
บทความ
เรื่อง เวรกรรม
ความจริงแล้ว มนุษย์เราไปยึดติดในสิ่งของที่เราสมมุติขึ้นทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นคน สิ่งของ วัตถุต่างๆ ที่กำหนดขึ้น ทำให้คนในสังคมนั้นมีจริยธรรม ศีลธรรม การปฏิบัติธรรมนั้นเสื่อมถอยลง ทำให้คนเราในสังคมนั้น จิตใจแย่ลงเรื่อยๆ สังคมสมัยนี้จึงกลายเป็นสังคมแห่งวัตถุนิยม เป็นสังคมที่วัดกันด้วยทรัพย์สินเงินทอง ทำให้เรื่องของศีลธรรม จริยธรรมนั้น เป็นเรื่องสุดท้ายของชีวิตที่จะคิดถึง แม้แต่การสวดมนต์ก่อนนอน ในแบบง่ายๆ นั้น ยังหาคนทำคนปฏิบัติแบบนี้นั้น หาได้ยากแล้ว อย่าว่าแต่เรื่องเวรกรรม บุญ บาปเลย ไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ บางคนนั้นถามเลยว่า บาป เป็นตัวอย่างไร คำพูดแบบนี้ มักจะส่อถึงจิตที่หยาบ ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรมผลที่จะตามมาเลย ทำให้สังคมนั้นเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ
คนเราส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันนั้น มักจะรู้จักวัด รู้จักการทำบุญ ก็ต่อเมื่อ ถึงเวลาที่ตนเองนั้นมีความทุกข์ วิตก ปัญหารอบกาย จิตไม่สบาย รวมถึงการเบื่อหน่ายทางสังคม เพื่อนฝูง ความรัก ครอบครัว ฯลฯ ต่างๆ นาๆ ต่างหาทางปลดปล่อย และ โทษเวรกรรมแต่อดีต โดยไม่สนใจว่า ตนเองนั้นทำกรรมอะไรมา ทำให้ใครเดือดร้อนมากแค่ไหน บ้างก็โทษฟ้า โทษดิน ต่างๆ นาๆ แล้วแต่จะนึกคิดได้ แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลยสักครั้ง มีแต่โทษโน้น นี่ นั่น ไปเรื่อยเปื่อย ทั้งๆ ที่สิ่งที่ตนเองได้รับผลกระทบอยู่นั้น เป็นผลพวงมาจากการทำกรรมไว้แต่อดีต ที่ตนเองสร้างไว้ทั้งนั้น กรรม คือ ผลของการกระทำ ดังนั้น กรรมที่กระทบอยู่กับเราทุกวันนี้ นั่นก็เป็นผลมาจากกรมทั้งสิ้น มาเป็นเจ้ากรรมนายเวรในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน คนรู้จัก ล้วนมาจากกรรมที่ทำมาแต่อดีต เป็นตัวกำหนดให้เราต่างได้พบเจอกับสิ่งนั้น ผลของการกระทำเท่านั้น ที่บอกคำตอบได้อย่างชัดเจนที่สุด ทำกรรมอะไรกับใครไว้ ย่อมได้รับผลกรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีกรรมชั่วก็ตาม
กรรม ส่งผลให้ รู้ถึงปัจจุบันและอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น ผลของกรรมที่ตามมานั้นจะอยู่นานหรือมาแค่ชั่วพริบตาเดียวแล้วก็หายไป ล้วนขึ้นอยู่กับ กรรมอีกตัวหนึ่ง คือ กรรมดี ที่พึงได้กระทำไว้ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า บุญ บุญนี้จะให้หมั่นสะสมเอาไว้เพื่อใช้ลดหนี้กรรม ที่เราได้พลาดผิดไป ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม กรรมจากอดีตที่ทำไว้ ก่อให้เกิดความสุข ทุกข์ สมหวัง ต่างๆ นาๆ ฯลฯ บางคนนั้น ในอดีตทำกรรมไม่ดีไว้มากกับคนๆ หนึ่ง ทำให้เกิดมาต้องมาร่วมใช้เวรกรรมที่ทำไว้กับเขา อาจจะมาในรูปแบบของคู่เวรคู่กรรม ที่เราต่างเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง ดังนั้น เจ้ากรรมนายเวร เจ้าคุณนายคุณ ของเราทั้งหลายนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสิ่งที่ไร้ตัวตน หรือมองไม่เห็นเท่านั้น แต่เขาจะมาปรากฏตัว ปรากฏกายในรูปลักษณ์ต่างๆ กันออกไป ด้วยเหตุที่กระทำไว้ และ ด้วยผล ที่ตามมา จึงเป็นที่มาของคำว่า “เวรกรรม”
หลายคน อาจเคยได้ยินในเรื่องของเวรกรรมกันมาบ้าง กรรมที่ส่งผลให้พบเจออุปสรรคปัญหาต่างๆ หรือแม้แต่ คน สัตว์ วิญญาณ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันธ์กับเราทั้งนั้น หนี้กรรมนี้แหละ ที่เราและเขา ต่างต้องมาชดใช้ให้กันและกัน ไม่เราใช้เขา เขาก็มาใช้เรา อาจจะมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งมาในรูปแบบของโชคลาภ บางครามาในรูปแบบของอุบัติเหตุ บาทีก็มาในรูปแบบของคนรัก ที่ทำให้หลายต่อหลายคนคิดว่า เป็นคู่สร้างคู่สม คู่บุญคู่บารมี จนลืมนึกถึงคำว่า คู่เวรคู่กรรม ที่คอยทำให้เราต้องช้ำใจหลายต่อหลายครั้ง ฯลฯ เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วว่าเกิดมาต้องมีเวรมีกรรม เกิดมาต้องชดใช้ หนี้กรรมเก่าก็ยังอยู่ จะหาหนี้กรรมใหม่มาใส่ตัวทำไมกัน เร่งสร้างบุญ สร้างบารมีเอาไว้จะดีกว่า หนี้กรรมที่มีจะได้ลดน้อยลงไป สร้างและใช้เวรกรรมนี้เสียให้บรรเทา ทำบุญเพื่อใช้กรรมเก่าและสร้างกรรมดีไว้รองรับอนาคตที่จะมาถึง ละความไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง ให้คิดถึงอนาคตให้มาก เวลานั้นเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ยิ่งใช้เวลาไปมากเท่าไหร่ เรายิ่งเหลือน้อยลงเท่านั้น ให้เร่งพากันปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ วันที่เรารู้ว่าเรามีหนี้กรรม กรรมดีที่เราสร้างไม่ใช่แค่สามารถลดและบรรเทาหนี้กรรมเก่าได้ ยังเป็นบุญสะสมไว้ใช้ในอนาคตได้อีกด้วย กรรมดี ยิ่งทำยิ่งพอกพูน ยิ่งเพิ่มเติมหมอนหลุม , พัดลมมือถือ
ความคิดเห็น