เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,916,341 Views

  • 27,144 Comments

  • 28,074 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62,610

    Overall
    3,916,341

ตอนที่ 68 : การพบกันของปู่หลาน (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1036 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60

“กลับไปซะเถอะเมอร์ลิน สถานที่แห่งนี้นั้นโหดร้ายกับพวกเจ้าสองแม่ลูกมากกว่าที่เจ้าคิด” เมอร์เร่เอ่ยด้วยความลำบากใจ คำพูดของเขานั้นแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่รู้เรื่องทั้งหมด

 

เมอร์ลินส่ายหน้าช้าๆ และเอ่ย

 

“นั่นคงเป็นไปไม่ได้ ข้าจำเป็นต้องเข้าไปด้านในนั้น”

 

เด็กน้อยยังคงแสดงท่าทีที่เย็นชา สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

 

เมอร์เร่สูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย “ทางข้างหน้านั้นเต็มไปด้วยอันตราย ความสามารถของหัวหน้าพ่อบ้านนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอำนาจตระกูลเท่านั้น หากเจ้าก้าวเข้าไปด้านในเจ้าจะต้องพบกับนับรบเวทย์จำนวนมาก”

 

เมอร์เร่หยุดและถอนความหนักใจออกมาผ่านลมหายใจและเอยต่อ

 

“นักเวทย์ผู้หนึ่งนั้นยากที่จะรับมือพวกเขาเหล่านั้นได้ มิหนำซ้ำในวันนี้ยากมีตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวสอดแทรกอยู่ด้วย เก็บความไม่พอใจของเจ้าไว้และถอยไปซะเถอะ นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ข้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้”

 

เมอร์ลินยิ้มอย่างอ่อนโยนและผ่อนคลายท่าทาง เขานั้นมักใจดีต่อผู้เอื้อเฟื้อและโหดร้ายต่อผู้ไม่ประสงค์ดี

 

“ความคิดของข้านั้นยากจะเปลี่ยน แต่ยังมีบางเรื่องที่ข้ายังแคลงใจ คำพูดเมื่อครู่ของพ่อบ้านคาร์กนั้นดูเหมือนจะมีเรื่องบาดหมางกับเมย์ เมอร์เร่เจ้าสามารถบอกมันกับข้าได้หรือไม่?

 

เมอร์เร่สายหน้าอย่างไม่จำเป็นต้องคิดไตร่ตรอง

 

“ข้าไม่สามารถบอกเรื่องนั้นกับเจ้าได้” เมอร์เร่เอ่ยด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ

 

เมอร์ลินถอนหายใจออกมาและเอ่ย “เช่นนั้นข้าก็ไม่มีธุระอะไรกับเจ้าแล้ว หลีกไปซะข้านั้นไม่ต้องการทำร้ายเจ้า”

 

เมอร์ลินละทิ้งความสงสัย มันยังมีความลับหนึ่งที่สำคัญ คนพวกนี้ปกปิดมันไว้และดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับเรื่องที่เขากับเมย์ สาเหตุที่ถูกตระกูลเซอร์เตสเกลียดชัง

 

เมอร์ลินคิดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเมอร์เร่นั้นไม่มีทางที่จะบอกความลับนี้แก่เขา แม้ว่าเมอร์เร่จะเคยช่วยเหลือเขา แต่ระหว่างเขาทั้งสองคนนั้นไม่ได้อยู่ในสัมพันธ์ที่เรียกว่าสนิทชิดเชื้อ

 

เมอร์เร่นั้นช่วยเหลือสองแม่ลูกด้วยความเวทนาเท่านั้น

 

ความลับนี้เมอร์ลินไม่จำเป็นต้องเค้นปากจากของผู้ใด เขานั้นสามารถหามันได้จากปากของเมย์ นั่นจึงทำให้เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับคนเหล่านี้อีกต่อไป

 

เมอร์เร่ส่ายศีรษะของเขาอีกครั้ง ชายชรานั้นเต็มไปด้วยความหนักใจ ด้วยฐานะของหัวหน้าพ่อบ้านเขาจึงไม่อาจขัดคำสั่งปล่อยให้เมอร์ลินผ่านเข้าไปได้

 

"ข้ารู้ว่าการกระทำทั้งหมดของตระกูลเซอร์เตสนั้นไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเจ้าสองแม่ลูก แต่ข้าเป็นผู้รับใช้ของตระกูลเซอร์เตส สิ่งที่ข้ายึดมั่นที่สุดคือความซื่อสัตย์ นั่นจึงไม่อาจปล่อยเจ้าให้เข้าไปได้"  

 

จบคำของเมอร์เร่ก็ระเบิดพลังเวทย์ของเขาออกมา พลังของเขานั้นทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง

 

วงเวทย์บ่มเพาะสีขาวหนึ่งวงขับเคลื่อนพลังเวทย์มหาศาลบนร่าง ปลดปล่อยพลังเวทย์เอ่อล้นและแผ่พุ่งออกมาจากร่าง

 

เมอร์เล่คือผู้ที่อยู่ในขอบเขตนักรบเวทย์

 

พลังของเมอร์เร่นั้นครอบคลุมในรัศมีสิบเมตร พลังของเขานั้นทำให้พื้นดินเกิดการสั่นไหวและปริแตก

 

เมอร์เร่กำลังปลดปล่อยพลังด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจ เขานั้นเคยเอ็นดูเด็กคนนี้เหมือนลูกหลานคนหนึ่ง มันจึงเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับเขากับการต่อสู้นี้

 

เมอร์ลินมองเมอร์เร่อย่างใจเย็น ใบหน้าของเขานั้นไร้อารมณ์และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ราบเรียบ

 

พลังของเมอร์เร่นั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายใดๆ เขานั้นกระทั่งปล่อยให้เมอร์เร่มีเวลาร่ายเวทย์จนแล้วเสร็จ

 

หากคนคนนั้นเป็นคู่ต่อสู้ที่แท้จริง เมอร์ลินคงลงมือในช่วงที่อีกฝ่ายยังร่ายเวทย์ไม่เสร็จ แต่เมื่อเป็นเมอร์เร่เขากลับไม่ทำอย่างนั้น

 

เพียงเวลาไม่นานการร่ายเวทย์ของเมอร์เร่ก็เสร็จสิ้น พื้นดินนั้นเกิดแรงสั่นไหวอย่างรุนแรง เกิดเสียคำรามของพื้นปฐพีอย่างกึกก้อง ร่างของเมอร์เร่ถูกเศษหินเข้าหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา

 

ร่างของเขาถูกอัดแน่นไปด้วยหินและดินจนขยายเป็นร่างใหญ่ยักษ์ เมอร์เร่ได้กลายเป็นมนุษย์ยักษ์ที่มีความสูงกว่า 4 เมตร

 

เมอร์ลินมองด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นเวทย์ลักษณะนี้ และมันสามารถกว่าได้ว่าเวทย์ของเมอร์เร่นั้นยังอ่อนแอกว่าผู้ที่ใช้เวทย์บทเดียวกันนี้ในกลุ่มเหยี่ยวเสียด้วยซ้ำ

 

เด็กน้อยส่ายหน้าอีกครั้งกับความดื้อดึงของคนแก่ ใจจริงแล้วเขานั้นไม่ต้องการทำร้ายเมอร์เร่

 

“เมอร์เร่เจ้านั้นฝืนตัวเองเกินไป เพียงนักรบเวทย์ 1 วงเวทย์นั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า”

 

เมอร์ลินกล่าวพร้อมกับเงยหน้าขึ้นและมองร่างมนุษย์ยักษ์ที่กลายเป็นปราการศิลาเบื้องหน้านี้

           

“อย่าได้พูดมาก จู่โจมเข้ามา” เมอร์เร่ในร่างมนุษย์ยักษ์นั้นตะโกนออกมาอย่างรุนแรง

 

สายตาของเด็กน้อยนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจัง

 

ใบหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึม ดวงตาสีน้ำเงินที่เยือกเย็นลึกล้ำเป็นพิเศษ เยียบเย็นราวกับไร้ความรู้สึก

 

ฟุ่บ!

 

ร่างของเมอร์ลินนั้นเคลื่อนที่ไหววูบอย่างรวดเร็ว

 

เมอร์เร่นั้นใช้หมัดของเขาชกไปยังทิศทางที่เมอร์ลินมุ่งเข้ามา หมัดยักษ์นี้เต็มไปด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของนักรบเวทย์ หมัดนี้ส่งคลื่นพลังกระเพื่อมออกมาเป็นละลอกสั่นสะเทือนอากาศ อำนาจของหมัดนี้สามารถสยบนักเวทย์คนหนึ่งได้ภายในหมัดเดียว

 

เมอร์ลินมองและแสดงออกด้วยท่าทีที่สบาย เขากวาดฝ่ามือออกไปปะทะกับหมัดอันใหญ่ยักษ์ของเมอร์เร่

 

ในทันใดนั้นเอง เพียงเสี้ยววินาทีเมอร์ลินก็ได้ใช้สำนึกรู้ของธาตุลมผสมผสานเข้ากับพลังของอักขระ

 

อักขระธาตุลมปรากฏออกมาวูบหนึ่งและเปลี่ยนเป็นบทเวทย์ธาตุลม

 

ภายใต้ฝ่ามือของเมอร์ลินนั้นบังเกิดบอลเวทย์ลมที่ถูกอัดแน่นด้วยพลังธาตุลมอย่างหนาแน่น

 

ทันทีที่มันปะทะกับหมัดของเมอร์เร่ บอลเวทย์นั้นก็ระเบิดและกลายเป็นอำนาจวายุที่มหาศาล

 

ปัง!

 

เสียงของระเบิดดังเหมือนกับฟ้าร้อง พลังสายลมอันไร้รูปรอยนั้นพัดและผลักดันทุกสิ่งรอบๆ ออกไปอย่างบ้าคลั่ง

 

ร่างยักษ์ของเมอร์เร่ถูกผลักให้กระเด็นอย่างไร้การทรงตัว วูบหนึ่งเมื่อปะทะกับพลังของเมอร์ลินทั่วทั้งร่างของเขากลายเป็นเหน็บหนาว มันยากจะเชื่อว่านี่คือการลงมือของเด็กน้อยคนหนึ่ง

 

ตูม!

 

ร่างยักษ์นั้นถูกกระแทกและล้มลงอย่างหมดสภาพ การโจมตีของเมอร์ลินนั้นแฝงไปด้วยอำนาจแห่งลม ทั่วทั้งร่างของเมอร์เร่จึงถูกคมมีดแห่งลมกัดกร่อนจนสึกหรอไปหลายส่วน

 

เมอร์เร่รู้สึกหนึบชาไปทั้งร่างจนยากที่จะขยับตัว

 

เมอร์ลินสยบเมอร์เร่ภายในหนึ่งการโจมตี เขานั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเมอร์เร่จึงออมมือให้ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก

 

“บ้าน่า พ่อบ้านเมอร์เร่ถูกจัดการแล้ว” ทหารที่ยืนดูตะโกนด้วยความตกใจ

 

หลายคนไม่กล้าที่สบมองตาของเมอร์ลิน ดวงตาสีน้ำเงินนั้นเยือกเย็นไร้ก้นบึงราวกับจะกลืนกินวิญญาณของพวกเขา เพียงแค่มองเด็กน้อยก็รู้สึกราวจะบีบให้หายใจไม่ออก

 

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่อยู่ตรงหน้านี้จะเป็นคนนักเวทย์ผู้หนึ่งเท่านั้น

 

ท้องฟ้าของตระกูลเซอร์เตสกลายเป็นมืดมนเมื่อเด็กน้อยโค่นล้มหัวหน้าพ่อบ้านทั้งหมดได้

 

ทันใดนั้นเองร่างของเด็กน้อยค่อยๆ เลือนรางและหายไปอย่างไหววูบ ร่างของเขาหายเข้าไปในอากาศและโผล่ยังอีกที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

ร่างนั้นไหววูบเคลื่อนที่ไปมาทิ้งร่างเงาติดตาสิบสิบร่างราวกับภูตผี เขามุ่งตรงไปยังประตูของปราสาท

 

"แย่แล้ว! เจ้านั่นกำลังจะบุกเข้าไปในงาน" ทหารคนหนึ่งตะโกนอย่างรนราน พวกเขาไม่สามารถไล่ตามความเร็วของเมอร์ลินได้ทัน พริบตาร่างของเด็กน้อยก็หายเข้าไปด้านในของปราสาท

 

เมอร์เร่ที่ยังขยับร่างกายไม่ได้นั้นฟุบลงและเผยรอยยิ้มออกมา ส่วนลึกของจิตใจเขานั้นรู้สึกยินดีที่เมอร์ลินชนะเขาได้

 

เด็กคนนี้แม้จะเป็นเพียงนักเวทย์แต่ก็สามารถจัดการนักรบเวทย์ธรรมดาคนหนึ่งเช่นเขาได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

ผู้ที่อยู่ด้านในปราสาทนั้นล้วนเป็นนักรบเวทย์ที่มีพื้นฐานธรรมดา จะมีแต่เพียงเอิร์ลเซอร์เตสที่เป็นนักรบเวทย์ 5 วงเวทย์ พลังของเขานั้นเข้าใกล้กับขอบเขตของจอมเวทย์แล้ว

 

เอิร์ลเซอร์เตสจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เด็กน้อยสามารถล้มได้ง่ายๆ

 

อีกทั้งยังมีแขกผู้ทรงเกียรติคนนั้น มันเป็นเรื่องยากที่เด็กน้อยจะปะทะกับคนคนนั้น

 

“ข้าคงทำได้เพียงภาวนาให้เจ้าโชคดี” เมอร์เร่พรึมพรำกับตัวเองอย่างเงียบงัน

 

ด้านในของปราสาทนั้นประกอบด้วยห้องจำนวนมาก หนึ่งในห้องเหล่านั้นยังมีห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยบรรยากาศครื้นเครง เสียงของเครื่องดนตรีชั้นสูงนั้นทำสร้างบรรยากาศของงานเลี้ยงครึกครื้น

 

ห้องโถงใหญ่ถูกเปลี่ยนให้เป็นห้องจัดเลี้ยงอันโอ่อ่า บริเวณพื้นที่กลางห้องโถงใหญ่แห่งนี้ประดับด้วยโคมไฟระย้ามากมายส่องแสงประกายออกมาอย่างสวยงาม

 

โต๊ะยาวถูกจัดวางและเต็มไปด้วยอาหารเครื่องดื่มมากมาย 

 

ด้านปลายสุดของหัวโต๊ะปรากฏเก้าอี้คล้ายบัลลังค์อยู่สองตัว หนึ่งในบุคคลที่นั่งเก้าอี้นั้นคือเอิร์ลเซอร์เตสผู้ปกครองเมืองแห่งนี้ และอีกหนึ่งคือที่นั่งของแขกอันทรงเกียรติของเขา

 

เอิร์ลเซอร์เตสกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญของเขาที่ได้แวะมาเยือนเมืองของเขา ชนชั้นสูงของเมืองถูกเชิญมาร่วมงานอย่างมากมาย

 

บุคคลสำคัญของวันนี้คือชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดขุนนางสีฟ้า รอบตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ไม่สามัญ ความน่าเกรงขามมากมายเปล่งประกายออกมาจากตัวเขา สายตาและการแสดงออกของเขานั้นล้วนเต็มไปด้วยอำนาจ

 

เอิร์ลเซอร์เตสปฏิบัติต่อบุคคลผู้นี้อย่างนอบน้อม แม้ว่าเขาจะเป็นชายชราที่มีอายุมากแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะไม่นอบน้อมกับบุคคลผู้นี้

 

ชนชั้นสูงจำนวนมากต่างเอ่ยอย่างประจบประแจง

 

แต่ทันใดนั้นหนึ่งในทหารของปราสาทก็ปรี่เข้ามารายงานข้างหูของเอิร์ลเซอร์เตส

 

ทันทีที่เอิร์ลเซอร์เตสทราบเรื่อง สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป

 

“มีอะไรที่ทำให้ท่านไม่อะไรที่ไม่สบายใจหรือเปล่าเอิร์ลเซอร์เตส” ชายในชุดขุนนางสีฟ้านั้นเอ่ยถาม เขาสังเกตได้ถึงท่าทางของเอิร์ลเซอร์เตสที่เปลี่ยนไป

 

เอิร์ลิเซอร์เตสรีบปรับสีหน้าของตนเองและเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มที่สบาย

 

“ปัญหาเล็กน้อย ข้าขอตัวไปจัดการปัญหานี้สักครู่”

 

ชายชุดขุนนางสีฟ้านั้นไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงยิ้มและพยักหน้าช้าๆ เชิงอนุญาต

 

เอิร์ลเซอร์เตสลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินออกไป

 

แต่ทันใดนั้นเองประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรง

 

ปัง!

 

ทุกสายตานั้นมองไปที่จุดเดียว

 

ไม่นานประตูบานนั้นก็ปรากฏร่างของเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา เขานั้นสวมใส่ชุดคลุมของโรงเรียนเวทย์อารากอนและมีตราสัญลักษณ์รูปเหยี่ยว

 

เมอร์ลินมาถึงห้องจัดเลี้ยงในเวลาอันสั้น ทั้งนี้เพราะเขานั้นรู้จักเส้นทางของปราสาทแห่งนี้เป็นอย่างดี ความทรงจำของเจ้าของร่างคนก่อนนั้นทำให้เขาชำนาญในเส้นทางนี้

 

การมาของเขาในวันนี้นั้นตรงกับจุดประสงค์ของเขา หนึ่งเพื่อประกาศให้คนทั้งเมืองรู้ว่าทั้งเขาและเมย์นั้นไม่ใช่ตัวตนที่จะสามารถดูถูกได้ สองคือการทวงคืนแหวนของเมย์ที่อยู่กับท่านหญิงเดเรีย

 

การจัดงานเลี้ยงในคืนนี้ทำให้เขาบรรลุวัตถุประสงค์อย่างไม่ยุ่งยาก ที่แห่งนี้รวมผู้คนของเมืองมากมายและตัวทั้งตัวของเดเรียด้วย เขาจึงสามารถจัดการสิ่งต่างๆ ได้ในทีเดียว

           

สายตาของผู้คนทั้งหมดจับจ้องมาที่เมอร์ลิน สีหน้าของเอิร์ลเซอร์เตสนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

 

“เขาคือเมอร์ลิน!” หนึ่งในผู้คนเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ

 

“ใช่หลานชายของท่านเอิร์ลเซอร์เตสหรือไม่?

 

“ดูนั่นสิสัญลักษณ์รูปเหยี่ยว เขาคือสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยว”

 

“ไม่ผิดแน่ ข่าวที่ข้าได้ยินมาว่าบุตรหลานคนหนึ่งของตระกูลเซอร์เตสได้เป็นสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยวอาจจะเป็นเขา”

 

“แต่ข้าได้ยินว่าเขาเป็นสายเลือดที่เกิดจากคนรับใช้ และเป็นคนหนึ่งที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง”

 

“ข้าได้เคยยินมาว่าตระกูลให้เขาไปเป็นคนรับใช้ของบุตรดยุกโคว”

 

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ความเข้มข้นในเนื้อหาก็เพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน

 

ใบหน้าของเอิร์ลเซสเริ่มเปลี่ยนสีเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ วูบหนึ่งดวงตาของเขาส่องประกายเจตนาฆ่าออกมา แต่มันเป็นเพียงวูบเดียวเท่านั้นจากนั้นมันก็หายไป

 

ชายผู้สวมชุดขุนนางสีฟ้าฟังคำพูดต่างๆ และยิ้มอย่างชอบใจ การแสดงออกที่เปิดเผยของเขานั้นทำให้เอิร์ลเซอร์เตสอับอายเป็นอย่างมาก

 

ทายาทของตระกูลคนหนึ่งที่ถูกทอดทิ้งแต่บัดนี้กลับเป็นถึงหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยว

 

หากกล่าวถึงกลุ่มเหยี่ยวนั้นไม่ใช่กลุ่มตัวตนสามัญ ในอนาคตสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยวอาจมีบางคนที่สามารถก้าวไปถึงจุดที่ชายสวมชุดขุนนางสีฟ้าคนนี้ยืนอยู่นี้ก็เป็นได้

 

ชายชุดขุนนางสีฟ้าเหลือบตามองไปที่เมอร์ลินและเอ่ย

 

"เอิร์ลเซอร์เตส นี่คงเป็นปัญหาของท่าน?" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงอำนาจ เสียงที่เอ่ยออกมานั้นสามารถแสดงฐานะความแตกต่างระหว่างเขากับเอิร์ลเซอร์เตส

 

“ต้องขออภัยท่านฟรีซด้วยจริงๆ กับเรื่องวุ่นวายในครอบครัวของข้า”

 

เอิร์ลเซอร์เตสกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสดงออกมาอย่างฝืนๆ ภายในใจของเขานั้นเหมือนภูเขาไฟที่กำลังครุกรุ่นพร้อมที่จะประทุออกมา

 

ชายชราปรับเปลี่ยนอารมณ์ของเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยการพยายามยิ้มและเดินออกไปเผชิญหน้ากับหลานชายที่ถูกทอดทิ้ง

 

"เจ้ามีธุระอะไรถึงได้บุ่มบ่ามบุกเข้ามาอย่างนี้ เจ้าไม่เข้าใจคำพูดที่ข้าฝากหัวหน้าพ่อบ้านไปบอกหรือยังไง” เอิร์ลเซอร์เตสหรือโรเซ่นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงของผู้อาวุโสคนหนึ่ง เขานั้นยังคงรักษาภาพเอิร์ลผู้ยิ่งใหญ่และผู้เป็นปู่ที่น่าเคารพเอาไว้

 

สิ่งที่เขาแสดงออกมานั้นช่างตรงข้ามกับความรู้สึกภายในใจของเขาเป็นอย่างมาก

 

วูบหนึ่งเมื่อครู่นั้นเขาเผยเจตนาฆ่ายามที่มองหลานชายคนนี้

 

เหตุใดกันเขาถึงต้องการฆ่าหลานชายของตัวเอง?

 

เมอร์ลินรับรู้กิริยาที่เต็มไปด้วยความเสแสร้งของโรเซ่ ปู่ของเขา

 

เมื่ออีกฝ่ายต้องการที่จะแสดงละครเมอร์ลินก็ไม่ต้องการที่จะขัดขวาง เขายิ้มอย่างสบายๆ และเอ่ยออกมาว่า

 

“ท่านปู่ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อครู่นี้ข้าได้แสดงการขอบคุณหัวหน้าพ่อบ้านทั้ง 4 ที่ช่วยอธิบายคำกล่าวของท่านเรียบร้อยแล้ว ข้านั้นเข้าใจเจตนาของท่านเป็นอย่างดี”

 

เมอร์ลินแสดงออกด้วยท่าทางที่สุภาพและนิ่มนวล เขายังยืนคุยกับโรเซ่ด้วยท่าทีที่สบายและปราศจากความเกรงกลัวใดๆ

 

โรเซ่ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของหลานชายที่เขาไม่รัก เขานั้นเข้าใจในคำพูดของเด็กน้อยเป็นอย่างดี เด็กคนนี้กำลังยอกย้อนและท้าทายเขา

 

ชายชรานั้นแทบจะไม่เชื่อ เมื่อรู้ว่าหัวหน้าพ่อบ้านทั้ง 4 นั้นได้พ่ายแพ้เด็กน้อยคนนี้ มิหนำซ้ำหนึ่งในนั้นยังได้ตายตกด้วยน้ำมือของเด็กคนนี้

 

เพียงเด็กน้อยนักเวทย์คนหนึ่ง ทำไม 4 หัวหน้าพ่อบ้านถึงเอาไม่อยู่

 

โรเซ่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและแสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมา

 

ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกและกล่าวอย่างสง่า

 

“เช่นนั้นเจ้าคงรู้แล้วว่าที่นี่เป็นที่ที่เจ้าไม่สมควรจะปรากฏตัวในตอนนี้”

 

เมอร์ลินยืนอย่างสบายๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา เขามองไปที่โรเซ่และเอ่ย

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านปู่คงล้อข้าเล่นแล้ว ข้าเองก็เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเซอร์เตส มันไม่มีเหตุผลเลยที่ข้าจะปรากฏตัวที่นี่ไม่ได้”

 

เมอร์ลินหยุดครู่หนึ่งและเปลี่ยนอารมณ์เป็นสีหน้าที่จริงจัง

 

“ความจริงแล้วที่ข้ามาที่นี่ เป็นเพราะข้านั้นมีธุระอย่างหนึ่ง”

 

โรเซ่ขมวดคิ้ว ธุระที่เด็กคนนี้พูดถึงคงไม่ใช่เรื่องทวงความเป็นธรรมให้กับแม่ของเขา

 

เด็กคนนี้ช่างมีความกล้าเป็นอย่างมาก เพียงนักเวทย์คนหนึ่ง แม้จะเป็นสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวแต่การเดินมาหาเรื่องตระกูลเซอร์เตสคนเดียวนั้นเป็นการกระทำที่บ้าบิ่นเป็นอย่างมาก

 

 

“หากเด็กคนนี้เป็นหลานชายของเขาจริงๆ คงจะดีไม่น้อย” โรเซ่คิดในใจอย่างเสียดาย

 

นี่เป็นความจริงที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก!

 

เมอร์ลินนั้นไม่ใช่หลานชายแท้ๆ ของโรเซ่ นั่นก็แสดงว่าเขานั้นไม่ใช่ลูกของวิชเชอร์ เขาไม่ใช่สายเลือดของตระกูลเซอร์เตส

 

นี่เป็นความลับที่มีคนล่วงรู้น้อยมาก คนส่วนมากนั้นอาจจะมองว่าโรเซ่นั้นไม่ประทับใจในตัวหลานชายคนนี้เพราะเขากำเนิดจากคนรับใช้ แต่ความจริงกลับไม่ใช่อย่างนั้นมันยังมีความลับที่ซ่อนอยู่

 

มันเป็นความลับที่ไม่แน่ว่าแม้แต่เมย์ที่เป็นมารดาของเมอร์ลินก็ไม่อาจล่วงรู้

 

โรเซ่นั้นเก็บความลับนี้ไว้เป็นอย่างดี มิหนำซ้ำเขายังรับเลี้ยงลูกกาฝากเอาไว้

 

“มีอะไรก็ว่ามา” โรเซ่เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ

 

ฟังจากน้ำเสียงผู้คนนั้นต่างรับรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ มันเป็นที่รู้กันดีว่าเอิร์ลเซอร์เตสคนนี้ไม่พึงพอใจในตัวหลานชายคนนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พวกเขาก็คิดไม่ถึงว่าแม้เมอร์ลินจะได้สร้างชื่อให้แก่ตระกูลในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวแล้ว แต่เอิร์ลเซอร์เตสคนนี้ก็ยังคงไม่มีความรักใคร่ต่อเด็กน้อย

 

หากครอบครัวหรือตระกูลของพวกเขามีบุตรหลานเช่นนี้คงจะรักใคร่และอุ้มชูเป็นอย่างดี

 

เมอร์ลินยิ้มและส่ายหน้าไปมาช้าๆ

 

“ข้าไม่ได้มีธุระกับท่าน แต่คนที่ข้าต้องการคุยธุระด้วยนั้นก็คือเธอคนนี้”

 

เมอร์ลินชี้ไปที่หญิงสาวผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง ในส่วนปลายคำพูดของเด็กน้อยนั้นเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

 

นี่คือสิ่งที่โรเซ่คิดไว้แต่แรก เด็กคนนี้ต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่มารดาและคนที่เด็กคนนี้ต้องการจะเอาเรื่องนั้นคือลูกสะใภ้คนโปรดของเขา

 

วินดิเซ่ เดเรีย

 

บุตรสาวของอันเป็นที่รักของตระกูลวินดิเซ่ ตระกูลที่มีดยุกคนหนึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ ลูกสะใภ้คนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแต่งงานการเมืองและสร้างผลประโยชน์ให้กับเขาเป็นอย่างมาก

 

โรเซ่นั้นไม่ต้องการให้ลูกสะใภ้นั้นเกิดปัญหา ไม่เช่นนั้นแล้วคนของตระกูลวินดิเซ่จะต้องไม่พอใจ

 

“บังอาจ! เจ้าเด็กสารเลว เจ้าไม่รู้รึไงว่าคนคนนั้นคือใคร การกระทำของเจ้านั้นช่างต่ำช้าไม่รู้จักมารยาท กำพืดแม่ของเจ้านั้นถ่ายทอดมารุนแรงเกินไปหรืออย่างไร เจ้าถึงมีกิริยาเช่นนี้”

 

โรเซ่คำรามออกมาอย่างรุนแรงน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เสียงคำรามของเขานั้นทำให้ทั้งห้องนั้นเกิดการสั่นไหว

 

มันไม่ใช่เพียงโรเซ่ที่มีอารมณ์โกรธ แต่เมอร์ลินเองก็เช่นกัน

 

คำพูดของโรเซ่นั้นกล่าวถึงเมย์อย่างเหยียดหยาม ด้วยความสัมพันธ์ของเขาและเมย์นั้นจึงทำให้อารมณ์ของเขาระเบิดความครุกรุ่นออกมา

 

"เจ้าว่าข้าได้แต่อย่ามาว่าแม่ของข้าาาาาาาา!"

 

เด็กน้อยแผดเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจออกมา เสียงนี้ดังก้องราวกับเสียงฟ้าร้อง เสียงนี้มีความดังยิ่งกว่าเสียงของโรเซ่ มันเต็มไปด้วยอำนาจของผู้ก่อลำต้นผู้หนึ่ง ความดังของมันถึงกับทำให้อากาศนั้นสั่นสะเทือน

 

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

 

กระจกที่ประดับอยู่ด้านบนของห้องโถงนั้นแตกและร่วงลงมาแทบทุกบาน

 

ผู้คนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและตกใจ หญิงสาวภายในงานนั้นต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องอย่างตกใจ

 

ด้วยพลังของเสียงนั้นทำให้ผู้คนหลายคนที่ไม่ใช่ผู้ใช้เวทมนต์เข่าอ่อนและทรุดลงไปนั่งกับพื้น

 

เกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งงาน

 

หลายคนนั้นเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว พวกเขานั้นสามารถคาดเดาภาพของเหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้ อีกไม่นานสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่ต่อสู้อย่างแน่นอน

 

เมื่อเห็นท่าไม่ดีหลายคนที่รู้ตัวว่าพวกเขาอาจจะโดนลูกหลงและโรคร้ายพวกเขาอาจจะบาดเจ็บ พวกเขาจึงไม่ยินดีที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไปและตัดสินใจวิ่งหนีออกจากงานเลี้ยงในทันที

 

ผู้คนต่างวิ่งออกจากห้องจัดเลี้ยงอย่างโกลาหล

 

มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงไม่จากไป หนึ่งในนั้นคือชายผู้สวมใส่ชุดขุนนางชั้นสูงสีน้ำเงินที่ชื่อว่า “ฟรีซ” ชายคนนั้นมองดูเหตุการณ์ด้วยท่าทางที่พึงพอใจ เบื้องหน้าเขานั้นเป็นละครฉากหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

ฟรีซนั่งดูเหตุการณ์อย่างสบายอารมณ์ เขานั้นแสดงความต้องการออกมาอย่างไม่เกรงใจเจ้าของบ้านเลยแม้แต่น้อย

 

โรเซ่นั้นไม่ได้ใส่ใจในชายคนนั้นอีกต่อไป ความสนใจของเขานั้นพุ่งไปที่เด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า

 

เมอร์ลินนั้นค่อยๆ เผยรอยยิ้มอย่างไม่แยแสและมองไปยังท่านหญิงเดเรีย

 

รอยยิ้มของเขานั้นทำให้ผู้คนสั่นสะท้านและเกิดความรู้สึกหวาดกลัว

 

เดเรียเป็นหนึ่งในนั้นที่กำลังหวาดกลัวในตัวลูกเลี้ยงของเธอ

 

ก่อนหน้านี้เธอได้ทำการกลั่นแกล้งรังแกสองแม่ลูกอย่างมากมาย แต่สถานการณ์ในตอนนี้นั้นต่างออกไป

 

เด็กที่อยู่ตรงหน้านี้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและจองหอง เขากระทั่งแสดงออกซึ่งการท้าทายผู้เป็นปู่ของเขา

 

แม้จะรู้ว่ามีหลายคนที่สามารถปกป้องเธอได้และเธอรู้ว่าเอิร์ลเซอร์เตสนั้นจะต้องไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรอย่างแน่นอน แต่เธอนั้นก็ยังรู้สึกหวาดกลัวและไม่ไว้ใจในความปลอดภัยของเธอ

 

เดเรียอาศัยช่วงเวลาที่ชุลมุน แอบหลบหนีไปพร้อมกับแขกที่มาในงาน

 

แต่น่าเสียดายการกระทำของเดเรียนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของเมอร์ลินไปได้

 

เด็กน้อยทำการวาดมือข้างหนึ่งคว้าจับกลางอากาศ

 

ทันใดนั้นเอง พลังปราณเซียนก็ก่อตัวแสดงอำนาจปรากฏเป็นมือยักษ์ออกมาจากความว่างเปล่า

 

มือยักษ์นั้นคว้าเอาลำคอของท่านหญิงเดเรียเอาไว้ มันเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงและผลักดันเอาร่างของท่านหญิงเดเรียไปกระแทกกับฝาผนัง

 

ตึง!

 

ท่านหญิงเดเรียกรีดร้องอย่างโหยหวน ศีรษะของเธอปรากฏเลือดไหลออกมาเป็นทางยาวหยดผ่านใบหน้าของเธอ

 

ใบหน้าของท่านหญิงเดเรียนั้นชุ่มไปด้วยเลือดและซีดลงราวกับสีของกระดาษ ชุดราตรีของเธอนั้นถูกย้อมจนแดงฉาน ในตอนนี้เธอไม่หลงเหลือเค้าโครงของความสง่างามอีกต่อไป

 

"เมอร์ลิน! นี่เจ้า..."

 

ทรอนและฟาโก้ผู้ที่ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเมอร์ลินคำรามออกมาอย่างเดือดดาล พวกเขาพร้อมกับทหารพุ่งเข้าหาเมอร์ลินด้วยอารมณ์ที่รุนแรง พวกเขาหมายที่จะสั่งสอนหลานชายที่ชั่วช้าคนนี้

 

แต่ทว่า ....

 

ตึง!

 

ทันใดนั้นเองม่านพลังอักขระสีฟ้าก็ปรากฏขวางกั้นพวกเขาเอาไว้

 

ม่านพลังนี้ปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว มันถูกกางครอบคลุมเป็นพื้นที่บริเวณหนึ่งที่มีแต่ร่างของเมอร์ลินกับเดเรียอยู่ภายใน

 

ม่านพลังนี้ปิดกั้นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป

 

“บ้าน่า! นี่พลังของผู้ใช้อักขระ” ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้น

 

ผู้คนทั้งห้องนั้นมองเมอร์ลินด้วยสายตาที่ไม่น่าเชื่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.036K ครั้ง

372 ความคิดเห็น

  1. #26269 AiJaewa (@AiJaewa) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 14:54
    เอาให้ตาย ชีวิตชดใช้ด้วยชีวิต เมื่อเดเรียกับลูกเคยฆ่าเมอร์ลินจนตาย แบบไร้สำนึกห่าเหวใดๆ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไว้ชีวิตเดรัจฉานนี้
    #26269
    0
  2. #24649 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 02:52

    Thank you

    #24649
    0
  3. #23611 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 02:41
    จัดไปหนักๆ
    #23611
    0
  4. #23244 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 16:58
    ปล่อยของหมดรัวๆ
    #23244
    0
  5. #22985 numininsook (@numininsook) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 10:12
    แม้น้ำ=แม่น้ำ ท้ายตอน^^
    #22985
    0
  6. #22970 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 14:31
    ไม่เว้ย เมย์จะไม่รู้ได้ไงว่าเมอลินไม่ใช่ลูกเจ้าของปราสาท แม่นะเว้ย คือตีวไปเย้ๆกับใครก็ต้องรู้ดิ งงนะเนี่ย
    #22970
    0
  7. #21370 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:21
    มันมากครับ
    #21370
    0
  8. #21269 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 10:09
    ถล่มให้เละจ้าา
    #21269
    0
  9. #21199 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 15:08
    สมน้ำหน้า 555555
    #21199
    1
  10. #21066 TaMeKabTaNa (@teukyteuky) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 21:53
    อ้าว ชาวเมืองหนีออกไปกันหมดแบบนี้ แล้วใครจะเป็นพยานการประกาศความยุติธรรมคืนให้เมย์อ่ะ
    #21066
    0
  11. วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 14:46
    สมน้ำหน้าาาาาาา 555 สะใจสุดๆ สนุกมากเลยค่ะ
    #21047
    0
  12. #21046 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 12:54
    สนุกกกกก
    #21046
    0
  13. #21044 Amity Bkk (@j0shkwn) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 10:14
    เคยอ่านตั้งแต่ก่อนรีไรท์ใหม่ อ่านจนจบ เนื้อหาก้มีปรับปรุงจากแต่ก่อนดีอยู่แล้ว ตอนนี้ก็สมบูรณ์ อ่านง่าย แต่อยากให้ต่อเนื่องไวกว่านี้อะ ลงแดงจะแย่แว้ววว
    #21044
    0
  14. #21042 วีรบุรุษทมิฬ (@manoy_) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 07:38
    อื้อหือค้าง นี่แกล้งรีดรึเปล่าครับ
    #21042
    0
  15. #21041 poiice222 (@poiice222) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 06:28
    โรคร้าย = โชคร้าย ค่ะ
    มีคำผิดหลายคำ แต่ไม่แน่ใจว่าไรท์จะพิมพ์ว่าอะไร
    #21041
    0
  16. #21040 น่าเบื่อ (@Kiritoname2017) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 03:41
    โรคร้าย?????
    #21040
    0
  17. #21039 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 01:43
    โอ้ยยย อยากอ่านอีกจนต้องร้องขอชีวิต แง
    #21039
    0
  18. #21038 Lnwboat074 (@Lnwboat074) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 01:24
    ค้างเกินไปแล้ว...!!!!!
    #21038
    0
  19. #21037 ยู่ยี่ (@zzkotchakornzz) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 01:18
    ลงอีกตอนนนนนนเหอะะะะะขอร้องงงไรท์
    #21037
    0
  20. #21036 -Beast- (@-Beast-) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 00:49
    ค้างมาก เราจะลงไปดิ้นที่พื้นอ้ากค้างๆๆๆๆ
    #21036
    0
  21. #21035 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 22:02
    ตัดแขนสงเข้าฟามหมูป่าที่อยู่ช่วงหาตัวเมียเอาให้หมูรุมโทรมอีนังเดรีย!#อินมากค้างมาก
    #21035
    0
  22. #21034 BOringBooK (@ronnakornrock) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:47
    เเละก็เจอฟรีชตบ555/
    #21034
    0
  23. #21033 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:10
    เมอร์ลินลูก ลุยเลย เอาให้สาสมแก้ที่มาว่าแม่!!! /อินหนักมากเรื่องนี้ ปล่อยเราไป~
    #21033
    0
  24. #21032 Ponglamyai (@Ponglamyai) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:01
    อีกสองตอนนะ
    #21032
    0
  25. #21031 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:16
    ตัดแขนนังเดรียเลยค่ะรูก
    #21031
    0