คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 61 : แนะนำ 1 ตอน สายลมจ้าวหัวใจ ภาค 1 { รีไรท์ } เพิ่มบทนำจ้าาาา


     อัพเดท 29 ส.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,781 Overall : 679,511
15,917 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7629 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 61 : แนะนำ 1 ตอน สายลมจ้าวหัวใจ ภาค 1 { รีไรท์ } เพิ่มบทนำจ้าาาา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10085 , โพส : 100 , Rating : 18% / 55 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

สายลมจ้าวหัวใจ ภาค 1 ย้อนอดีต : แม่ทัพใหญ่ผู้ไร้พ่ายของแผ่นดิน

 

แอนแอ๊นแอ๋น !!! ไรท์อยากแต่งนิยายใหม่อ่ะ  คราวนี้เป็นนิยายย้อนอดีต  หากแต่ขออธิบายให้เข้าใจก่อน  ลองเอาตอนแรกมาให้ลองอ่านกัน

 

ชื่อเรื่องยังไม่แน่นอนเน้อ

 

-นางเอกเรื่องนี้ย้อนไปไม่ได้เป็นฮองเฮาแต่อย่างใด ไม่ได้ตายแล้วเกิดใหม่กลายเป็นเด็กสาวอัจฉริยะ

-นางไม่ได้เป็นลูกสาวบุญธรรมคณะพ่อค้าชื่อดังที่ไหนแต่เป็นคนใช้ต่างหาก

-นางเอกเน้นใช้สมองและไม่ใช่อัจฉริยะที่เก่งในทุก ๆ เรื่อง ( แต่ถ้าเป็นบางเรื่องก็ยอมรับ )

-นางเอกเราต้องผจญหลาย ๆ อย่างในยุคอดีต  ไม่ได้หน้าตาดี  สวยใส หรือน่าทะนุถนอมแต่อย่างใด  ทว่าเป็นสายอึด ถึก ทนเต็มขั้น

-นางเอกเราซื่อบื้อ  ฉลาดในบางเรื่องและอย่างที่บอก...ไม่ได้ย้อนไปเป็นฮองเฮาหรือนางสนมของพระเอก  ไม่ได้อยู่สุขสบายเพราะเจอแต่ความซวย

-นิยายเรื่องนี้แบ่งเป็นสองภาค  ภาคหนึ่งเป็นภาคย้อนอดีตและภาคสองเป็นภาคปัจจุบัน   ( ถ้ามีโอกาศแต่งอ่ะนะ )

-ไม่อิงประวัติศาสตร์ (มั้ง)

-และสุดท้าย...พระเอกหล่อมาก !!! ( พระเอกแกหล่อทุกเรื่องแหละ ไรท์ ! )

 

มาดูย่อ ๆ กันหน่อย

 

นาง...เป็นหญิงแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนหญิงใด ๆ ที่ข้าเคยพบ

 

นาง...ไม่ได้น่าทะนุถนอมหรือหน้าตาน่าพิศมอง  ทว่ากลับสะกิดความสนใจข้าครั้งแล้วครั้งเล่า

 

นาง...ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนกในกรง  ทว่าเกิดมาเพื่อเป็นสายลมที่รักในอิสระ

 

และนาง...ไม่ต้องการให้ใครปกป้อง  ทว่าเป็นผู้เอือนเอ่ยคำสัตย์ว่าจะปกป้องข้าตราบสิ้นลมหายใจ

 

นางผู้แปลกประหลาด...นางซึ่งเป็นหนึ่งในแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นคนสนิทขององค์ฮ่องเต้หรือตัวข้า !

 

เด็กสาวธรรมดา ๆ ที่อายุ 18 ปีจำต้องหยุดชีวิตธรรมดาเมื่อช่วยเหลือเด็กหญิงคนหนึ่งไม่ให้ถูกรถชน  ทว่าถูกชนเสียเอง ! แต่แทนที่จะพบตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาลหรือตายไปแล้วกลับพบว่าตัวเธอย้อนไปอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อนอย่างไม่น่าเชื่อ  ทั้งยังเหยียบย่ำอยู่บนแผ่นดินใหญ่อย่างประเทศจีน !

 

'เอาเถอะ...ถือว่ามาเที่ยว  แม้จะห่างไกลถึงเกือบพันปีก็ตาม' 

 

มันคือความคิดของเด็กสาวประหลาดที่กลายมาเป็นแม่ทัพในตำนานและเป็นผู้ครอบครองดวงหทัยขององค์เหนือหัวแห่งแผ่นดินจีน

 

ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่  พระพักตร์และรูปโฉมล้วนงดงามปานเทพสลัก  ทว่ามีนิสัยโหดเหี้ยมและเลือดเย็น  ไม่ว่าสมองหรือความสามารถล้วนเป็นที่น่าชื่นชมและน่าย้ำเกรง  ทว่าอดีตกำลังย้อนกลับมาเพื่อบีบคั้นพระองค์อีกครั้งทำให้แผ่นดินใหญ่ที่พระองค์ปกครองเข้าสู่สงคราม  เพื่อช่วงชิงอำนาจที่เป็นใหญ่  แม้จะมีบุคคลมากความสามารถรอบกายทว่าตัวพระองค์กลับให้ความสนใจหญิงสาวนางหนึ่งที่แปลกประหลาดกว่าที่เคยพบ

 

'เจ้าเป็นหญิงทว่ามีความสามารถมากมายเกินกว่าที่ข้าจะคาดเดา  ที่สำคัญ...สายลมเช่นเจ้าเหตุใดจึงยินยอมหยุดข้างกายข้า' 

 

'เพราะนายเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่เราจะหยุดอยู่ข้าง ๆ ยังไงล่ะ'

 

 

บทนำ

 

หลิ่งอี้...

หลิ่งอี้...

หลิ่งอี้...

เสียงทุ้มแปลกหูเอ่ยเรียกชื่อใครบางคนแผ่วเบา  ซ้ำไป...ซ้ำมาจนคนฟังรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก  เมื่อเสียงนั้นมีแต่ความอาลัยอาวรณ์และหมองหม่นจนเกินที่ใครจะนึกได้

“ เจ้านี่ชอบนอนบนพื้นหญ้าเสียจริง ”  เสียงเย็นเยียบแต่แฝงความอ่อนละมุนเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น  พร้อมภาพพร่าเลือนของใครคนหนึ่งที่ยืนเหนือใครอีกคนที่นอนมองท้องฟ้า  บนหญ้าสีเขียวขจีอย่างสบายอารมณ์  คน ๆ นั้นหัวเราะเบาๆ  ก่อนพูดตอบสำเนียงคล้ายคลึงกันแต่ดูแตกต่างเล็กน้อย

“  ก็มันนอนสบายกว่าเตียงไม้เป็นไหน ๆ นายก็ลองสิ ” 

ร่างในเสื้อคลุมสีเข้มทรุดลงนั่งตาม   ทำให้คนที่รู้สึกเหมือนยืนมองอยู่ห่าง ๆ  ต้องพยายามเพ่งพิศร่างทั้งสองมากขึ้น  แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่จะพูด  สมองได้ยินสองเสียงคุยโต้ตอบไปมาอีกทั้งคนที่มาทีหลังนั้นนั่งบังคนที่นอนอยู่   ทำให้สุดท้ายกลายเป็นความฝันที่ดูอะไรไม่ออกสักอย่าง

“ เจ้า...ทรมาณหรือไม่กับการต้องทนใส่หน้ากากนี้มาเนิ่นนาน  ” 

“  อยู่ ๆ ทำไมถึงถามล่ะ ? ”  เสียงเรียบเฉยที่พูดเปรยเป็นคำถามดูจะสร้างความแปลกใจให้ร่างที่นอนอยู่ไม่น้อย 

“ ข้าแค่อยากรู้...” 

“  ถ้าถามว่าทรมาณไหม ? ตอบตามตรงมันก็ลำบากนิดหน่อยล่ะนะ  ...แต่มันก็ไม่ถึงกับทนไม่ได้  ที่เรายังอยู่ ณ ที่แห่งนี้  อยู่ทนอันตรายที่ทุกวินาทีล้วนมุ่งมาที่เรานั่นก็เพราะท่าน...” คนที่ยืนอยู่ห่าง ๆ รู้สึกได้ว่าผู้พูดนั้นกำลังยิ้มจางๆ

“ ท่านเลยถามใช่หรือไม่  ว่าสายลมนั้นจะหยุดอยู่ที่ใดได้บ้าง  แต่เรายังไม่มีคำตอบให้ท่าน  แต่ตอนนี้...เราขอบอกว่าเราไม่รู้ว่าสายลมอื่นจะหยุดอยู่ที่ใด  แต่สายลมนี้จะหยุดอยู่ที่ท่าน ” 

“  เจ้า...” 

ร่างที่นอนพลิกตัวลุกขึ้น  คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าอีกร่างขณะเผยยิ้มเล็กน้อย

“  ในนามแม่ทัพใหญ่แห่งต้าฉี (ฉีที่ยิ่งใหญ่)  ข้าขอให้สัตย์สาบานจะปกป้องฝ่าบาทจนกว่าชีวิตจะหาไม่  ทั้งลมหายใจ  ร่างกายและทุกสิ่งอย่างของกระหม่อมมอบให้ฝ่าบาทแต่เพียงผู้เดียว  หากใครถือฝ่าบาทเป็นทรราช  ข้าก็จักเป็นข้ารับใช้ทรราช  หากใครถือฝ่าบาทเป็นมารร้าย  ข้าก็จักเป็นข้ารับใช้มารร้ายและจะใช้ทุกสิ่งอย่างปกป้องฝ่าบาทและแผ่นดินของฝ่าบาทตราบเท่าสายลมหอบนี้จะกระทำได้ ” 

“  เจ้า...เจ้ารู้หรือไม่ว่าพูดสิ่งใดออกมา ”  ร่างสูงนิ่งงันขณะไต่ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน  พระองค์อยากจะแย้มยิ้มอย่างโง่งมออกมาเหลือเกินที่รู้สึกดีใจลึก ๆ กับสิ่งที่ได้ยิน  แม้จะรู้ดีว่าเส้นทางสายนี้อันตรายสำหรับอีกฝ่ายมากเกินไป  แต่พระองค์เอง...ก็ตัดใจขับไล่อีกฝ่ายให้ห่างตนไม่ได้เช่นกัน

“ รู้สิ  นอกจากนี้แล้ว... ”  ผู้ที่เพิ่งเอ่ยคำสาบานไปหลัด ๆ หยุดหายใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเก่ายามกระชากแผ่นหนังบาง ๆ บนใบหน้าออกเผยโครงหน้าคุ้นตาที่ดูแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย “ ในฐานะสหายของเจ้า  คนธรรมดาสามัญอย่างข้าก็สาบานกับฟ้าดินอีกว่าแม้ข้าจะไม่ได้อยู่ในฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งต้าฉี   แต่แค่อยู่ในฐานะผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งก็จะขอปกป้องสหายคนนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่เช่นเดียวกัน   อย่างที่ข้าเคยบอกเจ้าในครั้งแรกที่เจอกันไง...ถ้าเราพบกันอีก  มันคือพรหมลิขิตที่เราจะได้เป็นสหายกัน  อย่างที่เจ้าบอกว่าเชื่อ ”

“  ........ ”  พระองค์ไม่ได้ขานรับ  เพียงถอดถอนหายใจด้วยความระอา  เมื่อมองมือที่ยื่นมาหาพระองค์ ณ เบื้องหน้า  มือที่มักยื่นมาในเวลาที่ต้องการและไม่ต้องการในเวลาเดียวกัน...มือที่พระองค์ไม่เคยปฏิเสธได้แม้สักครั้ง

“ ใช่แล้ว...ข้าและเจ้าเป็นสหายกันด้วยพรหมลิขิต  แต่เจ้าก็ยังเป็นคนที่ซื่อบื้อและโง่เง่าไม่เปลี่ยนเลย  หลิ่งอี้... ” 

 

 

ก่อนภาพของคนทั้งคู่จะกลายเป็นสั่นไหวคล้ายวัตถุตกกระทบลงบนผืนน้ำ  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอีกสถานที่หนึ่งโดยที่ผู้เฝ้ามองแทบไม่ทันรู้สึกตัว  กลิ่นคาวเลือดฉุนหนักลอยปะปนในอากาศที่พื้นเต็มไปด้วยซากศพมากมาย  ทว่าคนฝันกลับมีความรู้สึกคล้ายชินชาอย่างน่าประหลาด  จนกระทั่งพบเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังชุลมุนอยู่ริมผา  โดยมีคนอีกกลุ่มอยู่ห่าง ๆ เธอเห็นชัดว่าร่างริมผาพร้อมคนอีกหลายคนหันหน้ามองคนอีกกลุ่ม  หลายคนเคลื่อนร่างออกจากหน้าผาเหลือเพียงคนสองคน  ก่อนใครคนหนึ่งจะถูกแทงจากคนข้างหลังจนดาบเล่มหนาทะลุออกมา

“  ท่านแม่ทัพ ! ”  หลากเสียงหลายสำเนียงตะโกนก้องเรียกร่างที่ถูกแทงอย่างตกตะลึงเช่นเดียวกันกับคนที่ถูกลอบทำร้าย  เพราะคนเฝ้ามองอยู่ไกลเกินไปทำให้เห็นเพียงเลือนลางว่าอีกฝ่ายเอ่ยอะไรบางอย่างกับคนที่แทงตนเองก่อนเบือนหน้าไปมองใครอีกคนที่อยู่กลางวงล้อมของคนกลุ่มใหญ่ 

ริมฝีปากของเธอและอีกฝ่ายคล้ายเอ่ยประสานพูดคำบางอย่าง

“  ...ขอ...โทษ ”  ก่อนผู้ถือดาบจากด้านหลังจะกระชากอาวุธออกจนสายโลหิตพุ่งจากบาดแผลออกมาไม่หยุดยั้ง  อีกฝ่ายโซเซไปมา  ก่อนร่างจะเอนไปด้านหลังทั้งที่สายตายังไม่ละจากใครบางคน  มือเปื้อนเลือดพยายามยื่นและไขว่คว้ามือที่ห่างไกลของใครอีกคนไว้จนกระทั่งร่วงหายไปจากหน้าผา 

เจ้าของความฝันเบือนหน้าไปมองคนอีกกลุ่ม  ร่างหนึ่งในชุดเกราะหนักที่ได้สติแผดเสียงกรีดร้องออกมาราวคนที่กำลังขาดใจ  ใบหน้าคมคายเย็นชาที่เธอเพิ่งเคยเห็นชัด ๆ เป็นครั้งแรกเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น  พยายามพุ่งไปทางร่างที่ตกหน้าผาไป  แต่ถูกรั้งไว้โดยกลุ่มคนที่ถืออาวุธปกป้อง  สุดท้ายอีกฝ่ายจึงทำได้เพียงขานชื่อของใครคนนั้นอย่างคนที่สูญเสียสิ่งสำคัญไป

“  หลิ่งอี้ !!!

 

6 โมง 15 นาที

ติ๊ด ติ๊ด  ติ๊ด ติ๊ด

ร่างที่นอนหลับอยู่ลืมตาขึ้นหลังหูได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก  สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีหม่นเก่า ๆ ที่คุ้นตาเธอทุกครั้งที่ตื่นนอน  ร่างสูงที่ค่อนไปทางอวบ ๆ ยันตัวลุกจากที่นอนพลางก้มมองมือตัวเองด้วยความสงสัยเมื่อมันแบค้างราวกับพยายามไขว่คว้าอะไรบางอย่างไว้ 

“ ฝันเลือน ๆ นั่นอีกแล้ว ”  พึมพำกับตัวเองอย่างมึน ๆ ก่อนลุกขึ้นเพื่อเริ่มกิจวัตรประจำวันของตัวเองและทำความสะอาดร่างกายให้พร้อมเพราะวันนี้เธอมีงานต้องทำแทนเพื่อนที่ขอลางาน   กระจกแผ่นใหญ่สะท้อนภาพเด็กสาวอายุ 18 ที่มีหน้าตาธรรมดาเหมือนคนทั่วไป  มีหู  มีตา  มีจมูกและปากที่ยิ่งกว่าธรรมดา  อาจยกเว้นนัยน์ตาสีนิลที่มองสบ  แม้มีความง่วงงุนแฝงอยู่แต่ก็มั่นคงและมีสติครบถ้วน

เธอคือวายุลักษณ์  อัศนโรจน์  หรือสายลม  เด็กสาวที่ตอนนี้อยู่ด้วยตัวคนเดียวด้วยสารพัดงานที่ต้องทำเพราะบิดามารดาที่เสียไปหลังอุบัติเหตุ  

เมื่อเธอจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว  วายุลักษณ์จึงแต่งตัวให้สุภาพด้วยเสื้อสีเข้มพร้อมแจ๊คเก็ตบริษัทขนส่งพัสดุแห่งหนึ่งพร้อมกางเกงเครื่องแบบ  หมวกที่มีตราบริษัทถูกสวมบนหัวรวบผมสั้น ๆ ขึ้นเก็บลวก ๆ อย่างคนที่ไม่ค่อยใส่ใจในภาพลักษณ์

เด็กสาวอมยิ้มเมื่อนึกถึงรายได้พิเศษวันนี้  ช่วงเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่  การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งได้รับการตอบรับแล้ว  เธอจึงมีเวลาว่างมาทำงานเสริมเก็บเงินพิเศษ   งานส่งของก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ งานที่เธอทำเพื่อหารายได้

วายุลักษณ์ผิวปากหวือในลำคอ  ก่อนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้งกับกระจก  รอยยิ้มบาง ๆ ถูกจุดที่ริมฝีปากเพื่อเริ่มวันใหม่  ขณะมองสบดวงตาสีนิลที่สะท้อนภาพของตนออกมา  เธอพูดกับตัวเอง

“ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะ ”

พร้อมกับที่เธอลืมเลือนความฝันอันน่าตะขิดตะขวงใจนั่นไป

แต่ดูท่าวันนี้วายุลักษณ์จะซวยไปหน่อย 

“ อย่าเข้ามานะโว๊ย ! ไม่งั้นยิงหัวนังเด็กนี่แน่ ! ” 

“ ใจเย็น ๆ ครับ  อย่าทำร้ายตัวประกัน ”

ปืนบาเร็ตต้าสีดำด้านถูกจ่อเข้าที่ศีรษะของตัวประกัน  ซึ่งถูกล็อคคอจากข้างหลังเอาไว้  โจรปล้นร้านทองที่เพิ่งหลบหนีจากการจับกุมของตำรวจกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความลนลานเมื่อถูกตำรวจล้อม  แต่ดีที่ฝ่ายผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไม่ได้เข้ามาใกล้จนเกินไปเพราะตัวประกันในมือเขา  ตามจริงเขาอยากจะคว้าหญิงสาวตัวเล็ก ๆ มามากกว่าแต่เพราะเด็กส่งของนี่ผลักคนที่เขาหมายตาไว้ออก  พอจวนตัวเลยต้องคว้าเด็กนี่มาแทน

“ ให้ตายเถอะ ”  วายุลักษณ์บ่นงึมงำ “ ทำงานนอกถิ่นวันเดียวเจอแจ็คพอตซะงั้น  ”  วันนี้เธอมีส่งพัสดุแถวเยาวราชเป็นที่สุดท้ายก่อนจะเลิกงาน   แต่กลับกลายเป็นว่ามีคนร้ายปล้นร้านทองวิ่งหนีตำรวจมาทางเธอ   จนกระทั่งถูกล้อม  เธอที่ตาไวและเห็นคนร้ายที่ลนลานกำลังจะคว้าผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นโล่  เธอก็เลยผลักอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ทันคิด  ผลคือกลายเป็นถูกโจรล็อกคอ   จับมาเป็นตัวประกันแทน

ตอนแรกวายุลักษณ์ก็รู้สึกหวั่น ๆ กับมัจจุราชที่จ่อหัวตัวเองอยู่ไม่น้อย   แต่ด้วยความที่มีนิสัยเฉื่อยชาจนบางทีก็หัวช้า  พอรู้สึกตัวอีกทีสติก็ถูกรวบรวมจนไม่มีแม้แต่อาการตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น  กลายเป็นสมองที่เริ่มหาทางเอาตัวเองออกจากจุดนี้แทน  นี่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข้อดีได้หรือไม่

“ คุณต้องการอะไรบอกมา  แต่อย่าทำร้ายตัวประกัน ! ”  เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งตะโกนบอก  มือถือปืนเล็งไปที่คนร้าย  เช่นเดียวกับตำรวจนายอื่น ๆ

เอาไงดี 

วายุลักษณ์ที่รู้สึกอยากเกาหัว  เริ่มเรียบเรียงลำดับความคิดใหม่ที่จะทำให้เรื่องนี้จบอย่างสงบ  หัวเธอเริ่มย้อนไปในสิ่งที่ผู้เป็นพ่อสอน 

“  ลม  จำไว้นะลูกสมมติว่าลูกถูกผู้ร้ายเอาปืนจ่อหัว  อย่างแรกที่ลูกควรทำคือตั้งสติ ” 

“ อย่างที่สอง  ต้องดูเวลาและท่าทางของคนร้ายที่เหมาะสมในการเอาอาวุธปืนออกจากอีกฝ่าย  โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายกับตัวลูก ” 

“  และอย่างที่สาม  หลังเอาอาวุธให้พ้นมือคนร้ายแล้ว  ลูกต้องทำให้คนร้ายหมดสติและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เพื่อความปลอดภัยของลูก  เข้าใจใช่ไหม ? ลม ” 

“ อย่างแรกต้องตั้งสติ  โอเค... ”  วายุลักษณ์พึมพัมกับตัว  สูดลมหายใจลึก ๆ สังเกตเห็นว่าเริ่มมีรถนักข่าวมาจอดรอทำข่าวแล้วทั้งที่เวลาเพิ่งผ่านไปแค่ 15 นาทีเท่านั้น  แสดงได้เป็นอย่างดีว่านักข่าวสมัยนี้หูผีจมูกมดเพียงใด

“ อย่างที่สองต้องดูท่าทางและการเคลื่อนไหวที่จะไม่ทำให้เกิดอันตราย ”  เธอเหลือบมองปืนที่เริ่มเลื่อนมาจ่อขมับเธอเพราะคนร้ายพยายามล็อกคอเธอให้กระชับขึ้นเนื่องเพราะเธอสูงถึง 170 เซนติเมตรขณะที่คนร้ายสูงประมาณ 180 เซนติเมตร  แต่ถึงอย่างนั้นด้วยสรีระของวายุลักษณ์ทำให้ดวงตาของเธอมองช่องว่างของคนร้ายออก

“  ต้องปลดอาวุธก่อนสินะ... ”  นัยน์ตาสีนิลกวาดมองไปรอบ ๆ มีฝูงชนมุง ปิดทางหนีของคนร้ายไว้โดยมีตำรวจล้อมวงในอีกที  หลายคนถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอโดยวายุลักษณ์คิดว่าคงไม่ดีหากหน้าตาเธอถูกเผยแพร่ออกไป  ดีที่ตั้งแต่ตอนแรกเธอพยายามก้มหน้าต่ำตลอดจนกระทั่งเห็นนายตำรวจทำท่าจะเขยิบเข้ามามากขึ้นโดยพยายามไม่ให้คนร้ายรู้ตัว   แต่โจรปล้นร้านทองก็ใช่ว่าจะตาบอดมองไม่เห็น  อีกฝ่ายเลยอ้าปากเตรียมจะตะโกนออกไป

“ อย่าเข้ามา !!! ”  เสียงที่ตะโกนลั่นอย่างเฉียบขาด  ทำเอานายตำรวจทุกนายชะงักปลายเท้าที่เดินเข้าหาคนกลางวงล้อม  แม้แต่คนร้ายเองก็ตาม  เนื่องจากคนตะโกนไม่ใช่คนร้ายปล้นชิงแต่กลับเป็นเด็กสาวที่ถูกจับเป็นตัวประกัน  เธอยังก้มหน้าต่ำท่ามกลางความฮือฮาของฝูงชนที่เริ่มงุนงงและสังเกตอากัปกิริยาของเด็กสาวที่ดูไร้ความหวาดกลัวต่อปืนอย่างสิ้นเชิงทำเอาวายุลักษณ์อยากจะตะโกนบอกว่า  ' ไม่ได้ไม่กลัว  แต่ไม่มีเวลาให้กลัวโว๊ย ' ซะเลย

“ อย่าเข้ามานะโว๊ย ! ”  คนร้ายที่ถูกแย่งซีนตะโกนบ้างพร้อมกดปืนที่ศีรษะวายุลักษณ์มากขึ้น  แต่เด็กสาวก็ไม่ได้ขยับตัวอะไรมาก  เพียงแค่ดึงหมวกลงมาปิดใบหน้าและพยายามหลบกล้องวิดีโอจากไทยมุงและกล้องนักข่าว  ตาเหลือบมองรถมอเตอร์ไซค์สีดำที่ติดโลโก้ขนส่งของบริษัทแห่งหนึ่ง  แน่นอนว่าเป็นบริษัทที่เธอทำงานเสริม  มันจอดอยู่ริมฟุตบาทระยะทางไม่ได้ไกลนัก

ปกติแล้วรถของบริษัทจะให้เฉพาะเด็กประจำที่ต้องขับไปส่งพัสดุในสถานที่ไกล ๆ และยาวนานต่อเนื่อง  ดีที่เธอรีบไปแต่เช้าทำให้จองมอเตอร์ไซค์คันนี้ทันถึงจะไม่มีใบขับขี่แต่เด็กส่งพัสดุทุกคนก็มีเส้นอยู่ในวงตำรวจทั้งนั้น  ดังนั้นยังถือเป็นโชคดีของเธอที่มีมันในการหลบออกไปหลังจัดการที่นี่เสร็จ

 “  รถยนต์ที่คุณขอเราเตรียมไว้ให้แล้ว  ปล่อยตัวประกันได้แล้ว ” นายตำรวจหยิบโทรโข่งตะโกนบอกหลังถูกสั่งให้หารถยนต์เพื่อใช้ในการหลบหนีของคนร้าย 

วายุลักษณ์ที่เห็นคนร้ายเผยยิ้มด้วยความโล่งใจ   ผุดยิ้มบ้างเมื่อแขนที่ล็อคคอเธอเผลอผ่อนแรงเช่นเดียวกับปืนที่จ่ออยู่

“  ไม่มีทางโว๊ย ! ต้องรอฉันหนีก่อน  ไม่งั้นก็อย่าหว...อ้าก ! ” 

คนร้ายที่ตอบกลับมีอันต้องร้องลั่นเมื่อตัวประกันในอ้อมแขน ง้างมือข้างที่ถูกปืนจ่ออยู่ออกจากศีรษะตัวเอง  บิดข้อมือเขาดังกร็อก ! จนเขาต้องปล่อยมือออกจากปืนที่ถืออยู่   เจ้าของรองเท้าผ้าใบเก่า ๆ เตะปืนไปอีกทางอย่างรวดเร็วพร้อมพึมพำข้อความบางอย่างในลำคอ

“ หลังเอาอาวุธให้พ้นมือคนร้ายแล้ว  ต้องทำให้คนร้ายหมดสติและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เพื่อความปลอดภัย  ” 

พลั่ก !

เท้าเดิมที่เตะปืนออกด้านข้างเตะเข้าที่ข้อเข่าทำให้เสียหลักอย่างหนักแน่นเต็มเท้า  ก่อนแขนจะแทงศอกเข้าลิ้นปี่อีกฝ่ายเต็มรัก  คนร้ายสะดุ้งเฮือก  ตัวงอด้วยความจุกจนไม่ทันหลบหมัดที่พุ่งเสยคางอย่างจังจนมึนไปครู่หนึ่ง  ตัวเซจะล้มแต่กลับถูกมือหยาบของตัวประกันคว้าแขนไว้อย่างมั่นคงไม่ให้ล้มก่อน   และสุดท้ายคือปลายเท้าซ้ายที่พลิกหมุนเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยงให้เท้าขวา  จัดการฟาดแข้งเข้าที่ซอกคอคนร้ายอย่างหนักหน่วงจนร่างหนากลิ้งไปสามตลบเพราะแรงเตะที่มหาศาลพร้อมกับมือที่ปล่อยจากแขนคนร้าย

พลั่ก !  ตุบ !

“ ต้องเยือกเย็น  ต้องแม่นยำและรวดเร็ว  ขอบคุณวิชาคาราเต้ภาคบังคับจริง ๆ  ”  จนถึงตอนนี้วายุลักษณ์อดหัวเราะในลำคอไม่ได้  ใครจะไปนึกว่าวิชาคาราเต้ตอนม. 4  ที่ถูกโรงเรียนเตรียมทหารบังคับในคาบวิชาพละจะได้เอามาใช้จัดการคนร้ายแบบนี้  เด็กสาวเหลือบมองโจรปล้นร้านทองเล็กน้อยด้วยสายตาเห็นใจ

“ ขอโทษจริงๆ  พี่ชาย  แต่ถ้าเอารถของบริษัทกลับไปคืนช้ากว่านี้จะโดนหักเงินเอา บ๊าย ”  เธอพูดส่งท้ายก่อนเดินฝ่ากลุ่มคนออกไปอย่างรวดเร็วและป้องกันไม่ให้ถูกตำรวจเรียกตัวไว้  ทิ้งให้คนมุงและเหล่าตำรวจนิ่งอึ้งกับการจัดการคนร้ายแบบม้วนเดียวจบ  กว่าพวกเขาจะรู้สึกตัว  พนักงานขนส่งในชุดยูนิฟอร์มบริษัทแห่งหนึ่งก็เหวี่ยงตัวเองขึ้นมอเตอร์ไซค์  ถอดหมวกประจำชุด  แล้วสวมหมวกกันน็อคบึ่งรถหายไปแล้ว 

กลายเป็นว่าโจรปล้นร้านทองที่หลบหนี  สุดท้ายก็ถูกตัวประกันที่จับไว้จัดการซัด   หลับยาวไปถึงวันใหม่แบบไม่รู้ตัว  ตื่นมาอีกทีก็อยู่ในคุกเรียบร้อยแล้ว  หลังจากนั้นวายุลักษณ์จึงไม่รู้เลยว่าเรื่องของเธอกลายเป็นข่าวฮอตเพราะไอ้การจัดการโจรเนี่ยแหละ

 

 

 

บทที่ 1

เด็กสาวประหลาด กับ กำไลหยกที่ประหลาดกว่า

 

 

ในห้องทำงานเล็ก ๆ ที่ดูเงียบสงบ  มีร่างเด็กสาวคนหนึ่งกำลังขะมักขะเม้นอ่านเอกสารในมือด้วยท่าทางจริงจัง  จนเมื่อกระดาษแผ่นสุดท้ายถูกวางลง  ใบหน้าท้วม ๆ ที่ผู้เฝ้ามองทุกคนลงความเห็นว่าธรรมดาที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจขึ้น

“ โอเคเลย  เดือนนี้ไม่มีปัญหาสินะคะ  พี่จันทร์ ”  เธอเอ่ยถามหญิงสาวที่อยู่ในชุดเสื้อสูทสีเทาอ่อนซึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน   อีกฝ่ายเป็นหญิงวัย  28  เกล้าผมสูงให้สะดวกต่อการทำงานและสวมแว่นตาเก่า ๆ ที่มีร่องรอยผ่านการใช้งานมามากพอสมควร  ทำให้ผู้มองดูดวงตาสีนิลคมกริบของหญิงสาวได้ไม่ชัดเจน  แต่ไม่เป็นปัญหากับเด็กสาวที่มองเลขาอย่าง จันทร์แรม  พงพนา อดีตลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่ง   ตอนนี้จันทร์แรมก็กลายมาเป็นมือขวาคนสนิทของเธอแทน

“  ค่ะ  แต่มีบางเมนูที่หลังดูยอดขายแล้วจะทำการผลัดเปลี่ยนเป็นรายการอื่นค่ะคุณลักษณ์ ”  วายุลักษณ์ หรือ สายลม เอนกายพิงเก้าอี้เก่า ๆ ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ดวงตาสีนิลสุกใสของเด็กสาวร่างท้วมมีความขบขันไม่น้อย   เมื่อได้ยินหญิงสาวผู้สูงอายุกว่าเรียกอย่างให้ความเคารพและสุภาพจนเธอต้องยิ้มกระดาก

“  บอกแล้วไง  เรียกลมเฉย ๆ ก็ได้  คำว่าคุณเคินอะไรนั่นอย่าใช้เลยค่ะ ” เธอบอกอย่างระอาเล็กน้อยเพราะเมื่อเดือนที่แล้วที่เจอกัน  เธอยังเพิ่งบอกจันทร์แรมไปหยก ๆ ว่าให้เรียกชื่อเฉย ๆ แต่พอมาฟังใหม่ไหงกลับไปเป็นอย่างเดิมเสียได้

“  ดูเหมือนว่าวันนี้จะเจอเรื่องน่าลำบากเข้านะคะ ” เลขาสาวพูดขึ้นเปรย ๆ ทำให้วายุลักษณ์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยกมือเกาแก้มเก้อ ๆ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องอะไร

“ ยังข่าวไวเหมือนเดิมนะ  แต่มันเป็นเรื่องของโชค  วันนี้เลยดูดวงซวยนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ ”  เธอหัวเราะตบท้าย  ก่อนจะหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาที่หรี่ลงของจันทร์แรม  หญิงสาวเคยเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยสืบข่าวของพ่อเธอ  ลาออกมาพร้อมลูกน้องในสังกัดบางส่วนที่ตอนนี้แยกย้ายกันหางานทำหลังหยุดอาชีพทหาร  แต่ก็ยังคอยช่วยเหลือหญิงสาวและส่งข่าวให้เป็นระยะ  ทำให้สายข่าวของจันทร์แรมดูจะกว้างไกลและรู้ในหลาย ๆ อย่างที่หลายคนไม่รู้  อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเธอมีส่วนด้วยหรือเปล่า เพราะเด็กสาวเป็นคนขอให้จันทร์แรมคอยสังเกตุการณ์หลาย ๆ อย่างเพื่อผลประโยชน์ของร้านอาหารแห่งนี้ 

แต่ไม่รู้ทำไม  ไหงกลายเป็นว่าคนของเลขาเธอคอยติดตามเธอและระวังภัยให้แทนซะงั้น  เรื่องถูกจับเป็นตัวประกันเองเพิ่งผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงก็รู้มาถึงหูจันทร์แรมซะแล้ว

“ ระวังหน่อยก็ดีนะคะ  เลิกทำงานเสริมแล้วนั่งสบาย ๆ บ้างเถอะค่ะ ”  เลขาสาววางแฟ้มชุดใหม่ให้  วายุลักษณ์เท้าคาง  เธอคงต้องชินซะแล้วกับคำพูดสุภาพของจันทร์แรมที่ไม่ว่าจะปรามยังไงก็ยังเหมือนเดิม 

“  ถ้าเลิกจะเอาเงินที่ไหนมาบริหารร้านล่ะคะ  อีกอย่างหนูอายุน้อยกว่าพี่จันทร์  เลิกใช้คำสุภาพแบบนั้นเถอะ ”

“ ไม่ได้หรอกค่ะ  ถึงคุณจะอายุน้อยกว่าแต่ก็เป็นเจ้านายของดิฉัน  เป็นการสมควร...”  ก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบประโยค  วายุลักษณ์ก็ยกมือห้ามก่อนแล้วทำตีหน้าเข้มไปให้  แม้จะยิ้มเผล่ขี้เล่นในตอนหลังก็ตาม

“  งั้นหลังเลิกงานเรียกลักษณ์ หรือ ลมเฉย ๆ นะคะ ? ”  รอยยิ้มใส ๆ ที่ชวนเธอแพ้ทางทุกครั้งทำให้จันทร์แรมจำใจต้องพยักหน้า  แต่ใบหน้าสวยสง่าที่เคยเย็นชากลับมีรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นนายจ้างที่อายุน้อยกว่าเธอรับกระดาษอีกแผ่นไปดูพลางผิวปากหวือสบายอารมณ์ 

เด็กสาวอายุ  18  ปีที่กำลังทำงานไม่สมตัว คือ วายุลักษณ์   อัศนโรจน์ มีชื่อเล่นว่า ลม ( แต่เจ้าตัวชอบให้เรียกลักษณ์ ) แม้จะเห็นร่างท้วม ๆ ใบหน้าธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นเช่นนี้  เธอเป็นถึงเจ้าของร้านอาหารขนาดกลางที่มีชื่อเสียงไม่น้อยในย่านนี้เลยทีเดียว  และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือเด็กสาวเข้ามาบริหารร้านแห่งนี้ในตอนที่เพิ่งอายุได้ 14 ปีเท่านั้น  หลังจากเมื่อ 5 ปีก่อน  ผู้เป็นบิดาและมารดาของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์  แม้จะจบพิธีศพไปแล้วแต่เพราะญาติ ๆ ของเด็กสาวไม่ต้องการตัวภาระ  ทำให้วายุลักษณ์ต้องปากกัดตีนถีบเพื่อมีชีวิตรอดในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ 

ฟังดูน่าสงสารแต่จันทร์แรมรู้ดีว่าแม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กแต่ได้รับการสืบทอดความเข้มแข็งมาจากผู้เป็นบิดาอย่างดี  นภา  อัศนโรจน์  อดีตนายทหารที่เกษียรตัวเองเพื่อมาอยู่กับครอบครัวและเป็นถึงอดีตหัวหน้าของเธอนั้นได้เลี้ยงลูกสาวคู่กับภรรยาสุดรัก  สาริษา  อัศนโรจน์ มาเป็นอย่างดี  

ในงานศพที่เหล่าลูกน้องเก่าและลูกน้องที่ร้านอาหารซึ่งเป็นกิจการของผู้เป็นบิดามาร่วมไว้อาลัย  เธอยังจำได้ดีตอนเห็นเด็กสาวอายุ 13  ปีที่ไร้หยาดน้ำตายามมองภาพของบิดาและมารดาซึ่งเลี้ยงดูตนมาทั้งชีวิต  ดวงตาสีนิลเข้มนั้นแม้จะแห้งผากยามมองสายตาสงสารของคนรอบข้างและสายตาที่ราวกับตัวเด็กหญิงเป็นภาระ  แต่ไม่นานมันก็กลายเป็นความเฉยชาและความเข้มแข็งที่ก่อตัวขึ้นด้วยความเร็วที่น่าขนลุก

ไม่หลั่งน้ำตา...เมื่อไม่มีคนอยากช่วยเธอก็ไม่ร้องขอ...และเด็กสาวก็ทำสำเร็จ  ปีแรกหลังสูญเสียผู้เป็นบิดามารดาไป  แม้เงินเก็บของคนทั้งคู่ยังมีอยู่บ้างแต่วายุลักษณ์ก็รู้ดีว่ามันไม่มีทางพอต่อการรักษาร้านอาหารของพ่อและการใช้ชีวิตประจำวัน  บ้านหลังเล็กของครอบครัวเธอที่ตั้งใจจะย้ายเข้ากลายเป็นถูกตั้งขาย   เธอจึงทำงานหนักทุกอย่างด้วยหยาดเหงื่อของตนเพื่อรักษาร้านอาหารก่อน   โดยตอนแรกหยิบยืมแรงจากลูกน้องเก่าที่เคยเป็นทหารในหน่วยของนภา  แต่ปีต่อมาก็สามารถกลับมาเปิดร้าน 'นิรันดร์กาล' ได้อย่างภาคภูมิใจ  พร้อมกับเงินที่พยายามเก็บเพื่อซื้อบ้านหลังเล็กคืน

การบริหาร  ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและปรับสูตรทำให้ร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบจากปากต่อปากและมันยังคงเปิดมาได้ถึง ปีอย่างยาวนานเพียงเพราะการบริหารจัดการของวายุลักษณ์  เจ้านายของเธอที่มีความสามารถไม่เด็กตามอายุ

“  หืม...มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่จันทร์ ? ”  เด็กสาวที่มองกระดาษในมือถามอย่างแปลกใจเมื่อรับรู้ถึงสายตาของเลขาคนสวยที่มองมา  จันทร์แรมกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  เอ่ยเบี่ยงประเด็นไปอีกทาง

“  แล้วจะรับของว่างหน่อยไหมคะ  ดิฉันจะได้เตรียมให้ ” 

วายุลักษณ์ยิ้มกว้างตามนิสัยสบาย ๆ  บิดขี้เกียจจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังกร็อบ  จนเธอชักหวั่นว่าจะมีกระดูกในตัวร้าวตามเสียงด้วยหรือเปล่า ?

“  ก็อยากอยู่นะคะ  แต่อีก 1 ชั่วโมงเดี๋ยวก็ได้เวลางานของหนูแล้ว  ว่าจะออกไปแล้วน่ะค่ะ ”  เด็กสาวร่างท้วมลุกขึ้นยืน  จัดเสื้อผ้าซึ่งเป็นชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เก่า ๆ ให้เรียบร้อยเล็กน้อยแล้วเดินนำจันทร์แรมออกจากห้องทำงาน   ทำให้จันทร์แรมต้องส่ายหัวเพราะเจ้านายคนนี้นอกจากจะทำงานไม่สมอายุแล้วยังรับทำงานอีกสารพัดงานเพื่อเงิน เงิน  เงินและก็เงินอีกด้วย

ร้านอาหารของวายุลักษณ์เป็นร้านขนาดกลาง  พื้นปูด้วยหินอ่อนลายเทาขาว  โต๊ะทำจากไม้เนื้อแข็งสีสวยที่แบ่งตามขนาดและโซน  โดยติดกับเคาท์เตอร์รับเครื่องดื่มและขนมจะเป็นที่นั่งเดี่ยวที่มีเก้าอี้สูงเรียงราย  และแบ่งไปเป็นโซฟาสีแดงสดใสชิดผนังไม้  กับโต๊ะขนาดเล็กประมาณสองคนนั่ง  โต๊ะขนาดกลางสี่คนและขนาดใหญ่หกถึงสิบคนพร้อมเก้าอี้   ตัวเคาท์เตอร์จะติดกำแพงหน้าสุด   ครัวและห้องทำงานของเธออยู่ทางขวามือส่วนทางซ้ายเป็นประตูเข้าร้าน  บรรยากาศภายในเน้นสีครีมและสีส้มอ่อนบวกกับแสงจากโคมไฟนวลทำให้ได้ความสงบเงียบ  เหมาะแก่การทานอาหารเป็นส่วนตัว  แบบครอบครัวหรือนั่งทำงาน   ชุดเก้าอี้และโต๊ะติดประตูจะทำด้วยบานกระจกให้เห็นผู้คนผ่านไปมาและให้ลูกค้าภายนอกสามารถมองเห็นภรรยากาศภายในร้านได้  ส่วนเมนูจะเป็นตั้งแต่อาหารไทยถึงอาหารต่างประเทศทั้งยังมีเมนูพิเศษที่บางวันอาจเป็นของหวานหรืออาหารที่ทำยากเป็นพิเศษอีกด้วย

นอกจากนี้เธอยังทำการซื้อกลิ่นหอมสบาย ๆ อย่างกลิ่นดอกไม้ที่มีลักษณะเด่นมาเป็นหนึ่งในการเสริมภาพลักษณ์  เช่นวันจันทร์จะเป็นกลิ่นหอมของดอกมะลิ  กลิ่นเย็น ๆ ชวนสบายใจ  วันอังคารดอกกุหลาบ  หรือวันศุกร์ดอกลีลาวดี   ยิ่งไปกว่านั้นคือกลางร้านจะมีต้นไม้ใหญ่ที่สูงชิดเพดานร้านพร้อมต้นไม้อื่น ๆ แบ่งครึ่งอีกฝั่งเป็นทางยาวซึ่งไม่ได้ปลูกในกระถาง  แต่ตั้งเป็นแนวกำแพงอิฐทอดยาว  ซึ่งพวกเขาลงแรงขุดเจาะพื้นร้านและลงหน้าดินเองเลยทีเดียว  เพราะเหตุนี้ภายในร้านจึงสดชื่นอยู่เสมอและดูสบายตา   ทำให้ร้านของเธอมีลูกค้าเข้ามาเสมอ ๆ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ  เพราะตอนเด็ก ๆ คาดหวังที่จะได้ช่วยผู้เป็นพ่อบริหารร้านทำให้เธอศึกษาเรื่องแบบนี้มาไม่น้อย  แม้จะได้ใช้เร็วกว่าที่คาดคิดก็ตาม  และเพราะสถานการณ์ที่บีบคั้นที่ต้องให้เด็กสาวคอยตัดสินใจในเรื่องยาก ๆ ผลักดันให้วายุลักษณ์เป็นคนที่สุขุมมักคิดอะไรให้รอบคอบอยู่เสมอเนื่องเพราะเธอรำลึกอยู่เสมอว่าเธอมีลูกน้องอีกหลายชีวิตที่หวังพึ่งพาเธอ

“  สวัสดีครับพี่ลม ”  ต้นข้าว  เด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในพนักงานของเธอทักด้วยสีหน้ากระตือรือร้น   วายุลักษณ์พยักหน้ารับทำให้อีกฝ่ายต้องเอ่ยถามแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม

“  จะไปทำงานแล้วหรือครับ ” 

“  อืม  ถ้าไปสายเดี๋ยวเขาหักเงินเอา ”  เด็กสาวว่าอย่างขัน ๆ งานที่เอ่ยถึงไม่ใช่งานในร้านอาหารแห่งนี้ทว่าหมายถึงงานพิเศษอื่น ๆ ที่เธอรับทำไปด้วยเรียนไปด้วยต่างหาก  มันมีมากมายเสียจนเขายังเครียดแทนตั้งแต่ทำงานในร้านอาหารอื่น   ส่งหนังสือพิมพ์  ส่งดอกไม้หรือแม้แต่รับแปลเอกสารมากมายสลับกันไปในแต่ละวันของสัปดาห์  เด็กหนุ่มเคยถามเธอด้วยความข้องใจว่าทำไมต้องทำเพิ่มเมื่อมีร้านอาหารแห่งนี้แล้ว  เขาจึงได้รับคำตอบว่า

“  พี่เป็นเจ้านายคน  ถูกอย่างที่ต้นพูดว่าร้านแห่งนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย  แต่อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน  หากในวันข้างหน้าร้านเราเผชิญวิกฤตด้านการเงินล่ะ ? เงินของร้านไม่พอต่อลูกน้องพี่ทุกคนหรอกนะ  เพราะอย่างนั้นพี่ถึงต้องทำงานเพิ่มเผื่อป้องกันไว้ก่อน ”  เจ้าของดวงตาสีนิลลึกล้ำที่ไม่ว่ามองสบกี่ครั้งก็รู้สึกมั่นคงและอบอุ่นใจ  ทำให้เด็กหนุ่มต้นข้าวรู้สึกเทิดทูนอีกฝ่ายยิ่งไปอีก  ทั้งเมื่อยามเกิดวิกฤตจริง  รุ่นพี่สาวผู้เป็นนายจ้างของเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความสามารถมากเพียงใดในการบริหาร

เขาต้องหลุดจากห้วงภวังค์เมื่อวายุลักษณ์หวนเข้าสู่งาน 

“  เด็กใหม่ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ? ”  เจ้าของร้านหมายถึงพนักงานใหม่ของร้านที่เพิ่งเข้ามาเมื่อเดือนก่อน  ร้านแห่งนี้มีพนักงานรวมทั้งหมดราว ๆ 10 คนได้  รวมพนักงานใหม่ไปแล้วด้วยทำให้ดูเยอะเอาการ 

“  เรียบร้อยดีครับพี่ลม  ไม่มีปัญหาอะไรแถมขยันขันแข็งน่าดู  ”  ต้นข้าวเอ่ยเมื่อนึกถึงพนักงานสามคนที่เด็กสาวรับมาใหม่และเป็นคนเลือกเองกับมือ 

วายุลักษณ์ยิ้มน้อย ๆ  เธอเจอบุคคลทั้งสามที่มาขอสมัครงานทำ  และจากการที่คัดกับมือเธอเองทำให้เธอรู้ว่าคนทั้งสามมีความสามารถไม่น้อย  แม้จะมีความลึกลับอยู่บ้างแต่มันก็ไม่เสียหายที่เธอจะรับมาไว้ทำงานใกล้ตัว

ยิ่งอันตราย...บางครั้งอยู่ไกลไปเกินผลักไสหรือมองเห็น  ก็ควรจัดไว้ใกล้ ๆ สายตาเป็นดีที่สุด

นั่นคือสิ่งที่วายุลักษณ์คิดและกระทำมาตลอด  ดังนั้นลูกน้องของเธอทุกคนล้วนจริงใจและเป็นคนดีทุกคน

“  เจ้านายคะ ”  จันทร์แรมที่เพิ่งวางหูโทรศัพท์เปิดสมุดที่พกติดตัวมาแล้วแจ้งเสียงเรียบ  “ ทางร้านคุณ...ได้แจ้งมาว่าเพิ่มราคาสินค้าในครั้งนี้กว่าปกติ 20% แต่จะทำการลดให้เป็นพิเศษหากทางร้านเราทำการซื้อของเพิ่มเป็นครึ่งหนึ่ง  จะให้โทรไปสั่งของเพิ่มไหมคะ ? ” 

หัวสมองของเธอเริ่มแจกแจงสิ่งที่ได้ยิน  หลังคำนวณผลได้ผลเสียก็เอ่ยปฏิเสธเสียงเอื่อยเฉื่อยว่า

“  ไม่ต้องหรอก  ช่วงนี้อากาศร้อนมาก  ของที่เราสั่งส่วนใหญ่เป็นของสด  ถึงซื้อมาก็เสียของอยู่ดี  ฝากปฏิเสธทางนั้นไปแบบรักษาน้ำใจหน่อยนะคะพี่จันทร์ ” 

“  เข้าใจแล้วค่ะ ”  จันทร์แรมโค้งให้เล็กน้อย  ดวงตาหลังกรอบแว่นทอความชื่นชมลึก ๆ  วายุลักษณ์กวาดตามองภายในร้านอาหารที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงเธอด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจเมื่อมองไปยังรอยยิ้มของลูกค้าและเหล่าพนักงานของเธอ 

“  หมดเรื่องแล้ว  มีอะไรโทรแจ้งไปนะคะพี่จันทร์ พี่ไปก่อนล่ะต้น ”  เด็กสาวร่างท้วมหันไปสั่งกับเลขาสาว  รับกระเป๋าเป้สะพายไหล่ข้างหนึ่งแล้วบอกลาคนอื่น ๆ ในร้าน  เด็กหนุ่มมองแล้วพูดอย่างจริงใจ 

“  เดินทางดี ๆ นะครับ ” 

“  อืม ”  วายุลักษณ์รับคำยิ้ม ๆ เอามือไขว้หลังขณะก้าวเดินเอื่อย ๆ ออกจากร้าน   แต่ยังไม่ทันได้หมุนตัวไปทางจุดหมาย  ก็ต้องสะดุดตากับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามที่กุมขมับกับรถเต่าโฟลว์ดีสีน้ำเงินคันเล็ก   ที่ดูท่าว่าจะเกิดปัญหาหนัก  อีกฝ่ายกวาดตามองซ้ายขวาเหมือนจะหาตัวช่วย  แต่ประเทศไทยสมัยนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ไม่มีใครคิดสนใจหรอก   และหลังเด็กสาวเอียงคอมองสีหน้าร้อนใจของหญิงสาวคนดังกล่าว  เธอก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา 

'ถ้ามีผู้ต้องการความช่วยเหลือ  หากไม่เกินความสามารถเรา  เราก็ควรยื่นมือช่วยเหลือ' 

นั่นคือคำสอนของบิดาที่ทำให้วายุลักษณ์ไม่รีรอที่จะก้าวไปหาหญิงสาวแปลกหน้า

“  มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะคุณนาย ”  ไม่แปลกที่เธอจะเดาเช่นนั้น  เมื่ออีกฝ่ายใส่ชุดและเครื่องประดับที่ดูหรูหราไม่น้อยราวกับเป็นผู้มีอันจะกิน  และนั่นเรียกความสนใจจากหญิงสาวได้เป็นอย่างดี

“  โอ้...ขอบคุณมาก ๆ ฉันขอยืมมือถือเธอหน่อยได้ไหมจ้ะ  แบตโทรศัพท์ดันมาหมดก่อนเสียได้ ” เธอบ่นงึมงำ  เอ่ยเสียงภาษาไทยชัดเจน 

“  นี่ค่ะคุณนาย ” เธอส่งโทรศัพท์รุ่นเก่ากึกไปให้  มือขาวเนียนอย่างคนรวยยื่นมารับทำให้เธอสะดุดตากับเครื่องประดับที่ข้อมือขวาของอีกฝ่าย

กำไลหยก...สีครามเหลือบม่วงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

ดูท่าจะแพงไม่น้อยแฮะ

เด็กสาวร่างท้วมคิดอย่างขำ ๆ แม้จะรู้สึกถึงความประหลาดของกำไลนั่นแต่เธอก็ปัดมันออกไป  แล้วดึงความสนใจไปที่รถเจ้าปัญหา

หญิงสาวหุ่นบางในชุดเสื้อแขนยาวสีครีมและกางเกงแบรนด์หรูสีดำเอ่ยเป็นภาษาจีนอ่อย ๆ ที่เธอฟังออกบ้างไม่ออกบ้างกับปลายสาย  ทำท่าขอโทษขอโพยอีกฝ่ายแม้วายุลักษณ์จะคิดไม่ผิดที่อีกฝ่ายเป็นลูกครึ่งต่างชาติก็ตามที

“  ขอบคุณจริง ๆ จ้ะ หนู ? ”  คำเว้นชื่อทำให้เธอต้องยิ้มบาง  ตอบกลับอย่างสุภาพ 

“  วายุลักษณ์  เรียกลักษณ์หรือลมก็ได้ค่ะ  คุณนาย ” 

“  คุณนายอะไรกัน ”  หญิงสาวพูดเสียงกลั้วหัวเราะ  รู้สึกถูกใจเด็กสาวรุ่นลูกตรงหน้าแปลก ๆ  แล้วแนะนำตัวบ้าง “ เรียกฉันว่า ซิน ก็ได้ ”  และยิ่งต้องถูกใจขึ้นไปอีกเมื่อเด็กสาวยกมือไหว้และรับคำอย่างนอบน้อม

“  ค่ะ คุณซิน  จะว่าอะไรไหมคะที่หนูจะตามคนรู้จักมาดูรถคันนี้ให้  ดูแล้วอาการมันไม่หนักมากนัก ” 

“  นานไหมจ้ะ ? ” 

“  ไม่หรอกค่ะ  คนรู้จักหนูพอซ่อมรถได้  คุณซินจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้าอู่นาน ”  เธอนิ่งไปเล็กน้อยแล้วผายมือไปยังร้านอาหารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเชื้อเชิญ  “  ถ้ายังไงไปรอในร้านของหนูก่อนก็ได้ค่ะ  หนูรับรองว่าคนของหนูไม่มีทางทำอะไรเสียหายกับรถของคุณนายเด็ดขาด ” 

วายุลักษณ์พูดเสียงเน้นหนักแน่นเป็นการรับรองความไม่มั่นใจของหญิงสาว  ดวงตาที่ฉายความมั่นใจเต็มเปี่ยมสะกิดความสนใจจาก ซิน หรือ ฉีเยว่ซิน (月欣 เยว่ซิน แปลว่า ดวงจันทร์แห่งความสุข ) สาวลูกครึ่งไทย-จีน อายุ 40 กว่าปีที่ยังคงใบหน้าสาวราวหญิงวัย 20 กว่าอยู่

“  งั้นรบกวนด้วยนะจ้ะหนูลม ”  เธอเรียกขานเด็กสาวรุ่นลูกอย่างสนิทสนม  ก้าวเข้าไปในร้านก็ต้องเลิกคิ้วสูงแปลกใจ  ที่เห็นพนักงานในร้านทักทายเจ้านายของพวกเขาอย่างเริงร่าปนหยอกเย้าเมื่อคนเป็นเจ้าของร้านที่ก้าวออกไปไม่กี่นาทีก็เข้ามาอีกรอบ   ดวงตาของแต่ละคนล้วนฉายความเคารพเทิดทูนและเชื่อใจมากเกินกว่าที่ใครจะคาดถึงได้ 

และนั่นทำให้เธอต้องประเมินเด็กสาวที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดา ๆ นั่นใหม่เสียแล้ว 

“  เชิญค่ะ  เดี๋ยวหนูจะไปตามคนรู้จักก่อนนะคะ ”  วายุลักษณ์ว่าพลางค้อมศีรษะให้อย่างสุภาพเพื่อไปตามนายช่างที่เป็นหนึ่งในลูกน้องเก่าของพ่อเธอ  เพียงหญิงวัยกลางคนทรุดนั่ง  น้ำเปล่าหนึ่งแก้วก็ถูกวางโดยเด็กหนุ่มหน้าใสที่เป็นหนึ่งในพนักงานของร้านทันที

“  ขอบใจนะจ้ะ ”  ต้นข้าวนั่นเองที่เป็นคนเสิร์ฟน้ำให้ถึงที่  เพราะเขาเป็นคนแรกที่เห็นว่าวายุลักษณ์ก้าวเข้ามาใหม่พร้อมแขกแปลกหน้า  เขาจึงได้ตระเตรียมน้ำท่าให้เรียบร้อยก่อนแล้ว

“  ไม่เป็นไรครับ  แขกของพี่ลมพวกเราก็ต้องดูแลให้ดี ”  เด็กหนุ่มพูดอย่างสุภาพแล้วขอตัวจากไปเพื่อไปช่วยงานคนอื่น ๆ ต่อ  ทำให้หญิงสาวมีเวลาในการกวาดตามองไปรอบ ๆ  โต๊ะ  แม้เป็นเวลาเย็นไม่มากนักทว่าลูกค้าภายในร้านก็ยังมีเยอะอยู่ดีจนเหล่าพนักงานต้องวิ่งวุ่นเพื่อรับออร์เดอร์และเสิรฟ์อาหาร  ดูวุ่นวายไม่น้อยน้อยทว่าจากการมอง  เมื่อวายุลักษณ์ก้าวไปยังที่ใด  พนักงานจะหยุดในสิ่งที่กระทำอยู่เพื่อโค้งตัวให้เจ้าของร้านที่แม้จะก้าวอย่างรีบร้อนแต่มีรอยยิ้มสบายอารมณ์ตอบรับตลอดเวลา

ไม่น่าเชื่อว่าการกระทำเหล่านี้จะเป็นของพนักงานที่มีเจ้านายเป็นเพียงเด็กสาวอายุแค่ 18

ไม่นานเด็กสาวร่างท้วมก็เดินนำมาพร้อมชายวัยกลางคนสูงใหญ่   ดูทะมัดทะแมงไม่น้อย  เอ่ยแนะนำสั้น ๆ ว่าคือเอกชัย  ลูกน้องในร้านที่พอซ่อมเครื่องยนต์เป็น  แล้ววายุลักษณ์ก็ทรุดนั่งฝั่งตรงข้ามกับเยว่ซินซึ่งเริ่มต้นสนทนา

“  เป็นเจ้าของร้านนี้มานานหรือยังจ้ะ หนูลม ” 

“  ก็ราว ๆ เกือบ 5 ปีได้แล้วค่ะ ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นขณะประเมินอายุเด็กสาว  อดถามไม่ได้ว่า 

“  แล้ว...ปีนี้หนูอายุเท่าไหร่แล้วจ้ะ ? ” 

 “  18 ค่ะ  ปีนี้ 18 แล้ว ”  วายุลักษณ์ยิ้มน้อย ๆ  แล้วเล่าให้หญิงสาวตรงหน้าฟังเอื่อย ๆ “ คุณพ่อกับคุณแม่หนูเสียไปเมื่อ 5 ปีก่อน  หนูเลยต้องเข้ามาบริหารแล้วก็ทำงานเก็บเงินเพื่อรักษาร้านของคุณพ่อไว้น่ะค่ะ ” 

“  ...เสียใจด้วยนะจ้ะ  น้าขอโทษด้วยที่พูดเรื่องแบบนี้ไป ”  ไม่รู้ทำไมเธอถึงเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้าขนาดนี้   ใบหน้าหวานหลังแว่นตากันแดดหลุบมองเด็กสาวที่ยังฉีกยิ้มมาให้  บรรยากาศสงบ ๆ รอบตัวและกลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ ชวนให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ได้ผ่อนคลาย...เหมือนกับตัวเจ้าของร้านเองที่เพียงคุยด้วยก็รู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“  ไม่เป็นไรค่ะ ”  เธอส่ายหัวเล็กน้อย  มองสบดวงตาหลังแว่นกันแดดอย่างมั่นคง  “  เรื่องมันผ่านไปนานมากแล้ว ”

สายตาเหมือนผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากยิ่งทำให้หญิงสาวถูกใจวายุลักษณ์มากขึ้นไปอีก  ดวงตาสีดำที่มองสบไม่มีร่องรอยความเจ็บปวด  มีแต่ความเข้มแข็งที่มากเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะมีได้  ทั้งยังเป็นสายตาที่ทำให้ผู้สบรู้สึกมั่นคงโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไร  ถือเป็นสายตาที่ดี  แม้อีกฝ่ายจะเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาธรรมดาแต่ถ้าใครได้รู้จักนิสัยจริง ๆ ของเด็กสาวคงรู้สึกสนิทใจได้ไม่ยากเหมือนกับเยว่ซินแน่ 

“  คิก ๆ หนูเป็นคนที่แปลกนะจ้ะ รู้ตัวไหม ”  วายุยักษณ์เอียงหัวเล็กน้อยแล้วเกาแกรก ๆ ทำสีหน้าทบทวนแล้วยิ้มแห้งสบาย ๆ ให้

“  ก็มีคนบอกแบบนี้บ่อยเหมือนกัน  แต่หนูจะคิดว่ามันเป็นคำชมว่าหนูไม่เหมือนใครแทนล่ะกันค่ะ ” คำพูดทีเล่นทีจริงยิ่งทำให้หญิงสาวส่งเสียงหัวเราะ  นานมากแล้วที่ได้ไม่สนทนากับใครได้สบาย ๆ   ซึ่งพวกเธอพูดคุยกันได้เข้าขาเป็นอย่างดีเนื่องเพราะเอกชัยบอกว่าใช้เวลาซ่อมไม่นานนัก  เธอจึงเอ่ยรั้งตัววายุลักษณ์ให้อยู่เป็นเพื่อนและรู้ด้วยว่าเดี๋ยวเด็กสาวก็จะไปทำงานเสริม  คำตอบที่ได้รับช่างถูกใจ  ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเป็นคนที่แปลกจริง ๆ ทำอะไรที่ไม่เหมือนเด็กสาวอายุเท่ากันทำแม้แต่น้อย 

“  เรื่องเล่นหุ้นมีอะไรก็ปรึกษาฉันได้นะจ้ะ ” หญิงสาววัยกลางคนจดเบอร์ของเธอใส่กระดาษแล้วเลื่อนส่งให้เด็กสาวที่บอกว่าเพิ่งเริ่มสนใจและเล่นเรื่องหุ้นได้ไม่นานเพราะอยากลองสั่งสมประสบการณ์  แต่จากที่เธอฟัง...แม้ปากจะบอกว่าเพิ่งเริ่มเล่นแต่การพูดจา  หึ ๆ ...มันมืออาชีพชัด ๆ จังหวะนั้นเองเด็กสาวก็จดจ้องที่ข้อมือขวาของหญิงสาวอีกครั้ง 

“  ......... ”  เธอมองนิ่งเหมือนต้องมนตร์สะกด   เหมือนลืมเลือนหลาย  ๆ อย่างตอนมองกำไลหยกสีครามเหลือบม่วงที่ส่องประกายแวววาว  ภาพบางอย่างโผล่แวบเข้ามาในหัว  ภาพบุรุษเรือนผมสีดำยาวในชุดจีน  ดวงหน้าคมคายหล่อเหลาเสียจนชวนสะกดใจทว่าไม่ใช่กับเด็กสาวที่กวาดตาเพ่งมองชุดอีกฝ่าย 

ชุดโบราณจังแฮะ...

หากเป็นคนอื่นต้องสงสัยว่าภาพอีกฝ่ายเป็นใครทั้งที่ยังไม่เคยพบทว่าเธอกลับให้ความสนใจที่ชุดเสียได้  และวายุลักษณ์ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือเรียวพัดผ่านไปมาที่หน้า 

“  มีอะไรหรือเปล่าจ้ะ ? ”  เยว่ซินถามอย่างแปลกใจเมื่อจู่ ๆ สาวน้อยตรงหน้าก็นิ่งค้าง   เหลือบมองมือขวาที่สวมเครื่องประดับเพียงอย่างเดียวที่ข้อมือเธอ  ทั้ง  ๆ ที่ดูมันเป็นเพียงเครื่องประดับธรรมดา...

“  ข...ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ  กำไลหยกของคุณซินสวยมากค่ะ  หนูเลยเสียมารยาทมอง ”  เธอยิ้มเก้อ ๆ ให้  แต่เป็นกำไลหยกที่เธอคุ้นตาอย่างน่าประหลาดจริง ๆ  แม้สมองจะค้นภาพกำไลหยกว่าเคยเห็นที่ไหนหรือเปล่าก็ตาม...

“  หนูหมายถึง...นี่หรือ ? ” เสียงหวานมีความแปลกใจแฝงอยู่ เอนกายพิงเก้าอี้  ยกขาไขว้ห้างขณะมือขวาชูกำไลหยกให้เธอเห็นชัด ๆ 

“  ค่ะ ”  วายุลักษณ์พยักหน้าอย่างงง ๆ แม้จะหรี่ตาลงชั่วแวบหนึ่งที่รู้สึกเหมือนกำลังเจรจาธุรกิจบางอย่าง  ปรับให้ตัวเธอเปลี่ยนท่านั่งให้ผ่อนคลายกว่าเดิมแต่แฝงความกดดันตอบกลับไปอย่างไม่รู้ตัว 

“  ชอบจริงหรือจ้ะ ? ” เจ้าของกำไลถามอีกครั้ง  

“  ค่ะ  สีครามเหลือบม่วงเข้มสวยมากเลยค่ะ ”  เด็กสาวตอบกลับชัดถ้อยชัดคำด้วยความชื่นชมจากใจจริง  แม้จะเผลอมองที่กำไลหยกสีสวยนั่นอีกครา  และหากเธอมองไม่ผิด...เธอเห็นเหมือนมันส่องแสงสีแดงอ่อน ๆ  ยิ่งสร้างความคุ้นเคยมากขึ้นให้กับเธอ  ภาพฝันเลือนลางเมื่อเช้าผุดวาบพร้อมมือเรียวข้างซึ่งสวมใส่กำไลสีครามคล้ายคลึงกันที่หนึ่งในสองคนที่เธอเห็น

บังเอิญ...หรือเปล่า ?

งั้น...ถ้าเธอจะให้กำไลนี่กับเด็กคนนี้คงไม่เป็นอะไร

เยว่ซินคิดในใจ  มองใบหน้าเด็กสาวที่เอียงคอมองเหมือนไร้เดียงสาผิดแต่แววตาเข้มแข็งและหนักแน่นเหมือนผู้ใหญ่เท่านั้นที่ทำให้เธอตัดสินใจถามหยั่งเชิงอีกครั้ง

“  น้าจะให้กำไลนี่กับหนู...ถ้าหนูตอบคำถามให้น้าได้พอใจมากพอดีไหม ? ”  แต่วายุลักษณ์ก็ปฏิเสธเสียงเนิบ 

“  ไม่จำเป็นค่ะ  หนูไม่ได้อยากได้มัน  อีกอย่างเครื่องประดับสวย ๆ ก็เหมาะกับคนสวย ๆ อย่างคุณซินมากกว่า ”  น้ำเสียงที่ตอบไม่มีวี่แววอยากได้ มีแต่ความจริงใจเต็มเปี่ยมเพราะมั่นใจนัก  แต่เยว่ซินกับฉีกยิ้มบอก

“  และถ้าเกิดมันมีมาเพื่อหนูล่ะ ” 

“  ? ” 

“  ถ้าเกิดว่าคนที่รักของหนูต้องตกอยู่ในอันตรายทั้งถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจร้ายจากคนมากมาย  หนูจะทำยังไง  จะเข้าไปร่วมมือกับคนที่จะทำร้ายคนที่หนูรัก  หรือจะเข้ากับคนที่รักซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นปีศาจร้าย ”  ดวงตาคมวาวมองเด็กสาวตรงข้ามที่แสดงสีหน้าครุ่นคิด  รวดเร็วทันใจ  วายุลักษณ์ยืดตัวตรงแล้วตอบเสียงไม่ดังมากนักแต่ชัดเจนในโสตประสาทของหญิงสาวที่รอฟัง

“  หนูไม่รู้หรอกนะคะว่าสำหรับคนอื่นจะว่าคนที่หนูรักว่าเป็นปีศาจร้ายหรือไม่  และถึงเขาจะเป็นจริงหนูก็ไม่สนใจ ”  คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ  มองเด็กสาวรุ่นลูกที่เอ่ยวาจาหนักแน่นดั่งคำสาบาน 

“  แต่หากมีใครคิดร้ายกับคนที่หนูรัก  หนูก็จะเป็นยิ่งกว่าปีศาจร้ายในสายตาคนอื่นโดยไม่สนใจคำพูดใด ๆ ...ไม่สนวิธีการใด ๆ เพื่อผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวที่จะปกป้องเขาคนนั้นค่ะ ”  นั่นคือสิ่งที่เธอทำมาตลอดเช่นกัน...พนักงานในร้านแห่งนี้เปรียบดั่งครอบครัวของเธอทุกคน   ครอบครัวสุดท้ายที่เธอเหลืออยู่...ใครที่กล้าคิดร้ายกับ 'คนของเธอ'  แม้แต่คนเดียว  มันไม่มีทางได้อยู่ดีมีสุขแน่ !

วายุลักษณ์คิดในใจด้วยแววตาวาวโรจน์และเชื่อมั่นว่าเธอสามารถกระทำได้ไม่ยากนัก  เธอไม่สนใจสายตาใครว่าจะมองยังไงแต่เธอสนแค่ความสุขของคนสำคัญรอบตัว  ทำให้เยว่ซินที่อึ้งไปเล็กน้อยฉีกยิ้มถูกใจ  ถอดกำไลเรือนนั้นออกแล้ววางบนโต๊ะ  ให้เด็กสาวที่เธอว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว...ที่จะรับมันไป

“  ขออีกคำถามนะจ้ะ  สำหรับหนูอะไรคือการสัญญาที่หนักแน่นมั่นคงที่สุด ”  เธอยิงคำถามต่อแม้จะพึงพอใจกับคำตอบเมื่อครู่แล้วก็ตาม

“  การสัญญาที่หนักแน่นมั่นคงที่สุด ” เด็กสาวเลิกคิ้วสูงขณะทวน  การสัญญาที่หนักแน่นที่สุดงั้นเหรอ ?...

“  ในนามแม่ทัพใหญ่แห่งต้าฉี (ฉีที่ยิ่งใหญ่)  ข้าขอให้สัตย์สาบานจะปกป้องฝ่าบาทจนกว่าชีวิตจะหาไม่  ทั้งลมหายใจ  ร่างกายและทุกสิ่งอย่างของกระหม่อมมอบให้ฝ่าบาทแต่เพียงผู้เดียว  หากใครถือฝ่าบาทเป็นทรราช  ข้าก็จักเป็นข้ารับใช้ทรราช  หากใครถือฝ่าบาทเป็นมารร้าย  ข้าก็จักเป็นข้ารับใช้มารร้ายและจะใช้ทุกสิ่งอย่างปกป้องฝ่าบาทและแผ่นดินของฝ่าบาทตราบเท่าสายลมหอบนี้จะกระทำได้ ” 

เสียงหนึ่งดังกึกก้องในหัวเธอจนต้องนิ่วหน้ากับสิ่งที่ผุดขึ้นมา  จนเยว่ซินต้องขมวดคิ้วกับท่าทางเหมือนปวดหัวของเด็กสาว  แต่ยังไม่ทันได้ถามไถ่อาการ  วายุลักษณ์ก็ตอบสวนกลับมาแล้ว

 สัตย์สาบานค่ะ...สำหรับหนู...สัตย์สาบานถือเป็นการสัญญาที่สำคัญที่สุด  คำสัญญา...ที่ไม่มีทางทำผิดได้ ”  เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเลือกตอบแบบนั้น แต่บางที...เชื่อสัญชาตญาณตัวเองคงดีที่สุดเวลามันร่ำร้องเตือน

......... ”  

......... ”  

 “  น่าพอใจมาก...มันเป็นของหนูแล้วจ้ะ ”  รอยยิ้มสวยที่ฉีกกว้างสร้างความลังเลใจให้เด็กสาว  ใบหน้าท้วม ๆ กระอักกระอ่วนเล็กน้อยเมื่อถูกยัดเยียดของที่ดูมีราคาไม่น้อยให้

“  เอ่อ...คุณซินคะ  หนูว่า...” 

“  มันเป็นของหนูจริง ๆ  อีกอย่าง...เพราะหนูทำให้ฉันเจออะไรบางอย่างที่น่าสนใจและทำให้ฉันชอบมาก ๆ ” คิ้วหนาของเด็กสาวเลิกขึ้น  กวาดตามองไปรอบตัวแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ คิดว่าอาจหมายถึงร้านอาหารของเธอ...ไม่คาดคิดว่ามันจะหมายถึงตัวเธอเอง

“  งั้นวันหลังก็เชิญมาร้านนี้อีกนะคะ  หนูยินดีต้อนรับเสมอ ” 

“  คิก ๆ ขอบคุณจ้ะ  สวมมันหน่อยสิจ้ะ  ฉันอยากเห็น ”  เมื่อหญิงสาวคะยั้นคะยอ   วายุลักษณ์จึงหยิบมันมาสวมแต่โดยดีและอีกครั้งที่เธอเห็นมันกลายเป็นสีแดงอ่อน  ไม่ต่างจากเยว่ซินที่ตาเบิกกว้างเล็กน้อยยามเห็นเด็กสาวสวมใส่   

“  มันเป็นของตกทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของฉันเชียวนะ  ให้กับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ” เด็กสาวตาโต  ทำท่าจะถอดคืนทันทีแต่ก็ถูกเสียงของเอกชัยที่เดินเข้ามาหาพวกเธอขัดเสียก่อน 

“  รถเรียบร้อยแล้วหนูลม  ใกล้เวลาไปทำงานแล้วไม่ใช่เหรอ ? ” เสียงของคนคุ้นเคยที่เอ่ยเป็นการเตือนทำให้วายุลักษณ์ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อนึกขึ้นได้   ผุดลุกขึ้นมองนาฬิกา  อีกเพียงยี่สิบนาทีก็จะถึงเวลางานของเธอและนั่นทำให้สาวลูกครึ่งต้องเอ่ยดักคอเมื่อเห็นเธอทำท่าจะถอดกำไลออกอีกรอบ 

“  น้าบอกจริง ๆ ว่าให้หนู  รักษามันให้ดีก็พอแล้ว  สัญญาได้ไหมจ้ะ ? ”  คำถามอ่อนหวานเชิงเว้าวอนปนกดดันทำให้ลักษณ์ต้องโคลงหัว  รู้เลยว่าเจอผู้ใหญ่ที่ร้ายกาจเข้าแล้วสิ  แต่ก็ยิ้มรับเมื่อก้มลงมองกำไลหยกสีครามที่ข้อมือขวาของเธอ 

“  ค่ะ  หนูสัญญา  ขอลาก่อนนะคะคุณซิน  แล้วพบกันใหม่ ”  เด็กสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมแล้วหมุนตัวไหว้เอกชัยอีกครา  รับกระเป๋าเป้จากจันทร์แรมที่ตอนแรกเธอลืมไปเสียสนิท พลางยิ้มแห้ง ๆ ให้

พอพนักงานในร้านเห็นเด็กสาวกำลังออกจากร้านก็ตะโกนเซ่งแซ่

“  เดินทางระวังนะครับพี่ลม ! ” 

“  แล้วมาบ่อย ๆ นะ ” 

“  สวัสดีแล้วพบกันใหม่ครับคุณวายุลักษณ์ ” 

“  โชคดีค่ะ ” 

“  บ๊ายบายค่า  มาอีกเร็ว ๆ น้า ” สารพัดเสียงที่ดังลั่นทำให้บรรยากาศภายในร้านกลายเป็นครื้นเครงทันตา  ก่อนหลาย ๆ คนจะหัวเราะร่าเมื่อเห็นเจ้านายอายุน้อยหน้าขึ้นสีระเรื่อที่ถูกทำให้เป็นจุดสนใจ  แต่ด้วยนิสัยทำให้เธอโบกมือลากลับยิ้ม ๆ ดั่งเดิม 

“  ดูเธอจะเป็นที่รักของพนักงานในร้านนะคะ ”  เย่วซินพูดเปรย ๆ ขณะมองตามไล่หลังเด็กสาวที่ออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วไม่สมร่างท้วม ๆ นั่น  ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยนให้ขณะเอ่ยถึงผู้เป็นลูกสาวของหัวหน้าที่เขาเคารพ 

“  เธอเป็นคนเข้มแข็งเหมือนอย่างพ่อกับแม่ของเธอ  ชอบเอาใจใส่   แต่ไม่ค่อยอยากพึ่งพาคนอื่นเพราะกลัวทำให้ลำบาก  เป็นเด็กที่นิสัยประหลาดเสียจริงแต่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกมั่นคง   หรือคุณคิดว่ายังไงครับ? ”  เอกชัยหันไปถามหญิงสาวยิ้ม ๆ เธอยิ้มบาง ๆ ตอบกลับแล้วพูดอย่างตรงประเด็น 

“  เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ค่อนข้างแปลก...แต่ก็เป็นคนที่น่าสนใจไม่น้อย ” 

“  ครับ...นั่นแหละหนูลมล่ะ ”  เขาหัวเราะร่า  ขอตัวไปทำงานต่อ  โดยปล่อยแขกเจ้านายไว้จนในที่สุด  หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน  ก้าวยาว ๆ ออกจากร้านพลางมองตัวอักษรสีขาวที่เรียบเรียงเป็นชื่อบนกระจกของร้าน 

'นิรันดร์กาล'

สมองของเธอยังคิดวกวนไปมาถึงกำไลหยกที่เพิ่งให้เด็กสาวไป   กำไลที่เคยได้รับคำสั่งตกทอดมาว่าให้มอบต่อเด็กสาวหรือหญิงสาวคนใดก็ตามที่ชื่อมีความหมายเกี่ยวกับ 'สายลม' และเป็นที่ถูกใจของเธอ  ยิ่งเธอครุ่นคิดถึงเด็กสาวคนนี้มากเท่าไหร่  ความพิศวงในใจและกังขากับสิ่งที่เธอทำก็เริ่มผุดขึ้น

“  ไม่สิ  เธอเหมาะสมที่จะได้รับมันแล้ว ” เยว่ซินคิดในใจ ก่อนจะพูดเปรย ๆ กับตัวเอง

“  ฉันหวังว่าสายลมจะสามารถหยุดที่ใครสักคนได้นะ ”

 

สายลม...รักอิสระและอิสรภาพเสมอมา  เป็นได้ทั้งสายลมคลายร้อน  มอบความร่มรื่นไปทั่วแต่ก็สามารถกลายเป็นพายุร้ายยามเกรี้ยวกราดได้เช่นกัน 

และสายลม...แม้มีเวลาที่แผ่วเบาแต่จะไม่มีวันอ่อนแออย่างเด็ดขาด

 

 

มาทางด้านเด็กสาวที่ก้าวฝีเท้าเร็ว ๆ เพื่อไปทำงานร้านอาหารอื่นต่อ  ผมสีดำประบ่ามัดรวบไว้ด้านหลัง  ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมกวาดมองไปรอบตัวอย่างคนชอบสังเกตและกลืนไปกับคนทั่วไปอย่างง่ายดาย   เพราะใบหน้าที่ไร้จุดเด่นใด ๆ เธอรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงสวยน่ารัก  น่าทะนุถนอมซึ่งเธอก็รู้สึกว่าดีแล้วสำหรับคนที่ไม่ชอบเป็นจุดเด่นอย่างเธอ

นับว่าอย่างน้อยแม้เธอจะมีรูปร่างอ้วนท้วมแต่เพราะความสูงที่ได้จากผู้เป็นบิดามาเต็มเหนี่ยวและการออกกำลังกายจากงานพิเศษเป็นประจำทำให้ความสูงของเธอปาไป 170 ถือว่าสูงเกินมาตรฐานสำหรับผู้หญิงไปสุดโต่ง  ก็ทำให้รูปร่างเธอไม่ดูแย่นัก 

เสียงเซ้งแซ่รอบตัวไม่ทำให้เธอสนใจ  จนกระทั่งเห็นข่าวช่วงเย็นที่นำเสนอถึงข่าวโจรปล้นร้านทองและตัวประกันปริศนาที่จัดการโจรจนหมอบราบคาบที่ร้านขายโทรทัศน์  เธอก็ต้องทำหน้าเจื่อน  หมุนตัวไปหนีพร้อมหัวเราะแห้ง ๆ ในลำคอ   ใบหน้าท้วม ๆ ก้มลงมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ

“  เอ...17 : 50 น่าจะยังทันแฮะ”  พอคำนวณระยะทางที่จะถึงสถานที่ทำงาน  วายุลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแก้มตุ้ย  ซึบซับบรรยากาศยามเย็นของกรุงเทพฯ ที่แม้จะเต็มไปด้วยฝุ่นละอองแต่มันเป็นสถานที่ที่เธอคุ้นเคยที่สุดอยู่ดี  แต่ขณะกำลังยืนรอรถเมล์ขาประจำก็ต้องสะดุดใจเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ย้อนกลับจากทางม้าลายเพื่อเก็บลูกบอลที่กลิ้งไปยังพื้นถนน 

“  พ่อแม่ที่ไหนปล่อยลูกเก็บของกลางถนนเนี่ย ” บ่นอุบอิบกับตัวเองไปพลาง  เธอก็เดินไปหยุดทางฝั่งตรงข้ามทางม้าลายมองเด็กหญิงที่หันรีหันขวาเหมือนหลงทิศ

เอี๊ยด !

เสียงเบรกรถและหักเลี้ยวอย่างฉับพลันทำให้เด็กสาวตัวสูงต้องเบิกตากว้างเมื่อ  Mercedes  Benz  คันหรูสีดำพร้อมรถติดตามอีกสองคันอยู่ ๆ ก็หักเลี้ยวจากถนนใหญ่ฉับพลันทำให้เด็กหญิงที่อยู่กลางทางม้าลายใกล้หัวมุมเบิกตากว้าง  ตัวแข็งค้างและด้วยความเร็วที่พุ่งเข้ามาทำให้หลาย ๆ คนที่เห็นส่งเสียงกรีดร้องเนื่องจากคิดว่าเด็กหญิงผู้โชคร้ายคนนั้นไม่รอดเป็นแน่

เอี๊ยด !

รถสีดำคันดังกล่าวพยายามเหยียบเบรกแต่ไม่สามารถหักเลี้ยวได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม  แต่ไม่ใช่สิ่งที่วายุลักษณ์สนใจ  เด็กสาวกระโจนไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนนิ่งด้วยน้ำตาคลอเบ้า  มือหยาบผลักเด็กหญิงให้พ้นรัศมีรถ  แม้จะรู้ดีว่าจะกลายเป็นตัวเองที่ไม่สามารถหลบรถคันนั้นพ้นก็ตาม

โครม !

กำไลหยกสีครามม่วงเรืองแสงสีแดงอ่อนชั่วขณะพร้อมสติของเด็กสาวที่เลอะเลือนไปวูบ  ร่างสะท้านเฮือกรับรู้ถึงแรงเจ็บปวดที่เข้าปะทะก่อนจะรู้สึกเหมือนถูกสายน้ำเย็น ๆ สาดใส่  หูแว่วได้ยินเสียงกรีดร้องของคนมากมายใกล้ ๆ  หยาดโลหิตสีแดงหลั่งรินออกจากบาดแผล  ก่อนจะกลายเป็นเสียงใส ๆ เสียงหนึ่งที่เหมือนพยายามเรียกสติเธอ  ด้วยภาษาที่เธอไม่คุ้นเคย

“  เจ้า ! เจ้า ! ได้ยินข้าหรือไม่  ฟางเซียน ! มาช่วยแม่อุ้มนางเร็ว ! ” 

“  คนจีนที่ไหนมาพูดข้างเราเนี่ย ” วายุลักษณ์คิดในใจอย่างมึนงง   ดวงตาพร่าเลือนเพราะความเจ็บปวด  ก่อนเปลือกตาเธอเริ่มปิดสนิทแล้วหมดสติไปอีกครั้ง  แต่เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อลืมตาขึ้น...ทุกสิ่งจะเปลี่ยนไป เมื่อกำไลสีม่วงครามที่เรืองแสงมลายหายไปในทันทีที่เธอรู้สึกเหมือนถูกน้ำสาดใส่

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 61 : แนะนำ 1 ตอน สายลมจ้าวหัวใจ ภาค 1 { รีไรท์ } เพิ่มบทนำจ้าาาา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10085 , โพส : 100 , Rating : 18% / 55 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
# 100 : ความคิดเห็นที่ 11791
น่าสนใจมากคะ ภาษาสวนอ่านง่าย
ลำดีบเรื่องดี ตัวละครน่าสนใจ
ติดตามอ่านแน่นอนคะ
PS.  เกลียดเศร้า ชอบตลก แต่เค้าก็อ่านหมด เพียงแค่คนเขียนแต่งมา
Name : มากิริจัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มากิริจัง [ IP : 103.26.22.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2559 / 00:52
# 99 : ความคิดเห็นที่ 10855
เหมือนฉากของเรวิงซ์เลย จะต่างตรงที่ย้อนอดีตนี่แหละ อ่านรวดเดียวจบ 2 วัน แต่ข้ามตอนนี้ไป น่าสนุกมาก //
PS.   รักทุกโคนนนนน
Name : Greentea_DrinkS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Greentea_DrinkS [ IP : 1.47.231.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2559 / 22:13
# 98 : ความคิดเห็นที่ 7885
ทำแยกออกมาอีกเรื่องเทอะค่ะ สนุกอยากอ่านจนจบ แต่งสนุกมากเลยค่ะ
Name : Toon [ IP : 27.55.3.21 ]

วันที่: 30 กันยายน 2558 / 18:25
# 97 : ความคิดเห็นที่ 7344
สนุกมากเลยค่ะ สู้ๆๆค่ะ
Name : parn1995 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ parn1995 [ IP : 113.53.149.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มิถุนายน 2558 / 17:31
# 96 : ความคิดเห็นที่ 7016
สนุกค่ะไรต์
Name : che kerate < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ che kerate [ IP : 171.96.244.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤษภาคม 2558 / 19:31
# 95 : ความคิดเห็นที่ 6128
ชอบมากเลย กลับมาอ่านรอบที่3 เพราะจำไม่ได้5555+++
Name : oum [ IP : 1.46.80.121 ]

วันที่: 12 มีนาคม 2558 / 13:44
# 94 : ความคิดเห็นที่ 6112
เนื้อเรื่องน่าสนุกดีนะ
ไม่เหมือนใครดี น่าอ่านมากๆๆๆ
Name : Sliver moon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sliver moon [ IP : 110.170.48.130 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2558 / 14:14
# 93 : ความคิดเห็นที่ 5121
โอ้ววว~~!!เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ อยากอ่านๆ
Name : ฟันวี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฟันวี [ IP : 223.206.189.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ธันวาคม 2557 / 15:27
# 92 : ความคิดเห็นที่ 5048
หนุกง่าาาา อยากอ่านต่อจัง
Name : sayrine < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sayrine [ IP : 223.205.249.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤศจิกายน 2557 / 00:58
# 91 : ความคิดเห็นที่ 4916
น่าติดตามากๆเลยค่ะ แล้วมาอัพอีกนะ เนื้อเรื่องหน้าสนใจสุด
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : ธิดาหิมะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ธิดาหิมะ [ IP : 125.25.69.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2557 / 15:24
# 90 : ความคิดเห็นที่ 4339
อือ สำหรับลักษณะพล็อตคล้ายของ heven of god จริงๆ  คล้ายครับๆ
ตรงที่ตัวเอกเป็นหญิงอึด ถึก ทน ที่สู้คน และมองโลกในแง่ดี

แต่พล็อตของเรื่องไม่คล้ายนะ เราชอบแนวย้อนเวลาจีนๆ พอๆกับชอบแนวเกมส์ออนไลน์เลย
ซึ่งพล็อตนี้ เกมส์ออนไลน์เราติดหนึบกับเรวิงซ์เรียบร้อย

พล็อตจีนย้อนเวลา ขอติดกับหนูลมละกันนะ  >[]<

PS.  นี่คือการเร่ง!! เอานิยายมาอัพเดี๋ยวนี้!! ถ้าไม่อัพละก็ เค้างอนด้วย!!!
Name : _KuRoKo_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _KuRoKo_ [ IP : 27.130.240.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2557 / 00:25
# 89 : ความคิดเห็นที่ 3697
เรื่องนี้มันคล้ายกับอีกเรื่องหนึ่งอ่ะค่ะ เรื่อง จอมใจจอมทัพ ที่ตอนนี้ตีพิมพ์แล้วอ่ะ่ะ แต่เรื่องนี้สนุกดีนะคะ
ส่วนเรื่องรถเสียคล้ายเรื่ง hevaen of god online เลยพูดง่ายๆเอาหลายๆเรื่องมารวมกันค่ะ

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มิถุนายน 2557 / 08:50
Name : nejan12 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nejan12 [ IP : 180.183.106.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มิถุนายน 2557 / 08:48
# 88 : ความคิดเห็นที่ 3659
ขอบอกว่าประวัตินางเอกกับตอนที่คุณนายรถเสียแล้วเข้ามาในร้านคล้ายกับอีกเรื่องมากๆ<ตามcommentด้านล่าง> 



แต่ตอนหลังๆไม่คล้ายแล้ว  สนุกดี น่าติดตาม  นางเอกจะเป็นแม่ทัพด้วย (><) ตามหามานานแล้ว~



ชอบจ้า
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 110.171.121.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 พฤษภาคม 2557 / 19:54
# 87 : ความคิดเห็นที่ 3610
ซิน เราชื่อซินแหละ =w=
น่าสนุกดีค่ะๆ ><
PS.  เบื่อๆ เหงาๆ.... แวะมาดูไอดีเราได้นะ แอดกันบ้างเน้อ
Name : CinSora < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CinSora [ IP : 171.98.129.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2557 / 20:23
# 86 : ความคิดเห็นที่ 3547
เรวิงซ์โผล่มาหน่อยๆแฮะ ตอนแรกก็ว่าแล้วคล้ายๆใคร
Name : lnwkhunza < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lnwkhunza [ IP : 171.5.250.250 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 / 17:49
# 85 : ความคิดเห็นที่ 3527
เรื่องนี้ก็คล้ายเอาหลายๆเรื่องมารวมกันแถมเอาใาจากนิยายyaoi ด้วยใช่ม้า~ เรื่องนั้นเศร้ามากเลยเพราะถึงจะรักกันยังไงก็ไม่มีทางที่จะอยู่ด้วยกัน
Name : nejan12 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nejan12 [ IP : 61.90.100.148 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 21:18
# 84 : ความคิดเห็นที่ 3526
เริ่มต้นได้ดีนะคะ ตอนแรกข้ามไปแล้วกลับมาอ่านใหม่ค่ะ ที่ข้ามไปเพราะว่าเนื้อหาด้านบนสุดที่เกี่ยวกับความคิดเห็นของไรเตอร์ทำให้เราข้ามไป แต่กลับมาอ่านอีกที่ก็น่าสนุกนะคะว่าพระเอกของเราถูกใจนางเอกได้ยังไงทั้งๆที่นางเอกของเราธรรมดา แล้วชีวิตของเธอและเขาจะเป็นไงเราก็คงต้องติดตามต่อไป
Name : nejan12 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nejan12 [ IP : 61.90.100.148 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 21:16
# 83 : ความคิดเห็นที่ 3509
คล้ายเรวิงซ์ กับ บันทึกขันทีสาวเลยแต่น่าติดตามเพราะแม่ทัพ และน่าติดตามดีค่ะ
Name : บลา:) [ IP : 27.145.4.34 ]

วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 15:00
# 82 : ความคิดเห็นที่ 3497
คล้ายเรวิงซ์ค่ะแค่ช่วงแรกๆ แต่มันไม่เหมือนตรงย้อนเวลาแค่นั้น อยากอ่านอ่าาา\>w
PS.  เคา้ว่าคนตรงๆเนี้ยจะโดนสังคมรังเกียจ ใช่ไหมนะ~
Name : มิโกะโนะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มิโกะโนะ [ IP : 223.204.248.225 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 12:27
# 81 : ความคิดเห็นที่ 3490
สนุกมากๆๆเลยค่ะ
Name : Black Angle < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Black Angle [ IP : 114.109.158.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 / 11:16
# 80 : ความคิดเห็นที่ 3467
หนุกมากๆๆๆๆชอบเเนวจีนๆเเบบนี้นานเเล้วคะ
Name : Uta no prince < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Uta no prince [ IP : 101.108.136.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 / 23:03
# 79 : ความคิดเห็นที่ 3448
หนุกไม่แพ้เรื่องอื่นๆเลยค้าบบบบบ น่สติดตามม๊ากกกกก ><
Name : ILoveNoVeL < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ILoveNoVeL [ IP : 223.204.211.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 / 10:36
# 78 : ความคิดเห็นที่ 3443
โอค่ะ น่าติดตามเขียนเลยค่ะ แต่อย่าลืมลงเรื่องของวอสก้าก่อนนะ งั้นมีเคือง อิอิ
Name : ดุกร้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดุกร้า [ IP : 49.230.142.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2557 / 20:58
# 77 : ความคิดเห็นที่ 3435
น่าอ่านมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่อย่าลืมอัพของว๊อดก้านะค่ะ เรื่องนี้อัพที่หลังก็ได้ค่ะ ขอของว๊อดก้าก่อนนะค่ะ
Name : ความสุขเล็กๆๆ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ความสุขเล็กๆๆ [ IP : 125.25.139.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 / 14:38
# 76 : ความคิดเห็นที่ 3434
หนุกมากไรด์ แต่งเถอะ อย่างฟิลอ่ะ

ชอบๆๆๆ
Name : nana [ IP : 122.155.43.68 ]

วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 / 09:55
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android