22569
ดู Blog ทั้งหมด

pjvginjv

เขียนโดย 22569

(โดย : ชาโบตั๋น)

 
                จากบันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์นามว่า “เซนมาเนีย”  เรื่องราวของสงครามระหว่างแคว้นอันเลื่องชื่อที่สุดในยุคแรกเริ่มของการจดบันทึก...สงครามครั้งนั้นได้ถูกขนานนามว่า “The Love War of Petal Rose    สงครามรัก...กลีบกุหลาบ”
                ณ ท้องพระโรงแห่งแคว้นแลนดอม ราชาซามีร์กำลังพิโรธอย่างหนักเมื่อเจ้าหญิงพลอยเซนเธียหนีเข้าไปอยู่ในเขตป่าต้องสาปกับลาฟราชองครักษ์คู่พระทัยเพื่อหลบการอภิเษกที่กำลังจะมาถึง   ครั้งคณะทูตจากแคว้นกรีซแลนด์เดินทางมารับตัวเจ้าหญิงพระคู่หมั้นไปอภิเษก   ราชาซามีร์จึงทรงบ่ายเบี่ยงทำให้หัวหน้าราชทูตต้องยกคำสัตย์สัญญาเมื่อครั้งอดีตขึ้นมาข่มขู่ แต่ถ้าหากราชาซามีร์ไม่ยอมทำตามคำที่ให้ไว้แล้วละก็...สงครามจะมาเยือนแคว้นแลนดอมแน่นอน    แล้วคณะทูตทั้งหมดก็ทูลลาจากไป
                ทางด้านป่าต้องสาป...ลาฟาเซีย นายหญิงแห่งป่าต้องสาปต้องพบความประหลาดใจ เมื่อน้องสาวฝาแฝดของเธอ เจ้าหญิงลาฟาเซียกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในกระท่อมของเธอ   พลอยเซนเธียบอกกับลาฟาเซียถึงสาเหตุที่เธอมาที่นี่ เพราะเธอรักลาฟ และไม่อยากแต่งงานกับใครนอกจากเขาเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เธอจึงขอร้องให้ลาฟาเซียช่วยเหลือเธอ โดยบอกเป็นนัยให้ลาฟาเซียปลอมเป็นเธอและไปแต่งงานแทนเพราะเป็นฝาแฝดกันย่อมไม่มีใครจับผิดได้   ลาฟาเซียไม่ยอมรับข้อตกลง พลอยเซนเธียจึงเล่าให้พี่สาวเธอฟังว่ามีคนวางยาพิษในอาหารของเธอ   แต่เธอไม่ได้กินกลับยกให้นางกำนัลต้นห้องกินแทน แล้วนางกำนัลคนนั้นก็สิ้นใจตายต่อหน้าต่อตาเธอทันที     ในฐานะพี่สาวผู้รักน้องดั่งดวงชีวา ลาฟาเซียก็ตัดสินใจช่วยเหลือน้องสาวของเธอ แล้วเดินออกจากกระท่อมไปขอคำปรึกษากับพระครูแห่งป่าต้องสาป
                ในขณะที่ลาฟาเซียนั่งนึกถึงคำปรึกษาและคำสอนของพระครูที่คอยสอนศิษย์อย่างเธอนั้น    เฟย์...เด็กหนุ่มคนใช้ประจำกระท่อมของเธอก็วิ่งเข้ามารายงานว่ามีทหารแลนดอมเข้ามาในเขตป่าต้องสาป   เธอจึงสอบถามข้อมูลแล้วมอบยานอนหลับให้เฟย์ไปจัดการพร้อมทั้งกำชับเด็กหนุ่มว่า...หากพรุ่งนี้เช้าเธอยังไม่กลับมายังป่าต้องสาป ให้เขาไปเอาจดหมายในกระท่อมของเธอส่งให้กับเจ้าหญิงพลอยเซนเธีย   แล้วลาฟาเซียก็เดินเข้าไปในกระท่อมเพื่อเขียนจดหมายพร้องกับเล่าแผนการทั้งหมดลงในกระดาษจดหมาย...เธอจะเข้าพิธีอภิเษกแทนน้องสาว
                ในค่ำคืนอันมืดมิด ลูกธนูเพลิงดอกหนึ่งพุ่งปักลงเข้าสู่กลางกองฝางในค่ายทหารกรีซแลนด์จนเกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยทั้งๆที่องค์เจ้าหลวงกำลังปรึกษาหารือกับคณะที่ประชุมอย่างเคร่งเครียดอันแฝงไปด้วยความฮาของแผนการลงโทษท่านแม่ทัพ ครั้งประชุมกันเสร็จเรียบร้อยในกระโจมที่ประชุมซึ่งเหลือเพียงราชาแห่งกรีซแลนด์คนเดียวเท่านั้น... ลาฟาเซีย เจ้าของลูกธนูเพลิงดอกเมื่อครู่ได้แอบลักลอบเข้ามาในค่ายและย่องเข้ามาในกระโจมจนพบกับองค์เจ้าหลวง   ลาฟาเซียจึงพูดข่มขู่ให้พระองค์ยกทัพกลับไป มิเช่นนั้นเธอจะฆ่าเขาซะ   ส่วนองค์เจ้าหลวงแห่งกรีซแลนด์ผู้มีนามว่า รูดอล์ฟ มีหรือที่จะสนใจกับคำขู่ของเธอ กลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนจะนำทัพไปบุกแลนดอมแน่นอนและเธอก็ไม่กล้าฆ่าเขาจริงตามที่พูดไว้เสียด้วย
             แล้วทหารกับฮารอนราชองครักษ์ประจำองค์เจ้าหลวงก็เข้ามาภายในกระโจมพร้อมกับเลงธนูมายังร่างของลาฟาเซีย   หญิงสาวไม่อาจสู้กับคนหมู่มากได้ จึงทิ้งระเบิดควันพร้อมกับหนีออกจากค่ายไปเป็นผลสำเร็จ ระหว่างทางลาฟาเซียได้ชั่งใจปรึกษากับตัวเองในแผนการอีกครั้งแล้วตัดสินใจเด็จขาดว่าจะดำเนินแผนการต่อไปก่อนจะเดินทางมุ่งสู่พระราชวังแลนดอม
                ก่อนรุ่งเช้าข่าวของการเคลื่อนทัพกรีซแลนเข้าใกล้เขตชายแดนมาพร้อมๆ กับข่าวการเสด็จกลับของเจ้าหญิง ซึ่งก็คือ ลาฟาเซียในคราบของพลอยเซนเธียนั่นเอง   ลาฟาเซียได้กล่าวทูลลาเสด็จพ่อ หรือองค์ราชาซามีร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกเดินทางไปพบกับเจ้าหลวงแห่งกรีซแลนด์ซึ่งประทับบนหลังม้ารอคอยเธออยู่ด้วยความสงบพร้อมๆ กับกองทัพจำนวนหนึ่ง   ก่อนออกเดินทางไปกับองค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟ ก็ทรงสั่งให้เธอเดินทางไปกับเขาคนเดียวเท่านั้นทุกคนที่เป็นชาวแลนดอมห้ามติดตามไปเด็จขาด   มิเร บุตรีของพระครูและเป็นหนึ่งในผู้ล่วงรู้ความลับครั้งนี้ ก็ได้ขอติดตามลาฟาเซียไปด้วยในฐานะนางกำนัลคนสนิด   เจ้าหลวงหนุ่มจึงพินิจอยู่ครู่หนึ่งก็อนุญาตให้ติดตามไปได้   แล้วขบวนก็เริ่มออกเดินทาง
                 กลับมาที่ป่าต้องสาป เมื่อนายหญิงแห่งป่าต้องสาปไม่ได้กลับมาในยามเช้า เฟย์จึงนำจดหมายไปมอบให้พลอยเซนเธียตามคำสั่ง แล้วเขาก็พบว่านายหญิงของเขาได้วางแผนเข้าพิธีอภิเษกแทนน้องสาวและอาจไม่ได้กลับมาที่นี่อีก   เฟย์จึงนำความนี้ไปบอกให้ทุกคนในป่าต้องสาปพร้อมทั้งระลึกถึงครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาอยู่ในที่ป่าแห่งนี้     ในครั้งนั้นเฟย์และตาของเขาวิ่งหนีจากการตามล่าของกลุ่มโจรจากหมู่บ้านชายแดนแคว้นจาซินด้าข้ามเขตชายแดนจนหนีเข้ามาในเขตป่าต้องสาป   เฟย์ทีบาดเจ็บสาหัดจากการถูกดาปฟันเข้ากลางหลังและเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ก็ล้มลงใต้ต้นไม้พร้อมกับนอนรอความตายที่คืบคลานเข้ามาช้าๆ โดยมีท่านตาของเขานั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ ในขณะที่คมดาปของหัวหน้าโจรกำลังฟันลงมา   ลาฟาเซียที่ออกมาเก็บตัวยาสมุนไพรได้มาพบคนทั้งสามเข้า   เธอจึงช่วยชีวิตเฟย์และพาเขาไปรักษาจนหายดี และมอบที่อยู่ให้เขากับท่านตาอาศัยอยู่ในป่าต้องสาป ทว่า...ความเข้าใจของเฟย์ในเรื่องที่ลาฟาเซียไม่ได้กลับมานั้นเป็นความผิดพลาดของลาฟที่อ่านผิด แต่เฟย์ก็ได้รับการแก้ข้อความจริงนั้นในภายหลังจากท่านตา
                ระหว่างทางของขบวนเสด็จเกิดพายุหิมะทำให้ไม่อาจเดินทางต่อได้ องค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟจึงสั่งให้ทุกคนไปหยุดพักที่หมู่บ้านข้างหน้า   ในคืนนั้นลาฟาเซียก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชาวกรีซแลนด์ในหลายๆ เรื่องจากหญิงเจ้าของบ้าน   ครั้งพอรุ่งเช้าขบวนก็เริ่มออกเดินทางต่อ   ลาฟาเซียที่นั่งอยู่บนม้าตัวเดียวกับเจ้าหลวงรูดอล์ฟรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เมื่อรูดอล์สงสัยในตัวเธอ   ลาฟาเซียเองจึงต้องคิดหาคำโกหกมาแก้ต่างได้อย่างพอใช้ แต่เจ้าหลวงหนุ่มก็ยังคงสงสัยในตัวเธออยู่ดี
                  ในที่สุด ลาฟาเซียก็เดินทางมาถึงพระราชวังแห่งแคว้นกรีซแลนด์และเข้าพิธีอภิเษกกับรูดอล์ฟเจ้าหลวงแห่งกรีซแลนด์   ในค่ำคืนของห้องหอ...ทั้งสองต้องกินอาหารมงคล และสุรามงคลตามราชประเพณี   หากแต่รูดอล์ฟหารู้ไม่ว่า ถ้วยสุราของเขานั้นได้ถูกเจ้าสาวหมาดๆ ผู้นี้วางยาเข้าให้แล้ว ซึ่งนั่นก็คือ ยาสลายพลังทางเพศที่มีฤทธิ์ยาวนานถึงเจ็ดวัน   เมื่อราชาหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงอาการผิดปกติของร่างการ ลาฟาเซียจึงบอกว่าเธอได้ผสมยาอะไรให้เขาดื่มกิน   เมื่อเจ้าหลวงทรงทราบความจริงก็เลยโกรธเป็นอย่างมาก   ลาฟาเซียเห็นเช่นนั้นจึงแกล้งพูดยั่วยวนชายหนุ่มด้วยฤทธิ์สุราจนเขาทนไม่ไหวมาลองดีกับเธอ   แต่ตัวยาของลาฟาเซียได้ผล เพราะองค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟทำได้แค่เพียงจูบเธอเท่านั้น จากนั้นตัวยาที่สองก็เริ่มออกฤทธิ์...ยาสลบที่เธอพึ่งใช้ไปในขณะที่เขากำลังจะจูบเธอเป็นครั้งที่สองนั่นเอง
                ค่ำคืนแห่งห้องหอก็ผ่านพ้นไป   ในเช้าวันใหม่รูดอล์ฟก็พาเธอไปเดินเที่ยวตามส่วนต่างๆ ของพระราชวัง ไปดูห้องสมุดหินขาว และเส้นทางลับ...รูดอล์ฟพาเธอเดินมาตามเส้นทางลับจนเดินมาถึงทางออกนอกเขตพระราชวัง ทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบชาวบ้านแล้วเดินเที่ยวในตัวเมือง ไปดูโรงเรียน ไปกินขนมและดื่มน้ำชาจนล่วงเลยถึงเวลาเย็น   รูดอล์ฟสั่งให้เธอนั่งรอเขาอยู่นอกร้านเหล้า เพราะเขาต้องเข้าไปทำธุระบางอย่างในนั้น    ในขณะที่เธอยืนรออยู่นั้น ก็ได้มีนักเลงเมาสุราจับตัวไป เพื่อควาญหาความสราญกับความสาวของเธอ แล้วรูดอล์ฟก็เข้ามาช่วยไว้ได้ทันพร้อมกับพาตัวเธอกลับพระราชวังทันที

 
                ตลอดสามวันลาฟาเซียมีอาการหวาดผวาและฝันร้ายเกือบทุกคืน รูดอล์ฟจึงได้แต่คอยปลอบเธอจนเริ่มอาการดีขึ้น   ในวันที่แปดของการแต่งงาน ลาฟาเซียได้เขียนจดหมายฝากให้มิเรส่งไปหาน้องสายฝาแฝดของตนที่ป่าต้องสาป แต่มิเรถูกองครักษ์ส่วนพระองค์ราชา ร่วงรู้ความในจดหมายเข้า จดหมายฉบับนั้นจึงถูกนำไปมอบให้รูดอล์ฟได้รับทราบ   ราชาหนุ่มจึงไปถามเอาความจริงกับลาฟาเซีย แต่เธอก็ไม่ยอบตอบ   ราชาหนุ่มจึงใช้วิธี จูบและรุกรานเธอจนลาฟาเซียต้องยอมเผยความจริงออกมาทั้งหมดตั้งแต่เรื่องที่เกิดเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีก่อน   ตลอดจนเรื่องยาพิษในอาหารของเจ้าหญิงพลอยเซนเธีย
                หลังจากที่รูดอล์ฟได้ล่วงรู้ความลับทั้งหมด เขาก็ทำดีกับเธอทุกอย่าง และไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอเลยนอกจากเพียงแค่จูบ   วันหนึ่งข่าวเรื่องโจรสลัดทางเหนือก็ถูกรายงานมายังเมืองหลวง   รูดอล์ฟจึงออกเดินทางไปทางเหนือโดยมีลาฟาเซียตามไปด้วย   เพื่อไม่ให้สะดุดตาทั้งหมด(ทหารและผู้ติดตาม)แต่งกายด้วยชุดท้องถิ่นและแยกย้ายกันออกไปเป็นกลุ่มๆ   แต่โชคร้าย...ระหว่างทางรูดอล์ฟกับลาฟาเซียก็ถูกโจรสลัดดังกล่าวจับตัวไปที่เรือของพวกมัน   ทั้งสองจึงช่วยกันโกหกและขออาศัยอยู่บนเรือด้วยพักหนึ่ง เพราะโจรสลัดกลุ่มนี้เป็นจะปล้นเรือโจรสลัดลำอื่นในบริเวณลำน้ำแห่งนี้ แล้วนำไปแจกจ่ายให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก และผู้เดือดร้อน 
ครึ่งหนึ่งรูดอล์ฟและลาฟาเซียได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่บนเรืออย่างสนุกสนาน และรูดอล์ฟมักจะเล่านิทาน ตำนานต่างๆ ให้เธอฟังก่อนนอนเสมอ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ตำนานดอกกุหลาบลาฟาเซีย ดอกไม้ชื่อเดียวกันกับเธอ   แต่ในที่สุดโจรสลัดกลุ่มนี้ก็ถูกจับกุมโดย เซอแวน...นักปราชญ์แห่งกรีซแลนด์    ส่วนกลุ่มโจรสลัดนี้แม้สร้างคุณให้ประชาชน แต่โจรก็คือโจร ย่อมมีบทลงโทษ   รูดอล์ฟจึงตัดสินให้พวกเขาเป็นหน่วยราชนาวีพิเศษขึ้นตรงต่อราชินีแห่งกรีซแลนด์เพียงผู้เดียว ซึ้งพวกเขาเองก็ยินดีในโทษนี้อย่างยิ่ง
                หลังจากที่ทั้งหมดเดินทางกลับสู่เมืองหลวงข่าวเรื่องสงครามก็ถูกนำมารายงานอย่างรวดเร็ว...แคว้นจาซินด้าได้ทำสงครามยึดเมืองฮอนนา และรัฐมันทาก๊อตต้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ทหารจาซินด้ากำลังยกทัพเข้าสู่แคว้นแลนดอม หากยึดแคว้นแลนดอมได้แล้ว แคว้นกรีซแลนด์จะเป็นแคว้นต่อไปที่พวกมันคิดจะยึดครอง   ด้วยเหตุนี้ รูดอล์ฟกับลาฟาเซียก็ออกเดินทางไปร่วมทำรบกับชาวแลนดอมทันที     ทางด้านแคว้นแลนดอม บัดนี้ พระราชวังได้ถูกยึดแล้วพร้อมกับราชาซามีร์ที่ถูกกักขังอยู่ข้างใน   ลาฟได้เป็นผู้นำกำลังคนเข้าสู้กับทหารจาซินด้าโดยมีชาวบ้าน คนในป่าต้องสาป และทหารที่หนีรอดมาได้ร่วมรบ
                ลาฟาเซียกับรูดอล์ฟได้ตามมาสมทบกำลังพลโดยทั้งหมดปรึกษากัน ลาฟาเซียเสนอให้กำลังพลส่วนหนึ่งเดินทางไปตามลำน้ำสู่แคว้นที่ถูกยึดทั้งสองให้ร่วมรบด้วยกับฝ่ายตน โดยโจมตีเข้ามาพร้อมกันที่แคว้นจาซินด้า เพราะในขณะนั้นทหารย่อมมีกำลังพลป้องกันเมืองน้อยกว่าปกติ   แล้วสุดท้ายก็บังคับให้ทหารจาซินด้า ยอมจำนนซะ   ทุกคนเห็นด้วยกับแผนการนี้แล้วดำเนินการตามแผน
                ในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน แต่ที่หน้าตกใจสำหรับชาวแลนดอมก็คือ...พระสนมโซเวียร่าเป็นกบฏคอยช่วยเหลือราชาแห่งจาซินด้าให้ลอบเข้าวังได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเป็นผู้วางยาพิษให้เจ้าหญิงพลอยเซนเธียและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของพระราชินี เมื่อไขปมผู้อยู่เบื้องหลังได้แล้ว ลาฟาเซียก็บอกกับทุกคนว่าตัวเธอนั้นเป็นใคร และพลอยเซนเธียที่เดินทางตามมาทีหลังก็ออกมายืนยันให้   พระสนมที่พ่ายแพ้และเสียใจอย่างมากถูกนำไปขังไว้ในคุกใต้ดินและตรอมใจตายในเวลาต่อมา  
                หลังจากการสิ้นสุดสงคราม...รูดอล์ฟกับลาฟาเซียก็เดินทางกลับกรีซแลนด์ ครั้งนี้ทั้งสองได้ท่องเที่ยวไปบนเรืออีกครั้งและรูดอร์ฟก็มอบดอกลาฟาเซียที่สามารถปลูกได้ในกรีซแลนด์ให้เธอพร้อมกับเอ่ยคำรักอย่างหวานซึ้ง      
                ภายใต้ท้องฟ้ายามรัติกาล ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขชั่วนิจนิรันดร์
                เรื่องราวแห่งสงครามถึงแม้จะจบลงด้วยดี แต่บันทึกหน้าประวิติศาสตร์ก็ยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังมีคนบันทึกอยู่....จบ
......................................................................................

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น