หลังจากที่รูดอล์ฟได้ล่วงรู้ความลับทั้งหมด เขาก็ทำดีกับเธอทุกอย่าง เอาใจใส่ดูแลเช่นคนรัก และไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอเลยนอกจากเพียงแค่จูบ วันหนึ่งข่าวเรื่องโจรสลัดทางเขตปราการขาวก็ถูกรายงานมายังเมืองหลวง องค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟจึงออกเดินทางไปทางเหนือไปยังปราการขาวทันที โดยซ้อนแผนของมหาปราชญ์เข้าไปด้วย...แผนการจับโจรสลัด ในครั้งนี้เจ้าหลวงรับสั่งให้ทหารแต่งกายเช่นพ่อค้าแล้วแยกออกไปเป็นกลุ่มๆ เดินทางไปตามเส้นทางต่างๆทั้งทางบกและทางน้ำ ส่วนพระองค์และลาฟาเซียก็เดินทางมุ่งสู่ปราการขาว แต่โชคร้าย...ระหว่างทางเสด็จขององค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟกับลาฟาเซียก็ถูกโจรสลัดดังกล่าวจับตัวไปที่เรือของพวกมัน เพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกขุนนาง ทั้งสองจึงช่วยกันโกหกว่าตนถูกพวกขุนนางบังคับให้แต่งตัวเช่นนี้เพื่อจับโจรและขออาศัยอยู่บนเรือด้วยพักหนึ่ง ทีแรกหัวหน้าโจรสลัดไม่เชื่อในคำพูดของทั้งสอง หากจู่ๆ ลาฟาเซียที่มีอาการเมาเรือก็อาเจียนออกมาเลยถูกเข้าใจผิดว่าเธอกำลังท้อง ซึ่งรองหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดเห็นก็เกิดใจอ่อนยอมให้ทั้งสองอยู่บนเรือด้วย
ครึ่งหนึ่ง โจรสลัดกลุ่มนี้ออกจะเป็นคนดีอยู๋มาก เพราะจะปล้นเรือโจรสลัดลำอื่นในบริเวณลำน้ำแห่งนี้และปล้นขบวนสินค้าของเหล่าขุนนางที่ชอบขูดรีบประชาชน แล้วสิ่งของที่ปล้นมาได้นั้นจะนำไปแจกจ่ายให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก และผู้เดือดร้อน ภายในหมู่บ้านและบนเรือโจรสลัดกลุ่มนี้ถึงแม้เจ้าหลวงกับลาฟาเซียอาศัยอยู๋ด้วยได้ไม่กี่วัน พวกเขาก็ต้อนรับทั้งสองราวญาติพี่น้องของพวกเขาเอง
ในคืนที่คลื่นลมสงบเงียบและท้องฟ้าไร้เมฆมาบดบังแสงจันทร์แสงดาวพราวระยับ องค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟก็ได้เล่าถึงตำนานกำเนิดดอกกุหลาบให้ลาฟาเซียฟังรวมถึงตำนานดอกกุหลาบลาฟาเซียในความคิดของคนถึ่นเหนือด้วย หลังจากที่ลาฟาเซียได้นั่งฟังจนจบแล้วองค์เจ้าหลวงก็บอกถึงแผนการของมหาปราชญ์แห่งปราการขาวให้เธอฟังว่าจะจับกุมโจรสลัดกลุ่มนี้โดยใช้นกยักษ์ของพระองค์เป็นตัวส่งสัญญาณ ครั้งลาฟาเซียมองไปบนฟากฟ้านกที่องค์เจ้าหลวงว่าก็บินโชบลงมาพาร่างเธอทะยายขึ้นไปทันที แล้วกลุ่มทหารที่มาตามลำน้าโดยเรือลำเล็กอันเงียบกริบก็บุกขึ้นยึดเรือโจรสลัดทันทีโดยที่พวกโจรไม่ทันตั้งตัว
รุ่งเช้าโจรสลัดกลุ่มนี้ก็ถูกจับลำเรียงขึ้นฝั่ง โดยมี ซัฟฟา...มหาปราชญ์แห่งปราการขาวกับองค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟยืนคอยอยู่ กลุ่มโจรสลัดนี้แม้จะสร้างคุณประโยชน์ให้ประชาชน แต่โจรก็คือโจร ย่อมมีบทลงโทษ องค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟจึงตัดสินให้พวกเขาเป็นหน่วยราชนาวีพิเศษขึ้นตรงต่อราชินีแห่งกรีซแลนด์เพียงผู้เดียวและทำงานชดใช้ช่วยเหลือประชาชนเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ซึ้งพวกเขาเองก็ยินดีในโทษนี้อย่างยิ่ง
ณ ที่ห้องบรรทมในปราการขาว ลูน่าที่ตามมารับใช้องค์รานีทีหลังก็ได้เล่าถึงข่าวลือของปราการขาวแห่งนี้ให้ลาฟาเซียได้ฟัง เรื่องราวทั้งหมดก็มีอยู่ว่า...มหาปราชญ์แห่งปราการขาวผู้นี้เป็นเจ้าของฉายา ภูเขาน้ำแข็ง ได้ช่วยชีวิตเด็กสาวคนหนึ่งนามว่าพีโอนี่จากเหตุการณ์หิมะถล่มหมู่บ้านเผ่า...เมื่อสิบกว่าปีก่อนซึ่งเป็นเหตุให้เด็กคนนั้นเป็นชาวเผ่า...คนเดียวที่รอดตาย ทว่าเหตุการณ์นั้นทำให้พีโอนี่ไร้ญาติขาดมิตรไม่มีที่อยู่ ตามกฏแห่งเผ่า ผู้ช่วยชีวิตคือเจ้าของชีวิต ดังนั้นมหาปราชญ์เลยรับตัวนางไปดูแลในฐานะน้องสาว หากเพราะความใกล้ชิดที่กลายเป็นความรู้สึกพิเศษอันเรียกว่ารักเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองจนไม่อาจรักษาความสัมพันธ์ดั่งพี่น้องเอาไว้ได้ ในวันงานฉลองเก็บเกี่ยวประจำปี พีโอนี่จึงขอมหาปราชญ์แต่งงานกลางสาธารณชน...แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนฮือฮาไปมากกว่านั้นอีกก็คือคำปฏิเสธที่ว่า "ยังไม่ดีพอ" ถึงพีโอนี่จะได้รักคำปฏิเสธกลับมาเธอก็ไม่ยอบแพ้ติดตามมหาปราชญ์ไปทุกหนทุกแห่งจนเรียกได้ว่า...มหาปราชน์อยู่ที่ใดที่นั่นต้องมีพีโอนี่...จนถึงทุกวันนี้เรื่องรักระหว่างทั้งสองจึงเป็นที่คอยลุ้นของชาวบ้านว่าจะลงเอยเช่นใด ซึ่งจะนานเท่าใดก็คงจะมีข่าวดีระหว่างทั้งสองในเร็วๆนี้กระมัง?
ครึ่งหนึ่ง โจรสลัดกลุ่มนี้ออกจะเป็นคนดีอยู๋มาก เพราะจะปล้นเรือโจรสลัดลำอื่นในบริเวณลำน้ำแห่งนี้และปล้นขบวนสินค้าของเหล่าขุนนางที่ชอบขูดรีบประชาชน แล้วสิ่งของที่ปล้นมาได้นั้นจะนำไปแจกจ่ายให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก และผู้เดือดร้อน ภายในหมู่บ้านและบนเรือโจรสลัดกลุ่มนี้ถึงแม้เจ้าหลวงกับลาฟาเซียอาศัยอยู๋ด้วยได้ไม่กี่วัน พวกเขาก็ต้อนรับทั้งสองราวญาติพี่น้องของพวกเขาเอง
ในคืนที่คลื่นลมสงบเงียบและท้องฟ้าไร้เมฆมาบดบังแสงจันทร์แสงดาวพราวระยับ องค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟก็ได้เล่าถึงตำนานกำเนิดดอกกุหลาบให้ลาฟาเซียฟังรวมถึงตำนานดอกกุหลาบลาฟาเซียในความคิดของคนถึ่นเหนือด้วย หลังจากที่ลาฟาเซียได้นั่งฟังจนจบแล้วองค์เจ้าหลวงก็บอกถึงแผนการของมหาปราชญ์แห่งปราการขาวให้เธอฟังว่าจะจับกุมโจรสลัดกลุ่มนี้โดยใช้นกยักษ์ของพระองค์เป็นตัวส่งสัญญาณ ครั้งลาฟาเซียมองไปบนฟากฟ้านกที่องค์เจ้าหลวงว่าก็บินโชบลงมาพาร่างเธอทะยายขึ้นไปทันที แล้วกลุ่มทหารที่มาตามลำน้าโดยเรือลำเล็กอันเงียบกริบก็บุกขึ้นยึดเรือโจรสลัดทันทีโดยที่พวกโจรไม่ทันตั้งตัว
รุ่งเช้าโจรสลัดกลุ่มนี้ก็ถูกจับลำเรียงขึ้นฝั่ง โดยมี ซัฟฟา...มหาปราชญ์แห่งปราการขาวกับองค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟยืนคอยอยู่ กลุ่มโจรสลัดนี้แม้จะสร้างคุณประโยชน์ให้ประชาชน แต่โจรก็คือโจร ย่อมมีบทลงโทษ องค์เจ้าหลวงรูดอล์ฟจึงตัดสินให้พวกเขาเป็นหน่วยราชนาวีพิเศษขึ้นตรงต่อราชินีแห่งกรีซแลนด์เพียงผู้เดียวและทำงานชดใช้ช่วยเหลือประชาชนเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ซึ้งพวกเขาเองก็ยินดีในโทษนี้อย่างยิ่ง
ณ ที่ห้องบรรทมในปราการขาว ลูน่าที่ตามมารับใช้องค์รานีทีหลังก็ได้เล่าถึงข่าวลือของปราการขาวแห่งนี้ให้ลาฟาเซียได้ฟัง เรื่องราวทั้งหมดก็มีอยู่ว่า...มหาปราชญ์แห่งปราการขาวผู้นี้เป็นเจ้าของฉายา ภูเขาน้ำแข็ง ได้ช่วยชีวิตเด็กสาวคนหนึ่งนามว่าพีโอนี่จากเหตุการณ์หิมะถล่มหมู่บ้านเผ่า...เมื่อสิบกว่าปีก่อนซึ่งเป็นเหตุให้เด็กคนนั้นเป็นชาวเผ่า...คนเดียวที่รอดตาย ทว่าเหตุการณ์นั้นทำให้พีโอนี่ไร้ญาติขาดมิตรไม่มีที่อยู่ ตามกฏแห่งเผ่า ผู้ช่วยชีวิตคือเจ้าของชีวิต ดังนั้นมหาปราชญ์เลยรับตัวนางไปดูแลในฐานะน้องสาว หากเพราะความใกล้ชิดที่กลายเป็นความรู้สึกพิเศษอันเรียกว่ารักเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองจนไม่อาจรักษาความสัมพันธ์ดั่งพี่น้องเอาไว้ได้ ในวันงานฉลองเก็บเกี่ยวประจำปี พีโอนี่จึงขอมหาปราชญ์แต่งงานกลางสาธารณชน...แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนฮือฮาไปมากกว่านั้นอีกก็คือคำปฏิเสธที่ว่า "ยังไม่ดีพอ" ถึงพีโอนี่จะได้รักคำปฏิเสธกลับมาเธอก็ไม่ยอบแพ้ติดตามมหาปราชญ์ไปทุกหนทุกแห่งจนเรียกได้ว่า...มหาปราชน์อยู่ที่ใดที่นั่นต้องมีพีโอนี่...จนถึงทุกวันนี้เรื่องรักระหว่างทั้งสองจึงเป็นที่คอยลุ้นของชาวบ้านว่าจะลงเอยเช่นใด ซึ่งจะนานเท่าใดก็คงจะมีข่าวดีระหว่างทั้งสองในเร็วๆนี้กระมัง?
หลังจากที่ทั้งหมดเดินทางกลับสู่เมืองหลวงข่าวเรื่องสงครามก็ถูกนำมารายงานอย่างรวดเร็ว...แคว้นจาซินด้าได้ทำสงครามยึดเมืองฮอนนา และรัฐมันทาก๊อตต้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ทหารจาซินด้ากำลังยกทัพเข้าสู่แคว้นแลนดอม หากยึดแคว้นแลนดอมได้แล้ว แคว้นกรีซแลนด์จะเป็นแคว้นต่อไปที่พวกมันคิดจะยึดครอง ด้วยเหตุนี้ รูดอล์ฟกับลาฟาเซียก็ออกเดินทางไปร่วมทำรบกับชาวแลนดอมทันที ทางด้านแคว้นแลนดอม บัดนี้ พระราชวังได้ถูกยึดแล้วพร้อมกับราชาซามีร์ที่ถูกกักขังอยู่ข้างใน ลาฟได้เป็นผู้นำกำลังคนเข้าสู้กับทหารจาซินด้าโดยมีชาวบ้าน คนในป่าต้องสาป และทหารที่หนีรอดมาได้ร่วมรบ
ลาฟาเซียกับรูดอล์ฟได้ตามมาสมทบกำลังพลโดยทั้งหมดปรึกษากัน ลาฟาเซียเสนอให้กำลังพลส่วนหนึ่งเดินทางไปตามลำน้ำสู่แคว้นที่ถูกยึดทั้งสองให้ร่วมรบด้วยกับฝ่ายตน โดยโจมตีเข้ามาพร้อมกันที่แคว้นจาซินด้า เพราะในขณะนั้นทหารย่อมมีกำลังพลป้องกันเมืองน้อยกว่าปกติ แล้วสุดท้ายก็บังคับให้ทหารจาซินด้า ยอมจำนนซะ ทุกคนเห็นด้วยกับแผนการนี้แล้วดำเนินการตามแผน
ในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน แต่ที่หน้าตกใจสำหรับชาวแลนดอมก็คือ...พระสนมโซเวียร่าเป็นกบฏคอยช่วยเหลือราชาแห่งจาซินด้าให้ลอบเข้าวังได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเป็นผู้วางยาพิษให้เจ้าหญิงพลอยเซนเธียและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของพระราชินี เมื่อไขปมผู้อยู่เบื้องหลังได้แล้ว ลาฟาเซียก็บอกกับทุกคนว่าตัวเธอนั้นเป็นใคร และพลอยเซนเธียที่เดินทางตามมาทีหลังก็ออกมายืนยันให้ พระสนมที่พ่ายแพ้และเสียใจอย่างมากถูกนำไปขังไว้ในคุกใต้ดินและตรอมใจตายในเวลาต่อมา
หลังจากการสิ้นสุดสงคราม...รูดอล์ฟกับลาฟาเซียก็เดินทางกลับกรีซแลนด์ ครั้งนี้ทั้งสองได้ท่องเที่ยวไปบนเรืออีกครั้งและรูดอร์ฟก็มอบดอกลาฟาเซียที่สามารถปลูกได้ในกรีซแลนด์ให้เธอพร้อมกับเอ่ยคำรักอย่างหวานซึ้ง
ภายใต้ท้องฟ้ายามรัติกาล ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขชั่วนิจนิรันดร์
เรื่องราวแห่งสงครามถึงแม้จะจบลงด้วยดี แต่บันทึกหน้าประวิติศาสตร์ก็ยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังมีคนบันทึกอยู่....จบ
ความคิดเห็น