจให้ทำงานลำบาก ไม่มีสิ่งใดหนักหนาสาหัสเท่ากับที่เขาหายูโตะไม่เจออีกแล้ว 

 

ยูโตะไม่ได้อยู่ที่นี่...

ไม่เคยมียูโตะอยู่ที่นี่...

“ยูโตะ”

ยามาดะนอนขดตัวอยู่บนเตียงพร้อมพึมพำชื่อของยูโตะซ้ำไปซ้ำมาเพื่อที่จะได้ไม่ลืม

.

.

.

ยามาดะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาคงไม่เคยพบเจอมาก่อน มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีส่วนที่ถูกตัดหายไปจากชีวิตของทุกคน? เขาแค่ฝันถึงยูโตะ ภาพของหมอนั่นค่อยๆเลือนหายไปทีละนิดในทุกๆเช้าที่ตื่นขึ้น เสี้ยวหนึ่งของการคาดหวังในฝันนั้น คือ ยูโตะมาหาพวกเขา มอบรอยยิ้มสดใสมาให้ พูดเพ้อเจ้อเกี่ยวกับน้องชายที่น่ารักอย่างไรยะ ท้ายที่สุดก็จะพูดถึงกลองที่เป็นของถนัด

ผ่านไป 1 อาทิตย์ ยามาดะกลายเป็นคนกลัวที่จะหลับ แต่ก็ไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรอย่างไร เมื่อมันเป็นเพียงเวลาเดียวที่เขาจะได้พบกับยูโตะ (เขาอยากจดจำน้ำเสียง เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และใบหน้าของยูโตะเอาไว้)

มันเงียบเกินไปไหม? มันหายไปอย่างชัดเจน ทุกอย่างที่เคยย้ำเตือนเขาเกี่ยวกับยูโตะ คราวที่หัวเข่าถลกปลอกเปิกตอนไปเที่ยว ร้านไอศกรีมที่ยูโตะชอบ กระทั่งเรื่องการไปจับตัวด้วงยูโตะก็ชอบเอามาเล่าให้ฟัง

มันเป็นไปได้ยังไงที่รอบข้างเต็มไปด้วยผู้คนมากมายแต่กลับรู้สึกเดียวดายขนาดนี้?

เดียวดายเหลือเกิน

ยามาดะรำพึงขณะนั่งอยู่คนเดียวในความมืด

เหงานะ เหงามากในเวลาที่ไม่มีนาย

 

 เมื่อนึกย้อนไปเพียงแค่ผิวเผินของความคิด ปัดเอาความเจ็บที่เกาะกุมออกไป เขาไม่รู้ว่าทำไม... ยูโตะเป็นเพื่อนของเขาสินะ เป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดสินะ แต่ว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าเป็นนอกโรงเรียนและที่ทำงานพวกเขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย ต่างคนอย่างอยู่มาตลอดไม่ใช่เหรอ?

พวกเขาว่างไม่ตรงกันเสมอ ยามาดะติดงานกับ NYC ยูโตะก็จะยุ่งอยู่กับเคย์โตะ เวลายามาดะอยู่กับไดกิ ยูโตะก็ซ้อมกลอง เขาจำไม่ได้เลยว่ามีช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันจริงๆ นั่นทำให้เขาเจ็บและหวาดกลัวมาก เขาควรจะคิดได้มาตั้งนานแล้วสิ ว่าเขาขาดยูโตะอยู่เสมอ เขาควรจะสังเกตเห็นมัน

 

 แต่...

เขาทำไม่ได้ กระทั่งตอนนี้ก็ทำไม่ได้

สายเกินไป

ยูโตะไปแล้ว

ไปจากชีวิตเขาแล้ว 

 

ชีวิตที่ผ่านมา... ชีวิตที่กำลังจะดำเนินไปต่อจากนี้ จะดำเนินชีวิตต่อไปได้หรือไม่ เขายังอยากรอคอยการกลับมาของยูโตะ แต่ไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ หรือ... มันจะมาถึงหรือเปล่า? คนอื่นๆคงไม่สนใจว่ายามาดะจะรอยูโตะได้หรือไม่ได้ ความหวังแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ เป็นเส้นด้ายจอมปลอมที่จะพาเขาไปหายูโตะซึ่งกำลังรอเขาด้วยรอยยิ้ม

ชีวิตที่ผ่านมาเป็นยังไงก็ต้องดำเนินต่อไปให้ได้!

2 อาทิตย์แล้วหลังจากที่ยูโตะหายไป ยามาดะยังคงย่ำแย่เล็กน้อยแต่ก็บรรเทาไปได้โดยสมาชิก Hey! Say! JUMP พวกเขาทำเหมือนยามาดะเป็นภาชนะลายครามที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อถ้าได้ยินใครก็ตามถามว่า “ยูโตะเป็นใคร” แต่ยามาดะโอเคขึ้นมากแล้ว ยิ้มและหัวเราะได้บนเวที ทำการบ้าน ซ้อมเต้น ดำเนินชีวิตไปตามปกติ ส่องแสงบนเวที กลับมาเป็นไอดอลที่เบ่งบานได้อย่างรวดเร็ว 

 

ทว่าเวลากลางคืนในยามที่ล้มหัวลงกับหมอนและหลับตา น้ำตาที่อัดอั้นตลอดทั้งวันก็ไหลออกมา ในความฝันที่ภาพของเด็กชายคนหนึ่งกับรอยยิ้มสดใสกำลังหายไปอย่างช้าๆ

ยูโตะ...

ยามาดะเป็นไอดอล จะต้องไม่เปิดเผยความอ่อนแอให้คนอื่นรับรู้

.

.

.

  

  10 สิงหาคม 2011

หลายอาทิตย์ผ่านไป Hey! Say! JUMP ประกาศออกซิงเกิ้ลใหม่ มีเพียงยามาดะที่รู้สึกถึงสิ่งสำคัญบางอย่างขาดหายไป เขาไม่แน่ใจว่าเขาควรดีใจกับ Beat line ที่ไม่มียูโตะได้หรือไม่ แต่ลึกๆแล้วเขาชอบเพลงนี้ทันทีที่ได้ฟังครั้งแรก

ทุกอย่างของซิงเกิ้ลนี้เป็นอย่างในฝัน จั๊มพ์แบนด์ไม่มีมือกลอง การถ่ายรูปสำหรับโปรโมตก็ดูท่าทางมีความสุขซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาพยายามไม่สนใจ การจัดซัมมารี่ก็เลวร้ายสำหรับเขามาก แต่ยามาดะก็แสดงสีหน้ามีความสุขกับมันและทำเหมือนว่าเขาสบายดี

และแล้ววันนี้ก็เข้าสู่ 10 สิงหาคม จนได้

 

 “18 แล้วสินะ”

ยามาดะพึมพำกับตัวเอง หยิบแจ๊คเก็ตขึ้นสวมหลังจบซัมมารี่วันสุดท้ายเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน เขาขอยกเลิกรายการพิเศษกับทุกๆคน 

 

“วันนี้วันเกิดใครบางคนเหรอ”

อิโนโอะถามเสียงนุ่ม ยามาดะยิ้ม ลูบหัวเขินๆ

“เปล่าหรอก ฉันแค่คิดเสียงดังไปหน่อย เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“รักษาตัวนะยามะจัง”

อิโนโอะบอกตามหลัง เพราะว่าทุกคนสามารถพูดบางอย่างออกมาได้แล้วในหลายสัปดาห์นี้

คืนนี้ท้องฟ้ากระจ่าง เป็นสิ่งที่ดีและยูโตะก็ชอบแบบนั้น คงไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศในวันเกิดของยูโตะอีกแล้ว ปีก่อนที่ฝนตกหนักเขาจำได้เลยว่ามันแย่มากทั้งที่นึกว่าอากาศจะดี ยูโตะเลยไม่ได้สนุกในวันเกิด

ผ่านไปกว่าชั่วโมงแล้ว ยามาดะก็ยังไม่ถึงบ้าน จะเป็นการมองข้ามเกินไปหรือเปล่าที่ไม่ใส่ใจวันเกิดยูโตะ แม้ว่าคนอื่นจะไม่ได้ร่วมจัดกับเขาแต่ก็ไม่เคยเมินเฉยใส่วันเกิดของยูโตะอย่างนี้ทั้งที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้น การเมินเฉยตอนนี้เหมือนกับการพยายามลืมที่เขาไม่เคยจัดวันเกิดให้ยูโตะอย่างดีๆได้เลย แต่ก็ยังดันทุรังจัดให้  

  

ยามาดะหยุดที่หน้าร้านเบเกอรี่ที่ยูโตะชอบและซื้อคัพเค้ก 6 ชิ้น จากนั้นก็เข้าร้านสะดวกซื้อ เพื่อซื้อเทียนวันเกิดและไม้ขีด เขาเลือกสวนสาธารณะโดยนั่งหน้าน้ำพุ มองดูน้ำไหล พร้อมกับจมลงไปในห้วงความคิด

ยามาดะถอนหายใจ ก่อนเอาคัพเค้กขึ้นมา 1 ชิ้นแล้วปักเทียนวันเกิดลงไป แสงริบหรี่ติดขึ้นมาหลังจากจุดไฟ ยามาดะเอามือป้องเปลวไฟกันสายลมอ่อนๆที่พัดโชย ราวกับความหวังสุดท้ายที่จะสามารถนำยูโตะกลับมาได้

 

 “Happy Birthday to you

เขาร้องอย่างแผ่วเบา น้ำตาคลอ และเจ็บปวด

“Happy Birthday to you, Happy Birthday dear Yuuto… Happy Birthday to you…”

  

  “สุขสันต์วันเกิดนะ”

ยามาดะหลับตาลงไม่ได้อธิษฐานเพื่อยูโตะแต่เพื่อตัวเอง กลับมานะ กลับมาหาฉันเถอะนะ เขาเป่าเทียน ราวกับความหวังดับและถูกปิดผนึก เขาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นเมื่อไม่มีใครอยู่ที่นี่ตอนลืมตา

คัพเค้กเหนียวหวานมีรสขมค้างอยู่ในปาก แต่ยามาดะไม่สนใจและยังคงกัดเข้าปากให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่สนใจว่ามันจะเละเทะยังไง ดวงตาเลื่อนลอยของเขามองไปยังคัพเค้กเหล่านั้น นี่เขากำลังทำอะไร? แล้วใครจะไปกินหมดกัน? และเพื่อนคนอื่นๆก็คงไม่อยากจะฉลองวันเกิดให้กับใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จัก(แม้เขาจะแน่ใจว่าชิเนนจะต้องรีบคว้าขนมไปกินก็ตาม) บางทีนะ... จะให้เด็กๆไปวิ่งเล่นรอบตัวยูโตะ ยูโตะจะต้องชอบ จะต้องคึกคักและมีความสุข เพราะเป็นความสุขที่ฉลองกับเพื่อนที่ดีที่สุด

แล้วอยู่ๆเขาก็ชะงักกะทันหัน ความจริงคือมันเป็นเพียงความคิดโง่ๆสินะ โง่ที่คิดไปเสียไกล ไม่สามารถทำได้แม้แต่การตั้งสติให้ดี ไม่สามารถเก็บรักษาทั้งในความฝัน รอคอยวันแล้ววันเล่ากับบางสิ่งที่อาจไม่กลับมา เขาอยากปล่อยยูโตะไป เพื่อที่จะลืม เพื่อที่จะหยุดยึดติดกับความทรงจำ...

แต่เขาก็ยังต้องการ... ต้องการยูโตะ

ยามาดะเริ่มจ้องมองเค้กอีกครึ่งที่เหลือในมือ รู้สึกไม่สบายและคลื่นไส้ จ้องจนดวงตาเริ่มร้อนผ่าว เพื่อที่จะหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองว่าทำไมดวงตาทั้งสองข้างถึงได้หลั่งน้ำตา เขาสะอึกสะอื้นและเช็ดออก แต่มันก็ยังไหลอีกระลอก ไหลบ่าลงมาจนถึงแก้มหนาและปะปนกับเศษคัพเค้ก

“ยู ฮึก ยูโตะ”  

เขาสะอื้น รู้สึกราวกับโลกรอบข้างจะแหลกสลายและภายในบิดม้วนพังทลาย

“ยูโตะ!!!

.

.

.

.

 

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า”

.

.

.

.

.

2-3 วินาทีที่โลกเหมือนหยุดนิ่งไปพร้อมๆกับหัวใจของเขา

เขารู้จักเสียงนั้น แต่กลัวที่จะลืมตา กลัวว่ากำลังเริ่มฝันอีกครั้ง หรือบางทีเขาอาจจะบ้าไปเอง แต่... สุดท้ายก็มองไป ด้วยดวงตาที่เปิดกว้างและไม่อยากเชื่อว่าจะได้พบกับความอบอุ่นแบบเดียวกับที่คิดและเคยรู้จัก

“ยูโตะ..”

นาคาจิม่า ยูโตะ ยิ้มสว่างสดใสมาที่เขา และยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ ราวกับว่าความโศกเศร้าของเด็กผู้ชายคนหนึ่งตลอดเดือนที่ผ่านมานั้นได้เลือนหายไปหมดสิ้น!!!
 

- END -












จบแค่นี้ จะว่าค้างก็ค้างนะ แต่จะว่าจบก็จบได้เหมือนกัน
เพราะคำอธิษฐานของยามะจังเป็นจริงแล้ว ยูโตะกลับมาแล้ว
ที่เหลือไปเดาต่อเอาเอง ฮือออออออออออออออออ อยากอ่านต่อมากๆๆๆๆ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
T_____________T
แอบสงสารยามะจังงงงงง
แต่ในที่สุดยูโตะก็กลับมา ... T^T
โฮฮฮฮ อยากอ่านต่ออออออออออออออ
พี่มีนแต่งต่อเลยย 55555555555