หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 100,497 Views

  • 985 Comments

  • 6,147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7,140

    Overall
    100,497

ตอนที่ 3 : ฉากสาม l Pran talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10999
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    1 มิ.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากสามl
Pran l talk




“เออกูก็ว่าจะพูดนานแล้ว” 

ผมเกริ่นขึ้นมานิ่งๆ ระหว่างมือกำลังคนโจ๊กสำเร็จรูปที่เพิ่งแกะจากซองเทน้ำร้อนใส่ชามให้ได้ที่ คนที่กำลังปอกไข่ต้มใส่ปากอยู่ก็เลิกคิ้วและหันมามอง 

“เรื่อง?” คำถามสั้นๆ ที่ไม่แม้แต่จะประกอบให้เป็นประโยคก็ยิ่งทำให้หัวคิ้วผมกระตุก 

“มึงจะเสนอหน้ามาห้องกูทำไมอีกแต่เช้า เมื่อคืนยังกวนกูไม่พอสินะ ไม่แน่ใจว่าเดือนนี้กูทำบุญน้อยหรือไงถึงได้ยังมีสัมภเวสีมาขอส่วนบุญติดๆ กันแบบนี้” 

“สงสัยมึงจะทำบุญไม่ขึ้นนะ” 

“กรรมหนักแบบนี้ให้ทำเท่าไหร่ถึงจะพอ ว่าแต่ห้องมึงไม่มีไรกินเลยหรือไงถึงได้มาไถของห้องกูตลอด” 

“วันนี้ภามีส่งงานเช้าเลยต้องรีบออก มีขนมปังแถวแต่นมข้นหมด กูไม่ชอบกินแยม” 

“นี่กูต้องรู้?” 

“เผื่อว่ามึงจะซื้อมาติดห้องไว้ไง” 

ไอ้หน้าด้านมันยังคงตอบรับด้วยท่าทางขบขัน มือก็ตักโจ๊กข้นๆ เข้าปาก ผมนิ่วหน้าเพราะเห็นในช้อนยังมีก้อนผงที่ยังไม่แตกตัวดีปะปนอยู่ 

“นี่มึงห่วยขนาดอุ่นโจ๊กซองให้สุกทั่วกันไม่ได้เลยเหรอวะ” 

“ฮันแหนะ สังเกตกูอีกแล้ว สนใจกูมากเหรอ” 

“กูเวทนา” 

“งั้นก็รับกูไปเลี้ยงเลยสิ” 

“คงไม่ไหว” 

“แค่ไอ้ภัทรคนเดียวคุณหนูปราณเลี้ยงไหวอยู่แล้ว” 

“มึงคนเดียวแต่แถมตัวในปากมาหลายตัว” 

เห็นณภัทรยังคงยิ้มกว้างอย่างกวนประสาทแม้กระทั้งตอนที่ผมกำลังสาดคำด่าใส่แล้วก็เหนื่อยใจ 
จนได้แต่ละสายตาจากใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วก้มลงคนโจ๊กร้อนๆ ในชามของตัวเองก่อนตักเข้าปาก 

“กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วว่าแดกเสร็จให้ล้าง” แม่ง ลุกไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวกลับมาก็ต้องหงุดหงิดแล้ว “มึงเอาไปวางไว้ที่อ่างเฉยๆ น้ำก็ไม่เปิดแช่ไว้” 

“ขี้บ่นรองจากน้องกูก็มึงเนี่ยแหละ” 

“งั้นมึงมาล้างไอ้คราบโจ๊กที่แข็งตัวติดชามนี่เองเลยนะ” 

ณภัทรยิ้มตาปิดแทนคำตอบรับ รอยยิ้มที่มองทีไรผมก็เผลอขมวดคิ้วแน่นทุกที 
สีหน้ากวนอารมณ์ที่พาลแต่จะทำให้มือให้เท้ากระตุกเข้าหา ผมเลิกล้มความตั้งใจที่จะพูดกับคนไม่รู้ความ
และหันมาสนใจชามที่เกรอะกรังไปด้วยคราบอาหาร ไม่รู้แม่งเติบโตมายังไงถึงได้ซกมกขนาดนี้ 
ตอนอยู่บ้านกินข้าวเสร็จคงลุกพรึ่บจากโต๊ะทันทีที่อิ่ม และพออยู่หอก็คงไม่พ้นมีน้องมันดูแล  
ผมเหล่ตามองคนที่ยังคงนั่งจ้องผมตาไม่กระพริบอย่างรำคาญใจ เห็นผมที่มัดรวบไว้แล้วก็ยิ่งหงุดหงิด 
ตัดๆ ให้จบไปจะตายหรือไง รกหูรกตาไม่ต่างกับตัวคน 

“ขมวดคิ้วบ่อยระวังหน้าแก่นะ” 

“มึงนั่นแหละระวังไม่ได้แก่” 

“จะชมว่ากูหน้าเด็กสินะ” 

“ตายก่อนแก่น่ะรู้จักไหม” 

“ปากคอเราะร้าย” 

“กินเสร็จแล้วก็ไสหัวไป” 

“กินกันเสร็จแล้วก็ไล่เลยเหรอ ใจร้าย” 

“ณภัทร” 

ผมเรียกชื่อมันเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิมตอนที่ไอ้ติดตลกข้างหลังมันเล่นไม่ยอมเลิก 
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ใจที่แม่งชอบพูดจากำกวมแหย่ผมแบบนี้อยู่เรื่อยๆ  
และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าอารมณ์ผมเริ่มเสียแล้วถึงได้ยกมือขึ้นสองข้างบ่งบอกว่ายอมแพ้ 
รอยยิ้มปั่นประสาทนั่นยังติดอยู่ที่มุมปาก ไม่มีสักครั้งที่ผมมองหน้าณภัทรแล้วจะไม่เห็นมันอมยิ้มชวนตีแบบนี้ 

“แล้วนี่เรียนกี่โมง” 

“เก้าครึ่ง เดี๋ยวจะออกแล้ว” ผมว่า ลังเลไปนิดที่จะถามมันกลับ แต่ถ้าไม่ถามก็จะไล่ลำบาก “แล้วมึงน่ะกี่โมง จะออกไปได้ยัง” 

“สิบโมง อีกแป๊บค่อยไปก็ทัน” 

“แต่กูจะออกแล้ว มึงกลับห้องไปเลย” 

“กูขี้เกียจไขกุญแจแล้ว มึงเอากุญแจห้องมึงมาดิ เดี๋ยวล็อคให้ก่อนออก” 

“เรื่องอะไรกูต้องไว้ใจคนขี้ไถอย่างมึงให้อยู่ในห้องกูตามลำพัง” 

ก๊อก ก๊อก 

ณภัทรชะงักคำที่กำลังจะหลุดโพล่งออกจากปาก แล้วเราทั้งคู่ก็หันไปมองทางประตูหลังจากได้ยินเสียงเคาะแทรกบทสนทนาขึ้นมาเมื่อครู่ 

“ใครวะ” 

“ชู่ว” ผมห่อปากส่งเสียงปรามให้เงียบ “อย่าส่งเสียงล่ะ” 

พูดแล้วก็เดินไปส่องตาแมวที่บานประตู เห็นไวยกรณ์ยืนยิ้มล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ด้านนอกก็แทบยกมือกุมขมับ วันนี้มึงจะขึ้นมาทำไมเนี่ย 

“ไอ้ปราณ ตื่นยังวะ!” ไม่เคาะเปล่ามีตะโกนเรียกด้วยไง 

ผมเกาหัวแกรก ทิ้งช่วงไปนิดถึงเอ่ยปากตอบ “เออ แต่งตัวจะเสร็จแล้ว มึงมาไมวะ” 

“กูมาเตือนมึงให้เอาไฟล์งานไปด้วย ไลน์มาแล้วไม่อ่าน โทรหาก็ไม่รับ” 

ไอ้ฉิบหาย ชาร์จอยู่ตรงหัวเตียง 

“เออๆ รอแป๊บเดียวออกไปละ” 

มันครางรับมาจากด้านหลังบานประตู ผมเลยรีบหมุนตัวกลับเตรียมจะไปหยิบของออกไปเรียน 
พอหันมาเจอณภัทรนั่งยิ้มแบมือขอกุญแจก็ต้องยกนิ้วชี้หน้าอย่างคาดโทษ 

“กูไม่ได้ทำไรเลยนะ” มันกระซิบ “เพื่อนมึงมาเอง” 

“ไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยวพอกูไปแล้วไม่เกินสิบนาทีมึงก็ไสหัวไปด้วย” 

“คร้าบๆ รู้แล้วครับ” 

“รู้แล้วก็ทำตาม” 

“ขอกุญแจด้วยครับ” 

ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อต้องส่งกุญแจให้มันจนได้ อีกฝ่ายรับไปหน้าระรื่น ค้อนขวับอีกครั้ง
ก่อนจะต้องรีบวิ่งเข้าไปรวบม้วนกระดาษและแฟลซไดรซ์บรรจุไฟล์งานกับกระเป๋าตังค์และโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าลวกๆ 
หยิบขึ้นสะพายพาดช่วงตัว ก้าวขาออกจากห้องนอน 

“ไปก่อนล่ะ อย่าลืมที่กูพูดเมื่อกี้” 

“รู้แล้วครับ สิบนาทีออกไปครับ” 

ผมขยับปากด่ามันแบบไม่มีเสียง ไล่ไปยืนหลบให้พ้นมุมที่คนนอกห้องสามารถมองเข้ามาเห็นได้ 
สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างประหม่า ไม่นานก็เปิดบานประตูออกไปหาไอ้ไวที่ยืนล้วงกระเป๋ารออยู่ในท่าเดิม 

“ช้า” สบตากันปุ๊บไวยกรณ์ก็อ้าปากบ่นทันที 

“เออ กูแต่งตัวอยู่” 

“เอาของมาหมดแล้วใช่ปะ” 

“หมดแล้วๆ ไปกันเลยดีกว่า” 

มันพยักหน้าแล้วเดินนำไปที่ลิฟท์ ผมฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายหันหลังให้มองกลับเข้าไปในห้อง
เห็นตัวเจ้าปัญญายิ้มร่าโบกมือลาหย็อย ๆ อยู่หลังโซฟา ทำให้ต้องชี้นิ้วย้ำคำสั่งอีกครั้งก่อนจะปิดประตูลง
และก้าวเท้าตามเพื่อนตัวเองไปอย่างไม่ให้ผิดสังเกต 
 





“เป็นไงมึง” 

เก้เอ่ยปากทักผมทันทีที่พ้นประตูห้องพักอาจารย์มา ใช้เวลาคุยหัวข้อกันนานจนตอนนี้แทบจะเหลือแค่กลุ่มผมเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้วที่อยู่บนตึก 

“ก็ดีมั้ง” ผมไหวไหล่และกระโดดขึ้นนั่งบนโต๊ะกระจกข้าง ๆ อีกฝ่าย “อาจารย์เขาก็ไม่ได้ขัดอะไรกู บอกให้ลองหาข้อมูลลงลึกกว่านี้ได้แล้ว มึงอะ”  

“’จารย์ให้ไปวิเคราะห์SWOTมาเพิ่มว่ะ” 

“อ้าว ครั้งที่แล้วไม่ได้หามาเหรอวะ” 

“ก็หามา แต่ป้าแกบอกวิเคราะห์ตื้นไป” มันตอบแล้วก็ทำหน้าแหยง นั่งห่อไหล่ด้วยอาการเหนื่อยใจจนผมยิ้มขำ ยังไม่ทันได้บ่นอะไรต่อกอล์ฟก็เดินตามออกมา สีหน้าแม่งไม่ได้ต่างกันกับไอ้เก้เลย 

“ทำหน้าอะไรของมึงกอล์ฟ” 

โกศินหันมายักคิ้วให้ผมครั้งนึง ทิ้งตัวพิงเก้าอี้ใกล้ๆ “ครั้งที่แล้วอาจารย์แม่งยังบอกหัวข้อกูน่าสนใจอยู่เลย มาวันนี้มีอาการไม่ปลื้มแล้ว บันเทิงไหมล่ะ” 

“จันเพ็ญอะนะ” เก้ถาม 

“เออดิ หรรษาชิบหายที่ปรึกษากู ไบโพล่าร์กำเริบทุกสามวัน” 

“แล้วไง ล้มหัวข้อเหรอมึงอะ” ถามไปก็คิดนะว่าตัวเองโชคดีสุดๆ แล้วที่ที่ปรึกษาอารมณ์คงที่ ไม่ปรี๊ดขึ้นปรี๊ดลงปุบปับอย่างไร้สาเหต การคุยกันไปรอบนึงว่าดี แล้วพอมาสรุปอีกทีกลับโดนล้มนี่แม่งไม่สนุกเลย 

“ไม่รู้ดิ กูถูกไล่มาหากรณีศึกษาก่อน มึงผ่านฉลุยแล้วสิไอ้ปราณ” 

จะบอกว่าไม่ใช่ก็คงจะเป็นการโกหก แต่จะยอมรับตรงๆ ก็คงดูมั่นหน้าไป “อีกสองสามวันกูคงเริ่มสตั๊ดดี้โมเดลแล้ว” 

“เชี่ย อิจฉามันสมองมึงจริงๆ ” เสียงโอดครวญดังขึ้นจากเพื่อนข้างกาย ไอ้เก้แม่งเอนหลังพิงบอร์ดแล้วเงยหน้ามองเพดานด้วยแววตาหมดอาลัย “เดี๋ยวปั๊ดผ่าก้อนสมองมึงมาแดกแม่งเลย” 

ผมหัวเราะ “แล้วนี่ไอ้ไวเมื่อไหร่ออกมา” 

กอล์ฟถอนหายใจ “คงอีกพักอะ จันเพ็ญแม่งคุยคนนึงโคตรนาน มันต่อถัดจากกูไปคน” 

“อีกนานเลยดิ” 

“เออ มันกระซิบบอกกูว่าให้ชวนพวกมึงไปร้านเหล้าหลังม. วันนี้มันจะแดก” 

“ดื่มย้อมใจอีกแล้วไอ้นี่”  

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่พวกผมก็ไม่ได้ดื่มแอลกันมาเกือบเดือนแล้ว เพราะพ้นช่วงปิดเทอมมาก็งานล้นหัว 
ต้องทำข้อมูลยื่นหัวข้ออาจารย์กันวุ่นไปหมด สถาปัตย์ภายในมหา’ลัยผมเรียนสี่ปีจบ ไวกว่าบางที่หนึ่งปีแต่งานหนักยิ่งกว่าอะไร 
เหมือนหลักสูตรบางอย่างถูกรวบให้ระยะเวลามันสั้นลง แต่อัดแน่นด้วยเนื้อหา ทำเอาในหัวมีอะไรยัดอยู่เต็มไปหมด 
บ้างได้ใช้บ้างไม่ได้ใช้ แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็เป็นเกรดเป็นคะแนน มีผลต่อคะแนนรวมหน่วยกิตทั้งหมดอยู่ดี  

ทำเอาตั้งแต่ขึ้นปีสี่พวกผมถอนหายใจบ่อยจนจมูกแทบจะปลิวหลุดลงพื้น มีเรื่องน่าปวดหัวไม่พ้นแต่ละวัน 
นอกจากการต่อยตีไม่จบสิ้นแล้วเห็นทีเรื่องธีสีสก็ไม่แพ้กัน คุยหัวข้อกับอาจารย์เสร็จแต่ละครั้งแทบจะทิ้งหัวดิ่งลงดินแล้วเอาเท้าก่ายหน้าผาก  

เจ็บกว่าแผลที่ถูกตีก็โดนที่ปรึกษาล้มโปรเจคต์นี่แหละครับ… 
 



“เอ้าชน!” 

แกร๊ง! 

“ชนอะไรนักหนาวะไว” 

“ชนให้กับความเส็งเคร็งของธีสีสกูไงไอ้สัด” 

ไวยกรณ์ตอบกลับคำถามของกอล์ฟหลังจากที่ตะโกนลั่นร้านแล้วยกแก้วกระแทกกันเสียงดัง 
กลัวใจว่าแม่งจะแตกคามืออยู่หลายรอบ จนผมนึกรำคาญใจเลิกบ้าจี้ยกแก้วชนตามตั้งแต่ครั้งที่แล้ว 

“หงุดหงิดไรนักหนา กูก็ยังไม่ผ่าน” คนที่ปรึกษาเดียวกันบ่นอุบ กระดกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม 

“กูขอเปลี่ยนที่ปรึกษาตอนนี้ทันปะวะ เชี่ยแม่งปวดหัวชิบหาย คุยกันแต่ละทีไม่เคยจะเหมือนเดิม” ตาไอ้คนพูดเริ่มแดงๆ ทั้งที่แม่งตามมาทีหลังสุด แต่ดันดวดเร็วเสียจนแอลกอฮอล์ในเลือดพุ่งนำเพื่อนในโต๊ะไปแล้วหลายวา “อยากได้ที่ปรึกษามึงว่ะปราณ” 

“ใครใช้ให้พวกมึงดวงซวยกันล่ะ” พูดถึงตอนจับฉลากที่ปรึกษาตอนต้นเทอมแล้วก็หลุดยิ้ม ตอนจับกลุ่ม’จารย์จันเพ็ญแล้วมีรหัสของไอ้กอล์ฟไอ้ไวนี่แทบลงไปดิ้นที่พื้นกันทั้งสองตัว 

“ไม่ซวยบ้างให้รู้ไป อย่างน้อยอาจารย์เชี่ยเก้ก็ยังดี นี่แม่งพีคสุดเลย” 

“แต่ตอนนี้กูว่ามีเรื่องพีคกว่านั้นอีกว่ะ” เก้พูดขึ้นเสียงนิ่ง พอหันไปมองก็เห็นมันขมวดคิ้วจ้องไปอีกฟาก ย้ายสายตาตามไปก็แทบจะลุกขึ้นยืน 

แก๊งไอ้ภัทรเดินเข้ามาในร้านพอดีและบังเอิญสบตากันเข้าแล้วเสียด้วย ฝ่ายนั้นยกยิ้มมุมปากแล้วส่งจูบมาให้อย่างกวนอวัยวะเบื้องล่าง
คิดถึงรอยยิ้มประจำตัวของไอ้คนที่ทำโจ๊กซองให้สุกไม่ได้เมื่อเช้าตรงนั้นแล้วก็กุมขมับ 
สรุปคือเรียนคณะนี้ต้องมีเชื้อสันดานเดียวกันหมดเลยหรือไงวะ 

“คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ เห็นหน้าไอ้พวกนั้นแล้วความดันจะขึ้น” ไวยกรณ์พึมพำในคอ มือยังวุ่นอยู่กับการผสมเหล้า 

“เออน่า” ผมครางเสียงปราม “พวกมันก็แบบนั้นแหละ กินของเราไปอย่าไปสนใจมัน” 

“ก็ถ้ามันไม่มายุ่งกับเราก่อน” ไวว่าเสียงขรม ท่าทางวันนี้จะอารมณ์เสียจริง 

ทำเอาหวั่นใจจนต้องเหล่มองไปทางภัทร ยังไงช่วยคุมเพื่อนๆ มึงอย่าเพิ่งให้สัตว์ในปากออกมาวิ่งพล่านตอนนี้เลย 


กูขี้เกียจทำแผลเพิ่มแล้ว 






 
“โอ๊ย เชี่ยแม่ง!” 

ผมสบถเสียงลั่นอย่างหงุดหงิดพลางขยับตัวนอนแผ่ลงที่โซฟา รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณแผลใกล้มุมปาก 
แม่งไม่ผิดจากที่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วก็ห้ามกันไม่ได้ พอมาเจอหน้ากัน มาอยู่ในอาณาเขตเดียวกันก็ไม่พ้นต้องตะลุมบอนทุกครั้ง 
ไอ้นิสัยปากเปราะที่เอาแต่จะแซวจะแขวะอยู่ตลอดนั่นยิ่งกว่าเชื้อเพลิงที่คอยสุมเข้ากองไฟ 

‘กินเหล้ากันแค่นั้นไม่เหงาเหรอจ๊ะ’ 

‘ให้พวกพี่ไปนั่งกินด้วยไหม’ 

‘หรือถ้าเบื่อๆ ก็มารินเหล้าให้พี่ก็ได้นะน้อง’ 

‘อยากรู้จริงๆ ว่านอกจากสาว’ถาปัตย์จะแจ่มแล้ว หนุ่มจะแจ๋วด้วยหรือเปล่า’ 

หลายต่อหลายประโยคที่สำรอกออกมากระทบหูพวกผมไม่เว้นช่วง ยิ่งในเวลาที่ไวมันอารมณ์ไม่จอยขั้นสุดท้ายแบบนั้น 
พอโดนแซะเข้าเยอะหน่อยก็ขึ้นเร็วกว่าปกติ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ขวดเหล้าลอยไปกระแทกลงที่กลางโต๊ะของฝ่ายตรงข้ามนั่นแหละ 

ก๊อก 

ผมพรูลมหายใจออกจากจมูกเมื่อได้ยินเสียงเดาะลิ้นกับเพดานปากดังมาจากนอกห้อง 
เสียงเดิมๆ ที่ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าใครเป็นคนทำ ยิ่งต้องขมวดคิ้วหนักขึ้นตอนที่ขยับตัวลุกแล้วปวดจี๊ดที่ขมับ 
แรงหมัดบวกกับฤทธิ์เหล้าทำให้ผมลุกนั่งแทบไม่ไหว ไม่มีแรงจะมาต่อล้อต่อเถียงกับไอ้ปากเปราะหน้าห้องหรอก 

ก๊อก 

โฮ้ย! รำคาญ! 

ปึง แกรก! 

“อะไรอีก” 

ถามไปทั้งที่ยังไม่ทันได้มองหน้า แต่พอประตูเปิดกว้างแล้วก็ต้องชะงัก 
เมื่อเห็นหัวหน้าแก๊งวิศวะปากหมาที่ร้านเหล้าเมื่อชั่วโมงก่อนยืนหอบหมอนใบใหญ่กับตุ๊กตากระต่ายเน่าๆ ยืนอยู่ 

“ต้องการอะไร” จนต้องย้ำถามอีกครั้งด้วยความระแวง 

“ภาไม่ให้กูเข้าห้อง” 

“แล้วไง?” 

“เพราะมึงทำกูมีแผลเพิ่ม” 

“แล้วมึงไม่ได้ทำกูเลยหรือไง ใครเริ่มอย่าให้กูพูด” 

“กูเปล่า กูไม่ได้เริ่มไรเลย” 

“แล้วหมาที่ไหนเห่า” 

“ไอ้กรณ์เริ่ม” 

“ไปไกลๆ น้องไม่ให้เข้าห้องก็นอนหน้าประตูนั่นแหละ” 

“มึงทำกู มึงต้องรับผิดชอบ” 

“อะไรของมึง” 

“ให้กูนอนด้วยเลย” 

“ส้นตีนเหอะ” 

ผมขมวดคิ้วฉับ ด่าออกไปสั้นๆ แต่ใจความครบถ้วน คนตัวเท่าควายแต่ยืนหน่อมแน้มถือตุ๊กตายังคงยืนนิ่งไม่ขยับ 
เห็นทีถ้าจะมีอะไรต้องกระดิกก่อนคงเป็นช่วงล่างผม 

“ลาล่ะ” 

ผมพูดพลางเอื้อมมือไปจับลูกบิดเตรียมดึงบานประตูปิด 
แต่แขนสีกร้านแดดก็อ้าขวางไว้อย่างรวดเร็วจนหมอนที่หนีบอยู่ข้างตัวเกือบหล่นลงพื้น ดีที่ใช้เข่ากั้นไว้ได้ก่อน 

“อะไรของมึงอีก” 

“ข้างนอกยุงมันเยอะ” 

“แดกยากันยุงแล้วหลับไป” 

“ยากันยุงเดี๋ยวนี้มีแบบกินได้ด้วยเหรอ” อีกฝ่ายแสร้งตีน่าประหลาดใจ อาการที่ทำเอาผมกรอกตาขึ้นลงเป็นเลขแปด 

“กูไม่มีอารมณ์มาเล่นลิ้นด้วย” 

“ไหน ยังไม่ทันได้เล่นเลย” 

“กวนตีน” 

“มัวแต่ยืนด่ากูอยู่นั่นแหละ” จะมาไม้ไหนอีกล่ะวะถึงได้ทำตาแบบนี้ “อยากให้เพื่อนมึงผ่านมาเห็นกูยืนถือหมอนอ้อนมึงเหมือนผัวถูกเมียห้ามไม่ให้เข้าห้องแบบนี้เหรอ” 

“ไอ้…!” 

“จุ๊ๆ ” มันส่ายหน้าทำเสียงจุ๊ปากเมื่อผมเตรียมจะตะโกนด่า “ดึกแล้ว เสียงดังเดี๋ยวคนก็เฮกันออกมาดูหรอก” 

แล้วมันก็ใช้จังหวะที่ผมกำลังยืนนิ่วหน้าฮึดฮัดอยู่แทรกตัวเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว หันไปมองอีกทีคนหน้าด้านนั่นก็ไปนั่งสบายอยู่ที่โซฟาแล้ว 

“อยากนอนก็นอนไป ผ้าห่มกูไม่มีให้หรอกนะ แต่มึงคงไม่หนาวตายหรอก หนังหนา” 

“กูใช้ผืนเดียวกับมึงก็ได้” 

“ฝันอยู่เหรอ” 

“นอนเตียงเดียวกันได้กูไม่ถือ” 

“แต่กูถือ” 

“ก็วางซะสิ” 

“กูจะปาใส่หน้ามึงแทน” 

ณภัทรหัวเราะอารมณ์เอื้อมมือไปหยิบรีโมตมาเปิดโทรทัศน์โดยไม่ได้ขอ 
ทำตัวราวกับอยู่ห้องตัวเองจนอดสงสัยไม่ได้ว่าความหน้าด้านนี้มันได้ใครมา 

“ไปอาบน้ำสิ กูอยู่ได้ไม่ต้องห่วง” 

ผมกรอกตาอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้าคงไม่เหลือแล้วซึ่งสำนึกหรือความเกรงใจ  

มองไอ้เด็กโข่งติดตุ๊กตาสกปรกที่คะเนในใจไว้ว่าคงไม่เคยโดนน้ำโดนผงซักฟอกตรงหน้านิ่งๆ 
ก็จำไม่ได้อีกนั่นแหละว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันเริ่มเข้ามาวอแวติดผมแทนที่จะหาเรื่องด่าพ่อได้ทุกครั้งที่เห็นกันในสายตา 

ณภัทรเป็นผู้ชายที่หากสลัดนิสัยทั้งหมดทิ้งไปก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคงจะกลายเป็นที่จับตามองของผู้หญิงไม่น้อย 
ท่าทางขี้เล่นใบหน้าเปื้อนยิ้มดูเข้ากับคนง่ายนั้นก็ไม่เลว แต่พอเอาความกวนตีน ซกมก ขี้เกียจ 
แถมยังพูดจาไม่รู้ความนั้นมาประกอบเข้าด้วยกัน มันก็กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมไม่อยากแม้แต่จะเอาตีนเขี่ย 

แม้จะเกลียดกันแต่ก็โตมาด้วยกัน ด่ากันแต่ก็ยังไม่เคยห่างกันไปไหน ต่อยตีกันแต่สุดท้ายมานั่งให้ผมทำแผลให้ 

หากจะบอกว่าผมกับมันเป็นคู่เวรคู่กรรมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน…
ก็คงไม่เกินจริงไปเลย 







Tbc...



ฉากสามมาแล้วค่าาา วันนี้มาเร็วมากกก ยังไม่สี่โมงเลยยย อิ 
เพราะวันนี้คงกลับดึก ไปลงให้ไม่ทันเที่ยงคืนแน่เลยแอบลงที่ทำงานให้ก่อนนน

ผ่านมาสามตอนแล้ว พอจะเลือกข้างกันได้หรือยัง เตรียมป้ายไฟไว้ค่ะ #ทีมปราณ #หลังม่าน นะทุกคน ฮรี่~ 


ตอนหน้าโยนให้พี่เวสต์ค่า <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #878 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:54
    อย่าตีกันบ่อยเลย เจ็บแทน 5555555555555 ถ้าวันนึงต้องห่างกันคงจะขาดใจ
    #878
    0
  2. #865 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:40
    ฮือ แง อย่าทำน้องเจ็บบ่อยได้มั้ยพี่ภัทร ชอบเขาต้องไม่หาเรื่องเขาเด้
    #865
    0
  3. #851 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 22:14
    ตีกันบ่อยๆลูกดกน้า 55
    #851
    0
  4. #729 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 23:30
    คู่กรรม555
    #729
    0
  5. #699 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:31
    ทำไมน่ารัก
    #699
    0
  6. #646 Noey_CHP (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:55
    น่ารักกก ภัทรติดตุ๊กตาด้วยอะ5555555
    #646
    0
  7. #604 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 19:04
    ฮือออออออออออ น่ารัก ฮือๆๆ
    #604
    0
  8. #559 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 14:54
    ปากสุนัขจริงเว้ย55555 คิดว่าจะไมามีเรื่องแล้วแน่ๆ อ้าว สรุปมีเฉย สมแล้วภัทร โดนภาไล่ออกมา สั่งสอนพี่เขาเลยลู้ก
    #559
    0
  9. #529 LittleSwallow (@littleswallow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 10:45
    ปราณดูบ่นแต่ก็อ่อนให้ภัทรตลอดอ่ะ น่ารักกก~ ภัทรนี่ความมุ้งมิ้งมาเต็ม ติดตุ๊กตาด้วย 5555
    #529
    0
  10. #522 Au2524 (@Au2524) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:22
    น่ารักนะปราณ ภัทร
    #522
    0
  11. #489 knarins (@ninglky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 15:48
    ความตื้อ ความวอแว~~~ ชอบบบบบบบบบ
    #489
    0
  12. #384 bo1360 (@bo1360) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:36
    แงงง น่ารักอะ ชอบๆๆๆ
    #384
    0
  13. #185 justattempt (@thisisallfull) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 10:45
    ภัทรน่ารักอ่ะค่ะ ชอบความวอแวนี้ ถูกใจจจจจ <3
    #185
    0
  14. #170 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 04:32
    แหม่ะ เห็นภัทรปากแบบนี้ ชักอยากจะให้เป็นฝ่ายถูกปราณกินซะนี่ เต๊าะเขาดีนัก เดี๋ยวปั๊ดโดนจับกดเองซะเลยนิ
    #170
    0
  15. #128 Thedrm. (@dreamdarknight) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 17:17
    หูยยยย ภัทรปราณ น่ารักกกก
    #128
    0
  16. #105 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 18:19
    ภัทรเป็นบุคคลที่มุ้งมิ้งไปละ555555555 แต่ก็ยังเมะอยู่นะโว้ย กวน-ีนแต่ละทีอินี่แทบกรี๊ด ชอบบบบ โอ้ยยยย ปราณก็น่ารักกก รายนี้น่ารักแบบไม่รู้ตัว ชอบตอนนางฟึดฟัด 55มุ้งมิ้ง ถ้าเพื่อนจับได้นี่มีเฮอ่ะ
    #105
    0
  17. #65 ไฉไลใสๆค่ะ (@saisignsine) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 01:19
    ภัทรน่ารักไปอีก อยากให้เพื่อนๆจับได้จังเลย คงจะบันเทิงไม่น้อย55555555
    #65
    0
  18. #36 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 23:50
    ภัทรมีความตื๊อ 5555555555555
    #36
    0
  19. #5 vvite_jung (@vvite_jung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 14:09
    หนุกมากเลยค่าชอบมาก^^
    #5
    0
  20. #4 deepss_ (@neallie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 14:05
    ยังคงทีมภัทร 5555555 เชียร์ค่าาาาา
    #4
    0