Fic KHR - Reborn

ตอนที่ 31 : รอยต่อจากอดีต ตอนที่ 11 ถ้อยคำจากหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 เม.ย. 52

ตอนที่11 ถ้อยคำจากหัวใจ



สิ้นเปลวเพลิงจากแหวนแห่งนภา เหล่าวองโกเล่และวาเรียก็หลุดจากอดีตที่แหวนแสดงให้ดูกลับมาที่ห้องเหมือนเดิม


น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลผ่านแก้มเนียนของสึนะ อาจเพราะเขาเป็นคนที่รับความรู้สึกของรุ่นที่1มามากที่สุดก็ได้ ทั้งความเศร้า ความเหงา ความสับสนหมุนวนอัดแน่นในจิตใจจนไม่อาจกลั้นน้ำตา


“น่าๆ สึนะ อย่าร้องไห้ไปเลยนะ”


ยามาโมโตะกอดคอปลอบใจ นั่นทำให้บางคนในห้องรวมถึงยามาโตะนึกเอะใจ ทำไมคนที่เข้าปลอบใจสึนะคนแรกจึงเป็นเขา หนุ่มเบสบอลผละจากสึนะไปหาผู้พิทักษ์แห่งวายุที่ปลีกตัวหันหลังให้ทุกคน


“โกคุเดระ โกคุเดระ นายเป็นอะไรหรือเปล่า”


คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกยิ่งหันหลังก้มหน้าเข้าไปใหญ่ แต่ด้วยสายตาของมืออาชีพด้านเบสบอลของยามาโมโตะจึงทันได้เห็นตาแดงๆของร่างเล็ก ยามาโมโตะเพียงคลี่ยิ้มบางเลื่อนมือไปกุมมืออีกฝ่ายไว้แทนคำปลอบใจ


ห่างออกไปเล็กน้อยมุคุโร่แอบอมยิ้มกับตัวเอง วองโกเล่น่ะไม่น่าแปลกใจแต่ไม่ยักรู้ว่าโกคุเดระ ฮายาโตะเป็นคนอ่อนไหวด้วย และยัง...


โคลม บาจิล รัล มิลจิ รวมถึงเลวี่ อาเทน โดยเฉพาะลุสซูเลียที่ปล่อยโฮออกมาแบบไม่เกรงใจ ต่างก็เป็นพวกจิตใจอ่อนไหวกับตำนานรักพลัดพรากทั้งนั้น และก็ยังมีพวกไม่สะดุ้งสะเทือนอย่างเขาหรือฮิบาริ เคียวยะ และยังพวกที่เห็นว่าทั้งหมดเป็นเรื่องไร้สาระ


“เฮ้ย เสียเวลาเป็นบ้าเลย”


“ก็บอกแล้วไงว่ามันงี่เง่าไอ้พวกสวะ”


มุคุโร่รีบเอามืออุดหูเสียงหลายพันเดซิเบลคูณสองได้ทัน ในขณะที่ฮิบาริ เคียวยะชักทอนฟาออกมา หรือฮิบาริจะจัดอยู่ในพวกที่เห็นว่าทั้งหมดมันไร้สาระกันนะ


“แล้วต่อจากนี้ล่ะ รุ่นที่1ไม่ได้กลับมาหารุ่นที่2อีกเลยเหรอ”


สึนะใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่หางตา พอเอ่ยปากถามไปก็ดูจะเป็นตัวเขาเองที่รู้คำตอบ จากที่บันทึกไว้ในหนังสือประวัติวองโกเล่รุ่นที่1 ไม่ปรากฏว่าวองโกเล่ที่1ได้กลับประเทศมาตุภูมิอีกเลย หลังจากไปอยู่ญี่ปุ่นได้ไม่นานก็เสียชีวิตเพราะโรคระบาด รุ่นที่2ที่อยู่อิตาลีก็เสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นานเช่นกัน


“ก็แปลว่าหลังจากแยกกันที่สวนน้ำพุแล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย...”


“ชิชิชิ คำบอกรักกลายเป็นลมปากไปแล้ว”


“เฮ้ย เรื่องบอกรักหวานเลี่ยนน่ะช่างหัวมัน ตกลงก็ไม่เห็นจะรู้เลยนี่หวา ว่าทำไมวองโกเล่รุ่นที่1กับ2ต้องเข้าฝันบอสกับเจ้าหนูรุ่นที่10ด้วย”


สควอโล่ตะโกนแทรกขึ้นมา ฉุดให้หลายคนในห้องที่เริ่มจะอินไปกับละครโศกหวนนึกถึงเหตุผลแรกเริ่มในปฏิบัติการเข้าฝันบ้าๆนี่


“คุฟุฟุ เรื่องนั้นผมคิดว่า รุ่นที่1กับรุ่นที่2คงอยากให้...วองโกเล่กับแซนซัสบอกรักกัน...มั้งครับ”


“ว่าไงนะ!!!”


มุคุโร่พูดแบบทีเล่นทีจริงหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษที่ได้แกล้งคน แซนซัสน่ะช่างเถอะ แต่กิริยาตื่นตระหนกปนลุกลี้ลุกลนของวองโกเล่ช่างน่ารักจับใจจริงๆ


“ผมล้อเล่นน่ะครับ...”


มุคุโร่รีบพูดต่ออย่างรวดเร็วเมื่อสายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาที่เขาแสดงท่าทีเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย ท่าทางผมคงต้องรีบแก้ลำให้ทันก่อนจะตายคา...ตายคาอะไรดีล่ะครับ เพลิงพิโรธ ทอนฟา ดาบไดนาไมต์ หรือเดือดทะลุจุดศูนย์ดี


“บางทีอาจจะเป็นแหวน ที่เข้าฝันเพราะอยากให้แหวนสองวงรวมเป็นวงเดียว หมายถึงว่ารุ่นที่1ตอบรับคำรักจากรุ่นที่2ล่ะมั้งครับ”


เพราะความคิดที่เข้าท่าทำให้มุคุโร่รอดพ้นจากสาเหตุที่ทำให้ปลาหมอตายได้ เพราะคำพูดไม่กี่คำสามารถทำให้ชีวิตคนเราหายไปเป็นเสี้ยวได้จริงๆ





พิพิธภัณฑ์สถานแห่งวองโกเล่


ตามที่รีบอร์นบอกข้าวของส่วนตัวทุกอย่างของวองโกเล่รุ่นที่1และ2ถูกเก็บไว้ที่นี่ สึนะและพวกรวมทั้งเหล่าวาเรียจึงพากันมาที่นี่เพื่อหาแหวน ทว่า...


“ต๊ายยยยย นี่มันรูปเท่าตัวจริงเลยนี่”


“ชิชิชิ มีรูปเจ้าชายด้วย”


“เฮ้ย ไอ้ของทุเรศๆพวกนี้ใครเป็นคนทำว่ะ”


ท่าทางคนที่หาแหวนจะมีแต่พวกสึนะกลุ่มเดียวเพราะพลพรรควาเรียเทความสนใจไปให้รูปภาพของตัวเองมากกว่า


“ถ้างั้นพวกเราแยกกันไปหาแหวนเอาเองล่ะกัน”


ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ก็มีแต่สึนะ โกคุเดระ ยามาโมโตะ และบาจิลเท่านั้นที่ลงมือหาแหวน เพราะคนของวองโกเล่ที่เพิ่งเข้ามาที่นี่ครั้งแรกก็ให้ความสนใจรูปตัวเองเป็นพิเศษ กระทั่งมุคุโร่ที่เคยมาแล้วก็สนุกกับการพูดจายั่วแหย่ฮิบาริให้จวนๆจะมีเรื่องกันเสียอีก


“เจอแล้วครับ รุ่นที่10 แหวนของรุ่นที่2”


“ทางนี้ก็เจอแหวนของรุ่นที่1แล้ว”


แหวนครึ่งวงเก่าๆสองวงแม้จะหมองลงตามวันเวลาแต่ก็ยังคงความคงทนไม่บุบสลาย หากนำไปขัดเสียหน่อยคงเหมือนของใหม่เป็นแน่


“เอามานี่ เจ้าสัตว์กินพืช”


ไวเท่าคำพูดแหวนครึ่งวงในมือสึนะก็ไปอยู่ในมือฮิบาริเรียบร้อย


“ฉันเอาไปขัดให้เอง”


ยามาโมโตะว่าพลางรับแหวนจากโกคุเดระมา


“ถ้าอย่างนั้น รุ่นที่10ครับ เรามาจัดที่ว่างตรงนี้ให้เป็นที่เฉพาะกันเถอะครับ”


“ที่เฉพาะ???”


อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเมื่อฮิบาริกับยามาโมโตะนำแหวนที่ขัดจนขึ้นเงากลับมา พื้นที่ว่างระหว่างโซนของรุ่นที่1กับโซนของรุ่นที่2ก็ถูกจัดใหม่ รูปที่เคยวางแยกกันก็จับมารวมกัน ตรงกลางมีโต๊ะเล็กๆฉลุลายพร้อมกล่องแกะสลักขนาดย่อมภายในบุกำมะหยี มีช่องเล็กๆสำหรับวางแหวนหนึ่งวง


และแล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ยามาโมโตะส่งแหวนครึ่งวงของรุ่นที่2ส่งให้แซนซัส ในขณะที่ฮิบาริส่งแหวนครึ่งวงของรุ่นที่1ให้สึนะ


นิ้วเรียวเล็กของสึนะเคลื่อนเข้าหาแหวนในมือแซนซัส บรรจงประกบแหวนสองวงเข้าด้วยกันช้าๆ เกิดเสียงดังกลิ๊ก เป็นสัญญาณบอกว่าหัวใจที่พลัดพรากได้กลับคืนมาแล้ว


แหวนรูปหัวใจถูกเก็บลงกล่องเป็นอันสิ้นสุดเรื่องราวโศกนาฏกรรมรักที่พลัดพรากไปนานแสนนาน





“นับจากคืนนี้ไป ก็คงไม่มีฝันร้ายมารบกวนแล้วล่ะนะ”


สึนะพึมพำกับตัวเอง นั่นเท่ากับว่าจะไม่มีผู้พิทักษ์คนไหนมานอนเป็นเพื่อนเขาอีกแล้ว เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วก็รู้สึกว่าเตียงที่ต้องนอนคนเดียวช่างกว้างเหลือเกิน


แอ๊ด!!!


เสียงเปิดประตูแบบไม่มีการเคาะ บอกให้รู้ว่าวองโกเล่รุ่นที่10สะเพร่าลืมล็อกห้องตัวเอง และผู้ที่เข้ามาคือ...


“คุณฮิบาริ!!!”


ดวงตาสีนิลไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ขายาวก้าวฉับๆขึ้นเตียงตามมาด้วยเสียงเจือหงุดหงิดเป็นเอกลักษณ์


“รีบๆนอนซะที เจ้าสัตว์กินพืช”


“ครับ!!!”


เพราะน้ำเสียงเผด็จการเต็มอัตรารบทำให้สึนะไม่กล้าเอ่ยถามข้อข้องใจใดๆทั้งนั้น ปล่อยให้ความสงสัยเกาะกุมจนกระทั่งเข้าสู่ห้วงนิทรา...






เอาอีกแล้ว พอรู้สึกตัวก็มาอยู่ในที่ที่มืดมิด ทำไมถึงฝันแบบนี้อีกแล้วล่ะ


ทำไม...ในที่มืดๆถึงได้มีแสงสว่าง


เมื่อเดินตามแสงสว่างนั้นไป จากแสงจุดเล็กๆก็ค่อนๆขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ปลายทางแสงสว่างนั้นคือ...


...รอยยิ้มแห่งความสุขของวองโกเล่รุ่นที่1และรุ่นที่2...


มือที่กุมประสานคือมือข้างที่สวมแหวนรูปหัวใจ ไม่มีบรรยากาศเศร้าหมองอีกแล้ว กลิ่นอายความสุขที่หอมยิ่งกว่าบุปผาใดๆ บอกให้รู้ว่าฝันครั้งนี้คือครั้งสุดท้าย ถ้อยคำสุดท้ายจากสองวองโกเล่


“วองโกเล่รุ่นที่10 ขอบคุณที่รับฟังคำปรารถนาของเรา”


...จากนี้ไปขอให้หัวใจเจ้าอย่าได้หลงทางจนต้องพบความพลัดพรากดังเช่นเราเลย จงเปิดใจรับฟังเสียงหัวใจของตัวเจ้าเองเถิด...


สิ้นคำบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้า แสงแห่งความสุขแผ่จ้าจนไม่อาจลืมตา เมื่อแสงว่างสิ้นสุด ภาพวองโกเล่รุ่นที่1และ2หายไปแทนที่ด้วยห้องนอนที่คุ้นเคย


สึนะกระพริบตาถี่ๆ คิดว่านี่คงเป็นการสะดุ้งตื่นเพราะฝันครั้งสุดท้าย ทว่าไม่เพียงเขาคนเดียวที่ตื่นขึ้นมา...


“คุณฮิบาริ...หรือว่าคุณก็...”


ร่างสูงที่นอนข้างๆตนก็ตื่นเช่นกัน ฮิบาริกระพริบตาถี่ๆราวเจอแสงจ้าทั้งที่เป็นเวลากลางคืน ถ้อยคำสุดท้ายที่ได้ยินได้ฝันยังคงดังก้องในหัว


ถ้อยคำจากอดีตดังสะท้อนในความคิดทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งโกคุเดระ ยามาโมโตะ มุคุโร่ โคลม บาจิล รวมทั้งเหล่าวาเรีย


...ถ้อยคำแห่งรักดังสะท้านหัวใจมิรู้ลืม...


TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #466 nampeung (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 00:44
    เกือบแล้วไหมล่ะมุคุง

    ดีนัก
    #466
    0
  2. #426 พันปักษา (@vongolatsuna27) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 08:30
    เกิดได้ไปนอนในโรงบาลแล้วไหมละ มุคุโร่คุง ดีนะที่ความคิดต่อมาของนายมันเข้าถ้าเลยรอดตัว

    ยินดีด้วยนะ รุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 ที่ได้ผูกหัวใจทั้งสองเป็นหนึ่งหลังจากพลัดพรากกันมานานแสนนาน

    ถ้อนคำส่งท้ายจากผู้คนในอดีตคงจะสะกิดใจใครหลายๆคนในปัจจุบันให้ซื่อตรงกับใจตัวเองได้ละนะ
    #426
    0
  3. #102 CapaLdI (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 20:48
    ความคิดของมุคุโร่ตอนแรกเกือบโดนทุกท่าน(แซนซัส คุณฮิบาริ ยามาโมโตะ โกคุเดระ รวมไปถึง สึนะ)

    รุมประชาทัณฑ์ ..หวิดไปเนอะ ดีจัง..ที่รอดได้หวุดหวิด..

    ..

    สุดท้ายก็เหลือความในใจของสึนะ(?) เหล่าผู้พิทักษ์ พวกวาเรีย(?) สินะ?..

    ..

    ชอบมากเลย

    ..

    ติดตามอ่านอยู่นะ

    เป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ

    #102
    0
  4. #101 oong♪fong♪ (@Asuki) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 14:47
    โอ้ว แปะๆๆๆ ยินดีด้วยน้าค้าท่านรุ่นที่1สุดที่ร๊าก ยังไงก็อย่าพลัดพรากจากกันอีกนะค่ะ>///< ฮะๆฮ่าๆ
    แต่ท่านน่าสงสารจริงๆอ่ะ ยังไม่เคยKiss!กันเลยน้า(รึเคยแล้วหว่า?) ตายไปซะแระ เสียดายจริงๆ>[]<
    #101
    0