พ ร้ อ ม ชี วั น | [ omegaverse ]

ตอนที่ 7 : คำมั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,295 ครั้ง
    4 ต.ค. 62



คำมั่น

06


“กลับบ้านกันเถอะคุณใหญ่”


พอเอ่ยว่าจะเลิกติดกลิ่น เจ้าของร่างเล็กก็รีบหาทางที่จะตีจากอีกฝ่ายให้เร็วที่สุด แต่แล้วประโยคที่คนด้านข้างเอ่ยถัดมาก็ทำให้คนตัวเล็กต้องหันกลับมาฟังคนพูด...


“อีกสองเดือนงานแต่งจะถูกจัดขึ้น”

“ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าหมายถึงเรา”


เอ่ยออกไปทั้งที่ใจจริงอยากทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้อีกสักนิด แต่จะช้าจะเร็วสุดท้ายความจริงก็เป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นสู้บอกแต่เนิ่นๆ ให้ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เป็นดีที่สุด



“คะ...คุณใหญ่เอาอะไรมาพูด ทำไมพร้อมไม่เห็นรู้เรื่อง”


“ฤกษ์ทางผู้ใหญ่พึ่งตกลงกันได้วันนี้ ฉันก็พึ่งรู้เมื่อช่วงเย็น”


สมองประมวลคำพูดที่ได้ยินจึงทำให้สติเลือนรางเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ไม่มีใครเอ่ยบอกอะไรกับเขาเลยสักนิดทั้งที่ตอนทานอาหารมื้อค่ำก็อยู่กันพร้อมหน้าทำเหมือนเป็นเรื่องที่เขาไม่สมควรจะได้รับรู้


“คุณใหญ่รู้อยู่แล้วหรือว่าต้องแต่งงาน...”

“เราก็รู้มิใช่หรือว่าสุดท้ายต้องเป็นแบบนี้”

“ก็รู้ แต่ไม่ใช่อีกสองเดือนข้างหน้า เราพึ่งรู้จักกัน แล้วคุณใหญ่ทำไมถึงไม่คัดค้าน...”

“ฉันเห็นว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดี”


คนที่ได้ฟังความจริงนิ่งงัน พึ่งบอกว่าจะไม่พบเจอกันอย่างแน่วแน่ไฉนเลยทุกอย่างถึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้าไปเสียได้


“แต่เราไม่ได้รักกัน”

“ไม่รักก็แต่งได้ มีออกให้เห็นถมไป”

“นั่นแต่งงานกันเพื่อธุรกิจ … หรือนี่ก็เพื่อธุรกิจ”

“ช่างเพ้อฝันเก่งเสียจริง ทีเรื่องแบบนี้ล่ะคิดได้เป็นตุเป็นตะ”


ชายร่างสูงเอี้ยวตัวไปยังเบาะด้านหลังหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลโดยภายในมีสิ่งที่คิดจะมอบให้อีกฝ่ายไว้หลายครั้งแต่ด้วยหน้าที่จึงต้องเร่งเคลียร์ปัญหาเป็นเรื่องๆ ให้แล้วเสร็จ


“ฉันดูแย่ขนาดนั้นเชียวหรือ ถึงตั้งท่ารังเกียจกันเพียงนี้”


สร้อยคอที่ห้อยด้วยจี้ลวดลายวิจิตรบรรจงสลักชื่อเจ้าของไว้ด้านหลังถูกหยิบขึ้นมาจากกล่องกำมะหยี่สีแดง เพราะถ้าขืนยังคุยยืดเยื้อก็มีแต่จะพาลให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดกันไปใหญ่


“คุณใหญ่ยังไม่ได้มอบให้เมตกาคนนั้นอีกเหรอ”

“ว่าจะให้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ฉันไม่มีเวลา”


ใบหน้าที่ยังยุ่งเหยิงมองสร้อยสีเงินที่พาดไว้บนมือหนา สร้อยบุหลันนั้นหนึ่งเส้นมีเพียงหนึ่งเจ้าของ ยิ่งพลอยสองสีถูกผสานออกมายิ่งดูน่าพิศวงจนแปลกใจ


“ถ้าเขารู้ว่าคุณใส่ใจถึงเพียงนี้เมตกาผู้นั้นคงดีใจ”

“ไม่ยักจะเป็นแบบที่พูด กลับเจอแต่ใบหน้าบึ้งตึงเสียได้”

“เขาไม่ถูกใจหรือ”


ยังไม่ทันได้คำตอบหัวใจของเจ้าของเสียงใสก็ต้องเต้นระรัวตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาปให้เป็นก้อนหินเพราะจู่ๆ คนตรงหน้าก็ลุกลามกินพื้นที่แถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น


“คงต้องตอบเองว่ารู้สึกเช่นไร”


ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพราะรู้ว่าขืนแกล้งต่อไปคืนนี้คงได้มีคนนั่งน้อยใจในโชคชะตา นัยน์ตาสีนิลหันมาจ้องมองใบหน้ายุ่งก่อนโน้มตัวไปสวมสิ่งที่ตั้งใจจะมอบให้เจ้าของที่แท้จริง


“สร้อยบุหลันที่ประดับด้วยจี้ผสานมีไว้สำหรับเมตกาที่เจอคู่แท้เพราะต้องมาจากคนสองคนไม่ใช่นั้นพลอยจะผสานกันไม่ติด”


ดวงตาคมจ้องมองที่แก้มใสก่อนใช้มือสัมผัสที่หลังคอระหงอย่างแผ่วเบา


“ตรงนี้หรือที่ส่งกลิ่นหอม”

“อื้อ ยะ..อย่าลูบตรงนั้น”


มีเพียงดวงจันทร์ทอแสงตกกระทบลงมาช่วยให้แสงสว่างกับหิ่งห้อยนับร้อยที่บินไปมาในยามวิกาลเช่นนี้ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคในการปรับความเข้าใจ


สีหน้าที่ยุ่งเหยิงในคราแรกกลับอ่อนยวบลงฉับพลันเหลือแต่เพียงความสับสนปนความงงงวยกับเหตุที่เกิดขึ้น


“รู้ไหมฉันชอบเราตั้งแต่แรกเห็น กระวนกระวายใจแทบแย่เพราะนึกว่ามีเจ้าของ”


เสียงกระซิบพร่ำบอกความรู้สึกที่กักเก็บไว้ให้ต้นเหตุได้ยิน จับเอนหัวทุยให้ซบลงบนบ่าอย่างว่าง่ายคล้ายจะกล่อมเด็กน้อยให้หลับใหล


“ฉันใจเต้นแรงแบบนี้ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกประหม่าหรือตื่นเต้นแต่อย่างใด”


มือหนาคว้ามือเล็กมาแนบไว้ที่หน้าอกด้านซ้ายให้รับรู้จังหวะเพื่อให้สัมผัสได้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจนั้นเร็วกว่าคนปกติเพียงใด


“เป็นเหมือนฉันไหม”

“เวลาไม่เจอหน้ากัน รู้สึกคิดถึงบ้างหรือเปล่า”

“หรือมีแค่เพียงฉันที่ฉันเป็นอยู่ฝ่ายเดียว...”


“คุณใหญ่...ไม่พูดแล้ว วันนี้คุณใหญ่เป็นอะไรทำไมพูดจาพิกลตั้งแต่พบหน้า”


เพราะความสับสนตีรวนทำให้คนที่ได้รับฟังพยายามหยุดความรู้สึกบางอย่าง หัวทุยยังคงสบอยู่ที่เดิมไม่ยอมกระดุกกระดิกเพราะเถียงไม่ได้เหมือนกันว่าที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเขานั้นเขารู้สึกเช่นไร…


“ฉันแค่บอกในสิ่งที่รู้สึก”

“พร้อมไม่ได้คิดแบบคุณใหญ่เลย”


เสียงอู้อี้พูดโกหกไปคำโต แท้ที่จริงแล้วลึกๆ ในตอนนี้อาการก็ไม่ได้ต่าง แต่ถ้าพูดออกไปก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะคิดว่ายอมตกลงปลงใจแล้วเรื่องก็จะบานปลายไปใหญ่โต


“ไม่เป็นไร วันนี้ยังไม่คิด ใช่ว่าวันหน้าจะไม่รู้สึกอะไร”


“ถึงวันนั้นถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในใจ สามารถตัดเยื่อใยของคู่แท้ได้ สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการฉันจะเป็นคนยกเลิกให้เองดีไหม”



“อื้อ”


มือเรียวยังถูกจับให้ทาบที่อกด้านซ้ายเพื่อที่จะได้ซึมซับสัมผัสที่ไม่มีใครเคยได้รับมาก่อน ใบหน้าหวานยังคงใช้หน้าผากซบกับไหล่กว้างก่อนถูกช้อนคางให้เงยหน้าขึ้น


ปอยผมที่ยาวปรกหน้าถูกเกลี่ยให้พ้นจากสายตาทำให้เห็นวงหน้าใสอย่างชัดเจน พวงแก้มแดงระเรื่อถูกจ้องมองอย่างอุกอาจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนหน้าของฝ่ายตรงข้ามช่างดูดีไร้ที่ติจนยากที่จะละสายตาไม่ให้เผลอไปแตะต้อง


“อย่างน้อยเราก็ยังมีเวลาทำความรู้จักกัน”

“แล้วถ้าคุณใหญ่เกิดมีใจแต่พร้อมปฏิเสธเล่า จะไม่โกรธเคืองกันหรือ”


นัยน์ตาใสกะพริบกลั่นกรองความคิด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทำให้คนที่พบเห็นถือวิสาสะใช้นิ้วแกร่งลูบเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เพราะในใจนั้นคิดอกุศลไปถึงไหนต่อไหนแต่ความเป็นจริงทำได้แค่รีบผละออกมาเมื่อได้สติว่าจิตใจด้านมืดนั้นเริ่มทำงาน


“ฉันยินดีถ้าหากวันนั้นมาถึง แล้วฉันจะไม่มาวุ่นวายให้ขุ่นเคือง”


คุณหนูร่างเล็กพยักหน้ารับรู้แต่หลุบตาต่ำลงไม่กล้าที่จะสู้สายตาคมที่ดูจริงจังกว่าครั้งไหนๆ ใบหน้าหวานแม้จะเก็บอาการประหม่าได้แนบเนียน แต่สิ่งหนึ่งที่ปกปิดไว้ไม่ได้คงเป็นกลิ่นดอกการเวกที่ลอยอบอวล


“แต่ถ้าตกลงปลงใจฉันจะถนอมความรู้สึกนั้นไว้”


“ฉะนั้นนับแต่นี้เปิดใจให้ก่อนอย่าพึ่งลิดรอนสิทธิ์ปิดกั้นกันจะได้ไหม”






การเจรจากับเจ้าของสร้อยจบลงโดยที่เจ้าตัวไม่พูดอะไรทั้งที่เขานั้นพยายามสื่อสิ่งที่เชื่อมสัมพันธ์แต่กระนั้นก็เหมือนเจ้าตัวไม่ค่อยหลงคารมไปกับคำหวานเสียเท่าไหร่


“พรุ่งนี้ฉันต้องออกไปท่าเรือแต่เช้า จะให้พ่อฝากเสื้อผ้าไว้ให้ที่คุณลุงเผื่อต้องใช้”

“ที่จริงไม่ต้องฝากให้ก็ได้ พร้อมไม่ต้องการติดกลิ่นคุณใหญ่แล้ว”

“ฉันรู้เผื่อไว้ให้เฉยๆ ไม่ต้องการก็ไม่ได้ว่าอะไร”


พูดคุยกันได้ไม่นานรถยนต์คันเดิมก็มาจอดภายในบ้านเพื่อส่งเจ้าของชุดนอนเสื้อเหลืองตุ่นให้ถึงจุดหมาย


“คือ...”

“พรุ่งนี้เดินทางปลอดภัยนะคุณใหญ่ ระวังตกน้ำตกท่าด้วย”

“ตกน้ำตกท่า?”

“อื้อฮึ แต่คุณใหญ่คงว่ายน้ำเป็นกระมัง”


คนฟังขมวดคิ้วด้วยความฉงนใจในคำถาม แต่ก็ตอบรับไปโดยการพยักหน้า


“ฉันว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เด็ก ทำไมถึงถามเช่นนี้”

“ก็คุณต้องเดินทางโดยเรือ พร้อมก็เลยบอกเฉยๆ ไม่มีอะไร”


คำพูดอ้อมโลกสามรอบแต่ที่จริงคือต้องการให้อีกฝ่ายเดินทางโดยสวัสดิภาพ กลัวว่าจะตกน้ำตกท่าเข้า ถึงฆาตถูกพรากชีวิตไปคนที่เสียใจที่สุดก็คงเป็นคุณลุง ...


“เป็นห่วงกันหรือ แล้วฉันจะรีบกลับมาหา”

“พร้อมต้องไปแล้ว”


พูดอ้อมแอ้มอีกไม่กี่คำเจ้าตัวก็รีบเปิดประตูลงไปจากรถ ใบหน้าใสนิ่งคิดก่อนหันเก้ๆ กังๆ โบกมือให้คนมาส่งเป็นสัญญาณเจ้าตัวควรกลับไปพักผ่อนแล้ว ก่อนรีบหมุนตัวเดินดุ่มๆ หายลับไป ทิ้งภาพน่ารักไว้ในจิตใจของชายร่างสูงที่เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว


“นั่นโบกมือล่ำลาหรือไล่กัน”


“ตัวก็มีอยู่แค่นั้น อิทธิพลความน่าเอ็นดูเกินตัวไปหรือเปล่าพร้อมชีวัน”



























“พร้อม”

“ครับพี่ทัพ”

“ข้าวต้มชืดหมดแล้ว ตักทานเสียที”


ผู้เป็นพี่เอ่ยทักน้องชายคนเล็กที่มัวแต่เหม่อลอยครุ่นคิดบางสิ่งตั้งแต่ลืมตาตื่น


“ปลุกพี่เช้าเช่นนี้คงไม่ได้แค่ต้องการให้พี่มานั่งทานข้าวต้มเป็นเพื่อนหรอกใช่ไหม”


เพราะได้ยินเสียงเคาะที่ประตูหน้าห้องแต่เช้าตรู่ พอก้าวเดินไปเปิดดูก็พบว่าเป็นน้องชายยืนทำตาปริบๆ ก่อนเอ่ยว่าอยากทานข้าวเช้าด้วยในเวลาตีห้า…


‘ตีห้าสี่นาทีไม่มีผิดเพี้ยนเพราะนาฬิกาบนผนังปรากฏเวลาไว้เช่นนั้น’


พอถามว่าทำไมหิวแต่เช้ามืดก็ไม่ได้คำตอบอะไรก่อนที่เจ้าตัวจะหายเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งแล้วลงไปทำอาหารเช้าเพื่อนั่งรออยู่ตรงที่ประจำเหมือนทุกวัน


“มาแปลกนะวันนี้”


ดวงตาทั้งสองประสานกันเป็นฝ่ายของน้องชายที่ยังคงไม่ปริปาก พูดจบคนที่นั่งจิบกาแฟก็หรี่ตามองชายร่างเล็กที่นั่งก้มหน้าก้มตาตักข้าวต้มอย่างเงียบเชียบเพราะกำลังใช้ความคิด


หลังจากที่แยกย้ายกับภาคภพตั้งแต่เมื่อคืนเจ้าของสร้อยบุหลันเส้นงามก็กลับมานอนไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นพร้อมกับตั้งคำถามมากมายไว้ในหัว แต่แล้วประโยคก่อนจากลาก็ทำให้เจ้าตัวคิดบางสิ่งขึ้นมา


“พรุ่งนี้ฉันต้องออกไปท่าเรือตั้งแต่เช้า จะให้พ่อฝากเสื้อผ้าไว้ให้ที่คุณลุงเผื่อต้องใช้”


พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายก็อาจจะต้องการเช่นเดียวกัน ด้วยความไม่รู้ว่ามีเพียงเมตกาเท่านั้นที่ติดกลิ่นรุนแรง ทำให้คุณหนูตัวเล็กเข้าไปรื้อค้นของในตู้เสื้อผ้าจนได้เจอกับผ้าพันคอสีขาวผืนเก่งที่เคยใช้เมื่อเหมันต์ฤดูปีก่อนๆ มาเชยชม


พอได้สิ่งที่ถูกใจเจ้าตัวก็พาผ้าผืนบางขึ้นไปนอนกกกอดอยู่บนเตียงด้วยตลอดทั้งคืนจวบจนกระทั่งตื่นเช้าขึ้นมาจึงเดินมาเคาะห้องของพี่ชายคนโตเพราะกะจะไหว้วานในบางสิ่ง


“เป็นอะไรไป”

“คือว่า...”

“จะไปส่งภาคภพหรือ ถ้าใช่เช่นนั้นก็รีบทานเดี๋ยวเรือออกจะไม่ทันการ”

“พี่ทัพรู้ได้อย่างไรว่าน้อง...”

“เป็นพี่ชายเรามาสิบเจ็ดปี ทำไมจะดูไม่ออกว่าน้องพี่ต้องการสิ่งใด”


ใช้เวลาไม่นานข้าวต้มที่เย็นชืดก็พร่องไปเกือบหมด ถึงแม้ว่าเจ้าตัวพูดไปอย่างเด็ดขาดว่าจะเลิกติดกลิ่น แต่กระนั้นก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะตกลงด้วย แถมยังต้องเดินทางไปตั้งไกล…


“งั้นพี่ทัพรอน้องประเดี๋ยว น้องขอขึ้นไปด้านบนสักครู่”

“เร็วหน่อยเสียแล้วกัน เดี๋ยวจะไม่ทันการเอา”


ถุงกระดาษสีน้ำตาลถูกหยิบติดมือขึ้นมาบนรถยนต์สีเพลิงคันหรู ขณะที่คนตัวเล็กกำลังรอลุ้นว่าจะนำของไปส่งให้อีกฝ่ายทันหรือไม่ด้วยความกังวลใจ แต่พอไปที่ท่าเรือก็ถึงคราวสับสนเพราะน่านน้ำนั้นเต็มไปด้วยเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่หลายสิบลำจอดขยับไปมาตามกระแสน้ำที่เคลื่อนไหล


“พี่ทัพรออยู่บนนี้ก่อนน้องจะไปถามคุณลุงเจ้าท่าว่าเรือออกไปแล้วหรือยัง”


เพราะความร้อนรนเจ้าตัวจึงรีบเดินลงไปที่ท่า แต่ครั้นคนเป็นพี่จะเดินตามก็ต้องหยุดเท้าเพราะหันไปเจอเข้ากับบางคนก่อนก้มหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย


“มาหาใครหรือหนู”

“เอ่อ...เรือสินค้าของจักวรรษออกไปแล้วหรือยังครับคุณลุง”

“พึ่งออกไปเมื่อครู่เอง หางเรือยังเห็นอยู่ไหวๆ”


ชายวัยกลางคนชี้ไปยังท้ายเรือที่ล่องอยู่กลางแม่น้ำ ทำให้คนถามต้องมองตามตาละห้อยก่อนพยักหน้ากล่าวล่ำลาแล้วเดินคอตกกลับขึ้นมาหาสารถีคนเดิมที่ด้านบน


“เป็นอะไรไป ทำไมไม่นำไปให้เล่า”

“เรือออกไปแล้ว”


น้ำเสียงเจือความผิดหวังถูกส่งผ่านออกมาด้วยสีหน้าเศร้า เพราะมัวแต่น้ำท่วมปากจึงทำให้คลาดกันไปอย่างน่าเสียดาย ถึงแม้ในถุงจะไม่ได้มีค่าอะไรมากมายกระนั้นก็อยากส่งให้ถึงมือของอีกฝ่าย แต่กว่าจะฉุดคิดได้ก็สายเกินไป ...


“ในถุงกระดาษมีอะไร”


การส่ายหัวเป็นคำตอบว่าเจ้าตัวไม่อยากให้รับรู้ ถุงสีน้ำตาลที่อยู่ในมือจึงถูกมาแนบไว้ที่อกอย่างหวงแหน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินดุ่มๆ พุ่งตรงไปยังรถสีเพลิงที่จอดนิ่ง


“น้องชอบพอกับภาคภพแล้วหรือ?”

“เปล่าเสียหน่อยอุดมการณ์น้องยังคงเช่นเดิม พี่ทัพพูดอะไรก็ไม่รู้”


คนได้ยินถึงกับชะงักงั้นแล้วรีบปฏิเสธโดยพลัน แต่กระนั้นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าก็คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด


“แล้วผ้าในมือเล่านำมาให้เขาทำไม ภาคภพเป็นอัลตกาเจ้าตัวไม่เป็นไรหรอกหากไม่ได้กลิ่นของเรา”

“แต่เขาบอกว่าจะไปนาน เอ๊ะ..พี่ทัพอยู่ได้อย่างไรว่าน้องนำอะไรมา”

“ก็ปลายผ้ามันโผล่อยู่”


พอได้ยินคนตัวจ้อยรีบก้มลงมองถุงกระดาษที่ตนเองตระกองกอดไว้ก็พบว่าชายผ้าพันคอสีขาวนั้นพ้นออกมาให้ผู้อื่นได้เชยชมจนได้


“ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ออกมา”


พอพบเจอต้นตอแพร่งพรายความลับเจ้าตัวก็จับชายผ้าฝั่งที่แนบอกยัดลงเข้าไปในถุงดังเดิม แต่ยังไม่ทันที่จะได้แก้ต่างใดๆ เสียงที่คุ้นเคยก็เอื้อนเอ่ยเรียกชื่อคนตัวเล็กให้หันกลับไปมองที่ท่าเรือ


“ทำไมถึงเดินเร็วนัก”


ชายร่างสูงที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงมาหาคุณหนูตัวเล็กที่มัวแต่จ้ำอ้าวไม่ได้สนใจว่ามีใครจ้องมองตั้งแต่เจ้าตัวเดินลงไปที่ท่าเรือ แต่เพราะกำลังสั่งงานอยู่จึงไม่สามารถปลีกตัวออกมาหาหรือเรียกรั้งไว้


“คะ...คุณใหญ่”


ใบหน้านวลเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะถอดใจไปแล้วว่าคงไม่ได้พบเจอคู่โชคชะตาตัวสูง แต่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ปรากฏตัวเหมือนถูกเสกขึ้นมาเสียได้...


“ไหนคุณลุงเจ้าท่าบอกว่าเรือไม่อยู่แล้วไฉนเลยคุณใหญ่ยังอยู่ที่นี่เล่า”

“ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้ ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาออกเรือ”

“อ่าว แล้วเรือลำนั้น”

“นั่นทางลงใต้ ฉันต้องขึ้นเหนือ”


คำตอบที่ได้ทำเอาคนไม่รู้เรื่องรู้ราวกะพริบตาปริบๆ ประมวลผลของคำพูดที่ได้ยิน ใบหน้าร้อนฉ่าเพราะงงเส้นทางทำให้เจ้าตัวต้องรีบมองหาตัวช่วยคือคนพามา...


“คุยกันไปก่อนจะกลับแล้วค่อยเรียกพี่”


แต่เหมือนตัวช่วยนั้นก็จะรู้เห็นเป็นใจกับชายร่างสูงเพราะผู้เป็นพี่ส่ายหัวตั้งแต่เห็นน้องชายตนเองเดินดุ่มๆ ขึ้นมาด้านบนด้วยท่าทางห่อเหี่ยว ทั้งที่คนที่เจ้าตัวตามหานั้นยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ด้านหลังห่างกันไม่ถึงวา


‘เห็นทีอาจจะต้องพาไปตัดแว่นเสียแล้วกระมัง’


พูดจบที่พึ่งสุดท้ายก็เดินเลาะไปยังร้านกาแฟข้างท่าเรือ ปล่อยให้ผู้เป็นน้องยืนซ้อนแก้มแดงๆ ด้วยความขวยเขินเพราะคิดเพลินไปไกลถึงไหนต่อไหน


“มาส่งฉันหรือ”

“ไม่ได้มาส่งเสียหน่อย แต่คิดว่าคุณใหญ่อาจจะต้องใช้ของเหล่านี้”


ถุงกระดาษสีน้ำตาลที่ภายในบรรจุผ้าพันคอผืนบางถูกยื่นไปให้ชายร่างสูงตรงหน้าตามความประสงค์


“ไม่ยักจะมีกลิ่นดอกการเวก”

“แต่พร้อมเอามานอนกอดด้วยทั้งคืนแล้วนี่ จะไม่มีกลิ่นติดได้เยี่ยงไร”


คำพูดที่ไม่ได้ผิดแปลกแต่กลับทำให้เห็นถึงความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ จากคนตัวจ้อย ที่จริงแล้วกลิ่นหอมนั้นติดอยู่ไม่มากก็น้อย แต่กลิ่นจางๆ หรือจะไปสู้กลิ่นหอมจากต้นตอที่ยืนอยู่ตรงหน้า


“เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นผ้าเช็ดหน้าไหมคุณใหญ่ ยังไม่ได้ใช้แต่ก็คงพอจะมีกลิ่นอยู่บ้าง”


ผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดถูกยื่นส่งให้ชายร่างสูงที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทำหน้านิ่งไม่ให้ลูกน้องนับสิบเห็นอาการผิดปกติ ครั้งจะให้ยิ้มดีใจเหมือนคนบ้าก็กลัวว่าความน่าเกรงขามที่สั่งสมมาจะต้องจบลง


“ลายแปลกตาเสียจริง ฉันไม่เคยพบเห็น”


ลายขยุกขยิกบนผืนผ้าถูกกางออกมาให้สายตาคมได้เชยชมอย่างชัดเจน ดอกไม้สีเหลืองปักเรียงอยู่ที่ชายผ้าพร้อมกับชื่อเจ้าของนั้นช่างน่าเอ็นดูเสียจนหาอะไรมาเปรียบไม่ได้


...

“ลายบนผ้าพร้อมเป็นคนปักเอง พร้อมรู้ว่ามันไม่งามแต่ทำไมคุณใหญ่ต้องทำหน้าตาเช่นนั้นด้วย”


เพราะใบหน้าที่กลั้นยิ้มทำให้คนร่างบางเข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายจะหลุดขำในลวดลายหยุกหยิกบนผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดแต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเพราะใบหน้าเลิ่กลั่กของเจ้าตัวที่รีบหาสิ่งมาทดแทนของในถุงต่างหากทำให้ชายหนุ่มต้องฝืนดึงหน้าไว้


“เปล่า ฉันจะรักษาไว้อย่างดี”

“หึ่ยคุณใหญ่ ไม่อยากได้ก็เอาคืนมาเลย”

“ให้แล้วจะมาเอาคืนกันง่ายๆ ได้อย่างไร”


เสียงระฆังเรียกลูกเรือดังขึ้นในเวลาใกล้ออกเป็นการส่งสัญญาณว่าทุกคนควรขึ้นไปประจำที่หรือบอกเป็นกลายๆ ว่าเวลาแห่งการง้องอนได้จบสิ้นลงเสียแล้ว


‘เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ...’


ใบหน้านวลที่เคยบึ้งตึงพอเห็นคนตรงหน้าหันกลับไปมองทางท่าเรือก็รับรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องแยกจากกัน


“ฉันดีใจที่เราไม่ได้โยนมันทิ้ง” นิ้วแกร่งเกี่ยวเข้ากับสร้อยสีเงินบนต้นคอระหง พอได้เห็นชัดๆ เขานั้นไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อยที่ทุ่มเงินไปกับสร้อยบุหลันเส้นนี้เพราะมันช่างเหมาะสมกับคนตรงหน้า

“ฉันขอได้ไหม ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดขอให้สวมไว้ตลอด”

“อื้อ เข้าใจแล้ว”


ดวงตาคมจ้องมองซ้ำๆ เพื่อจดจำรายละเอียดของใบหน้าหวาน ดวงตาพระจันทร์เสี้ยวนี้เขาคงคะนึงหาอยู่ไม่น้อย ...


“ฉันต้องไปแล้ว”


‘นี่ไม่ใช่การบอกลา แต่เป็นสัญญาว่าเราจะได้พบกันใหม่’


“ไปดีมาดีนะ คุณใหญ่”


หัวใจที่บีบรัดเป็นจังหวะตึกตักบ่งบอกว่าลึกๆ ความรู้สึกวูบโหว่งนั้นกำลังกัดกินเข้ามาในจิตใจ แต่กระนั้นทั้งสองคนก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับประปรายบนใบหน้าให้เห็นซึ่งกันและกัน





“ฉันมาดีแน่นอน เราก็เตรียมตัวไว้ให้ดีเสียแล้วกัน”









________________________________________









เห็นประชากรฝูงมดในเส้นทางข้างหน้านั่นไหมคะ คุณใหญ่เขาบอกแล้วนะว่าให้เตรียมไว้ให้ดี แต่ก่อนตบมดคงได้ตบคุณใหญ่ก่อน 55555 ยังไม่ได้ไปเอาโน๊ตบุ๊คเลยค่ะ ตอนเอาไปซ่อมคือตกใจ แต่ตอนนี้คือพิมพ์ในมือถือจนเริ่มชิน ขกไปเอาเฉยคำผิดเลยท่าจะเยอะรอวันแก้ ;-;



แอบรอคอมเมนต์กับหัวใจดวงน้อยๆ หลังรังมดแดง เจอกันตอนหน้าค่ะ ♡








T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.295K ครั้ง

1,210 ความคิดเห็น

  1. #1156 Movaana (@cjpoo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 21:52
    คุณใหญ่ไปแล้วรักษาตัวดีๆ ถ้ากลับมาพร้อมปัญหาเเม่จะตีให้ตายเลย!
    #1156
    0
  2. #1150 ncty (@ncty) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 00:02
    น่ารักกันจังเลย
    #1150
    0
  3. #1130 Poppiesvanillie (@wholese) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 07:20
    คุณใหญ่ๆๆๆ อย่าเอาสาวเหนือกลับมาด้วยนะ
    #1130
    0
  4. #1083 Prince (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:32

    หวังว่าคุณใหญ่จะไม่หิ้วเอาปัญหากลับมาด้วยนะ น้องพร้อมน่ารักกกกก

    #1083
    0
  5. #1050 Saranghayooo (@Saranghayooo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 09:48

    ของเราอ่านตอนนี้ไม่ได้อะ ไม่ขึ้นเนื้อหาให้อ่าน เขามีอะไรกานนนนนชั้นมิรู้เรื่องเลย????

    #1050
    0
  6. #1009 munkrishear (@anchasa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 18:19
    เขินนนนนนนนนน ฮืออออออออ
    #1009
    0
  7. #1005 saragrace096 (@saragrace096) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:47
    สู้ ๆ นะคะ คูมไรต์💐
    #1005
    0
  8. #1004 saragrace096 (@saragrace096) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:47
    ฮืออ คุณใหญ่
    #1004
    0
  9. #1002 sthinteresting (@sthinteresting) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 19:45

    เขินคุณใหญ่
    #1002
    0
  10. #1001 Capricorn_syn (@pupae1412) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 19:26
    ถ้าเคลียร์เรื่องกันตาไม่จบเห็นดีกันแน่คุณใหญ่😤
    #1001
    0
  11. #992 znamsomz (@znamsomz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:35
    ไม่ไหวๆๆๆ เขิลคุณใหญ่มากๆๆๆๆ ฮืออออ
    #992
    0
  12. #989 baitoeylovemom (@baitoeylovemom) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 18:10
    คุณใหญ่ อย่าทำน้องเสียใจเด็ดขาดนะ!! ถ้าทำชั้นจะพาน้องหนีจริงๆ
    #989
    0
  13. #988 little daffodil (@wannyrenesmee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 15:53
    พร้อมปากแข็งมาก ความจริงรักเค้าหรอก
    #988
    0
  14. #987 cbdh61 (@cbdh61) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 08:21
    มีความมาส่งเขานะหนูพร้อม
    #987
    0
  15. #986 MW_Rose (@MW_LH) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 01:22
    ฮืออออ น้องน่ารักอ่ะะะ
    #986
    0
  16. #983 Yaowaphan (@Yaowaphan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 18:34
    เห็นคนหลงว่าที่เมียมั้ยคะ อะไรจะปานนั้นนนน
    #983
    0
  17. #982 notisez (@JesscxCha) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 16:44
    แหมเทอ5555
    #982
    0
  18. #980 dewwiizodiac (@dewwiizodiac) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 11:36
    งู้ยยยยยยย
    #980
    0
  19. #977 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 11:10
    นี่ขนาดไม่ได้ห่างกันไกลนานมากนะ55555555 รู้อนาคตแล้วงี้
    #977
    0
  20. #972 ฺBraaaaaa.- (@Bewerebean_s) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 23:03
    ดีมาก;-;
    #972
    1
    • #972-1 notisez (@JesscxCha) (จากตอนที่ 7)
      29 กันยายน 2562 / 16:10
      เหน-อิกแร้วเพื่อนรัก
      #972-1
  21. #971 ParkMild (@ParkMild) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 22:51
    น่ารักกก
    #971
    0
  22. #969 aeang1711 (@aeang1711) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:44
    จะมีอะไรเกิดขึ้นไหมนะกลัวจังรีบกลับมาขอน้องแต่งงานนะคะอยากเห็นหลาน
    #969
    0
  23. #968 Aunbyunb (@LuBiAnya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:02

    แอบโหวงๆแทนน้องกับพี่ แต่ก็เขินๆอะ ร้องเตรียมตัวให้ดีนะ! กลับมาพี่ต้องทำอะไรแน่ๆ

    #968
    0
  24. #967 หม่อง เรย์ ญะ (@01112002) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 19:54
    เตรียมตัวเตรียมใจเลยยยย
    #967
    0
  25. #966 jenny.jennie (@jennnie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 17:22
    แง หนูพร้อมน่าร้ากกกกกก
    #966
    0