เมื่อคืนฝนตก ลมแรงกว่าเมื่อวานซะอีกครับ มีเต้นท์นึงโดนลมพัดจนสมอบกหลุดไปอันนึงเลยอ่ะ ผมตื่นนอนราวๆ 7 โมง แต่กว่าจะทำใจออกมาจากเต้นท์ได้ก็ 7 โมงกว่าแหนะ แหมก็ข้างนอกมันหนาวหนิ แถมฝนตกปรอยๆอีก
ออกมา Merry X'Mas กันบนดอย แล้วก็มานั่งล้อมวงทำมาม่ากินกัน ต่อด้วยขนมนมเนยรองท้องให้อิ่ม เก็บของเตรียมตัวเดินทางลงจากดอย หลังจากทำการขอขมาเจ้าที่เจ้าทางเรียบร้อยแล้ว ราวๆ 10 โมงครึ่งก็เริ่มออกเดินทางกลับ

กินกันให้อิ่มๆนะ จะได้มีแรงเดิน ลงดอยแค่ 8 กิโลเอง เอิ๊กๆ
ขาลงนี่ค่อนข้างสบายกว่าขาขึ้น เนื่องจากของที่แบกมีน้ำหนักน้อยลง [อย่างน้อยก็ไม่ต้องถือของกินหละ หุ หุ] เลยมีอารมณ์ถ่ายรูปกันมากกว่าตอนขาขึ้น เลยมีภาพสวยๆมาฝากเพิ่มขึ้นอีกตรึม

ชมพูพิมพ์ใจ | ดอยที่ผมเพิ่งลงมาครับ

ถ่ายเก็บวิวไปเรื่อยๆ สบายอารมณ์


ต้นซากุระสวยๆครับ ดอกบานสะพรั่งเลย ไม่รู้สวยสู้ญี่ปุ่นได้มั๊ย ฮิ ฮิ

หลังๆเริ่มเหนื่อยละ เลิกถ่ายจ้ำเอาๆแทน แหะๆ
เดินทางมาถึงข้างล่างราวๆบ่ายสองครึ่ง [จริงๆไกด์บอกว่าใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง แต่พวกผมมัวแต่ถ่ายรูปกัน เลยใช้เวลาเกินไปชั่วโมงนึง] จากนั้นก็ต่อรถลงมาที่ร้านอาหาร จุดแรกที่เตรียมตัวขึ้นดอย
นั่งกินอาหารตามสั่งกันคนละจานเป็นมื้อเที่ยง [มื้อนี้บอมบ์เลี้ยง เฮ.. ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ..] แล้วก็ถ่ายโอนรูปเข้า Notebook พี่ต่อ จะได้รวมแล้ว write เป็น DVD มาแจกเลย จากนั้นเคลียร์หนี้สินกันจนเรียบร้อย จนกระทั่ง 4 โมง 15 ถึงออกเดินทางกลับไปที่อาเขต [ท่ารถเชียงใหม่]

รถมาถึงอาเขตตอน 5 โมง 50 พี่กระติกตกรถไปอุตรดิตถ์ซะแล้ว รถมันออกรอบ 5 โมง 45 [ออกซะตรงไม่มีเลทเลยนะ จะโทรมาบอกขอให้รอหน่อยก็ไม่มีใครรับสาย กว่าจะรับก็รับตอนรถออกไปแล้ว - -"] สุดท้ายเลยต้องซื้อตั๋วใหม่รอบ 6 โมงครึ่งแทน..
หลังจากส่งพี่กระติกขึ้นรถไปแล้ว ก็แยกย้ายกัน กลุ่มที่จะอยู่เชียงใหม่ต่อก็เรียกรถเข้าไปในเมืองไปพักที่โรงแรม ส่วนกลุ่มทื่จะกลับกรุงเทพฯ [ผม น็อต หนึง ธรและพี่ต่อ] ก็เอากระเป๋าไปฝาก [ค่าบริการ 15 บาท] แล้วก็เรียกรถไปตลาดวโรรสซื้อของฝากกัน
ไปถึงตลาดตอนทุ่มนึง แยกย้ายให้เวลาครึ่งชั่วโมง ผมเลยไปกับหนึง พาไปซื้อของฝากแบบทำเวลามาก ใช้เวลาแค่ 15 นาที จากนั้นก็มาถ่ายรูปหน้าตลาดกัน [หนึงเพิ่งมาเอากล้องมาทริปนี้เป็นทริปแรก เลยอยากถ่ายรูปซะมากกว่า]

นั่งสามล้อไปตลาด คนละ 20 [ไม่ได้นั่งสามล้อนานหลายปีแล้วอ่ะ ฮิ ฮิ]


จนกระทั่งตอนทุ่มครึ่ง ทุกคนก็มารวมตัวกันครบไม่มีเลท [แน่หละ มีกรณีศึกษาของพี่กระติกมาเป็นตัวอย่างแล้วหนิ ว่าถ้าเลทแค่ 5 นาทีก็ทำให้ตกรถได้ เหอๆ] นั่งรถกลับมายังอาเขต กินข้าวเย็น แล้วเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน แล้วค่อยนั่งรถทัวร์รอบสองทุ่มครึ่งกลับกรุงเทพฯ
ราวๆตี 1 ครึ่ง โดนปลุกขึ้นมากินข้าวต้มที่จังหวัดนครสวรรค์ แต่ละคนก็งัวเงียขึ้นมากิน ราวๆ 20 นาทีก็ขึ้นรถนอนต่อ ถึงกรุงเทพราวๆตี 5 ครึ่ง จากนั้นผม น็อตและหนึงก็นั่ง Taxi กลับบ้าน กว่าจะถึงบ้าน 6 โมง กลับมาอาบน้ำ แล้วก็หลับเป็นตายยย...
ค่าใช้จ่าย @ ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ 3 วัน 4 คืน ประมาณ 2,200 บาท/คน โดยแจงรายละเอียด ดังนี้
ค่ารถกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ 561 บาท ต่อคน
ค่าอาหาร 1,685 บาท
ค่ารถอาเขต-อุทยาน 900 บาท ต่อคัน x 2 คัน = 1,800
ค่ารถขึ้น-ลงดอย 1,000 บาทต่อคัน x 3 คัน = 3,000 บาท
ค่านำรถเข้าอุทยาน 50 บาท ต่อคัน x 3 คัน = 150 บาท
ค่าลูกหาบ 300 บาท ต่อคน ต่อวัน x 6 คน x 3 วัน = 5,400 บาท
ค่าไกด์ 500 ต่อวัน x 3 วัน = 1,500 บาท
ค่าเข้าอุทยาน 20 บาท ต่อคน
ค่ากางเต้นท์ 30 บาท ต่อหลัง ต่อคืน x 6 หลัง x 2 คืน = 360 บาท
ค่าเตา 50 บาท ต่อเตา x 2 เตา = 100 บาท
ค่ามัดจำขยะ 200 บาท [ได้คืนภายหลัง]
ค่ารถอุทยาน-อาเขต 700 บาท ต่อคัน x 2 คัน = 1,400 บาท
ค่ารถเชียงใหม่-กรุงเทพฯ 481 บาท ต่อคน





โฉมหน้าสมาชิกทั้ง 14 ชีวิต ผู้ร่วมทัวร์ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่
เรื่องมหัศจรรย์ประจำวัน
นัทได้ค้นพบแล้วว่าสาเหตุที่หมอกลงตลอดเวลา เนื่องจาก ตอนก่อนขึ้นเขา ตี๋มันเห็นหมอกบนภูเขา เลยหวังว่าจะเห็นทะเลหมอกบนยอดดอย เลยยกมือไหว้ขอไว้ว่า "เจ้าพระคุณ.. ขอให้หมอกหนาๆตลอดด้วยเถอะ" แล้วนัทก็เห็นดีเห็นงามด้วย เป็นไงหละ สมใจเลยอ่ะดิ ลงซะท่วมหัวเลย เหอๆ
มาทริปนี้ ก่อให้กลุ่ม "เด็ก 4 ดอย" ซึ่งหมายถึงผู้ที่ไปทัวร์ดอยสูงสุดทั้ง 4 แห่งในประเทศไทยมาแล้ว [ดอยอินทนนท์ ดอยผ้าห่มปก ดอยหลวงเชียงดาวและภูสอยดาว] มีสมาชิกกลุ่มคือนัท น็อต ดานและขัน..
ความคิดเห็น