หลังจากอดนอนมาทั้งคืนแล้ว จะรู้สึกได้ถึงอาการอ่อนเพลีย ขาดความกระฉับกระเฉง ผิวหน้าผิวกายไม่สดใส เกิดรอยหมองคล้ำรอบดวงตา
ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ รักษาง่าย ๆ ด้วยสมุนไพรไทยพื้นบ้านใกล้ตัวเรานี่เอง อ.นิพันธ์พงศ์ พานิช กรรมการผู้จัดการศูนย์ความงามโอเรียนทอล บิวตี้ มีสาระความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร 5 ชนิด ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย มาฝากบรรดาคุณผู้ชายที่ อดหลับอดนอน หรือต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ
1. ชะเอมไทย ไม้เถายืนต้นมีขนาดกลาง ตามลำต้นกิ่งก้านมีหนาม ใบเล็กละเอียดเป็นฝอย มีลักษณะคล้ายส้มป่อย หรือต้นหยก และกระถิน ดอกจะมีลักษณะเป็นดอกเล็ก และฟูเป็นช่อสีขาว มีกลิ่นหอม มีสรรพคุณ เนื้อไม้ ใช้รักษาโรคในคอ รักษาลมรักษาเลือดออกตามไรฟัน บำรุงกล้ามเนื้อให้เจริญ บำรุงธาตุและกำลัง ใบ ใช้ขับเลือดให้ตก ดอก รักษาดีและเลือด ทำให้เสมหะงวดเข้า ช่วยย่อยอาหาร ราก จะมีรสหวานลักษณะคล้ายชะเอมเทศ ใช้ปรุงเป็นยา
2. ใบบัวบก มีคุณค่าทางอาหาร และมีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและมีสารแคลเซี่ยมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด มีสรรพคุณทางยา ในการแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ ลดอาการปวดศรีษะข้างเดียว บำรุงสุขภาพสมอง แก้ความดันโลหิตสูง แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ และขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี
นอกจากนี้ ในใบบัวบกจะมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) หลายชนิดที่ให้ผลต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Antioxidation) ซึ่งส่งผลให้การลดความเสื่อมของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ นอกจากนี้ยังพบว่าสารไกลโคไซด์ที่ได้จากใบบัวบกยังส่งผลในการช่วยดูแลสุขภาพ เร่งการสร้างสารคอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นโครงสร้างของผิวจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นให้แผลสมานตัวได้ เร็ว
3. กระชายดำ มีลักษณะเป็นเหง้าหรือหัวคล้ายกับกระชายธรรมดาที่ใช้ปรุงอาหารอยู่ในครัว เรือนแต่ไม่มีรากขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “นิ้ว” เหมือนกระชายทั่ว ๆ ไป และเมื่อพิจารณาลักษณะใบจะพบว่า ใบของกระชายดำจะใหญ่และมีสีเขียวเข้มกว่า กาบใบมีสีแดงจางและหนาอวบ ลักษณะแตกต่างที่เด่นชัดกับกระชายธรรมดาก็คือ เนื้อในของหัวกระชายดำจะมีสีคล้ายดั่งผลหว้า คือมีสีออกม่วงอ่อน ๆ ไปจนถึงสีน้ำเงินถึงดำ จึงได้ชื่อว่า “กระชายดำ”
สรรพคุณเฉพาะของกระชายดำเองแล้ว จะใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง เป็นยาเจริญอาหารและบำรุงธาตุ แก้ใจสั่นหวิว แก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก แก้แผลในปาก แก้ฝีอักเสบ แก้กลากเกลื้อน ขับปัสสาวะพิการ แก้บิดมูกเลือด
4. ชาเขียว เราสามารถเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย ง่ายๆ เพียง แค่นำน้ำแร่มาต้มให้เดือด ใส่ชาเขียวแบบผง หรือใบชาลงไป อาจเพิ่มใบสะระแหน่สักนิด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น หรือนำไปแช่ในตู้เย็น ถ้าใช้ ใบชา ควรกรองเอาแต่น้ำ เทใส่ขวดสเปรย์ ใช้เป็นสเปรย์น้ำแร่ชาเขียว จะเพิ่มความ ชุ่มชื่นและความเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้า ฉีด ได้ทุกเวลาที่คุณต้องการความสดชื่น
นอกจากนี้ ชาเขียวยังสามารถลดรอยหมองคล้ำใต้ตาจากการอดนอนได้ โดย ต้มชาเขียวกับน้ำเดือด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วใช้สำลีชุบ ชาเขียวให้เปียกชุ่ม นำมาวางบริเวณเปลือก ตา ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยลดร่อง รอยความอ่อนล้าของผิวรอบดวงตา และยัง ลดการบวมของเปลือกตาและถุงใต้ตา ผิวจะ นุ่มนวล และดูสดชื่นขึ้น
5. กวาวเครือแดง (Butea superba Roxb) เป็นไม้เถายืนต้นขนาดใหญ่ อายุยิ่งมากเถาจะใหญ่จนกลายเป็นต้น แต่ยังส่งเถาเลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ มีลักษณะใบคล้ายใบต้นทองกวาว แต่ใบใหญ่กว่ามาก ถ้าใบอ่อนจะใหญ่ขนาดใบพลวงหรือใบต้นสัก สามารถใช้เป็นใบตองห่อข้าวได้ ถ้าใช้มีดฟันที่เปลือกต้นหรือเปลือกราก จะมียางสีแดงสดดุจเลือดไหลออกมาถ้าขุดที่โคนต้น จะพบรากใหญ่ขนาดลำน่องลำขา เลื้อยออกจากต้นโดยรอบ ยาวขนาดวา- 2 วา ขึ้นอยู่กับอายุของต้น ใช้รากทำยา มีสรรพคุณไปทางบำรุงกำลังแบบโสมแต่เหนือกว่าโสมอยู่มาก คาดว่ามีฮอร์โมนเพศชายอยู่มาก จึงเป็นกวาวเครือตัวผู้ เก่งทางบำรุงสมรรถภาพทางเพศ และสามารถรักษาโรคเส้นเลือดตีบตันได้ดี จึงรักษาโรคหัวใจบางชนิดได้ เพราะสามารถทำลายไขมันในเลือดได้ แต่ความที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น การสูบฉีดโลหิตจึงแรง ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยความดันสูง
นอกจากการนำสมุนไพรมารักษาเพิ่มความแข็งแรงกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกายแล้ว ควรเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีจะได้อยู่กับเรานานๆ
คลายความอ่อนล้าด้วยสมุนไพรไทย
เขียนโดย
bbcrew
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
7 มิ.ย. 53
305
0
ความคิดเห็น