workurl1test
ดู Blog ทั้งหมด

จิบน้ำชากันมั๊ย?

เขียนโดย workurl1test


จิบน้ำชากันมั๊ย
?

          วันนี้่จะชวนคุณๆ มาจิบน้ำชากัน ที่ใช้คำว่าจิบแทนคำว่าดื่ม เพราะลักษณะนั้นเป็นอาการที่ค่อยๆ ดื่มทีละนิด ไม่ดื่มพรวดๆ หมดถ้วยเหมือนกาแฟหรือเครื่องดื่มชนิดอื่น คนส่วนใหญ่นิยมจิบน้ำชายามที่มีอารมณ์สุนทรีย์ พูดคุยเรื่องเบาๆ ผ่อนคลาย หรือแม้ยามจิบคนเดียวก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สมองได้พัก ได้คิดหรือทบทวนเรื่องดีๆ ไม่นิยมดื่มตอนเครียด หรือกลุ้มใจเพราะถ้าเป็นประการหลังมักจะหันไปดื่มอะไรที่แรงๆ หนักๆ เพื่อไม่ให้ไม่ต้องคิดมากกว่า

          อย่างไรก็ตามนิสัยการจิบชาเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อังกฤษ โดยเฉพาะอังกฤษของเขาจะมีธรรมเนียม จิบน้ำชายามบ่ายกัน ค่อนข้างเป็นผู้ดีไปหน่อย ของไทยเราเพิ่งจะมาฮิตตอนหลังๆ แต่ไม่ถือเป็นประเพณี เพราะพี่ไทยชอบทำตามแฟชั่น ยิ่งตอนชาเขียวกำลังฮิต เราก็บ้าชาเขียวไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มประเภทปั่นชาเขียว เค้กชาเขียว ขนมปังชาเขียว หรือแม้แต่ของใช้ก็ต้องมีกลิ่นชาเขียว ซึ่งก็เว่อร์ไปนิด ชามีหลายประเภทแต่ที่ทราบกันอยู่เอาพอคร่าวๆ มี 6 ชนิดที่สำคัญ คือ

·         ชาดำ

·         ชาเขียว

·         ชาอู่หลง

·         ชาขาว

·         ชาอโรม่า

·         ชาสมุนไพร

          ที่เข้มข้นหน่อยก็ชาดำ เพราะผ่านการหมักใบชามานานพอสมควร คนจีนจะบริโภคชานี้กันมาก ส่วนอังกฤษก็บริโภคชานี้เช่นกัน แต่มักนำมาบดเป็นผงแล้วใส่ถุงกรอง ผสมนมหรือน้ำตาลตามชอบ ชาเขียวที่นิยมกันในขณะนี้ก็มาจากญี่ปุ่นเพราะไม่นิยมหมักเพียงแต่เอามาทำให้แห้งและอบอีกนิด น้ำชาที่ชงจึงเป็นสีเขียว ส่วนชาอู่หลงตอนนี้มีปลูกที่ภาคเหนือบนภูเขาสูงของไทยกันแล้ว ราคาก็ไม่ถูกไม่แพงพอบริโภคได้ ก็น่าภูมิใจกับคนไทยเราที่สามารถผลิตชาอู่หลงแล้วส่งไปจำหน่ายไปทั่วโลก ชาอู่หลงเป็นชาที่มีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับแถมยังมีคุณสมบัติพิเศษต่างจากชาอื่นที่ช่วยสลายพลังงาน ลดความอ้วนได้ มากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่การบริโภคเป็นประจำ ชาขาวนั้นเป็นชาที่ทำจากยอดอ่อนอายุน้อยของต้นชา โดยมากคนเป็นเบาหวานนิยมดื่ม คนไม่เป็นก็ดื่มเพื่อป้องกันได้ ชาอโรม่าจะเป็นชาที่ผสมกับเปลือก ส้มบ้าง ลาเวนเดอร์บ้าง หรือบลูเบอรี่บ้าง เพื่อให้ได้กลิ่นหอมยามจิบ ชื่อก็บอกแล้วว่าเพื่อผ่อนคลาย ส่วนชาสมุนไพรนั้นที่จริงไม่มีส่วนของใบชาเลย แต่เป็นพวกผลไม้ ดอกไม้ สมุนไพรอบแห้ง จะสังเกตได้ว่ามีสีสันสวยงาม ดื่มแล้วก็ได้รสชาติของผลไม้หรือดอกไม้ เป็นอารมณ์อีกแบบ คนที่นิยมดื่มก็คือคนที่ชอบจริงๆ เท่านั้น ชาที่ไม่แนะนำให้ดื่มคือพวกชาเกรดต่ำ ราคาถูก เพราะชาพวกนั้นบางยี่ห้อถ้าดื่มมากๆ จะมีพิษต่อร่างกายเพราะมีกรดแทนนิกสูงเป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหาร

   ชาทั้งหลายมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้เพราะมีสารคาเทชิน สารโพลีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารแทนนิก บรรเทาอาการท้องเสีย ยิ่งกว่านั้นถ้าดื่มชาเขียววันละ 2-3 ถ้วยก็จะได้วิตามินซีครึ่งหนึ่งของร่างกายที่ต้องการต่อวัน ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งและยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ชาช่วยป้องกันเส้นเลือดตีบ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผนังเส้นเลือด ขยายหลอดเลือด ช่วยลดความดัน ยังป้องกันฟันผุได้ด้วย ตอนนี้เราจะเห็นว่ามียาสีฟันบางประเภทผลิตรสชาเขียวออกจำหน่ายด้วย ชาฝรั่งมีวิตามินเคมาก ล้างสารพิษจากบุหรี่ได้ด้วย

   เมื่อชามีประโยชน์มากมาย เราก็มาจิบชากันเถอะ ก่อนอื่นมาดูภาชนะที่ใช้ชงชา ส่วนใหญ่มักจะใช้กาดินเผาหรือกาเซรามิค เพราะจะไม่ทำลายคุณภาพของชา และได้กลิ่นชาแท้ๆ ถ้วยชาก็แล้วแต่ชอบ คนจีนมักใช้ถ้วยชาเล็กๆ หลายๆ ใบ เวลาชงทีก็จะรินใส่ทุกใบแล้วก็จะค่อยๆ จิบ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ ถ้วยเล็กๆ เหล่านั้นจะช่วยพักไม่ให้ร้อนจนเกินไป และสามารถหยิบดื่มได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นคนจีนยังมีพิธีรินน้ำชาให้ผู้ใหญ่เวลามีพิธีสมรส ซึ่งคู่สมรสก็จะได้เงินหรือของขวัญจากผู้ใหญ่เป็นเครื่องตอบแทน คนญี่ปุ่นจะมีวัฒนธรรมเก่าแก่ในการชงชาและดื่มชาเป็นพิธีรีตองมาก ใช้ภาชนะที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ แม้กระทั่งการแต่งกายในพิธีชงชาก็ต้องพิเศษตามไปด้วย แต่ฝรั่งโดยเฉพาะคนอังกฤษเขาจะมีพิธีรีตอง ค่อนข้างหรูพอสมควร ภาชนะที่ใช้ชงและดื่มสวยงามสมฐานะ สู้คนไทยเราไม่ได้ ง่ายๆ อะไรก็ได้ นั่นก็เพราะไม่ใช่ขนบธรรมเนียมประเพณีของเรานั่นเอง

   การชงชานั้นมีเคล็ดไม่ลับคือ

   * ไม่ใช้น้ำเดือด แค่ 80-90 องศาก็พอ ไม่งั้นจะไปทำลายคุณภาพของชาเสียหมด

   * ลวกกาชาก่อนเพื่อให้กาชาอุ่น พร้อมสำหรับใบชา 

   * ใส่ใบชาลงไปในกาประมาณ 25-30% ของกา หรือแล้วแต่ความชอบ อ่อนหรือแก่

   * เทน้ำร้อนลวกใบชาสักครึ่งกาแล้วเทออก เพื่อให้ใบชาขยายตัวออก รวมทั้งล้างสิ่งสกปรกที่อาจติดมากับใบชาได้

   * เสร็จแล้วใส่น้ำร้อนลงไปค่อนกา ทิ้งไว้สักพักจึงรินดื่มหรือจิบได้ตามใจชอบ

ชาที่ชงแต่ละครั้ง สามารถเทน้ำร้อนใส่และดื่มได้อีกสัก 3-4 ครั้ง แล้วจึงค่อยเปลี่ยนใหม่ กากชาที่จะต้องทิ้ง สามารถนำไปตากแห้งแล้วใส่ห่อผ้าเล็กๆ ทิ้งไว้มุมอับต่างๆ ก็จะช่วยดับกลิ่นได้ดี โดยเฉพาะในรองเท้าหุ้มส้น ที่ค่อนข้างมีกลิ่นเป็นพิเศษ เพราะกากชาช่วยหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ดี

   สิ่งที่ไม่ควรลืมสำหรับผู้ชมชอบชาก็คือ

   * อย่าดื่มก่อนนอน เพราะอาจนอนไม่หลับ

   * อย่าดื่มขณะกินยา เพราะจะทำให้คุณสมบัติของยาลดลง

   * อย่าดื่มเมื่อมีไข้สูง เพราะในใบชามีสารเพิ่มความร้อนในร่างกายอยู่แล้ว

   * อย่าดื่มตอนร้อนจัด 

   * อย่าดื่มเมื่อไตไม่ปกติหรือเป็นโรคหัวใจ เพราะมีสารกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นแรงเร็ว

   * อีกข้อก็คืออย่าดื่มเมื่อกระเพาะอักเสบ สารบางชนิดเป็นอันตรายเมื่อกระเพาะมีแผล

   ฉะนั้น การจิบชาสบายๆ กับชาที่มีคุณภาพดีๆ คู่สนทนาดีๆ คุยเรื่องสนุกๆ ไม่แต่จะทำให้คุณผ่อนคลายสบายใจ ไม่เครียดแล้ว ยังสบายกายด้วย แค่นี้วันทำงานหรือวันพักผ่อนของคุณก็จะมีความสุข มีสมองที่โปร่งใส สามารถคิดและทำสิ่งดีๆ ได้อีกมากมายค่ะ.
หมอนหลุม , พัดลมมือถือ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น