ตอนที่ 17 : HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบหก… ยอมรับความจริง (เต็มดวง%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 ส.ค. 59




HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบหกยอมรับความจริง

 

 

เฮ้อ!

ตอนนี้มันก็ผ่านมาหลายนาทีแล้วกับการนั่งฟังผู้หญิงบ่น เรื่องที่ผมพาเพียงดินไปกินข้าวถึงหูของพราวพรรณจนได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะปกปิดเพราะเธอสั่งให้คนคอยตามผมอยู่ตลอดเวลา ผมไม่ได้เถียงนอกจากนั่งฟังอยู่เงียบๆ และโชคดีมากที่ตอนไปทะเลผมสามารถสลัดคนติดตามหลุดออกไปได้ ไม่งั้นเรื่องคงยาวกว่านี้

“พราว! พอได้แล้ว”

“แต่พ่อคะ”

“ฟังคุณเควินเขาอธิบายก่อน” เสียงของคุณพงษ์ร้องขัดลูกสาวขึ้นมา ถ้าพ่อของเธอไม่พูดห้ามป่านนี้ยังคงบ่นต่อไปเรื่อยๆ สินะ

“ผมขอโทษนะครับ ถึงยังไงเพียงดินก็ยังเป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน ถ้าเราตกลงกันดีๆ มันก็น่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ?” ขอโทษนะดิน แต่มันจำเป็นจริงๆ “คุณพงษ์คิดว่ายังไงครับ”

“เรียกผมว่าพ่ออย่างลูกพราวก็ได้ครับ เพราะถึงยังไงพวกเราก็กำลังจะเป็นดองกันแล้ว”

“ครับ”

“ที่พราวเห็นผมไปกินข้าวกับเพียงดิน อันที่จริงมันเป็นแค่แผนการหนึ่งเท่านั้น ผมรักคุณคนเดียวนะครับ” ผมต้องแสดงละครว่ารักแบบนี้อีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่มันจะจบสิ้นสักที ผมแทบจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว

“ครั้งนี้พราวจะยกโทษให้นะคะ แต่ถ้ามีครั้งหน้าพราวไม่ยอมแน่นอน”

“ครับ”

มื้อค่ำวันนี้ถูกนัดหมายขึ้นที่บ้านของพราวพรรณแทน ผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายอยู่แล้ว เพราะคนอย่างคุณพงษ์ต้องรอบคอบและป้องกันตัวเองอยู่ตลอดเวลา คนที่ทำผิดไว้เยอะก็มักกลัวอะไรรอบด้านสินะ

“เรามาคุยเรื่องสินสอดกันดีกว่านะครับ” และผลประโยชน์ก็ย่อมมาก่อนเสมอ

“ถ้าคุณพ่อต้องการบ้านและที่ดินของเพียงดินเพื่อเป็นสินสอด ผมก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ”

“หืม! รู้ใจกันจริงๆ เลยนะครับ ถึงจะเรียกว่าเป็นสินสอดแต่พ่อก็ต้องยกให้ลูกพราวในภายภาคหน้าอยู่ดี”

“พูดอะไรค่ะ คุณพ่อ” พราวพรรณเขินหน้าแดงเชียวครับ ทำไมผมถึงอึดอัดแบบนี้ อยากให้ช่วงเวลาแย่ๆ มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“มาๆ เรารีบกินข้าวกันดีกว่า”

ทุกอย่างกำลังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เวลาแย่ๆ มักจะผ่านไปช้าสินะ ผมก็หวังให้มันจบลงสักที

“จะไม่ค้างที่นี่จริงๆ เหรอคะ” ผมฝืนยิ้มออกไป มือหนาเอื้อมไปรั้งใบหน้าของเธอเอาไว้เพื่อแสดงความรักใคร่ ผมคงเป็นผู้ชายที่ทำผิดอย่างมหันต์แน่นอน

“ผมอยากให้คุณมีค่าที่สุด จนกว่าจะถึงวันของพวกเรานะครับ”

“ขอบคุณนะคะ พราวดีใจที่คุณคิดแบบนี้”

“ฝันดีนะครับ แล้วเจอกัน”

“ฝันดีค่ะ”

จุ๊บ

แก้มของผมถูกฉวยโอกาสไปซะแล้ว ผมไม่ได้แสดงความรักอะไรกลับไปด้วยซ้ำ แค่มองหน้าเธอแล้วยิ้มพร้อมทั้งหันหลังเดินกลับไปที่รถแทน ซึ่งมีคุณปัญญ์รออยู่

เฮ้อ!

บรืนน น นน

พอขึ้นมานั่งบนรถเสร็จเรียบร้อย ผมก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทั้งเนคไทและกระดุมถูกปลดออกทันที

“เหนื่อยเหรอครับ”

“ผมอยากเจอเพียงดิน”

“คงต้องห้ามใจตัวเองหน่อยนะครับ เพราะคุณเลือกเอง” ผมทำได้มากที่สุดก็แค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดมันเพื่อดูเพียงดินสินะ การติดกล้องขนาดจิ๋วไว้ที่แหวนมันก็คงเป็นเรื่องดีอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน

ตอนนี้เพียงดินอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะเข้านอนแต่กลับเดินลงไปด้านล่างเพื่อคุยกับเคย์ ถ้าเขารู้ว่าผมมองดูอยู่ตลอดจะโกรธไหมนะ แต่ผมก็หวังว่าเขาจะไม่รู้ ถ้าเคย์ไม่ปริปากพูดออกไปซะก่อน

ผมควรตัดใจ แล้วปิดโทรศัพท์ไปซะ ยิ่งเห็นก็ยิ่งโหยหามันไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ

 

เพียงดิน

ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไม? แต่สิ่งหนึ่งที่ผมควรระลึกเอาไว้ให้มากๆ คงเป็นความรู้สึกของตัวเองละมั้ง ชีวิตผมไม่เคยมีความสุขเหมือนกับคนอื่นๆ เขาเลยรึไง หรือว่าหนทางแห่งความสุขมันยังอยู่อีกยาวไกล

“ขึ้นไปนอนได้แล้วดิน” หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็เดินลงมาด้านล่างเพื่อคุยกับคุณเคย์ต่อ แต่ดูเหมือนคนข้างๆ จะไม่อยากคุยกับผมเลยครับ

“ผมยังไม่ง่วง”

“ไม่ง่วงหรือนอนไม่หลับ”

“ทั้งสองละมั้ง อยู่คุยเป็นเพื่อนกันก่อนไม่ได้เหรอครับ” ผมพยายามอ้อนวอน แต่สายตาของคุณเคย์ไม่ค่อยเป็นใจเลยครับ

“พรุ่งนี้ผมมีประชุมช่วงเช้าถ้าคุณคิดถึงพี่เคนก็ไลน์ไปหาเขาสิครับ”

“เกรงว่าจะไปขัดจังหวะเขา”

“ไม่ลองไม่รู้นี่ครับ ถ้างั้นผมขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะครับ”

“ฝันดีครับ”

“เช่นกันครับ”

สุดท้ายผมก็ต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว ตอนนี้ผมอยากกลับเชียงใหม่ เพราะอย่างน้อยที่นั่นอาจจะมีเจ้าแสบให้ผมได้คุยแก้เหงาก็ได้ แต่อยู่ที่นี่ผมเหมือนไม่มีใครเลยจริงๆ

แอ๊ด

พอผมเปิดประตูเข้าไปในห้อง มันเงียบมากๆ ทำไมมีแค่ผมคนเดียว

เฮ้อ!

ช่วงนี้ผมถอนหายใจบ่อยมาก ทำตัวเหมือนกับคนแก่ไปวันๆ เลยครับ มีเรื่องให้คิดมากเยอะแยะเต็มไปหมดเลยด้วย ผมควรจะทำอย่างที่คุณเคย์แนะนำใช่ไหม

มีโทรศัพท์ใหม่กับเขา แต่ไม่เคยได้ใช้งานจริงๆ สักที ลองหยิบขึ้นมาดูแล้วกันครับคุณเคย์เป็นจอมบงการอยู่แล้ว เขาน่าจะจัดการทุกอย่างไว้พร้อมแน่นอน พอเปิดไลน์เข้าไปเท่านั้นแหละครับ

ผมเดาผิดซะที่ไหน?

ผมควรเริ่มทักว่ายังไง แล้วถ้าเขาไม่ตอบผมจะรู้สึกแย่หรือเปล่าผมเปิดเข้า เปิดออกอยู่ตั้งหลายรอบแนะครับ แต่สุดท้ายก็ยอมทักไป ผมส่งแค่สติ๊กเกอร์สวัสดีไปแทนนะครับ รอลุ้นว่าเขาจะตอบหรือเปล่า

เควิน

8:13 PM (สติ๊กเกอร์สวัสดี)

เหมือนมันไม่มีสัญญาณตอบรับเลยครับ เขาเงียบไปและผมก็ทำได้แค่รอว่าเมื่อไหร่เข้าจะตอบกลับมาสักที

จนเวลาผ่านไปหลายนาทีมาก ผมจึงเลิกสนใจโทรศัพท์แล้วก็ปิดไฟหัวเตียง ในเมื่อเขาไม่ยอมตอบผมก็ไม่อยากรอ เหมือนคนบ้าเลยครับ ผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

ติ้ง!

ผมนอนไม่หลับ แล้วจู่ๆ เสียงไลน์มันก็ดังขึ้น ผมแทบจะกระโดดลุกขึ้นมาเต้นเลยครับ พอเปิดเข้าไปดูข้อความแสนจะยียวนกวนประสาทของเขาก็ปรากฎตามมาด้วย

(คิดถึงสามีเหรอครับ) 8:20 PM

ผมว่าเขาชักจะน่าหมั่นไส้แล้วสิครับ

8:22 PM (สติ๊กเกอร์โกรธ)

ผมต้องใช้เวลากี่นาทีกันกว่าจะยอมตอบเขากลับไป ตอนนี้อยากร้องไห้มากๆ ความรู้สึกสับสนนี้มันคืออะไร มันเริ่มจะชัดเจนขึ้นแล้ว

(กอดหน่อยได้ไหม นอนไม่หลับเลยจริงๆ) 8:22 PM

8:23 PM (อยากกอดมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้กอดอยู่ดี)

น้ำตามันไหลออกมาดื้อๆ เลยครับ เหมือนเด็กผมอ่อนแออีกแล้ว แถมใครอีกคนยังเงียบไปอีกต่างหาก ผมไม่รู้ว่าจู่ๆ เขาหายไปไหน แต่เขายิ่งเงียบ ผมยิ่งรู้สึกแย่

“อะ อึกฮือๆ” ผมร้องไห้สะอื้นออกมาจนได้ จะอายทำไมในเมื่อตอนนี้ผมอยู่คนเดียว

ติ้ง!

หยาดน้ำตามันหายไปอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงไลน์ดังขึ้นมา ผมรีบเปิดดูทันที

(รูปถ่าย) 8:29 PM

เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เลยครับ หายไปถ่ายรูปมาหรือไงกัน แถมยังนอนกอดหมอนข้างได้น่าตาเฉยอีกต่างหาก แต่สีหน้าของเขากลับเศร้า

(กอดหมอนข้างก็ไม่อุ่นเท่ากอดเมีย) 8:29 PM

ผมควรร้องไห้หรือขำดี ทำไมเขาถึงน้ำเน่าได้ขนาดนี้ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนี้

8:31 PM (ผมจะนอนแล้วนอนฝันว่าได้กอดไปก่อนก็แล้วกันครับ)

(ใจร้าย!) 8:32 PM

เขามันน่าหมั่นไส้สุดๆ ไปเลยครับ

8:32 PM (ฝันดีนะครับ)

(สติ๊กเกอร์กอด) 8:33 PM

แค่นี้มันก็อุ่นใจแล้วครับ กว่าจะผ่านหนึ่งเดือนนี้ไปได้ ผมคงนอนร้องไห้หลายคืนแน่ๆ อยากจะบ้าตาย ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย เพราะเขาคนเดียวเลยจู่ๆ ก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงกันได้มากมายขนาดนี้

 

เมื่อคืน เป็นการนอนหลับที่ทรมานมากๆ ตื่นเช้ามาก็ยังทรมานอีกครับ ผมกลัวว่าถ้านานกว่านี้จะกลายเป็นญาติกับหมีแพนด้าไปซะก่อน ผมนอนคิดทั้งคืนแต่ก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้สักที

“ตื่นเช้าจังเลยนะดิน เอากาแฟสักแก้วไหม”

“ผมไม่กินกาแฟครับ” ผมเดินเข้าไปหาคุณเคย์ที่นั่งจิ๊บกาแฟอยู่ตรงโต๊ะอาหาร ในมือก็ถือหนังสือพิมพ์อ่านไปด้วย มาดนักธุรกิจจริงๆ เลยครับ พอเห็นเขาใส่สูทก็แตกต่างออกไปอีกแบบ ตอนนี้คุณเคย์ให้ความรู้สึกนิ่งและสุขุมมาก

“ผมมีอะไรแปลกไปเหรอครับ”

“วันนี้คุณใส่สูท มันเลยแปลกตานะครับ”

“อยู่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหม” คุณเคย์จ้องหน้าผมเพื่อรอฟังคำตอบ

“คนเดียวที่ไหนครับ กำไลก็อยู่ด้วย” ถึงจะนานๆ ได้คุยกันก็เถอะ เพราะกำไลเขาไม่ค่อยว่าง “ไหนจะคนอื่นๆ อีกตั้งหลายคน”

“ช่วงนี้ที่บ้านคนจะเยอะหน่อยนะครับ”

“ไม่หน่อยหรอกครับ มีแต่ชายชุดดำทมิฬเต็มไปหมด” ผมพูดพร้อมกับกวาดสายตาไปมองด้านนอกผ่านกระจก ซึ่งจะเห็นชายชุดดำยืนคุมกันอยู่เป็นจุดๆ รอบบ้าน

“เราป้องกันไว้ก่อนถ้างั้นผมขอตัวไปทำงานนะครับ”

“เดินทางปลอดภัยนะครับ” คุณเคย์เดินออกไปแล้ว ผมเองก็ไม่รู้จะทำอะไรเลยนั่งอยู่ที่เดิมต่อหลายนาที จนกำไลเดินเข้ามา

“คุณดินจะกินมื้อเช้าเลยไหมคะ”

“ยังไม่หิวนะครับ ถ้าหิวเดี๋ยวดินทำอะไรกินเองก็ได้” กำไลพยักหน้าให้ผมก่อนจะเดินออกไป ผมเองก็ไร้จุดหมายซะเหลือเกินเลยต้องเดินไปที่ห้องนั่งเล่นแทน หยิบรีโมตขึ้นมากดเปิดไปตามช่องต่างๆ

ข่าวแรกที่เปิดเจอกลับเป็นใบหน้าของใครบางคนที่พยายามจะลืม ทำคนอื่นเขาคิดมากจนนอนไม่หลับ แต่ตัวเองกลับไปเดินควงผู้หญิงแล้วยิ้มมีความสุขเนี่ยนะ

ชิส์!

ผมไม่น่าเปิดมาเจอข่าวนี้เลย อยากปิดหนีแล้วทิ้งตัวลงนอน ไม่ต้องสนใจใครหรืออะไรอีก

ผมเหนื่อย!

“ฮืออออ!” อยากร้องไห้ด้วยครับ แต่ร้องไม่ได้เดี๋ยวเขาจะคิดว่าผมเป็นเด็กอีก

เมี้ยว เมี้ยว

หืม!

เสียงแมว แล้วมันดังมาจากไหน บ้านหลังนี้ไม่ได้เลี้ยงแมวด้วยซ้ำ

เมี้ยว เมี้ยว

ดังขึ้นมาอีกแล้วครับ ผมเองก็ลุกขึ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วย จนเห็นเจ้าแสบกำลังเดินส่ายก้นตรงเข้ามาทางผม มันร้องเรียกใหญ่เลยครับ

“แสบ” ผมเรียกมันก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาแล้วอุ้มมันขึ้นมาแทน “แกมาได้ยังไง รู้ไหมว่าฉันคิดถึงมากแค่ไหน”

“คุณเควินสั่งให้คนไปรับมันมาให้คุณนะครับ”

“เอ๋!” เสียงจากด้านหลังดังขึ้นมา พอหันไปมองก็เห็นว่าเลขาคนสนิทของคุณเควินกำลังยืนยิ้มอยู่

“เห็นคุณยิ้มได้แบบนี้ เจ้านายผมคงดีใจ”

“ฝากบอกเขาด้วยนะครับ...ชอบทำตัวน่าหมั่นไส้”  ผมเบะปากฝากไป อุ้มเจ้าแสบกลับไปนั่งที่โซฟา มันเลียแขนผมใหญ่เลยครับ ท่าทางอ้อนๆ คงจะเหงาใช่ไหม

“มีอะไรจะฝากไปอีกไหมครับ”

“ไม่แล้วครับ ไม่อยากทำตัวมีปัญหา”

“อย่าคิดมากไปเลยครับ เดี๋ยวทุกอย่างมันก็เรียบร้อย” คุณปัญญ์พูดทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินออกไป ผมก็อยากตามไปถามเขานั่นแหละครับ แต่ไม่ดีกว่า

ใครๆ ก็บอกผมว่าอย่าคิดมาก ถ้ามันทำได้ง่ายๆ ก็ดีสิครับ

เมี้ยวๆ

เจ้าแสบร้องอ้อนผมอีกแล้ว ผมเองก็นั่งลูบหัวของมันไปด้วยสักพักเจ้าแมวขี้เกียจก็นอนหลับบนตักผมซะดื้อๆ เลยครับ

 

ตอนนี้ผมทรมานมากๆ ถึงจะมีเจ้าแสบก็ไม่ช่วยอะไรได้เยอะเลย จะนั่ง จะนอน จะเดินก็ยังคงทรมานอยู่ดีผมจะทนได้อีกนานแค่ไหน หลายวันที่ผ่านมากับการพยายามอดทนไม่ร้องไห้ แต่กลับไม่มีวันไหนที่ไม่รู้สึกแย่

ไอ้คนนิสัยไม่ดี เจอหน้าเมื่อไหร่ ผมจะต่อยไม่ยั้งเลยคอยดู

เมี้ยวๆ

แมวมันคงรู้ว่าผมเศร้าละมั้ง ถึงไม่ยอมห่างไปไหนเลย ผมพยายามจะยิ้มและบอกใครต่อใครว่ามันไม่มีอะไร แต่มันกลับไม่ไหว เวลาที่อยู่คนเดียวผมก็คิดมาก

“คุณดินคะ”

“ครับ”

“ทำไมเศร้าๆ ล่ะคะ อยากไปเดินเล่นไหม” กำไลเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับน้ำเสียงห่วงใย ผมเศร้าจนคนรอบข้างพลอยเป็นไปด้วยงั้นเหรอ หลายวันมานี้ มันไม่โอเคเลยครับ

“ไม่เป็นอะไรครับ ดินไม่อยากทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน”

“ถ้างั้นอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวกำไลจะไปทำให้กิน”

“ไม่อยากกินครับ”

“โธ่! คุณดินคะ อย่าเป็นแบบนี้สิคะ” กำไลเดินเข้ามาจับมือผม สีหน้าของเธอก็เป็นกังวลไปด้วย ผมเลยต้องคลี่ยิ้มบางๆ เป็นคำตอบออกไปแทน ผมคงทำตัวแย่จนคนอื่นๆ พลอยเป็นห่วงอยู่สินะ

“กำไลทำขนมหวานเป็นไหม”

“เอ๋!

“สอนดินทำหน่อยสิครับ อยากกินบัวลอย”

“ได้ค่ะ” กำไลยิ้มออกมาก่อนจะเดินนำไปที่ครัว ผมไม่อยากเศร้าอีกแล้ว ถ้าเศร้าจะพลอยทำให้คนอื่นเป็นห่วงไปด้วย ยิ้มสู้ไม่ดีกว่าเหรอครับ

“คุณดินคะ อุปกรณ์มีไม่ครบ เดี๋ยวกำไลออกไปบอกให้คนขับรถไปซื้อเข้ามาก่อนนะคะ”

“ครับ”

ผมหันไปมองกำไลที่เดินออกไปจากห้องครัว ก่อนจะหันกลับมาสนใจอุปกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ไปด้วย

Rrrr

ผมยืนคิดอะไรเพลินๆ แล้วยิ้มไปด้วย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา พอหยิบขึ้นมาดูกลับเป็นเบอร์แปลก ผมไม่คิดว่าจะมีคนอื่นรู้เบอร์นี้หรอกนะครับ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้จนต้องรีบกดรับสายทันที

“สวัสดีครับ”

“คิดถึงจังเลยครับ ได้ยินเสียงแล้วชื่นใจ”

“เอ๋!” ที่แปลกใจก็เพราะปลายสายคือคุณเควิน ผมจำเสียงของเขาได้ “คุณมีหลายเบอร์สินะครับ”

“ป้องกันไว้ก่อน อะไรมันก็ไม่แน่นอน”

“โทรมามีอะไรครับ” พอได้ยินเสียงก็นึกหมั่นไส้  ใจจริงๆ กำลังยิ้มอยู่มากกว่าครับ

“ได้ข่าวไม่ค่อยดีมานะครับ มีเด็กดื้อบางคนไม่ยอมกินอะไรเลย ถึงจะพาเจ้าแสบไปอยู่ด้วยก็ยังเศร้า” เสียงปลายสายเงียบไปทันที จนผมต้องยิ้มทั้งน้ำตา เขามันเหลือเกินจริงๆ เลยครับ “เป็นห่วงนะดิน...ดูแลตัวเองด้วยสิ อะไรที่มันฝืนก็อย่าพยายามทำ”

“แล้วใครกันที่ใจร้ายก่อน”

“ขอโทษ...”

“ผมยังไม่ยกโทษให้หรอกนะ” ผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องครัว สายตาก็หันไปเห็นคุณเคย์ยืนยิ้มอยู่ ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่าทางของเขาเหมือนรู้อะไรมาเลยครับ

“ใจร้ายจังเลยนะ”

“คุณใจร้ายก่อนนะครับ”

“ฮาๆ งั้นเหรอ? อดทนหน่อยนะดิน เรื่องทุกอย่างใกล้จะจบแล้ว”

“ครับ”

จากที่เศร้าๆ ตอนนี้กลับโอเคขึ้นมาก อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้หายไปซะเลย ถึงผมจะไม่รู้ว่าเรื่องที่เขาทำมันไปถึงไหนแล้วก็ตาม

“หลังจากนี้คงไม่ได้ติดต่อไปแล้วนะ ไม่อยากให้นายเป็นอันตราย”

“อย่าปกป้องคนอื่น จนลืมปกป้องตัวเองนะครับ” เสียงปลายสายเงียบไป มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกของเขาเท่านั้น “ผมเป็นห่วง”

“ชื่นใจจังเลยครับ”

“ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ผม...”

ตึกตัก ตึกตัก

ผมพูดไม่ออกครับ อยากบอกว่าคิดถึง อยากกอด...กลัวว่าพูดไปแล้วมันจะแปลกๆ

“ผม...อะไรเหรอดิน”

“เปล่าครับ”

 

“เคนคะ ทำอะไรอยู่ พวกเราต้องไปดูสถานที่จัดงานแต่งกันแล้วนะคะ” น้ำเสียงดังฟังชัดแทรกขึ้นมาจากปลายสาย ไม่ต้องเดาให้มากความก็รู้ว่าใคร ผมแทบอยากวางสายไปทันทีเลยครับ

“ขอโทษที ผมคุยธุระอยู่”

“รีบๆ นะคะ”

“ครับ”

 

“วางสายเถอะครับ ผมโอเค”

“อืม” ผมได้ยินน้ำเสียงขานรับแค่นั้นก่อนที่มันจะเงียบไป น้ำตาก็ไหลออกมาซะดื้อๆ

โธ่! ทำไมถึงอ่อนแอแบบนี้

“คุณดินคะ”

“กำไล ดินไม่อยากกินบัวลอยแล้ว” ผมหันไปมองหน้ากำไล พอเธอเห็นว่าผมร้องไห้ก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกเลยครับ

“ร้องไห้อีกแล้ว”

“ฮือๆ ก็มันทรมานนี่ครับ” ผมร้องไห้โฮเหมือนเด็ก แถมยังเดินเข้าไปสวมกอดกำไลทันที เธอกอดตอบผมแล้วลูบหลังไปมาเพื่อปลอบใจด้วย

หมับ

ผมยืนกอดกำไลร้องไห้อยู่ดีๆ ข้อมือข้างหนึ่งกลับถูกกระชากให้ออกห่าง แถมยังถูกรั้งเข้าไปกอดเอาไว้อีกต่างหาก ตอนนี้ผมอ่อนแอจนไม่อยากสนใจอะไรด้วยซ้ำ นอกจากจะกอดตอบเขาแล้วร้องไห้ออกมาจนพอใจ ผมร้องไห้อยู่นาน

หลังจากที่ร้องไห้จนพอใจ คุณเคย์ก็จับมือผมแล้วลากกลับไปนั่งที่โซฟาแทน

“โอเคขึ้นหรือยัง”

“มันไม่เหมือนกันนี่ครับ” ผมรู้ว่าเขากอดทำไม แต่มันก็ไม่เหมือนกันจริงๆ นั่นแหละ

“รู้ครับ ไม่มีใครแทนใครได้ แต่ที่กอดเพราะอยากให้รู้สึกดีบ้าง อย่าอ่อนแอเลยนะดิน ตอนนี้พี่เคนคงกำลังพยายามอยู่”

“ฮือๆ ผมเหมือนเด็ก” ผมร้องไห้อีกแล้ว วันนี้ร้องไห้หนักมาก แทบขาดใจเลยครับ

“ร้องไห้ให้พอนะดิน เพราะต่อไปคุณต้องเข้มแข็งแล้ว”

“ขอบคุณนะครับ”

“พี่สะใภ้ทั้งคน ใครจะปล่อยให้เสียใจอยู่คนเดียวละครับ”

“ไม่ขำ! อย่าเรียกผมแบบนี้อีกนะครับ” ผมรู้ดีว่าคุณเคย์พยายามพูดเพื่อให้รู้สึกดี แต่มันไม่ดีเลยครับ

“ยอมรับเถอะครับ”

“ผมไม่ได้รักเขานะ” ผมรีบเถียงออกไป มันไม่ไหวแล้วจริงๆ เหมือนเก็บกดเอาไว้นานจนหัวใจแทบจะระเบิด

ตอนแรกพวกเราเหมือนคนที่เกลียดกันมากๆ เขาเองก็คอยแต่จะแกล้งผมอยู่ตลอด พวกเราคอยย้ำสถานะเจ้าหนี้ลูกหนี้อยู่ทุกวัน แต่ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนไป

“ผมอยากให้พี่เคนมาได้ยินจังเลย”

“ผมไม่ได้รักเขา...ไม่รัก”

“ยอมรับเถอะครับ คุณรักพี่เคนไปแล้ว เขาเองก็ด้วย...การกระทำของคุณกับพี่เคนมันก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนอยู่แล้ว”

“ไม่ยอมรับหรอกครับ”

“หนีให้ได้ตลอดนะครับ”

“ฮือ!” ผมกลบเกลื่อนด้วยการร้องไห้ไม่ได้ตลอดไปหรอกครับ หรือผมต้องยอมรับมันอย่างที่คุณเคย์พูดเอาไว้

ยอมรับและปล่อยมันไปตามโชคชะตา




_________________________________

TBC

ตอนนี้อึนมึนงง ฮาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

นึกว่าจะไม่ได้อัพ เพราะฝนตก ฟ้าร้องหนักมาก...แถมง่วงนอนอีก


รีบอัพ จะได้รีบจบ

ขอบคุณนะคะ


มีคำผิด คำงง สะกิดได้นะคะ ^^

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

30 ความคิดเห็น