workurl1test
ดู Blog ทั้งหมด

เมื่อลูกสอบตกทำไงดี

เขียนโดย workurl1test

เมื่อลูกสอบตกทำไงดี

 

การเรียนในสมัยนี้ต่างจากการเรียนในสมัยที่ฉันเป็นเด็กมากๆ ตอนนั้นการเรียนมีเพียง 6 กลุ่มวิชา เลข ไทย อังกฤษ วิทย์ สปช. และ สลน. แต่ปัจจุบันนี้ เด็กระดับประถมกลับต้องเรียนวิชาต่างๆมากมาย เวลาสอบแต่ละครั้ง จะสอบไม่ต่ำกว่า 8 -10 วิชา มีทั้งวิชาพื้นฐาน และวิชาเพิ่มเติม บางวิชาเด็กๆ ก็พร้อมที่จะเรียนรู้ แต่ในบางวิชาก็อยู่นอกเหนือความสนใจของเด็กไปเลย อย่างลูกชายของฉันเป็นเด็กที่เรียนได้ดีพอสมควร แต่วิชาภาษาจีนคือวิชาที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา เรียนแล้วไม่เข้าใจ จำตัวอักษรก็ไม่ได้ จำพินอินก็ไม่ได้ ทำให้ไม่สนุกที่จะเรียนรู้ ทุกๆ เทอมก็สามารถสอบเอาตัวรอดมาได้  จนเทอมที่ผ่านมา เต็ม 20 คะแนน ได้เพียง 5 คะแนน

 

ตอนแรกที่เห็นผลสอบฉันก็เครียดเลย เพราะว่ามืดแปดด้านเหมือนกันไม่รู้ว่าจะช่วยสอนให้ดีขึ้นได้อย่างไร เพราะไม่สามารถอ่านภาษาจีนได้เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่รีบเตือนตัวเองและเตือนสามีเป็นอันดับแรกเลยคือ ห้ามดุเรื่องสอบตก เพราะลูกชายเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน ไม่ขี้เกียจ และเขาบอกมานานแล้วว่า  ภาษาจีนเขาเรียนได้  แต่เขาจำไม่ได้เลย  ถ้ามีหนังสือให้ดู  เขาทำได้อ่านได้  แต่ถ้าไม่มี  ก็ทำไม่ได้  และ ฉันเป็นคนที่บอกเขาเองว่า “ ไม่เป็นไร  ให้ตั้งใจเรียนละกัน ” และถ้าเราไปดุ เขาต้องเสียใจมากๆว่า  ไม่มีใครเข้าใจเขาว่าจีนมันยากแค่ไหน เอาแต่บ่นว่า

 

เมื่อทำใจรับผลสอบลูกได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงตาลูกเมื่อเห็นผลสอบ ลูกชายฉันหันมองหน้าแม่ปั๊บว่าแม่จะเอาไง และเมื่อเห็นแม่อาการปกติ ไม่มีโมโห ลูกฉันก็กล้าเล่าให้ฟังว่าข้อสอบเป็นอย่างไร ถึงทำไม่ได้ ฉันจึงบอกกับเขาเลยว่า " สอบตกไม่เป็นไร เพราะมันยาก แม่เข้าใจ แต่คงต้องถึงเวลาแล้วที่เราต้องลองตั้งใจจริงกับภาษาจีน    เราต้องค่อยๆ ฝึกทบทวนอ่านไปบ่อยๆ  ค่อยๆ จำไป  อย่ายอมแพ้ อย่าไปเกลียดภาษาจีนว่ามันยากไม่อยากเรียน เพราะมิเช่นนั้น  หนูจะเสียใจเหมือนแม่ ”  และฉันก็เล่าประสบการณ์การเรียนวิชาศิลปะของฉันให้ลูกฟัง    แม่เป็นคนที่วาดรูปไม่เก่ง  ช่วงเรียนประถมก็ยังพอได้  วาดๆไปเพลิน  แต่พอเริ่มมัธยมวิชาศิลปะมันยากขึ้น  แม่ก็เริ่มไม่ชอบมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่แม่จะพยายาม  แต่แม่กลับบอกตัวเองว่า “ น่าเบื่อ โคตรเซ็ง เรียนทำไมไม่มีประโยชน์”

 

พอแม่บอกกับตัวเองแบบนี้บ่อยๆ   แม่ก็เริ่มทำงานศิลปะส่งครูได้แย่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นเกือบจะไม่มีงานส่ง  งานศิลปะชิ้นสุดท้ายในชีวิตการเรียน อยู่ในวิชาคอมพิวเตอร์ ชั้นปี1 ในมหาวิทยาลัย   ที่ต้องวาดภาพในคอมพ์  แม่คิดในใจว่า  แค่วาดด้วยมือ ก็ยากมากแล้ว  ยังจะให้วาดด้วยเม้าส์อีก  ใครจะไปทำได้    ตอนนั้น แม่ตั้งใจว่า จะให้เพื่อนสนิทที่วาดรูปเก่งวาดอะไรให้ก็ได้ ไม่ทำเอง  แต่เทวดาคงอยากจะลงโทษในความขี้เกียจ และไม่มีความตั้งใจของแม่  ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะให้เพื่อนทำให้เลย  ทั้งๆ ที่มีเวลาหลายวันในการทำงานส่งอาจารย์  พอถึงวันกำหนดส่ง  ถ้าไม่ส่งจะติด ร  แม่ก็ทำมั่วๆส่งไป  ผลงานแย่สุดๆ ไร้ซึ่งความตั้งใจ  ผลที่ได้รับคือ  โดนอาจารย์ตำหนิถึงผลงาน  ทำให้แม่รู้สึกอายตัวเองมากว่าทำไมเราถึงทำตัวได้แย่ขนาดนี้ ” ที่เป็นทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ว่า งี่เง่าทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะใจไม่อยากจะทำ   แม้วันเวลาจะผ่านมากว่า 20 ปี  แต่เหตุการณ์นี้ยังคงจำฝั่งใจฉันไม่เคยลืม    ลูกฉันฟังอย่างตั้งใจเพราะเป็นเรื่องราวจริงๆที่เกิดกับฉัน  ฉันมักจะเล่าเรื่องราวของฉันให้ลูกฟังเสมอ  ถ้าเรื่องราวนั้น มันตรงกับชีวิตของลูก  และฉันคิดว่า มันจะสามารถช่วยให้ลูกนำไปคิดต่อได้

 

                เมื่อลูกฉันเข้าใจแล้วว่า ถึงเวลาที่เราต้องลุกขึ้นมาเอาจริงกับภาษาจีน  ฉันกับลูกก็ร่วมใจกันเพื่อจะหาวิธีที่จะทำให้เข้าใจและจดจำภาษาจีนได้ดีขึ้น ดังนี้

1.             ปรับทัศนคติของลูกและแม่ก่อนว่า  ภาษาจีนไม่ยากเกินที่เราจะเรียนรู้

2.             เรียนภาษาจีนให้สนุก  ให้บอกตัวเองว่า  ภาษาจีนคือสิ่งแปลกใหม่  ที่น่าตื่นเต้น น่าเรียนรู้

3.             ภาษาจีนมีประโยชน์  ถ้าเราอ่านออกเขียนได้  เมื่อเราโต  เราก็มีโอกาสทำมาหากินได้มากขึ้น

4.             แบ่งเวลาทบทวนการบ้านในแต่ละวันให้ภาษาจีนบ้าง อย่างน้อยวันละ 5 นาทีในการทบทวนตัวอักษรจีน  การอ่านออกเสียง และ คำแปล

5.             แม่จะเรียนเป็นเพื่อน   จะคอยอ่าน  คอยจำกับลูกไปด้วย และจะพยายามหาวิธีจดจำศัพท์ที่ง่ายๆ ให้ลูก เช่น  ทำเป็นแบบฝึกหัดโยงเส้นจับคู่ระหว่าง ตัวอักษรจีน  พินอิน และคำแปล     ให้เขาได้ทำง่ายๆ เหมือนครั้งที่เขาเรียนอนุบาล

6.             หาโปสเตอร์คำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐานมาติดไว้ในบ้านเหมือนเมื่อครั้งที่ลูกยังเล็ก  และเรามีโปสเตอร์ABC / ก-ฮ และ 1-10  ติดข้างบ้าน  เพื่อให้รู้สึกว่า ภาษาจีนอยู่รอบๆ ตัวเรา เดินผ่านทุกวัน มองเห็นทุกวัน  ไม่นานก็น่าจะพอจำได้ไม่มากก็น้อย

7.             ถ้าทบทวนแล้ว  ลูกก็ยังทำไม่ได้  ก็ต้องไม่ดุว่า ต้องอดทน  และหาวิธีแก้ไขต่อไป  และถามตัวเองด้วยว่า   ถ้าเป็นเราเราจะจำได้ไหม  และ เราจำจำด้วยวิธีใด    เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากที่สุด”

 

เด็กๆ ทุกคนก็มีสิทธิสอบตกกันได้  ไม่ใช่ว่า เขาไม่เก่ง หรือ ไม่ตั้งใจเรียน  แต่อาจเป็นเพราะระบบการเรียนในปัจจุบันที่มีเนื้อหาวิชาการมากมายที่ต้องเรียนรู้  เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก    ขอเพียงเมื่อเขาสอบตกมา พ่อแม่อย่างเราก็อย่าไปซ้ำเติม  แต่ต้องเข้าใจ  ให้กำลังใจ ร่วมหาหนทางแก้ไข และร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับเขา  ลูกของเราจะเป็นผู้ใหญ่แบบไหนอยู่ที่สองมือของเราค่ะ

หมอนหลุม , พัดลมมือถือ , หมอนผ้าห่ม , หมอนหัวทุย  , เก้าอี้หัดนั่ง

 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น