สาวสดใสกับนายซึน

ตอนที่ 5 : Chapter 5 : เค้าลางของความวุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 มี.ค. 57

Chapter 5 : เค้าลางของความวุ่นวาย
 


วันนี้ ฉันก็แวะเข้ามาหายัยลินินที่ร้านอีกเช่นเคย

แต่วันนี้แปลกหน่อยเพราะฉันเข้ามาแต่เช้าก่อนที่ร้านจะเปิดราวๆ 2 ชั่วโมง


มันไม่ใช่เพราะฉันมีหุ้นส่วนอยู่ในร้านพับผ้าแห่งนี้นิดหน่อย อย่างที่ฉันชอบอ้างหรอก

หากแต่เพื่อนๆส่วนใหญ่มักจะทำงานอยู่ในเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร มากกว่าจังหวัดบ้านเกิดแห่งนี้

ถึงจะเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีสนามบินนานาชาติเป็นของตัวเอง

แถมยังมีแม่น้ำสายสำคัญเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศ

แต่ความต้องการงานหลายๆแขนง ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่ากรุงเทพและปริมลฑลอยู่ดี



ฉันและยัยลินินที่ทำตัวสำนึกรักบ้านเกิด กลับมาทำงานที่บ้านไม่ไปไหน

ก็เลยต้องเกาะกลุ่มกันเป็นเรื่องธรรมดา




ในขณะที่ฉันนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย นายนัฐที่มาจากไหนไม่รู้ก็เดินเข้ามานั่งข้างๆฉัน

ฉันหันไปมองเขาอย่างตกใจ เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าอยู่ดีๆจะมีใครเข้ามานั่งข้างๆแบบนี้


อ้อ... ที่ฉันไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เจอนายนัฐที่ร้านก็เพราะ หลังจากที่เราคุยกันวันนั้น

แล้วยัยลินินให้บัตร
VIP กับสองหนุ่ม ทั้งคู่ก็ตอบรับความหวังดีของยัยลินิน

โดยการเป็นขาประจำและลูกค้าที่ดีของยัยลินินแต่โดยดี

ฉันเลยเจอพวกเขาที่ร้านบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันเป็นเรื่องเป็นราวมากมายนัก

 

นายนัฐหันมามองหน้าฉันนิดนึง แล้วจึงพูดให้ฉันหายข้องใจกับเหตุผลที่เขาต้องมานั่งอยู่ตรงนี้

“ลินินกับนะโมอยู่ข้างนอกหนะ กำลังขนของเข้ามา” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไป

“แล้วทำไมนายไม่ไปช่วยสองคนนั้นขนของเข้ามาด้วยหละ”

ฉันถามแก้เขินไปงั้นเอง
 ที่นั่งมีตังเยอะตั้งแยะทำไมต้องมานั่งข้างๆฉันบนโซฟาตัวยาวด้วยหละเนี่ย
 

“ผมขนพวกของที่จะใช้เป็นส่วนผสมในค็อกเทลสูตรใหม่เข้ามาเกือบหมดแล้ว

เหลือแค่พวกวัตถุดิบประกอบอาหารนิดหน่อย สองคนนั้นถือไหว”

เขาพูดพร้อมมองหน้าฉันแบบเซ็งๆแล้วก็เงียบไปอีก


ฉันไม่เข้าใจ ทำไมผู้ชายคนนี้ชอบทำหน้าเซ็งใส่ฉันอยู่เรื่อย ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรเลยนั่งเงียบอยู่แบบนั้น

จนกระทั่งยัยลินินกับนายนะโมที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเดินเปิดประตูเข้ามา  

“ทำไมสองคนนี้เงียบกันได้น่ากลัวขนาดนี้เนี่ย ไอ้นัฐแกไปทำอะไรอัน” นะโมถามนายนัฐ

แต่นายนัฐทำแค่หันไปมองนะโมอย่างเซ็งๆ

“ก็ไม่เคยเห็นพี่นัฐเค้าจะพูดอะไรอยู่แล้วนี่คะ ยัยอันต่างหาก ที่ประหลาดทำไมวันนี้แกเงียบขนาดนี้อันอัน”

ยัยลินินเสริมบ้าง


ใครจะไปเหมือนพวกเธอหละ สนิทกันเร็วดีจริงๆ ฉันแอบบ่นยัยลินินกับนายนะโมในใจ


“ทำมาเป็นพูดดีนะ ไปไหนกันมาเหรอคะ” ฉันถามรวมๆ

“อันมาช้าเราเลยให้พี่โมกับพี่นัฐไปช่วยถือของหนะสิ

ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้นายต้นมันจะลองทำค็อกเทลสูตรใหม่” ยัยลินินบ่นหงุงหงิง


“แล้วนายต้นหายไปไหนหละ ฉันเข้ามายังไม่เจอเลย”

“สงสัยจะไปเอาส่วนผสมพิเศษอะไรของเขาสักอย่าง” ยัยลินินตอบฉัน

“แล้วทำไมเธอเรียกนัฐกับนะโมว่าพี่หละ” ฉันถามอย่างงงๆ

“ก็ฉันอายุมากกว่าเธอ” นายนัฐพูดนิ่งๆอย่างไร้อารมณ์แล้วพร้อมกับทำหน้าหงุดหงิดฉัน

ฉันหันไปมองหน้าเขานิดนึงอย่างที่อยากจะบอกเขาว่า ฉันไม่ได้ถามนาย!

แล้วอยู่ดีๆนายนะโมก็โผลงหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ฉันกับลินินจึงมองเขาอย่างงงๆ

พอเขาเห็นฉันกับลินินทำหน้าแบบนั้น เขาเลยพยายามหยุดหัวเราะแล้วบอกกับเราว่า

“จากที่สังเกตุมาหลายครั้ง นานแล้วที่ไม่ได้เห็นนัฐขา รวนกับผู้หญิงแบบนี้

แล้วก็ไม่ได้เห็นผู้หญิงคนไหนไม่ชอบขี้หน้านัฐขาแล้วออกอาการตรงๆแบบนี้”

เขาพูดจบแล้วก็เริ่มต้นขำอีกครั้ง


“ยัยอันก็เหมือนกันค่ะ ปกติออกจะเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุยกับพวกเพื่อนผู้ชาย

พึ่งจะเห็นไม่กินเส้นก็มีแต่กับพี่นัฐนี่แหละ” ยัยลินินแขวะฉันแล้วก็เริ่มหัวเราะขึ้นบ้าง


ส่วนนายนัฐนั่นยังนั่งตีหน้าตายอย่างเดิมไม่ตอบโต้อะไรไม่แสดงความรู้สึกใดๆ

นอกจากนั่งทำเบื่อโลกของเขาต่อไปนั้นแหละ

ส่วนฉันหนะเหรอ เหอะ
!

ก็คิดว่าถ้าเขาไม่ทำหน้าเซ็งๆเหมือนหงุดหงิดฉันตลอดเวลาฉันคงคุยกับเขาแบบดีๆได้หละนะ


“คุณนะโม กับคุณนัฐอายุเท่าไหร่เหรอคะ”

ฉันถามไปงั้นแหละ เผื่อนายนะโมกับยัยลินินจะเลิกหัวเราะเหมือนเห็นฉันกับนายนัฐเป็นเรื่องตลกเสียที


“29 จะ 30 แล้วฮะ น้องอันกับลินิน 25 ใช่เปล่า เห็นลินินบอกงั้นหนะ”

“ตามนั้นแหละค่ะ งั้นอันก็ต้องเรียกพี่โมสินะคะ” ฉันพูดกับนายนะโมยิ้มๆ

“แล้วไม่เรียกพี่นัฐว่าพี่เหรอ”ยัยลินินถามแซวๆขึ้นมา

ฉันหันไปมองหน้านายนัฐ ก็เห็นเขากำลังมองหน้าฉันอยู่เหมือนจะรอคำตอบว่าฉันจะเอายังไง

“แก่กว่าตั้งหลายปีก็คงต้องเรียกพี่แหละนะ ใช่ไหมคะ พี่...นัฐ....” ฉันพูดแล้วหันไปยิ้มจิกๆใส่เขา

เขาเลยตอบมาแค่ “ก็แล้วแต่เธอสิ”

พร้อมทำสายตาหงุดหงิดใส่ฉันอีกตามเคย แล้วก็หันไปคุยกับนายนะโมคู่ขาของเขา

เชอะ... เห็นฉันเป็นผู้หญิงเลยไม่สนหละสิ
!


ระหว่างนั้นนายต้นที่มาตอนไหนไม่รู้ ก็โผล่มาแล้วนำค็อกเทล 9 แบบมาให้เราชิม

โดยมีแบบที่มีส่วนผสมจาก มะม่วง มะพร้าว แล้วก็สัประรด อย่างละ 3 ชนิด


ฉันผู้ซึ่งไม่มีความรู้ด้านนี้อยู่ในหัวเลยได้แต่หันไปถามนายต้นแบบงงๆว่า

มะพร้าวกับค็อกเทลที่มันเข้ากันเหรอ
!!!!!

นายต้นเพียงแต่ตอบกลับมาว่า เจ๊ต้องลอง... แล้วมันก็เดินหายไปเลย


“ที่ให้มากันวันนี้เพราะเรื่องนี้แหละค่ะ เมนูพิเศษ สเปเชียลซัมเมอร์ของร้านพับผ้า”

ยัยลินินพูพร้อมรอยยิ่มหวานหยด

แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเป็นยิ้มแห่งหายนะสำหรับหนูทดลองเมนูใหม่อย่างฉันก็ไม่รู้


“อ้าว... ร้านนี้ไม่ได้ชื่อพับผ่าหรอกเหรอ???” นะโมถามออกมาอย่างงงๆ

“กรี๊ดดด พี่โมพูดงี้มาต่อยกันดีกว่า ชื่อร้านนินออกจะน่ารัก พับผ้า พับเพียบเรียบร้อย”

ยัยลินินบ่นหงุงหงิง

 

“ร้านเหล้าชื่อพับผ้าเนี่ยนะ พี่หาความเกี่ยวข้องไม่เจอเลยนะเนี่ย!!!!

ยัยลินินทำท่าจะว๊ากนายนะโมอีกรอบ ในขณะที่ฉันกำลังจะหาทางทำอะไรสักอย่าง

ก่อนที่ยัยลินินจะแสดงด้านที่น่ากลัวออกมา จนอาจทำให้ 2 หนุ่ม(เก๊) ผวาได้

หากแต่นายนัฐกลับพูดแก้สถาณการณ์ขึ้นมาก่อน ด้วยการขอโทษยัยลินิน

พร้อมเอาทัวร์ต่างประเทศมาล่ออีกด้วย


“ขอโทษทีนะลินิน โมมันก็ปากแบบนั้นแหละ” เขาพูดพร้อมยิ้มน้อยๆให้ลินิน

ทีกับฉันนะ ดีแต่ทำหน้าหงุดหงิดใส่ แฟร์ที่สุด
!


“พี่กำลังคิดจะทำบริษัททัวร์หนะ เลยว่าจะไปหาข้อมูลเปิดเส้นทาง ช่วงนี้มันมีโปรตั๋วไปเกาหลี

พวกเราสนใจจะไปหรือเปล่า ต้องการคนช่วยเก็บข้อมูลและคอมเม้นเรื่องต่างๆนิดหน่อย

มีแค่พี่กับโมคงเข้าไม่ถึงรายละเอียดความต้องการในมุมของผู้หญิงเท่าไหร่

งานนี้ถ้าสนใจพี่ออกให้ทุกอย่างแล้วกัน” นายนัฐพูดยิ้มๆ

เวลาเขายิ้มดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย พูดกับยัยลินินนี่ยิ้มจัง

พูดกับฉันนะมีแต่ทำหน้าหงุดหงิด คิดแล้วหมั่นไส้ ว่าแต่นายนี่พูดอะไรยาวๆแบบนี้กับเขาได้ด้วยเหรอเนี่ย!


“ไปช่วงไหนเหรอคะ”ลินินถามรายละเอียด

“โปรตั๋วเครื่องบินมันมีถึงเดือนหน้าหนะค่ะ ไปด้วยกันนะคะ น้องอัน ลินิน ช่วยพวกพี่หน่อยนะนะ”

นะโมพูดอ้อนๆอย่างน่ารัก จนฉันคิดว่า หากทำได้เขาคงเอาหัวมาไถๆฉันกับยัยลินิน

อย่างที่เคยทำกับนายนัฐแน่ๆ


“แกว่าไงอัน”ยัยลินินหันมาถามฉัน

ใจฉันตอนนี้ให้พวกเขาไปแล้วกว่าครึ่ง

เรื่องเที่ยวสำหรับฉันแล้วเป็นเรื่องที่แทบจะไม่ต้องใช้ความคิดอะไร

ยิ่งถ้าฟรีด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง แต่ก็นะ มันยังต้องมีฟอร์มกันบ้าง


“ฉันยังไงก็ได้ แล้วแต่แก แกก็รู้ว่าฉันมันคนว่างงาน” ฉันพูดแล้วยักคิ้วให้ยัยลินินไปที

“มันจะดีเหรอคะที่พี่ๆจะออกเงินให้แบบนี้” ยัยลินินยังกังวล

“ดีสิคะลินิน พี่ไม่ได้ให้ลินินไปสบายๆซะหน่อย ต้องช่วยงานพี่ด้วย ไปนะคะ”นะโมยังอ้อนยัยลินินต่อ

“อาจจะไม่ใช่ทัวร์แบบหรูนะครับ เท่าที่พี่แพลนไว้กะจะไปแบบแบ็คแพ็ค

จะลองคำนวนค่าใช้จ่ายเรื่องทัวร์แบบแบ็คแพ็คกลุ่มเล็กๆดูหนะครับ”

นายนัฐหันมามองหน้าฉันแล้วพูดดัก เหมือนเขาจะดูออกว่าใจฉันคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว


“อันไม่มีปัญหาหรอก อันอดทนจะตาย ไม่ใช่พวกลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็น”

ฉันหันไปมองหน้านายนัฐแล้วยิ้มอย่างเป็นต่อ เหมือนจะดูถูกเขากลายๆ

เพราะดูๆแล้วเขากับนายนะโม ดูน่าจะถูกเลี้ยงมาอย่างประคบประหงมมากกว่าฉันกับยัยลินินเสียอีก


“น้องนินไม่เป็นไรนะครับ”นายนัฐหันไปถามลินินอย่างเป็นห่วง

“เห็นนินแบบนี้ นินลุยกว่าที่พี่นัฐคิดค่ะ รับรองเลย” ยัยลินินตอบอย่างอารมณ์ดี

“ตกลงว่าไปนะคะ ทั้งหมดเลย พี่จะได้จองตั๋วแล้วก็ที่พัก แล้วก็พวกทิคเก็ตสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งด้วย

พี่มัดมือชกแล้วนะ” นายนะโมพูด

พอเราตกลงกันเรื่องวันเดินทางได้ นายนะโมก็จัดการเรื่องตั๋ว ที่พักรวมถึงทิคเก็ตต่างๆที่ต้องใช้

ได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ  อีก 2 อาทิตย์ ฉันก็จะได้ไปเที่ยวฟรีแล้ว
!


 หลังจากเราช่วยกันวิจารณ์ และเลือกเมนูที่จะนำมาเป็นสเปเชียลซัมเมอร์ของร้านพับผ้าเสร็จ

ก็ใกล้เวลาที่ร้านจะเปิดทำการตามปกติเต็มที นายนัฐ นายนะโมและฉันจึงได้ขอตัวจากยัยลินิน



ก่อนจะแยกย้ายกันขณะเดินไปเอารถนั้น

อยู่ดีๆนายนัฐก็ถามฉันขึ้นมาว่าวันนี้แม่ของเขาได้นัดกับแม่ของฉันหรือเปล่า


ฉันเลยตอบไปอย่างคนไม่รู้อะไรเลย เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

ว่าคุณนายแม่ของฉันนัดอะไรยังไงกับใครบ้างวันนี้

และดูเหมือนคำตอบของฉันจะทำให้เขาหงุดหงิด


 

“ฉันไม่ได้บอกใครหรอกน่า ว่าฉันเห็นอะไรมา หรือว่านายจะแมนไม่แมนยังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้ว”

ฉันคิดว่าเขาคงกำลังเครียด เรื่องที่กลัวว่าฉันจะไปแพร่งพรายว่าเขาไม่แมนจนถึงหูแม่ของเขา

ฉันจึงอยากพูดให้เขาสบายใจขึ้น

”เธอว่าไงนะ” เขาพูดเสียงดังแล้วถลึงตาใส่ฉัน

“ก็บอกว่านายไม่ต้องห่วงไง ฉันไม่ได้บอกใครว่านายเป็นเกย์

นายไม่ต้องกลัวว่าแม่ของนายจะรู้อะไรจากแม่ของฉันหรอกน่า” ฉันพูดอย่างหงุดหงิด


นายนัฐยืนนิ่งอยู่สักพักทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะถล่มลงตรงหน้า

แล้วเขาก็เดินไปที่รถของเขาแล้วก็ขับออกไปเลยเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง


นี่ฉันทำอะไรผิดเหรอ ฉันก็คิดว่าฉันทำดีที่สุดแล้วนะ ฉันคิดอย่างงงๆ...






29 ความคิดเห็น

  1. #13 Night-Fatima (@drakness13) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 21:35
    รู้สึกชักจะเพลินขึ้นเรื่อยๆถ้าไม่ติดว่าต้องสแกนคำผิดด้วยละก็ อ่านแบบปรื๊ดๆๆๆไปละ
    คำผิดนะคะ
    ปริมลฆล-ปริมณฑล หละ-ละ  ตัง-ตั้ง โผลง-คำนี้เราไปรื้อๆในอากู๋มาแล้วไม่เจอค่ะ= = เอาออกเหอะ  สังเกตุ-สังเกต ขลุย-ขลุ่ย หนะ-นะ  สถาณการณ์-สถานการณ์
    #13
    0
  2. #4 AuttazA (@auttaza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 20:44
    ขอบคุณนะคะ มีพลาดตรงไหนหรือรู้สึกแปลกๆยังไง ช่วยคอมเม้นได้เลยนะคะ 

    เพื่อที่จะได้เอาไว้ปรับปรุงในตอนหน้า จะพยายามอัพเร็็วๆนะคะ ^^
    #4
    0
  3. #3 Ayato (@khosameklag) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 08:49
    หนุกๆ อัพไวๆน่ะครับ
    #3
    0