The New Eden สงครามเทวทูตแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 63 : ตอนที่ 15 มาตรการโต้ตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 เม.ย. 62

     "ท่านเซลซิลี กองทัพปีศาจเคลื่อนลงมาปะทะจากทิศเหนือ"
     
     นักรบสวรรค์รายงานแก่นักรบหญิงสาวผู้สวมผ้าคลุมสีแดงอันโดดเด่น 
     เธอตวัดหอกไปข้างตัวเพื่อสะบัดคราบเลือดสีดำทิ้ง 

   "ข้ายังไม่สามารถพะวงตรงนั้นได้ เชื่อใจรูฟัสแล้วจัดการที่นี่ให้เรียบร้อยโดยพลัน"
   
     "อ้า!" 

   ก้อนคอนกรีตขนาดใหญ่ถูกโยนออกมาจากรูโหว่ของอาคารที่พังทลาย มันพุ่งตรงไปยังเซลซิลี 
     เธอไม่ยอมหลบมัน ก่อนที่จะปล่อยหมัดตรงชกเข้าที่ก้อนคอนกรีตแตกกระจายเป็นก้อนเล็กๆ

ครึกๆๆ 
   โครงสร้างของอาคารแตกร้าวและเริ่มเอนเอียงลงต่ำ ตึง!!
      อาคารและพื้นทรุดตัวลงข้างหนึ่งจมลงในน้ำที่ท่วมสูง ตูม!! 
     นักรบทั้งสองฝ่ายบางส่วนตกลงไปในน้ำใต้อาคาร ทว่าพวกเขาก็เข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่ลดละ 

     หน่วยเฉพาะกิจ หน่วยซีล รีคอนและเจ้าหน้าที่ SA เข้ามาหลบในพื้นที่ที่แคบลงเพื่อรับมือกับศัตรูเพียงทางเดียว แต่นักรบปีศาจที่เหลือก็วุ่นอยู่กับนักรบสวรรค์โดยที่ไม่สนใจพวกเขาแม้แต่น้อย

   "พลซุ่มยิงอยู่อีกอาคารหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ในตึกนั้น" ซีลชี้ไปนอกหน้าต่าง
     "หวังว่าหัวหน้าทีม Bravo จะอยู่กับเขาด้วยนะ"

ตึง!!

     ร่างนักรบสวรรค์ที่เต็มไปด้วยเลือดกระเด็นเข้ามาที่ทางเดินจนทุกคนหันปืนไปยังทิศทางดังกล่าว นักรบสวรรค์คนนั้นยังไม่ตาย เขาบาดเจ็บสาหัส ลูกทีมอัลฟ่าจึงช่วยกันลากร่างของเขาเข้ามาหลบภายใน

     "ถอดเกราะของเขาออก" 

เคร้ง!
     แผ่นเกราะเหล็กอันหนักอึ้งถูกทิ้งลงกับพื้น

     "เกราะหนาขนาดนี้มันยังแทงทะลุเลยแฮะ"
     "เฮือก!!" นักรบสวรรค์สะดุ้งตัวขึ้นคว้าร่างของหน่วยซีลคนหนึ่งไปได้ "แค่กๆ "

     ทหารทุกคนเล็งปืนไปที่เขาและพร้อมที่จะยิง

     "อย่าหวาดกลัว จิตที่มุ่งมั่นจะสังหารมันได้" 

     สิ้นคำพูดดังกล่าวนักรบสวรรค์จึงปล่อยหน่วยซีลที่เขาคว้าตัวได้ วงแหวนแสงสีเหลืองทองบนศีรษะของเขาเลือนหายไป ร่างนั้นนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงใดๆ อีก

     "กระสุนเราเหลือไม่เยอะแล้ว"
     "ยังไม่เจอตัวเป้าหมายด้วย"
     "หัวหน้า เอาไงต่อ"

     หัวหน้าทีมอัลฟ่าครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดพักหนึ่งก่อนที่จะได้ข้อสรุป

     "อย่างน้อยต้องชี้เป้าหมายให้ได้"



     นักรบปีศาจสาวในชุดเกราะสีดำ ก้าวเดินออกจากเงามืด เธอควงดาบสั้นเล่นอย่างสนุกสนาน

     "เซลซิลี ในที่สุดก็ได้เจอเจ้า" เธอกล่าวอย่างตื่นเต้น
     "อย่าพูดมาก เข้ามา!" เซลซิลีชี้หอกไปที่เธอ

     นักรบปีศาจสาวหายตัวไปและปรากฏกายขึ้นที่ด้านหน้าของเซลซิลีในระยะกระชั้นชิด
     เซลซิลีทึ่งในความเร็วนั้นอย่างมาก เธอประมาทคู่ต่อสู้มากเกินไป นักรบปีศาจสาวคว้าลำคอของเซลซิลีไว้อย่างรวดเร็ว

     "อึก!"

     "ข้าคาดหวังกับเจ้าไว้มากกว่านี้นะ"

ตึง!!
     นักรบปีศาจสาวจับร่างเซลซิลีทุ่มลงกับพื้นอย่างแรง จนพื้นยุบลงไป เซลซิลีคว้าข้อมือของนักรบปีศาจไว้ได้

     "ข้าไม่ได้ใช้แต่กำลังเข้าต่อสู้เท่านั้น" 

     เซลซิลีเรียกพลังเปลวเพลิงออกมา ผมของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานและมีเปลวไฟลุกไหม้ที่ปลายผม 

กร๊อบ!
     ข้อมือของนักรบปีศาจสาวถูกบิดหัก แต่เธอก็ไม่ได้แสดงความเจ็บปวดใดๆ ออกมา

     นักรบปีศาจสาวแทงดาบเข้ามาที่เซลซิลี ทว่าเซลซิลีกลับพลิกตัวหลบพร้อมกับเหวี่ยงร่างของนักรบปีศาจตามไปด้วย และเมื่อตั้งตัวได้เธอจัดการหักข้อศอกและหัวไหล่ตามลำดับ

     "อ้า!"

     เซลซิลีรับดาบที่นักรบปีศาจสาวแทงสวนกลับมาได้และเข้าล็อกคอจากด้านหลังของนักรบปีศาจสาว

     "อึก!"
     "เจ้าจะไม่ผิดหวังเมื่อเผชิญหน้ากับข้า"

     นักรบปีศาจสาวพยายามฝืนและดิ้นรน เธอจึงออกแรงแทงดาบสั้นสวนไปด้านหลังอีก แต่เซลซิลีรู้การกระทำของเธอ เซลซิลีจึงจับมือของเธอและแทงเข้าที่คอของนักรบปีศาจเองจนเลือดสีดำไหลทะลักออกมา

     "โฮก! แค่กๆ"

     เลือดสีดำไหลท่วมออกมาจากปากของเธอ เซลซิลียิ่งเพิ่มแรงรัดคอมากขึ้นอีก จนในวินาทีสุดท้ายก่อนที่นักรบปีศาจจะขาดใจ

พรึบ!

     ปีกค้างคาวขนาดใหญ่สยายออกผลักร่างเซลซิลีออกไปไกล นักรบปีศาจสาวดึงดาบออกจากคอของเธอทันที ฉัวะ!

     "เฮือก! เซล..ซิลี"

พรึบ!
     นักรบปีศาจสาวสะบัดปีกพุ่งตัวเข้าปะทะกับเซลซิลี ใช้ดาบจ้วงแทงอย่างรวดเร็ว 
     
     หอกของเซลซิลีพุ่งแทงนักรบปีศาจจากด้านหลัง จนเธอชะงัก เซลซิลีเหวี่ยงขาอันเรียวยาวที่หุ้มด้วยเกราะเหล็กขึ้นสูงและตอกส้นลงกลางศีรษะของนักรบปีศาจสาวจนหน้าทิ่มลงที่พื้น ตึง!!

     อาาคารครึ่งหลังที่ทรุดตัวลงในตอนแรก พังครืนลงไปในท้องน้ำเนื่องจากแรงอัดกระแทกจากลูกเตะของเซลซิลี
     ทว่านักรบปีศาจสาวยังไม่สิ้นฤทธิ์ลงง่ายๆ เธอสะบัดปีกไปรอบตัวและบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า 
     โรไมน์ที่เห็นการเคลื่อนไหวนั้น เธอจึงหันคันธนูเล็งไปทันที ลูกศรเรืองแสงพุ่งตรงออกไปในระดับที่สูงกว่าเป้าหมาย แต่แล้วลูกศรกลับโดนเป้าหมายอย่างแม่นยำ
     นักรบปีศาจเสียหลักลอยเคว้งในอากาศ เซลซิลีสะบัดปีกขนนกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเข้าปะทะกับนักรบปีศาจ 
     เปลวไฟถูกปล่อยไปแผดเผานักรบปีศาจอย่างไม่ลดละ นักรบปีศาจสาวใช้พลังหายตัวเพื่อหลบหลีกการโจมตีไปมาโดยไม่สามารถโต้กลับได้ การต่อสู้กลางเวหาจึงยังคงดำเนินต่อไป

     ภายในอาคารโรงแรมอีกครึ่งหนึ่งจึงเหลือนักรบปีศาจเพียงสองตนเท่านั้น แต่นักรบสวรรค์กลับเหลือเพียงหนึ่งตน เธอเหวี่ยงค้อนขึ้นบ่าเตรียมพร้อมต่อสู้ในรอบต่อไป
     นักรบปีศาจสองตนที่เหลือไม่ลดการป้องกันลง เพราะนักรบสวรรค์ที่ใช้ค้อนศึกเป็นอาวุธ 
เอมม่า การโจมตีของเธอทรงพลังอย่างมาก

     ตนหนึ่งมีเกราะหนาเตอะและโล่อันใหญ่โตขนาดเล็กกว่าร่างกายของมันเล็กน้อย อีกตนนั้นใช้ดาบยาว หากทั้งสองผสานการโจมตีเข้ามา เอมม่าจะต้องรับศึกหนัก
     นักรบปีศาจที่ถือโล่วิ่งเข้าปะทะโดยไม่รีรอ เอมม่าง้างค้อนของเธอไปด้านหลังรอจังหวะที่เหมาะสม ทว่านักรบปีศาจอีกตนแทงดาบพุ่งตรงมาที่ด้านข้าง เธอจึงต้องหลบออกไปทำให้เสียจังหวะโจมตี
     เมื่อเธอตั้งหลักได้ โล่ขนาดใหญ่ก็เข้ามาอยู่ตรงหน้าเธอเสียแล้ว และมันก็กระแทกเข้าเต็มหน้าของเธอเต็มแรง ทำให้ร่างของเธอลอยกระเด็นทะลุกำแพงออกไปนอกอาคารโดยที่ค้อนหลุดออกจากมือตั้งแต่ถูกกระแทกแล้ว
     แต่แล้วในตอนนั้นเองที่นักรบปีศาจทั้งสองไม่ทันระวัง นาวิกโยธินสองคนเล็งปืนไร้แรงสะท้อนสองกระบอกไปที่นักรบปีศาจที่ถือโล่ คนแรกยิงออกไปก่อนตามด้วยคนต่อไปติดๆ กัน 
     กระสุนพุ่งปะทะเข้าที่เกราะด้านหลังของมันจนเกิดประกายไฟขึ้น ชิ้นส่วนของเกราะแตกกระจาย ก่อนที่มันจะได้ตั้งตัว กระสุนลูกที่สองก็พุ่งเข้าซ้ำที่จุดเดิมทะลุเข้าไปในร่างของมันก่อนที่จะระเบิดออกมาตามช่องว่างของเกราะ
     นักรบปีศาจอีกตนตวัดดาบไปตามทิศทางของที่มาของกระสุน อากาศที่คมและบางเฉียบเคลื่อนแหวกอากาศไปที่นาวิกฯทั้งสอง ร่างกายของพวกเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงสด ก่อนที่อวัยวะที่ถูกฟันด้วยอากาศจะแยกออกจากกัน
     โรไมน์ยิงธนูลงมาจากหลังคาอีกครึ่งหนึ่งของโรงแรง ทว่านักรบปีศาจหลบเข้าใต้ชายคาได้ทัน เหล่าหน่วยเฉพาะกิจจึงเริ่มเปิดฉากสาดกระสุนอีกครั้ง 
     เครื่องยิงลูกระเบิดของหน่วยซีลถูกบรรจุกระสุนแล้วยิงออกไปอย่างต่อเนื่อง กระสุนมาจากหลายทิศทางจนทำให้นักรบปีศาจสับสน เมื่อมันจะโจมตีลูกระเบิดก็กระทบใกล้ร่างของมัน ปล่อยแรงอัดมารบกวน 
     เมื่อนักรบปีศาจทนไม่ไหวจึงตวัดดาบยาวฟันไปมาในอากาศอย่างรวดเร็ว โครงสร้างของอาคารถูกฟันด้วยอากาศเสียหาย หลังคาถล่มทับลงตำแหน่งที่หน่วยเฉพาะกิจ อัลฟ่าและบราโว่ใช้กำบัง อาคารอีกครึ่งหลังเริ่มไม่เหลือเค้าโครงเดิม 
     โรไมน์กระโดดลงมาที่กองหินเศษซากอาคารที่โผล่พ้นน้ำ ที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของอาคารโรงแรมอีกครึ่งหนึ่ง ทันทีที่เท้าของเธอแตะมัน เธอก็ต้องกระโดดหลบคลื่นอากาศที่ถูกฟันมาที่ตำแหน่งของเธอ

     ในจังหวะนั้นฝุ่นควันพวยพุ่งออกมาจากลำกล้องสีดำยาวที่หน้าต่างบานหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม วัตถุบางอย่างกระทบเข้าที่นักรบปีศาจจนมันชะงักและหันไปสนใจที่ตำแหน่งนั้น 
     โรไมน์ได้โอกาสจึงยิงลูกธนูสองดอกซ้อนเข้าใส่ในทันที ดอกแรกนักรบปีศาจหันกลับมาใช้ดาบปัดทิ้ง ทว่าดอกที่สองที่ยิงซ้อนมานั้นมันคาดไม่ถึงจึงต้องเบี่ยงตัวหลบ

     "เสร็จข้า" 

     นักรบปีศาจเบี่ยงตัวหลบไปอยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับระยะโจมตีของเอมม่า เธอคว้าค้อนศึกที่ตั้งโดดเด่นไม่ไหวติงแล้วเหวี่ยงมันพร้อมกับหมุนตัวเอง ฟาดร่างของนักรบปีศาจปลิวกระเด็นทะลุกำแพงอาคารไปอีกหลายช่วงตึก
     
     ภายในอาคารเงียบสงบลง ร่างของนักรบสวรรค์ที่ต้องสละชีวิตเริ่มกลายเป็นละอองแสงสีขาวลอยขึ้นจากร่างของพวกเขา นักรบปีศาจเองก็กลายเป็นขี้เถ้าที่ปลิวไปตามสายลม
     เอมม่ามวางค้อนลงข้างตัว เธอทรุดตัวนั่งชันเข่าลง เสียงหายใจของเธอแรงและเร็วราวกับว่ากำลังเหนื่อย

     "เอมม่า เจ้าเป็นอะไรหรือ" โรไมน์บินเข้ามาใกล้
     "ข้าใช้พลังไปมหาศาล ไม่ได้ออกแรงเช่นนี้มานานแล้ว" เอมม่าส่งสายตาว่าสบายดีผ่านกะบังหน้าหมวกเกราะ "ข้าขอพักสักครู่ เจ้าไปเก็บกวาดพวกที่เหลือเถิด"
     "ขอพระเจ้าคุ้มครอง" โรไมน์อวยพร
     "เช่นกัน"

     โรไมน์ปลีกตัวออกไปนอกอาคาร ก่อนที่จะบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สายตาเธอเหลือบเห็นพลซุ่มยิงของทีมอัลฟ่าที่อาคารฝั่งตรงข้าม เขายืนมองเธอนิ่งๆ และใช้ฝ่ามือแตะที่หางคิ้วด้านขวาเป็นการทำความเคารพแบบมนุษย์ที่เป็นนักรบ

     ไม่นานปีกขนนกของเธอก็ได้สะบัดส่งตัวโรไมน์ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
     เอมม่าที่พักเหนื่อยเพียงครู่หนึ่ง เธอยันตัวขึ้นและเหลือบมองเหล่าทหารที่ต่อสู้ร่วมกัน พวกเขาหลายคนบาดเจ็บ กำลังใจของพวกเขาแทบจะไม่หลงเหลือ ทว่าความรู้สึกที่อยากจะยอมแพ้ก็ไม่มีเช่นกัน ความรู้สึกหนึ่งที่เธอรับรู้ได้ พวกเขาต่อสู้ราวกับเครื่องจักรในบางชั่วขณะ 

...มนุษย์ที่ถูกฝึกให้ทำการรบตามหน้าที่

     "พวกเจ้า...ภารกิจคืออะไร" เอมม่าส่งเสียงถาม เหล่าทหารได้ยินเธอแต่ยังไม่มีใครตอบ เพราะความสับสนและไม่ทันตั้งตัว "ไม่ได้ยินหรือ"
     "พวกเรามาเพื่อยืนยันต้นเหตุของการรุกรานนี่" หัวหน้าทีมอัลฟ่าตอบ "แต่ตอนนี้ต้องตามหาและกำจัดทิ้ง"
     "ด้วยจำนวนและอาวุธที่มีในตอนนี้หรือ"

     ชายสองคนก้าวเข้ามาภายในอาคาร

     "ถ้าจำเป็นก็ต้องทำแบบนั้น" หัวหน้าทีมบราโว่แทรกตอบ
     "โอกาสรอดแทบจะเป็นไปไม่ได้...แต่เอาเถิด"

     เอมม่าเหวี่ยงค้อนศึกขึ้นบ่า "ข้าจะนำทางให้ เรามีภารกิจเดียวกัน"

     "คนที่บาดเจ็บรออยู่ที่นี่ อีกห้าคนพร้อมอาวุธดูแลผู้ที่บาดเจ็บ ที่เหลือตามเธอไป" หัวหน้าทีมบราโว่ออกความเห็นเชิงบังคับ
     "รับทราบ ตามนั้น" หัวหน้าหน่วยซีลตอบรับ
     "เอากระสุนของผมไป ผมไม่ต้องใช้ครับ" ลูกทีมบราโว่ที่มีผ้าพันแผลพันรอบใบหน้ายื่นซองกระสุนปืนให้
     "ขอบใจมาก ไว้จะเลี้ยงเบียร์คืนให้" หน่วยซีลรับไว้

     หน่วยเฉพาะกิจเคลื่อนที่ตามเอมม่าที่บินต่ำช้าๆ ไปโดยมีหน่วยซีลและเจ้าหน้าที่ SA สองคนตามมาติดๆ 
     เหนือศีรษะของพวกเขาขึ้นไปบนท้องฟ้า เซลซิลีกำลังต่อสู้กับนักรบปีศาจหญิงสาวอย่างดุเดือด เธอไม่ใช่นักรบปีศาจทั่วไป เธอแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับเซลซิลีที่เปลี่ยนร่างได้อย่างสูสี
ดาบสั้นผสานกับการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วของนักรบปีศาจทำให้เซลซิลียากที่จะรับมือ

     "ขอพลังของพระองค์ที่มิอาจมีผู้ทัดเทียม มิคาเอล" เซลซิลีร่ายมนต์

     "ข้าจักเหยียบย่ำทุกความดีงามเพื่อท่านบาเรอัล มอบพลังให้ข้า" นักรบปีศาจหญิงสาวร่ายคาถาเช่นกัน

     เปลวเพลิงลุกท่วมหอกของเซลซิลีส่งพลังเวทอันมหาศาลออกไปโดยรอบ นักรบปีศาจสาวได้รับเปลวไฟสีม่วง มันปรากฏขึ้นบนอุ้งมือของเธอ ก่อนที่เธอจะกำมันแน่นจนเปลวเพลิงดับหายไป
เซลซิลีเงื้อมือเตรียมที่จะซัดหอกใส่นักรบปีศาจ ส่วนอีกฝั่งเองก็เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าหาเซลซิลี

     "Holy!"  

     เสียงเล็กๆ ของหญิงสาวดังขึ้น ร่างของเธอปรากฏกายขึ้นข้างเซลซิลี เธอโบกคฑาเหนือศีรษะ ลำแสงสีขาวยิงเข้าใส่นักรบปีศาจจากปลายคฑา ละอองเปลวเพลิงสีม่วงหลุดลอยออกจาร่างของนักรบปีศาจสาว

     "เคลวินี..."
     "ท่านพี่เซลซิลี ลงมือเลยค่ะ"

     เซลซิลีซัดหอกออกไปสุดแรง หอกที่ลุกด้วยเปลวเพลิงสีส้มแดง

     "อึก! ทำไมกัน" นักรบปีศาจแสดงสีหน้าตื่นตระหนก  "อ๊า!"

     หอกพุ่งเสียบร่างนักรบสาว เปลวเพลิงเผาผลาญร่างของเธอจนสูญสลายเป็นเถ้าถ่านปลิวหายไปในอากาศ 
     เปลวไฟที่กำลังลุกไหมเส้นผม ดวงตาและปลายเท้าของเซลซิลีมอดดับลง ผมของเธอเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มตามเดิม ดวงตาสีแดงเพลิงกลับมาฉายแววอีกครั้ง

     "เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งนะคะ" เคลวินีกล่าว
     "ใช่ ข้าเห็นด้วย" เซลซิลีสับัดผ้าคลุมสีแดงให้เข้าที่ "แต่...ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ายังคงอยู่"

     เคลวินีประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เป็นครั้งแรกที่เซลซิลีกล่าวว่าศัตรูแข็งแกร่งกว่าตนเอง

     "มีอะไรหรือ" เซลซิลีถาม
     "เปล่าค่ะ"
     "เจ้าไปสนับสนุนรูฟัสเถิด ข้าจะไปสมทบกับโรไมน์เพื่อไปหาฟาเรนไฮต์"
     "ค่ะ ข้าจะรีบไปสนับสนุนท่านทันทีพร้อมกับท่านรูฟัส"

     เคลวินีลอยไปในอากาศโดยไม่ใช้ปีกของเธอ เธอเหาะสวนกับเครื่องบินไร้คนขับของกองทัพที่พึ่งเข้ามาในพื้นที่ทดแทนลำที่ตกไป กล้องสามารถบันทึกภาพนางฟ้าทั้งสองไว้ได้ก่อนที่จะบินผ่านไป
     เซลซิลีจ้องมองเข้าไปในเลนส์กล้องนั้นราวกับมองเห็นว่าใครที่กำลังจับตามองพวกเธออยู่ในขณะนี้
     เธอมองไล่หลังตามโดรนลำดังกล่าวไป มันบินไปยังทิศทางที่มีพลังงานอันมหาศาลอยู่ เซลซิลีจึงบินตามไปอย่างรวดเร็ว
     เมื่อมาถึงที่หมายโดรนบินฉีกออกด้านข้างแล้วบินวนรอบพื้นที่ เซลซิลีบินตามมาและร่อนตัวลงที่ใจกลางพื้นที่เป้าหมาย 

     ฝุ่นฟุ้งกระจายเป็นวงกว้างเมื่อเซลซิลีถึงพื้น ไม่นานมันก็ค่อยๆ ตกลงสู่พื้น เผยให้เห็นร่องรอยความเสียหายอย่างหนักของขบวนลำเลียง ที่ด้านข้างของยานพาหนะมีอักษร 'SA'

     "เจ้ามาทันเวลาพอดี" นักรบหญิงในชุดเกราะแมลงกล่าว

     เธอกำลังใช้มือเพียงข้างเดียวบีบคอชายคนหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะของเธอ เขาพยายามสลัดให้หลุดจากเธอ ทว่าก็ไม่สำเร็จ

     "ข้ากำลังจะฆ่าเจ้านี่เลย เจ้ามาเป็นรายต่อไปพอดี"
        "ปล่อยเขาซะ เกลซี!" เซลซิลีกล่าวเสียงแข็ง

     ทันทีที่เซลซิลีกล่าวจบ ลูกศรแหวกอากาศพุ่งผ่านขข้ามบ่าของเธอไปยังเกลซี 
เกลซีขยับร่างชายคนนั้นมารับลูกธนูไว้แทนเธอ ฉัวะ!!

     "อ้า!" 
     "ไผ่!! ไม่นะ" เสียงหญิงสาวจากภายในอาคารตะโกนก้องออกมา
       "คุณเอล...อย่าออกมา" ชายอีกคนหนึ่งที่นอนจมกองเลือดใกล้ๆ เกลซีพยายามส่งเสียงห้ามหญิงสาวภายในอาคาร

     เกลซีโยนร่างของไผ่ที่มีลูกธนูแทงทะลุท้องไปทางต้นเสียง และพุ่งตัวไปยังทางเดียวกันอย่างรวดเร็ว
     เซลซิลีตามไปขวางไว้ไม่ทัน เกลซีก็ได้ถึงตัวเอลเรียบร้อยแล้ว
     ดวงตาของเอลสั่นเครือและเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา และตอนนี้เธอเริ่มหวาดกลัว มือที่จับปืนอยู่นั้นแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
     เพียงชั่วพริบตา คมดาบสีเงินปรากฏขึ้นที่ปลายหางตาและแทงไปที่กลางหน้าอกของเกลซีทะลุออกไปข้างหลัง เลือดสีดำกระเซ็นไปตามทิศทางดาบ
     เกลซีประหลาดใจเล็กน้อย ทว่ากลับไม่แสดงอาการบาดเจ็บใดๆ

     "ตายยาก ตายเย็นจริง" เกลซีดึงข้อมือฟาเรนไฮต์เข้าใกล้และถีบเอลกระเด็นไปไกล

     ฟาเรนไฮต์ไม่สามารถฝืนแรงได้จึงถูกดึงเข้าไป ขาแมลงทั้งสี่ของเกลซีเล็งมาที่เธออย่างเห็นได้ชัด
     ในจังหวะนั้นเอง ร่างที่เกือบจะโปร่งใส ก้าวเข้ามาขวางระหว่างเกลซีและฟาเรนไฮต์ เขาเดินเข้ามาอย่างสงบ ทว่ารอบข้างกลับดูเชื่องช้ากว่ามากราวกับหยุดการเคลื่อนไหวไป แม้กระทั่งการไหลของอากาศก็แทบจะหยุดนิ่ง
     เซลซิลีวิ่งเข้ามาอย่างเชื่องช้า ฟาเรนไฮต์เองก็หยุดนิ่ง มีเพียงเกลซีกับชายร่างเกือบโปร่งใสเท่านั้นที่เคลื่อนไหวเป็นปรกติ

     "อ่า ในที่สุดก็ยอมเผยตัวสักทีนะ" เกลซีกล่าวอย่างคุ้นเคย

     อีกฝ่ายนิ่งเงียบ

     "พวกเรากำลังสานต่อสิ่งที่เจ้าเริ่มไว้ ตอนนี้หลบไปก่อน"

     อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างช้าๆ 

     "เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เอคโค่ หลบไป"

     อีกฝ่ายเงียบเฉย ทว่าเกลซีกลับรับรู้บางอย่างได้ทันที

     "ไม่มีเอคโค่อีกต่อไปแล้ว" เขากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

     เพียงเสี้ยววินาทีที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปรกติ ร่างของชายเกือบโปร่งใสหายไปพร้อมกับที่ขาแมลงทั้งสี่แทงทะลุร่างของฟาเรนไฮต์ไป
     เกราะถูกแทงทะลุและของเหลวสีแดงเริ่มไหลซึมออกมา

     "ฟาเรนไฮต์!" เซลซิลีพุ่งปะทะเกลซีจนร่างของเกลซีกระเด็นออกไป

     ขาแมลงทั้งสี่หักคาร่างของฟาเรนไฮต์ก่อนที่มันจะเริ่มสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

     "อึก" ฟาเรนไฮต์ทรุดตัวลงกับพื้น
       "ฟาเรนไฮต์" โรไมน์บินเข้ามาดูอาการของเธออย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง
       "อา ข้าไม่เป็นอะไร" ฟาเรนไฮต์กล่าว

     เซลซิลีสับสนกับคำพูดของฟาเรนไฮต์ ทว่าเมื่อมองดูที่แผล เซลซิลีจึงลองใช้นิ้วแตะที่บาดแผล

     "หึ...หึๆๆ..." เซลซิลีถูนิ้วไปมาและยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
       "เกิดอะไรขึ้น ท่านพี่"
       "บาดแผลของฟาเรนไฮต์หายสนิทเลย" เซลซิลียันตัวขึ้นพร้อมกับควงหอกและตวัดไปข้างตัว

     โรไมน์เองก็สับสนจึงตรวจรอยแผลด้วยตนเอง แต่ผลที่ได้ก็เป็นเช่นเดียวกับเซลซิลี

     "เป็นไปได้อย่างไรกัน...พระเจ้าช่วย"

     "ย้าก!" 

ตูม!!
     เอมม่าพุ่งชนกำแพงอาคารพังออกมาพร้อมกับหน่วยทหารอีกจำนวนหนึ่ง พวกเขาเข้าคลุมพื้นที่และช่วยเหลือคนที่ยังมีชีวิตรอดซึ่งมีเพียงแค่สามคนเท่านั้น บาดเจ็บสาหัสสองคน และบาดเจ็บเล็กน้อยหนึ่งคน

     "พาคนบาดเจ็บไปที่ปลอดภัย ที่เหลือเตรียมระเบิดควันสีสัญญาณ"
       "ฮูย่า!"

     หน่วยซีลสามคนโยนระเบิดควันออกไป พวกมันตกลงใกล้กับตำแหน่งของเกลซีและปล่อยควันสีแดงออกมา

     "พวกเขามองไม่เห็น มีตึกบัง" 
     "แต่โดรนจะเห็น" ซีลคนหนึ่งชี้ขึ้นบนฟ้า

     เกลซียืนนิ่งไม่หวั่นไหว เธอไม่เข้าใจว่าพวกเขาต้องการจะทำอะไร หากต้องการจะอำพรางสายตาพวกเขาจะต้องใช้มันมากกว่านี้

     แท่นปืนใหญ่ที่แนวสันเขื่อนปรับมุมยิงตามที่ได้รับพิกัดมา กระสุนถูกบรรจุโดยอัตโนมัติ เพียงชั่วอึดใจ แรงระเบิดจากปลายกระบอกปืนก็ส่งลูกกระสุนออกไปอย่างพร้อมเพรียงกันพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่น พวกมันปรับมุมยิงต่ำลงและยิงออกไปอีกครั้ง 

     เพียงไม่นาน เกลซีก็ต้องประหลาดใจ 
     
       ไม่มีทางที่จะระบุตำแหน่งของข้าได้...เว้นแต่

     เกลซีมองกลุ่มควันรอบตัวก่อนที่จะแหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้า แต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว 
     กระสุนปืนใหญ่ยิงมาเป็นวิถีโค้ง ตกลงพื้นที่ที่ใกล้กับเกลซีอย่างแม่นยำ 
     เกราะป้องกันของเธอถูกแรงระเบิดอัดจนเกิดรอยร้าว และบางส่วนปริแตก

     "อึก...น่ารำคาญจริง"

     ไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัว กระสุนปืนใหญ่อีกระลอกหนึ่งตกลงมาบริเวณที่เธอยืนอยู่อีกครั้ง
อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายพังเป็นแถบ จนบริเวณนั้นแทบจะเปิดโล่งทั้งหมด ถนนบางส่วนทรุดลงจมหายไปกับสายน้ำ
     ร่างของเกลซีรอยลิ่วตกลงกระแทกกับพื้นที่หน้าแนวยิงของหน่วยซีล

     "07...EXO Suit ใช้การได้ไหม..."
     "ยังคงใช้การได้" 
     "ดีครับ...แค่กๆๆ" ธาราที่นอนกองกับพื้นฝืนตัวเองออกคำสั่งสุดท้าย "เริ่มปฏิบัติการได้..."
     "รับทราบ ขอให้ปลอดภัย"

     เซลซิลี โรไมน์ ฟาเรนไฮต์ และเอมม่า บินข้ามเหนือศีรษะหน่วยซีลและหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาด้านหน้า

     "พวกเจ้าถอยกลับไปคุ้มกันผู้ที่บาดเจ็บเถิด ภารกิจของพวกเจ้าบรรลุเป้าหมายแล้ว" โรไมน์หันมองข้ามไหล่มาที่เหล่าทหาร

     ทหารทุกคนลังเลต่อคำชี้แนะนั้น กระสุนของพวกเขาไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับศัตรูตรงหน้าแล้วนั้น คือความจริง 

     "ทำตามที่นางบอกเสียเถิด ข้ารับรองว่าเป้าหมายของพวกเจ้าจะสิ้นสภาพต่อสู้โดยพลัน" เอมม่ากล่าวเสริม

     เกลซีลุกขึ้นยืนอีกครั้ง หมวกเกราะของเธอเสียหายไปครึ่งหนึ่ง เธอจึงถอดมันออก ผมสีน้ำตาลอ่อนสยายออกรับสายลม ปีกแมลงของเธอหลุดร่วงออกและสลายไป ชุดเกราะที่คล้ายกับเปลือกของแมลงกลับกลายเป็นเกราะโลหะสีดำ ปีกขนนกสีดำสยายออก ความยาวของมันพอที่จะโอบรอบรถยนต์ได้ทั้งคัน วงแหวนสีแหลืองส่องสว่างเหนือศีรษะของเธอ บ่งบอกที่มาของเธออย่างชัดเจน
     เหล่าทหารที่เห็นดังนั้น จึงตัดสินใจล่าถอยออกมา ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นการน้อมรับว่าพวกเขาไม่สามารถต่อกรกับเธอได้อย่างแน่นอน
พลซุ่มยิงของหน่วยอัลฟ่ายังคงลังเล ทว่าสายตาของโรไมน์ดูอ่อนโยนเมื่อมองมาที่เขา ชายหนุ่มนักรบจึงยอมถอยออกไปตามหน่วยของเขา

     "ข้า เกลซี ผู้มีแสงสว่างดุจแมลง ผู้รับใช้ท่านบาเรอัล แห่งชั้นปกครอง"
       "พวกข้า ในนามของอิทธิเทพ นักรบแห่งสรวงสวรรค์ ทิศตะวันออก ขอบัญชาให้เจ้ากลับไปยังที่ที่จองจำเสียบัดนี้"

     เหล่านักรบสวรรค์กล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

     "Veni !!"

     เซลซิลีเสกเปลวไฟขึ้นที่ปลายหอก และยิงไฟนั้นเข้าใส่เกลซี เกลซีใช้หอกปัดทิ้งอย่างง่ายดาย ฟาเรนไฮต์จึงยิงลิ่มน้ำแข็งจำนวนมากใเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง เกลซีใช้ปีกข้างหนึ่งป้องกัน 
     เมื่อฟาเรนไฮต์หยุดยิง ทันทีที่เกลซียกปีกออก เอมม่าก็เข้าถึงระยะประชิดฟาดฆ้อนใส่เกลซีอย่างแรง ทว่าเธอใช้เท้ายันชะลอความเร็วและใช้แรงนั้นกระโดดออกไปด้านหลัง ทิ้งระยะห่างมากขึ้น
     โรไมน์จึงยิงลูกธนูสกัดกั้นเอาไว้ เกลซีใช้ปีกป้องกันอีกครั้ง ครั้งนี้เธอหมุนรอบตัวหนึ่งรอบและเปิดปีกพร้อมกับใช้หอกยิงลำแสงสีเหลืองหม่นออกมา
     ลำแสงนั้นโดนเอมม่าเข้าไปอย่างจัง เธอถูกซัดกระเด็นลอยไปไกล ทว่าในจังหวะนั้นรูฟัสได้บินเข้าไปรับตัวเธอไว้อย่างรวดเร็ว แต่แรงของลำแสงนั้นรุนแรงมากเสียจนทำให้รูฟัสเสียหลักกระเด็นลอยตามเอมม่าไปด้วย

เปรี้ยง!!

     สายฟ้ายิงเข้าใส่เกลซี จนเธอทรุดเข่าลงกับพื้น มันเป็นการโจมตีที่รวดเร็วจนเธอมองแทบไม่ทัน
     ต้นทางของพลังเวทนั้นมาจากผู้ที่กำลังลอยต่ำลงมายืนเคียงข้างพี่ๆ ของเธอ แม้ว่าตัวของเธอจะเล็กกว่าและไม่สวมชุดเกราะ แต่พลังเวทของเธอนั้นแข็งแกร่งมากกว่าใคร

     "ในฐานะที่ข้าผ่านเหมันตฤดูมามากกว่า ขอชื่นชม ไม่เห็นมาอย่างเนิ่นนานที่นักรบสวรรค์จะร่วมกันต่อสู้เช่นนี้"

     เกลซีลุกขึ้นแล้วปักหอกลงกับพื้น

     "นักรบอย่างเราเย่อหยิ่ง ทะนงตน ทำให้มองข้ามแม้แต่ตัวตนจริงๆ"

     หอกของเกลซีมีลำแสงพุ่งขึ้นไปต่อจากปลายหอกยาวคล้ายดาบยาวที่มีขนาดใหญ่

     "เคลวินี สนับสนุนเราจากแนวหลัง" เซลซิลีบัญชาการ
     "ค่ะ" เคลวินีลอยตัวกลับไปแนวหลัง

     ฟาเรนไฮต์ดึงด้ามดาบให้ยาวขึ้นจนกลายเป็นทวนที่สามารถฟันและแทงได้ เซลซิลีเรียกพลังเวทไฟมาที่ร่างของเธอ ทำให้เปลวไฟลุกไหม้ที่ดวงตา เส้นผม และพื้นรองเท้า 
โรไมน์ง้างสายธนูพร้อมกับลูกธนูโปร่งแสงห้าดอกรวดเดียว เมื่อเธอปล่อยมือ ลูกธนูพุ่งเข้าหาเกลซีอย่างรวดเร็ว
     เกลซียกหอกที่กลายเป็นด้ามดาบขึ้นและฟันไปยังลูกธนูเหล่านั้น ทว่าอาคารบ้านเรือนแถบนั้นก็ถูกอากาศที่คมกริบตัดขาดไปด้วยราวกับกระดาษ การฟันครั้งที่สองลำแสงที่เป็นใบดาบถึงตัวของเซลซิลี 
     เคลวินีร่ายเวทป้องกันให้เซลซิลีก่อนที่เซลซิลีจะใช้หอกรับการโจมตีของเกลซี ฟาเรนไฮต์อาศัยจังหวะนี้บินโฉบเข้าโจมตีเกลซี 
     เกลซีดึงลำแสงกลับเข้ามาในหอกและหันกลับมารับการโจมตีจากฟาเรนไฮต์ พื้นที่การต่อสู้เริ่มถูกเยือกแข็ง อุณหภูมิโดยรอบเริ่มต่ำลง แผ่นน้ำแข็งบางๆ ลอยเหนือผิวน้ำให้เห็น ฟาเรนไฮต์ทุ่มพลังกายและใจทั้งหมดโจมตีไปที่เกลซีอย่างหนัก
     ฟาเรนไฮต์แทงทวนเข้าไปเต็มแรง เกลซีใช้หอกรับไว้ได้ ฟาเรนไฮต์จึงดันด้ามทวนให้กดสั้นลงกลายเป็นดาบ เธอดึงดาบกลับและก้มตัวฟันต่ำ ทว่าเกลซียกขาหลบและเตะเสยคางนางฟ้าผมสีเงินจนเลือดกระเซ็นออกจากริมฝีปาก
     เซลซิลีเข้ามาตัดจังหวะการต่อสู้และรับช่วงต่อ แต่ไม่นานเซลซิลีเสียท่า ฟาเรนไฮต์ก็เข้าแทนที่

     เกลซีถูกผลักดันอย่างหนัก เธอจึงใช้ปีกสะบัดนักรบสวรรค์ทั้งสองออกไปแล้วกระโดดขึ้นสูง เธอกระพือปีกบินขึ้นเหนือแนวซากอาคาร หอกของเธอปล่อยลำแสงสีเหลืองหม่นออกมาเป็นดาบอีกครั้ง
     โรไมน์ยิงธนูใส่เธออย่างต่อเนื่อง แต่ปีกของเกลซีก็ป้องกันให้ทุกครั้ง
     เกลซีใช้ดาบฟันทำลายทุกสิ่งที่อยู่เบื้องล่างอย่างไร้ปราณี แม้ดาบจะฟันไม่ถึงแต่แรงลมที่คมกริบนั้นมีอานุภาพไม่ต่างจากดาบของเธอแม้แต่น้อย
     นักรบสวรรค์ทั้งสี่ทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าและทำการต่อสู้ต่อในห้วงอากาศ มีเพียงเคลวินีเท่านั้นที่ไม่ต้องใช้ปีกก็สามารถลอยตัวได้
     ฟาเรนไฮต์และเซลซิลีเข้าต่อสู้ในระยะประชิด ทว่าพลังของเกลซีที่มากกว่าทำให้ทั้งสองแทบไม่สามารถทำอะไรได้ เคลวินีจึงต้องใช้เวลาร่ายคาถาที่จะช่วยโจมตีเกลซีได้อย่างหนักหน่วง
     เมื่ออยู่บนท้องนภา การโจมตีของโรไมน์ทำได้สะดวกขึ้น เธอยิงได้จากหลายทิศทางสกัดการเคลื่อนไหวของเกลซี

     "ทำได้เท่านี้หรือ" เกลซีท้าทาย

     ดาบที่ยาวกว่าตัวเกลซีสองช่วงฟาดฟันไปมาในอากาศเร็วขึ้น ความรุนแรงของมันเพิ่มตามไปด้วย อากาศที่ถูกฟันกลายเป็นใบมีดลมพุ่งแหวกอากาศไปเรื่อยๆ จนกว่าพลังของมันจะหมดและสลายไปเป็นอากาศทั่วไป
     จากผู้โจมตีกลายเป็นผู้ตั้งรับ นักรบสวรรค์ทั้งสี่เริ่มต้องบินหลบหลีกแทน การรับการโจมตีที่หนักหน่วงนั้นอาจจะทำให้พวกเธอบาดเจ็บได้
     แนวอาคารด้านล่างถูกทำลายไปเรื่อยๆ ตามพื้นที่การต่อสู้ โครงสร้างของเมืองไม่หลงเหลือเค้าเดิมแม้แต่น้อย 
     ฟาเรนไฮต์แสดงอารมณ์หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เธอบินฉีกเข้าหาเกลซีหลายครั้ง จนเซลซิลีต้องออกปากเตือน

     "ฟาเรนไฮต์ อย่ารีบร้อนเกินไป"
     "ท่านพี่ ความเสียหายจะไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่"

     เมื่อพูดจบฟาเรนไฮต์ก็บินเข้าหาเกลซีในทันที เธอซัดลิ่มน้ำแข็งจำนวนมากนำไปก่อน มันแตกละเอียดก่อนถึงตัวเกลซี เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นเกลซีตวัดดาบใส่ฟาเรนไฮต์เพียงคนเดียว ทว่าเธอกลับบินหลบได้ทั้งหมดโดยไม่ลดความเร็วลง
     เกลซีไม่สามารถหลบได้ทันจึงเตรียมที่จะรับดาบนั้นโดยไม่ขัดขืน

     "ฟาเรนไฮต์ อย่า!!" เซลซิลีกล่าวเตือน

     โรไมน์ และเคลวินียิงพลังเวทและลูกธนูเข้าใส่เกลซี แต่การโจมตีทั้งหมดติดเกราะกำบังรอบกายของเธอ 
     ฟาเรนไฮต์ทะลุเกราะกำบังเข้ามาได้ และอีกเพียงนิดเดียวปลายดาบก็จะแทงทะลุร่างของเกลซีแล้ว 
     ทว่า ดาบนั้นกลับถูกหยุดไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเกลซี เธอจับใบดาบของฟาเรนไฮต์ไว้แน่น เลือดสีดำไหลลงไปตามเกราะท่อนแขน

     "ไม่จริง" ฟาเรนไฮต์ประหลาดใจอย่างมาก

     ปีกสีดำขนาดใหญ่ทั้งสองข้างโอบล้อมรอบตัวฟาเรนไฮต์และเกลซีจนมิด เซลซิลีก็ไม่อาจใช้หอกแทงผ่านปีกเข้ามาได้

     "ข้าคิดว่า...จะเสียอาวุธอันทรงพลังให้แก่พวกเจ้าไปเสียแล้ว" เกลซีกล่าวอย่างราบเรียบไม่มีเจตนาใดแอบแฝง "แม้ว่าข้าจะต้องตายจากโลกนี้ ทว่านายของข้าก็ยังคงมีผู้ที่ทำหน้าที่แทนได้และดีกว่า"

     "ไม่มีทาง" ฟาเรนไฮต์พยายามดึงดาบคืนแต่ไม่สำเร็จ จนเธอเผลอปลดปล่อยพลังออกมา

     อากาศภายในหนาวเย็นอย่างฉับพลัน น้ำแข็งเริ่มเกราะตามชุดเกราะ

     "เจ้าไม่มีทางทำแบบนั้นได้" ฟาเรนไฮต์กระแทกด้ามดาบอย่างแรงให้ดาบแทงเข้าไปลึกขึ้น

     ปลายดาบแทงเข้าที่เกราะของเกลซี ทว่าก็ยังไม่ถึงตัวเพราะเธอยังจับใบดาบไว้

     "เจ้าพลาดแล้ว ความผิดบาปที่เกิดจากความทะนงตน"

     เกลซีกางปีกออกกระแทกเซลซิลีกระเด็นออกไปและเบี่ยงตัวหลบคมดาบของฟาเรนไฮต์ ก่อนจะฟาดเธอด้วยหอกอย่างแรง จนร่างของฟาเรนไฮต์พุ่งตกลงไปยังซากปรักหักพัง
     เซลซิลีซัดหอกที่ลุกไปด้วยไฟใส่เกลซี หอกนั้นเต็มไปด้วยพลังเวทและคำอวยพร เกลซีรู้ดี แต่เธอก็ไม่ต้องการจะหลบหนีอีกต่อไป เธอบินเข้าหาปะทะกับหอกของเซลซิลีจนระเบิดกลางอากาศ
นักรบสวรรค์ทั้งสามที่เหลือต่างประหลาดใจกับการกระทำนั้น แต่ก็รอผลลัพธ์เช่นเดียวกัน
     ปีกสีดำเคลื่อนที่เข้าหาเซลซิลีภายในชั่วพริบตา และจัดการแทงหอกของเซลซิลีเองเข้าที่หน้าท้องของเธอ มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่เซลซิลีก็รับมือไม่ทัน
เปลวไฟบนร่างของเธอค่อยๆ มอดดับลง สติเริ่มเลือนลาง ก่อนที่เกลซีจะปล่อยให้ตกลงไปยังเบื้องล่าง

     "เกลซี! เจ้า..."

     ไม่ทันที่โรไมน์จะง้างสายธนู เกลซีก็บินเข้ามาถึงตัวอย่างรวดเร็ว

     "ท่านพี่" เคลวินีร่ายมนต์ป้องกันให้โรไมน์

     เกลซีคว้าลำคอของโรไมน์และดึงเข้ามใกล้ เคลวินีรีบส่งพลังเวทให้แก่โรไมน์มากขึ้นเพื่อไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บมากนัก ทว่าเกลซีกลับยิงลำแสงสีเหลืองมาทีเคลวินีแทน
     นางฟ้าร่างเล็กไม่ทันได้ตั้งตัว จึงรับลำแสงนั้นเข้าไปเต็มๆ ร่างของเธอกระเด็นลอยไปไกลก่อนตกลงสู่เมืองเบื้องล่าง

     "เคลวินี!!"
     "เหลือเพียงเจ้า..."

     ในจังหวะนั้นเอง เกลซีและโรไมน์หันไปมองบางสิ่งอย่างพร้อมเพรียงกัน เครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่บินตรงมาทางพวกเธอเพียงลำเดียวโดยไม่มีการคุ้มกันใดๆ
     มันบินเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ประตูท้ายเครื่องค่อยๆ เลื่อนเปิดออก
     เมื่อมันบินผ่านเหนือศีรษะของนางฟ้าทั้งสอง บางอย่างก็ได้ร่วงหล่นออกมาจากท้ายเครื่องบิน 
     ชุดเกราะขนาดใหญ่ติดอาวุธปืนหลายลำกล้องมินิกัน จำนวนห้าชุด มันทิ้งตัวลงมาเตรียมเข้าปะทะกับเกลซีอย่างเห็นได้ชัด และอีกหนึ่งคนที่ตัวเล็กกว่าชุดเกราะรบเหล่านั้นมาก ทิ้งดิ่งตัวลงมาอย่างรวดเร็ว 
     หญิงสาวสวมชุดหนังสีดำตัดด้วยลวดลายสีเขียวเรืองแสงมีฮูดคลุมศีรษะ ทว่าเส้นผมสีบลอนด์ทองเมื่อต้องกับแสงอาทิตย์ก็ทำให้มันดูสวยงามไปพร้อมกัน

     "EXO Suits เตรียมเข้าปะทะ" 
       "รับทราบ ต่อสู้ระยะประชิด ภาคพื้นดิน"

     ชุดเกราะขนาดใหญ่ที่มีคนบังคับอยู่ภายในนั้นปล่อยร่มออกจากช่องเก็บ มันกางออกเป็นทรงโดมเพื่อชะลอความเร็วการตกถึงพื้น 
     หญิงสาวในชุดหนังสีดำพุ่งตัวนำหน้าเหล่าชุดเกราะนั้นลงไปก่อน 
     เกลซีเหวี่ยงตัวโรไมน์ทิ้งไปทางอื่น คู่ต่อสู้ใหม่ที่สมน้ำสมเนื้อกับเธอมาถึงแล้ว

     "วาเลนไทน์" เกลซีกล่าวเสียงแผ่ว

     วาเลนไทน์ชักปืนสองกระบอกเล็งไปที่เกลซีและลั่นไกกระหน่ำยิงอย่างหนัก กระสุนที่เต็มไปด้วยพลังเวทของวาเลนไทน์
     ปีกนกขนาดใหญ่สีดำโอบรอบตัวเกลซีเองเพื่อป้องกันการโจมตี ห่ากระสุนที่ตกลงมาดั่งฝนตกกระทบปีกนั้นอย่างแรงจนทำให้เธอต้องออกแรงต้าน ทว่ากลับไม่ทำให้อาคารเบื้องล่างเสียหายมากนัก

     "ตรึงนางไว้" หุ่นชุดเกราะ EXO Suit หมายเลข 07 สั่ง

     ตะขอเหล็กจากเครื่องยิงพุ่งทะยานออกไปเกาะเกี่ยวตามตัวและปีกของเกลซี เมื่อชุด EXO ลงถึงพื้น ตะขอเหล็กได้ดึงร่างเกลซีลงมาด้วย 

     "ตะขอนี่มัน คำอวยพร" ตะขอเหล็กและเส้นเหล็กที่เชื่อมกับเครื่องยิงตะขอของชุดเต็มไปด้วยอักขระสีฟ้า "เกเบรียล!" เกลซีร้องลั่น

     เกลซีพยายามกระพือปีกฝืนแรงดึง วาเลนไทน์ตีลังกาพลิกตัวลงมาเตรียมใช้ขาเตะตอกส้นเท้าจากระดับที่สูงกว่า เกลซีจึงยกหอกขึ้นป้องกัน

     "ความรักอันหอมหวาน"

ตึง!! 
     ร่างเกลซีถูกซัดลงพื้นอย่างแรงจนเกิดเป็นระเบิดขนาดย่อม มวลน้ำกระจายพุ่งขึ้นสูงหลายสิบเมตร หอกของเธอหักครึ่ง เศษชุดเกราะแตกกระจายลอยส่องแสงระยับกลางอากาศ ก่อนที่จะร่วงตามร่างเจ้าของลงไป

     วาเลนไทน์ทิ้งตัวลงบนซากอาคารที่สามารถมองเห็นร่างของนางฟ้าตกสวรรค์ที่หมดสภาพการต่อสู้ ชุดเกราะ EXO ของ SA ดึงสายเหล็กที่ยืดหยุ่นเข้ามาใกล้ร่างที่ถูกตะขอเกี่ยว

     "เธอยังไม่ตายครับ" 
     "นำเธอกลับไปคุมขังไว้" วาเลนไทน์กระโดดลงมาใกล้
     "...แล้วนางฟ้า นักรบสวรรค์ที่เหลือล่ะครับ"
     "ปล่อยพวกเธอไป ข้าจะคุมตัวนางฟ้าตกสวรรค์ไปด้วย" วาเลนไทน์กระชับฮูดและเสื้อคลุมของเธอให้เข้าที่

     07 สำรวจพื้นที่รอบๆ ประเมินความเสียที่เกิดจากการรบ ชุดเกราะของเขาดูสงบแฝงด้วยความดุดัน ทว่าภายในกลับเขากลับแสดงความหวั่นใจออกมาทางสีหน้า

     "เฮ้อ หวังว่าจะยุติเพียงเท่านี้นะ"



     ตอนที่ 15 มาตรการโต้ตอบ















2 ความคิดเห็น