[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 967,211 Views

  • 10,164 Comments

  • 29,923 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,652

    Overall
    967,211

ตอนที่ 26 : บทที่ 26 : แปดคนในหนึ่งห้อง 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 455 ครั้ง
    4 ธ.ค. 59

**** ตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าทำไมพิมไม่ครบ 100 สักที!!! มาเเบบนิดน้อยเลื่อนสองที อ้าว หมดเเล้ว คือพูดกันตามตรงเลยนะคะ เเขนขวาของพิมมีปัญหาเเละมันต้องใช้เวลารักษานาน ทำให้เลยพิมพ์คอมนานๆไม่ได้ คือจะสามารถพิมพ์ได้เเค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เกินลิมิตชั่วโมงเเล้วร่างกายจะไม่ไหว ขอให้เข้าใจตรงนี้กันหน่อยนะคะ 

แต่พิมก็พยายามเเต่งทุกวันนะคะไม่อยากห่างหายนานกลัวทุกคนคิดถึงใคร่อยากจะเผาบ้านคนเขียน 555555 ก็เลยต้องขออนุญาตอัพเเบบมาทีละเล็กทีละน้อยนะคะ เเต่จบชัวร์ค่ะ เอาหัวสามหมาเป็นประกัน  (จบเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน สองปีเนาะ 55555 )

***  อ่านขำๆหัวเราะกันเเล้วอย่าลืมเม้นให้เค้าด้วยนะ T^T จะได้มีกำลังใจปั่นต่อทุกวัน มาทุกวัน (เม้นหน่อยนะ กราบค่ะกราบ สักนิดให้รู้ว่าชอบไม่ชอบกันจะได้ปรับปรุงนะคะ มุกไม่ฮาจะได้เเก้ไขค่ะ อยากให้ทุกคนยิ้มได้ T0T) เรื่องนี้มันยาวมากและมากกกก หลากอารมณ์มากกก มากกก ต้องตามให้ทันนนน

คำเตือน : ตอนนี้มันยาวเกินเลยตัดเเบ่งนะคะ ครึ่งเเรกเครียดหน่อย เเต่ครึ่งหลังตอนต่อไปพรุ่งนี้น่ารักน่าเลิฟชัวร์ค่ะ เตรียมปรับอารมณ์ให้ทันนะคะ


----------------------------


บทที่ 26 แปดคนในหนึ่งห้อง

 




ธาราขอยึดพื้นที่คืนอย่างด่วน

 


                “ โอ๊ย ”

                ผมครางด้วยความเจ็บไปทั่วร่างนี่ขนาดยาชายังอยู่ถ้าหมดฤทธิ์ขึ้นมาผมไม่ตายโหงเลยรึไงวะ เพราะความโมโหรีบยันตัวขึ้นนั่งไม่ดูสังขารที่จะพังอยู่รอมร่อก็ต้องทิ้งตัวนอนลงเตียงอย่างแรงด้วยสีหน้าเจ็บร้าว

                “ ธาราอย่ารีบลุกแบบนั้นสิ! ” เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยความห่วงใยไม่พอ ยังมาแตะมือผมอีก

                ผมตะคอกไม่ไว้หน้า “ อย่ามาแตะ ออกไป!

                “ ธารา เราขอโทษ ฟังเราหน่อย เราไม่ได้ตั้งใจ... ”

                “ ไม่ตั้งใจให้รอด น่าจะชนแรงกว่านี้สินะ ” ผมกัดฟันกรอดจ้องหน้าผู้หญิงที่กำลังมองผมด้วยแววตาสมเพชซึ่งเพราะผมยาวๆของเธอทำให้คนอื่นมองไม่เห็นแววตาเธอในขณะนี้

                “ ธารา อย่าพูดร้ายว่าเราแบบนี้ เราไม่ใช่ซีนะที่จะมาทำร้ายใครไม่เลือกหน้า ”

                แต่มึงทำร้ายกู มึงเลือกรถกูเนี้ย!

                “ มึงกับซี เหมาะกันดีนะ ” ผมหัวเราะจิตๆ “ ตอแหลทั้งคู่ ”

                “ ธารา!! ” เธอกรีดร้องด้วยความโกรธก่อนจะหุบปากอย่างไว “ เรา เราจะถือว่าไม่ได้ยิน ”

                “ เหรอ มีอะไรอีกมั้ย ไม่มีก็เชิญ ” ไล่ซึ่งๆหน้าไม่ต้องไว้หน้า ถึงจะเป็นผู้หญิง ผมก็ไม่อ่อนให้หรอก มันขับรถชนผมนะ! มันตั้งใจจะฆ่าผม!

                “ ให้เราขึ้นไปส่ง เฝ้าธาราได้มั้ย เรารู้สึกผิด... ”

                “ อย่ามาเสื... ” ยังไม่ทันได้ด่าไอ้พ่อพระเอกมันก็เข้ามาแทรกระหว่างผมกับยัยผู้หญิงมากเล่ห์ วินจับบ่าเล็กไว้แล้วดันออกห่างจากเตียงผม

                เสียงจริงจัง “ พี่ว่าวินดี้กลับไปก่อนเถอะ ”

                “ แต่พี่วิน ดี้รู้สึกผิด ฮึก ดี้จะรับผิดชอบ ” ไม่พอ เธอมาน้ำไห้โฮต่อหน้าไอ้วินแล้วโผกอดหมับ ไอ้วินเองก็ตกใจไม่น้อย ยืนแข็งทื่อให้เธอกอด

                นัยน์ตาเรียวเบิกโตอย่างตะลึงกับความหน้าทนของผู้หญิงคนนี้

                “ ไอ้ผัวเหี้ย!! ” งานด่าต้องมา พอได้ยินเสียงด่ามันก็ดึงสติกลับมารีบแกะมือเล็กออกโดยที่หน้ามีแต่เหงื่อแตกพลั่กๆ ส่วนผมนี่หน้าเขียวคล้ำดำขรึมจะฆ่าคนได้แล้ว...

                “ ฮึก พี่วิน ดี้ผิด ดี้ไม่ระวัง ดี้เสียใจ ” เสียใจแล้วมากอดผัวกูทำไม!!

                นอนกัดฟันกรอดมองภาพบาดใจแล่เนื้อแล้วพ่ออยากลุกขึ้นถีบให้ปลิวไปทั้งกิ๊กทั้งผัวเลย ผมหันไปมองบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงคนไข้ใหม่ออกมาแล้วต้องตกใจ

                “ พี่ดิน! ” นานทีสิบปีหนที่จะเรียกแบบนี้ ผมตะลึงค้างมองใบหน้าซีดไร้สีของพี่ชายที่ไม่รู้มันไปทำอะไรมาถึงได้มีสภาพนี้ ไล่สายตามองทั้งหน้าเป็นแผลจากการกระแทกกับของแข็งที่คอก็เข้าเฝือก แขนก็เข้าเฝือกไหนจะผ้าพันแผลตามมืออีก ใจผมวูบไปอยู่ที่พื้นทันที

                และยิ่งตกหล่นไปมากกว่าเดิมเมื่ออีกสองเตียงมาพร้อมกับไอ้พี่ฝุ่นที่หน้าเครียด แล้วคนที่มีถุงเลือดห้อยคู่กับสายน้ำเกลือก็คือไอ้ลม อีกเตียงเป็นน้องชายผมที่มีสภาพเละพอๆกับไอ้ดิน

                “ พี่ลม... ไฟ อึก ”

                คล้ายลมหายใจถูกลิดรอนหายใจไม่ออกชั่วขณะ... อาการหายใจไม่ออกส่งผลให้ผมเริ่มอึดอัดหูตาลายไปแถมยังความเจ็บที่หน้าอกมันกำลังหยุดการเคลื่อนไหว อาการปวดหัวรุมไหลทะลักเข้ามาทันที

                “ อ๊ากกก ”

                ผมกรีดร้องออกมาด้วยเสียงแห้งแหบพยายามกุมหัวที่กำลังเต้นระรัวด้วยความร้าว ผมนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงพร้อมอาการหอบที่ใกล้เข้ามา ผมพยายามสูดลมหายใจลึกๆเพื่อคลายอาการปวดหัวที่รุมเร้าเข้ามาบวกกับความเจ็บปวดที่รุนแรงโหมพัดเข้ามายิ่งกว่าพายุ

                ไอ้พี่ไต้ฝุ่นเงยหน้ามาเห็นก็รีบวิ่งมาคร่อมตัวกดร่างผมให้หยุดดิ้นแล้วตะคอกใส่ไม่หยุดโดยที่เสียงมันไปไม่ถึงสมองผมเลย

                “ อุ่น!! ฟังพี่ ไม่มีใครเป็นอะไร ไม่มี!!! ไม่มีใครเป็นอะไร!! ” ไต้ฝุ่นตะคอกใส่ผมไม่หยุดนานนับสิบนาทีกว่าผมจะเลิกอาละวาดเป็นคนบ้า “ อุ่น มีสติ! อุ่น ฟังนะ ไม่มีใครเป็นอะไร ไม่มี ทุกคนปลอดภัย ”

                “ ควะ ความผิด ผม ”

                “ ไม่ใช่!!! ค่อยๆหายใจ อย่าหายใจเร็ว! ” ฝุ่นยังคงตะคอกใส่ผมโดยที่มีไอ้วินมองตาปริบๆ “ อุ่น พี่ขอร้อง ตั้งสติ เราเข้มแข็งไม่ได้อ่อนแอแล้ว อุ่น ฟังพี่!

                ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆปรับให้เป็นลมหายใจปกติก่อนสติจะเข้ามาผมมองหน้าไอ้คนเรียกสติแล้วนึกสงสัย...

                “ ลมบอกหมดแล้วว่าเคยเป็นอะไรมาบ้าง ” ฝุ่นลูบหัวผมอย่างอ่อนโยนก่อนจะผละออก “ ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว เดี๋ยวพี่สั่งหมอให้เช็คระบบหายใจเราหน่อยนะ ”

                ผมได้แต่พยักหน้าหงึกๆไปเพราะดูขีดจำกัดตัวเองดีและนี่มันก็เกินขีดความเข้มแข็งที่ผมขีดไว้แล้ว... เพราะตอนเด็กเป็นเด็กสุขภาพร่างกายเข้าขั้นอ่อนแอจัดพวกมันถึงได้ประคบประหงมผมสุดๆ... อาการทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเมื่อโตแล้วผมก็เล่นกีฬาหนักๆเพื่อสุขภาพ แต่ใช่ว่ามันจะหายขาด...

                “ อุ่นเป็นอะไร ” วินที่มีสีหน้าสับสนระคนเจ็บช้ำเกาะขอบเตียงผมด้วยสีหน้าไม่ถูก

                หลบสายตา “ เปล่า ”

                “ อุ่น... ”

                “ กูแข็งแรงดี ” กูไม่ใช่คนเก่าที่อ่อนแอ....

                “ ธาราทำเราตกใจหมดเลยอยู่ๆก็อาละวาด ” มึงยังไม่ไปอีกเหรอวะ! เจ้าหล่อนยังคงยืนติดหนึบข้างไอ้วินมีสีหน้าโล่งอก แสดงดีเหลือเกินนะ

                “ ผมต้องการพัก ” พูดขึ้นกับใครสักคนก็ได้ให้กูไปไกลๆจากผู้หญิงที่จ้องจะฆ่าผมสักที

                “ ได้ๆ ไปพักๆ ” วินพูดรัวๆหน้าซีดเหงื่อแตก “ ส่วนเธอ วินดี้ ขอร้อง กลับไปซะก่อนที่พี่จะเป็นคนเหวี่ยงเธอออกไปเอง ”สะบัดแขนตัวเองให้หลุดจากมือคนอื่น ผมเงยหน้าสบตาทรงเสน่ห์ฉายแววเหี้ยมเกรียมแล้วยิ้มเยาะไปนิดๆ

                รอตามบุรุษพยาบาลอีกสองสามคนเพื่อให้มาเข็นเตียงผู้ป่วย ตอนนี้เตียงทั้งสี่รออยู่หน้าลิฟต์คู่ที่กำลังไล่ลำดับลงมาเรื่อยๆจนประตูเปิดออกให้ผมอ้าปากค้าง...

                “ นี่มันเรื่องบ้าอะไร?!!

                เสียงเข้มเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นไฟที่พัดราวกับพายุ ใบหน้านิ่งเฉยต่อทุกสิ่งตอนนี้กำลังบูดเบี้ยวไล่สายตาน่ากลัวมองผมแล้วมองไปยังไอ้สามคนที่ยังไม่ได้สติ เสียงกัดฟันกรอดดังตามมา...


                “ มึงไปล่าหัวคนทำหลานกูเดี๋ยวนี้ จับเป็นไม่ได้ก็เอาตาย ”

                “ ครับคุณเตชินต์ ”

               

                มาโรงพยาบาลไหนไม่มา

                เสือกมาโรงพยาบาลเดียวกันที่อากูมาเฝ้าเมียอีก

                ไม่จบง่ายๆแน่งานนี้...







****ต่อๆ


               “ ไปจัดการบอกคนของเรา แล้วไปรอฉันที่รถก่อน ฉันจะดูไอ้เด็กเวรสี่คนนี้สักพัก ”

                เสียงเย็นยะเยือกยังคงพูดต่อเนื่อง ถ้าผมหายตัวได้จะทำ เพราะมันคงดีกว่าการเผชิญหน้ากับอาชินในตอนนี้ น่ากลัวชิบหายควายล้มมาก

                กระชากคอเสื้อคนติดตามที่อยู่ในชุดเรียบร้อยมากระซิบเบาๆแต่มันก็ดังพอให้ผมได้ยิน “ ปิดเรื่องให้เงียบอย่าให้พี่ฉันรู้ ”

                พี่ที่ว่าก็เสด็จแม่บังเกิดเกล้าของผมนั่นเอง... แค่ได้ยินก็ขนลุกแววตาสำนึกผิดขึ้นมาทันทีตอนนึกถึงใบหน้าของมารดาที่กำลังน้ำตาคลอน้ำตาไหลเป็นน้ำท่วมถ้าเห็นสภาพลูกตัวเองในตอนนี้

                แล้วก็ผลักตัวผู้ติดตามหนุ่มออกไปแล้วตวัดหางตามามองผมที่มีสติลืมตาอยู่คนเดียว รู้งี้ กูน่าจะขอยาสลบแบบไอ้สามหน่อที่เหลือได้มั้ย “ จะนิ่งอีกนานมั้ย พาหลานฉันไปห้องพักเดี๋ยวนี้ ”

                บุรุษพยาบาลทำหน้าเลิ่กลั่กกุลีกุจอรีบเข็นเตียงผมเข้าไปพร้อมกับเตียงไอ้ลม ส่วนลิฟต์อีกข้างดินกับไฟถูกเข็นเข้าไปพร้อมน้องเวียร์ที่เดินหน่ายๆตามเข้าไป... พอเข้ามาในลิฟต์แล้วเหมือนจะขาดอากาศหายใจกับสายตาทิ่มแทงปนเหี้ยมเกรียมยามกวาดดูสภาพหลานโคตรรักสองคนที่เละสุดๆ

                “ ไปโดนอะไรมา ” ถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ บุรุษพยาบาลหนุ่มสองคนก้มหน้าแทบจะทำเนียนไปกับผนังลิฟต์ส่วนไอ้ฝุ่นกับไอ้วินก็เหม่อมองไปคนละทิศเลย ขอบคุณในความสามัคคีทิ้งกูให้ตอบคนเดียว

                “ ผมโดนรถชนหน้าคณะ ” ตอบเสียงเนือยในขณะที่อาขมวดคิ้วฉับด้วยความงง

                เสียงเฮี้ยบ “ หน้าคณะ? มหาลัยระดับประเทศปล่อยให้เกิดรถชนได้ไง แล้วไอ้คนชนมันใคร ”

                “ ผู้หญิง ” ตอบไปอย่างหงุดหงิดภาพแม่นั่นเกาะแกะไอ้วินยังติดตาอยู่เลย เหอะ แล้วผมจะมาหงุดหงิดทำไม! “ ไม่รู้ชื่อ ไม่เคยสนใจ อาไปเช็คเองที่มหาลัยแล้วกัน กล้องวงจรปิดอ่ะไปขออธิการบดีดูไป สนิทนี่ ” โยนงานไปเลยไหนๆสภาพกูตอนนี้ก็ทำห่าอะไรไม่ได้แล้ว อธิการบดีที่สนิทไม่ใช่อะไรยัดเงินปิดปากไว้เยอะเรื่องไม่ให้ไล่ไอ้ลมออก พวกผมมันตัวสร้างปัญหาทุกทิศจริงๆนั่นแหละ อาชินคงเหนื่อยเต็มทนแล้ว แต่ก็ต้องทนต่อไปเพราะรับปากแม่ผมแล้วว่าจะดูแลแทนให้แลกกับที่อาแกจะไม่หมั้นกับคนที่ญาติๆหาให้

                ไอ้เราก็สงสัยอยู่นานทำไมครองตัวเป็นโสดแถมปัดทุกงานหมั้น ที่แท้แอบแดกเพื่อนหลานตัวเอง

                อาชินพยักหน้าแล้วหันไปทางไอ้ลมต่อแต่มันยังไม่ตื่น...

                “ แล้วไอ้ตัวดีเด่นหาเรื่องเขาไปทั่วนี่ไปโดนอะไรมา ” จ้องหน้าไต้ฝุ่นที่ยืนก้มหน้านิ่ง “ จะเล่นให้ตายเลยรึไง ”

                ไต้ฝุ่นเอ่ยเสียงทุ้มว่าเบาๆ “ ผม...ไม่ทราบครับ ”

                “ ไม่ทราบ? ” ขมวดคิ้วพลัน “ ไม่ได้อยู่กับมัน? ” อาถามเสียงแหลมสูงใบหน้าเริ่มไม่พอใจ “ เพิ่งรู้นะว่าไม่มีการประกบตัวคนรัก ทั้งที่ศัตรูตัวเองก็รอบด้าน ถ้าไม่ให้คนติดตามก็ควรทำตัวตามติดเป็นเงา ” เหล่มาทางไอ้วินที่สะดุ้งโหยงเกาหลังคอแก้เก้อ

                ผมหัวเราะหึในลำคอ... ไอ้วินตามติดผมยิ่งกว่าเงาตามตัวจริงๆนั่นแหละ

                “ ผม...ขอโทษ ” ไต้ฝุ่นยิ่งก้มหน้าสำนึกผิด

                “ ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาขอโทษ ” เบือนหน้ามาทางไอ้วินแทนที่ยืนเม้มปากอยู่คงรู้ตัวแล้วว่าจะถูกถาม “ แล้วเธอรู้มั้ยไอ้เด็กเวรนี่ไปโดนอะไรมา ”

                “ ครับ... ” สีหน้าเหมือนถูกบังคับให้กินยาเบื่อ “ พี่ลมเขาถูกแทง ฟังจากคนที่พามาส่งโรงพยาบาลบอกโดนดักจี้ครับ ”

                “ จี้? ” ทวนด้วยเสียงเหลือเชื่อปนเยาะเย้ย “ จี้เด็กมหาลัยแล้วแทงยับขนาดนี้เรียกจี้เหรอ ” จะอะไรก็ไม่รู้นะ แต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือเมื่อไหร่จะได้ออกจากลิฟต์ จะขาดอากาศตายกันหมดแล้ว บุรุษพยาบาลผู้น่าสงสารก็แทบจะลืมหายใจกับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาเรื่อยๆ

                “ ผมไม่ทราบครับ ส่วนดินกับไฟ...ผมให้คนตรวจสอบแล้วถูกตัดสายเบรกรถครับ ” วินพูดต่อเพราะคิดว่ายังไงก็ถูกถาม

                “ ทำงานไวดีนี่ ก็ดี ฉันชอบ ” อาชินพยักหน้ารับข้อมูลแล้วถอนหายใจเฮือกส่ายหน้าเบื่อ “ ถ้าเทียนรู้คงเศร้ากว่าเดิมที่พวกแกเจ็บตัว ”

                นึกว่าจะห่วงหลาน... ห่วงเมียตัวเอง

                ติ๊ง...

                ในที่สุดบรรยากาศช่วยตายก็จบลงเมื่อลิฟต์ไต่คลานมาถึงชั้นห้องพักสักที ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเมื่อเตียงเข็นออกจากลิฟต์แคบๆเข้าสู่ชั้นที่โคตรไร้คนแถมมืดสนิทอีก...

                มันไม่ใช่ชั้นเดียวกับไอ้เทียนหรือไอ้พี่ปายนี่หว่า นั่นก็วีไอพีแล้ว ยังจะมียิ่งใหญ่กว่านี้อีกเหรอ

                เตียงสี่เตียงเข็นออกมาช้าๆ ก่อนที่นางพยาบาลหนึ่งคนทจากมุมไหนก็ไม่รู้รีบเดินเร็วปนวิ่งไปเปิดประตูไม้บานใหญ่สองบานอารมณ์ไม่ใช่ห้องพักสักนิด นี่มันห้องประชุมขนาดใหญ่มากกว่า... มองไปรอบห้องมันโคตรจะเพียบพร้อมเลยสิ เตียงผมถูกเข็นเข้ามาก่อนผ่านห้องนั่งเล่นใหญ่อีกฝั่งเป็นห้องครัวพอพ้นมาก็เจอกับเตียงใหญ่สี่มุมมีพื้นที่เป็นมุมส่วนตัวของแต่ละเตียง ผมบอกบุรุษพยาบาลขอเตียงริมหน้าต่างเพราะชอบมองบรรยากาศ

                ส่วนพี่น้องผมก็เริ่มถูกโยกย้ายเปลี่ยนเตียงกันอย่างเบามือแถมจะไม่ให้บอบช้ำเพราะมีสายตาคมของผู้ปกครองคอยกำกับ ประมาณว่า หลานกูช้ำอีก โดนเด้งแน่

                “ จะให้จ้างพยาบาลเฝ้ามั้ย ”อาถามขึ้นหลังจากที่บุรุษพยาบาลออกไปแล้ว วิ่งออกไปแล้วมากกว่า

                “ ไม่เอา รำคาญ ” ผมตอบไป “ คนเฝ้าก็มีแล้ว อาไปเฝ้าคนของอาเถอะ ” กูเฉียดตายมาขอหายใจให้ทั่วท้องหน่อยเถอะ รีบๆไปเถอะ ไม่รู้รึไงว่ารังสีสายตาอามันทำให้ชาวบ้านอึดอัด!

                “ แต่ดินยังไม่มีใครดูแล ” ไล่สายตามองเพราะฝุ่นมันก็นั่งจ้องหน้าพี่ลมเงียบ ส่วนน้องเวียร์ก็หยิบหนังสือมาอ่านจ้องดูไอ้ไฟเป็นระยะ ข้างๆผมก็มีไอ้ผัวเวรที่สภาพยังเปื้อนเลือดผมอยู่

                เหลือแค่เตียงหมอเถื่อนที่ไร้คนคอยดู...

                “ อาลงไปตามคนที่อยู่ข้างห้องไอ้เทียน หัวแดงๆเมียมันนอนอยู่ห้องนั้น ไม่ได้เป็นห่าไรแต่กระแดะนอนโรงพยาบาลเฉยๆ ”

                “ ได้ ฉันลงไปจัดการเรื่องเงินก่อนแล้วจะไปตามหาตัวคนทำร้ายพวกแกแล้วก็เทียน ” เห่อเมียแค่ไหนพูดมา ทีปิดก็ปิดเงียบ เปิดเผยก็โชว์ เหอะ

                ไต้ฝุ่นรีบโพล่งขึ้น “ ไม่ต้องครับ ค่ารักษาทั้งหมด ให้ผมเป็นคนจัดการครับ ” อาชินแสยะยิ้มเป็นเชิงก็ดี

                “ งั้นอาไปตามเด็กของไอ้ดินก่อนแล้วกัน ” ไม่เด็กอ่ะ อายุมากกว่า แต่สมองเด็กกว่าก็น่าจะเรียกเด็กของไอ้ดินได้อยู่

                “ ครับ ” รีบๆไปเลยครับ

                “ อย่าทำตัวมีปัญหาอีก นอนพักกันเงียบๆ อย่าซ่าส์ออกไปหาเรื่องอีก เข้าใจมั้ย ”

                ผมประชด “ ไม่เอาการ์ดมาเฝ้าเลยมั้ย!

                “ นั่นถือเป็นคำขอของหลาน และอาแสนดีจะทำตามประสงค์ให้ ”

                อาชินทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเย็นแล้วเดินออกไปพร้อมโทรศัพท์หาใครก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่น่าหาเรื่องประชดเลยกู แต่อาชิน... ออกไปได้ก็ดี จะได้หายใจสะดวกสักที สีหน้าเขียวผมค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ เสหางตามามองหมาหงอยที่นั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง มันจ้องหน้าผมซึมๆไม่พูดอะไร

                “ เป็นอะไร ” มันใช่คำถามที่ผมต้องถามมันมั้ยวะ

                วินส่ายหน้าพลางยิ้มฝืนขมมาให้ “ กูน่าจะห้ามมึง ”

                “ ไม่ใช่ความผิดมึงสักหน่อย กูโลภอยากได้ปากกาเอง ” ผมพูดไปตามความจริง มันก็ต้องเข้าใจนิดนึงว่าแบบเห็นของพวกนี้หูตามันลุกสัญชาตญาณมันก็เป็นนักล่ารีบไปตะครุบอ่ะดิ

                แต่ทำไมมันไปอยู่กลางถนนวะ ...คิดเงียบๆยังไม่ได้ปริปากบอกใคร

                “ มึงไปอาบน้ำไป ” มองสภาพมันที่เลอะไปด้วยเลือดผมแล้วมันใจไม่ค่อยดี วินมองตัวเองแล้วยิ้มเก้อเขินมาให้ก่อนจะลุกไปหาน้องชายตัวเองที่นั่งกึ่งนอนอ่านหนังสือไม่สนใจโลกเพื่อขอชุด น้องก็แสนดีใช้เท้าชี้ไปยังกระเป๋าเพราะมือไม่ว่าง เกิดปะทะฝีปากกันเล็กๆ ก่อนที่ไอ้วินจะพ่ายแพ้และเดินแบกหิ้วของหายเข้าห้องน้ำไป

                ผมละสายตาจากมันแล้วมองขึ้นเพดานสีนวลสบายตาข่มความเจ็บที่วิ่งเข้าทุกเส้นประสาทเพราะยาชาเริ่มจะหมดฤทธิ์แล้ว เสียงน้ำในห้องน้ำดังเข้าหูเป็นระยะๆรับรู้การมีตัวตันอยู่ของวิน

                ตอนที่สลบไปความรู้สึกในตอนนั้นคือทุกอย่างดำมืดตัวผมอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เดินไปทางไหนก็ไม่เจอใครจนกระทั่งเจอกับวิน พอไล่ตามก็ยิ่งห่าง มันทำให้กลัว... สุดท้ายความกลัวก็หายไปเมื่อตื่นมาแล้วผมได้เจอมันที่ยังคงไม่ไปไหน...

                เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นเบาๆพร้อมการปรากฏตัวของหมอคนหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะคุ้นชินพอควร แกส่งยิ้มใจดีให้เหมือนเคย เขาผงกหัวให้ไต้ฝุ่นก่อนแล้วเดินมาที่เตียงผม

                “ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ หนูน้อย ”

                ผมหน้าร้อนผ่าว “ หยุดเรียกผมแบบนั้นสักที ”

                เขาหัวเราะอย่างเอ็นดู “ ก็ไม่ว่าเมื่อไหร่เธอก็เป็นหนูน้อยอยู่ดี ไม่ว่าจะในสายตาของหมอหรือพี่น้องเธอ ” คำพูดอ่อนโยนที่ตรงไปตรงมาทำให้ผมโคตรขี้เกียจจะเถียง

                “ ผมแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้วนะ ” ผมหน้าบูดและบึ้งตึงสุดๆ

                หมอชราเลิกคิ้ว “ แต่ได้ข่าวอาละวาดอยู่บนเตียงให้ความกลัวกลืนกินตั้งหลายนาทีไม่ใช่เหรอ ”

                ผมสะอึกแต่ก็เถียง  “ มันก็แค่แปบเดียวหมอ ผมโอเค ไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องเอายาอะไรแปลกๆมาให้กินเลยนะ” อยากจะอาละวาดใส่หมอก็ใช่ที่เพราะขยับตัวไม่ได้ “ แล้วใครตามหมอมาไม่ทราบ ผมปกติดี!

                “ พี่เอง ” ตัวคนเรียกหมอประจำตัวผมตั้งแต่เด็กๆเดินเข้ามาหรือก็คือไอ้พี่ไต้ฝุ่นที่ยังคงสีหน้าเครียดแต่ก็ยังพยายามส่งยิ้มให้ผมปลอบใจ พี่ปลอบใจตัวเองเถอะ

                ผมจิกตาใส่ “ ไอ้ลมมันบอกทุกอย่างเลยรึไงวะ!

                “ เปล่า ลมบอกแค่บางอย่าง ” ไต้ฝุ่นส่ายหน้าก่อนจะยักไหล่ “ จริงๆพี่รู้จากวินเยอะกว่าด้วยซ้ำ ”

                หันไปจ้องตาถลน “ หมายความว่าไง!

                “ อ่า ไม่ควรยุ่งเรื่องของคนอื่นนี่เนอะ ” ยังจะมีอารมณ์มากวนประสาทอีก “ ลองนึกทบทวนดีๆสิ ”

                “ ทบทวนอะไร ” ผมถามทันควัน

                ไต้ฝุ่นเหมือนเพิ่งนึกได้ “ อืม นั่นสิ น่าจะจำไม่ได้ งั้นใบ้ให้น้องเมียหน่อยแล้วกัน ”

                “ อะไร ” บอกมากูโคตรอยากรู้เลย “ เร็วๆ ให้ไว ”

                “ อาการแบบหวาดกลัวอย่างรุนแรงเกิดขึ้นครั้งแรกตอนมัธยม ...ถูกจับตัวไปนี่เนอะ ”

                ผมเบิกตาโตอ้าปากค้าง... คำถามคือ มันรู้ได้ไง...

                “ จนเราต้องเข้านอนโรงพยาบาลและพบจิตแพทย์ ” ไต้ฝุ่นพูดเรื่อยๆเหมือนเล่าเรื่องทั่วไปในขณะที่ผมก็เริ่มประมวลผลในหัวทุกอย่างเริ่มไหลเข้ามาเรื่อยๆ...

                อาการปวดหัวจี๊ดเริ่มมาตามมา...

                “ แถมมันเป็นวันเดียวกับคนที่ช่วยเราถูกแทงจนต้องนอนโรงพยาบาลอยู่ข้างๆห้องกัน แอบไปเยี่ยมได้แค่ตอนที่หลับเท่านั้น น่าสงสารเนอะ ”

                “ คนที่ช่วย...ไม่ใช่ลมเหรอ ” ผมครางออกมาช้าๆเริ่มทบทวนทุกอย่างในอดีต

                “ ไม่รู้สิ คิดเองสิ ”

                ไต้ฝุ่นยิ้มสนุกมาให้แล้วทิ้งท้ายไว้ “ แผลอยู่ที่แถวเอวด้วย...มั้ง คนที่ช่วยอ่ะ ” ก่อนจะผละไปแล้วคุยกับหมอเล็กน้อยในขณะที่ผมปิดปากเงียบตาค้างเหม่อลอยไปในห้วงความคิดของตัวเองในอดีตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

                 ใช่... ผมเคยมีเรื่องกระทบจิตใจอย่างรุนแรงในสมัยมัธยม พวกไอ้ลมดินมีเรื่องกับพวกเด็กต่างโรงเรียนแล้ววันหนึ่งมันรวมหัวกันลากผมผู้ซึ่งเป็นน้องรักหัวแก้วหัวแหวนไข่ในหินไปบ้านร้างมัดผมไว้ปิดตามองไม่เห็นอะไร เพราะถูกจับมัดอย่างแน่นกับความมืดไหนจะเสียงหัวเราะหยาบคายมือสกปรกที่พยายามถอดชุดนักเรียนผมพยายามจะข่มขืน... ในใจร่ำร้องหาแต่พวกพี่น้องตัวเองให้มาช่วย สถานการณ์เลวร้ายขั้นนั้นเด็กอายุสิบห้าที่ไหนมันจะรับได้กัน...

                ไม่นานก็ได้ยินเสียงเอะอะของการต่อยตี นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ได้ยินก่อนจะสลบไป... มารู้ตัวอีกทีก็โรงพยาบาล ตอนนั้นอาละวาดหนักเพราะความหวาดกลัวถามทำไมถึงปล่อยให้ผมโดนจับไปแถมยังมาช้าด่าทุบตีพี่สารพัด ดินกับลมเข้ามากอดขอโทษผมแล้วบอกว่าไปช่วยได้ทัน ไม่มีใครทำร้ายผมได้ ผมไม่เป็นอะไร ส่วนไอ้ไฟก็นั่งร้องไห้อยู่บนโซฟา ช่วงนั้นพ่อกับแม่ก็ไปดูงานต่างประเทศ เราก็ได้แต่ให้อาช่วยปิดเรื่องแล้วส่งเด็กนรกที่ทำร้ายผมไปยังสถานที่ดูแลเด็กประเภทนี้โดยเฉพาะ

                ส่วนเรื่องของวันนี้มันก็กระทบจิตใจโดยตรง...คนที่เข้มแข็งปกป้องผมมาตลอดกลับเละเป็นโจ๊กพร้อมกัน ผมคงคุมสติไม่อยู่หรอก ถึงผมจะเฉยเมินกับทุกอย่างแต่มันไม่ใช่กับเรื่องนี้ยังไงเขาก็พี่น้องผมสายเลือดเดียวกัน...

                ผมอาจจะเข้มแข็ง...แต่ใช่จะอ่อนแอไม่เป็น...

                หมอออกไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เพราะผมเอาแต่นอนตาลอยครุ่นคิดอย่างหนักกับคำพูดของไต้ฝุ่น

                ถ้าคนที่ช่วยผมไม่ใช่ไอ้พี่น้องบ้าของผมแล้วใคร ใครกัน...

                ระหว่างที่หัวกำลังคิดหนักจนแทบระเบิดเสียงไอ้วินก็ดังออกมาเรียกสติให้กลับเข้าที่เข้าทาง

                “ ไอ้เวียร์ มึงเอาเสื้ออะไรมาวะ! ตัวเล็กเป็นบ้า!

                วินเดินเปลือยท่อนบนออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้ายุ่งๆใส่กางเกงผ้าขายาวสีดำบนคอมีผ้าขนหนูพาดอยู่ผมเปียกซกหยดเป็นทาง เท้าตรงรี่ไปหาน้องชายตัวเองแล้วปาเสื้อใส่

                เวียร์ปิดหนังสือลงแล้วหยิบเสื้อมาดู ก่อนจะเบ้ปากมองบนใส่พี่ “ ควาย นี่มันเสื้อกู หยิบห่าอะไรไม่ดู ” บ่นยาวแล้วลุกไปคุ้ยเสื้อส่งให้พี่ “ แค่สีเหมือนกัน ลายเดียวกันต่างไซส์มึงแยกไม่ออกรึไงเฮีย ”

                “ กูพี่มึงนะเวียร์!

                “ เออ รู้แต่มึงไม่เคยทำตัวเป็นพี่พอๆกับไอ้พี่วาฬนั่นแหละ ”

                “ จะฟ้องเฮีย!

                “ เชิญ!

                ผมมองภาพนั่นขำๆในใจแล้วในจังหวะที่ไอ้วินมันหันไปหันมาทำให้ผมสังเกตเห็นรอยยาวบางอย่างแถวๆเอวมัน กำลังจ้องอยู่นานมองไม่ชัดเลยเพราะอยู่ไกลแถมมันใส่เสื้อแล้วด้วย...

                ผมถอนหายใจแล้วนึก...พยายามนึก แผลตรงเอวงั้นเหรอ...

                ตอนไปทริปประสาทเสีย... ไอ้วินมันมีแผลตรงเอวใช่มั้ย! ใช่ ใช่ มันมี!

แล้วที่ไต้ฝุ่นพยายามบอกคือคนที่เข้าไปช่วยผมจริงๆคือไอ้วินไม่ใช่ไอ้สองสามหน่อพี่น้องผมงั้นเหรอ ขณะที่สมองกำลังใช้ความคิดอยู่ไอ้ตัวต้นเหตุชวนคิดก็ยิ้มหน้าทะเล้นมาหาผม

                “ ทำน่าเครียดทำไมครับเมีย นอนได้แล้ว นอนครับ ”

                กูจะนอนลงยังไง

                เพื่อนมึงทิ้งปริศนาใหญ่ที่ส่งผลต่อหัวใจโดยตรงให้กูเนี่ย!

งานนี้หลับลงก็บ้าแล้ว!! 



**ต่อเด้อ**



หลับตาแล้วนอน พี่เฝ้าครับ ไม่หลับหรอก


ประโยคโคตรพาใจในตอนแรกกับภาพแห่งความเป็นจริง...


“ คร่อก... งืม...ฟรี้ ”


นาฬิกาบ่งบอกเวลาเที่ยงคืนปุ๊บไอ้คนบอกจะเฝ้าก็ฟุบหน้านอนข้างเตียงทันทีในขณะที่ผมยังลืมตาสว่าง อาการปวดตามตัวก็มีเป็นระยะเจ็บจนอยากจะไปกระโดดตึกซะตอนนี้แต่พอนอนนานๆไปก็ชินชากับความเจ็บพวกนั้นแล้ว

กวาดตามองห้องใหญ่ที่แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วแต่ยังคงเปิดไฟสว่างโร่ทั่วห้อง หันไปทางซ้ายก็ยังคงเห็นไต้ฝุ่นนั่งกุมมือมองหน้าไอ้ลมมาเป็นชั่วโมงแล้ว และลมก็ยังไม่มีท่าทีจะฟื้นเลย ส่วนมองฝั่งตรงข้ามก็เจอน้องเวียร์นอนหลับห่มผ้าบนโซฟาตัวยาวข้างเตียงไอ้ไฟ ส่วนไอ้ดินยังคงโดดเดี่ยวเพราะเมียขี้มโนมันยังไม่มา ไม่รู้ว่าไปตามถึงไหน ในนรกรึไง

ส่วนหนึ่งที่ผมไม่หลับเพราะความเคยชินจากการทำงานไม่ได้หลับได้นอนด้วยแถมตอนนี้ก็มีเรื่องให้คิดมากอีก... ผมวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มๆของคนที่กำลังหลับได้ที่ลูบเบาๆเพราะเกรงว่ามันจะตื่น...

วินชอบผมมมาเกือบสิบปี...จากที่ได้ยินวันนั้น แล้วจากที่ขู่ถามจากเพื่อนพี่นรก ไหนจะคำใบ้ที่ควรจะเฉลยมาเลยเถอะของไต้ฝุ่นอีก...

คำถามคือมันชอบผมตอนไหน ยังไง แล้วทำไมผมไม่รู้เลยว่ะ แต่แอบนึกเสียใจอยู่บ้างที่ผมชอบมันมาแค่ห้าปีครึ่งหนึ่งของมันเองนะ... แล้วก็ไม่รู้ว่าทำร้ายจิตใจมันแค่ไหน แต่ยังไงแล้วมันก็ทำร้ายจิตใจผมไว้เยอะเหมือนกัน แต่มาคิดอีกทีมีความเป็นไปได้สูงที่ไอ้พวกเหี้ยสามตัวมันกีดกันขวางทาง ถึงทุกคนจะไม่ได้บอกผมจนหมดเปลือกแต่มันก็พอจะเดาทางได้ว่าจดหมายกับภาพของผมไม่เคยถึงมือไอ้วิน หรือถึงมือแต่ทำไมถึงฉีกทิ้งทั้งที่มันชอบผม นั้นเป็นสิ่งที่ผมโคตรจะอยากรู้เลยให้ตายดิ มันต้องมีอะไรผิดพลาด...

แล้วจดหมายปีสุดท้ายที่มันเรียนจบ... โคตรจะฉีกหัวใจผมเลยวะ มันบอกให้ผมเลิกยุ่งกับมัน แต่ก็อย่างที่เห็นผมสอบเข้ามหาลัยเดียวกับมัน พยายามสอดสายตาตลอดเวลามันเดินข้ามตึกคณะนั้นทีนู่นทีตามประสาคนอัธยาศัยดี จำวันแรกที่ผมกับวันเจอกันได้มั้ย...

ผมจงใจ...ใช่ จงใจทุกอย่าง ทั้งเข้าไปในรัศมีกล้องมัน หรือแม้กระทั่งไม่รับโทรศัพท์พี่น้องตัวเองฝืนเดินขาเจ็บผ่านหน้ามัน แน่นอนว่าผมถึงกับยืนซ่อนเลยทีเดียว ถามว่าอายมั้ย โคตรอาย แต่เพื่อหัวใจตัวเอง มันก็คุ้มที่จะเสี่ยงดูจริงจัง บางทีมันอาจจะจำผมไม่ได้ แล้วมาเริ่มต้นใหม่...

แต่ทุกอย่างมันก็ผิดแผนไปเพราะมันแสดงออกมาจากดวงตาจากข้างในเหมือนชอบผมโคตรๆ ไล่ก็ไม่ไป จริงๆที่ไล่ก็แค่แก้เขิน โชคดีที่ความเจ็บปวดในตอนแรกมันเปลี่ยนให้หน้าผมมันเฉยเมย ผมเลยกลบความรู้สึกจนมิดแล้วก็สังเกตไอ้วินตลอด... พยายามคิดว่ามันอาจจะแกล้งมาจีบเล่น เพราะผมเห็นมันมีข่าวแว่วๆอยู่กับไอ้เด็กเวรซีมาพักใหญ่ๆแล้ว

แต่นั้นแหละ... พออาการไอ้วินเป็นอย่างที่เห็น ผมก็ทำเป็นไม่ชอบผลักไสเพราะจะดูมันว่าจะจริงจังแค่ไหน จนมาได้ยินวันนั้น... ผมชอบน้องพี่มาเป็นสิบปี

ผมหลุดยิ้มออกมานิดๆแล้วต้องเบ้ปากเพราะปากผมแตกยับเยินทั้งสองข้างเลย ไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะแดกข้าวยังไง มือผมที่ยังปกติดีก็ลูบหัววินไปเรื่อยๆจนต้องสะดุ้งเมื่อความร้อนจากมือของคนที่ผมกำลังลูบหัวเล่นอยู่จับหมับวางทับมือเล็กกว่านิดๆของผม

ตัวสะดุ้งหน่อยอ้าปากตกใจนึกว่ามันตื่น แต่ที่ไหนได้มันวางแล้วแตะๆแปะๆสุดท้ายก็ดึงมือผมไปเป็นหมอนฝังหน้าลงนอนซบมือผมต่อคล้ายคนละเมอ...

เป็นอีกครั้งที่หลุดยิ้ม...

ความอบอุ่นมันเติบโตและกำลังพองในหัวใจละสายตาจากคนข้างกายแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง...นั้นสินะ ผมจะมาคิดมากทำไม


มีมันอยู่ข้างๆแล้ว ยังจะกังวลอะไรอีกเล่าไอ้อุ่น


ส่งเสียงหัวเราะเยาะที่คิดมากเกินไปไม่สมเป็นตัวเองเลย และมันก็คงถึงเวลาที่ผมจะพักผ่อนได้แล้ว... ผมควรนอนพักตามที่มันบอก... คิดเพียงเท่านั้นก่อนเปลือกตาจะค่อยๆปิดลงนอนนับสีนับโมเดลนับชั้นคอนโดข่มตาให้หลับ และมันก็ใกล้จวนจะหลับอยู่แล้ว...


ปัง!!!!


“ ดินดินของปาย!!!!!

“ โฮ ดินนนนนนนนนนนน ฮือออออออออ!!!


...ลาก่อนการนอนของกู... 




******ต่อจ้า******



“ ห่ะ ห่ะ ไฟไหม้เหรอ!!


คนที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาโวยวายก่อนเพื่อนเลยก็คือไอ้คนสัญญาว่าจะนั่งเฝ้า ผมชูชี้โด่เด่บวกหน้าตาตื่นๆหันซ้ายหันขวาราวกระต่ายตื่นตกใจ ผมหัวเราะหึไปทีก่อนจะฝืนยกมือขึ้นเขกหัวไอ้วินเบาๆ

“ ถ้ายังไม่ตื่นก็ไปล้างหน้าไป ”

 ผมพูดเบาๆเสตามองบุคคลในห้อง น้องเวียร์ดูหัวเสียไม่น้อยเห็นนั่งลูบสะโพกอยู่ที่พื้นเกรงว่าจะตกใจกับเสียงแปดลำโพงเลยกลิ้งตกโซฟา

ไต้ฝุ่นละสายตาจากไอ้ลมแล้วเดินไปหาพี่ปายที่โวยวายตัวสั่น

“ ฮือ ดินดิน ดินอยู่ไหน โฮ ” 

เพ่งดูใบหน้าน่ารักชุ่มไปด้วยน้ำตาแล้วหมดคำจะด่า มันกวาดตาไปทั่วห้องแล้วพุ่งไปยังเตียงใกล้ๆไกลไม่จากตัวเองนักแล้วปล่อยโฮดังกว่าเดิม

น้ำเสียงทุ้มว่าปลอบใจ “ พี่ปายครับ เบาเสียงลงหน่อย ที่นี่โรงพยาบาลครับ ...พี่ไม่ต้องร้องไห้หรอกครับ ดินปลอดภัยแล้ว ”

“ ฮือ แล้วทำไมดินไม่ฟื้น! ” พี่ปายสติหลุดทุบเตียงไปมาคล้ายคนบ้ายิ่งตอนนี้พี่แกใส่ชุดคนไข้สีชมพูสดอีก (ของผมเป็นสีฟ้า ลองเอาสีชมพูมาให้ใส่สิ มีเผาโรงพยาบาล) “ ดิน ไม่เอานะ ไม่เอา! ตื่นสิ!!


“ บอกให้ตื่นไง! ” 


ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ปานขาดใจของพี่ปาย ไต้ฝุ่นตอนแรกจะห้ามแต่วินเดินไปกระซิบแล้วต่างคนต่างเดินกลับมาที่ของตัวเอง

ผม ไต้ฝุ่น วิน เวียร์พากันปิดปากเงียบมองดูพี่ปายกันอย่างเงียบๆ คนที่ไม่เคยเห็นจะร้องไห้จริงจังสักทีกลับมาร้องจะเป็นจะตายต่อหน้าพี่ผม...


บางทีพวกผมอาจจะดูถูกความรักของพี่ปายมากเกินไป...

คนที่ดูเล่นๆ กลับคือคนที่จริงจังที่สุด


เสียงแหบสะอื้นตะโกนไม่เลิก “ ดิน ตื่นสิ! กูขอร้อง! ฮือ กู กูจะหาหมอเก่งๆมารักษามึงนะ ” พี่ปายฉีกยิ้มไปแล้วหัวเราะส่ายหน้า “ ฮึก ฮ่าๆ ไม่สิ ไม่สิ ดินดินของเค้าก็เป็นหมอ รักษาตัวเองได้อยู่แล้ว ”

เสียงหัวเราะดังออกมาฝืนๆก่อนจะกลับเป็นสะอื้นไห้...

“ รีบๆตื่นมาด่ากูสิ นี่ๆ กูมีชุดมาอวดมึงเยอะเลยนะ ” พี่ปายยังคงพล่ามทั้งน้ำตาที่นองเต็มหน้า “ ชุดสวยๆไง มึงเห็นแล้วมึงต้องชมแบบทุกครั้งไง นี่ๆ ดูสิอย่างชุดนี้ กูไปย้อมมาเลยนะ สีฟ้ามันธรรมดาไม่สดใส มึงลืมตาดูสิๆ ”

“ ... ”

“ ด่าสิ ชมสิ มันประหลาด มันแย่ ไอ้พี่ปายบ้า ไอ้คนบ้า พูดสิ ฮึก พูดสิดิน ”

“ ทำไมไม่พูดกับกู... ” มือขาวยกขึ้นปาดน้ำตา “ ฮั่นแน่! ที่ยังไม่ตื่นเพราะงอนกูอยู่อ่ะดิ๊! งอนที่เค้ามาช้าใช่มั้ย ” และมันก็หัวเราะต่ออีก

พี่ปายทรุดนั่งลงบนเตียงแล้วยกมือข้างที่ปกติดีของไอ้ดินขึ้นมาซบหน้า

“ นี่ไง นี่ไง กูมาแล้วไง หายงอนนะๆ ตื่นๆ ” มันฉีกยิ้มแล้วมองหน้าคนที่ยังหลับอยู่ ผ่านไปนานนับห้านาที รอยยิ้มเจือลงเรื่อยๆ “ ทำไม... กูมาแล้ว โกรธเหรอ มึงถึงไม่ยอมตื่น... ทำไมอ่ะดิน ฮึก กูขอโทษ ”

“ ... ”

“ มึงตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!! ตื่นสิว่ะ!! มึงบอกว่ากูร้องไห้แล้วรำคาญ มึงก็ลุกขึ้นมาด่ากูสิ ลุกขึ้นมาสิ!! ” พี่ปายตะโกนทั้งน้ำตาแล้วสะอื้นจนหน้าตาแดงก่ำไปหมดแทบจะจมกับผมสีแดงของแกแล้ว “ มึงบอกห้ามใครทำกูร้องไห้ แต่มึงเป็นทำกูร้องไห้เองนะ มึงมันนิสัยเหี้ย ”

“ ถ้ามึงตื่นมานะ กูจะงอนบ้าง! ถ้าไม่อยากให้กูงอน มึงต้องตื่น!!

ผมกับวินมองหน้าเลิกคิ้วใส่กันประมาณว่ามันจะเอาอารมณ์ไหนจะซึ้งจัดก็ไม่จัด วินส่ายหน้าแล้วลูบแก้มผมเบาๆเป็นสัญญาณให้หลับได้แล้ว

คงจะหลับกันลงเนอะ ห้องเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของพี่ปายเนี่ย...

“ ฝุ่น ขอยานอนหลับ ” 

วินหันหลังไปหาเพื่อนแล้วบุ้ยปากมาทางผม “ ยังไงอุ่นก็ต้องหลับพักผ่อน ”

ไต้ฝุ่นพยักหน้าแล้วหมุนตัวไปกดปุ่มบอกเล่าให้พยาบาล แล้วเวียร์ก็ตะโกนข้ามฟากมา “ ขอเผื่อผมด้วย”

เวลาเกือบสิบนาทีกว่าพยาบาลจะเอามา ตอนแรกเธอก็ตกใจกับพลังเสียงร้องไห้แรงดีไม่มีตกของไอ้พี่ปายก่อนจะสูดลมหายใจเรียกสติเข็นรถที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์รวมทิ้งสารพัดยา

“ ขอเช็คความดันคุณวายุก่อนนะคะ ” เธอกล่าว “ ความดันต่ำต้องเร่งน้ำเกลือ ” พึมพำกับตัวเองแล้วหันไปปรับสายน้ำเกลือพร้อมเช็คกับนาฬิกาจากนั้นก็ฉีดยาเข้าเส้นเลือด “ เป็นยาระงับอาการเจ็บปวดค่ะ ถ้ายาชากับยาสลบหมดฤทธิ์จะทรมานมาก ”

จบแล้วก็เข็นรถมาที่เตียงผมต่อ “ คุณธาราต้องการพักผ่อนสินะคะ ” เธอหัวเราะแห้งๆเหลือบหางตาไปมองไอ้คนบ้าที่ยังไม่เลิกฟูมฟาย เธอหายาแล้วเอาเข็มใหม่ออกมา “ เป็นยากล่อมประสาทชนิดอ่อนนะคะ เพราะจากการเช็คประวัติในตัวคุณมีสารกระตุ้นมากเกินไปทำให้สมองหรือตาแข็ง นอนหลับยาก ”

ผมพยักหน้าไปที...ปล่อยให้เธอฉีดยาไปตามหน้าที่ สารกระตุ้นที่ว่าคงเป็นพวกกาแฟคาเฟอีนเอ็มร้อยคาราบาวแดงไม่มีผิด ผมกินมันต่างน้ำตั้งแต่เริ่มเตรียมตัวสอบในตอนมัธยมปีสุดท้าย ท่องหนังสือหนักไหนจะฝึกทักษะการวาดอีก อย่างที่บอกเป้าหมายผมคือการเข้ามหาลัยเดียวกับไอ้วิน แล้วแม่งเสือกเลือกมหาลัยอันดับต้นๆ ไม่ได้ถามมันสมองกูเลย แต่ก็ถือคติว่าไอ้เหี้ยลมยังสามารถปีนเข้ามอนี้ได้ ผมก็ต้องได้ รู้สึกมันติดเป็นคนสุดท้ายของคณะจากการเรียงลำดับคะแนน... ในขณะที่ไอ้ดินเข้าคณะแพทย์ด้วยคะแนนระดับท็อปประเทศ... สาบานว่าพ่อแม่ไม่ได้ลำเอียง

เอาง่ายๆคือผมดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมานานจนประสาทแข็งนอนไม่หลับ หลับได้นอนบางทีก็ไม่นอน

กระแสยาเข้ามาตามเส้นเลือดผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกง่วงๆจนหาวออกมา ไอ้วินที่นั่งเท้าคางมองจ้องหน้าอยู่ก็ยิ้มไม่เลิก “ นอนแล้ว ” เลิกจ้องสักที!

“ ก็นอนไปสิ ” มันว่าแล้วยิ้มตอบพลางขยับผ้าห่มให้ห่มจนปิดอกผม “ เดี๋ยวนอนเป็นเพื่อน ”

เออ คำนี้แหละเหมาะกับมึงสุดแหละ

“ หึ ” หัวเราะไปทีอย่างไม่รู้จะหัวเราะไปทำไมหลังจากนั้นค่อยๆปิดเปลือกลงเพราะมันเริ่มหนักอึ้ง... สัมผัสอบอุ่นจรดลงบนหน้าผากพร้อมเสียงกระซิบแสนจะหอมหวาน...

“ ฝันดีนะครับ น้ำอุ่น ”

อย่ามาเรียก...ชื่อ...เล่นเต็ม สิเว้ย...

อยากจะอ้าปากด่าแต่...zzZ



 

 

“ ไอ้พี่ปาย ไอ้บ้า!! ข้าวต้มมันร้อนเว้ย!!

“ อ้าวเหรอ งั้นเอาไปแช่ตู้เย็นแปปนะ ”

“ ไอ้ประสาท เป่านะ เป่า!!!

 


“ เวียร์ กูกินข้าวไม่ได้ ”

“ ทำไม จะให้กูป้อนรึไง ”

“ เหอะ ใครจะอยากให้เตี้ยอย่างมึงป้อนวะ เรียกสาวๆมาป้อนดีกว่าอีก!

“ งั้นก็เรียกสิ ”

“ เฮ้ย กูประชดเว้ย ”

“ กูจริงจัง ตามนางพยาบาลให้แล้วกัน ”

“ เวียร์! ไอ้เตี้ยยย มึงกลับมาา!

 



“ พี่ลม... เที่ยงแล้วนะ ”

“ ... ”

“ ไม่หิวเหรอ ”

“ ... ”

“ ถ้าหิวก็รีบตื่นได้แล้ว ”

“ ... ”

“ ถ้าคิดถึงผม... ก็ตื่นมาได้แล้ว จะนอนไปถึงไหนกัน พี่มันร้ายกาจที่สุด... ทำให้ผมเป็นบ้าขนาดนี้ ”

 


เสียงน่ารำคาญดังเข้าหูมาเรื่อยๆจนปมคิ้วเริ่มขดเข้าหากันแล้วถอนหายใจเมื่อรู้สึกว่าความวุ่นวายเริ่มตามมารบกวน...


“ เงียบได้แล้ว! รำคาญเว้ย! ” 


เสียงผมแหวกกลางอากาศทันที เสียงสารพัดหยุดลงก่อนจะตามมาด้วย

ครวญครางปานจะถูกฆ่ามาทันควัน “ โฮ อุ่นน้องพี่ เจ็บมากมั้ยน อุ่นนนน ”

“ เฮ้ยๆ ดินดิน มึงยังลุกจากเตียงไม่ได้เว้ย ”

“ พี่อุ่นของไฟ พี่ ฮือ พี่ไม่เป็นไรใช่มั้ย เฮ้ย ไอ้เตี้ย ปล่อยเด้! ” นี่ก็ไม่ต่างกัน

“ ขามึงหัก จะลองลุกก็เอาสิ ”

ผมตวาดให้เงียบอีกรอบแล้วรีบกุมหัวตัวเองเพราะความเจ็บร้าวมันท่วมไปหมด... อยู่ๆก็รู้สึกปวดหัวรุนแรงจนต้องผ่อนลมหายใจแล้วบอกใครสักคน

“ ขอน้ำหน่อย ”

เปลือกตาผมยังคงปิดสนิทและกัดฟันข่มอาการปวดหัว...

รู้สึกเหมือนเตียงถูกปรับขึ้นช้าๆแล้วได้ยินเสียงเทน้ำ “ ค่อยๆดื่ม เดี๋ยวสำลัก ”

ผมลืมตาขึ้นช้าๆแล้วหันไปมองหน้ายิ้มๆของไอ้วิน... ไม่นานนักวงคิ้วของผมค่อยๆเลื่อนเข้าหากันกะพริบตาอีกครั้งและอีกหลายครั้งอาการแปลกๆก็ไม่หายไปสักที ผมเลื่อนสายตาไปมองหลอดที่จ่อปากแล้วรู้สึกเหมือนข้างๆมันมืดสนิทไหนจะเบลอเห็นหลอดเป็นสองอันอีก

ผมส่ายหน้าน้อยๆแล้วหยิบหลอด... แต่มันไม่โดน

“ หลอดอยู่นี่ ” วินว่าขำๆแล้วจับมือผมให้โดนหลอดน้ำ ผมจับมันไว้แล้วจ่อเข้าปากเพื่อดับกระหาย ตาก็จ้องไอ้วินไม่เลิก...

ปล่อยหลอดน้ำไป... แล้วมองหน้าไอ้วินด้วยความมึนงงรู้สึกมีอะไรแปลกไป... ทำไมการมองมันไม่กว้างขวางผิดปกติ

“ อุ่นเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมมองหน้าแปลกๆ ” วินจับสังเกตผมได้มันวางแก้วลงในขณะที่ผมมองตรงไปยังเตียงไอ้ไฟที่อยู่ตรงข้ามแปลกที่ผมเห็นมันแต่ไม่เห็นกำแพงหรือหน้าต่าง...ทุกอย่างดำมืด

“ วิน... ” ผมค่อยๆครางชื่อมันด้วยเสียงสั่นๆแล้วยกมือข้างขวาขึ้นปิดตาซ้ายก่อนด้วยหัวใจที่ไม่อยากจะยอมรับอะไรบางอย่าง... ท่าทางแปลกของผมเรียกความเงียบในห้องได้ดี... ตาขวามองเห็นทุกอย่าง...

ก่อนจะยกมือสั่นๆไปปิดตาขวา... เพียงแค่นั้นน้ำตาผมที่ไม่เคยไหลออกมาบ่อยนักก็ไหลทะลักออกมาด้วยความหวาดกลัว มือก็ยังคงปิดตาขวาค้างไว้...

“ อุ่น เป็นอะไร เจ็บตรงไหน! ” วินเข้ามาเขย่าตัวผมเบาๆแล้วร้องเรียกสติ

ไม่พอยังได้ยินเสียงพี่น้องตัวเอง “ อุ่นเป็นอะไร! ไอ้วิน อุ่นเป็นอะไร!

“ เวียร์ เวียร์พากูไปหาพี่อุ่น! พี่เป็นอะไร พี่อุ่น!

ผมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเรื่อยจะพูดอะไรออกมาสักคำทุกอย่างมันก็จุกในลำคอ... ผมหันไปหาคนที่จับตัวผมไว้ลองเงยไปก็เจอแต่... พอปล่อยมือที่ปิดตาขวาทิ้งใบหน้าคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นพร้อมฉายแววความเป็นห่วงจนมันมากล้น...

“ วิน วิน...อึก ” ผมสะอื้นหลุดออกมา

“ เป็นอะไร เจ็บตรงไหน ปวดหัวเหรอ ” มันถามร้อนรนขณะที่ได้ยินเสียงตะโกนแววมาให้ตามหมอตามพยาบาล “ เจ็บตรงไหน บอกมาสิอุ่น เจ็บไหล่เหรอ หรือเจ็บขา ”

ผมส่ายหน้าทั้งน้ำตา...

“ ตา... ตากู ” ผมพึมพำเบาๆแล้วกำเสื้อไอ้วินแน่น

เสียงร้อนรนถามต่อ “ ตา? เจ็บตา ปวดตา หรืออะไร ข้างไหนๆๆ ”

“ ตาซ้าย... ”

ก่อนจะเงยหน้ามาองมันแล้วร้องไห้โฮไม่ต่างจากพี่ปายในเมื่อคืนกลางดึก


“ ตาซ้ายกูมองไม่เห็น ฮึก ”


!!

 


***ต่ออออออ



“ มะ มองไม่เห็นเหรอ ”


เสียงอุทานออกมาเบาจนแทบไม่ได้ยินก่อนอาการเวียนหัวจะตามมาอย่างรุนแรงแล้วอาเจียนพุ่งมาทันทีผมหลับตาเกรงว่ามันคงเลอะไปทั่วเตียงแน่แต่พอลืมตาขึ้นพบว่าไอ้วินมีสีหน้าเคร่งเครียดแล้วมือก็ถือถังขยะอยู่

...ฝ่ามือใหญ่ลูบหลังผมคล้ายจะปลอบผมไม่ทันได้พูดขอบคุณก็อาเจียนออกมาอีกหลายระลอก ผมหลับตาด้วยความอับอายที่ต้องมาทำอะไรทุเรศๆแบบนี้ แต่วินไม่ได้มีสีหน้าขยะแขยงอย่างที่คิดไว้เลยซ้ำยังลูบหลังหยิบน้ำเช็ดปากให้เสร็จสรรพอย่างดิบดี

“ อะไรนะ อุ่นมองไม่เห็น อุ่นไม่ร้อง อุ่นใจเย็น อุ่นไม่เป็นไร อุ่นอย่าเพิ่งคิดมาก ” กูว่ามึงควรสงบสติก่อนดิน

ไฟก็สติแตกไม่เเพ้กัน “ ไม่ ไม่ พี่กูตาบอดเหรอ ม่ายยยยยยย ”

เพี๊ยะ!

“ ปากเสียไอ้ทนายเวร อย่าลุก ดูสังขารพังๆบ้าง ”

“ เวียร์ กูเจ็บอยู่นะ ตีมาได้!!

หลังจากอาเจียนออกไปยิ่งรู้สึกปวดหัวมากกว่าเดิมเลยจำต้องอยู่นิ่งๆ... สักพักประตูห้องก็ถูกเปิดอย่างแรงพร้อมลุงหมอที่เป็นหมอประจำตัวผม เขามีสีหน้าคร่ำเครียดรีบสั่งให้พยาบาลที่ตามมาเช็คชีพจรความดันส่วนเขาก็มาสอบถามอาการ

“ มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมความดันถึงสูงขนาดนี้! ” เสียงเล็กร้องตะโกนเมื่อวัดชีพจรผมเสร็จ “ คุณหมอค่ะ ค่าชีพจรสูงขนาดนี้บวกกับสภาพคนไข้ตอนนี้มันสามารถทำให้... ”

“ มีเลือดออกในสมอง ” หมอต่อให้ด้วยน้ำเสียงจริงจังหลังจากใส่ไฟฉายเล็กๆส่องตาทั้งสองข้างชูนิ้วทดสอบบ้าง “ ตาซ้ายของหนูน้อยก็บอดไปชั่วคราวแล้ว คงต้องรีบรักษาให้เร็วที่สุด ”

เขาพยักหน้าแล้วลูบหัวผมเบาๆที่ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกคลื่นไส้อีกแล้ว ทันทีที่จะอ้วกวินมันก็รีบเอาถังขยะมารองแล้วเช็ดปากให้ผม

วินครางสั่น “ เลือดออก...ในสมองเหรอครับ ” แล้ววางถังขยะลง

“ ธาราได้รับการกระแทกบริเวณศีรษะอย่างรุนแรงก็จริง ในตอนแรกตรวจสอบไม่มีเลือดคั่งหรือเลือดออกแน่ๆ แต่จากอาการที่เป็นตอนนี้เดาได้อย่างเดียวคือเลือดออกในสมองจนมีผลในการมองเห็น มันเป็นเอาการปกติของโรคนี้ เพราะงั้นต้องรีบรักษาหาจุดเลือดแล้วผ่าออก ” หมออธิบายไปผมก็ง่วงซึมไป

“ หมอครับ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ” ไต้ฝุ่นก้าวเข้ามาถามถึงความบกพร่องในงานของหมอ

“ ผมก็ไม่ทราบครับ แต่อาการของหนูน้อย เอ๊ย ธาราน่ะ ผมรับรองเลยไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ทำไมจู่ๆความดันมันถึงพุ่งสูงจนทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ทั้งที่ไม่ใช่ความเป็นโรคความดันสูง ”

หมอลูบคางอย่างครุ่นคิดในขณะที่ทุกคนต่างเงียบส่วนผมก็รู้สึกชาไปทั้งปากขยับไม่ได้... เงียบได้ไม่นานเสียงทุ้มก็เอ่ยถามขึ้น

“ เป็นไปได้มั้ยครับที่จะได้รับยากระตุ้นความดัน ”

หมอพยักหน้า “ ได้ แต่ต้องได้รับในปริมาณสูงมากๆ ” ก่อนหมอจะหันหน้าไปทางวินอย่างฉงน “ แต่หนูน้อยคงไม่ได้รับยาใดๆทั้งนั้น ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ”

“ แต่เมื่อคืนมีพยาบาลมาฉีดยานอนหลับให้กับธาราน่ะครับ ”

คนแก่หันขวับเบิกตากว้างแล้วหันไปมองหน้าพยาบาลสาวที่มาด้วย

“ เป็นไปไม่ได้ค่ะ ไม่มีใครขึ้นมาค่ะ” เธอส่ายหน้ารัวๆ ”ไม่มีจริงๆค่ะ”

ไต้ฝุ่นขมวดคิ้วก่อนจะอ้าปาก “ แล้ว...พยาบาลคนนั้นมาฉีดยาได้ยัง... ” ยังไม่ทันได้จบประโยคดีเสียงพี่ปายก็หวีดร้องออกมาเรียกสายตาให้หันๆไปดูอีกเตียง

“ ดูนั่น!! ดินดิน!! ลมเป็นอะไรอ่ะ!!

เสียงคำรามโมโห “ ไอ้เหี้ยลมมึงอย่าชักเว้ย ไอ้พี่เหี้ย มึงอย่ามาชักตายนะเว้ย!!

“ พี่ลม พี่ลม!! ” ไต้ฝุ่นรีบเข้าไปหา

“ อึก อึก!

“ คนไข้เกิดอาการชัก รีบพาไปห้องฉุกเฉิน!

เสียงดังวุ่นวายจนน่าหนวกหูพาให้ผมปิดหูหลับตาหนี ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับไอ้ลมที่อาการประหลาดผมก็ค่อยๆหลับตาลง

ผมรู้ว่าผมแค่อยากนอน...


“ อุ่น ห้ามหลับนะ ตื่นก่อน!!


เงียบได้แล้ว...คนเขาจะนอน มีมารยาทบ้าง

แต่ก็...ปวดหัวจริงๆนะ

 

 



 

กรกวินต์ได้ครองพื้นที่

 


                เป็นอีกครั้งที่ผมกำลังวิ่งตามเตียงเข็นผู้ป่วยโดยมีคนรักผมในชุดคนไข้สีฟ้านอนหลับตาสนิทลมหายใจก็แผ่ว ความรู้สึกมันจะบ้าตายอยู่เเล้วถ้าเปลี่ยนคนเจ็บได้ ผมยอมลงไปนอนเเทนมันเเล้ว! ผมจับมืออุ่นแน่นพลางท่องว่าไม่เป็นไรปลอบตัวเองส่วนไอ้ฝุ่นก็หน้าซีดเซียวเพราะพี่ลมเกิดอาการชักอย่างรุนแรงและเลือดก็ปริไหลซึมออกมาจากจมูกหูปากทั้งที่ไม่ได้สติ

                ผมเข้ามาในลิฟต์แล้วลูบหน้าตัวเองซ้ำๆเพื่อตั้งสติ

นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ... สมองที่มักฉลาดตลอดเวลาเริ่มดับเพราะความรู้สึกรุมเร้าเป็นพายุเฮอริเคนซ้ำเเล้วซ้ำเล่า เเต่ไม่ได้ผมจะเสียสติไม่ได้เด็ดขาด เผลอกัดขบปากตัวเองจนเลือดออกในขณะสมองก็เก็บประมวลสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

                ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ที่หมอจะทำผิดพลาดเพราะผมสอบถามมาอย่างดีแล้วว่าอุ่นได้รับการแสกนสมองการตรวจเช็คสมองดีแล้วรึยัง สรุปก็คือทำมาหมดแล้ว แต่ทำไมถึงได้มาเกิดเลือดออกในสมองได้...

                สุดท้ายมันก็เหลือเเต่พยาบาลหน้าซื่อที่เข้ามาฉีดยาเมื่อคืน... ผมน่าจะเอะใจตอนที่ไปตรวจไอ้พี่ลมก่อนเเล้วมาฉีดยาให้อุ่นเเถมยานอนหลับเป็นเม็ดก็ได้เเต่กลับถูกฉีดเข้าเลือดเส้นเเทน ส่วนเวียร์น้องผมได้รับยาเม็ดเเละไม่มีอะไรผิดปกติ น่าจะเป็นยานอนหลับจริงๆ 

                “ สรุป...เมื่อวานพวกคุณไม่ได้สั่งให้ใครขึ้นมาจริงๆใช่มั้ย ” 

                ผมถามเสียงเข้มกับหมอชรา เขายังคงส่ายหน้า

                “ ไม่มีทั้งนั้น ” หมอยีังคงยืนยันนอนยันหน้าขรึมตามเดิมไม่มี

                “ แต่เมื่อวานมีพยาบาลเข้ามาฉีดยาให้สองคนนี้จริงๆแล้วก็...เป็นแบบนี้ ” ผมเถียงท้ายประโยคผมว่าเสียงอ่อยแล้วสบถในใจดังๆทำไมลิฟต์มันช้าบัดซบขนาดนี้

                " ช่างเรื่องนั้นก่อน " หมอในเสื้อกาวน์หันไปสั่งบุรุษพยาบาลหน้าตาย “ เข้าไปห้องฉุกเฉินอย่างแรกให้เจาะเลือดหาสารในตัวทันที บอกแผนกเลือดนักวิจัยอะไรให้พร้อม นี่เคสใหญ่และใหญ่มาก ตามแพทย์ลงมาให้หมด ถ้าไม่อยากโดนเด้งก็รีบๆลุกมาทำงานกันซะ แล้วรักษาตามอาการ” ก่อนที่เขาจะหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาถ่ายทอดคำสั่งของหมอไป“ เเละส่วนคุณพยาบาล ยังไงเดี๋ยวไปตรวจเช็คกล้องวงจรปิดที ”

                ผมหันไปหา “ ผมขอไปด้วย ”

                “ คือห้ามคนนอก... ” นางพยาบาลแย้ง

                “ ผมเป็นเจ้าของ พวกคุณไม่มีสิทธิ์ห้าม และพวกคุณก็มีความผิดที่ปล่อยให้คนนอกเข้ามา ” เสียงโหดเหี้ยมเย็นยะเยือกมาอีกระลอก “ คราวนี้จะไม่ใช่แค่ขู่ ผมจะแบล็กลิสต์หมอทุกคนที่ดูแลเคสนี้ แน่นอน...รวมถึงพยาบาลด้วย ”

                คนในลิฟต์สะดุ้งสีหน้าวิตกไปหมด ทุกอย่างเข้าสู่ความเงียบอีกครั้งก่อนเตียงทั้งสองจะถูกเข็นไปยังห้องฉุกเฉิน ทีมแพทย์และพยาบาลรีบกรูเข้าไปปฏิบีติหน้าที่ ผมยืนมองจนอุ่นหายไปจากสายตาแล้วก็ได้แต่ภาวนาให้ปลอดภัยแล้วค่อยหันหน้าเหี้ยมๆอย่างที่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยหนักมาทางพยาบาลตัวเล็กที่ยืนสั่นก้มหน้า

                “ นำทางไปห้องกล้องวงจรปิด ”

                ไต้ฝุ่นออกคำสั่งก่อนจะเดินไปตามทางคดเคี้ยวก็เจอกับห้องเข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ เธอเคาะประตูตามมารยาทแล้วเปิดให้พวกผมเข้าไป

                จอมอนิเตอร์มากกว่าสองร้อยอันอยู่รอบห้องเป็นภาพทุกมุมของโรงพยาบาล... ผมมองดูอย่างทึ่งๆแล้วกระทุ้งศอกใส่เพื่อนยาก

                “ โรงพยาบาลมึงเจ๋งว่ะ ”

                “ มันใช่เวลามาชมมันห่า ” ไต้ฝุ่นกัดฟันไม่ได้ยินดีกับคำชมเดินเข้าไปกระชากตัวพนักหน้าคนหนึ่งที่ควบคุมดูแลอยู่ออกจากเก้าอี้

                “ เฮ้ย อะไรวะ ”

                “ ออกไป!

                “ เดี๋ยว นี่มัน! ” พนักงานหนุ่มมีอายุกำลังจะตวาดกลับถูกพยาบาลสาวรั้งไว้ก่อนแล้วกระซิบเบาจากนั้นดวงตาฝ้าฟางก็เบิกโพล่งกล่าวขอโทษขอโพยแล้วเชิญให้พวกผมใช้ห้องได้ตามสบาย

                พ้นร่างสองคนไปพวกผมก็เข้ามาจัดการย้อนดูเหตุการณ์เมื่อคืน... ไอ้ฝุ่นมันกดให้สปีดภาพช้าลงทำให้มองเห็นง่ายขึ้น

                ผมชี้ไปเมื่อเห็นพยาบาลคนเมื่อคืนลงจากแท็กซี่ที่หน้าจอคาดเดาว่าเป็นกล้องหน้าโรงพยาบาล...

                “ ยัยนั่นใช่มั้ย ” ผมถามให้แน่ใจ แล้วเพ่งมองดูท่าทีนิ่งสงบของเธอในมือก็ถือถุงใบใหญ่

                “ ดูเหมือนจะใช่ ” ไต้ฝุ่นตอบรับพลางยกหูโทรศัพท์ขึ้น “ ฮัลโหล ฉันเอง วายุ ขอรายชื่อพร้อมประวัติพยาบาลทุกวัน ห้ามขาดแม้แต่คนเดียว หาได้แล้วเอาไปไว้ที่ห้องวีไอพีชั้นบนสุด ” จากนั้นก็วางสายไปกลับมามองผู้หญฺงคนนั้นต่อ

                เธอออกมาจากห้องน้ำในชุดใหม่คือชุดพยาบาลแทนชุดสีดำสนิท... จากนั้นเธอก็เดินไปต่อยังห้องพักพนักงานซึ่งก็เนียนๆไปกับคนอื่น ทำให้ไม่มีใครสังเกตมากนักเพราะเป็นเวลากว่าเที่ยงคืน พยาบาลเวรก็น้อยกว่าเวลาปกติ

                เจ้าหล่อนทำทีเอากระเป๋าไปเก็บในล็อกเกอร์ว่างๆแล้วเดินออกมาจากห้องตรงไปหน้าเคาน์เตอร์ที่ต้องมีพยาบาลคอยดูแลรับหน้าและรับโทรศัพท์ตลอดซึ่งมีอยู่หนึ่งคนและกำลังนั่งคีย์ข้อมูลอยู่ ไม่ได้สนใจรอบตัวนักจนสาวปริศนาเดินเข้าไปข้างหลังเธอแล้ว...

                “ เหี้ย! ” ผมกับเพื่อนอุทานออกมาเมื่อพยาบาลปริศนาคว้าแฟ้มหนาฟาดเข้าเต็มซีกหน้าด้านข้าง เธอหันซ้ายหันขวาแล้วประคองพนักงานคนนั้นให้ไปหลบมุมซอกสักที่

                ผมขมวดคิ้ว “ เฮ้ย แล้วคนเฝ้ากล้องมันไม่เห็นรึไงวะ ”

                “ มึงดูกล้องดิ มีเป็นร้อย ตามีคู่เดียวเว้ย แวบเดียวใครมันจะสังเกตกัน ” ไต้ฝุ่นว่าเสียงฉุนฉียว “ ไล่ออกให้หมดเลยดีมั้ย ”

                ผมส่ายหน้ากับเพื่อนอารมณ์เย็นที่ตอนนี้เป็นน้ำเดือดไปแล้ว เหอๆ... กลับมาสนใจที่จอมอนิเตอร์ต่อ

 ผู้หญิงคนนั้นเข้ากลับมานั่งแทนที่พนักงานที่ถูกทำร้ายและเป็นจังหวะที่โทรศัพท์ดังขึ้น เธอกดรับแล้วยิ้มกริ่มแล้ววางไป เพื่อนผมมองดูเวลาแล้วพึมพำ

                “ เวลาเดียวกับที่กูโทรตามหมอขอยาให้อุ่น ”

                ผมไม่ได้ละสายตาจับจ้องร่างเพรียวที่เดินออกจากหน้าเคาน์เตอร์จนหลุดจอนี่ พวกผมไล่หาต่อจนเจอเธอกำลังเตรียมยา แล้วล้วงหยิบขวดยาแปลกๆออกมาสองขวดวางรวมกันบนรถเข็น ในห้องยาพนักงานคนอื่นๆมองนิ่งๆแล้วไม่ได้สนใจเพราะคงคิดว่าเป็นเวรให้ยาคนไข้รอบดึก

                เธอเลยเข็นรถออกมาได้สบายจนขึ้นลิฟต์ ระหว่างนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอกดรับทันทีอย่างกระตือรือร้น น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงพูดคุยเลยไม่รู้ว่าคุยอะไรกับใคร แต่ดูจากสีหน้าร้ายกาจของเธอแล้วคนที่คุยอยู่คงไม่ได้หวังดีกับพวกผมนักหรอก

                พวกผมหันไปทางจออีกอันที่เป็นชั้นบนสุดที่พวกผมอยู่ จากนั้นก็ไม่มีกล้องแล้ว ในห้องผู้ป่วยจะมีได้ไง ต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อคนไข้กับคนเยี่ยมไข้ห้องไหนอย่างออกกำลังกายกันในที่ใหม่ๆ... เอาจริงๆถ้าอุ่นไม่เจ็บหนักแล้วนอนห้องรวมนี่ผมคงทำอะไรต่อมิอะไรแน่ๆมันใช่เวลามั้ยวิน

                “ เร่งหน่อย ”

                ผมสั่งเพื่อนมันก็ดูชำนาญก็เครื่องพวกนี้กดเร่งให้เร็วขึ้น เป็นอย่างที่คาดหลังจากเธอออกจากห้องก็เอาขวดยาแปลกเก็บซ่อนในเสื้อแล้วเอารถไปเก็บที่เดิม ไปเอากระเป๋าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไม่เร่งรีบนัก

                จนสุดท้ายเธอเดินออกไปทางหลังโรงพยาบาล ผมกับไอ้ฝุ่นช่วยกันหาจอภาพลานจอดรถแล้วก็เจอ...

                “ นี่มัน... ”

                ไต้ฝุ่นอ้าปากค้างไม่ต่างจากผม ภายในใจกำลังปริแตกปะทุความร้อนออกมาจนเนื้อตัวสั่นขาเตะเข้ากับถังขยะที่อยู่ข้างๆระบายอารมณ์


                “ กูจะเอาเลือดหัวมันออก!!!


ผมคำรามออกมาหันไปจ้องเขม็งที่ภาพ...

                ผู้หญิงคนนั้นก้าวขึ้นรถเปิดประทุนหรูโดยมีคนขับนั่งหน้าเซ็งรออยู่แม้จะใส่แว่นดำหรือจะมืดแค่ไหนไฟสลัวจนภาพเบลอ แต่ผมก็มองออกว่าเป็นใครอยู่ดี


                ...ซี มึงจะจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหน!!      

 

 


 

----ต่อเด้อ---



ธาราได้รับพื้นที่คืนหลังผ่าตัด...

 


                เจ็บหัวเป็นบ้า...


                เจ็บหัวจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

                ความเจ็บร้าวแล่นเป็นระยะเป็นริ้วเข้ามาจนรู้สึกกระดิกตัวแทบไม่ได้ เปลือกตาขยับขึ้นมองเพดานห้องอย่างมึนงงกะพริบตาอีกหลายครั้งก่อนห้องจะหยุดหมุนให้ชวนคลื่นไส้สักที

                “ อึก ” ผมผงกหัวเล็กน้อยเมื่อความเจ็บโคตรๆมันอยู่แถวๆต้นคอ

                ระหว่างที่กำลังหน้ามุ่ยเต็มพิกัดเสียงเล็กได้ดังขึ้น


                “ พี่อุ่นฟื้นแล้ว!! ” 


               เป็นเวียร์นั่นเอง ผมลืมตาขึ้นสักข้างมองร่างเล็กรีบปิดหนังสือพุ่งมาเกาะขอบเตียงผมทันที “ พี่ปวดหัวมั้ย พี่เจ็บตรงไหนมั้ย ให้เรียกหมอมั้ยครับ แล้วมองเห็นยังครับง เจ็บตารึเปล่า ”

                คำถามยิงระรัวมายิ่งกว่าเอ็มสิบหกพาให้ผมปวดหัวมากขึ้น ผมเงียบไปพักใหญ่ๆ ฝืนลืมตามาได้ก็เห็นทุกอย่างทั่วห้องกว้างที่สว่างจัดแล้วเกิดความหน่วงในใจขึ้นมาเฉยๆ... ตอนมองไปรอบๆ


                ไม่อยู่งั้นเหรอ...


                “ มองหาเฮียวินเหรอครับ ” เวียร์ถามเลิกคิ้วนิดๆแล้วยื่นหลอดมาจ่อปากผม “ พอดี...พี่เขาไปซื้อของนะครับ”

                หันไปดูดน้ำนิดๆแล้วหันไปมองนาฬิกา... แล้วหันกลับมามองหน้าเวียร์ “ ซื้อของ...ตอนตีสาม? ”

                “ เอ่อ คือ ” เวียร์อึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหลบตา

                “ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ” ปวดหัวมากขึ้นกว่าเดิมแต่ยังคงถามต่อ

                เด็กข้างกายกลั้นใจตอบออกมา “ ไปตั้งแต่เที่ยงตอนที่พวกพี่สองคนเข้าห้องผ่าตัดครับ ”

                “ แล้วผ่าตัดเสร็จกี่โมง ” ผมยังคงจี้คำถามต่อไปแม้ความเจ็บจะรุมเร้าให้พักผ่อน

                “ พี่อุ่นกลับมาห้องตะ ตอนบ่ายสี่ พี่ลมกลับมาตอนหกโมงเย็นครับ ” เวียร์ตอบอึกอักหันซ้ายขวาก็ไร้ตัวช่วยเพราะตอนนี้ทุกคนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาไปแล้ว พี่ปายก็ไม่อยู่

                ผมขมวดคิ้วเป็นปมนับดูจากเวลามันหายไปเกินสิบสองชั่วโมง...แล้วไปทำอะไร ซื้อของเป็นวัน เชื่อก็ควายแล้ว

                “ แล้วตา...พี่ โอเคมั้ย มองเห็นยังครับ ” เวียร์เปลี่ยนเรื่องด้วยรอยยิ้มเล็กๆแล้วโบกไม้โบกมือตรงหน้าผม

                ผมหรี่ตานิดๆลองกะพริบตาดูแล้วลองเอามือปิดตาทีละข้าง...หลังจากนั้นก็พยักหน้า “ มองเห็นแล้ว ”

                “ โล่งอกไปทีนะครับ หมอบอกว่าถ้าพี่ฟื้นก็จะเป็นปกติ เพราะการผ่าตัดไม่มีปัญหา ” น้องยิ้มให้ผมอย่างจริงใจ ผมลูบหัวทุยๆเบาๆ

                “ ขอบคุณที่เป็นห่วง ”

                เด็กมันยิ้มแป้นล้อๆ “ เอ้า พี่เป็นถึงพี่สะใภ้ผมเลยนะ ไม่ห่วงได้ไง!

                ผมหุบยิ้มพลัน “ พี่สะใภ้อะไร คำนั้นมันใช้กับผู้หญิง แล้วถ้าเรื่องตำแหน่งน่ะ พี่ต้องเป็นลูกเขย!

                เวียร์หัวเราะส่ายหน้าขำๆเหมือนสิ่งที่เพิ่งออกจากปากผมมันตลกมากมาย

                “ ขำอะไร ” ผมหน้ายุ่ง

                “ พี่สู้แรงควายเฮียผมไม่ได้หรอก ” เชียร์พี่ตัวเองซะจริงๆ “ เป็นภรรยาเถอะครับ ”

                ผมหัวเราะหึไปทีแล้วกระตุกยิ้ม ขอย้อนกลับบ้าง “ งั้นเหรอน้องสะใภ้ อืม พี่สะใภ้ก็ว่างั้นแหละ จะว่าไปไฟมันก็เข้าใจหาภรรยาดีนะ ”

                “ พี่อุ่น! เล่นบ้าอะไร! ” เด็กมันก็หน้าแดงใส่ ผมโคลงหัวเอนนิดๆเป็นเชิงไม่รู้ไม่สนแล้วหลับตาลงโดยที่ยังมีเสียงโวยวายของน้องมันอยู่ “ พี่อุ่น ตื่นมาคุยกันก่อนนะ! ผมไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้ห่าไฟสักหน่อย พี่ เฮ้ย!

                ไม่รู้ไม่ชี้ จะนอน ปวดหัวแล้ว



                ...


                นอนไม่หลับ

                ยังไงก็ไม่หลับ

                ผมเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วมองไปที่นาฬิกาบ่งบอกว่าจะตีห้าแล้ว ผมยังคงนอนไม่นอน กวาดมองทั่วห้องที่หนาวเย็นไปด้วยเครื่องปรับอากาศมันไม่ได้แค่เย็นที่ผิวหนังแต่มันยะเยือกไปถึงหัวใจ...เพราะไม่มีใครอีกคน

                ผมมองที่ประตูอีกครั้ง อีกครั้ง อีกหลายครั้ง...

                สุดท้ายจนหลับไปด้วยความล้า... และความอบอุ่นของผมก็ไม่กลับมาสักที

 

 

 


                “ พี่อุ่น กินข้าวหน่อยนะครับ ” เวียร์

                “ ไอ้อุ่น มึงแดกข้าวเถอะ กูไหว้ล่ะ ” พี่ปาย

                “ ไอ้เหี้ยลม นั่งบื้อทำไม ตักข้าวใส่ปากสิ ” ไอ้ดิน

                “ ไอ้วิดวะ มึงจะกินเองดีๆ หรือให้กูป้อนห่ะ ” ไอ้ไฟ

                ตอนนี้ในห้องกำลังวุ่นวายกับผมแล้วก็ไอ้ลมที่นั่งใบ้แดกมองประตูด้วยสายตาเลื่อนลอยแล้วมองเพดานสลับไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ตื่น ข้าวต้มร้อนๆถูกวางตรงหน้าแต่ผมกับมันก็ไม่ได้แตะ...

                “ เมื่อคืนพี่ยังคุยกับผมดีๆอยู่เลยนะ ” เวียร์ทำหน้าเศร้าแล้วคนข้าวต้มที่มันเย็นไปแล้ว “ ทำไมเช้ามาพี่ถึงซึมได้เล่า ”

                ก็เพราะ...วินยังไม่มา

                ผมปิดปากเงียบกับความรู้สึกที่หวาดกลัวของตัวเองหรือเพราะผมตาบอดไป เมื่อก็เลยทิ้งผม หรือว่าอะไร ทำไมกัน ความรู้สึกสับสนที่มันล้นใจนี่มันอะไรกัน...

                ดวงตามองออกนอกหน้าต่างอย่างเศร้าๆ... นั้นสิ ใครมันจะบ้าทนดูแลคนเจ็บปางตายแบบผม แถมยังมาทำท่าจะพิการทางสายตาอีกไหนจะเอาเเต่ใจเป็นที่หนึ่ง... ใครมันจะอยากอยู่กับผมกัน

                ที่บอกว่าชอบผม...ก็แค่หลอกลวงใช่มั้ย หรือยังไง 

               ไม่สิ มันต้องไปทำธุระเเน่ๆ แต่ไปทำอะไรล่

                มันไปไหนมันต้องทิ้งข้อความบอกผมสิ...

                แล้วผมผ่าตัดใหญ่ด้วย ทำไมมันไม่เฝ้า มันมีอะไรที่สำคัญกว่าเหรอ...

                ...เดี๋ยวสิอุ่น... มึงกำลังสำคัญตัวผิดรึเปล่า มึงกำลังหวังมากไปรึเปล่า

                เขาจะไปไหนทำอะไร ก็เรื่องของเขา...

                สมองสั่งว่าเรื่องของเขา แต่หัวใจทำไมกลับบอกเรื่องของเรา...


ทั้งที่ผมกับมันในตอนนี้...สถานะคืออะไรยังไม่รู้เลย


                “ เว้ย! ” 

               สุดท้ายคนที่ทนไม่ไหวก็เป็นไอ้ดินมันนั่งอยู่บนรถเข็นข้างเตียงไอ้ลมจัดการโยนชามข้าวต้มทิ้งเเตกไม่เหลือซาก “ มึงเป็นบ้าอะไรวะ!! หมอมันลืมเอาปากให้มึงรึไง! ” ทำท่าจะกระชากคอเสื้อพี่ชายตัวเองก็ไม่ได้ดูสังขารตัวเองหรือให้เกียรติเฝือกที่คอเลยหมอดินคนเถื่อน

                “ ดินดิน ใจเย็นๆ ลมเพิ่งฟื้นนะ ” พี่ปายเข้ามากันแยกไอ้ดินออก “ ดินดิน ใจเย็นหน่อยนะ เค้าว่า... ”

                แล้วก็ถูกผลักออก “ อย่ามายุ่ง!! ” ในจังหวะที่ผลักออกไอ้ดินก็คงไม่ทันได้สังเกตว่าผลักไปทางชามกระเบื้องที่แตกกระจายบนพื้น

                เวียร์รีบหยุดคนชามข้าวต้มผมแล้ววิ่งไปดูพี่ปายที่นั่งแหมะมองมือตัวเองที่มีเศษกระเบื้องปักอยู่ เขาดึงมันออกด้วยสีหน้ายากจะคาดเดา

ผมหันไปมองภาพตรงนั้นอย่างเฉยชา...และหันกลับมามองนอกหน้าต่างอย่างเดิม

                “ เลือดออกด้วย ผมว่าไปทำแผลเถอะ ผมพาไป ” เวียร์ว่าอย่างร้อนรน

                “ ไม่ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ลงไปคนเดียวได้ ” พี่ปายยิ้มน้อยๆ “ เวียร์ดูแลคนอื่นเถอะ ”

                เวียร์พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดหันไปทางไอ้ดินที่ยังไม่เลิกด่าพี่ชายคนโต “ พี่ดินครับ พี่ไม่ดูหน่อยรึไงว่าทำร้ายใครไปน่ะ ”

                “ ไอ้ลม มึงอย่ามาเงียบ มึงพูดกับกูสักคำดิ หรือมึงโดนตัดลิ้น!

                “ ไอ้พี่ลม พูดหน่อยสิ ด่าผมก็ได้เว้ย! ยอมให้ด่าวันหนึ่งเลย!! 

                เหมือนเสียงจะไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด เด็กมันทำท่าจะกินหัวทั้งดินทั้งไฟแต่พี่ปายดึงแขนไว้แล้วส่ายหน้า “ ปล่อยไปก่อน ดินดินตอนนี้ไม่ได้ยินใครแล้ว ”

                น้ำเสียงอ่อนล้าพอตัวก่อนที่พี่ปายจะเดินออกจากห้องไปเงียบ เสียงประตูปิดลงเบาๆพร้อมกับเสียงร้องไห้โฮสุดจะอดกลั้นเมื่อพ้นรัศมีสายตาทุกคนก็ปลดปล่อยทุกความเจ็บออกมาผ่านน้ำตาและเสียง... เสียงที่บางคนได้ยิน แต่อีกคนกลับไม่ได้ยิน

 ผมนิ่งไปนิดก่อนจะหลับตาแล้วปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ

 ส่วนเวียร์ยังคงมีสีหน้าจะฆ่าคนอยู่แต่ก็ยอมก้มเก็บทำความสะอาดถูพื้นห้องเช็ดเลือดที่เลอะเปรอะเปื้อนไปอย่างความไม่สบอารมณ์แล้วก็ดูจะไม่เย้นง่ายๆด้วย

                

          “ ไหนโทรศัพท์วะ!! เอามาโทรตามไอ้เชี่ยไต้ฝุ่นดิ!


ไฟตวาดทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ของไอ้ลมที่วางอยู่ตู้ข้างเตียง ยังไม่ทันได้หยิบ ก็ถูกปาทิ้งจนแตกกระจาย

                ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ...


“ ไม่ต้องตาม ”


ประโยคแรกถูกส่งออกมาพร้อมนัยน์ตาหมองลงไปอีกจากนั้นก็ไม่พูดอะไรต่อนอกจากหลับตานอนไม่สนใจคำพูดเป็นห่วงที่เต็มไปด้วยคำด่าของไอ้ดินกับไฟ... มองผมภาพชินตาแล้วก้มมองมือตัวเองที่สั่นระริก...

ความหวาดกลัวของผมมันมากขึ้นตามเวลาที่มันหายตัวไป... ผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วนะ

“ พี่อุ่น พี่คิดถึงเฮียวินใช่มั้ย ” เวียร์กลับมานั่งตรงข้างเตียงผมแล้วถามเสียงเบา

“ ... ”

“ เดี๋ยวเฮียก็มาแล้ว ” เวียร์พูดดึงความสนใจ ผมละสายตาจากนกสองตัวที่กำลังบินอยู่ไปสบตาน้อง “ เขาบอกว่าซื้อของมาเต็มเลย ของที่พี่ชอบทั้งหมดด้วย ”

“ เหรอ ” จริงเหรอ ไม่ได้โกหกใช่มั้ย

“ ครับ พี่บอกช้าหน่อย แต่จะรีบมา ”

“ ...อืม จะรอ ”

ผมส่ายหน้าแล้วหลับตาลง...


หวังว่าการตื่นขึ้นมาในครั้งที่สาม

...ผมจะเจอมัน...

 


 



ขณะเดียวกันของอีกด้านระหว่างสองพี่น้องเข้าผ่าตัด

 


                ไต้ฝุ่นกำลังไล่เก็บภาพเก็บวิดีโอหลักฐานลงใส่แผ่นอย่างอารมณ์คุกรุ่นฉุนเฉียว... ส่วนวินก็นั่งจับภาพรูปหน้าผู้หญิงชัดๆปริ้นออกมาแล้วยังปริ้นรูปหน้าซีชัดๆ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนหน้าเหมือนแน่ๆ

                “ เสร็จแล้ว ” กดไรท์แผ่นเสร็จก็ลุกขึ้นแล้วชูแผ่นซีดีในห่อใส

                “ กูก็เรียบร้อย ” วินพยักหน้าขณะม้วนกระดาษเป็นแท่ง “ ไปรอหน้าห้องฉุกเฉินเถอะ ”

                วินเอ่ยเสียงเครียดแล้วเดินนำไต้ฝุ่นออกจากห้องกล้องวงจรปิดได้ไม่ถึงสิบก้าวดีเสียงโทรศัพท์ของทั้งคู่ก็ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

                ต่างคนต่างหยุดเท้าแล้วรับสาย...

                “ ว่าไง ”

                ( จับตัวได้แล้วครับคุณชาย คนที่ตัดสายเบรกรถคุณปฐพี ) เสียงลูกน้องคนสนิทนามว่าไอ้เชี่ยเซฟว่ามาตามสายพร้อมอาการหอบแฮ่กๆ

                “ ตอนนี้มึงอยู่ไหน ” วินรีบยิงคำถาม

                ( โกดังของคุณพายุครับ ตอนนี้ผมอยู่กับไอ้ห่าส้นตีนเปรม ) ท้ายประโยคมันดูเซ็งๆ ( มันจับคนที่จับร้ายคุณวายุได้แล้วเหมือนกันแต่ยังไม่มีใครปริปากสาวถึงคนจ้าง และตอนนี้ไอ้เปรมกำลังทำหน้าเรียกหาตีนใส่ผมด้วยครับ )

                “ อ่าฮะ ” ร่างสูงครางรับแล้วหัวเราะร้าย “ เก็บแรงไว้ลงกับพวกเดนสังคมดีกว่า อย่าไปฟัดกับไอ้เปรมเลย ”

                ( ผมไม่รับปากครับ ) เสียงหายใจฮึดฮัดบ่งบอกอารมณ์โคตรจะดีของลูกน้อง ( คุณชายรีบมาเถอะก่อนผมจะกระทืบไอ้เปรมตายก่อน)

                และสายก็ตัดไป ส่งสายตาขุ่นเคืองผ่านโทรศัพท์ใครมันเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องวะ

                พอวางสายจากลูกน้องก็เห็นไต้ฝุ่นยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จ แต่มันเงยหน้าขึ้นมาแล้วทำมือทำนิ้วชี้ไปยังทางออกโรงพยาบาล สองขาเดินเร็วเดินนำหน้าไปคุยโทรศัพท์ไปจนไปถึงบิ๊กไบค์คันใหญ่โคตรหรู

                “ เออ แค่นี้แหละ กูจะรีบไป ”

                ไต้ฝุ่นตัดสายโทรศัพท์เก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงงแล้วโยนแผ่นซีดีให้เพื่อนถือแทนแล้วขึ้นคร่อมรถจากนั้นก็ใส่หมวกกันน็อคใส่ถุงมือหนัง วินก็ตามขึ้นซ้อนท้าย ระหว่างขับรถที่วินมั่นใจมากว่าเกินร้อยยี่สิบแน่ เอาจริงถ้าเหยียบห้าร้อยได้เหาะไปได้ หายตัวไปได้พวกเขาก็ยินดีจะทำ...


                เสร็จงานไวเท่าไหร่ พวกเขาก็จะได้กลับมาเจอหน้าคนรักไวเท่านั้น...




ครบเเล้ว*****************



****ตรงนี้สปอยตอนเดียวกับตอนนี้เเหละค่ะ เเต่มันยาว เเบ่งเป็นสองตอนเเทนนะคะ

**************************


" กูจะกินโค้ก!! "

" ไม่ได้! มึงต้องกินอาหารเสริมเเคลเซียม! "

" เเต่กูจะกินโค้ก! "

" กระดูกมึงหักอยู่นะเว้ย! "

" กระดูกไม่หัก กูลุกไปเตะมึงเเล้วไอ้วิน! "


*****


" โฮ ดินดินของปาย เจ็บมากมั้ย ฮือ "

" รู้ว่าห่วงเค้า เเต่ไม่เห็นต้องมาทำตัวเจ็บเพื่อให้มานอนโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเค้าเลย "

" เดี๋ยวเค้าไปย้ายเตียงมานอนกับตัวเองนะ ฮือ "

" ไอ้พี่ปาย มึงไปไกลๆเลย!! "

" ห๊ะ ดินดินไม่อยากให้เค้าห่างใช่มั้ย โอเค งั้นนอนเตียงเดียวกันเลย "



*********


" มาทำไม "

" มาเฝ้าพี่ไง "

" โกรธกูไม่ใช่รึไง "

" ก็โกรธ... แต่ตอนนี้โกรธตัวเองมากกว่าที่ไม่ได้ดูเเลพี่... พี่ลม "



*****


" เเล้วมึงมาทำแป๊ะอะไรไอ้เตี้ย ว่างเหรอ "

" ไม่ว่าง หุบปากแล้วนอนเงียบๆไป "

" กูหิวน้ำ "

" หยิบเองสิ "

" กูป่วยอยู่นะเวียร์!! "

" เออ ก็เห็นอยู่ "




******



อ่านสักนิดจะเดาทางได้(รึเปล่า)

อะเเฮ่ม เราขอนอนยันว่าเราเป็นนิยายตลก!!!เเละไม่ใช่นิยายฆาตกรรมสืบสวน(ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงเเหละตอนนี้) ตลกจริงๆ เเต่มันก็มีเครียดหน่อยๆเป็นสีสันไงงงงงง  เพราะอยากให้ทุกคนเข้าถึงทุกอรรถรสอย่างลึกซึ้ง (สุดซึ้งจนอยากกระทืบคนเขียนเลยค่ะ) 


ตอนนี้ยาวมาก เลยเเบ่งเป็นสองตอนเเล้วกัน ตอนหน้ารับประกัน น่ารักจริงๆ ถ้าไม่น่ารักให้ตามไปกระทืบคนเขียนเลย!!


   ยังคงใช้คำเดิม เฮ้ย เเต่ เเต่ ใช่ซีเหรอ เฮ้ย เฮ้ย นิยายเรื่องนี้มันหลอกตาตลอดนะ ซีเหรอ เฮ้ย เชื่อดีมั้ย เฮ้ย เดาทางไม่ได้ (เดาได้ก็ไม่หนุกสิ)  เรื่องนี้ซับซ้อนเกิน เพราะงั้นทุกคนต้องมองให้ลึกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเเล้วจะเจอกับความจริง (โคนันก็ต้องยอมยกธงขาว)

ปล.นายเอกเราต้องเจ็บสารพัดรูปแบบครับ พี่ลมหนักกว่านี้เเยะ คนนู้นรถคว่ำเข้าไอซียูก็เคยมาเเล้ว (อุ๊ย หลุดตะปอยฝุ่นลม)


สงสัยอารายทิ้งคำถามไว้เลยนะค่า ไม่ก็ตามไปถามในทวิตเตอร์จ้าาา

******ขอเรียนให้ทุกคนเข้าใจว่า ปีนี้พิมชง 100% ทำอะไรก็เจ็บ เดินไปก็ล้ม ฮือ บวกความซุ่มซ่ามส่วนตัวไปอีก เเล้วยังความบ้าอีก มาอัพไม่ได้หรือหายไปนานๆก็ให้คิดว่าเดินตกท่อตกทางล้มหัวฟาดไปนะคะ ถ้าไม่บ้านี่เขียนพี่ปายไม่ได้ #พี่ปายถีบ


เข้ามาเเล้วมาอินไปด้วยกันเเละบ้าไปกับคนเขียนกันเถ๊อะะะะะ  อย่าลืมคอมเม้นนะตัวเองงงงงง

ปล.ส่งท้าย.เรื่องนี้ไม่มีอะไรเเน่นอนหรือคงเส้นคงวา ถ้าจะให้คงที่คงเป็นความกวนบาทาของคนเขียนที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน (อย่าปามีดค่ะ! เเพง! เดี๋ยวไม่มีใช้! ) เราเป็นนิยายหักมุมตลบพลิกหลอกตาได้ตลอด อย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น คนเขียนมันร้ายมากค่ะ! เเต่ท่องไว้ค่ะ


*** ถ้ารักถ้าชอบกันอย่าลืมกดเฟบคอมเม้นให้กำลังใจกันไว้นะคะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย อ่านของทุกคนเน้อออ รักทุกคนนนน

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจสักนิดน่าจะได้มีเเรงปั่นต่อ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังรอกัน

ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ เดือนพราย

ติดเเท็กนิยายพูดคุยในทวิตเตอร์ #พี่เทศน้องปัตย์ หรือ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ ได้สองเเท็กเลยยยย


ติดต่อจิกหัวคนเขียนโดยตรง : TW : @Phraipimmy_  ต้องมี _ ต่อท้าย y นะคะ

มาพูดคุยกันได้เน้อออ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 455 ครั้ง

462 ความคิดเห็น

  1. #10045 Chimarada (@Chimarada) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:11
    จากเรื่อง"คนบ้าของหมอดิน"พาสของดินกับปายนี่ไรท์บอกว่าปายทำงานอยู่ที่คณะเเล้วมีสายโทรมาบอกว่าอุ่นโดนชนดินกับไฟขับรถชนเสาไฟฟ้าเเล้วพอปายรุ้ก็ร้องไห้จะไปหาเเต่ด้วยงานที่ตนทิ้งไปหลายวันตอนหนีไปเกาะไม้ท่อนกับดินเลยต้องจำใจทำงานต่อด้วยความขมขื่นเเล้วจึงตามมาร.พ.เเต่มาพาสของอุ่นวินกลับบอกว่าปายต่อยกับคนที่มาหาเรื่องอุ่นเเล้วอยู่ร.พ. เค้าว่ามันดูขัดกันอะไรท์เเต่ก็สนุกนะเค้าชอบเเต่อยากให้เนื้อเรื่องมันโยงสัมพันธ์กันมากกว่านี้
    #10045
    0
  2. #10018 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:51
    เดือนพลายยขาา~~~ได้โปรดลงเวียร์ไฟด้วยเถอะอยากอ่านคู่นี้มากก
    #10018
    0
  3. #9876 ployly16 (@ployly16) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 17:55
    สนุกมากเลย ขอบคุณมากกกกกก ค่ะ
    #9876
    0
  4. #9829 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 07:37

    เดือนพราย รีบๆๆ หาตัวคนทำร้ายเด็กๆๆ ให้ว่อง ให้ไว ไม่งั้น ฮืม...
    #9829
    0
  5. #9522 Sadoria Dorn (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:11
    เริ่มจะมีกลิ่น ตบยุงแป๊บ คุ้นๆ นะมุกนี้ ห้อง VIP แต่ใครก็ไม่รู้เข้ามาได้ ไต้ฝุ่นไม่ไล่ออกทั้งชั้นเลยเหรอ
    #9522
    0
  6. #9500 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:03
    ร้ายจนเกินบรรยายนังซี
    #9500
    0
  7. #9351 Ainaemoroe (@bodylovenamkaeng) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 20:38
    เราหงุดหงิดการใช้คะ ค่ะ ของไรท์อ่า ช่วยแก้ด้วยนะคะ เราเห็นด้วยกับเม้นล่าง เรื่องยืดมากเลย พระเอกทั้งหลายดูมีอิทธิพลแต่กลัยไม่รีบจัดการ แถมยังหละหลวมให้เรื่องเกิดในรพ.อีก
    #9351
    0
  8. #9220 KukkieNCream (@KukkieNCream) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 08:03
    ยืดมาก สิบเล่มจบหรอคะเรื่องนี้ เราตามมาจากเรื่องอื่น แล้วเรื่องอื่นจะยืดแบบนี้ไหมคะ ดูออกทะเล อ่านแรกๆอยากซื้อเก็บ หลังๆคือบั่บ จะเม้นท์ตั้งแต่หลายตอนก่อนหน้านี้แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวจะผ่านไป แต่กลับยิ่งไปไกลแล้ว ออกแปซิฟิคโอเชี่ยนจร้า
    #9220
    0
  9. #9112 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:35
    โครตหลากอารมฮื่ออ
    #9112
    0
  10. #8146 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:04
    เวียร์นางดูแบบ ไงดีว่ะ คือแบบเหมือนไม่สนใจแต่ลึกๆโครตห่วง ใช่ป่ะ พี่ปายคงรักพี่ดินมากสิท่า เอาจริงอยากฆ่าซีว่ะ
    #8146
    0
  11. #7104 Fany_taetae (@Fany_taetae) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 16:00
    สงสารพี่ปาย ดินดินใจร้ายอ่าาา
    #7104
    0
  12. #7077 YB229 (@YB229) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 23:25
    พี่ปายของน้องงงงงง T^T นี่เดาว่าสองคนนั้นร่วมมือกันอะ ร้ายเลวทั้งคู่แล้วมาตอแหลเป็นเพื่อนกันอีก เอ้ออออ เหมาะที่จะเป็นเพื่อนกันจริงๆ เหอะๆ -___-
    #7077
    0
  13. #6838 memory28231 (@memory28231) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 19:18
    ณ จุดๆนี้แล้ว อ่านตอนนี้แล้ว สงสารพี่ปายที่สุดไม่รู้ทำไมรู้แต่เรารักพี่ปายมาก สงสารมากด้วย ถ้านางไม่ใช่คนอเลิทพยายามไม่เครียดกับทุกเรื่องนะ นางจะน่าสงสารที่สุดในสายตาเรา โฮฮฮฮ พี่ปาย!!มาหาน้องมา
    #6838
    0
  14. #6686 Dear|thun:) (@dearthunthima) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 18:36
    โอ๊ยยยยโคตรเคียดอ่ะ
    #6686
    0
  15. #6420 toungtong22 (@toungtong22) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 16:30
    ไม่ชอบซีแบบสุดๆเลย
    #6420
    0
  16. #6208 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:23
    ปมเยอะจัง ปมเยอะแยะมากมาย แก้ปมนั้นได้มีปมนี้เพิ่ม แก้ปมนี้ได้มีปมนู้นเพิ่ม แล้วสรุปใครร้ายสุดคะ หืม พี่วินกับพี่ฝุ่นใช่มั้ยล่ะ #ผิด เอ๊ะ! หรือถูก
    #6208
    0
  17. #6037 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 00:48
    ปมคลายยากจุง เอาคัตเตอร์ตัดโมของอุ่นมาตัดเลยได้ม้ะ
    #6037
    0
  18. #5965 Padazzaaar (@papandaazz) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 19:09
    เจ็บหนักกันทุกคนเลยย ทำไมวินกับฝุ่นไม่กลับมาซักที งือ
    #5965
    0
  19. #5939 panda_noy (@panda_noy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 13:53
    ชอบไฟเวียร์อ้าาาา
    #5939
    0
  20. #5874 LKabmalee (@LKabmalee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 11:36
    คู่ไฟเวียร์นี่มันจริงๆ คนนึงก็โวยวาย อีกคนก็อึนใส่
    #5874
    0
  21. #4986 __icerabam (@__icerabam) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 15:33
    จะสงสารพี่ปายก็สงสารไม่สุดทำไมขำคำที่นางพรรณนาใส่ดินอ่ะ555555555555 //จัดการมันเล้ยยย///มันไม่ใช่นิยายตลกแล้วไรท์555555
    #4986
    0
  22. วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 16:07
    สงสารปาย
    #4823
    0
  23. #4811 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:35
    เอิ่ม..เจ็บแล้วเจ็บอีกจริงๆ
    #4811
    0
  24. #4608 _pingmb (@Bn_G7) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 21:33
    เรื่องเข้ามาพร้อมกันเเบบ ตู้ม! เอาเเบบตู้มเดียวจบน่ะ555 เราอยากเห็นเขารักกันเเล้ววว
    #4608
    0
  25. #4600 nuttykanta (@nuttykanta) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 17:28
    ตอนนี้เเบบเกลียดนังซีมากอ่ะ นางควรตายๆไปซะ
    #4600
    0