Fic KHR - Reborn

ตอนที่ 29 : รอยต่อจากอดีต ตอนที่9 นภาที่พานพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 52

ชายคนหนึ่งนั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกบนพื้นพรม ชุดสูทผ้าไหมไม่ช่วยให้ชายคนนี้ดูดีขึ้นเลย จริงอยู่ที่ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ผู้ที่ดำรงตำแหน่งบอสมาเฟียไม่มีใครธรรมดา แต่ถึงจะไม่ธรรมดายังไงก็ไม่มีวันเทียบเคียงชายผู้ได้ชื่อว่านภาตรงหน้านี้ได้


บนบัลลังก์ที่ทำจากทองคำแท้ บุรุษผู้หนึ่งนั่งไขว่ห้างเอียงศีรษะพิงแขนตัวเอง ดวงตายากหยั่งถึงไม่แสดงอารมณ์ใดๆต่อชายที่ตัวสั่นตรงหน้า


บอสของแฟมิลี่พันธมิตรที่คิดแปรพักตร์หมายลอบสังหารวองโกเล่รุ่นที่1 ปลายทางของชายคนนั้นจะมีอะไรนอกจากความตาย เมื่อคิดเช่นนี้จ็อตโต้ก็แทบอยากกลับไปนอนบนเตียงอุ่นมากกว่านั่งฟังคำแก้ตัวขอชีวิตของชายตรงหน้า


“เจ้าทรยศเรา วองโกเล่ไม่ต้องการคนทรยศ หากเจ้ายังมีเสี้ยวหนึ่งของความจงรักภักดีต่อเรา จงใช้ชีวิตของเจ้าขอขมาวองโกเล่แฟมิลี่เสีย”


สิ้นคำพิพากษ์ทัณฑ์ชายที่นั่งตัวสั่นเหมือนลูกหนูติดจั่นกลับกลายเป็นสุนัขจนตรอก ชายคนนั้นโถมเข้าหาวองโกเล่รุ่นที่1 สองมือถือขวดยาพิษไร้ฝาปกปิด อาศัยแรงสุดท้ายสาดยาพิษใส่


ไฟดับเครื่องชนลุกพรึ่บ พร้อมๆกับที่...


“เพลิงพิโรธ!!!”


ร่างของคนทรยศกลายเป็นเถ้าถ่านลอยไปกับสายลม


ดวงตาแข็งกร้าวถูกประดับบนใบหน้าดุดัน เรือนผมสีนิลยาวถึงกลางหลังรวบไว้ตรงต้นคอ เจ้าของพลังเพลิงพิโรธหันมาสบตาชายหนุ่มบนบัลลังก์ทอง


“บาดเจ็บหรือเปล่า”


เสียงห้าวหวนเรียกสติจ็อตโต้ให้กลับคืนมา ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนปรายตามองชายที่เพิ่งกระทำการช่วยชีวิตเขาโดยพละการ ทั้งสองจ้องตากันพักใหญ่จนกระทั่งร่างสูงกว่าเป็นฝ่ายเบือนสายตาหนีแล้วเปลี่ยนเป็นทวนคำถามเดิมอีกครั้ง


“ว่าไงล่ะ ไม่บาดเจ็บใช่มั้ย”


“เจ้าจงถอนคำพูดที่ทำราวกับเราเป็นเด็กน้อยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เสีย เราคือวองโกเล่รุ่นที่1 ไม่มีทางที่จะบาดเจ็บเพราะการโจมตีพรรค์นั้น และสามารถจัดการคนทรยศโดยที่ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากเจ้าด้วย”


ชายร่างสูงแทบหน้าหงาย นี่หรือคำพูดที่ใช้พูดกับผู้มีพระคุณ ใจอยากจะโวยวายประท้วงแต่ตัวคนพูดที่หยิ่งอย่างกับแมวเปอร์เซียเดินสะบัดหางงามๆไปไหนแล้วก็ไม่รู้


ชายผมดำเกาศีรษะตัวเองพลางถอนหายใจยาว ทั้งที่นึกอารมณ์เสียกับคำพูดอีกฝ่ายแต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มันต้องอย่างนี้สิ





ที่ห้องนอนของจ็อตโต้ ชายหนุ่มสั่งห้ามคนรบกวนโดยเด็ดขาด เรื่องเมื่อกี้ทำเขาอารมณ์เสียอย่างมาก ความประมาทชั่วพริบตาแม้จะไม่ถึงชีวิตแต่ก็ทำให้เสียเกียรติไปมากทีเดียวหากคนอื่นรู้เข้า


ชายหนุ่มใช้มือข้างเดียวถอดเสื้อคลุมออกและตามด้วยเสื้อนอกและเสื้อเชิ้ตสีขาวอย่างเบามือ หากมีคนสังเกตเห็นจะพบว่าทั้งเสื้อนอกและเสื้อเชิ้ตตรงบริเวณแขนเป็นรูโหว่เพราะโดนยาพิษที่กระเด็นมา ยังดีว่าโดนแค่เล็กน้อยบวกกับเสื้อสูทสั่งตัดค่อนข้างหนาทำให้ไม่เป็นอะไรมาก


แต่ถึงกระนั้นก็เจ็บแผลที่แขนอยู่ดี จ็อตโต้ครางในใจขณะเอานิ้วแตะๆรอยแดงที่แขน เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเขาประมาทจนได้รับบาดเจ็บจึงไม่ได้บอกใครเรื่องแผล นั่นเท่ากับว่าจะไม่มีใครมาทำแผลให้ด้วย ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ที่ห้องนี้ก็ไม่มีกล่องพยาบาลเสียด้วย


ทันใดนั้น ร่างโปร่งสะดุ้งเฮือกเมื่อพบว่ามีผู้บุกรุกอยู่ที่ระเบียงนอกห้อง ถุงมือที่เป็นอาวุธคู่ใจพร้อมใช้งานทันที แต่แล้วไฟดับเครื่องชนก็มอดลงเมื่อเห็นใบหน้าผู้บุกรุก


ชายผมดำร่างสูงเคาะประตูกระจกเบาๆพลางชูกล่องปฐมพยาบาลในมือ จ็อตโต้พรูลมหายใจถอดถุงมือออก แต่ยังไม่ได้เดินไปเปิดให้ชายร่างสูงเข้ามาในห้อง


ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพระราชาขอเพียงเป็นคนที่ถูกใจไม่ว่าใครจ็อตโต้ก็รับเข้ามาเป็นสมาชิกแฟมิลี่หมด แต่เฉพาะชายตรงหน้าเท่านั้นที่เขานึกไม่ออกว่าเป็นใครมาจากไหนชื่ออะไร แต่ที่แน่ๆไฟของชายคนนี้ตอนจู่โจมคนทรยศนั่นไม่ธรรมดาเลย


...แต่ที่ไม่ธรรมดากว่าคือชายคนนี้รู้ได้ยังไงว่าเขากำลังบาดเจ็บ...


จ็อตโต้หันไปหยิบเสื้อผ้ามาแต่งตัวให้เรียบร้อย แต่แล้วก็พบว่าร่างสูงที่ควรจะอยู่นอกประตูระเบียงบัดนี้เดินเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย


“แหม ห้องนี้นี่...เข้าง่ายดีจัง”


ชายร่างสูงพูดเสียงอารมณ์ดี ถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงเจ้าของห้องหน้าตาเฉย


ประตูระเบียงไม่ได้ลงกลอนซึ่งเป็นความเผอเรอของจ็อตโต้เอง เพราะห้องนี้ถ้าออกไปทางประตูระเบียงจะมีบันไดวนเชื่อมต่อกับสวนน้ำพุส่วนตัวของเขา ดังนั้นปกติเขามักจะลืมล็อกบ่อยๆ


แต่นี่ไม่ใช่เวลามาสงสัยว่าชายคนนี้บุกรุกเข้ามาได้ยังไง จ็อตโต้ลนลานคว้าเสื้อมาสวมใส่ แต่ยิ่งรีบก็ยิ่งกระเทือนแผล ความเจ็บแล่นพล่านไปถึงสมองจนต้องหยุดมือที่พยายามใส่เสื้อ


“เฮ้ๆ จะตกใจอะไรนักหนา ข้าไม่ใช่โจรนะ เอาแผลมาให้ดูหน่อย”


มือแกร่งรวบข้อมือร่างเล็กดึงแขนเข้าประชิดสายตา ก่อนจะปล่อยมือและเดินไปเปิดกล่องพยาบาล หยิบยากับผ้าพันแผลออกมาเตรียม


“นั่งลงสิ จะทำแผลให้ แผลไม่หนักหนาอะไรหรอกอาทิตย์เดี๋ยวก็หายแล้ว เฮ้ ทำไมเจ้าต้องถอยหนีข้าไปไกลขนาดนั้นล่ะ”


ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจในอากัปกิริยาของร่างโปร่ง ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อในขณะที่ขาเรียวถอยเอาๆจนติดกำแพง


“...ส่งเสื้อมาให้เรา”


“อะไรนะ???”


“เราสั่งให้เจ้าส่งเสื้อมาให้เรา เราอนุญาตให้เจ้าทำแผลให้เราก็ได้ แต่ต้องส่งเสื้อมาก่อน”


“ทำไมล่ะ ผู้ชายเหมือนกันแค่ถอดเสื้อทำแผล มันจะเป็นไรนักหนา”


“เราไม่ไว้ใจสายตาเจ้า ถ้าเจ้าไม่ส่งเสื้อมาก็ออกไปจากห้องเราเดี๋ยวนี้”


ชายร่างสูงรู้สึกเส้นเลือดในสมองกำลังจะแตก เมื่อกี้เพิ่งช่วยชีวิตแทนที่จะได้คำขอบคุณกลับโดนด่า พอจะมาทำแผลให้ดันโดนหาว่าสายตาไม่น่าไว้ใจ ช่างเป็นคนที่น่าโมโหอะไรเยี่ยงนี้


“ก็ได้ๆ เอ้า เอาไปใส่ซะให้พอ”


จ็อตโต้รับเสื้อเชิ้ตที่ร่างสูงโยนมาให้ กัดฟันอดทนต่อความเจ็บใส่เสื้อให้ตัวเองจนเรียบร้อย โดยม้วนแขนเสื้อข้างที่บาดเจ็บขึ้นและเดินไปนั่งบนเตียงให้ร่างสูงทำแผลให้


ระยะเวลาในการทำแผลจบลงอย่างรวดเร็ว คนทำแผลจำเป็นม้วนแขนเสื้อเชิ้ตกลับคืนให้อย่างเบามือ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนละเอียดอ่อนแบบนี้ด้วย คนถูกทำแผลคิดในใจ


“เอาล่ะ ทำแผลเรียบร้อยแล้ว ฉันจะทิ้งกล่องพยาบาลเอาไว้ อย่าลืมเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวันล่ะ”


จ็อตโต้ไม่ตอบว่าอะไร มองผู้บุกรุกเดินออกจากห้องไปทางระเบียง เท่าที่คาดเดาเอาเองบางทีชายคนนี้อาจจะปีนข้ามรั้วในสวนน้ำพุของเขาเข้ามาก็ได้


ร่างโปร่งใช้มือข้างที่ไม่บาดเจ็บลูบผ้าพันแผลภายใต้เสื้อเชิ้ตสั่งตัดไปมา น่าแปลกทั้งที่บาดเจ็บแต่กลับรู้สึกดีเหลือเกิน เพิ่งรู้ว่าการที่มีใครสักคนปฏิบัติกับเราอย่างอ่อนโยนมันให้ความรู้สึกดีถึงเพียงนี้ รู้สึกดีเสียจนเผลอฮัมเพลงออกมาโดยไม่รู้ตัว






ที่สวนน้ำพุ สถานที่ส่วนตัวของวองโกเล่รุ่นที่1 พื้นที่ขนาดไม่ใหญ่นักทำให้ไม่เกิดมุมอับสายตา รั้วเหล็กที่กั้นไว้มีไม้เถาขึ้นปกคลุมจนมองไม่เห็นรั้ว ดอกไม้ตามฤดูชูช่อเบ่งบานส่งกลิ่นเย้ายวน ที่ใจกลางมีน้ำพุขนาดกำลังพอดีให้สมชื่อสวนน้ำพุ เสียงน้ำไหลผสานเสียงลมหวนชวนให้ผ่อนคลาย


...แต่จ็อตโต้กลับไม่คิดเช่นนั้นเลย...


การเป็นมาเฟียไม่ได้มีแต่เรื่องสวยหรู ถึงกระนั้นนี่ก็เป็นทางที่เขาเลือกด้วยตัวเองไม่อาจโทษใครได้


“ทำไมวันนี้ถึงบอกให้มาที่สวนน้ำพุล่ะ ปกติจ็อตโต้ไม่ยอมให้ใครเข้ามาไม่ใช่เหรอ”


หญิงสาววัยแรกแย้มหน้าตาสวยสะคราญเดินเข้ามาใกล้ มือเรียวกุมมือของร่างโปร่งไว้หลวมๆ


วองโกเล่รุ่นที่1หันไปสบตาคู่หมั้นของตัวเอง แม้จะเป็นหญิงที่ผู้บริหารระดับสูงของวองโกเล่เป็นคนเลือกมาให้ แต่สำหรับจ็อตโต้แล้วผู้หญิงคนนี้คือคนที่ฟ้าส่งมาให้ทีเดียว


“ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ เราอยากให้เจ้ามาที่นี่ เพื่ออยู่กับเรา...เป็นครั้งสุดท้าย”


หลังจบสี่พยางค์สุดท้ายบรรยากาศหวานชื่นเปลี่ยนคลุมเครือทันที บุรุษแห่งนภาเพียงคลี่ยิ้มบางเบาเหมือนเดิมเหมือนไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น


“เราสองคนอยู่ด้วยกันก็นานมากแล้ว มีคำพูดมากมายที่เราได้พูดออกไป และคำพูดที่มากยิ่งกว่าซึ่งยังไม่ได้พูด แต่ที่สุดแล้ว...คือคำขอบคุณ”


จ็อตโต้ยังคงพูดต่อไป ในขณะที่หญิงสาวเลื่อนมือเข้าไปในเสื้ออย่างระมัดระวัง พริบตาที่หญิงสาวชักปืนที่เก็บซ่อนไว้ จ็อตโต้พลันสวมกอดเธอแนบแน่น


“ขอบคุณ...และก็ ขอโทษ”


ลูกกระสุนไม่ได้ถูกยิงออกไป เสี้ยววินาทีที่โลกหยุดหมุน จ็อตโต้ผละออกจากร่างหญิงสาวโดยไม่หันกลับมามอง คนของแฟมิลี่สองคนวิ่งเข้ามาพาร่างที่ไม่อาจขยับไปไหนได้ของหญิงสาวซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของวองโกเล่รุ่นที่1ออกไป คำที่จะประดับอยู่หน้าหลุมศพของเธอคือสปายที่แอบแฝงเข้ามาเพื่อสังหารวองโกเล่รุ่นที่1


สวนน้ำพุกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอย่างรวดเร็ว จ็อตโต้ก้มมองมือสองข้างของตน มือที่เพิ่งใช้สังหารคนรักของตัวเอง


“เดือดทะลุจุดศูนย์”


จ็อตโต้กระซิบเสียงแผ่ว น้ำแข็งที่จะไม่มีวันละลาย จ็อตโต้ไม่อาจตัดใจฆ่าเธอลงแต่ก็ไม่อาจปล่อยเธอไปได้ การเป็นมาเฟียไม่ได้มีแต่เรื่องสวยหรู ทุกย่างก้าวสลักถ้อยคำเจ็บปวด ความเศร้า และน้ำตาที่ไม่มีใครเห็น


เสียงน้ำพุยังคงไหลเป็นจังหวะต่อเนื่อง แม้หญิงสาวคนหนึ่งจะหมดอิสรภาพในชีวิตตลอดกาล น้ำพุก็ยังคงไหลต่อไป ภายในน้ำกระเพื่อมไหวสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาอันหมองม่น น้ำหยดหนึ่งไหลผ่านดวงตาคู่สวย


สิ่งที่น้ำสะท้อนไม่มีความเท็จ นิ้วเรียวแตะแก้มตัวเองสัมผัสได้ถึงความอุ่นชื้นจากน้ำตา หยดน้ำหยดแล้วหยดเล่าพร่างพรูอย่างต่อเนื่อง จ็อตโต้เงยหน้ามองฟ้า หยดน้ำมากมายไหลต้องใบหน้า ไหลปะปนกับน้ำตาสู่ผืนดิน


...นภากำลังร้องไห้กลายเป็นพิรุณโปรย ใครเล่าจะหยุดน้ำตาจากฟากฟ้า...

 

TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #464 nampeung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 00:28
    กระซิกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #464
    0
  2. #424 พันปักษา (@vongolatsuna27) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 01:51
    เส้นทางมาเฟียที่โรยด้วยหยาดน้ำตาและกลิ่นคราวเลือดสินะ 
    #424
    0
  3. วันที่ 24 กันยายน 2555 / 23:45
    ม่ายยยยยยย!!!! ปู่จีที่รักของข้าาา กระซิกๆๆๆ แงวววววว//อินจัด
    #403
    0
  4. #375 ฺBlezzai (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:54
    สุดยอดๆๆ แต่งดีมากๆเลยค่ะ
    #375
    0
  5. #230 27_TSUNA (@tuna-tsuna) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 21:33
    ว้าววว แต่งเก่งจัง


    ><
    #230
    0