Love's Divine วอนรักพิสุทธิ์ [Yaoi]

ตอนที่ 2 : วอนรักครั้งที่๒ : เพื่อนเก่าหน้าใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ม.ค. 57

เพราะณพิชญ์ขับรถไม่เป็น กรกฏ บอดี้การ์ดส่วนตัวที่มักถูกณภัทรไล่ให้ไปไกลหูไกลตาจึงได้รับโทรศัพท์จากเจ้านายด้วยถ้อยคำฟังดูสุภาพผิดหูผิดตาในยามเช้าตรู่  แต่เพราะข่าวคราวการหายตัวไปเรียนต่อต่างประเทศของลูกชายคนเดียวบ้านสกุลวิจิตรที่ทำเอาเจ้านายเขาขังตัวเองอยู่ในบ้านมาเกือบสองเดือน  ถึงขนาดไม่ยอมไปส่งเอกสารรายงานตัวต่อมหาวิทยาลัยเอกชนที่ตกลงกับบิดาไว้ทำให้เขาต้องวิ่งเต้นแทน  ต่อมากลับยอมออกจากบ้านกับฝาแฝดตัวเองและออกจากร้านทำผมด้วยทรงผมเดียวกันก็เพียงพอให้บอดี้การ์ดหนุ่มผิวขาวจัดคาดเดาเรื่องราวได้ 

 

ร่างสูงโปร่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรในชุดนักศึกษาเสื้อเชิ้ตขาวปลอดแขนยาวและกางเกงทรงกระบอกเข้ารูปสีดำพร้อมเน็กไทด์สีเดียวกันเดินลงบันไดหินอ่อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ณพิชญ์แตกต่างจากณภัทรแบบที่มองดูเพียงครู่เดียวก็สามารถบอกได้แม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะมีใบหน้าเหมือนกันมากแค่ไหนก็ตาม  มันคือบรรยากาศที่คนหนึ่งร้อนรุ่มเหมือนปากปล่องภูเขาไฟขณะที่อีกคนเย็นยะเยือกยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็ง  แม้ว่าข้างใต้จะเป็นภูเขาไฟที่พร้อมจะพ่นลาวาออกมาคร่าทุกชีวิตเหมือนๆกันก็ตาม

 

“สวัสดีคุณกรกฏ  ผมคงไม่ต้องบอกนะว่าคุณควรทำยังไง” นี่คือคำทักทายแรกของการพบกันครั้งแรกที่สร้างความประทับใจให้กับบอดี้การ์ดหนุ่มผิวขาวจัด  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองเขานิ่งและแทบทะลุปรุโปร่งแบบที่ขนคอของชายหนุ่มต้องลุกชัน 

 

“ครับคุณณภัทร” กรกฏฝืนยิ้มบางๆให้เด็กหนุ่มวัยสิบแปดแล้วเปิดประตูหลังรถเบนซ์สีดำสนิทเงางามให้อีกฝ่าย  ข่าวการอาละวาดของคนตรงหน้าเขาได้ยินบ่อยครั้ง  และที่น่ากลัวน่าจะเป็นการอาละวาดตอนมีสติครบถ้วนเสียมากกว่า  ถึงขนาดทำให้ณภัทรตัวจริงที่เปี่ยมพรสวรรค์เรื่องใช้แรงกายโชกเลือดปางตายได้ง่ายๆเชียวนะ! “เชิญนั่งครับ”

 

ใช้เวลาบนท้องถนนกับช่วงเวลารถติดของกรุงเทพเกือบหนึ่งชั่วโมง  ณพิชญ์ก็มาถึงยังมหาวิทยาลัยที่เขาต้องมาเรียนแทนฝาแฝดตัวปัญหา  อาคารรูปทรงทันสมัยทำให้เด็กหนุ่มตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อย  แต่เมื่อเห็นผู้คนเดินขวักไขว่ในชุดที่คล้ายคลึงกันไปเสียหมดก็พลันตาลายเอาเสียดื้อๆ 

 

“ไปส่งผมที่ห้องเรียนหน่อย” ณพิชญ์ยื่นตารางเรียนให้บอดี้การ์ดหนุ่มหลังจากลงจากรถโดยที่อีกฝ่ายกำลังทำหน้าที่เปิดประตูรถให้  ทำเอาคิ้วเข้มบนใบหน้าขาวจัดต้องขมวดเข้าหากัน  ณพิชญ์จึงอธิบายเสริมให้บอดี้การ์ดหนุ่มเข้าใจ “คุณคงไม่คิดหรอกนะว่าคนที่ไม่ออกจากบ้านอย่างผมจะทำอะไรพวกนี้เป็น”

 

กรกฏฝืนยิ้มรับตารางสอนมา  นึกนับถือเกริกไม่น้อยที่สามารถทำทุกอย่างแทนณพิชญ์ได้

 

รถอีกคันจอดเทียบด้านข้างรถของบ้านไกรสถิตย์  บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีน้ำเงินเปิดออกมาพร้อมคนสามคน  แต่สายตาของเด็กหนุ่มหยุดนิ่งเพียงหญิงวัยกลางคนที่ยังคงความสาวและสวยไว้ได้อยู่ไม่คลาย

 

“ตั้งใจเรียนนะจ้ะบูม” หญิงวัยกลางคนลูบผมลูกชายที่สูงกว่าเธออย่างรักใคร่ 

 

“อย่าก่อเรื่องล่ะไม่งั้นพ่อตัดค่าขนมจริงๆด้วย  แล้วรถคันนี้ก็ไม่ให้แล้ว” ชายวัยกลางคนผู้พ่อที่นั่งข้างคนขับซึ่งเป็นลูกชายตามมายืนขนาบข้างหญิงคนรัก  มือตบรถคันสวยประกอบคำพูด

 

“โถ่พ่อครับ  ให้แล้วให้เลยสิ” เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับณพิชญ์โอดครวญ  สองมือโอบเอวแม่ของตัวเองโยกขยับเบาๆ “แม่ช่วยพูดกับพ่อหน่อยสิคร้าบ”

 

“ไม่ต้องเลยนะเจ้าแสบ” คนเป็นพ่อแจกมะเงกใส่หัวลูกชายเต็มๆ “คนนี้ข้าหวงเว้ย” ว่าแล้วก็โอบเอวภรรยาที่หัวเราะคิกคัก

 

“พ่อลูกคู่นี้นี่ก็  คิกๆ” คุณแม่ยังสวยตีแขนสามีเบาๆ

 

ความอิจฉาก็เหมือนไฟ  และมันแผดเผาใจของณพิชญ์จนไหม้เกรียม

 

เด็กหนุ่มละสายตาจากภาพบาดตาแล้วมองนิ่งไปยังบอดี้การ์ดส่วนตัว  ดวงตาของเขาเย็นชาไร้แววประกายไม่คล้ายคนมีชีวิตและจิตใจ

 

“ขอข้อมูลบ้านนั้นด้วย  ตอนเย็นต้องได้” ณพิชญ์สั่งเรียบๆคล้ายไม่สลักสำคัญอะไรแต่ทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างกรกฏตาเหลือก “พาไปส่งที่ห้องได้แล้ว”

 

“ครับ” กรกฏตอบรับอย่างอึดอัดใจ  สังหรณ์เขาบอกว่าแฝดคนน้องที่ดูจะฉลาดกว่าคนพี่นั้นสามารถสร้างปัญหาได้น่าปวดหัวยิ่งกว่า  เพราะมันไม่น่าจะเป็นปัญหาทางกาย  เจ็บกายรักษาง่ายกว่าเจ็บใจมากนัก

 

 

ภาพชายหนุ่มขาวจัดในชุดสูทสีดำสนิทท่าทางแข็งแรงว่องไวเดินนำเด็กหนุ่มคนหนึ่งอย่างสุภาพภายในเขตรั้วมหาวิทยาลัยเป็นที่จับตามองของทุกคนที่พบเห็น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมีใบหน้าที่ทรงเสน่ห์จนยากจะละสายตา  ทั้งท่วงท่าการเดินที่มั่นคงมั่นใจและเปี่ยมแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาด  เชื่อว่าไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงนี่จะเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงของคนทั้งมหาวิทยาลัย  เกี่ยวกับเด็กปีหนึ่งหน้าตาดีจนดาราที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยทั้งหลายต้องยอมสยบและมีบอดี้การ์ดติดตัวมาเรียนด้วย

 

“โอ้โห  เด่นสมกับเป็นไอ้ภัทรจริงๆ” เสียงเรียกชื่อของฝาแฝดทำให้ณพิชญ์ต้องหยุดเดินและหันไปทางต้นเสียง  เด็กหนุ่มวัยเดียวกันคนหนึ่งที่หน้าตาบ่งบอกความร้ายกาจอยู่ไม่น้อยเดินตรงมาตบไหล่เขา  ณพิชญ์จำได้จากเรื่องเล่าของณภัทรว่าคนนี้คือ ติณ อดีตเพื่อนสนิทสมัยม.ต้นที่เจ้าตัวเลิกคบเพราะเรื่องจิ๋ว  หนึ่งในเจ้าของน้ำกามจำนวนมากที่อาบบนร่างเด็กน้อยน่ารักที่เขาพบในครั้งแรก

 

ณพิชญ์เลือกจะเงียบและปัดมืออีกฝ่ายทิ้งอย่างไม่ไยดี  คนระยำที่เขายอมรับมีแค่ฝาแฝดตัวเองเท่านั้นหรอก

 

อีกฝ่ายเองก็ดูจะอึ้งอยู่ไม่น้อยกับท่าทีของณพิชญ์  คนหน้าตาดีกว่าชาวบ้านจึงเดินไปหาบอดี้การ์ดที่หยุดรอและเมียงมองว่าตนต้องเข้าไปช่วยเหลืออะไรเจ้านายใหม่หรือไม่ “หยุดทำไม  เดินต่อสิ”

 

กรกฏฝืนยิ้มให้ณพิชญ์แล้วเดินน้ำขึ้นบันไดอาคารเรียนรูปทรงแปลกตาที่ณพิชญ์เคยมองอย่างสนอกสนใจเมื่อแรกเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย

 

เมื่อเลือกที่นั่งในสโลปขนาดใหญ่ได้แล้วเขาก็โบกมือไล่คนนำทางออกจากห้องไป  พื้นที่ในลักษณะหอประชุมเช่นนี้ณพิชญ์เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกจึงอดตื่นเต้นไม่น้อย  เป็นครั้งแรกทีเดียวที่เขาจะได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่น  ไม่ใช่การเรียนออนไลน์ที่เห็นอาจารย์บนหน้าจอโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์  และไม่ใช่การเรียนเดี่ยวตัวต่อตัวกับเกริกที่เนื้อหาดูจะไหลไปเรื่อยๆตามความสนใจของเขาด้วย

 

กรกฏเดินออกจากห้องไปก็พบกับติณเดินสวนเข้ามา  เด็กหนุ่มท่าทางร้ายกาจเลิกคิ้วให้บอดี้การ์ดผิวขาวจัดและถามด้วยน้ำเสียงกวนๆ “บอดี้การ์ดใหม่เหรอ  คนเก่าตายรึไง”

 

กรกฏฉีกยิ้มร้ายตอบกลับไปอย่างสุภาพแต่เฉือดเฉือน “คนเก่าเขาทั้งอ่อนเชิงทั้งใจดีไปหน่อย  เพราะไม่กล้าฆ่าคนคุณวรคุณก็เลยเปลี่ยนผมมาแทนน่ะ  บอกว่าเห็นใครจะพาคุณณภัทรออกนอกลู่นอกทางอีกก็เชือดได้เลย”

 

ติณถึงกับผงะอ้าปากเหวอกับคำตอบของอีกฝ่ายซึ่งกลับมายิ้มสุภาพให้เขาและเดินออกไปหาที่นั่งรอเจ้านายคนใหม่อย่างสงบเสงี่ยมอีกครั้ง  ไม่ทิ้งคราบมือสังหารโหดที่โผล่มาเพียงชั่วกระพริบตาให้สัมผัสได้อีก  พาลเอาขนทั้งตัวของเด็กหนุ่มลุกชัน 

 

เจ้าภัทรมันน่ากลัวขึ้นอีกแล้ว 

 

แต่ถึงกระนั้นเขาก็มีเรื่องให้อีกฝ่ายช่วยซึ่งสำคัญเกินกว่าจะมากลัวคำขู่ลอยๆจากบอดี้การ์ดของผิวขาวจัด  เด็กหนุ่มท่าทางร้ายกาจกวาดตามองสโลปที่มีคนจับจองอยู่เพียงน้อยนิดและพบเพื่อนเก่าของเขาโดดเด่นเกินชาวบ้านอย่างรวดเร็ว  สองเท้าก้าวยาวๆไปหาคนที่มองตรงมายังเขาด้วยท่าทางนิ่งเฉย

 

“ไอ้ภัทร  มึงเคืองอะไรกูวะ” หลังหย่อนตัวนั่งข้างเพื่อนผู้โดดเด่นก็เอ่ยปากถามทันที

 

“เรื่องชั่วๆเวลาชวนทำจะห้ามบ้างก็ได้นะ” ณพิชญ์เลือกตอกกลับเรียบๆ 

 

นี่คือสิ่งที่ค้างคาใจเขามานานเกี่ยวกับเพื่อนๆสมัยม.ต้นของณภัทรที่หลังจบเรื่องล้วนแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง  เพราะสกุลวิจิตรก็ไม่ใช่ตาสีตาสาให้ใครมารังแก  แต่ไม่ทราบพ่อของฝาแฝดทำอย่างไรณภัทรจึงคบหากับจิ๋วได้แม้อีกฝ่ายไม่เต็มใจ  เพราะ วรคุณ  ไกรสถิตย์ ไม่ใช่มาเฟียและไม่ใกล้เคียงสักนิด  เขาเป็นนักธุรกิจมือสะอาด  จริงใจและซื่อตรงคนหนึ่งเลยทีเดียว  ตามที่เกริกซึ่งเป็นอดีตเลขาบอกมานะ  แต่นั่นก็เมื่อสิบสี่ปีก่อนที่ชายร่างใหญ่จะผันตัวเองมาดูแลณพิชญ์แบบเต็มตัวและเต็มเวลา

 

“เรื่องเบสท์น่ะเหรอ” ติณสลด  เขาไม่รู้ว่าไอ้ภัทรจะรักชอบเด็กคนนั้นจริงๆนี่  เห็นบอกให้ทำเขาก็เลยทำเพราะเบสท์ในตอนนั้นน่ารักยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก  แม้จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังจำรสสัมผัสได้รางๆอยู่เลย  และมันทำให้เขาอึดอัดไปหมดเพราะไม่รู้ว่าควรคบกับผู้หญิงหรือผู้ชายดี  ชีวิตม.ปลายเขาเหลวแหลกสิ้นดี  แต่ไม่มีคำตอบให้ตัวเองเลย  ยิ่งนานเข้าเขาก็ยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเองที่ทำเรื่องแย่ๆทั้งหลายจนกลายเป็นความเคยชินและกิจวัตรประจำวันไป

 

ณพิชญ์ไม่รู้ว่าชื่อเล่นจริงๆของจิ๋วคืออะไร  แต่คิดว่าน่าจะสลดได้ถูกคนแล้วเลยตีเนียนตอบไป “ใช่”

 

ความเงียบครอบงำคู่สนทนาอยู่พักหนึ่งจนคนเริ่มเข้ามาจับจองที่นั่งกันมากขึ้น

 

“ภัทรเรียนอะไร” ติณเปิดบทสนทนาใหม่อีกครั้ง  หวังว่าอย่างน้อยถึงไม่กลับไปสนิทกันเหมือนก่อนก็ไม่ต้องขุ่นเคืองกันขนาดนี้  สายตาณภัทรที่มองมาช่างเย็นชาแตกต่างจากแววตาระริกเปี่ยมความจริงใจและรักใคร่เวลามองเพื่อนฝูง  ณภัทรรักเพื่อนมากและพร้อมช่วยเหลือเพื่อนเสมอแม้จะทำให้ตนลำบาก  จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายเป็นคนวู่วามหูเบาแถมฉลาดน้อยยังมีเพื่อนฝูงรักใคร่มากมาย

 

“บริหารธุรกิจ  บริหารองค์กรและมนุษย์” ณพิชญ์ตอบทั้งชื่อคณะและสาขาที่ณภัทรต้องเรียน

 

“เหรอ  กูเรียนเศรษฐศาสตร์ธุรกิจนะ  คณะเราอยู่ตึกเดียวกันคงได้เจอกันบ่อยๆ” ติณยิ้มดีใจ  เขาไม่รู้ว่าณภัทรเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนจากเมื่อสี่ปีก่อน  แต่อย่างน้อยสำหรับเขาณภัทรก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีเสมอมา  และตลอดมาทั้งชีวิตเขาณภัทรก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

 

ท่าทางของติณณ์ทำให้ณพิชญ์อึดอัด  เขาไม่ใช่ณภัทรอย่างที่อีกฝ่ายคิดว่าเป็น  และถึงณภัทรจะไม่เคยบอก  แต่อาการระริกระรี้แนะนำเพื่อนฝูงและท่าทางหงอยๆเวลาพูดถึงเพื่อนสนิทสมัยม.ต้นณพิชญ์ก็พอรู้  ณภัทรติดเพื่อนและรักเพื่อนมาก  ในขณะที่เขาไม่เคยมีเพื่อนเลย

 

“อืม  คงได้เจอกันบ่อยๆ” เพราะไม่รู้จะตอบอะไรเลยทวนคำพูดอีกฝ่ายซะอย่างนั้น  แต่ฝ่ายคนฟังมีสีหน้าตื่นเต้นยิ้มระรื่นขึ้นมาทันตา

 

“ยกโทษให้กูแล้วใช่ไหม” ทั้งที่ไม่เข้ากับหน้าตาท่าทางร้ายๆ  แต่ท่าทางตื่นเต้นดีใจเป็นเด็กๆก็ทำให้ณพิชญ์ยิ้มให้อีกฝ่ายได้  ติณที่เห็นเพื่อนเก่ายิ้มก็ดีใจโผกอด  ปลื้มปริ่มแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะเมื่อตอนถูกปัดมือมันปวดร้าวในอกยิ่งกว่าถูกพ่อแม่ด่าเสียอีก  หรือเพราะเรื่องนั้นเขาโดนบ่อยจนชินชาแล้วก็ไม่รู้ “ขอบใจเว้ย”

 

ณพิชญ์ตบหลังอีกฝ่ายเบาๆตามที่เคยอ่านมาในหนังสือ  เวลาเพื่อนเก่าเจอกันมักกอดกับและตบหลังเสมอ  แม้ว่านั่นจะเป็นนวนิยายจากต่างชาติก็ตาม

 

“เออจริงสิ  มีเรื่องจะขอร้องว่ะ” ติณที่นึกเรื่องสำคัญได้ผละกอดออกมา  ถามเพื่อนเก่าจริงจัง “จำไอ้ที่หนึ่งที่มันไม่ยอมไปบ้านมึงคราวนั้นได้ไหม”

 

ณพิชญ์พยักหน้า  เขาต้องจำได้อยู่แล้วในเมื่ออีกฝ่ายคือหนึ่งในสองคนจากกลุ่มเพื่อนแปดชีวิตที่ไม่ยอมรุมโทรมเด็กชายตัวเล็กนิดเดียวที่ฝาแฝดเขาเรียกว่าจิ๋ว  คนหนึ่งให้เหตุผลว่ามันไม่ดี  ส่วนนายที่หนึ่งคนนี้หน้าตาไม่ห่างไปจากจิ๋วเท่าไหร่  เกรงว่าระหว่างเพื่อนฝูงกลัดมันหาที่ลงไม่ได้จะถูกรุมโทรมแทนเด็กเสียมากกว่าข้ออ้างไม่ว่างตามที่ณภัทรเล่าให้ฟัง

 

“บ้านมันล้มละลายว่ะ  แล้วพ่อมันก็ไปกู้นอกระบบมาลงทุนแก้ตัวแต่ดันล้ม  เจ้าหนี้ตามหาที่อยู่พ่อมันจนมันอยู่บ้านญาติไม่ได้ด้วยซ้ำ” ติณเม้มปากมีท่าทางอึดอัดแทนคนในเรื่องราว “ตอนนี้กูเลยให้มันหลบอยู่ในบ้านกู  อุตส่าห์รายงานตัวจ่ายค่าเทอมลงทะเบียนเรียนแล้วนะ  แต่มันไม่กล้าออกจากตัวบ้านกูมาเดินเล่นที่สวนหน้าบ้านเลยด้วยซ้ำ”

 

จากการทำความรู้สักสิบกว่านาที  ณพิชญ์สามารถหาข้อดีของเด็กหนุ่มท่าทางไม่น่าคบได้หนึ่งอย่าง - รักเพื่อน

 

“กูไม่รู้ว่ามึงช่วยมันได้ไหม  แต่พ่อมึงเคยเคลียร์เรื่องเบสท์ได้  พอจะมีวิธีช่วยที่หนึ่งมันไหมวะ”

 

ณพิชญ์ล้วงโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของณภัทรขึ้นมาถือไว้  ระหว่างปลดล็อกความปลอดภัยก็ถามไปด้วย “แล้วเจ้าหนี้ชื่ออะไรล่ะ”

 

ราเชนทร์  แก้ววิเศษ

 

คำตอบด้วยน้ำเสียงปกติแต่ทำให้ณพิชญ์หูอื้อคล้ายไม่อาจคุมสติอยู่  แน่ล่ะเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน  ชื่อของคนที่ทำให้พ่อเขายิ่งไม่ว่างมาหาเขาขึ้นเรื่อยๆทุกที  เมื่อก่อนถ้าได้ยินชื่อนี้เขาจะอาละวาดขว้างปาข้าวของเสมอ  แต่ที่นี่ไม่ได้  ตอนนี้ไม่ได้  ณพิญช์พยายามสูดหายใจลึกแล้วค่อยๆผ่อนออกตามที่จิตแพทย์หญิงผู้ใจดีแนะนำเสมอยามเขาโกรธเกรี้ยว

 

“ไอ้ภัทรเป็นไร!?” เห็นสีหน้ากังวลของติณที่ดูห่วงใยเขามากกว่ายามพ่อมองเขาอาละวาดเสียอีกทำให้ณพิชญ์คุมสติได้อย่างรวดเร็ว  ทุกคนรอบตัวชินชากับความก้าวร้าวและขาดสติของเขา  แต่คนรอบตัวณภัทรไม่ใช่  และตอนนี้เขาคือณภัทรไม่ใช่ณพิชญ์

 

“เพื่อนพ่อ” ณพิชญ์เลือกจะตอบสั้นๆและไม่อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น 

 

คำตอบของเพื่อนผู้โดดเด่นทำให้ติณยิ้มกว้างอย่างมีความหวัง “งั้นบ้านไอ้ที่หนึ่งก็รอดแล้วน่ะสิ!

 

“ก็ไม่แน่หรอก” ณพิชญ์ตอบแค่นั้นแล้วต่อสายโทรศัพท์ถึงพ่อของตน

 

“ว่าไงณภัทร  มีอะไรหรือเปล่าลูก” น้ำเสียงใจดีเหมือนยามที่พูดกับเขาไม่มีผิดทำให้ดวงตาเย็นชาของณพิชญ์พอจะดูละมุนขึ้นมาบ้าง

 

“พ่อครับ  พ่อรู้จักคนชื่อ ราเชนทร์  แก้ววิเศษ ไหมครับ”

 

ติณมีสีหน้าคับข้องใจแต่ณพิชญ์ส่งสายตาปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดสอด  เรื่องของราเชนทร์ณพิชญ์รู้  แต่ณภัทรจะรู้รึเปล่าล่ะ?

 

“พ่อรู้จัก  เขาไปทำอะไรให้ลูกหรือเปล่า” น้ำเสียงกังวลและเนื้อความทำให้เดาไม่ยากเลยว่าเจ้าหนี้เงินกู้ท่าทางจะไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่  หรือไม่ก็ไม่ชอบขี้หน้าณภัทร

 

“เปล่าครับ  เขาเป็นเจ้าหนี้พ่อเพื่อนผม” ณพิชญ์อธิบายเรื่องราวต่อตามที่เขาเข้าใจ “ดูเหมือนพ่อเพื่อนผมเขาจะหนีหนี้แต่ทิ้งลูกไว้  ตอนนี้เพื่อนผมเลยต้องซ่อนตัวจะมาเรียนหนังสือก็ไม่ได้  บอกให้เขาเลิกตามเพื่อนผมได้ไหมครับ  ส่วนเรื่องพ่อเพื่อนผม  ถ้าเขาใจดีก็อยากให้ช่วย”

 

“ได้สิ  พ่อจะพูดให้นะ”

 

“ขอบคุณครับพ่อ  ผมไม่กวนเวลาทำงานของพ่อแล้วครับ” เมื่อหมดธุระณพิชญ์ก็เลือกจะเป็นฝ่ายกดวางสายเอง  สมัยที่มีมือถือใหม่ๆเขาโทรกวนพ่อตลอดจนคนร่วมประชุมด้วยต่อว่าเสียงดังเข้ามาในสาย  ตอนนั้นเขาอาละวาดห้องพังเรียกเลือดจากเกริกได้เลยด้วยซ้ำ  ตั้งแต่นั้นมาณพิชญ์จึงรู้ว่าการทำให้พ่อโดนด่าเป็นเรื่องที่ทำให้เขาเจ็บปวดที่สุด

 

“เรียบร้อย” ณพิชญ์หันไปยิ้มนิดๆให้ติณที่ส่งยิ้มกว้างยินดีตอบกลับมาเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #77 whispering pearl (@whipped-cream) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 09:23
    ตอนนี้อ่านแล้วรู้สึกดีนะ
    ชอบตรงที่ติณดูเหมือนจะรักณภัทรมากๆ
    พอเพื่อนไม่โกรธก็ดีใจใหญ่เลย ^__^
    #77
    0