ตอนตี 4 ได้ยินเสียงไกด์เดินมาถาม ว่าจะไปขึ้นดอยกิ่วลมดูพระอาทิตย์ขึ้นมั๊ย แต่สภาพตอนนั้นฝนตก แถมหมอกจัด ฟ้าไม่เปิด ไม่แน่ว่าขึ้นไปจะได้เห็นมั๊ย สุดท้ายเลยไม่มีใครขึ้นไป นอนสลบต่อกันหมด เอิ๊กๆ
ลมข้างนอกแรงมากๆ พัดเต้นท์ดังตลอดเวลาเหมือนมีคนมาแกล้งดันเต้นท์เลยอ่ะ ทำเอาใจนึงก็กลัวว่าเต้นท์จะเอาไม่อยู่ บลิวไปตามแรงลม แถมยังเสียงฝนตกกระทบเต้นท์อีก ทำให้นอนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่
ตื่นเต็มตามาอีกทีตอน 7 โมงเช้า หันมาดูนาฬิกาข้อมือ อ้าว นาฬิกาผมไปซะแล้ว หยุดเดินตั้งแต่ตี 2 ครึ่ง ใจเสาะจัง เจออากาศหนาวๆทำเป็นอู้เหมือนเจ้าของเลย เหอๆ
แต่งตัวใส่เสื้อหนาว แล้วออกมานอกเต้นท์ โอ้.. อุณหภูมิ ณ ขณะนี้ 12 องศา แต่ลมแรงโคตรๆ หนาวเพราะลมนี่แหละ บรื๋อ... มาชงไมโลกะต้มมาม่ากินแก้หนาว แล้วก็นั่งทำอาหารเช้ากัน [เป็นข้าวต้มหมูยอ ผักกาดดองกะไข่เค็ม]

บรรยากาศโดยรอบที่พัก
พอท้องอิ่มก็มายืนล้อมวงปรึกษากัน ตอนแรกกะจะค้างกันแค่วันเดียว เพราะกลัวน้ำไม่พอ [เหลือแค่ 2 ถังเอง] แต่สุดท้ายคุยไปคุยมา น็อตก็บอกว่า "ไหนๆเราก็ขึ้นมาถึงนี่แล้ว คราวหน้าให้มาอีกคงไม่มากันแล้ว ดังนั้นอยู่อีกคืนให้ถึงที่สุดเถอะ ส่วนน้ำก็ประหยัดๆกันหน่อยละกัน" โอเค เป็นอันตกลง
จากนั้นก็เตรียมตัวเดินทางไปพิชิตยอดดอยหลวงเชียงดาวกัน เริ่มออกเดินทางจากจุดกางเต้นท์ตอน 11 โมง 40 เดินทางขึ้นดอยไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย ดอยที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย..

เอ้า ปีนขึ้นปายยย คราวนี้ไม่ต้องแบกของ สบายๆ ขำๆ

ยอดดอยอยู่ทางนี้ครับ ตามกระผมมาเลย | ขอนั่งเป็นพระเอกแป๊ปนึง หุ หุ

ดอกไม้หลากสีสัน [เว่อร์ซะ จริงๆก็มีอยู่แค่นี้แหละ เอิ๊กๆ]
บรรยากาศโดยรอบสวยพอใช้ได้เลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่หมอกเยอะมาก ฟ้าปิด ทำให้ไม่เห็นทิวทัศน์โดยรอบเลยอ่ะ รวมตัวกันถ่ายรูปหมู่กันก่อน แล้วค่อยแยกย้ายไปถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย

ถึงยอดดอยแล้วววว เย้.. | วัดกันให้เห็นจะๆว่าสูง 2,195 เมตร

ขัน ผม ธร พี่ต่อ ดาน น็อต ตี๋ ภัทร บอมบ์ | พี่กระติก นัท มาริโกะ แนน หนึง
รูปหมู่อยู่กล้องคนอื่นอ่ะ ไว้ได้แล้วค่อยเอามาลงละกัน

สามบ้าท้าหนาวประจำทริปนี้ เหอๆ
และแล้วช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ก็มาถึง อยู่ๆท้องฟ้าเป็นใจ ฟ้าเปิดครับ แต่เป็นเวลาเพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้น ช่วงเวลานั้นถือเป็นช่วงครึ่งนาทีทองเลยทีเดียว ใครมือไวถ่ายได้ถ่ายเอา ส่วนผมเก็บความมหัศจรรย์มาได้ 2 รูป หุ หุ

30 วินาทีแห่งความมหัศจรรย์ ฟ้าเปิดดดด..

กุหลาบพันปี ที่จะบานตอนช่วงที่ผมไม่ได้มาทุกที เอิ๊กๆ
ลงจากยอดดอยกันตอน 2 โมง 45 แต่ก็มีบางคนที่อยู่รอท้องฟ้าเปิดอีกรอบ ส่วนผมไม่รอแล้ว เหอๆ กลับมาที่เต้นท์ เห็นไม่ค่อยมีใครเลยถือโอกาสเปลี่ยนเสื้อผ้าซะเลย [เน่าแล้ว แหะๆ] จนตอน 5 โมงเย็นกลุ่มที่รอฟ้าเปิดถึงค่อยกลับลงมา [สุดท้ายฟ้าก็ไม่เปิดอีก เหอๆ โอกาสทองมีหนเดียว ฮิ ฮิ]
มานั่งทำอาหารเย็นกัน [ข้าวสวย ไข่เจียว หมูยอ ปลาเค็ม] หลังจากที่กินจนอิ่ม ก็เริ่มหากิจกรรมทำกัน จะดูดาวก็ดูไม่ได้ หมอกหนาจัด จะไปถ่ายรูปกันตอนกลางคืนก็ไม่มีวิวดีๆ สุดท้ายเลยต้องจัดฉากขึ้นมาเอง ถ่ายเต้นท์ครับ เอิ๊กๆ

ไม่รู้จะถ่ายอะไร เลยถ่าย Ju-on เล่นกัน เหอๆ [ขอเจ้าที่เจ้าทางแล้วนา]

แค่เต้นท์ก็ทำให้กลายเป็นรูปสวยๆประจำทริปได้ ฮิ ฮิ
[จริงๆมีรูปเจไดอีก แต่อยู่กล้องคนอื่นอ่ะ]
ราวๆทุ่มครึ่งก็มุดเข้าเต้นท์ชาวบ้านไปนั่งเล่นไพ่ระเบิดกัน มีผม หนึง มาริโกะ นัท น็อต ดานและขัน นั่งเล่นจนทุ่มกว่าผมก็ขอตัวไปนอนก่อน เพราะรู้สึกมึนๆเหมือนจะไม่สบายซะแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ลงดอยไม่ไหวหละยุ่งเลย..
อากาศคืนนี้หนาวกว่าเมื่อวานอีกครับ ลมก็แรงกว่า แถมฝนตกอีกแล้ว เหอๆ ทำไมมาคราวนี้ฝนตก หมอกลงตลอดเลยหว่า พระอาทิตย์นี้ ไม่ได้เห็นเลยครับ ได้เห็นแค่รอบเดียวตอนฟ้าเปิด 30 วิบนยอดดอยเท่านั้นเอง
เรื่องมหัศจรรย์ประจำวัน
มาริโกะ คาวาอิ สาวญี่ปุ่น ชาวฮอกไกโด ผู้ชินกับอากาศหนาวที่สุด ได้ให้คำคมไว้ว่า "อย่าประมาทภูเขา ภูเขาทุกที่ก็หนาวเหมือนกัน" ฮา...
บนยอดดอยหลวงเชียงดาว AIS มีสัญญาณครับ สามารถโทรได้ ทั้งๆที่ตรงจุดกางเต้นท์ไม่มีคลื่น ดังนั้นใครที่ต้องการติดต่อโลกภายนอก สามารถเดินจากจุดกางเต้นท์ขึ้นไปโทรบนยอดได้ [ใช้เวลาเดินทางไปแค่ 40 นาทีเอง เอิ๊กๆ]
ตอนอยู่บนยอดดอย มือถือนัทมี SMS เข้ามาว่าพี่ดอยโทรเข้ามา เลยโทรกลับไป สรุปว่า กล้องพี่ดอยเสีย เลยจะไม่รอพวกผมลงไปแล้ว จะกลับกรุงเทพฯเลย อ้าว ซะงั้น อุตส่าห์มาถึงเชียงใหม่ เพื่อนดันไม่มา แถมกล้องดันเสียอีก พี่ดอยนี่ซวยส่งท้ายปีเลยแฮะ
ปีนี้ บนดอยมีซานต้าภัทรถือถุงขยะมาแจกของขวัญด้วย แต่ไม่มีใครรับซักคน ฮา.. [แหงหละ รับก็บ้าดิ ขยะทั้งนั้น] เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้
ความคิดเห็น