วันนี้เราจะมาไปรู้จักกับวิธีการเลือกซื้อหนูแฮมเตอร์ สัตว์เลี้ยงตัวเล็กน่ารัก มีต้นกำเนิดมาจากประเทศซีเรีย เริ่มเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านกันก็เมื่อตอนปลายทศวรรษ 1940 หลายๆคนที่อยู่คอนโดหรือว่าอพาร์ตเม้นท์อยากจะใช้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงเพื่อนคลายเหงา หนูแฮมเตอร์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใช้การเลี้ยงที่ใช้พื้นที่น้อยมาก และไม่ส่งเสียงดัง และเรื่องกลิ่นเหม็นรบกวน อีกทั้งยังดูแลได้ง่ายอีกด้วย ในเรื่องสุขภาพของแฮมเตอร์ เป็นสัตวฺเลี้ยงที่ไม่ค่อยเจ็บป่วยซักเท่าไหร่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลามาก และเป็นที่นิยมอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
วิธีการเลือกหนูแฮมสเตอร์ที่ใช่สำหรับคุณ
พิจารณาจากเพศ ลักษณะ และสายพันธุ์หนูแฮมเตอร์
- Syrian hamster หรือที่รู้จักกันในชื่อ golden หรือ teddy bear hamster เป็นสายพันธุ์ที่นิยมกันมากที่สุด เป็นหนูที่ดูแลง่าย เหมาะมากสำหรับเด็ก แต่ต้องเลี้ยงแยกกันกับแฮมสเตอร์สายพันธุ์อื่นๆ และเป็นหนูที่กินอาหารตอนกลางคืน
- Dwarf Russian Campbell hamster ต่างกับ Syrian hamster ตรงที่เป็นสัตว์สังคม เลี้ยงไว้เป็นกลุ่มจะดีกว่า ถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดี แต่ดูแลไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่ และจะร่าเริงเป็นพิเศษในตอนกลางวัน
- Dwarf Winter White Russian hamster นั้นคล้ายกันกับญาติใกล้เคียงอย่าง Dwarf Russian Campbell ทั้งในเรื่องอารมณ์และพฤติกรรมการกินอยู่ โดยขนาดตัวจะเล็กกว่าหน่อยและค่อนข้างปราดเปรียว ที่สำคัญคือชอบแว้งกัดเวลาเครียดๆ เพราะงั้นเลยไม่ค่อยเหมาะกับเด็กเล็กเท่าไหร่ แต่ก็น่ารักและร่าเริงพอจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีของเด็กโตหรือผู้ใหญ่ได้
- Roborovski Dwarf Hamster เพราะมีขนาดเล็ก (1 นิ้ว - 2.5 นิ้ว) และมีนิสัยคล่องแคล่วว่องไว แฮมสเตอร์พันธุ์นี้เลยดูแลไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่ เป็นพวกสัตว์สังคม อารมณ์ดี และกินอาหารตอนกลางคืน
- Chinese Hamster หรืออีกชื่อคือ Striped Hamster เป็นแฮมสเตอร์ที่ค่อนข้างขี้อาย แต่ก็ดีตรงที่ดูแลง่าย เป็นพันธุ์ที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และพาลจะหงุดหงิดก้าวร้าวเอาได้ถ้าเผลอเลี้ยงไว้ด้วยกันหลายตัว พันธุ์นี้ก็กินอาหารกลางคืนเหมือนกัน
- หนูแฮมสเตอร์มีขนาดตั้งแต่ประมาณ 1 นิ้ว - 7 นิ้ว แล้วแต่ว่าพันธุ์ไหน ถ้าพันธุ์เล็กหน่อยอย่าง Dwarf ก็ไม่ค่อยเหมาะกับเด็กเล็กๆ เพราะงั้นถ้าอยากจับอยากเล่น ก็ต้องเลือกพันธุ์ใหญ่อย่าง Syrian จะดีกว่า
- แฮมสเตอร์มีด้วยกันหลายสีหลายลาย ถ้าเป็นหนูแฮมเตอร์พันธุ์ Syrian สีจะออกทองกว่า แต่ก็เป็นไปได้ว่าจะมีลายสีออกน้ำตาล สมชื่อ “teddy bear” หรือตุ๊กตาหมีไงล่ะ ส่วนหนูแฮมเตอร์พันธุ์ Dwarf Russian มีทั้งสีขาวสวยหรือสีเทา แฮมสเตอร์ทั่วไปที่เราเห็นกันมักมีขนสีออกน้ำตาล แต่จริงๆ แล้วมีได้ตั้งแต่สีขาว ดำ เทา ไปจนถึงลายจุดหรือลายทางกันเลยทีเดียว
- คุณเลือกได้ว่าอยากเลี้ยงแฮมสเตอร์ขนยาวหรือขนสั้น ต่างพันธุ์ก็ต่างความยาว ถ้าเป็นหนูแฮมเตอร์ Syrian teddy bear บางทีคนก็เรียกกันว่า “fancy” หรือพันธุ์ไฮโซ เพราะขนจะยาวสลวยสวยเก๋กว่ายังไงล่ะ
ถึงเวลาซื้อหนูแฮมเตอร์ที่ใช่
- ถ้าในกรงมีแฮมสเตอร์อยู่รวมกันหลายตัว แสดงว่ายังเล็กอยู่ ลองสังเกตดูว่าแฮมสเตอร์แต่ละตัวมีปฏิสัมพันธ์กันยังไง สัญญาณที่ดีคือถ้าแฮมสเตอร์ตื่นอยู่ ต้องร่าเริงและอยากรู้อยากเห็น แต่อย่าให้ถึงขั้นก้าวร้าวใส่กันและกันล่ะ
- แฮมสเตอร์ต้องดูอิ่มหมีพีมัน และสะอาดสะอ้านสวยงาม ตาต้องมันวาวส่วนขนสวยเป็นประกาย
- ลองสอบถามประสบการณ์จากลูกค้าคนอื่นๆ ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าร้านหรือฟาร์มนี้ใช่สำหรับคุณหรือเปล่า ให้ลองถามทางร้านดูหรือจะ search ในเน็ตก็ได้ ว่ามีใครเคยซื้อแฮมสเตอร์จากร้านนี้บ้าง แล้วมีความคิดเห็นหรือประสบการณ์ยังไง อาจจะลองถามดูก็ได้ ว่าพอซื้อกลับไปบ้านแล้วแฮมสเตอร์มีพฤติกรรมหรือสุขภาพเป็นยังไงบ้าง
- ความเชื่อง - ต้องเป็นแฮมสเตอร์ที่อุ้มแล้วไม่เครียดหรือตื่น คือต้องไม่ขบ กัด หรือดิ้นหนีเอาเป็นเอาตาย
- ท่าทางอยากรู้อยากเห็น ไม่ตื่นตกใจ - หนูแฮมเตอร์ที่คุณเลือกควรจะสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ใช่กลัวจนหัวหด ถ้าแฮมสเตอร์มองไปรอบๆ หรือทำจมูกดุ๊กดิ๊กดมหาอาหาร แสดงว่าแฮมสเตอร์กำลังผ่อนคลายสบายใจอยู่
- ตา จมูก และปากสะอาดใสแจ๋ว
- จมูกแห้ง ไม่ชื้นแฉะ
- ขนมันวาว
- เดินวิ่งคล่องแคล่ว ไม่เป๋ไปมา
- ฟันไม่ยาวเกินไป
- นิสัยร่าเริงเป็นมิตร
- ขนไม่ร่วง
- ไม่มีก้อนนูนตามขนตามตัว
- คุณต้องรีบพาแฮมสเตอร์ตรงกลับไปบ้านทันที อย่าให้เครียดจนแฮมสเตอร์แหกกล่องหนีไปได้!
เตรียมที่เตรียมทางต้อนรับหนูแฮมเตอร์
- กรงโล่งกว้าง -- หนูแฮมเตอร์ชอบเจาะโพรง ซ่อนตัว และสำรวจ เพราะฉะนั้นกรงต้องกว้างพอให้แฮมสเตอร์ได้ทำกิจกรรมตามใจชอบ
- ปิดทางหนีทีไล่ -- หนูแฮมเตอร์น่ะหายตัวเก่งยังกับนักมายากล ถ้ากรงคุณเป็นแบบลูกกรงซี่ๆ ละก็ ต้องซี่ถี่และแน่นหนาแข็งแรงพอกันไม่ให้แฮมสเตอร์แทะหรือลอดหนีออกไปได้ ที่สำคัญคือไม่ว่ากรงแบบไหนก็ต้องมีฝาปิดมิดชิดแข็งแรง
- ที่ใส่น้ำและอาหาร -- คุณต้องเปลี่ยนน้ำและอาหารใหม่ให้แฮมสเตอร์ทุกวัน แฮมสเตอร์จะกินน้ำจากขวดน้ำได้สะดวกกว่า ข้อดีก็คือช่วยประหยัดเนื้อที่ได้ด้วย
- มีอะไรไว้ให้เคี้ยวเล่น -- ฟันของสัตว์ฟันแทะจะงอกยาวออกมาเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด เว้นแต่จะมีอะไรให้บดแทะ พวกของขบเคี้ยวที่คุณเลือกให้แฮมสเตอร์ต้องปลอดภัย (พวกแท่งของเล่นสำหรับไว้ให้แฮมสเตอร์แทะโดยเฉพาะ หาซื้อได้ตามร้านขายสัตว์เลี้ยงทั่วไป) จุดนี้ถือว่าสำคัญมากเลยสำหรับแฮมสเตอร์
- วัสดุทำรัง -- หนูแฮมเตอร์ชอบเจาะโพรง และมีอะไรไว้ให้พักผ่อนหย่อนใจ ให้คุณใช้ขี้เลื่อยไม้ญี่ปุ่น (aspen) หรือวัสดุนุ่มๆ อื่นๆ มาทำรังแสนสุขให้สมาชิกครอบครัวตัวใหม่ของคุณ อย่าพยายามใช้พวกไม้สน cedar หรือ pine wood เพราะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของแฮมสเตอร์
เคล็ดลับในการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์
- ถ้าจะหาวงล้อให้แฮมสเตอร์วิ่งเล่นออกกำลังกาย พยายามอย่าเลือกที่เป็นซี่ๆ เพราะแฮมสเตอร์จะเข้าไปติดได้
- เล่นกับแฮมสเตอร์บ่อยๆ จะได้สร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน
- ตอนที่จะไปรับแฮมสเตอร์กลับมาที่บ้าน อย่าลืมเตรียมกรงเดินทางที่ทำรังและใส่อาหารเตรียมไว้แล้วไปด้วย
- กำมือแล้วยื่นให้แฮมสเตอร์ดม จากนั้นค่อยอุ้มแฮมสเตอร์ขึ้นมาอย่างเบามือ
- อย่าอยู่ๆ ขยับตัวปุบปับ เพราะเดี๋ยวแฮมสเตอร์จะกลัวจนหนีไปหรือข่วนคุณเอาได้
- ตอนเลือกแฮมสเตอร์ อย่าลืมเช็คเพศให้แน่นอนก่อนล่ะ
- ก่อนรับแฮมสเตอร์จากร้านกลับมาบ้าน ควรให้แฮมสเตอร์ได้ขับถ่ายเรียบร้อยซะก่อน
- ถ้าหาคนที่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงแฮมสเตอร์มาก่อนไปเป็นเพื่อนด้วยก็จะดีมาก
- ถ้าไม่ได้ซื้อตามร้าน จะลองหาแฮมสเตอร์มาอุปการะก็ได้ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ตามอินเทอร์เน็ตมีเยอะแยะไป
- ตอนไปรับแฮมสเตอร์ พยายามแวะไปตอนบ่ายๆ เพราะแฮมสเตอร์จะได้ตื่นตัวกว่า
- เวลาเอาแฮมสเตอร์ออกมาข้างนอก พยายามใส่ไว้ในลูกบอลแฮมสเตอร์หรือในกรง แบบนี้แฮมสเตอร์จะมีความสุขและตื่นเต้นเร้าใจกว่า
- เวลาหยิบจับแฮมสเตอร์ต้องระวังให้มากๆ ไม่งั้นเดี๋ยวแฮมสเตอร์จะกลัวจนพาลไม่เชื่อใจคุณไปเลย
คำเตือนในการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์
- ถ้าอยู่ๆ พฤติกรรมของแฮมสเตอร์ก็เปลี่ยนไป ให้ลองพาไปหาหมอ เพราะอาจจะป่วยได้
- แฮมสเตอร์ Dwarf บางทีก็กัดได้กัดดี เพราะงั้นมือใหม่เริ่มจากเลี้ยงแฮมสเตอร์ Syrian ก่อนดีกว่า เว้นแต่คุณชอบอะไรที่มันท้าทาย ถ้าคิดว่าแฮมสเตอร์กัดสักแผลสองแผลไม่เห็นเป็นไรละก็ เชิญเลือกแฮมสเตอร์ dwarf ตามสะดวก แฮมสเตอร์บางตัวอาจกัดมากหน่อยช่วงแรกๆ แต่พอเริ่มชินกับคุณก็ไม่กัดแล้วล่ะ
- แฮมสเตอร์ที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวหงุดหงิดได้ ถ้าคุณว่างแค่วันละ 1 ชั่วโมงละก็ อย่าเสี่ยงเอาแฮมสเตอร์มาเลี้ยงจะดีกว่า
- ถ้าคุณเลือกแฮมสเตอร์ dwarf ไม่ใช่ว่าจะเลี้ยงไว้ในกรงไหนก็ได้ คุณต้องหากรงสำหรับแฮมสเตอร์ dwarf โดยเฉพาะ จริงๆ แล้วทุกสายพันธุ์ก็ควรมีกรงที่แยกเฉพาะไปเลย
สิ่งของที่ใช้ในการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์
- กรงหนูแฮมสเตอร์ (จะเป็นกรงพลาสติก ตู้กระจกใส หรือเป็นลูกกรงซี่ๆ ก็ได้)
- วัสดุทำรังและขี้เลื่อย (อย่าใช้ฟาง หญ้าแห้ง และไม้สนจำพวก cedar หรือ pine)
- บ้านแฮมสเตอร์
- ขวดน้ำ (อย่าใช้ชาม เดี๋ยวจะคว่ำเอาเปล่าๆ)
- อาหารหนูแฮมสเตอร์
- ชามอาหาร
- ท่อวิ่งเล่นและของเล่นไม้อื่นๆ
- ลูกบอลแฮมสเตอร์ (ถ้าเป็นแฮมสเตอร์ dwarf ก็ต้องเลือกลูกจิ๋วๆ หน่อย)
- Mineral stone หรือเกลือก้อน
- วิตามินเสริม
- วงล้อสำหรับวิ่งออกกำลังกาย
- แท่งขบเคี้ยวสำหรับแฮมสเตอร์
- ขนมแฮมสเตอร์
- ยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดกรง
- อาหารเสริม Probiotic (เฉพาะแฮมสเตอร์ dwarf)
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับวิธีการเลือกหนูแฮมเตอร์ที่ใช่ ก่อนจะตัดสินใจนำหนูแฮมเตอร์มาเลี้ยง คุณควรพิจารณาตัวเองเสียก่อนว่าเหมาะกับตัวคุณหรือไม่ มีเวลาดูแลพวกมันมากพอหรือเปล่า จากวิธีการเลือกหนูแฮมเตอร์ก็คงจะบอกได้ว่าตัวคุณนั้นเหมาะที่จะเลี้ยงหนูแฮมเตอร์หรือไม่
ความคิดเห็น