SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,180 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    155

    Overall
    53,180

ตอนที่ 2 : Beautiful up 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

 

Beautiful

Daneil x Hyunbin





หากเรายังคงอยู่ใต้ผืนฟ้านี้
หากเพียงแค่ได้หายใจต่อไปกับคุณ ผมก็มีความสุขมากแล้ว



            ผมจำได้ดีวันแรกที่ก้าวเข้ามาในรายการนี้ รายการที่เคยสร้างกลุ่มไอดอลหญิงที่เป็นที่นิยมอย่าง I.O.I และตอนนี้เป็นซีซั่นใหม่ซึ่งเป็นการแข่งขันของเทรนนี่ชาย  Produce 101 ตอนที่เห็นเก้าอี้หนึ่งร้อยหนึ่งตัวนี่รู้สึกตื่นเต้นมากจนใจสั่น เคยเห็นแต่ในทีวีแต่วันนี้ผมกำลังจะได้นั่งมันจริงๆ เมื่อนั่งประจำที่เสร็จก็คุยนู่นคุยนี่กับสมาชิกเด็กฝึกที่มาจากค่ายเดียวกันอย่างสนุกสนาน มีหลายๆคนที่ทำให้เด็กฝึกฮือฮาต่อการมา ไม่ว่าจะเพราะหน้าตา ความดูดี หรือชื่อค่าย ที่ทำให้ทุกคนเกร็งมากที่สุดคงเป็นเด็กฝึกจากเพลดิสวงที่เคยเดบิวท์มาแล้วอย่างนิวอิส(ผมเรียกถูกไหมนะ) ยอมรับจริงๆว่าพวกเขาแตกต่าง เหมือนมีออร่าบางอย่างที่ไม่เหมือนกับคนอื่น น่าเกรงขาม ยิ่งคนสุดท้ายที่เดินเข้ามา บุคลิคซังนัมจาผู้น่าเกรงกลัว ทำให้ผมลอบกลืนน้ำลายและหลุดปากออกมาว่า 'น่ากลัวจัง' นั่นหล่ะครับเหงื่อผมนี่แตกเลย คนอะไรแค่มองก็รู้สึกเคารพแล้ว 



            อีกโลโก้ที่สร้างความแตกตื่นฮือฮามากจนเด็กฝึกหันหน้าหันหลังกันเลิ่กลั่กก็คือหนึ่งในสามค่ายใหญ่อย่าง YG ปล่อยให้ตกใจเล่นไปซักพักแล้วถึงค่อยเฉลยว่าเป็นค่ายลูกที่เอาไว้เทรนนายแบบ พอรู้เด็กฝึกทุกคนที่ตอนแรกตกตะลึงก็กลับเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย แล้วหันมาคุยกันเกี่ยวกับเด็กฝึกที่จะเข้ามา จีซองฮยองพูดว่าส่วนสูงที่เตี้ยที่สุดคือ 188 จะบ้าเหรอ นั่นนายแบบหรืออะไร เตี้ยสุดที่ว่านี่สูงกว่าทุกคนในห้องอัดตอนนี้อีกนะ พอรอได้สักพักก็มีเสียงเท้าเดินเข้ามา แต่ละคนนี่อ้าปากค้างพอๆกับผมนั่นแหละ พวกเขามีกันสี่คน เอกลักษณ์ที่แตกต่างจากเด็กฝึกคนอื่นคงเป็นหุ่นที่สมส่วนใบหน้าที่ได้รูป และขาที่เรียวยาวการยืนการเดินที่สง่า ก็เป็นโมเดลนี่นะ พอเห็นส่วนสูงแล้วทำให้ผมตัดสินใจนั่งลงด้วยความท้อแท้  เฮ้อ สูงไปจริงๆนะ แต่ดูหรู ดูแพงทุกคนเลย โดยเฉพาะคนแรกที่เข้ามา ผมสะดุดตรงสายตาที่เงอะงะ แต่ก็มีแววสดใส ทะเล้น แฝงไปด้วยความเขินอายเมื่อถูกจับจ้อง ใบหน้าเล็กเรียวถ้าเทียบกับส่วนสูงคนเราจะสมบูรณ์แบบได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่จากบุคลิคแล้วผมว่าขัดกับสายตานะดูเป็นคนเท่ห์ๆ แมนๆคูลๆ เอาเถอะ ผมว่าผมใส่ใจรายละเอียดของนายแบบคนนั้นเกินไปล่ะ


              

               การประเมินผลวัดระดับจบลงแล้ว ผมได้อยู่เกรดบีมีหลายคนเหมือนกันที่ผมไม่คิดว่าจะได้เอฟ หรือพลาดเอ คุุณโบอานี่เกินคาดจริงๆ ผมได้น้องชายที่เอ็นดูมาหนึ่งคนคือ ลีอูจินมักเน่ของรายการเด็กอะไรทั้งเก่งทั้งน่ารักอยากแบกไปเลี้ยงที่บ้านจริงๆ ผมประทับใจหลายๆคนเลยล่ะกับการแสดงวันนี้ ที่อยากสนิทด้วยคงเป็นซองอูฮยอง ผมชอบการเต้นเห็นสไตล์กับความกวนแล้วผมคิดว่าเราน่าจะสนิทกันได้นะ  อีกคนที่น่าแปลกคือผมว่าผมไม่ได้สนใจเขาขนาดนั้นนะ แต่กลับจำได้ทุกรายละเอียด ควอน ฮยอนบิน เขาได้อยู่เกรดเอฟล่ะ ตอนประเมินผมในใจผมร้องบอกเขาเฉยเลยว่า ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ผมจะบ้าตาย นี่ผมเป็นอะไรเนี่ย



             การอัดรายการดำเนินไปเรื่อยๆ กระแสที่ออกมามีทั้งดีและไม่ดีจนเด็กฝึกบางคนต้องออกไป น่าเสียดาย และพวกเขาก็คงเสียใจ แต่อย่างว่าแหละต่อให้คิดอยากกลับตัว อยากเป็นคนใหม่แค่ไหน หลายๆครั้งคนรอบข้างก็มองข้ามเจตนานั้นแล้วโฟกัสที่ความผิดพลาดของเรา จนโดนสังคมรุมประนามและต่อว่า โลกเรามันช่างน่ากลัว...และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คงเป็นจิตใจของคนเรานั่นแหละ


             ประเมินผลรอบสองผมได้เลื่อนเกรดล่ะ ขึ้นไปเกรดเอ ในที่สุดผมก็ทำได้ เจ้าเด็กหมีลีอูจินยิ้มแป้นในตอนที่เห็นผมเดินเข้าไปในห้องเกรดเอเพราะเจ้าตัวก็ได้เลื่อนจากบีมาเช่นกัน กิจกรรมหลังจากที่ประเมินเกรดรอบสองเสร็จคือการคัดตัวเซนเตอร์มันมาไวโดยไม่ทันตั้งตัวเชียวล่ะ และผมยอมรับผลนะ ผมไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้วและก็คิดว่ายังไงก็ไม่ใช่ตัวเองแน่ๆ พอผมแสดงเสร็จก็กลับเข้านั่งประจำที่ มองดูคนอื่นต่อ ถึงคิวเด็กหมี ที่ทุกคนให้ฉายาว่าเป็นลูกของผมขึ้นแสดงแน่นอนว่าผมยิ้มจนตาปิดนั่นแหละเหมือนเลี้ยงมาเองกับมือ และตามคาดว่าน้องทำได้ดี สุดท้ายแล้วคนที่ได้ตำแหน่งไปคือ ลีแดฮวี ต้องยอมรับความสามารถของเด็กนี่ ทั้งสดใส น่ารักและเก่งรอบด้านผมคิดว่าเขาเหมาะสมนะ ที่น่าตกใจคือตอนเริ่มซ้อมเพลงนายานา เพลงประจำซีซันนี้ ครูฝึกประกาศว่าเด็กเกรดเอฟจะไม่ได้ร่วมด้วย นั่นทำให้ผมเห็นความผิดหวังเสียใจและน้ำตา สรุปคือได้ร่วมนั่นแหละแค่ไม่ได้ขึ้นบนสเตจเหมือนพวกผม อ่าแต่อิจฉานะ ทุกคนดูรักกันดี ทั้งกอดให้กำลังใจกัน เช็ดน้ำตาให้กัน มันดีจริงๆนะภาพแบบนั้น สุดท้ายสายตาผมก็หยุดลงที่รอยยิ้มจนตาเป็นขีดของเด็กฝึกเกรดเอฟคนนึง เจ้าตัวกำลังยิ้มหยอกล้อกับเด็กฝึกอีกคนอย่างน่ารัก แต่ผมรู้สึกว่าแววตาของเขาดูแปลกๆไปจากวันแรกนะ ....ในช่วงการทำกิจกรรมอัดรายการที่ผ่านมาคังแดเนียลก็ได้รู้ว่า แท้จริงแล้วควอนฮยอนบินไม่ได้เป็นคนคีพลุค เท่ห์หรือคูลอย่างที่เห็นแต่อย่างใด กลับกันเขาเป็นเด็กร่าเริงยิ้มเก่ง เป็นมิตร อัธยาศัยดี และเด๋อมากๆจนหลายครั้งที่ผมมองไปที่เขาผมถึงได้เผลอยิ้มตามบ่อย แต่หลังๆมานี้ตั้งแต่ซ้อมเพลงรายการ ....เขาก็เริ่มเปลี่ยนไป



               มิชชั่นแรกที่เราได้ทำคือแข่งแบทเทิลแบบทีม โดยการเลือกคนได้ ซึ่งผู้โชคดีจะต้องถูกคนที่ได้เลือกก่อนจับชื่อขึ้นมาถึงจะมีสิทธิ คนแรกที่มีสิทธิเลือกก็คือเซนเตอร์ ลีแดฮวี ผมคิดว่าเขาฉลาดนะเลือกแต่คนที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองและถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก คงกะว่าต่อให้มีข้อผิดพลาดยังไงก็ได้คะแนนความนิยมและไม่แพ้แน่นอนสินะ คนต่อมาที่ลีแดฮวีจับชื่อได้คือ ฮวัง มินฮยอน ในใจผมคิดว่าเขาคงเลือกเพื่อนจากวงเดียวกันแต่เปล่าเลยผมว่าคนที่น่ากลัวจริงๆคือเขาเนี่ยแหละ ผมว่าเขามองขาดในหลายๆเรื่องนะ อย่างคนแรกที่เลือก เมนโวคอลที่แข็งแกร่งคิมแจฮวาน ผมชอบเสียงเขามากเลยล่ะตั้งแต่รอบวัดผลเลย คนที่สองคือผม รู้สึกดีใจแปลกๆแฮะ อย่างน้อยกลุ่มที่ผมอยู่แค่สามคนแรกก็คิดว่าน่าจับตามองแล้ว คนที่สี่องซองอู ผู้เด่นทุกด้าน มีหน้าตาขึ้นกล้องมีเสน่ห์ เต้นเก่งร้องเพลงได้ คนต่อไปทำให้ผมใจเต้นเมื่อเขาถูกเรียกชื่อออกมาและตอนที่เขาวิ่งมาเข้ากลุ่มท่าทางดีใจเหมือนเด็กน้อยนั่นทำให้ปากของผมต้องกระตุกยิ้มขึ้นโดยอัตโนมัติ น่ารักจังนะ หมดลุคนายแบบเชียวผมก็เซอร์ หน้าใสๆตาตี่ๆที่ไร้การแต่งเติม เหมือนเด็กเลยล่ะติดแค่ตัวสูงไปเท่านั้น ส่วนคนสุดท้ายผมสัมผัสได้ถึงออร่าและรังสีความอบอุ่นใจดีที่แผ่ออกมาจากเขาได้จนผมอุ่นใจ คิมจงฮยอน รู้สึกว่าสายตาของกลุ่มอื่นที่มองมาจะเกรงๆกลุ่มผมนะ แต่คงไม่หรอก ผมยิ้มตลอดเวลาที่ยืนเข้าแถวในกลุ่ม ไม่รู้สิอาจเป็นเพราะได้เข้าใกล้เจ้าเด็กตัวสูงมากขึ้นมั้ง ทีแรกก็แค่สังเกตบ่อยแต่ตอนนี้ยอมรับก็ได้ว่าสนใจ มีบางทีที่ผมหงุดหงิดแต่ก็ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อนจะไม่ให้หงุดหงิดได้ไง ก็เจ้าเด็กตัวสูงน่ะทำตัวแนบชิด คุยหยอกล้อกับฮวังมินฮยอนซะจนคนอื่นเป็นอากาศธาตุเลย ขนาดตอนคุยกันในกลุ่มยังมองแต่มินฮยอน ผมไม่เคยรู้สึกอิจฉาฮวังมินฮยอนสักครั้งแต่ตอนนี้เริ่มแล้วล่ะ ทีมพวกผมได้โจทย์เพลง ซอรี่ ซอรี่ของรุ่นพี่เอสเจ เราจับกลุ่มนั่งชุมนุมกัน เพื่อแบ่งหน้าที่ คนที่ได้เป็นลีดเดอร์ แน่นอนว่ารังสีบางอย่างทำให้ทุกคนมองไปทางเดียวกันก็คือจงฮยอนฮยอง แต่คนถูกเลือกมีแววตากังวลและความรู้สึกหมองหม่นจนผมและคนรอบข้างรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย มันคงหนักหนามากสำหรับคนที่เคยเป็นลีดเดอร์และโทษตัวเองมาตลอดว่าทำให้วงกลายมาเป็นแบบนี้ สุดท้ายพี่เขาก็ยิ้มรับตำแหน่งไว้ น่านับถือจริงๆ และผมก็ยิ้มกว้างจนตาปิดเมื่อเจ้าเด็กตัวสูงตาตี่เสนอความคิดเห็นเรื่องเซนเตอร์ที่ยิ้มเนี่ยไม่ใช่เพราะเด็กนี่เสนอชื่อผมหรือเพราะอยากเป็นนะ แต่เขาเรียกชื่อผมล่ะ ดีใจจัง แดเนียลฮยองเหรอ น่ารักชะมัดเลย





              การฝึกซ้อมไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทั้งโดนด่าว่าโดนตำหนิ คนที่โดนหนักสุดก็เห็นจะเป็นเจ้าเด็กฮยอนบินนั่นหล่ะ และมันก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบ เวลาแค่ไม่นานแต่เด็กนั่นเปลี่ยนไปมากจริงๆ มากจนผมใจหาย เขาเรียนรู้ได้ช้า เต้นเก้ๆกังๆ และชอบหนีไปหลบอยู่คนเดียวเพื่อจำทำนองจำเนื้อเพลง เขามักขอโทษอยู่ตลอดเวลาเมื่อทุกคนโดนตำหนิ เราต่างเหนื่อยกันมากจนผมป่วยในวันหนึ่ง พี่จงฮยอนทำหน้าที่หลีดได้ดีอย่างที่ทุกคนคิด คอยดูแลคอยดุ คอยเตือนเพื่อให้ทุกคนทำมันออกมาร่วมกันอย่างดี สิ่งที่รบกวนใจผมมากที่สุดไม่ใช่อาการป่วยหรอกแต่เป็นความห่วงต่างหาก



                ควอนฮยอนบินชอบหายไปหลังซ้อมเสร็จหรือชอบขออนุญาตไปข้างนอกบ่อยๆ และมักจะกลับมาพร้อมรอยยิ้มจอมปลอม ตาแดงๆ ปากบวมที่คงเกิดจากการกัดเอาไว้เพื่อกดกลั้นอะไรบางอย่างซึ่งก็คงไม่พ้นเสียงสะอื้น แววตาที่เคยสดใสหม่นลงจนใจผมหวิว ถ้าปล่อยให้อยู่คนเดียวมากไปคงไม่ดี และทุกอย่างจะแย่กว่านี้ผมเลยบอกจงฮยอนฮยองว่าให้เลิกใจดีและเข้มงวดกับเจ้าตัวสูงให้มากๆ เหมือนที่ผมพูดตอนที่อัดรายการเพราะผมอยากให้เขาโฟกัสที่ตรงนี้ไม่ใช่คิดอะไรแย่ๆอยู่คนเดียว ผมแค่ห่วงเขาเท่านั้นเอง ตอนเย็นต่างคนต่างแยกย้ายเมื่อซ้อมเสร็จ และก็เป็นแบบเดิมควอนฮยอนบินหายตัวไปอีกแล้ว...



                ผมจัดการอาบน้ำทานอาหารกินยาเสร็จก็นั่งลงบนเตียงชั้นสองของตัวเอง มองคนอื่นๆทำกิจกรรมต่างๆ แต่ที่หยุดสายตามากที่สุดคงเป็นเตียงที่ว่างเปล่าใต้เท้าผม แม้พี่ในวงจะเหนื่อยและมีบ่นบ้างเกี่ยวกับตัวฮยอนบิน แต่ไม่มีใครคิดไม่ดีกับน้องนะที่เอ็นดูมากสุดคงเป็นมินฮยอนฮยองกับลีดเดอร์ของเราเนี่ยแหละ แต่สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเดินออกจากห้องตามหาตัวเจ้าเด็กตาตี่คงเป็นคำบอกเล่าจากลีดเดอร์ที่พูดกับทุกคนให้เข้าใจในตัวของฮยอนบิน...


                'อย่าว่าน้องมันเลยนะ จิตใจน้องมันคงย่ำแย่มาก ฉันไม่ได้ใจดีหรือเข้าข้างหรอก แต่จิตใจคือส่วนสำคัญถ้าใจพังทุกอย่างรอบตัวก็คงไม่ได้รับผลดีใช่ไหมล่ะ เป็นพวกนายจะยังยิ้มแบบไร้ความกังวลและไม่คิดมากอยู่ไหม ถ้าได้ยินคนอื่นพูดว่า เลือกนายมาทำไม จะไหวเหรอ จะรอดไหม ไม่ได้แข่งเดินแบบนะ หมอนั่นเนี่ยนะ เลือกไปได้ยังไง คำสบประมาทพวกนั้นน่ะมันบั่นทอนมากเลยนะยิ่งถ้ามันมาจากคนที่เราคิดว่าเป็นมิตรน่ะ'



                 ไปไหนกันนะ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะได้เห็นจะได้ยินอะไรมาบ้าง จิตใจจะติดลบแค่ไหน ผมไม่รู้เลย เดินหาตามอาคารหอไปเรื่อยๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าที่ที่เจ้าตัวชอบไปหลบคือห้องซ้อมเล็กที่เอาไว้แยกซ้อมร้องเพลง ไม่รอช้าขาก้าวเดินอย่างรวดเร็วเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ประตูห้องซ้อมถูกปิดไว้ พอผลักเข้าไปก็พบแต่ความมืด เมื่อแสงสว่างจากด้านนอกส่องกระทบภายในห้อง สายตาของผมก็มองเห็นเด็กตัวสูงนั่งกอดเข่าซุกหน้าไว้บนหน้าขา ที่หูใส่หูฟังอยู่ มองเผินๆก็เหมือนว่าแค่คนนั่งหลับฟังเพลงแต่ตัวที่สั่นเทานั้นบอกได้ดีว่าไม่ใช่ ผมเดินเข้าไปหาอีกคนด้วยจังหวะเท้าที่เบากว่าปกติ ดันประตูห้องปิดไว้  เอื้อมมือไปเปิดไฟ ที่อีกคนไม่รู้ตัวคงเป็นเพราะมัวแต่หลับตาร้องไห้เป็นแน่ ผมทิ้งตัวลงนั่งแล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่เจ้าเด็กตัวสูงแต่ขี้แยเอาไว้ คนถูกโอบสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองผมด้วยความตกใจ เรียวปากที่บวมช้ำจากการถูกกัด คราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อน ความเจ็บปวดที่สะท้อนผ่านดวงตาที่เคยสดใส ทุกอย่างที่ผมเห็นในตอนนี้ช่างบีบหัวใจผมเหลือเกิน



                 "มาร้องไห้อะไรคนเดียวตรงนี้" พูดกับน้องด้วยความเป็นห่วง เลื่อนมือขึ้นประคองแก้มนุ่มของอีกคนไว้ ค่อยๆเกลี่ยนิ้วเช็ดน้ำตาให้น้องอย่างอ่อนโยน 


                 "ผม ผม . .. แค่เหนื่อย" สายตาล่อกแล่กเหมือนกำลังคิดหาคำตอบที่เหมาะสมกับเสียงสั่นๆที่พูดออกมามันช่างน่าจับตีซะเหลือเกิน โกหกไม่เนียนก็ยังจะทำอีก 


                  "เจ็บมากใช่ไหมกับคำพูดและสายตาดูถูกที่ได้รับมาน่ะ เหนื่อยมากใช่หรือเปล่าที่ต้องพยายามในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดซ้ำยังถูกบั่นทอนจิตใจแทบทุกวัน แล้วทรมานมากไหมที่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียวแบบนี้" สายตาอ่อนแรง ความเจ็บปวด ท้อแท้ ความเหงา ที่ปะปนในดวงตาของน้องคือคำตอบที่ผมรับรู้มันได้ดี ผมว่าผมควรทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ.  .


                  "รู้ตัวไหมว่าพี่แอบมองแต่นาย พี่เห็นการเปลี่ยนแปลงทุกๆอย่างรอยยิ้มที่นายเคยมี ดวงตาที่เคยสดใส ความสุขที่เปล่งประกาย มันหายไปหมดเลย กลับแทนที่ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและสายตาที่หมองหม่นจนใจพี่เจ็บไปหมด ไม่รู้ว่าเราจะรังเกียจไหมกับสิ่งที่พี่ทำ หรือความรู้สึกที่พี่มี แต่ ...." ผมแนบหน้าผากกับหน้าผากของน้อง มองสบกับดวงตากลมใส ให้เขารับรู้ความในใจผ่านทางสายตานี้ ลูบเกลี่ยแก้มอีกคนอย่างนุ่มนวล

                  "ขอให้พี่ได้อยู่ข้างนายได้ไหม ขอเป็นที่พักเวลานายเหนื่อยหรือท้อแท้ ขอเป็นที่ระบายเวลาที่เสียใจ ขอเป็นอ้อมกอดเวลาที่นายต้องการความอบอุ่น ขอเป็นคนคอยซับน้ำตาเวลาที่นายร้องไห้ ได้ไหมฮยอนบินนา ขอให้พี่เป็นได้ไหม ให้พี่ได้แบ่งเอาความทุกข์ความเสียใจที่เราแบกไว้มาบ้างได้ไหมครับ" แววตาไหววูบหน้าที่เห่อแดงของคนตรงหน้ากำลังพาใจผมให้เต้นรัวตาม ถ้าไม่ได้คิดไปเอง หรือเข้าข้างตัวเองมากเกินไปจะเป็นไปได้ไหมที่น้องจะรู้สึกตรงกันกับผม 


                "ผม..." น้องหลับตาหลังจากพูดคำว่าผมไปครู่หนึ่งก่อนจะลืมตามามองผมแบบเดิมและเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนทำให้ผมแทบลืมหายใจ ก่อนที่ผมจะนิ่งค้างเมื่อถูกจู่โจมด้วยสัมผัสแผ่วเบาบนริมฝีปาก "ฝากตัวกับหัวใจด้วยนะครับ" คนกระทำหน้าแดงซ่านและผมก็คงไม่ต่างกันยังไม่ทันได้ตั้งสติ เจ้าเด็กขี้แยเมื่อกี้ก็ลุกพรวดแล้ววิ่งหนีออกไป ทิ้งให้ผมนั่งเอ๋อใจเต้นอยู่คนเดียว พอสติเริ่มกลับคืนริมฝีปากก็ฉีกยิ้มราวกับคนบ้า...เด็กน้อยเอ้ย 


                 ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้หวือหวาหรือประเจิดประเจ้อจนดูน่าเกลียดแต่ก็มักจะถูกคนกวนหน้านิ่งกับพี่ชายปากกรรไกรอย่างคิมแจฮวานและองซองอูจิกกัดอยู่เสมอ

                "เฮ้อ ซ้อมเหนื่อยไม่พอยังต้องมาทนรับมือกับรังสีสีชมพูอีก โอ้ย เบาหวานจะขึ้นตา แจฮวานอ่าพาพี่ไปหาหมอที" นั่นไงยังไม่ทันคิดได้นานก็มาแล้ว

           

                "ผมคิดว่าเราควรไปกันหมดครับ แถมต้องซื้อยามาฉีดมดด้วย ไต่เต็มห้องไปหมดแล้ว" ใครบอกว่าคิมแจฮวานดูนิ่งๆ สุขุม มันแค่ภาพลวงตาเท่านั้นล่ะครับ คิดว่าคนถูกแซวจะก้มหน้าเขินอายสินะ คุณคิดผิดครับ


               "งั้นผมกับแดเนียลฮยองก็คงต้องไปด้วยอ่ะครับ เพราะรู้สึกว่าเบาหวานจะขึ้นเหมือนกัน อ้อ ซองอูฮยองอย่าลืมพาฮยองซอบไปตรวจครรภ์ด้วยนะครับเห็นจ้องกันบ่อยๆผมกลัวน้องท้อง ส่วนแจฮวานฮยอง ก็อย่าลืมไปเช็คร่างกายนะครับว่ามีส่วนสึกหลอรึเปล่าเห็นท่านประธานเซอุนแอบจ้องจนจะพรุนอยู่แล้ว" เป็นไงครับเด็กตาตี่ของผม เล่นมาเล่นกลับไม่โกง เห็นสองคนที่ตั้งต้นแซวหันหน้าหนีพร้อมรอยแดงที่ขึ้นเต็มใบหน้ารวมทั้งคอและใบหูก็อดแอบขำไม่ได้ มองคนที่ตอบกลับยังนั่งยิ้มอยู่จนผมหมั่นเขี้ยวจึงเลื่อนมือไปยีผมอีกคนเบาๆ คนถูกยีก็แอทแทคกลับมาจนคนยีอย่างผมรู้สึกหัวใจจะวาย ใครใช้ให้ยิ้มตาปิดน่ารักขนาดนี้กันนะ

.

.

.

                "ทำได้แล้วนะ คนเก่ง" วางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มลูบไปมาเมื่อเจ้าตัวยังคงร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของผม ดูสิขี้แยขนาดไหนแข่งได้ตั้งอันดับที่ห้า คะแนนก็ได้เยอะกว่าใครในกลุ่ม แต่พอภาพที่ตัดออกไปออนแอร์ในด้านที่น้องงอแงถูกเผยแพร่ออกไป จากคำชมที่ได้กลับกลายเป็นคำครหาด่าทอ หลังจากแข่งมิชชั่นแรกเสร็จวันนี้เป็นอีกวันที่น่าเสียดายและน่าเศร้าไม่แพ้กันเมื่อเป็นวันคัดคนออกให้เหลือหกสิบคน ซึ่งอันดับของคังแดเนียลนั้นสูงกว่าที่คาดไว้ ส่วนเจ้าเด็กขี้แยที่ร้องไห้ไม่หยุดนี่ ได้อันดับยี่สิบสาม ไม่ใช่ว่าที่ร้องไห้นี่ เสียใจที่อันดับตกหรือดีใจที่ได้ไปต่อนะ แต่น้องกำลังใจสลาย...ที่โดนโจมตีว่าไม่มีความพยายามไม่มีความสามารถ และไม่เหมาะสมที่จะได้ไปต่อ ซึ่งตัวน้องก็ไม่ได้โทษใครเอาแต่คิดกังวลว่าการได้อันดับสูงแบบนี้ต้องโดนว่าอีกแน่ๆ ผมนี่แทบอยากพ่นไฟ เทียบกับทักษะความสามารถของคนไม่เคยฝึกจนพัฒนามาถึงขนาดนี้ยังคิดอีกว่าตัวเองไม่คู่ควร ยี่สิบสามมันไม่ได้สูงไปเลยนะ ยิ่งเห็นน้องเจ็บคนที่รักน้องอย่างผมก็เจ็บไปด้วย 


                 "ความจริงคืออะไร เรารู้อยู่แก่ใจดี พี่เชื่อนะว่าสักวันคนพวกนั้นต้องมองเห็นถึงความพยายามและความจริงใจของเรา ฮยอนบินของพี่น่ะ ไม่เหมาะกับน้ำตาเลยรู้ไหม แววตาเศร้าๆนี่ก็ด้วย" ประคองใบหน้าเรียวของน้องไว้ด้วยสองมือค่อยๆไล่จูบซับน้ำตาบนใบหน้าเนียนขาวอย่างอ่อนโยน 

                  


                "มาสู้ไปด้วยกันนะครับคนเก่ง" ดวงตากลมช้อนขึ้นมองหน้าผมก่อนที่เจ้าของมันจะพยักหน้าตอบรับคำพูดของผมแล้วกลับไปซุกอกของผมเหมือนเดิม มีแฟนขี้แยขี้อ้อนนี่มันก็ดีนะครับ ไม่ดีอย่างเดียวตรงที่ต้องเห็นเขาเจ็บปวดนี่แหละ


                  "ขอบคุณนะครับ ผมขอโทษที่ขี้แย ขอโทษที่งี่เง่า อ่อนแอตลอดเลย พี่เหนื่อยรึเปล่า เหนื่อยกับผมไหม" คำพูดด้วยเสียงทุ้มปนสะอื้น..ประโยคที่ผมได้ยินน้องพูดอยู่บ่อยๆตอนที่งอแง 


                  "พี่ไม่เคยเหนื่อยเลยครับที่คอยเป็นอ้อมกอด คอยเป็นที่พักพิงให้กับเรา ถึงแม้การที่ต้องเห็นน้ำตากับความเจ็บปวดของเราจะทำให้ใจของพี่เจ็บปวดไปด้วย แต่พี่ก็ถือว่ามันเป็นสิ่งดีๆ เพราะมันเป็นความเจ็บปวดที่ได้แบ่งเบามาจากคนที่พี่รัก ทำให้คนรักของพี่ไม่ต้องทนเจ็บปวดอยู่คนเดียว ขอบคุณเหมือนกันนะครับที่ยอมให้พี่เป็นคนที่ได้ดูแลเรา" แรงกระชับอ้อมกอดและตัวที่สั่นเทาของคนน้องทำให้ผมเลือกที่จะซุกหน้าลงกับผมของเจ้าตัวและกอดน้องไว้อยู่อย่างนั้น สำหรับฮยอนบินแล้ว...ผมไม่เคยเหนื่อยที่ได้อยู่เคียงข้างเลยสักครั้ง



 .

.

.

               คราวที่แล้วน้องโดนโจมตี ส่วนคราวนี้มันวนมาที่คิวผม อ่า การโดนโจมตีนี่มันก็ทำให้เสียใจและเครียดนะแต่ดูจากที่ผมโดนแล้ว มันยังเทียบไม่ได้ถึงเสี้ยวที่คนรักของผมโดนเลย ทั้งๆที่คิดว่าน้องต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ แต่ต่อนนี้พอได้ลองมาสัมผัสดูบ้าง นี่แค่เพียงไม่เท่าไหร่ มันก็ยังทำลายหัวใจและความรู้สึกได้มากขนาดนี้ แล้วสำหรับเด็กคนหนึ่งที่แสนร่าเริง แต่เปราะบางโดนมันถาโถมเข้าไปเพิ่มมากขึ้นในทุกๆวันคงจะเจ็บจนแหลกละเอียด ทุกครั้งที่กอดปลอบน้องผมรู้สึกเจ็บมากก็จริง แต่พอได้มารู้สึกแบบนี้ มันก็ยิ่งเจ็บมากกว่าเดิมเป็นพันเท่า 


              ที่ผ่านมาผมได้แบ่งเบาความเจ็บปวดของน้องมาได้ถึงครึ่งอย่างที่ตัวเองคิดจริงๆเหรอ มันถึงครึ่งที่น้องได้รับได้รู้สึกแล้วจริงๆอย่างนั้นใช่รึเปล่า.....


               กลายเป็นผมที่ทำหน้านิ่งบ่อยขึ้นแม้จะยิ้มให้กล้อง ยิ้มให้เด็กฝึกคนอื่นๆ ยิ้มหลอกคนทั้งโลกได้ แต่คนใกล้ตัวที่รู้จักกันดีอย่างคนรักของผม...ผมหลอกเขาไม่ได้เลย...


            


            “ถ้ารอบนี้ผมไม่ได้ไปต่อ ฮยองต้องสู้ๆนะ สู้เผื่อทุกคนด้วย ผมเชื่อว่าฮยองทำได้” อยู่ดีๆคนที่นั่งพิงไหล่ของผมก็พูดขึ้นมาในตอนที่มีแค่เราสองคนซึ่งแอบมาหลบพักอยู่ในห้องซ้อมเล็กที่ไม่มีใครใช้ มิชชั่นครั้งนี้ให้เลือกตามความถนัดและแน่นอนว่าผมกับน้องได้อยู่กันคนล่ะทีม ผมแปลกใจมากตอนที่เห็นน้องเลือกสายร้อง และทุกคนก็เช่นกัน แอบขำแจฮวานที่ถึงกับลมจะจับ แต่แอบหงุดหงิดที่เจ้าตัวดีออกอาการร่าเริงและยิ้มร่าอย่างดีใจให้กับมินฮยอนฮยองจนออกนอกหน้า คือคนมันหวงอ่ะครับ แต่ตอนนี้คงต้องเคลียร์กับคำพูดน้องก่อน....



            “ทำไมล่ะ เราต้องชนะไปด้วยกันสิ” ผมน่ะอยากชนะ อยากเดินไปพร้อมกับคนรักของผมนะ 


            “ถึงผมจะไม่ได้เดบิวท์ แต่แค่เห็นคนที่ผมรักประสบความสำเร็จผมก็ดีใจแล้ว” คนน้องผละออกจากไหล่แล้วหันหน้ามายิ้มติดตลกให้กับผมก่อนจะพูดต่อ


            “แล้วอีกอย่าง...แค่ออกจากรายการไม่ได้ออกจากการเป็นคนเคียงข้างสักหน่อยนี่ครับ ตัวเราอาจจะต้องห่างกันแต่แค่ผมยังได้มองเห็นฮยองอยู่ ผมก็มีความสุขมากๆแล้วล่ะครับ ประโยคน่ารักๆกับรอยยิ้มทะเล้นนี้ไม่ได้อยากทำให้ผมยิ้มตามเลย เพราะแววตาแสนรวดร้าวของน้องมันไม่เคยปิดได้แม้สักครั้งเดียว อย่างที่บอกผมไม่เคยหลอกน้องได้ว่ารู้สึกยังไง เช่นเดียวกันกับที่น้องไม่เคยหลอกผมได้


            "ยิ้มทั้งๆที่ข้างในไม่ยิ้มนี่เข้าข่ายหลอกลวงนะเรา" หยิกแก้มน้องเบาๆ เพื่อให้คำพูดของผมไม่พาอึมครึมมากเกินไป

              

            "ก็เหมือนกับที่พี่ทำไง เมื่อก่อนผมอาจจะไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าผมมองความรู้สึกพี่ออก แต่พอมันเป็นจริงตอนนี้ผมก็คิดว่าผมรู้ดีว่าพี่รู้สึกยังไงบ้าง รอยยิ้มของคังแดเนียลน่ะ มีออร่าและความสุขมากกว่านี้ ที่เห็นช่วงนี้อ่ะรอยยิ้มจอมปลอมชัดๆเลย" สายตามองค้อนกับจมูกที่ย่นใส่ผม ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน และมันทำให้ผมเปิดรอยยิ้มจากหัวใจออกมา 


           "พี่อ่ะโคตรขี้โกงเลย บอกให้ผมแชร์ทุกอย่างให้กับพี่ แต่พอเป็นเรื่องของพี่พี่กลับเก็บมันเอาไว้คนเดียว ขี้โกงชะมัด"คำตัดพ้อกับแววตาที่เริ่มเปลี่ยนไปกระตุกใจของผมให้เปลี่ยนไปตามจากยิ้มทะเล้นเป็นใบหน้าเศร้าหมอง ตาที่วาวใสเริ่มมีหยดน้ำเอ่อคลอ สองแขนของน้องโอบเข้าที่เอวของผมไว้


            "ถึงผมจะขี้แย่ ดูอ่อนแอ แต่ผมก็อยากเป็นอ้อมกอดอยากเป็นที่พึ่งพิงให้พี่เหมือนที่พี่เป็นมันให้กับผม" 

             วันนั้นพี่บอกผมว่าอย่าแอบร้องไห้ อย่าคิดมาก อย่าเก็บมันเอาไว้คนเดียว วันนี้ผมก็อยากบอกพี่อย่างนั้นนะครับ” 

            “แล้วก็จะถามเหมือนที่พี่เคยถาม...

            “ความทุกข์ใจและน้ำตาของพี่แบ่งมันมาให้ผมบ้างได้ไหมครับ” คำพูดกับความรู้สึกที่สื่อผ่านออกมาจากหัวใจ พร้อมกับน้ำตาของน้องที่รินไหล ส่งผลให้ใบหน้าของผมมีน้ำตาเปรอะเปื้อนไม่ต่างกัน คนที่ดูเปราะบาง ขี้แย ขี้กังวลและขี้กลัว กลับเลือกที่จะยืนหยัด โอบกอดผมเอาไว้ ในวันที่ผมทุกข์แม้ตัวเองจะบาดเจ็บแค่ไหน น้องอาจจะไม่เคยพูด ไม่ค่อยได้บอกความรู้สึกที่น้องมี และผมอาจจะไม่เคยเร่งรัดให้น้องบอกว่ารัก จนบางครั้งทำให้ผมคิดว่าน้องอาจจะแค่รู้สึกผูกพันธ์ อุ่นใจและไว้ใจผม รักผมเหมือนพี่ชาย ไม่ได้รักอย่างที่ผมรัก แต่วันนี้ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว และมั่นใจว่าน้องก็รักผม รักอย่างที่ผมรู้สึก....



             "พี่ไม่ได้ทุกข์เพราะโดนต่อว่าหรือโดนโจมตี แต่ที่พี่ทุกข์ก็เพราะพี่ไม่รู้เลยว่า ที่ผ่านมาพี่ได้แบ่งความเจ็บปวดที่เราแบกไว้มาได้ถึงเสี้ยวรึยัง เมื่อเจอกับตัวทั้งๆที่เทียบกับที่เราโดนแล้วมันน้อยนิดด้วยซ้ำพี่ยังเสียความรู้สึกและเจ็บปวดมาก แล้วเราล่ะ จะต้องเจ็บปวดมากขนาดไหน พี่รู้สึกไม่ยุติธรรมและรู้สึกแย่มากๆ ในขณะที่โดนด่าแฟนคลับพี่กลับเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างก็เพิ่มขึ้นทั้ง คะแนนโหวต ความสนใจ คำชม กลับกัน คนที่พี่รักจากที่ถูกต่อว่า นานวันก็ยิ่งโดนโจมตีมากขึ้นมีคนเกลียดมากขึ้น ลำดับยิ่งตกลง มันทำให้พี่เจ็บปวดและเสียใจ จะให้พี่ยิ้มอย่างมีความสุขพี่ทำไม่ได้ถึงได้มีแต่ยิ้มที่เสแสร้งเพราะข้างในของพี่มันไม่ได้มีรอยยิ้มเลย ทุกอย่างดูแย่ไปหมด มันไม่ดีเลย ไม่ดีเลยจริงๆ พี่ถึงไม่กล้าบอกเรากลัวว่าเราจะโทษตัวเอง กลัวว่าเราจะเสียใจ จนไม่ทันคิดว่าการไม่ยอมพูด ไม่ทำอย่างที่ควรทำ มันจะทำให้คนที่พี่รักคิดมากและร้องไห้  ขอโทษนะครับ" กระซิบบอกคำขอโทษที่ข้างหู โอบกระชับตัวของน้องให้มานั่งเกยอยู่บนตัก กอดน้องเอาไว้ด้วยความรักและความอบอุ่นที่มี ในตอนนี้ไม่ได้มีแค่ฮยอนบินเด็กขี้แยที่ร้องไห้ แต่ยังมีผมที่จะร้องไห้ไปกับน้อง...ทั้งในวันนี้และวันต่อๆไป



               "ที่ผ่านมาเพราะมีพี่ผมถึงยังยืนหยัดอยู่ได้ ที่ผ่านมาเพราะมีพี่ผมถึงร้องไห้เสียใจได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าจะล้มลง เพราะมีพี่ผมถึงไม่เคยเสียความสุขไปหมดจากหัวใจ เพราะมีพี่ผมถึงได้เรียนรู้ถึงคำว่าคนเคียงข้าง เพราะมีพี่ผมถึงมีความรัก...ผมน่ะ รักพี่นะครับ ห้ามคิดติดลบแบบนั้นอีกนะ ไม่งั้นจะไม่รักแล้ว" เสียงสูดน้ำมูกกับคำพูดอู้อี้จากคนขี้แยแม้จะฟังยากไปบ้าง แต่ทุกๆคำยังคงก้องอยู่ในหัวใจของผม โดยเฉพาะคำว่ารัก...


               "รักนะครับ ควอนฮยอนบิน เด็กขี้แยของพี่"


                "รักเหมือนกันพี่หัวสีชมพู" ความรัก คนรัก ไม่ใช่แค่คำพูด หรือสถานะแต่มันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีมันให้ซึ่งกันและกัน ความรู้สึก การอยู่เคียงข้างทั้งในเวลาที่ยิ้ม หัวเราะ และร้องไห้ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ผมไม่หวังว่าเราจะรักกันตลอดไป ไม่ได้หวังว่าจะรักกันมากขึ้น ขอแค่สม่ำเสมอและเหมือนเดิม แค่ยังจับมือและอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ในทุกวินาทีที่หัวใจยังคงเต้น....ผมหวังอยู่เพียงแค่นั้น

         

.

.

.

เราอาจจะไม่ใช่คู่ที่เหมาะสมในสายตาของใคร

แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าต้องแคร์คนอื่นแล้วทำร้ายหัวใจตัวเอง


คังแดเนียลก็แค่รักควอนฮยอนบินจากความรู้สึกและหัวใจ 

เพราะฮยอนบินคือความสุข เป็นรอยยิ้มและความสบายใจของเขา

เพราะมีฮยอนบิน...ชีวิตของคังแดเนียลถึงมีสีสันและสวยงามมากว่าที่เคยเป็นมา

แค่เพราะมีฮยอนบินแค่นั้นจริงๆ



________________________________________________________________________________



ปล. จากไรท์ในช่วงนี้ใครพึ่งเปิดเทอมขอให้สนุกกับการเรียนและมีการบ้านน้อยๆ ใครที่กำลังสอบไฟนอลแบบไรท์ก็ขอให้ผ่าน ขอให้ได้คะแนนดีๆ ด้วยรัก



ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตก แดดออก ร้อนบ้าง เย็นบ้าง รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ <3



ใครที่เคยถามว่าฟิคของไรท์เด๋อเคะใช่ไหม

ไรท์ตอบจากใจว่าใช่ค่ะ คือไรท์ไม่ว่านะถ้าไม่ชอบแล้วกดออกเพระารู้ว่าอาจไม่อินและคิดภาพไม่ออก

แต่ได้โปรดอย่าเม้นท์อะไรที่ทำร้ายจินตนาการและจิตใจเรื่องคู่ชิฟหรือโพสิชั่นเลย TOT ใจบาง

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามา ขอบคุณคอมเม้นท์ที่น่ารัก ทุกๆคอมเม้นท์คือกำลังใจของไรท์ ขอบคุณนะคะ

สุดท้ายนี้ขอบรรยายว่า ถึงเจ้าเด็กฮยอนบินจะสูงและดูหล่อแค่ไหน แต่จิตใจและสิ่งที่ได้เห็นได้รู้จักน้อง

คือมีแต่คำว่าน่ารักน่าเอ็นดู สำหรับไรท์แล้วน้องน่ารักมากๆ แค่สูงกว่าคนอื่นและเสียงทุ้มเท่านั้น

น้องน่ารังแก(?)และน่าปกป้อง

ช่วยรัก เอ็นดูและซัพพอร์ตเจ้าเด๋อ กับพี่ๆคนอื่นด้วยนะคะ <3















 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #1496 KK9538 (@KK9538) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 23:57
    อย่าให้ฮยอนบินขยับน้าาาา เจ้าเด็กเด้อจะแทนร่างทันที น่ารักกกก
    #1496
    0
  2. #1490 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 21:42
    ชอบบบบบบบบบ น้องเปราะบางจริงๆ น่ารังแกที่สุด
    #1490
    0
  3. #1311 Mint Sch (@siri-ch36) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 10:41
    เพิ่งมาเจอฟิค เราว่าตี๋เด๋อจริงๆ นุ่มนิ่มน่าฟัดจริงๆ 55555
    #1311
    0
  4. #851 wineblanc (@wineblanc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 14:11
    ตี๋มีหลายลุคนะคะ เราว่า เทืห์ก็ได้แบดก็ได้ แต่ความน่ารักเด่อๆนี่ต้องยอมเลยจริงๆ


    #851
    0
  5. #736 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 00:05
    แงงงง พี่แดเนียลคนดี ขอบคุณค่ะ
    #736
    0
  6. #656 jeremy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 18:14
    น่ารักก
    #656
    0
  7. #502 ฮะฮับ 'ㅈ' (@hana-287) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 23:49
    น่ารักมากก พี่แดนก็อบอุ่น คิดถึงน้องตี๋ฮือ เด็กน้อยของพี่ๆ /สู้ๆนะฮับไรท์ ฮึบ
    #502
    0
  8. #137 sunvays (@sunvay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 12:19
    ฮือเขินน้องตอนบอกฝากตัวและหัวใจด้วยนะครับ คือแบบบบบนึกรอยยิ้มพี่หมีออกเลยคงยิ้มจนตาหาย55555 น่ารักอยู่ข้างกันละกันโง้ยยฟินนนนน ไรเตอร์หนุกมากเลย
    #137
    0
  9. #133 'ทดลองเป็นโนรา (@noramb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 01:41
    คุณแดนน่ารักจัง รักน้องมากเลย ฮือ อบอุ่นเว่อ ชอบตรงร้องไห้ด้วยกันมากๆ
    #133
    0
  10. #90 Smile_Preme (@Smile_Preme) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 17:24
    อ่านแล้วก็คิดถึงน้องอีก คิดถึงตลอดเลย เป็นห่วง ฮือออ น้องเด๋อๆน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด อยากลูบหัวอยากกอดอยากจุ๊บ หาฟิคฮยอนบินเคะไม่ค่อยได้อ่ะค่ะ ขอบคุณที่แต่งนะคะ รวมๆก็โอเค้ลย ติดตามนะคะ ไฟท์ติ้ง
    #90
    0
  11. วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 16:31
    กรี๊ดดดดดดดละมุนมากค่ะฮืออออหมวยน้อยขี้แยของพี่หัวชมพู~~~~
    #89
    0
  12. #88 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 12:25
    เจ้าตี๋นี่ดูยังไงก็เคะน้อยดีๆนี่แหละ คนอะไรเด๋อด๋าน่าเอ็นดูตลอด5555
    #88
    0
  13. #87 callme Best (@Minissak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 05:50
    ละมุนละไม
    #87
    0
  14. #85 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 23:06
    อยากกอดตี๋เลย มีพี่เเดนเเล้วไม่เศร้านะToT
    #85
    0
  15. #79 callme Best (@Minissak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 10:20
    อยากฟัดฮยอนบิน
    #79
    0
  16. วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 05:41
    งื้ออทำไมฮยอนบินน่าฟัดขนาดนี้~~~ อยู่ช่วยหมวยกันต่อไปนะ^_^
    #78
    0
  17. #73 TYBBJWmyB (@TYBBJWmyB) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 06:41
    รอเยยย
    #73
    0
  18. #53 JEDCRECK13 (@JEDCRECK13) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 15:41
    เหมือนเขาเป็นกำลังใจให้กันและกันเลย ฮือ ซึ้ง อยู่ข้างๆกันตอนท้อ T___T

    เราก็คิดแบบไรท์ค่ะ 55555555555
    ไรท์อย่าคิดมากน้าาา เราดีใจมากที่มีคนแต่งในโพสิชั่นที่เราชอบ อิ__อิ
    บุคลิกน้องจะดูคูลๆแบดๆก็เถอะ แต่นิสัยเด๋อๆ หน้าตามันดูหมวยนะสำหรับเรา ฟีลเตอร์ตาเรามองว่าน้องเคะได้อ่ะ
    #53
    0
  19. #44 jemsin (@jemsin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 03:06
    เราก็รู้สึกว่ายัยเด๋อตะมุตะมิเกินกว่าจะเมะค่ะ /เชคแฮนด์ เราจะอยู่เคียงข้างกันไปนะคะ!
    #44
    0
  20. #43 zeerun (@zee_run) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:08
    คิดเหมือนกันเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #43
    0
  21. วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 17:50
    อมก.มันชั่งสวยงามฮืออออในที่สุดก็มีคนแต่งรักไรท์ที่สุดเลยค่ะฮือออรอค่ะเราจะตบหรืออะไรไรท์ทั้งสิ้นค่ะเพราะรีทรักไรท์มากค่ะแงงงงงง
    #42
    0
  22. #41 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 09:50
    ในสายตาเราฮยอนบินถ้ายืนเฉยๆนี่ดูคูลแอบแบดนิดๆด้วย แต่พอขยับเท่านั้นแหละ โอ้ยยย เด็กเด๋อเอ้ยย ตะมุตะมิสุด แล้วตอนประกาศผลล่าสุดคือสงสาร ดูซึมๆไปเลย
    #41
    0
  23. #40 aunshi (@aunshi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 09:43
    รอเลยค่ะรอออ
    #40
    0
  24. #39 callme Best (@Minissak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 09:14
    เย้ๆ รออ่านค่ะ ค้างหนักมาก
    #39
    0
  25. #38 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 08:52
    เราก็คิดแบบไรท์เลย ฮยอนบินน่ารัก น่าเอ็นดูมาก รอต่อนะคะ
    #38
    0