workurl1test
ดู Blog ทั้งหมด

วิธีแก้ทุกข์

เขียนโดย workurl1test



วิธีแก้ทุกข์

มีใครไม่เคย “ทุกข์”  บ้างไหมค่ะ  เป็นคำถามที่เราน่าจะรู้คำตอบกันดีอยู่แล้วนะคะ  ว่า “ไม่มีหรอก”  เพียงแต่จะทุกข์มาก  หรือทุกข์น้อยเท่านั้น  อีกทั้งเป็นปกติเองของมนุษย์เรา ที่จะเห็นความทุกข์ของตนเองนั้นยิ่งใหญ่กว่าทุกข์ของคนอื่น ๆ มากมายนัก  แล้วทราบไหมคะว่าสิ่งที่ทำให้เราทุกข์นั้น ก็คือตัวเราเอง  เหตุเพราะใจเราไปยึดว่ามันคือ “เรา”  หรือ  “ของเรา” 

ในเวลาที่มีความทุกข์ก็อยากจะให้มันผ่านไปโดยเร็วไว  ไม่ต้องมาอยู่กับเรานาน  ไม่เหมือนความสุข  ที่เหมือนมันอยู่กับเราเพียงชั่วครู่เดียว  เวลาทุกข์เราก็มักจะคร่ำครวญ เจ็บปวด ทุรนทุราย  ในหัวได้แต่คอยคิดว่า ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดกับเรา  ทำไมเรื่องแบบนี้ไม่ไปเกิดกับคนอื่น ทำไมคนนั้นต้องทำกับเราอย่างนี้ ทำไมคนนี้ไม่ทำแบบที่เราต้องการ และอีกหลายทำไม ทำไม และทำไม  ที่เราเฝ้าคิดวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า  แล้วถ้าวันนี้ดิฉันมีวิธีแก้ทุกข์มาแนะนำทุกท่าน  เอาไว้ลองพิจารณาแล้วปฏิบัติดูนะคะ

หากความทุกข์มาเยือน  เป็นเพราะเกิดปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นกับตัวเรา  ให้เราเลิกคร่ำครวญ โวยวาย  แต่หันมามีสติ  คิดตรึกตรองดูว่า  ปัญหาที่เกิดขึ้นแก้ไขได้หรือไม่  หากแก้ไขได้  ก็จัดการแก้ไขไปตามเหตุสมควร  เมื่อนั้นก็ไม่สมควรมานั่งกลุ้ม  แต่ถ้าหากแก้ไม่ได้  ก็เป็นเพราะมันแก้ไม่ได้  ก็ไม่มีเหตุให้เราต้องมานั่งกลุ้มเหมือนกัน และในการแก้ไขปัญหาของคนเรานั้น  ให้อิงตามหลักศีล 5 ก็จะดีนะคะ ศีล 5 จะทำให้เรามีความรู้สึกยับยั้งชั่งใจ ไม่คิดกระทำผิดจนมันล้นออกมาจากกาย

นอกจากนี้ยามเรามีทุกข์ สิ่งที่เราอยากทำ  คือหาความสบายใจ  เราเลยรู้สึกว่า  เราต้องไปวัด  เราต้องทำบุญ  ใส่บาตร ทำสังฆทาน ฯลฯ การทำสิ่งเหล่านี้  โดยตัวการกระทำนั้นเป็นสิ่งดี  แต่เราก็จะรู้สึกสบาย ณ ขณะที่ทำเท่านั้น  หลังจากนั้นเราก็กลับมาทุกข์เหมือนเดิมใช่ไหม  แล้วท่าน ๆ เคยคิดไหมว่าทุกสิ่งที่ทำให้เราทุกข์นั้น  ล้วนแต่เป็นเพราะเราส่งจิตออกนอก  อย่างเรื่องที่ได้ยกตัวอย่างไว้ในวรรคแรก  ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เราเอาใจของเราไปวาง ไปผูกไว้ที่คนอื่นทั้งสิ้น  และในขณะที่เราไปทำบุญใส่บาตร แล้วเรารู้สึกสบายใจ นั่นก็เป็นเพราะเราจดจ่ออยู่กับการกระทำดีของเราเอง  เพียงแต่การกระทำเหล่านั้นมันเป็นการกระทำเพียงชั่วครู่ เราจึงรู้สึกดีเพียงขณะจิตเท่านั้น  ให้ท่านเปลี่ยนวิธีมีสติอยู่กับปัจจุบันของตัวท่านเองดีกว่า  หรือจะว่าง่าย ๆ ก็คือการซอยทุกข์ให้เป็นช่วง ๆ พูดแบบนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ  ลองอ่านตัวอย่างนี้นะคะ  เช่นหากท่านล้างจาน  ก็ให้มีใจจดจ่ออยู่กับการล้างจาน  หยิบจานข้างซ้าย หยิบที่ล้างจานข้างขวา นำที่ล้างจานมาถูที่จาน  คือให้เรามีสติอยู่กับทุกการกระทำของเรา  หากใจเราเผลอไปคิดเรื่องที่เป็นทุกข์อยู่ เราก็ต้องมีสติว่า  อ้อ  เมื่อสักครู่เผลอไปคิดเรื่องที่เรากำลังทุกข์อยู่นะ  แล้วก็กลับมาจดจ่ออยู่กับการล้างจานเหมือนเดิม  ไม่ว่าจะทำอะไรก็ให้ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น ๆ เรื่อย ๆ  แล้วเมื่อเรามาสังเกตอีกที  จะเห็นว่าความทุกข์ของเรานั้นสั้นลงเรื่อย ๆ เพราะเราซอยทุกข์ของเราออกเป็นท่อน ๆ ไม่ได้จมจ่ออยู่กับทุกข์นั้นตลอดเวลานั่นเอง 

          สิ่งที่แนะนำมา  ทราบนะคะว่าทำได้ยากลำบาก  แต่ทุกอย่างต้องเกิดจากการฝึกฝนนะคะ  เจริญสติตัวเองบ่อย ๆ คอยรู้คอยดูแต่ปัจจุบัน  ค่อยเป็นค่อยไป ทำไปเรื่อย ๆ จนเกินความชำนาญ   ไม่ใช่ว่าทำครั้งสองครั้ง พอทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดี ก็เบื่อและล้มเลิก  พอมีทุกข์เข้ามา  ก็จะมาร้องไห้คร่ำครวญกับทุกข์ตัวเองเหมือนเดิม  จมจ่ออยู่กับทุกข์เหมือนเดิม   คนเรานั้นยึดตัวเราเป็นศูนย์กลางของทุก ๆ สิ่งมานาน โดยคิดว่าทุกอย่างต้องขึ้นกับตัวเราเท่านั้น  เวลาเจอเรื่องราวที่ไม่ได้ดังใจ  เราก็ทุกข์กับมันไปเยอะมาก  ดังนั้นเราควรหันมามีสติกันเถิดค่ะ  เมื่อเวลาที่อะไรไม่ได้ดังใจ  เราจะปล่อยและวางมันได้ง่ายและเร็วขึ้น

**********


หมอนหลุม , พัดลมมือถือ

 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น