workurl1test
ดู Blog ทั้งหมด

อย่าชี้นำความรู้สึกทางลบให้กับลูก

เขียนโดย workurl1test


อย่าชี้นำความรู้สึกทางลบให้กับลูก


พ่อแม่หลายพ่อแม่รักลูกจนเกินไป และรู้สึกป้องลูกเกินไป จนทำให้ลูกของคุณ อ่อนแอ อ่อนไหว และอดทนต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิต ได้น้อยหรือบางคนอดทนแทบไม่ได้เลย นั่นเป็นเพราะพ่อแม่หลายครอบครัวรักและอยากปกป้องลูกมากเกินไปหรือเปล่า  อย่างเช่น ลูกกลัวเข็มฉีดยา ทั้งๆ ลูกๆ หนีไม่พ้นสิ่งนี้ค่ะ เพราะในวัยลูก จนเป็นผู้ใหญ่ เราต่างหนีไม่พ้นการรักษาทางการแพทย์ เราจะต้องเจอกับเจ้าเข้มฉีดยาอยู่แทบทุกช่วงในชีวิต แล้วอย่างนี้เราจะทำอย่างไร ให้ลูกๆ ไม่กลัวเข้มกัน มาลองสอนลูกวิธีนี้กันค่ะ


เวลาพาลูกไปหาหมอแล้วต้องถูกฉีดยา ให้เราพูดคำแรกจากว่า เจ็บนิดนึง เพราะนี่เป็นการชี้นำความรู้สึกให้ลูกแล้วค่ะ เขาจะเข้าใจในทันทีว่า เจ้าเข็มเล็กนี่ทำให้เจ็บ  เมื่อมันทำให้เขาเจ็บเขาก็จะเริ่มกลัวขึ้นมาทันที เปลี่ยนมาใช้คำว่า จะฉีดยาแล้วจะเหมือนมดกัด ยุงกัน แปล๊บนึง เขาจะคิดตามความรู้สึกนั้น และคิดว่าแค่ยุง มด กัด  ในระหว่างทำการฉีดยา อย่าให้พยาบาลจับล็อคตัวลูกของคุณนะคะเพราะจะดูน่ากลัวเกินไปคะ แนะนำให้อุ้มลูกไว้ ไม่ให้สายตามองไปที่เข็มฉีดยา บอกเขาค่ะว่ามดจะเริ่มกัด จากความคิดนี้จะสร้างความรู้สึกว่าเขาปลอดภัยและคิดว่าการฉีดยาไม่ใช่เรื่องเจ็บปวดอีกต่อไป

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ คือ เวลาที่ลูกๆ คุณหกล้ม คุณจะรีบไปปัดแผล ร้องด้วยเสียงอย่างน่าเจ็บปวดใช้ถ้อยคำด้วยความที่มีความหมายว่า การหกล้มเป็นเรื่องเจ็บมาก อย่างเช่น “อุ๋ยตาย เจ็บไหมคะ” “เจ็บมากไหม” “โถๆ เจ็บแย่เลย” ทั้งหมดนี้ถือเป็นการชี้นำความรู้สึกลูกไปทางลบแล้วคะ มาเปลี่ยนวิธีกันคะ เวลาที่ลูกหกล้ม มีบาดแผลน้อยหรือมากก็ตามแต่ ให้เราใช้คำแรกว่า “ไม่เจ็บอะไร” “ห่างหัวใจมาก” “ แผลเล็กนิดเดียว ทายาก็หายนะลูก” ลูกคุณอาจร้องไห้ด้วยความเจ็บ อย่าไปสนใจค่ะ ให้เรายืนยันคำพูดของเราแล้วอธิบายถึงว่าตอนในวัยลูกเราก็เคยเป็นแบบนี้  หากแผลลึกมาก ก็ยิ้มให้ลูกเรา ใช้ถ้อยคำเดิมๆ ค่ะ ถ้อยคำที่เป็นกำลังใจพร้อมบอกกับลูกถึงขั้นตอนการรักษา พูดไปทำไปพร้อมกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นค่ะ

ในระหว่างการปฐมพยาบาลเราต้องบอกก่อนว่ายาที่ทาลงแผลช่วยรักษาในเรื่องใด อย่างเช่น น้ำยาล้างแผล ช่วยในการฆ่าเชื้อโรค ยาใส่แผลช่วยในการรักษาแผลไม่ให้ติดเชื้อโรค เพราะลูกๆ จะรู้สึกแสบแผลค่ะ จึงจำเป็นที่เราจะต้องอธิบายการทำงานของยา ซึ่งการแสบแผลคือปฏิกิริยาการทำงานของยาพูดไปทำไปแบบนี้ ลูกๆ ก็จะลดความกังวลพร้อมฟังและทำความเข้าใจเราไปด้วย ลองดูนะคะ

เรื่องสุดท้ายที่จะแนะนำคือ การหาหมอฟัน  ก่อนลูกๆ จะถึงวัยหาหมอฟัน พ่อแม่ส่วนมากจะนำเรื่องการทำฟัน มาขู่ ลูกๆ เพื่อไม่ให้ลูกๆ ทานท๊อฟฟี่ ช็อกโกแลต หรือขนมหวานอื่นๆ. แค่นี้พ่อแม่ก็สร้างความจำของลูกคุณในทางลบค่ะ  ลูกๆจะจดจำทันทีค่ะว่าการทำฟันเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับเขาไปแล้ว  และการหาหมอฟันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายอีกเรื่อง  แนะนำว่าอย่าใช้วิธีนี้กับลูก  ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกเป็นลูกกลัวหมอ  การห้ามทานขนมหวานควรแนะนำถึงผลเสียต่อฟันจะดีกว่าค่ะ เมื่อลูกๆจะต้องไปหาหมอฟันจากความทรงจำที่เคยโดนขู่ ประกอบกับเสียงเครื่องมือยิ่งสร้างความกลัวให้กับลูกๆ มากขึ้น

ดังนั้นพ่อแม่ต้องไม่ใช้วิธีการขู่ลูกในเรื่องเกี่ยวกับการทำฟันโดยเด็ดขาด  และควรทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือให้กับลูกๆ  ตั้งแต่ต้นเมื่อลูกของคุณมีฟันน้ำนมที่มากพอ พาลูกไปพบหมอฟัน  เพื่อเคลือบร่องฟัน โดยให้ลูกทำความคุ้นเคย เสียงเครื่องมือ โดยขอให้คุณหมอหยิบอุปกรณ์ต่างๆ   อธิบายว่าใช้อย่างไร มีเสียงอย่างไร ในการไปเคลือบฟันในครั้งแรก  แค่นี้คะลูกๆ ของคุณก็จะถูกปลูกฝังการหาหมอฟันในทางที่ดีไว้เป็นพื้นฐานแล้ว แค่นี้เองค่ะ คุณแม่ลองนำไปใช้กันนะคะ การไม่ชี้นำความรู้ให้ลูกไปในทางลบ จะสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้เป็นอย่างดี  พ่อแม่สามารถนำวิธีนี้ไปปรับใช้ในทุกเรื่อง ซึ่งเป็นการสอนให้ลูกๆ รู้จักอดทนต่อการเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจไปด้วยค่ะ  



เขียนโดย นางงามอวกาศ



 

หมอนหลุม , พัดลมusb , หมอนผ้าห่ม , หมอนหัวทุย  , เก้าอี้หัดนั่ง


 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น