หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 99,753 Views

  • 983 Comments

  • 6,098 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,396

    Overall
    99,753

ตอนที่ 13 : l ฉากสิบสามl Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    9 ส.ค. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากสิบสามl
Pran l talk




“ปราณมึงเป็นอะไรหรือเปล่า หน้ามึงโคตรซีดเลย”

ผมสะดุ้งตอนที่มือเย็นๆ ของอีกฝ่ายแตะเข้าที่หน้าผาก ใจมัวลอยไปหาคนที่คิดว่าน่าจะหลบอยู่ที่ระเบียงแล้ว

มันหายไปไหน จะหายไปจากระเบียงชั้นสิบที่ไม่มีแม้แต่ช่องหรือหลืบให้ซ่อนตัวได้ยังไง?!

“ปะ…เปล่า” ผมขมวดคิ้วยุ่ง “มึงกลับห้องได้แล้วไป จะได้รีบทำงานด้วย”

“กูว่ามึงเครียดเรื่องงานมากไปแล้ว ได้นอนบ้างหรือเปล่า”

“นอนดิ มึงนั่นแหละ กลับไปพักผ่อนเถอะ”

มันมองหน้าผมงงๆ ก่อนจะยอมพยักหน้ารับ “เอองั้นเดี๋ยวกูกลับละ คืนนี้จะนอนไหม ถ้าไม่นอนเดี๋ยวดึกๆ ถ้าง่วงกูโทรมาหา”

“เดี๋ยวคงนอนอะ เมื่อวานกูโต้รุ่งไปแล้ว”

“โอเค งั้นกูกลับละ มึงจะได้รีบทำรีบนอน”

ผมพยักหน้า เดินไปส่งมันที่ประตู พยายามเก็บความว้าวุ่นในใจไว้ไม่ให้เผลอหลุดออกมาทางสีหน้าหรือแววตา 
อยากให้มันเดินออกจากห้องและปิดประตูลงเร็วกว่านี้ จะได้รีบไปดูไอ้คนที่ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างแล้วสักที

“พรุ่งนี้เจอกันมึง”

ไวยกรณ์ยิ้มร่า โบกมือลา ผมยิ้มตอบแล้วปัดมือไล่มันอีกสองสามทีถึงปิดบานประตูลง 
ทันทีที่ปล่อยมือจากลูกบิด สองเท้าก็ก้าวฉับไปที่ระเบียง

ครืด!

“ภัทร!”

เลื่อนประตูออกเร็วๆ หันซ้ายหันขวามองไม่เจอก็พุ่งไปเกาะรั้วชะโงกลงมองด้านล่าง รู้ว่าไม่สมควรคิดแต่การกระทำมันนำไปเอง

“อะไร ไม่ทันไรแช่งกูแล้ว”

ผมชะงัก หันขวับไปมองเมื่อได้ยินเสียงกวนประสาทคุ้นหูดังขึ้น “ไอ้ภัทร”

“ห่วงกูมากเลยสิ”

ผมขมวดคิ้วหงุดหงิด รู้สึกไม่ขำ “ตลกมากไหม”

“เฮ้ย อย่าหน้างอสิ กูไม่ได้แกล้งนะ ก็ไอ้วอกนั่นมันดันนึกคึกออกมาชมวิวที่ระเบียงเองนี่ ให้กูทำไงอะ”

“…” ผมเม้มปากเบนสายตาหนี รู้ดีไม่ใช่ความผิดมัน แต่ก็ยังอดหงุดหงิดไม่ได้ ซึ่งส่วนประกอบของความหงุดหงิดนี้ คงไม่พ้นโมโหตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

“เฮ้ยปราณ! อย่าเพิ่งหนีสิ กูข้ามไปไม่ได้มาช่วยหน่อย” ผมเดินหนี ไม่สนใจเสียงเรียกมัน แต่พ้นเขตประตูมาได้ไม่ถึงครึ่งตัวเท้าก็หยุดนิ่ง เพราะไอ้คนเดิมมันพูดต่อ “เมื่อกี้ตอนกระโดดระเบียงเท้ากูแพลงนะ”

“ว่าไงนะ”

“เท้าแพลงอะ เจ็บ…” มันตีหน้าเศร้า

ผมถอนหายใจยาว “แล้วได้ทำอะไรกับเท้าหรือยัง”

“ทำ...เอ้ย ยังไม่ทำ ภาไม่ยอมทำให้”

หรี่ตาลงเมื่อเห็นมันดูแปลกๆ มีอาการล่อกแล่กเหมือนคนทำอะไรผิด “เพราะมึงโง่ไง”

“เจ็บนะเว้ย มาช่วยกันเลย” มันขยับทำท่าจะปีนรั้วกั้น ยิ่งทำผมนิ่วหน้าไม่พอใจ

“มึงประสาทเหรอ”

“เอ้า ไม่ช่วยแล้วยังด่าอีก”

“จะปีนอีกทีให้ตกลงไปจริงๆ หรือไง เดินออกไปเข้าหน้าห้อง!”

“เอ้อ…” อีกฝ่ายลากเสียงครางแล้วพยักหน้าหงึกหงักเหมือนเพิ่งคิดออก ฉลาดขนาดนี้ตกระเบียงตายไปกูยังต้องสงสัยอีกไหมว่าเพราะอะไร

“เพราะไอ้ลิงนั่นเลยนะกูถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้อะ เห็นไหมว่ากูอยู่ของกูเฉยๆ มันก็หาเรื่องมาให้”

ผมนั่งนิ่งฟังมันฟ้องนั่นโบ้ยนี่ไม่ต่างกับเด็กที่กำลังแก้ตัวกับแม่เพื่อไม่ให้ถูกตีหลังเล่นซนแล้วทำเสื้อเลอะ “มึงจัดการมันให้กูเลย”

“จะให้จัดการอะไร มันก็แค่มาเอาของ อยู่เฉยๆ กูประคบไม่ถนัด”

“เย็น!”

“น้ำแข็งก็ต้องเย็นสิวะ อย่าดิ้น เดี๋ยวน้ำหก”

ทำเสียงดุ จับกะละมังแน่นไม่ให้มันเคลื่อนตามแรงอีกฝ่าย พอมานั่งประคบให้มันถึงได้รู้ว่าไอ้บ้านี่มันตอแหลแค่ไหน ได้กลิ่นยาแรงขนาดนี้ยังกล้ามาบอกว่าภาไม่ยอมทำแผลให้ จะโกหกอะไรก็ไม่เนียน

ตั้งใจจะอ้าปากด่า แต่พอเห็นข้อเท้าที่แดงๆ ทั้งยังเริ่มบวมแล้วก็ไม่อยากโวยวาย เพื่อความสบายใจของอีกฝ่าย ทำให้อีกรอบคงไม่เป็นไร

ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นห่อน้ำแข็งไว้ด้านในค่อยๆ ประคบที่ข้อเท้าให้ สลับกับออกแรงกดเบาๆ ตรงจุดที่บวมตามที่เสิร์ทหาในเน็ทเมื่อครู่ 
เงยหน้ามองเมื่อเห็นมันเงียบผิดปกติ พอสบตากันถึงรู้ว่าคิดผิดที่เผลอไปมองหน้า มุมปากที่ยกขึ้นเป็นอมยิ้มเล็กๆ 
แววตาสื่อความหมายที่จับจ้องมาที่ผม รู้สึกหน้าร้อนขึ้นจนต้องรีบหลุบตาลงจ้องข้อเท้าอย่างเดิม

“ปราณ”

“อะไร”

“อีกสองอาทิตย์มีแข่งบาส วิดวะเจอกับ’ถาปัตย์นัดแรก”

“อืม กูรู้”

“มึงลงปะ”

“ลงแหละ ไวมันเอาชื่อกูไปลงแล้ว”

“เชี่ยนั่นอีกและ”

“มันเป็นเพื่อนกู”

“แต่กูเป็นแฟนมึงนะ”

ผมถอนหายใจ โคลงหัวอย่างหมดคำพูด “เออ แล้วถามทำไม”

“กูก็ลงด้วย”

“ก็ไม่ได้แปลกใจ แต่ถ้ามึงยังไม่หยุดยุกยิกอีก เท้าไม่หายมึงก็ไม่ได้ลง”

“ไม่ได้ดิ ถ้ามึงแข่ง กูจะไม่แข่งด้วยได้ไง”

“แค่นี้ยังแข่งกับกูไม่ครบทุกเรื่องหรือไง” หัวเราะนิดๆ ที่ท้ายประโยค หยิบผ้าแห้งที่วางอยู่ด้านข้างมาซับน้ำออกจากข้อเท้า เอาผ้ายืดมาพันให้ก่อนวางเท้ามันลงพื้น แล้วขยับตัวลุก “เอ้า เสร็จ เอาของไปเก็บ กูจะทำงานต่อแล้ว”

“แต่นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ เมื่อคืนมึงก็ไม่ได้นอน”

“ขอกูทำอีกหนึ่งชั่วโมง”

“มึงขอหนึ่งชั่วโมงทีไร นกร้องทุกที”

“เออน่า วันนี้หนึ่งชั่วโมงก็คือหนึ่งชั่วโมง”

“กูจะตั้งนาฬิกาปลุก”

“อยากทำอะไรก็ทำ แต่เอาของไปเก็บด้วย”

ณภัทรบ่นอะไรไม่รู้ในคอ แต่ผมไม่สนใจ เดินกลับมานั่งลงที่โต๊ะและเริ่มทำงานต่อ 
เสียเวลากับเรื่องอะไรก็ไม่รู้มาเกือบชั่วโมงแล้ว เอาเวลาทำงานของผมคืนมาเลย








“โอย เหนื่อยจะบ้า”

ละสายตาจากกระดาษแบบตรงหน้าเมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจห้อง 
ตามด้วยคนที่เพิ่งงี่เง่าขอกุญแจไปปั๊มเมื่อสองวันก่อนเปิดประตูเดินเข้ามาแล้วบ่นโอดโอย

“วันนี้ช้านะ”

“เออดิ วันสุดท้ายเอาซะหนักเลย แล้วนี่กลับมานานแล้วเหรอ อาบน้ำหอมฟุ้งเลย”

“อย่าเข้ามาเชียวนะ” เอาไม้สเกลชี้หน้าขู่มันทันทีที่เห็นว่าจะกระโจนมากอดทั้งที่เหม็นเหงื่อแบบนั้น “ไปอาบน้ำ”

“เพิ่งก้าวเข้าห้องมายังไม่เกินสามก้าวเลย ไล่ไปอาบแล้ว ให้พักหายใจก่อนก็ไม่ได้”

“ไปหายใจต่อในห้องน้ำนั่นไป ห้องกูเหม็นหมด”

“ดูพูดจา จะให้ชื่นใจหน่อยไม่ได้เลย”

“พูดมาก”

มันยิ้มตาปิด ขยับเดินเข้ามาใกล้ผมอีกหน่อย “ว่าแต่หน้ามึงแดงๆ นะ ป่วยหรือเปล่า”

“นิดหน่อย”

“กินยายัง”

“กินแล้ว กูไม่ใช่มึงนะ”

“เอ้า เป็นห่วงก็โดนประชด กูมีแฟนแค่คนเดียว ไม่ให้ห่วงแฟนแล้วจะให้ห่วงใครล่ะ หืมม”

“รีบๆ ไปเลย” ผมทำเสียงรำคาญ เลิกคิดจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย ก้มลงสนใจงานตัวเองต่อ

ณภัทรหัวเราะร่าเริงแล้วเดินหายไปทางห้องน้ำ มีความสุขนักล่ะเวลาเห็นผมหงุดหงิด

หลายวันมานี้หลังจากเลิกเรียนแล้วคณะผมก็จะซ้อมบาสกันตลอด วันละสองถึงสามชั่วโมงอย่างต่ำ 
ยิ่งใกล้วันแข่งก็ยิ่งซ้อมหนักขึ้น จากตอนแรกก็สนุกดีเพราะได้ออกกำลังกาย 
แต่หลังๆ ความปวดล้าของกล้ามเนื้อเริ่มเล่นงานจนทำเอาไข้จะขึ้น 
ยิ่งนอกจากซ้อมบาสแล้ว หลังกลับห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ต้องมานั่งทำงานต่อจนเกือบเช้า 
เพราะถึงจะมีงานแข่งกีฬา แต่ธีสีสก็ไม่ได้พักเบรคหรือเลื่อนส่งสักหน่อย

ณภัทรเองก็ไม่ได้ต่างกัน คณะมันก็ซ้อมหนักไม่น้อยหน้า กลับมาเหงื่อท่วมตัวกันทั้งคู่ 
ลากสังขารเข้าไปอาบน้ำแล้วมานอนตายอยู่ข้างๆ ผมตอนทำงาน แต่หนักกว่าก็ตรงมันยังมีอาการเจ็บข้อเท้าอยู่เล็กน้อย 
บางครั้งก็เห็นบ่นปวดๆ เจ็บๆ มาอ้อนให้ต้องนวดยา ประคบร้อนให้ เห็นแบบนั้นแล้วก็เป็นห่วง

พรุ่งนี้ก็จะแข่งแล้ว…ถ้าเท้ามันหายสนิทก็คงดี






บรรยากาศในโรงยิมคึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ทีมนักกีฬาของทั้งสองคณะเดินมารออยู่ข้างสนามในชุดบาสแล้วเรียบร้อย 
ประกอบด้วยกองเชียร์นั่งขนาบข้างสองฝั่งสนามเตรียมแข่งกันตะโกนข่มฝ่ายตรงข้าม และยังมีนักศึกษาคณะอื่นๆ มานั่งดูด้วย

กวาดตามองคนเยอะแยะแล้วก็เริ่มใจเต้น ณภัทรยืนรวมกลุ่มกับเพื่อนมันอยู่ตรงข้าม 
เห็นมันก้มลงจับดูข้อเท้าตัวเองเหมือนกำลังเช็คให้แน่ใจว่าไม่เป็นไรแล้วจริงหรือเปล่า 
เป็นวินาทีเดียวกับที่เจ้าตัวเงยหน้ามองกลับมา ผมหลุดสะดุ้ง รู้สึกเหมือนถูกจับได้ว่าทำผิด 
แล้วยิ่งภัทรมันทำหน้าเหมือนจะแซวว่า ‘แอบมองกูอยู่ล่ะสิ’ ส่งมาให้แบบนั้นด้วยแล้วยิ่งรู้สึกพลาด 
ถึงจะแอบหงุดหงิด แต่แววตาล้อเลียนนั้นทำให้หายประหม่าไปได้เยอะเหมือนกัน 
พยายามทำเป็นไม่สนใจอาการกวนประสาทของอีกฝ่าย แล้วเบนความสนใจของตัวเองไปที่อื่น
พยายามไม่ให้คนใกล้ตัวจับสังเกตได้ ผิดกับทางนั้นที่ยังยิ้มน่าระรื่นส่งมาอย่างไม่แคร์สายตาใคร

กลัวคนไม่รู้นักหรือไงถึงได้มาเล่นหูเล่นตาใส่ทุกครั้งที่มีโอกาสแบบนี้




เมื่อเกมการแข่งขันเริ่มขึ้นอาการตื่นเต้นของผมก็หายไป มีแต่การเคลื่อนไหวของเพื่อนร่วมทีม และลูกส้มๆ อยู่ในหัว 
ผ่านไปแล้วหนึ่งควอเตอร์แต่คะแนนของทั้งสองคณะก็ยังไม่ขยับ วิศวะยังคงฟอร์มดีไม่ตก แข่งกัน

กี่ครั้งเรื่องพละกำลังของคณะผมก็เป็นรอง ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เรื่องใช้แรงนี่จะให้สู้พวกถึกๆ แบบนี้คงไม่ไหว ต้องพึ่งมันสมองกันหน่อยล่ะ

“ปราณ! รับ!!”

ผมพยักหน้าให้ไอ้ไวตอนที่มันตะโกนมาจากอีกมุมนึงของสนาม ก่อนที่ลูกกลมๆ สีส้มจะพุ่งมาให้รับไว้ด้วยสองมือ 
อาศัยจังหวะที่ฝั่งตรงข้ามมีช่องโหว่แทรกตัวเข้าไปใกล้แป้นบาสแล้วกระโดดชูทอย่างรวดเร็ว 
เสียงลูกตัดผ่านอากาศสอดลงกลางห่วงและหล่นกระทบลงพื้นอย่างสวยงาม เรียกเสียงเฮดังลั่น 
พอ’ถาปัตย์ได้คะแนนก่อนพวกวิดวะก็เริ่มไม่พอใจ เกมการแข่งขันก็เริ่มดุเดือดขึ้น


เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ที่สองผมก็มีปัญหาเพิ่มมาอีกหนึ่ง เพราะนอกเหนือจากพะวงเรื่องการแข่งขันแล้ว
ยังต้องคอยห่วงข้อเท้าของไอ้คนของฝ่ายตรงข้ามด้วย เมื่อครู่เห็นมันขยับผิดจังหวะจนเซจะล้ม 
ถึงจะประคองตัวเองไว้ได้ก่อนจะเสียหลักลงไปนั่งที่พื้น แต่สีหน้าเจ็บปวดนั้นก็ทำให้รู้ได้ทันที่ว่าอาการปวดมันกำเริบเข้าอีกแล้ว

“ปราณ!”

แล้วยิ่งมันมาวิ่งแบบนี้ เดี๋ยวเจ็บหนักขึ้นมาจะทำไงวะ ทำไมโค้ชแม่งไม่เปลี่ยนตัวนักกีฬาสักที ไม่เห็นเหรอว่ามันเริ่มกะเผลกแล้วน่ะ

“ปราณ! เชี่ยปราณ!!”

ขมวดคิ้วเมื่อภัทรมันหันมาสบตา แล้วเบิกตากว้างเหมือนกำลังตกใจ อีกฝ่ายโบกมือให้ผมหันไปทางขวามือของตัวเอง 
แล้วก้าวเท้าวิ่งเข้ามา แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อหันไปมองตามทิศที่มันชี้ไม้ชี้มือแล้วพบลูกบาสกำลังพุ่งมาทางตัวเองอยู่ 
มันใกล้มากจนขนาดแค่คิดจะหลบยังไม่ทัน

พลั่ก!

“โอ๊ย!”

ตุบ!

“ปราณ!!”

ลูกบาสกระแทกเข้าเต็มศีรษะ ผมล้มลงไปนั่งที่พื้นรู้สึกมึนไปทั้งหัว เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นประสานไปกับเสียงนกหวีด 
ตาลายและพร่าเบลอจนมองรอบข้างไม่ถนัด รู้แค่มีคนเยอะแยะวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง

แต่มีสัมผัสหนึ่งที่เข้ามาจับที่แขนและใบหน้า

“ปราณ! มึงโอเคไหม มึงมองหน้ากู ปราณ เชี่ย มึงเลือดกำเดาไหล กระแทกจมูกด้วยเหรอ”

เสียงคุ้นหูนั่นดังขึ้นใกล้ๆ พอปรับสายตาได้ก็เห็นสีหน้ากระวนกระวายของณภัทรเป็นอย่างแรก 
ผมตั้งสติไม่ทันและกำลังเบลอ เลยปล่อยให้มันจับประคองหน้าขึ้นและถลกชายเสื้อบาสของตัวเองมาเช็ดเลือดที่จมูกให้

“อะไรของมึงวะ อย่ามาแตะตัวเพื่อนกู!” เสียงไอ้ไว

“มึงอย่ามายุ่งไอ้สัด อย่าจับกู!”

“เชี่ยนี่แม่ง!”

“อย่าเพิ่งไว มึงดูปราณก่อน”

เสียงภัทรเสียงไวเสียงเก้กับเสียงใครอีกหลายคนดังสลับกันจนงงไปหมด เวียนหัวเกินกว่าจะสนใจว่าใครเป็นใคร

“เดี๋ยวกูพามึงไปห้องพยาบาลนะปราณ มึงลุกไหวไหม ขี่คอกูนะ”

“อือ…” นิ่วหน้าเพราะปวดแปลบที่ข้างขมับ ยกมือกุมหัวตัวเองและหลับตาปี๋

“ปวดหัวเหรอปราณ มึงเจ็บตรงไหนบ้าง มึงตอบกูสิ”

เสียงของภัทรยังคงดังอยู่ข้างๆ หูไม่หยุด แต่หัวผมมันหนักเกินกว่าที่จะเปล่งเสียงตอบออกไปได้ 
เหมือนโลกมันโคลงเคลงไปมาทำเอาเริ่มนั่งไม่อยู่ เสียงดังรอบตัวก็ค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ 
กระทั่งรู้สึกว่าลมพัดผ่านใบหน้าไปทุกอย่างก็เงียบสนิท





ลืมตาขึ้นมาภาพแรกที่เห็นคือฝ้าเพดานสีขาวสนิท ยังรู้สึกตึงๆ ที่หัว หนักอึ้งจนไม่สามารถผงกหัวขึ้น 
เลยได้แต่เหลือบตามองไปด้านข้าง พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงห้องพยาบาล มีผ้าม่านสีน้ำเงินปิดล้อมรอบอยู่

“มึงออกไปสิวะ!”

“มึงนั่นแหละถอย กูจะเข้าไปดูปราณ!”

“เป็นเหี้ยอะไรถึงต้องมายุ่งกับเพื่อนกู แข่งจบแล้วก็ไสหัวไปสิวะ”

ได้ยินเสียงภัทรกับไวแข่งกันตะโกนอยู่หลังม่าน เสียงฟังดูอยู่ไกลพอสมควร ถึงตอนนี้แล้วก็นึกภาพตอนภัทรวิ่งเข้ามาหาตัวเองขึ้นได้

นี่มันฉิบหายแล้ว…

ครืด

สะดุ้งเมื่อผ้าม่านถูกเลื่อนเปิดออก หันไปมองก็พบว่าไอ้เก้เป็นคนเปิดเข้ามา

“เป็นไงบ้างปราณ”

“อืม...ไม่เป็นไรแล้ว แค่ปวดหัว”

“ดีแล้ว หัวมึงโนแล้วก็มีรอยช้ำนิดหน่อย แต่อาจารย์บอกไม่เป็นไรมาก คงโดนลูกบาสอัดแรงไปเลือดกำเดาเลยไหล”

ผมพยักหน้าลง “…แล้วกูมานี่ได้ไง”

“…” มันมองหน้าผมนิ่ง ขยับนั่งลงที่ปลายเตียง “ไอ้ภัทรอุ้มมึงมา”

“...”

สิ้นคำตอบอีกฝ่ายผมก็นิ่งงัน ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีคำถามหลุดออกจากปากอีกฝ่าย 
ผมเม้มปากเล็กน้อยเพราะความเครียด และในจังหวะที่ความกดดันเริ่มก่อตัวขึ้น เก้มันก็เป็นคนเอ่ยปากก่อน

“มึงกับมันไม่ได้เกลียดกันอย่างที่พวกกูเห็นจริงๆ ใช่ไหมวะ”

“...”

“ที่กูเห็นวันนี้ มันไม่ใช่แบบเดียวกับที่กูเคยเห็นมาตลอดเลยว่ะปราณ”

“...”

“สายตาที่มันมองมึง มันไม่ใช่สายของคนเกลียดกันจะมองกันเลย”

“คือกู…”

“มันคงเป็นโชคดีของคณะเราแล้วมั้งที่มึงสลบไป” ไวยกรณ์ที่เดินเข้ามาเมื่อไหร่ไม่รู้เอ่ยแทรกขึ้นเสียงเรียบ ผมหันขวับไปมองมัน พอเราสบตากันผมก็ก้มหน้ามองมือตัวเอง ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ รู้สึกเหงื่อออกที่ฝ่ามือจนชื้นไปหมด “เพราะถ้ามึงลืมตาอยู่ กูอาจจะได้เห็นสายตาแบบเดียวกันตอนที่มึงมองมันก็ได้”

ไม่ได้ตอบอะไรมันกลับไป ทำเพียงขมวดคิ้วแล้วจ้องสองมือของตัวเองเงียบๆ 
ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด เพราะรู้ดีว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องจริง 
ที่ผ่านมาผมอาจจะมีความสุขมากเกินจนลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นใคร 
กำลังทำอะไรอยู่ กำลังซ่อนอะไรไว้ด้านหลัง และกำลังแบกอะไรไว้บนบ่า

ผมคงลืมไปว่าความสัมพันธ์ของผมกับณภัทรไม่ใช่เรื่องปกติที่คนรอบข้างจะยอมรับได้ 
อยากจะต่อยตัวเองแรงๆ ที่มัวแต่โง่จนทำให้ทุกอย่างมันพังแบบนี้ 
ทั้งที่คิดว่าตั้งใจประคองไว้ในมืออย่างดีแล้ว แต่สุดท้ายก็เป็นคนปามันลงพื้นด้วยน้ำมือของตัวเอง

โง่จนลืมแม้กระทั่งความกลัวของตัวเอง…ตอนนี้สิ่งที่ผมกลัวมันก็กำลังเกิดขึ้น และคงเป็นอย่างที่เคยคิดไว้มาตลอด


เมื่อความลับนั้นไม่ใช่ความลับแล้ว…บางสิ่งจะหายไป








Tbc...



มาแล้วค่ะะะ ฮรืออออ หวานกันได้ไม่เท่าไหร่มีเรื่องมาอีกแล้ว 
เอ้าาา ทีมปราณภัทร โบกธงค่ะ 

ส่งไม้ต่อให้ปีเวสต์ อิ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #911 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:17
    ความลับแตก
    #911
    0
  2. #910 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:14
    ม่ายยยย มันต้องไม่ดราม่า เอาจริงมันต้องเลิกยึดติด ไอเรื่องที่เกลียดขี้หน้ากันเนี่ย มันแบบบางทีก็ไร้สาระ ไม่ต้องทำตามเขาขนาดนั้นก็ได้ มันไม่ได้มีผลกับชีวิตในอนาคตสักหน่อย แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเรื่องพ่อแม่ต่างหาก เอาจริงมันก็มีอุปสรรคเยอะนะเนี่ย
    #910
    0
  3. #875 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:11
    แม่ งจะอะไรนักหนาอะ ยุ่งวุ่นวาย เขาจะชอบกันแล้วมันยังไง คนตีกันก็พวกแกมั้ย โอ๊ย
    #875
    0
  4. #797 ภรมน (@mmmiuic) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:33
    โอ้วว ถ้ารักกันมากพอตัวแปรอื่นก็ไม่มีผลกระทบ
    #797
    0
  5. #758 reallyeun (@thebestkub) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 09:56
    โอ้ยพระเอกก็นะ
    #758
    0
  6. #614 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:03
    กลิ่นมาม่าลอยมา
    #614
    0
  7. #568 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 02:42
    เป็นห่วงเขาจนเจ็บเองจนได้ โง้ย ไม่อยากให้ดราม่าเลย ว่าแล้วที่หวานๆ กันมาต้องโดนตัดด้วยดราม่าแน่เลย งืออออ
    #568
    0
  8. #196 justattempt (@thisisallfull) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 14:27
    อ่าว ดราม่ามาไวไม่ทันตั้งตัววววว
    #196
    0
  9. #146 Thedrm. (@dreamdarknight) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 19:40
    ขอร้องอย่างเดียว....อย่าเลิกกันนะ ไม่นะ
    #146
    0
  10. #115 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 08:51
    โอ้ยตายละ กำลังฟืนๆปราณเป็นห่วงภัทร ภัทรเป็นห่วงปราณอยู่ดีๆ โอย เครียดเลย /กุมขมับ เรายังไม่พร้อมกับดราม่าาา ฮือออออ รอต่อฮะ
    #115
    0
  11. #102 ❥เอ๊ะฮุน (@Oh_sehun94) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 23:39
    อย่าเลิกกันนะ ฮื่ออออ กลัว กลัวใจมาก
    #102
    0
  12. #101 Pi Pi Ploy za (@ploy_00) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 11:41
    อย่าเลิกกันน้า ขอให้มาม่าห่อนี้หมดเร็วๆนาจาาาา//ยกธงภัทรปราณรัวๆ
    #101
    0
  13. #99 whverbena (@pearllady) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 13:52
    ไม่รู้จะเม้นต์อะไร กลัวหยาบ555
    ดราม่ามาแล้วซินะ โอ้ยยย จะเรียนจบกันอยู่แล้วเชียว!
    #99
    0
  14. #98 ไฉไลใสๆค่ะ (@saisignsine) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 13:23
    เพื่อนจับได้แล้วอะ เลิกตีกันเถอะพวกแก รักกัน ได้กันให้หมด55555
    #98
    0
  15. #97 tuckkiijung (@tuckkii1996) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 08:50
    แง ;-; อย่าเลิกกันนะ ฮืออออออออออออออออออออ จับมือกันไว้แล้วผ่านไปด้วยกัน /โบกผ้าเชียร์ภัทรปราณ
    #97
    0
  16. #96 t-t-thn (@thn-56) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 02:22
    มาแล้วววว สิ่งที่กลัวมันมาแล้วววว ขอให้ผ่านไปด้วยดีนะ
    #96
    0
  17. #95 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 00:45
    โอ๊ยยย จะดราม่าขนาดไหน ก็อย่าปล่อยมือจากกกันนะ
    #95
    0
  18. #94 idocheeze (@cheezedrink) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 00:32
    ไม่อยากให้ดราม่าเลย
    #94
    0