ตอนที่ 4 : 2nd Drop

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    16 เม.ย. 60

“หา!...ท่านพ่อว่าอะไรนะ?!” ธอร์ย่นคิ้วพยายามเงี่ยหูฟัง เทพบิดรถอนหายใจหนักแล้วเสมองไปที่ชายาที่ยิ้มตอบให้กำลังใจในการต่อวาจากับโอรสจอมรั้น

“เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอกธอร์...เจ้าต้องอภิเษกสมรสเร็วๆนี้”

“ฮะๆ นี่มันเรื่องขำขันชนิดใดกันข้าไม่เห็นตลกไปกับสักนิด...ท่านหยุดพูดอะไรประหลาดแบบนี้เถอะท่านพ่อ” ธอร์หัวเราะดูแคลนหากแต่ต้องรีบปรับสีหน้ากลับมาจริงจังเมื่อมองเห็นพระพักตร์บิดาและมารดาที่ดูไร้วี่เเววขำขันตามตนสักนิด

“เดี๋ยว…ท่านอย่าบอกนะว่ามันคือเรื่องจริง?...ท่านพ่อ! นางเป็นใคร? ลูกเต้าเหล่ากอไหน ใบหน้าคร่าตาเป็นเช่นไร จะให้ข้าร่วมเรือนหอกับคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้างั้นเหรอ?! ข้าขอปฏิเสธ!”

“เจ้าไม่มีสิทธ์นั้นบุตรแห่งโอดิน...หากได้พบกันก็รู้จักกันเอง”   โอดินตรัสราบเรียบแต่คนสดับฟังแทบสบถหยายคายออกมาติดแต่อดทนเอาไว้ได้

“ถ้าอภิเษกกับคนไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าหน้าไหนก็ได้…งั้นข้าก็อภิเษกกับพวกนางบำเรอได้สินะ!” ธอร์เค้นเสียงถาม โทสะดลบันดาลให้เสียมารยาทกับคนในศักดิ์สูงกว่าแต่เจ้าตัวกลับไม่แคร์สักนิดมีเพียงเหล่าสหายเท่านั้นที่ยืนเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ด้านหลัง

“อย่าเอ่ยวาจาเช่นนั้นกับพ่อของเจ้า ธอร์! นางไม่ใช่สตรีไม่รู้หัวนอนปลายเท้าที่ไหน…นางเป็นถึงเจ้าหญิงผู้เลื่องลือทุกแดนดินในเรื่องความงามแห่งโยธันไฮม์ ศักดินาก็เหมาะสมกันดี…แม่ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่เจ้าสมควรไม่พอใจ” ฟริกก้าพูดขึ้นบ้างเพราะบุตรชายเริ่มใช้วาจาไม่เหมาะสม

“อะไรนะ? โยธันไฮม์?...พวกยักษ์ตัวฟ้าน่ะเหรอ?”  ธอร์แสยะยิ้มแล้วเค้นหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น ในขณะที่แฟนดรัลเผลอเงยหน้าสดับตั้งใจฟังเมื่อได้ยินคำกล่าวถึงแดนดินโยธันไฮม์

ทรงอาภรณ์ล้ำค่าราวราชนิกูล ผิวกายสีฟ้าสะอาดคล้ายผืนมหาสมุทรแสนบริสุทธ์ นัยน์เนตรแดงปลั่งรับริมฝีปากอวบแต้มสีโอรสเรือนผมนางสีดำขลับราวขนอีกาหยักศกกรอมโครงหน้า

หรือคือนาง...สตรีที่ลักพาดวงใจข้าไป

“ข้าคนหนึ่งละที่ไม่เคยได้ยินเสียงลือเสียงร่ำลืออะไรนั่น...เพราะงั้นนางคงไม่ได้งามสักเท่าใด เหนืออื่นใด...ข้าไม่คิดว่าจะมีใครงดงามไปกว่าท่านแม่ได้อีกแล้วนะ” เมื่อเห็นว่าไร้ทางดื้อขืน ธอร์เลยใช้ลูกอ้อนลูกชนใส่มารดาเหมือนทุกครั้ง

แต่ครานี้คงจะเป็นครั้งแรกที่มันไม่ได้ผล

“เตรียมตัวของเจ้าให้พร้อมธอร์ ข้าคิดว่าอีกประมาณ 3 ทิวาคงได้ฤกษ์งามยามดี” โอดินรับสั่งเด็ดขาดแล้วเสด็จออกไปทรงงานอื่นต่อทิ้งให้โอรสคนเดียวยืนกระฟัดกระเฟียดและทำลายของในท้องพระโรงระบายอารมณ์เมื่อรับรู้ถึงอิสรภาพที่กำลังจะหายไปตลอดกาล

กับยักษ์น้ำแข็งชั้นต่ำที่ไม่เคยพบหน้า…มารชีวิตจริงๆ!!


เส้นคั่น.png

แม้นว่านครสีขาวสะอาดตามักปกคลุมไปด้วยหิมะแต่ก็มีบ้างที่ฝนฟ้าจะพิโรธจนหยาดน้ำฝนโปรยปรายเฉกเช่นวันนี้

โลกิขดตัวใต้ก้อนผ้าห่ม ไม่อยากขยับตัวลุกไปไหนยิ่งได้ยินเสียงหยดฝนยิ่งมุดเข้าไปใต้ผืนผ้าหนา มือเล็กกอบกุมกันแน่นพยายามสะกดกลั้นความกลัวในจิตใจ

กลัว…กลัวหยาดฝน กลัวสายอัสนียบาต

ตั้งแต่จำความได้เขาก็ถูกบิดาลงโทษสารพัด แต่สิ่งที่ฝังใจที่สุดเห็นจะเป็นการจับเขามัดกับสูงตระหง่านใจกลางสวนพฤกษชาติของท่านแม่ ด้วยโทษทัณฑ์เพียงแค่เขามาร่วมโต๊ะเสวยกระยาหารค่ำตามคำชวนของลาเวนนา

ท่านพ่อ...จับเขามัดแล้วทิ้งไว้ท่ามกลางหยดฝนพรำและเสียงอัสนียบาตดังกัปนาทไปทั่วผืนฟ้า แม้นสองมือก็มัดแน่นติดกับเนื้อไม้ราวกับต้องการให้โสตประสาททั้ง 5 ตื่นตัวอย่างถึงที่สุด

จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบลง ลาเวนนาบอกว่าหลังจากวันนั้นเขากลายเป็นคนเสียสติ คลุ้มคลั่งทุกคราที่วัสสานฤดูวนมาถึง ใช้เวลาร่วมปีกว่าจะฟื้นคืนสติดั่งเดิม

ข้าไม่ขอยอมรับว่าหวาดกลัวต่อสายฟ้า…เพียงแต่ข้าเกลียดมันต่างหาก

สายฟ้าที่ไร้ซึ่งความเมตตา ฟาดฟันใส่ผืนฟ้าราวกับเป็นเจ้าของทุกสรรพสิ่ง ส่งกระแสเสียงคำรามก้องบัญชาให้ทุกชีวิตตกอยู่ใต้อาณัติร่ำไป

โลกิตัวสั่นเทิ้ม ร่างกายสะดุ้งทุกครั้งที่อัสนียบาตแผดเสียงร้องแม้นบางครั้งมันจะแสนเบาแต่กับคนที่เกลียดกลัวจนฝังใจแล้ว...มันก็ยากจะลบภาพฝันร้ายนั้นลงได้ ดวงตาสีเขียวปรือปิด ในหัวได้แต่ไพล่คิดอย่างฉุนเฉียว

อิกดราซิลคงน่าอยู่กว่านี้ หากไร้ซึ่งสายฟ้านี่


เส้นคั่น.png


นัยน์เนตรกวาดไปทั่วราชสาสน์จากดินแดนเทพอีกครั้งเพื่อย้ำนัยยะสำคัญให้ถูกต้องตามที่เทพบิดรต้องการสื่อ โอดินลงทุนใช้ม้าเร็วส่งตรงมาถึงแดนโยธันเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องปาหี่อันใดแต่มันคือข่าวสำคัญที่เขาเองก็รอคอยอยู่

“โอดินเลื่อนกำหนดงานอภิเษกสมรสขึ้นมา...อีก 3 ทิวาจากนี้พิธีหมั้นหมายจะถูกจัดอย่างสมฐานะที่แอสการ์ด” ลาฟฟี่โอบราชินีเคียงบัลลังก์เข้ามาอ่านราชสาน์ด้วยกัน

“ข่าวดีนี่เพคะ...ท่านควรจะรีบแจ้งลูกหญิง” แม้นใบหน้างามขลับจะวูบไหวในคราแรกแต่เพียงเสี้ยววินาทีมันก็กลับมาปกติดั่งเดิม

พิธีอภิเษกที่กระชั้นชิดนี่รังแต่จะทำให้แผนการของข้าพังพินาศ...

“ข้าคิดว่าจะบอกคืนนี้ แต่ก็แอบเกรงว่านางจะดื้อแพ่งไม่เลิก”

“องค์หญิงลาเวนนายอมตามพระทับฝ่าบาทเสมอเชื่อข้าสิ ...แต่นางคงมีข้อแม้เช่นท่านต้องยกบัลลังก์ให้อนุชานางเป็นการตอบแทน”  เฮลด้าเหยียดยิ้มร้าย ริมฝีปากกระจับเม้มกลืยในขณะที่สมองครุ่นคิดถึงแผนการใหม่

“ข้าไม่มีวันให้เด็กครองบัลลังก์! คราแรกข้าต้องการยกบัลลังก์นี้ต่อให้บุตรีคนเดียวของข้า แต่ในเพลานี้นางกำลังจะไปเป็นมเหสีของเจ้าชายแอสการ์ด เช่นนั้นแล้วข้าคงสืบราชสมบัติต่อไปจนกว่าจะสิ้นกาล”

“แล้วหลังจากนั้น?”  ราชินีเชิดสายตาใคร่รู้

“ก็…อาจเป็นเด็กนั่นที่มีสิทธิอย่างถูกประเพณีน่ะสิ เอาเถอะ!...ถึงข้าจะไม่ชอบใจนักแต่ยามข้าสิ้นแล้วคงจะไม่เรื่องใดมาหนักอกหนักใจอะไร”

เฮลด้าขมวดคิ้วเมื่อไม่ได้สดับถ้อยคำที่ต้องการได้ยิน

“ท่านทำถูกแล้วฝ่าบาท ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลเถิดเพคะ”  แม้นริมฝีปากจะแย้มยิ้ม แต่หากใครได้มาแหวกอกส่องในนางคงเห็นแต่เพลิงลุกไหม้จนร้อนรน กระแสเสียงที่กดต่ำทำให้ลาฟฟี่ติดใจสงสัยไม่น้อยแต่ก็เลือกจะปล่อยผ่านมันไป

ข้าคงต้องเปลี่ยนแผนการทุกอย่างใหม่ กำจัดโอรสและธิดาเสียให้เฮี้ยน…แล้วค่อยลอบสังหารราชันย์ยักษ์น่าโง่นี้ จนสุดท้ายก็จะเหลือเพียงข้าที่ครองคู่กับบัลลังก์โยธัน


เส้นคั่น.png


ลาเวนนาผลักบานประตูห้องบรรทมอนุชาอย่างเกรงว่าใครจะมาเห็นเข้า ในมือมีสายหูฟังที่ฝากนางในไปหาซื้อให้ในเมืองเพื่อนำมาให้กับเจ้าของห้องด้วยรู้ว่าน้องชายเธอนั้นต้องทนหวาดกลัวกับเสียงอัสนียบาตมาทั้งวัน

ลาเวนนาเดินไปจุดตรงหน้าผ้าห่มก้อนใหญ่ที่กองเกยบนเตียงแล้วค่อยๆเอื้อมมือสัมผัสแพรผ้านั้นเบาๆเพราะกลัวว่าคนที่ซ่อนกายอยู่ภายในอาจตื่นกลัว

“โลกิ ข้ามีของมาให้เจ้า”

ก้อนผ้าห่มขยับไหวเล็กน้อย ก่อนเรือนผมสีดำสนิทจะโผล่พ้นออกมาเพียงนิด ภาพนั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากลาเวนนาได้มาก เธอเอื้อมไปลูบผมนิ่มนั้นแผ่วเบาก่อนบรรจงสวมที่ปิดหูสีเขียวอ่อนให้น้องชาย

“...?” โลกิเหม่อมองรอบกายสักพัก ก่อนรอยยิ้มจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าเมื่อรับรู้ได้ว่าของขวัญชิ้นนี้สามารถทำให้กระแสเสียงที่รังแต่ทำให้หวาดกลัวทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์

“ข้าคิดว่าข้าจะตายซะแล้ว”

“ฮะๆ โลกิฟ้าร้องแค่นี้คร่าชีวิตใครไม่ได้หรอกน่า”  ลาเวนนาเอ็ดเสียงขบขัน

“ลาเวนนา”  โลกิที่เงียบอยู่พักใหญ่เอ่ยขึ้นมาทำให้เจ้าหญิงที่กำลังลูบเรือนผมยาวประบ่าเงียบเสียงลงเพื่อสดับฟัง

“ถ้าเจ้าไปแอสการ์ด ข้าจะอยู่ยังไง ไม่มีเจ้าที่คอยอยู่เคียงข้างข้าแล้ว…ข้า--”

“โลกิ…อย่าให้สิ่งที่ท่านพ่อตรัสเพราะความเคียดแค้นทำลายตัวตนเจ้า ยามเด็กเจ้าเข้มแข็งกว่าข้า เจ้าปราดเปรื่องกว่าใครในดินแดน เจ้าชมชอบแมกไม้นานาพรรณแม้นในดินแดนของเรามิมีพืชผลิดอกออกผล เจ้าเคยรู้ตัวหรือไม่ข้าไม่รู้...แต่ข้าคือคนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น หลังจากที่เจ้าถูกบิดาว่าร้าย เจ้าเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน เจ้าไม่มีความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าแม้นย่างกรายออกจากห้องบรรทม มีข้อคิดเห็นอย่างไรเจ้าก็ทำเพียงเก็บไว้ในใจ รู้ไหมน้องข้า...ข้าไม่ชอบเจ้าที่เป็นเช่นนี้เลย โลกิ อย่าได้ทิ้งตัวตนของเจ้าไป...หากแม้นชีวิตนี้ไม่มีข้า ไม่ว่าเพราะข้าห่างไกลหรือตายจาก สัญญากับข้าน้องรัก เจ้าจักต้องเข้มแข็ง เชื่อมั่นในสติและปัญญาของตน อย่าให้แม้นผู้ใดมาทำลายความเป็นโลกิ ลาฟฟี่ซัน” เจ้าหญิงคนงามเอ่ยเสียงนุ่ม อ้อมแขนโอบกระชับอนุชาเข้ามาเต็มแขน ดวงตาสีแดงก่ำฉายแววเศร้าสร้อย

ข้าเองก็มีส่วนผิด หากข้ามีความกล้ามากกว่านี้ ข้าคงปกป้องเจ้าจากท่านพ่อได้มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ แผลเป็นในใจเจ้าคงไม่ฉกรรจ์ถึงเพียงนี้

หากข้าจักทำมันเสียตอนนี้จะสายไปไหมนะ ถึงข้าจะเป็นเพียงอิสตรี และน้องข้าเป็นถึงบุรุษเพศ แต่ในเมื่อข้าเกิดมาเป็นพระเชษฐภคินีของเจ้า

ข้าจักปกป้องเจ้าด้วยชีวิตที่ข้ามี หากแม้นอายุขัยข้ามิยั่งยืนยาว ก็ขอพิษฐานต่อเทพสวรรค์ชั้นฟ้าให้ท่านช่วยดลบันดาลปาฏิหาริย์แก่โลกิ

ปกปักษ์รักษาน้องข้าให้อยู่รอดปลอดภัย เผชิญแต่ความสุขสำราญใจ ที่เจ้าตัวไม่เคยได้พบมาเลยตั้งแต่เยาว์วัย

ข้าขอภาวนา

“ข้ารักเจ้านะลาเวนนา”   โลกิผละอ้อมกอดออกมายกยิ้มตาหยี ลาเวนนามองรอยยิ้มนั้นก่อนหัวเราะเบาๆแล้วเอ่ยตอบอย่างไม่ต้องย้ำคิดแต่อย่างใด

“พี่ก็รักเจ้า...น้องข้า”


เส้นคั่น.png


พลบค่ำวันนี้ก็เหมือนเฉกเช่นทุกวัน เหล่านางในต่างผลัดเวรเปลี่ยนกันทำกระยาหารมาวางตั้งให้พระโอรสที่เอาแต่คร่ำเคร่งร่ำเรียนศาสตร์แห่งเวทมนตร์จนวรกายซูบผอม ก่อนบานประตูไม้จะเปิดออกอีกครั้งแต่ครานี้โลกิกลับต้องละสายตาจากคัมภีร์เวทไปมองตามสุรเสียงคล้ายคนร่ำไห้

จะไม่สนใจเลยหากนั่นไม่ใช่พระเชษฐภคินีแห่งตน

“โลกิ!! ฮือๆ ข้าจะทำเช่นไรดี!”

“หา?!” โลกิมีสีหน้าตื่นตระหนกก่อนรีบอ้าแขนรับร่างของหญิงสาวที่ตรงเข้ามาโอบกอดตนไว้ ใบหน้าเด็กหนุ่มดูเคร่งเครียดเมื่อเห็นหยดน้ำตาของลาเวนนา ใบหน้าเพยิดสั่งให้คนใช้ปิดประตูแล้วออกไปเสีย แล้วหันกลับมาสนใจคนในอ้อมกอดต่อ

“เกิดอะไรขึ้น ลาเวนนา?” เมื่อเที่ยง ลาเวนนายังอารมณ์ดีอยู่เลย แล้วเหตุไฉนพลบค่ำถึงเปลี่ยนเป็นคนละคนได้ขนาดนี้

“อีกสามทิวา ข้าต้องไปแอสการ์ด เพื่ออภิเษกสมรส …ฮือๆ ข้ายังไม่ได้พบบุรุษผู้นั้นเลย ยังไม่ทราบกระทั่งชื่อเสียงเรียงนามแต่กลับต้องมีพันธะล่ามคอแล้ว”

“ทำใจดีๆไว้พี่ข้า…ว่าแต่ทำไมจู่ๆกำหนดการถึงเร่งรัดขนาดนี้”

“แอสการ์ดส่งราชสาสน์มาทางม้าเร็ว ข้าอยากจะฉีกๆสาสน์บ้านั่นทิ้งไปเสีย ติดแต่มันอยู่ในมือท่านพ่อนั่นล่ะ! ฮือ...”  ลาเวนนาทำท่าฉีกๆกับหน้าโหดโชว์อย่างคับแค้นแม้นน้ำตาจะยังหลั่งรินไม่ขาด ภาพนั้นทำเอาคนสีหน้าเคร่งเครียดหลุดขำออกมาเล็กน้อย ก่อนดวงตาสีเขียวต้องเพ่งมองเส้นเลือดตามวรกายพระเชษฐภคินี มันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬเข้มตัดกับสีฟ้าขลับให้เด่นชัดขึ้น

“ละ…ลาเวนนา! เจ้าเป็นอะไรไป” โลกิเอ่ยถามเสียงละล่ำละลั่ก นั่นทำให้เจ้าของร่างกายค่อยๆก้มลงมองสำรวจตาม ก่อนดวงตาสีแดงเพลิงจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“อึก!!” ความเจ็บราวกับเข็มนับหมื่นพันเล่มคือสัมผัสที่ตามมา ร่างทั้งร่างของเจ้าหญิงแห่งโยธันกระตุกเกร็ง สองมือบีบกุมแผ่นอกแน่น หยาดน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนแก้มเนียนจนชื้นแฉะ ไร้ซึ่งเสียงโอดครวญยามความจุกเสียดแล่นริ้วไปทั่ว

โลกิลนลาน สองมือโอบประคองร่างพระเชษฐภคินีแล้วพาไปนอนพักบนเตียง ก่อนวิ่งอย่างร้อนรนไปคว้าตำราเวทมนตร์ดำที่พึ่งอ่านไม่กี่ชั่วยามขึ้นมาเปิดอ่านลวกๆ เพราะจดจำได้ผ่านตาถึงผลลัพธ์อันน่าอดสูของผู้ต้องมนตรา

“ว้าย-- อุ๊บ!!!” นางในที่ยกนมอุ่นเข้ามาภายในตามเวลาปกติ หากแต่โลกิไหวตัวทันตั้งแต่เสียงบานประตูเปิดอ้าออก ฝ่ามือจึงยื่นไปปิดริมฝีปากของนางแล้วกระชากเข้ามาภายในห้องเพื่อไม่ให้เผลอส่งเสียงดังจนทหารยามพลุกพล่านเข้ามา

“ชู่วว! คาร่า...เงียบ!”

เจ้าหล่อนพยักหน้ารับทั้งที่สีหน้าตื่นสุดๆ ก่อนจะรีบเอามือตะครุบปิดฝ่ามือองค์ชายอีกที เมื่อหันไปสบกับสภาพองค์หญิงที่นอนขดตัวยบนเตียงกว้าง พระพักตร์เต็มไปด้วยความทรมานแสนสาหัส

“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นเพคะ?!”

“ข้าก็ไม่รู้ จู่ๆลาเวนนาก็...” โลกิพยายามควบคุมสติ แม้นในใจจะสับสนไปหมดยามเห็นคนสำคัญนอนดิ้นทุรนทุรายด้วยพิษร้าย

กระดาษคัมภีร์เก่าพลิกมาหยุดที่ศาสตร์มืดของชาวสวาธันไฮม์ แววตาสีมรกตฉายแววตระหนกก่อนจะรีบหันไปหาคาร่าที่กำลังเอาผ้าเช็ดตามลำตัวของหญิงสาวเผื่ออาการจะทุเลาลงบ้างแต่เหมือนมันไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นัก

“คาร่า...วันนี้จัดน้ำเมาในมื้อกระยาหารค่ำรึเปล่า?”

“มี...มีไวน์แดงเพคะ องค์ราชินีต้องจักให้ฝ่าบาทชิมรสชาติเลิศรสของเครื่องดื่มของชาวสวาธันไฮม์” คาร่าตอบเสียงสั่นอย่างไม่ค่อยเข้าใจแต่เห็นจากสีหน้าองค์ชายเล็กและอาหารที่หนักขึ้นทุกทีขององค์หญิงก็ยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้น

“องค์ราชินีเป็นคนนำมันมาเสิร์ฟเองด้วยใช่ไหม?” โลกิเค้นถามใบหน้าระริ้วไปด้วยไฟโทสะ อาการที่ไม่เคยแสดงให้ใครได้เห็นยิ้งทำให้คาร่าหวาดผวา

“ชะ…ใช่เพคะ”

“นางแม่มด...นางใส่ยาพิษลงในไวน์ พิษชนิดนี้เกิดจากสัตว์ร้ายในนิลฟ์ไฮม์ มันจะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อผสมมันกับน้ำเมาต่างๆ แล้ว...แล้วตอนนี้ท่านพ่อเป็นเช่นไรมีอาการแบบลาเวนนาไหม?!!”

“ไม่มีเพคะ…ปกติทุกอย่าง-- องค์หญิง!…องค์หญิงทำใจดีๆไว้เพคะ!!”

“อึ้ก!” ร่างที่กระตุกเร้าทำให้แม่นมรีบปราดไปประคองไว้ในอ้อมกอด ไม่ต่างจากโลกิที่ทิ้งหนังสืออย่างไร้เยื่อใยแล้วตรงเข้าไปนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าพระพักตร์ของพระเชษฐภคินี ซึ่งบัดนี้ผิวกายสีฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำเข้มจากพิษในกระแสเลือด กลีบปากสั่นระริกพยายามเอื้อนเอ่ยบางสิ่ง

“ละ…โลกิ อย่าให้นางแม่มดได้บัลลังก์ไป เจ้าต้องเข้มแข็ง...โยธันไฮม์ต้องการเจ้า” ลาเวนนาพูดแผ่วเบา กระตุกสั่นทุกคณายามพิษแล่นริ้วจนเริ่มเชือนชาไปทั้งร่าง

“ไม่! เจ้าจะต้องไม่เป็นไรลาเวนนา…เข้มแข็งไว้ข้ากำลังหาวิธีช่วยเจ้า” โลกิกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ ฝ่ามือเรียวสวยที่เริ่มแต่งแต้มสีดำยกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีเพื่อปาดคราบน้ำตาออกให้อนุชาของตน

“ไม่เป็นไร ข้าดีใจเสียอีก...ที่ข้าไม่ต้องอภิเษกกับชายที่ไม่ได้รัก ...น่าเสียดาย ข้ายังไม่รู้จักนามของเขาเลย ข้าอยากเจอเขาอีกสักครั้ง...แค่กๆ!” ลาเวนนาไอกระอักพิษสีดำเลอะกรอมปาก ลมหายใจเริ่มขาดรอน โลกิเม้มปากพยายามกลั้นน้ำใสที่กำลังเอ่อล้นตรงหางตา

เขาไม่อยากให้ลาเวนนาหนักใจไปมากกว่านี้…

“พอแล้ว...อย่าเอ่ยอะไรอีกเลยพี่ข้า” โลกิพึมพำเวทเวทรักษา แสงสีฟ้าอ่อนสาดเข้าที่ผิวกายดำเข้ม แรงเวทดันผลักพิษร้ายให้ตื่นหนี แต่เพียงชั่วเสี้ยววินาทีมันก็ไหลวนกลับมา แต่โลกิก็ไม่ละความพยายาม บีบทั้งร่างส่งผ่านพลังจนแสงสีฟ้าสว่างวาบบดบังทัศนียภาพรอบด้าน จนสุดท้ายฝ่ามือของพระเชษฐภคินีก็จับมือที่กำลังร่ายเวทเอาไว้

“พอได้แล้วโลกิ...หากเจ้าใช้พลังมากกว่านี้เจ้าอาจตายได้ ข้าไม่เป็นไรน้องรัก…ข้าแค่ง่วงนอนเท่านั้น...ให้ข้าพักสายตาสักสองชั่วโมงได้ไหม? ถึงเวลาแล้วเจ้าต้องปลุกข้านะ...ถึงเวลานั้นข้าจักตื่นมาพบเจ้าแน่นอน”

ลาเวนนาคลี่ยิ้มบาง แม้นยามถูกพิษร้ายทำลายร่าง ก็ไม่อาจทำลายความงดงามภายใต้สีดำทมิฬนั้นได้

ดวงตาสีมรกตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสที่ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป มันค่อยๆไหลรินหยดเต็มใบหน้าคนที่ค่อยๆปิดเปลือกตาลงราวกับต้องการหลับใหล

“ได้...ลาเวนนา ข้าจะปลุกเจ้า อีกสองชั่วโมงเจอกันนะ ข้ารักเจ้ามาก...พี่ข้า” โลกิเค้นยิ้มทั้งน้ำตา สองแขนเอื้อมไปกอดพระเชษฐภคินีเอาไว้แนบแน่น ถ้อยคำที่มอบแก่กันบ่อยครั้ง แต่ครานี้มันกลับตรึงติดในใจกว่าครั้งไหน

สุรเสียงสุดท้ายของดอกไม้งามแห่งโยธันไฮม์เอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมลมหายใจที่ขาดห้วงไป

“ข้าก็รักเจ้า...โลกิ”   

มือที่เคยกอบกุมยามเหนื่อยล้าตกลงข้างพระวรกาย คาร่าปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น นางเองก็เป็นหนึ่งในแม่ที่เลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดามาตั้งแต่อ้อนแต่เอาะ

ไม่คาดคิดว่าจะมีวันนี้…วันที่องค์หญิงสิ้นใจไปก่อนหญิงชราอย่างนาง

“คาร่า…….” เสียงที่เคยสะอื้นไห้บัดนี้เรียบนิ่งแม้นน้ำตายังหลั่นรินไหลไม่ขาด องค์ชายค่อยๆวางร่างไร้วิญญาณของพระเชษฐภคินีลงบนเตียงนุ่ม

“ไปเรียกป้าโซเฟีย กับ ลุงเอ็ดเวิร์ธมาหน่อย”

“เพคะ แล้วเรื่ององค์หญิง--”

“ปิดเป็นความลับ ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้ องค์ราชันย์และราชินีเองก็ตาม” โลกิย้ำคำสั่งมั่น คาร่าทำได้เพียงพยักหน้ารับ ปาดคราบน้ำตาทิ้งแล้วกุลีกุจอไปตามหาคนที่นายเรียกพบ

โลกิหลับตาพริ้ม ริมฝีปากสีซีดพึมพำเวทศาสตร์ใหม่ที่ตนพึ่งลองเรียนรู้เมื่อเย็น

หมายมั่นจะฝึกมันจนสำเร็จเพื่ออวดต่อลาเวนนา แต่ยามนี้เขากลับจำต้องใช้มันกับนางเสียเอง

เวทคงสภาพร่างสิ้นลมหายใจไม่ให้สึกกร่อนไปตามกาลเวลา

มือบางไล้ไปตามวรกายสีทมิฬ ใบหน้าอิดโรยของโลกิเริ่มซีดลงเรื่อยๆ มันเป็นมนต์ต้องห้ามที่ต้องกลืนกินพลังเวทย์ไปกว่าครึ่งกายา แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งความตั้งใจอันแรงกล้าของโลกิได้

พิษค่อยๆถูกดูดออกมาลอยคละคลุ้งในชั้นบรรยากาศ ฝ่ามือเล็กเอื้อมมือไปกระตุกสร้อยรูปจันทร์เสี้ยว ของที่สืบทอดต่อกันในเชื้อพระวงศ์ของดินแดนเอลฟ์ขาว และท่านแม่ก็มอบมันให้ลาเวนนา

“...” นัยน์ตาตาสีมรกตลืมขึ้น ส่งผลให้พิษร้ายทั้งหมดค่อยๆซึมซับลงบนเครื่องประดับสีทอง มันค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ

“อุ๊บ…” เมื่อดูดกลืนพิษออกมาจนหมด ทั้งหมดร่างที่เคยแข็งแรงกลับทรุดลงกับพื้น แต่โซเฟียและเอ็ดเวิร์ธก็เข้ามารับไว้ได้ทัน โดยมีคาร่ารีบปิดประตูห้องบรรทมลงกลอนตามมาติดๆ

“องค์ชาย!! …เป็นอะไรรึเปล่าเพคะตัวเย็นเฉียบเชียว ว้ายยยย!!!” โซเฟียประคองร่างโลกิให้หยัดยืนดีๆ แล้วร้องออกมาไม่เป็นเสียงเมื่อพบร่างไร้วิญญาณขององค์หญิงนอนทอดกายบนเตียง ถึงแม้นได้ฟังความจากคาร่ามาบ้างแล้วว่าองค์หญิงถูกลอบปรงพระชนต์ แต่นางก็ไม่คาดคิดว่ามันจะคือเรื่องจริง

“พวกเจ้าสามคนฟังข้าให้ดี…” เสียงแหบพร่าของโลกิเรียกสติบรรดาคนรับใช้ให้กลับมาสนใจ ร่างที่โซเซฝืนยืนตรง

“ข้ารู้มาว่าที่แอสการ์ดมีน้ำพุแห่งความเยาว์วัย และมันอาจช่วยชีวิตพระเชษฐภคินีของข้าได้”

“องค์ชาย แต่น้ำพุนั่นตั้งอยู่ในเขตราชฐานอันเป็นที่พำนักของเทพบิดรนะขอรับ เราไม่มีหนทางเข้าไปในแดนเทพได้เลย” เอ็ดเวิร์ธกล่าวขึ้นมา และเหล่าแม่นมเองก็พยักหน้าเห็นด้วยแต่ข้อเท็จจริงนั้นกลับไม่ได้ทำให้สีหน้าเด็ดเดี่ยวลดทอนลงสักนิด

“นั่นแหละ ไม่ว่าจะด้วยหนทางใดข้าจะไปที่แอสการ์ดแล้วนำมันกลับมา...พวกเจ้าอยู่ที่นี่ดูแลกายาของลาเวนนาให้ดี ห้ามให้ใครรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตอนนี้ข้าดูดพิษออกจากร่างนางและร่ายเวทหยุดการเสื่อมสลายของร่างไว้แล้ว เพียงแต่จะยืดเวลาไปได้นานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ”

“อย่างไรกันขอรับ...กระหม่อมไม่เห็นทางใด--”

“สองทิวาต่อจากนี้ ข้าจักร่ำเรียนเวทมนตร์แยกกาย เพื่อสร้างตัวข้าคนหนึ่งยืนส่งพระเชษฐภคินีอยู่ในราชฐาน แล้วยามสายข้าในร่างนั้นจักออกไปในไพรมืด พลบค่ำพวกเจ้ามีหน้าที่เล่นละครตบตาบิดาและราชินีว่าข้าหายตัวไปในไพรมืด อาจโดนอสูรกายฉีกเนื้อเถือหนังจนสิ้นแล้ว” โลกิร่างแผนการในกระดาษที่ตนพกพาไว้จดสาระสำคัญให้เหล่าคนสนิทฟัง

“องค์ชายอย่าบอกนะเพคะว่า...” โซเฟียยกมือขึ้นปิดปาก ยามเข้าใจพระประสงค์ขององค์ชาย

“ใช่…ข้าจะไปแอสการ์ดในฐานะ ลาเวนนา ลาฟฟี่ซัน เจ้าหญิงแห่งโยธันไฮม์”


--------------------------------------------------------------------------------


อัพเพิ่มแล้วค่า และสร้างแท็ก ทวิตเตอร์ของฟิคเรื่องนี้แล้วแหละ มาร่วมพูดคุยกันได้ใน #หยาดหิมะ นาจา 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจค่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

913 ความคิดเห็น

  1. #907 panayjorn (@heawpanayjorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 01:06
    ลาเวนนา ต้องฟื้นน้าาา อย่าตาย
    #907
    0
  2. #891 Jennifer0412 (@Jennifer0412) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 14:58
    เราชอบท่านพี่โลกิมากเลยอย่าตายนะ
    #891
    0
  3. #886 iinnchh (@cunt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:55
    ลาเวนน่าอย่าทิ้งน้องงง
    #886
    0
  4. #866 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 02:48
    <p>ลาเวนน่าเป็นตัวละครที่เราชอบมาก สาวสตรอง สาวแกร่ง ฮือออ พี่จ๋าา </p>
    #866
    0
  5. #845 Mamimilky (@Mamimilky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 07:08
    ตื่นเต้นนนนนน แต่งเก่งมากอ่ะ เราอินมากตอนลาเวนนาจะตายนี่น้ำตาคลออ่ะ แงงงงง
    #845
    0
  6. #830 Ammjanice (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 05:13
    ทำไมเขียนเก่งได้ขนาดนี้คะ ฮืออออ ชอบมากๆเลย เนื้อเรื่องเข้มข้นมาก อ่านไปลุ้นไปตลอดเลยค่ะ
    #830
    0
  7. #827 เทเรส้มซ่า. (@somz_npsr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 11:41
    โฮ้กกกกกกกกก กำลังเข้มข้นเลยค่ะไรเตอร์ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด สงสารลาเวนน่า ขอให้โลกิช่วยพี่สาวได้ค่ะ ฮืออออออออ
    #827
    0
  8. #823 MistaielArenia. (@browjung2549) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 12:15
    reaction ของเรา :
    YASSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSS
    #823
    0
  9. #4 blaxk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 17:42
    รอนะค้าาาาา
    #4
    0