workurl1test
ดู Blog ทั้งหมด

เมื่อลูกน้อยเป็นหวัด

เขียนโดย workurl1test




เมื่อลูกน้อยเป็นหวัด

  เชื่อว่าความรู้สึกของพ่อแม่ที่เกิดเวลาลูกป่วย ร้อยทั้งร้อยอยากป่วยแทนลูก มันทั้งกังวล กลุ้มใจ เป็นห่วง สงสาร กลัว สารพัดจะรู้สึก แล้วพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกเอง นอกจากความไม่สบายใจยังต้องเจอกับภาวะเหนื่อยล้าทางกายด้วย เมื่องานก็ต้องทำ  และลูกก็ต้องดูแล อย่าหวังว่าจะได้หลับได้นอน ถ้าลูกป่วยหนักขนาดต้องนอนโรงพยาบาล ยิ่งน่าสงสารทั้งคนไข้และคนเฝ้าไข้ เด็กยิ่งเล็กเวลาป่วยยิ่งน่าสงสารเพราะเขาพูดไม่ได้ว่าไม่สบายตรงไหน เป็นยังไงบ้าง ต้องอาศัยการสังเกตของคนเลี้ยง และอาการที่เขาจะแสดงออกมา ซึ่งก็จะมีแค่ร้องไห้ ไม่กิน ไข้ ไอ น้ำมูกไหล ถ่ายท้อง ไม่ได้เยอะไปกว่านี้เท่าไหร่


                 โรคที่ผู้ใหญ่อย่างเราเป็นแล้วรู้สึกเล็กน้อยมาก บางคนแทบไม่มีผลกระทบอะไร และก็เป็นกันได้ง่ายๆอย่างเช่นไข้หวัด แต่ถ้ามันเกิดกับลูกตัวน้อยๆของเราแล้วละก็ ไม่เล็กน้อยเลยละ หนักหนาเอาการทีเดียว เริ่มจากอาการไข้ มีได้ตั้งแต่ไข้สูงจนถึงแค่ตัวอุ่นๆรุมๆ ถ้าแค่ตัวอุ่นๆนิดหน่อยไม่ต้องป้อนยาลดไข้ก็ได้ค่ะ ใช้การเช็ดตัวลดไข้ ให้ดื่มน้ำหรือนมบ่อยๆเพื่อช่วยระบายความร้อน และทดแทนน้ำที่เสียไปจากไข้ อาการเด่นเลยคือ จาม น้ำมูกไหล หวัดจะน้ำมูกใสๆค่ะ เกิดจากเชื้อไวรัส แบบนี้ไม่ต้องทานยาฆ่าเชื้อค่ะ

 

จริงๆแล้วหวัดหายได้เอง เด็กที่ทานนมแม่จะหายเร็ว อาจจะเป็นแค่ประมาณ 3-5วัน แต่เด็กที่ทานนมผงก็อาจเป็นถึงสัปดาห์ได้ค่ะ  แต่ถ้าน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองข้น เขียว แสดงว่าโดนเชื้อแบคทีเรียเล่นงานซ้ำ อย่างนี้ต้องไปหาหมอ จ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้ทาน และการทานยาฆ่าเชื้อต้องพยายามทานในเวลาเดียวกันและต้องทานให้หมดตามที่คุณหมอให้มา แม้จะดูว่าอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม ถ้าทานไม่หมด เชื้อที่ยังอยู่ในร่างกายก็จะดื้อต่อยาชนิดนั้น ทำให้เวลาป่วยครั้งต่อไป เราจะกินยาตัวเดิมไม่ได้อีก ต้องเปลี่ยนเป็นยาตัวใหม่ที่แรงขึ้นและแน่นอนแพงขึ้นด้วย

 

ส่วนยาลดน้ำมูกคุณหมอไม่ค่อยจ่ายให้เด็กๆแล้วค่ะ เพราะการที่น้ำมูกไหลเป็นการขับเชื้อออกจากร่างกายตามธรรมชาติ แม้ผู้ใหญ่เราเอง ถ้าไม่มีความจำเป็นหรือน้ำมูกไหลมากจนรบกวนการดำเนินชีวิต ไม่ต้องทานยาลดน้ำมูกก็ได้ค่ะ น้ำมูกจะไหลเยอะในช่วงวันแรกๆ แต่ทดลองด้วยตัวเองมาแล้วว่าน้ำมูกจะแห้งและหมดเร็วกว่าทานยาลดน้ำมูกค่ะ ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ มันทำให้น้ำมูกและเสมหะเหนียวข้นขึ้น อันตรายมากๆในเด็กที่ยังไอเอาเสมหะออกไม่เป็น เพราะเจ้าเสมหะที่เหนียวข้นนี่แหละค่ะ มันจะไปอุดหลอดลมเล็กๆของเด็ก ทำให้ปิดกั้นทางเดินหายใจถ้าไปโรงพยาบาลไม่ทันเสียชีวิตได้เลยนะคะ

 

สังเกตดูเด็กๆเวลาเขาไอ เสียงไอจะอยู่ในลำคอ อย่างมากคือกลืนเสมหะลงท้อง แล้วทำยังไงละคะผู้ใหญ่อย่างเรานี่ยังหงุดหงิดเวลามีเสมหะแล้วมันติดคอ เด็กๆเขาใช้วิธีอาเจียนออกมาค่ะ มักจะเป็นเมื่อไอต่อเนื่องมากๆแล้วก็จะอาเจียนขย้อนเสมหะออกมา หรือไม่ก็หลังทานนมทานข้าว ทีนี้อะไรที่เพิ่งทานเข้าไปก็พากันออกมาด้วย ยิ่งดูน่าสงสารเวลาลูกอาเจียน แต่จริงๆแล้วพอเสมหะออกไปได้ เขาจะสบายโล่งขึ้นค่ะ ลูกตัวเองนี่นอนไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้อาเจียนรดแม่ซะก่อน เรื่องของน้ำมูก แน่นจมูก เสมหะเราก็สามารถช่วยให้ลูกโล่งขึ้นได้นะคะ ด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ  คุณหมอก็แนะนำตลอดว่าให้ทำ  การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือมันจะช่วยให้น้ำมูก เสมหะไม่เหนียวข้น สามารถไหลออกมา หรือสั่งเช็ดออกได้

 

ส่วนเสมหะที่อยู่ในคอก็จะเหลวขึ้น ไม่เหนียวติดคอหรืออุดกั้นหลอดลม อีกอย่างน้ำเกลือจะช่วยลดอาการบวมของเยื่อบุจมูก จากแน่นจมูกก็จะโล่งขึ้นหน่อย อาการตามมาคือ อาการไอค่ะ สาเหตุเกิดได้ทั้งเจ็บคอระคายคอจากหวัดเอง แบบนี้จะไอตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ หรือเกิดจากน้ำมูกไหลลงคอเป็นเสมหะก็กระตุ้นให้มีอาการไอได้ แบบนี้มักจะไอตอนหลับมากกว่าค่ะ แล้วจะช่วยลูกได้ยังไงบ้าง ข้อนี้ตัวเองค่อนข้างจนปัญญาค่ะ ต้องพึ่งคุณหมอ ถ้าไอมีเสมหะมาก คุณหมอก็อาจจะให้พ่นละอองยาให้สูดเข้าทางปากและจมูก เพื่อให้เสมหะอ่อนตัว เพิ่มความชุ่มชื้นในลำคอ อาจจะมียาละลายเสมหะและยาขยายหลอดลมกลับมาป้อนที่บ้าน ลูกจะไอน้อยลงและนอนได้มากขึ้นค่ะ

 

เราก็คอยระวังอาหารหวาน มัน กรอบ ที่จะกระตุ้นให้ไอมากขึ้น อากาศต้องไม่เย็นไป อาบน้ำอุ่น ดื่มน้ำอุ่น ไม่ทานน้ำแข็ง ของเย็นๆ หลีกเลี่ยงพวกฝุ่นควันต่างๆ อีกอาการที่จะเกิดกับเด็กบางคนตอนเป็นหวัดคือ ท้องเสียค่ะ จากเชื้อไวรัสลงกระเพาะ เราต้องสังเกตนะคะว่าถ่ายเป็นน้ำ เป็นเนื้อเหลวๆ รึเป็นมูก ถ่ายวันละกี่ครั้ง ลูกทานนมทานข้าวได้ไหม เพราะการท้องเสียค่อนข้างอันตราย ยิ่งในเด็กเล็กการสูญเสียน้ำจากร่างกายไม่มาก และถ้าทานได้น้อยหรือไม่ได้เลยการขาดน้ำ อาจรุนแรงถึงกับช็อคได้เลยค่ะ สังเกตอาการลูกถ้ากินได้น้อยหรือไม่ได้เลย ไม่เล่น ซึมลง ไม่ฉี่เลยหลายชั่วโมง ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลเลยนะคะ เพราะเด็กอาจจะสูญเสียน้ำมากจนอันตรายได้


                 นอกจากอาการต่างๆที่พูดมา ยังต้องรับมือกับนิสัยของเด็กแต่ละคนด้วยค่ะ บางคนงอแงมาก บางคนน้อย ลูกตัวเองจะโยเยต้องอุ้มกันตลอดเพราะเขาแน่นจมูก หายใจไม่สะดวก และไอเยอะเวลานอนค่ะ อีกปัญหาที่แต่ละบ้านไม่เหมือนกันคือเรื่องลูกทานยายากค่ะ เวลานี้แต่ละครอบครัวจะได้งัดกลยุทธ์ทุกตำราออกมาใช้กัน หลักๆการดูแลเด็กเป็นไข้หวัดคือ  ถ้ามีไข้เช็ดตัวลดไข้ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ระวังเรื่องอาหาร อากาศ สังเกตอาการขาดน้ำถ้าอาเจียนหรือถ่ายท้องเสียมาก ที่สำคัญที่สุดไม่ว่าลูกจะป่วยเป็นอะไร คือ อย่าซื้อยาให้ทานเอง หรือเอายาเด็กอื่นให้ทานแม้อาการป่วยจะเหมือนกัน ยาตัวไหนต้องทานให้หมด ยาตัวไหนทานเมื่อมีอาการต้องสอบถามคุณหมอให้เข้าใจ ก็เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่จะสามารถรับมือกับอาการไข้หวัดของลูกได้สบายขึ้นค่ะ




หมอนหัวทุย , พัดลม USB , หมอนผ้าห่ม

 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น