คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 65 : สายลมจ้าวหัวใจ บทที่ 3 ลูกสุนัขป่าและลูกเหยี่ยว


     อัพเดท 8 มิ.ย. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 3,082 Overall : 679,812
15,919 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7627 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 65 : สายลมจ้าวหัวใจ บทที่ 3 ลูกสุนัขป่าและลูกเหยี่ยว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9127 , โพส : 35 , Rating : 15% / 48 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




   บทที่ 3

ลูกสุนัขป่าและลูกเหยี่ยว

 

กึก ๆๆๆๆๆ

เสียงฟันกระทบกันดังเบา ๆ เช่นเดียวกับร่างที่สั่นระริกของคนบนต้นไม้   ที่ไม่รู้ว่าจะเรียกดวงดีหรือดวงซวยที่พายุมันมาบริเวณเธอหนักสุด   หนึ่งชั่วโมงแล้วที่เธออยู่บนต้นไม้นี่  ท้องฟ้ากลายเป็นมืดมิด  นกเหยี่ยวที่เธอเห็นบินหลบพายุไปแล้วทำให้เหลือเพียงเธอกับฝูงหมาป่าข้างล่างที่ยังพยายามอดทนเฝ้าเหยื่อ

  ซวยเป็นบ้า  ฟ้าฝนก็ช่างเป็นใจเสียจริง ”  วายุลักษณ์หรือหลิ่งอี้พูดกับตัวเองทั้งที่สตินั้นเบลอเพราะความเย็นไปเสียหมด  ผ้าคลุมหนังสัตว์ที่มีความหนาพอสมควรพันตัวเธอไว้แน่นก่อนที่จะแข็งตายเสียก่อน

เวลาผ่านไปอีกสักพัก  หลิ่งอี้ที่หลับ ๆ ตื่น ๆ ก้มลงมองจากกิ่งไม้อีกครั้งเพื่อสำรวจรอบ ๆ และต้องตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเหล่าสุนัขป่านั้นหายไปจนหมดแล้ว  รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏที่ริมฝีปากสีซีดเซียว  แกะเชือกที่พันขาตัวเองอย่างทุลักทุเลแต่ก็ยังกวาดตาดูสถานการณ์รอบด้าน  เผื่อพวกมันยังอาจแอบซุ่มอยู่แถวนี้ 

ตุบ

เข่าอ่อนแรงจนทรุดปะทะพื้นหิมะ  เธอกัดฟันชันกายลุกขึ้นแล้วเริ่มออกวิ่งเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย  ดวงตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวังเนื่องเพราะตอนนี้เป็นเวลามืดแล้ว  เมื่อพบกิ่งไม้ขนาดเล็กก็ก้มลงเก็บโดยไม่ได้สังเกตเลยว่านกเหยี่ยวที่เธอคิดว่าบินไปหลบพายุหิมะนั้นบินตามไล่หลังเธอติด ๆ จากมุมสูง 

 

 

2 วันต่อมา  พายุหิมะในฤดูหนาวหยุดลง  สิ่งที่พวกเขาเห็นคือทุ่งหิมะกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา  ขบวนม้ากลุ่มใหญ่ราว ๆ ห้าสิบคนได้เริ่มการแยกย้ายเพื่อตามหาผู้โชคร้ายที่น่าจะหลงอยู่ภายในป่า 

เสียงหลายเสียงตะโกนประสาน

  หลิ่งอี้ !!! หลายสิบคนเป็นคนของชนเผ่าที่ออกตามหาพร้อมจิวซื่อที่พยายามควบคุมตนให้เยือกเย็น   แม้จะหวาดหวั่นลึก ๆ ก็ตามว่าบุตรสาวบุญธรรมของตนจะเป็นอันตราย  เขาปลอบใจบุตรสาวแท้ ๆ ว่านางต้องไม่เป็นอันใด  แต่มิอาจปฏิเสธความจริงได้ว่านางถูกสุนัขป่าล้อมและติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะหนักกว่าสองวันสองคืน 

และด้วยเหตุนี้  หญิงสาวในชนเผ่าจึงพากันอ้อนวอนให้นางปลอดภัยกับฟู่หลี่ (สุนัขป่า) ซึ่งเป็นสัตว์เทพประจำเผ่าทุกเผ่านอกกำแพงใหญ่  ที่มีการนับถือมาอย่างช้านานตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ (ชนเผ่านอกกำแพงใหญ่จะถือว่าสุนัขป่าวิเศษเป็นเครื่องหมายของความอุดสมบูรณ์ของทุกชนเผ่า)

  ท่านลุง  หลิ่งอี้จะไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ” 正龍  เจิ้งหลง  ( ความถูกต้องเถรตรง มังกร ) เด็กหนุ่มอายุ 17  ร่างสูงใหญ่ที่นับตนเป็นเพื่อนกับเด็กสาวถามด้วยความกังวล  เขาเป็นเพื่อนสนิทของจิ้นเค่อทำให้สนิทกับวายุลักษณ์ด้วยเพราะเป็นศิษย์ของจิวซื่อที่สอนวิชาการต่อสู้ให้  เขาร่วมการค้นหาครั้งนี้เพื่อตามหาผู้เป็นเพื่อนที่บัดนี้ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรเช่นกัน 

  ข้าภาวนาขอให้นางปลอดภัย  โอ้...รีบค้นหาเถิด  เผื่อเรายังสามารถช่วยนางได้ ”  ไอจิน (หัวหน้าเผ่า) ร้องเบา ๆ  แล้วควบม้าเข้าไปหาอีกกลุ่มซึ่งเป็นคนจากแผ่นดินจงหยวน (ภาคกลางของประเทศ) ที่อาสาจะช่วยด้วยในการค้นหา     

“ ข้าต้องขอบคุณพวกท่านจริง ๆ ที่ออกมาช่วยพวกข้าค้นหาหลิ่งจื่อ (ลูกหลิ่ง)  มือหนาประสานคารวะบุรุษหนุ่มสองคนในชุดเสื้อสีขาวและดำตัดกัน  ผู้อายุน้อยกว่ารีบประสานมือตอบ

  มิได้  เพียงท่านหัวหน้าเผ่ายอมให้เราได้ผูกการค้าขายกับชนเผ่าพวกท่านก็นับว่าดียิ่งแล้ว ”  จิวซื่อยิ้มเล็กน้อย  เขาได้ตกลงที่จะร่วมการแลกเปลี่ยนสินค้ากับพ่อค้าตระกูลเฮ่าอย่างถาวรเพื่อแลกอาหารและเครื่องใช้กับอีกฝ่าย  ส่วนสิ่งที่ตระกูลเฮ่าต้องการคือม้าศึกบางส่วนและการขายแพรพับโดยให้ชนเผ่าซู่ไช่เป็นตัวกลางรับของจากชนเผ่าเล็ก ๆ มาขายให้ตระกูลเฮ่าต่อ  ถือเป็นประโยชน์ในระยะยาวอย่างยิ่ง 

และครั้งนี้หัวหน้าตระกูลเฮ่าถึงกับส่งบุตรชายเพียงคนเดียวเพื่อมาติดต่อค้าขาย  เท่ากับดูเหมือนอีกไม่นานอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เป็นได้  แผ่นดินจงหยวน (ภาคกลางของประเทศ) อาจได้ลุกเป็นไฟเพราะสงคราม

เฮ่าไห่หลง  海龍  ( มังกรสมุทร ) บุตรชายเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เฮ่าซึ่งออกจากราชการเพื่อทำการค้าขายระบายรอยยิ้มบนใบหน้า  มือข้างหนึ่งถือพัดสีขาวที่ยกปิดบังริมฝีปาก  ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ  ดวงตาคมกริบประดุจเหยี่ยวจ้องมองที่คู่สนทนา

  ทางตระกูลเฮ่าจะช่วยพวกท่านคนหาบุรษผู้โชคร้ายผู้นั้นแน่ ”

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าเผ่ากระพริบตาหลายครั้งอย่างงุนงงแล้วส่งเสียงถาม

“ บุรุษผู้ใด ? ” 

 ผู้ที่เรากำลังตามหาอยู่...หรือมิใช่ ? ”  ไห่หลงเริ่มขมวดคิ้วตามไม่ต่างจากคนสนิทข้างกายที่คอยระวังภัยข้างผู้เป็นนาย

“ หลิ่งอี้มิใช่บุรุษแต่เป็นสตรี ” 

“ โอ้...  ผู้ที่ได้ฟังอุทานอีกครา  ก่อนจะมองหน้ากัน  อย่างนี้มิใช่ยิ่งเป็นไปไม่ได้หรือที่จะหาเจอ ? แต่จิวซื่อก็เริ่มออกตามหาบุตรสาวที่หายไปอีกครั้งแม้ความหวังจะริบหรี่ก็ตาม 

  คุณชาย...คุณชายน่าจะอยู่ที่ชนเผ่าแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกข้า ”  ซู่เอินหมิง  恩明 ( บุญคุณ สว่าง )  บุตรชายของตระกูลรองเฮ่าผู้มีหน้าที่ปกปักรักษาคนในตระกูลเฮ่ามาช้านานเอ่ยทักท้วงอย่างระแวดระวังรอบด้าน 

  เจ้าจะให้ข้าอยู่เฉย ๆ ดั่งหย่งฉีหรือไร ? ไม่ล่ะ  เรื่องนี้สำคัญกว่า ”  ไห่หลงไพล่เอ่ยถึงผู้เป็นเพื่อนจากตระกูลจงที่ร่วมขบวนมาด้วย  ตระกูลจงเป็นตระกูลพ่อค้าที่เก่าแก่เช่นกัน  บรรพบุรุษของคนตระกูลเฮ่าและตระกูลจงมาจากนอกกำแพงใหญ่ทำให้ตระกูลของพวกเขาล้วนผูกสัมพันธ์ไมตรีทั้งกับคนต่างตระกูลและคนชนเผ่าใหญ่ ๆ

ครั้งนี้  จงหย่งฉี 勇祺  ( ความกล้า สิริมงคลความสุข ) เพื่อนของเขาเองก็ได้รับมอบหมายให้มาผูกสัมพันธ์กับชนเผ่าอื่น   ด้วยเหตุนี้สองตระกูลจึงต่างเดินทางด้วยกัน 

  สำคัญหรือขอรับคุณชาย ? ” เอินหมิงถามอย่างระมัดระวังเมื่อคนของชนเผ่าซู่ไช่ผ่านไป 

  ใช่...ท่านพ่อบอกแล้วว่าไฟสงครามกำลังเริ่มขึ้น  ฝ่าบาททรงตระเตรียมทัพไปปราบกบฏที่เมืองจี้อินแล้ว ”  เมืองจี้อินคือเมืองทางตอนใต้ของจงหยวน  ติดกับชายแดนของประเทศซึ่งเคยมีแม่ทัพใหญ่ลุ่ยกวานอูดูแลตามพระบัญชาขององค์ฮ่องเต้องค์ก่อน  แต่เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์  แม่ทัพลุ่ยก็ได้เก็บตัวเงียบและลอบสั่งสมทัพทหารเอาไว้จนมีข่าวว่าเมืองจี้อินถูกทำเป็นฐานทัพของแม่ทัพลุ่ยคนทั่วทั้งจงหยวนก็เริ่มคาดคะเนว่าแม่ทัพกวานอาจคิดก่อการกบฏ  และเป็นจริงดั่งว่า  เมืองจั่วเฉิงถูกทัพม้าของแม่ทัพใหญ่ยึดครองเมื่อไม่กี่เดือนมานี้  ด้วยเหตุนี้  องค์เหนือหัวของเขาองค์ปัจจุบันจึงสั่งการให้แม่ทัพใหญ่ตระเตรียมออกรบ  ยึดเมืองจั่วเฉิงคืนมา 

“ เราต้องรวบรวมพันธมิตรไว้ให้มากที่สุด  การสงครามมีแต่ความสูญเสีย หากมัวรีรอตระกูลเฮ่าเราคงเป็นเช่นตระกูลซุย ” 

ตระกูลซุย  ข้อหาก่อการกบฏถูกประหารทั้งตระกูล  หญิงสาวทั้งหมดล้วนถูกส่งตัวไปเป็นหญิงรับใช้ขุนนาง  บุตรหลานตระกูลซุยล้วนถูกประหารฆ่าสิ้น  บุรุษที่เหลือถูกเนรเทศออกนอกกำแพงใหญ่  ตามความคิดเห็นของไห่หลงแล้ว   องค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันแม้มีอายุเพียง  27  ชันษา  แต่พระปรีชาสามารถทั้งเรื่องการรบและการปกครองล้วนยอดเยี่ยม  ทั้งยังรูปงามสมสง่าไม่น้อยทว่ามีพระทัยเย็นชาและเหี้ยมโหดยิ่ง  แต่เป็นผู้ที่ไม่กระหายสงครามและอำนาจ  นั่นจึงทำให้ไห่หลงลงความเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นบุคคลอันตรายที่ไม่สมควรเป็นศัตรูด้วยแม้แต่น้อย

  นอกจากนี้  การให้ความร่วมมือกับชนเผ่าซู่ไช่จะทำให้เราดูเป็นมิตรและทำให้ยอมรับเราเป็นส่วนหนึ่งของมิตรสหายได้ง่ายยิ่งขึ้น ”  น้ำเสียงทุ้มมีแววเยือกเย็นผิดกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และดูไม่จริงจังกับสิ่งใดบนใบหน้า  เอินหมิงโค้งรับวาจาของผู้เป็นนาย  ดวงตาทอความเคารพนับถือ  นายของเขามิใช่คุณชายที่เอาแต่เสวยสุขและอำนาจ   ทว่าชาญฉลาดอย่างยิ่งสมกับที่เหล่าแหย (นายผู้เฒ่า)  ไว้วางใจ

  คุณชาย...แล้วคุณชายคิดว่านางจะรอดจากฝูงหมาป่าได้หรือไม่ ? ” 

  ไม่รู้สิ ” ไห่หลงตอบเสียงสบายใจ  เขาไม่แยแสอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็นเช่นไร  สหายหรือ ? คนรู้จักหรือ ? ก็ไม่ใช่  นี่เขาแค่มาช่วยตามมารยาทเท่านั้น    

“ แต่...ถ้านางฉลาดหน่อยก็อาจรอดมาได้ ”  คุณชายหนุ่มเอ่ยเสียงมีเลศนัย   ก่อนจะหันหัวม้าไปทางสีแดงซีดบนพื้นหิมะที่เห็นเพียงเจือจาง

“ น...นี่ ” เจิ้งหลงสีหน้าซีดเผือด  ลงจากม้าแล้วปรี่ไปแหวกพื้นหิมะเพื่อให้เห็นสีแดงนั่นให้ชัด ๆ ที่น่ากลัวคือกลิ่นคาวที่ยังติดจมูกอยู่แสดงว่าเป็นเลือดที่มีไม่นานหนัก

  หรือจะเป็นเลือดของจิ้นเค่อ ” หนึ่งในบุรุษที่ร่วมขบวนส่งเสียงเอ่ยแต่ได้รับการปฏิเสธจากอีกผู้หนึ่งที่ชี้ไปยังรอยเลือดกลางหิมะอีกจุดที่ไม่ได้อยู่ริมต้นไม้ที่เจิ้งหลงเจอ   ทั้งยังมีร่องรอยการต่อสู้เหลืออยู่อีกด้วย

“ คงมิใช่  นี่สิถึงเป็นเลือดของอาเค่อ ” 

“ งั้นนั่นคงอาจเป็นเลือดของแม่นางผู้นั้นแล้ว ”  ไห่หลงเอ่ยเอื่อย ๆ ก่อนจะได้รับดวงตาถลึงมองของเจิ้งหลงเป็นการตอบ 

“ เรายังไม่รู้ว่าใช่จริงหรือไม่  โปรดค้นหาต่อไปเถิด ” จิวซื่อกัดฟันเอ่ย  ยังมีความหวังอยู่แม้จะเห็นเลือดกับตา  แต่ตราบใดที่ยังไม่พบศพของหลิ่งอี้  เขาก็ไม่คิดท้อถอย  มิเช่นนั้นจะมีคำกล่าวกับภรรยาและบุตรีอย่างไร

  จิวสู (ท่านอาจิว) นี่อาจไม่ใช่โลหิตของหลิ่งอี้ หากแต่น่าจะเป็นเลือดของแพะแกะ ” เด็กหนุ่มร่างใหญ่เอ่ยเสียงจริงจังหลังสำรวจที่โคนต้นไม้ที่มีคราบเลือดแห้งกรัง  หัวหน้าชนเผ่าซู่ไช่รีบถาม  ท่ามกลางอาการเลิกคิ้วแปลกใจของไห่หลงและบ่าวคนสนิท

“ เจ้าหมายความเช่นไร ? ” 

เจิ้งหลงแสดงสีหน้าครุ่นคิด “ ข้าเคยเห็นนางเก็บเลือดจากแพะแกะที่ถูกฆ่า  ข้าถามนางว่าจะเอาไปทำอะไร  นางจึงเล่าให้ฟังว่าเพื่อนำมาเป็นตัวล่อสุนัขป่า ” 

“ ตัวล่อ ? ” ไห่หลงตากระจ่างวูบหนึ่งแต่เงียบฟังต่อ 

  นางบอกว่าการล่าสัตว์ยามฤดูหนาวเป็นอันตรายมากเนื่องเพราะฝูงสัตว์ป่าจะหิวโหยและลดสัญชาตญาณระวังมนุษย์ทำให้บางครั้งพวกมันอาจกระทำการที่เราคาดไม่ถึงเพื่อเอาตัวรอด  เวลานางออกไปล่าสัตว์นางจึงเอาเลือดแพะและชิ้นเนื้อหอบหิ้วไปด้วย   ทั้งนางยังสอนข้าหากพบสุนัขป่าและถูกรุมล้อมจนหาทางรอดได้ยากให้โยนถุงเลือดและเนื้อเบี่ยงความสนใจพวกมัน   จากนั้นให้รีบปีนขึ้นที่สูงให้ว่องไวที่สุด ” 

ไอจิน (ท่านหัวหน้าเผ่า) !  ผู้ร่วมค้นหาผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบพร้อมถุงผ้าบาง ๆ ที่มีรอยเลือดชุมทั้งถุงอยู่  เขาชูให้จิวซู่ดู “ ข้าพบถุงเลือดไม่ไกลจากนี่นัก  เหมือนถูกสุนัขป่าลากไปแต่ข้าจำได้ว่ามันเป็นถุงที่หลิ่งอี้มักใส่เลือดสัตว์พกติดตัวเสมอ ” 

เท่านั้นบุรุษหนุ่มทั้งสองจากนอกกำแพงใหญ่ก็ยิ่งยิ้มกว้าง  พอเจิ้งหลงอาสาปีนดูต้นไม้แถวนี้ก็พบร่องรอยว่านางเคยปีนขึ้นมาบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพร้อมใบสมุนไพรรักษาแผลและดับกลิ่นเลือดบางส่วน  พวกเขาจึงขยายขอบเขตการค้นหาให้มากขึ้น 

ครั้งนี้ม้าของคุณชายตระกูลเฮ่ากลับเป็นฝ่ายรั้งท้าย  พัดสีขาวสะอาดสะบัดเบา ๆ พร้อมร่องรอยครุ่นคิด  เอินหมิงอดถามไม่ได้

“ มีอันใดกับเรื่องที่บุรุษผู้นั้นเล่าหรือขอรับคุณชาย ”

ไห่หลงปิดพับดังฉับ  รอยยิ้มเหยียดเจ้าเล่ห์ผุดจากริมฝีปากบางเฉียบ  ใบหน้าหล่อเหลาปัดความน่าเบื่อหน่ายนั้นทิ้งเสียเมื่อคาดคิดถึงเรื่องสนุกได้ 

“ หย่งฉี การออกนอกกำแพงใหญ่ครั้งนี้เราอาจได้สหายใหม่ก็เป็นได้ ” เอินหมิงได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจในวาจาผู้เป็นนายที่หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี  ก่อนเขาจะถูกชักชวนให้ไปหาหญิงผู้โชคร้ายและกล้าหาญนางนั้นต่อ 

 

 

“ ท่านพ่อ  พบท่านพี่หรือไม่ ? ” ฟางเซียนผวาหาผู้เป็นบิดา  ใบหน้างดงามของเด็กสาวมีร่องรอยความคาดหวังแต่ก็ต้องหน้าซีดเผือดเมื่อได้รับอาการส่ายหน้าอย่างเศร้าหมองของจิวซื่อ 

“ ไม่...ท่านพ่อ  พรุ่งนี้เราออกไปหานางใหม่นะ  ข้าจะออกไปช่วยด้วย  เดี๋ยวต้องเจอท่านพี่แน่ ”  นางละล่ำละลั่กเอ่ยก่อนแขนจะถูกจับโดยผู้เป็นบิดาที่ส่ายหัวอีกครั้ง

  นี่ก็วันที่เจ็ดแล้วฟางเซียน  หลิ่งอี้...นาง...นางคงมิรอดแล้ว ”

โครม !

ทั้งคู่หันไปตามเสียงก่อนจะพบซิ่วซิ่นที่ใบหน้าซีดเผือด   โถและถาดอาหารตกสู่พื้น  นางจับแขนตัวเองแน่น  กัดริมฝีปากอย่างพยายามรับความจริงว่าเด็กสาวที่นางเคยช่วยเหลือไว้  ที่ได้เป็นลูกสาวอีกคนของนางคงไม่ได้กลับมาอีกแล้ว... 

ฟางเซียนน้ำตาไหลพราก  เดินไปจับแขนมารดาแล้วอ้อนวอนเอ่ย

“ ท่านแม่  บอกท่านพ่อที่ว่าให้ออกตามหาพี่หลิ่งอี้ต่อ ...เรา...เราจะยอมไม่ได้  ท่านพี่ต้องไม่ตาย ”

“ ข้าก็เชื่อเช่นนั้น ”  อีกเสียงเอ่ย  จิ้นเค่อนั้นเองที่ถูกประคับประคองโดยเจิ้งหลง  น้ำเสียงทุ้มของเด็กหนุ่มนั้นมุ่งมั่นและเชื่อใจใครอีกคนอย่างเต็มเปี่ยม  ขณะที่ฟางเซียนเข้าไปพยุงจิ้นเค่ออย่างเป็นกังวล 

“ เจ้าอย่าเพิ่งลุกสิ  บาดแผลเจ้ายังไม่หายดี ”  ถ้อยคำห่วงใยสร้างความเต็มตื้นให้บุรุษหนุ่มไม่น้อย  เขาจึงเอ่ยปลอบโยนหญิงที่เขารัก

“ ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว ” บรรยากาศที่เริ่มกลายเป็นสีชมพูทำให้ผู้เป็นบิดาต้องกระแอมไอแก้ขัด  ดูเหมือนว่าหลังจากที่กลับมา  บุตรีของเขาจะคอยเอาแต่ดูแลเด็กหนุ่มร่วมชนเผ่า  เขาเองก็ไม่ได้คัดค้านนักเพราะจิ้นเค่อก็เป็นหนึ่งในศิษย์ของเขา  นิสัยดีและจริงใจ  คงดีหากบุตรสาวของเขาได้สามีที่เป็นคนดี

แต่เจิ้งหลงกลับไม่มีความรู้สึกยินดีแม้แต่น้อย  ดวงตาคู่คมเหม่อลอย  หวนนึกถึงหลายวันก่อนที่พวกเขาออกตามหาเพื่อนสาว  หลังกลับจากการค้นหาในครั้งแรกแล้ว  วันที่สามและสี่เกิดพายุอีกครั้งพวกเขาจึงออกตามหาในวันที่ห้า  หกและวันที่เจ็ดซึ่งคือวันนี้  แต่กลับไม่พบวี่แววหลิ่งอี้แม้แต่น้อย  คงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องรับความจริง

เจิ้งหลงอดรู้สึกเสียใจไม่ได้  เกือบแปดเดือนที่อยู่กับนาง  นางเป็นคนมีนิสัยประหลาดไม่เหมือนหญิงทั่ว ๆ ไป  ชาญฉลาดและเก่งในเรื่องทำอาหารที่แม้รสชาติจะแปลกไปบ้างแต่เมื่อทานหลาย ๆ คำก็จะรู้สึกติดใจ  นางแบ่งปันสูตรให้พวกเขาอย่างไม่ปิดบัง  แก้ไขปัญหาฝูงแพะแกะที่อาจหลงนอกทางโดยการโรยสมุนไพรปิดจำกัดบริเวณของฝูงสัตว์ไว้เพื่อกั้นไม่ให้พวกมันออกไป  ฝีมือการปามีดสั้นและยิงธนูของนางแม่นมากจนแม้แต่เขายังพ่ายแพ้แต่เพราะในตอนแรกได้ไปหาเรื่องนางจนถูกนางสั่งสอนมา  ตัวเขาจึงสำนึกได้   

“ เจ้าคิดว่าเจ้าตัวใหญ่แล้วรังแกคนอ่อนแอกว่ามันน่าภูมิใจหรือไง ? ข้าบอกตรง ๆ ว่าน่าสมเพช  ถ้าเจ้าอิจฉาที่ข้าทำได้ดีกว่า  เจ้าก็ต้องเอาข้าเป็นเป้าหมายที่จะชนะให้ได้  แต่เป็นการชนะที่ฝีมือไม่ใช่การลอบกัดเช่นนี้ ”  นางต่อว่าจนเจิ้งหลงหน้าชา  ในตอนแรกความรู้สึกโกรธพุ่งริ้ว ๆ จนอยากฆ่านางทว่าตนก็ต้องอึ้งเมื่อคนที่ส่งสายตาเหยียดหยามและตักเตือนมาให้เอ่ยด้วยแววตาอ่อนลง  แม้จะเพิ่งถูกเขาผลักจนหัวร้างข้างแตกก็ตาม 

“ เราเป็นเพื่อนกันได้นะ  ถ้าเจ้าอยากรับไมตรีจากข้า ”  นางปาดเลือดที่ศีรษะแล้วบอกอย่างง่าย ๆ มีรอยยิ้มสบาย ๆ กับตัวพลางงึมงำว่าเจ็บแฮะแล้วดึงเสื้อคนที่ผลักนางเพื่อเป็นหลักให้ตัวเองลุกขึ้น 

และเมื่อนางไปทำแผล  แม้จะถูกซักถามแต่นางกลับบอกเพียงว่าหกล้มเพราะความซุ่มซ่ามของตนเองแล้วยังมีหน้ามายักคิ้วยิ้มเผล่ให้อีก  เขาจึงอดรู้สึกผิดไม่ได้

“ ทำไมเจ้าไม่บอกว่าข้าทำ ? ” 

“ มันเรื่องของข้า  เจ้าอย่าคิดมากน่า  คนเราอิจฉาโกรธแค้นหรือทำผิดเป็นเรื่องธรรมดา  มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าตัวจะกลับใจไหมเท่านั้น ”  หลิ่งอี้บอก  นางหันมาสบตากับข้า   อีกแล้ว...นางยิ้มสบาย ๆ เหมือนชั่วชีวิตนี้มิมีเรื่องใดที่ทำให้นางเครียดได้อีกแล้ว  และข้าต้องเผลอมองรอยยิ้มนั้นทุกครั้ง  ไม่รู้ทำไมข้าถึงรู้สึกเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ที่เหมือนมีพี่สาวกัน

เข้าใจแล้วว่าทำไมฟางเซียนที่ไม่เชื่อฟังใครง่าย ๆ ถึงตามติดหลิ่งอี้ขนาดนี้  คงเป็นเพราะบรรยากาศที่ดูเป็นผู้ใหญ่ทว่าไม่อึดอัด  ชวนให้สบายใจทุกครั้งกระมัง  ทั้งที่นางไม่ได้หน้าตางดงามแต่มีสหายและมิตรร่ายล้อมเสมอจนข้าอิจฉาแต่บัดนี้  ข้าไม่อิจฉานางแล้วเพราะข้าเป็นหนึ่งในคนที่เป็นสหายของนาง 

แต่ตอนนี้...ไม่มีนางอยู่อีกต่อไป

 

 

วันรุ่งขึ้น  จิวซื่อจัดการสร้างหลุมศพเปล่า ๆ ที่มีป้ายหินสลักชื่อหลิ่งอี้ไว้หน้าชนเผ่าเพื่อให้ทุกคนรำลึกถึงนางได้   ในเวลาสาย ๆ ฟางเซียนและซิ่วซิ่นที่ร้องไห้จนดวงตาบวมเป่งเป็นคนแรกที่ได้บอกลานาง สตรีและบุรษบางคนที่สนิทคุ้นชิดกับเด็กสาวก็พลอยอดหลั่งน้ำตากับความเสียสละของนางด้วย

“ เจ้าเป็นเด็กเก่ง...แม้ข้าจะเป็นเพียงแม่บุญธรรมแต่ข้ารักเจ้าดั่งลูกแท้ ๆ ... ” หญิงสาวลูบหินสลักเย็นเยียบเพราะอากาศของฤดูหนาวก่อนจะหันไปซบอกร่ำไห้กับสามีของนาง

“ ท...ท่านพี่...ข้า...ข้ายังจำวันที่ท่านเพิ่งหัดพูดแต่กลับพยายามบอกท่านแม่ไม่ให้ดุว่าข้า  ...นับ...ฮึก...นับตั้งแต่วันนั้น...ข้า...ข้าก็อยากได้ท่านเป็นพี่สาว...แต่ทำไม...  พูดถึงตอนนี้ก็ปล่อยโฮออกมาไม่ต่างจากหญิงอื่น ๆ  บรรยากาศกลายเป็นกดดันและโศกเศร้า  ส่วนพ่อค้าชาวจงหยวน (ภาคกลางของประเทศ)  พลอยตกอยู่ในสถานการณ์แห่งการสูญเสียไปด้วย 

โดยไม่ได้สังเกตเห็นนกเหยี่ยวสีสันแปลกตาบินเหนือหัวกับเสียงไม่เบาและไม่ดังนักที่พยายามเอ่ยเรียก

  ทุกคน... 

  ฮึกฮือออ ” 

  ...เอ่อ...เกิดอะไรขึ้น ? ”  คนถามเริ่มเกาหัว 

  ...ท่านพี่ ” 

  เฮลโล !   คราวนี้โบกไม้โบกมือให้แต่ไม่มีผู้ใดสนใจ

  ฮือ... 

“ เฮ้ ! สนใจกันหน่อยเซ่ ! เอ่อ...เกิดอะไรขึ้น  ? ทำไมถึงได้ร้องไห้กัน ”  เสียงร่ำไห้ชะงักหาย  ทุกสายตาหันไปมองต้นเสียงที่อยู่ ๆ ก็โหวกเหวกขึ้นและต้องตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเจ้าของหลุมศพและป้ายชื่อในสภาพที่มอมแมมไม่น้อย  กำลังยืนทำหน้างงอยู่

ผู้มาใหม่เลิกคิ้วสูงเมื่อแต่ละคนต่างทำท่าเหมือนเห็นผี 

“ ข้าพลาดอะไรไปหรือเปล่า ? ” เด็กสาวร่างสูงถาม  มือข้างหนึ่งหอบหิ้วลูกสุนัขป่าขนเงิน  มีดวงตาสีอำพันแวววาวใสแจ๋วแปลกตา  ทั้งคนทั้งสัตว์มองไปเรื่อย ๆ จนหยุดสายตาที่ป้ายหินสลักและดอกไม้แห้งที่ถูกนำมาวางเรียงราย  เธอกระพริบตาถี่ ๆ  

  เวรแล้ว...บอกข้าทีว่านั่นไม่ใช่หลุมศพข้า ”  เธอยิ้มเจื่อน

  หลิ่งอี้ !!!  

 

 

  ท่านพี่...ข้านึกว่าท่านจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว ” หลังผ่านเหตุการณ์แตกตื่นไปแล้ว  ฟางเซียนที่กอดเอวเธอไม่ยอมปล่อยถามด้วยสีหน้าสดชื่นและดีใจจนเห็นได้ชัด  แม้แต่ตอนที่หลิ่งอี้เข้าไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวยังไม่วายโดนแม่น้องสาวเข้าไปเฝ้าด้วยด้วยเหตุผลว่ากลัวเธอจะเป็นอะไรไป 

เธอจึงเพียงยิ้มขัน ๆ เล็กน้อย  บนตักมีลูกสุนัขตัวเล็กที่กำลังนอนหลับใหล  และยิ่งต้องยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงเมื่อแปดวันก่อน  หลังเข้าไปภายในถ้ำเล็ก ๆ เพื่อหลบพายุหิมะแล้ว  สิ่งที่เธอทำเป็นอย่างแรกคือก่อกองไฟเพราะอากาศมันหนาวจับขั้วหัวใจจริง ๆ

กีซ ! กีซ !

“ หืม... ” แล้วเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อพบลูกเหยี่ยวที่เคยเล่นด้วยบนต้นไม้นั้นบินตามเข้ามาด้วย   แม้จะบินไปเกาะโคนไม้ที่ถูกตัดภายในถ้ำก็ตาม  เธอจึงอดถามลอย ๆ ไม่ได้แม้จะรู้ว่ามันไม่มีทางฟังรู้เรื่องก็ตาม

“ ตามฉันมา ?...แกไม่มีบ้านหรือครอบครัวหรือไง ? ”

มันขานรับก่อนดวงตาคู่สีรัตติกาลจะหันมาเอียงคอใส่เธอ  มองตาไม่กระพริบยามเธอหยิบของในถุงผ้าที่พกติดตัวออกมาวางเรียงรายและนั่นรวมถึงเนื้อตากแห้งชิ้นใหญ่ที่พอรับประทานได้ถึงสามวันเต็ม 

โครก ~

“ ดูท่าได้เวลามื้อดึกแล้ว ” เธอพูดยิ้ม ๆ ตัดชิ้นเนื้อที่ทานพออิ่มออกมาแล้วนำไปเสียบไม้ที่ถูกเหลาจนแหลมเพื่อย่าง  ระหว่างทานเมื่อเห็นแขกแปลกหน้าร่วมถ้ำมองตาไม่กระพริบ  หลิ่งอี้จึงแบ่งเนื้อให้มันทานด้วย

กีซ ~

เสียงร้องยาว ๆ ราวขอบคุณทำให้เด็กสาวเพียงยิ้มบาง  แล้วเริ่มใช้หินบดสมุนไพรที่พกมาเพื่อทำเป็นยาป้องกันแมลงและสัตว์อื่น  คงต้องขอบคุณวิชาเนตรนารีสมัยมัธยมต้นที่ทำให้เธอสามารถก่อกองไฟและทำสมุนไพรพืชกันแมลงได้อย่างไม่มีปัญหา

“ อีกนานไหมนี่ที่หิมะจะตก ” หลิ่งอี้มองภาพพายุหิมะที่ไม่ได้โปรยปรายอย่างสวยงามด้วยแววตาครุ่นคิด  เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้พายุหยุดลงแล้วรีบกลับไปยังชนเผ่า   ไม่นานวายุลักษณ์ก็นอนเอนพิงผนังถ้ำเพื่อนอนหลับพักผ่อนแม้จะไม่ได้ดับกองไฟก็ตามที

สองวันกับการติดอยู่ในถ้ำพร้อมกับลูกเหยี่ยวที่ดูจะมาเป็นสหายเธอได้ไม่ยาก  กรงเล็บแหลมคมสีเหลืองทองเกาะอยู่ที่ปลอกแขนเหล็กของเธอที่ถูกบังคับให้ใส่โดยผู้เป็นครูฝึกเพื่อเพิ่มแรงและความแม่นยำ  ปลอกเหล็กนี้บุรุษทุกคนในชนเผ่าล้วนใส่เว้นแต่ตอนออกล่าสัตว์ที่จะถอดออก  แต่หลิ่งอี้ที่ชินกับน้ำหนักข้างล่ะกงจิน (1  กิโลกรัม)  ยังไม่นับรวมที่ข้อเท้าอีกด้วยและเนื่องเพราะปลอกเหล็กนี้ถูกตีด้วยช่างที่มีฝีมือทำให้มีลวดลายสวยงาม  มีความบางจนอาจดูเหมือนเครื่องประดับทว่ากว้างถึงสี่เซนติเมตรทั้งยังมีสีเทาหม่น  ไร้ประกาย  ซิ่วซิ่นเองก็สวมใส่ไว้ที่ข้อมือข้างหนึ่งตลอดเวลาเช่นกัน  บอกว่าเป็นธรรมเนียมของหญิงสาวที่แต่งงานของชนเผ่า  จะต้องใส่ปลอกเหล็กข้างหนึ่งของผู้เป็นสามี  ส่วนเธอได้รับเป็นกรณีพิเศษในการฝึก

อย่างน้อยเธอก็ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป  แถมหลายครั้งไอ้ปลอกเหล็กนี่ล่ะที่ช่วยไม่ให้เธอข้อมือขาดตอนถูกฝูงสุนัขป่าร่ายล้อม 

หลังพายุหิมะหยุดลง  แม้น้ำจะเหลือเฟือแต่เนื้อนั้นน้อยลงมาก  เธอจึงตั้งใจจะไปหาเนื้อสัตว์เพิ่มเผื่อระหว่างเดินทางกลับ

  สนใจออกไปบินหน่อยไหม เฟยเทียน  飛天 เฟยเทียน  ( แปลว่า ทะยานฟ้า ) เป็นชื่อที่เธอตั้งให้เจ้าลูกเหยี่ยวสหายใหม่ตัวนี้   เห็นอ่านจากตำรามีความหมายที่ดีไม่น้อยและดูมันจะชอบไม่แพ้กัน  สองวันที่ต้องติดอยู่ภายในถ้ำเธอจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสร้างความคุ้นเคยกับเฟยเทียน

มันขานรับเสียงแหลม  ขยับตัวเหมือนเตรียมพร้อมบนปลอกแขนเหล็กของเธอ  หลิ่งอี้ยิ้มเล็กน้อย  กางแขนขวาเสมอไหล่แล้วบิดตัวเล็กน้อย  ก่อนจะใช้แรงส่งที่แขน  ส่งเฟยเทียนโผบิน

เธอมองตามไล่หลังมันแล้วไหวไหล่เล็กน้อย  มันอาจจะกลับไปหาครอบครัวมันหรืออาจไม่กลับมาหาเธออีกเลยแต่เธอไม่มีสิทธิ์เหนี่ยวรั้ง  เพราะเข้าใจว่ามันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแต่เป็นเพื่อนใหม่  ตอนนี้สิ่งที่คิดคือต้องหาเนื้อเพิ่มเสียแล้ว

ครึ่งชั่วยามต่อมา  เธอลากซากกวางที่เหลือเนื้ออีกบางส่วนเพื่อเตรียมกลับเข้าถ้ำ (ฟังดูแปลก ๆ) มันเป็นซากที่ถูกสุนัขป่ากัดแทะแต่ดูเหมือนพวกมันจะหลบหนีอะไรบางอย่างจนทิ้งเนื้อกวางโอชะไว้

ตุบ

วายุลักษณ์วางเนื้อกวางลงหลังพุ่มไม้ในทันทีเมื่อเห็นรอยเลือดเป็นทางยาวมุ่งตรงไปยังถ้ำหลบภัยของเธอ  มือหยาบน้าวคันธนูและลูกศรเพื่อเตรียมพร้อมสถานการณ์ไม่คาดฝัน  ดวงตาสีนิลมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวังจนได้ยินเสียงร้องคุ้นหูจึงวิ่งเข้าไปในถ้ำทันที

“ โว้ว ๆๆ เดี๋ยวเฟยเทียน  ใจเย็น ๆ ”  เธอปรามลูกเหยี่ยวที่กระพือปีกจิกตีกับสุนัขป่าตัวใหญ่ซึ่งกำลังขู่แฮ่  ดวงตาสีฟ้าดุร้ายของมันมองคนทั้งคู่อย่างหวาดระแวง  หลิ่งอี้จับเฟยเทียนพลางยกมือลูกขนยาวในอ้อมแขนเป็นการปลอบปละโลม  มันคงตื่นตระหนกเพราะพบผู้ล่าตัวร้ายจนเกิดการต่อสู้  เธอสำรวจดูแล้วไม่พบว่ามันมีบาดแผลแต่เมื่อมองไปยังสุนัขป่าตัวใหญ่ที่สูงเกือบเท่าเอวของเธอก็ต้องชะงัก

รอยเลือดเป็นทางยาวที่ยังหลั่งรินไม่หยุดทำให้เด็กสาวหน้าซีดเล็กน้อย  ปล่อยให้ลูกเหยี่ยวกระพือปีกไปหยุดอยู่ริมถ้ำแล้วเฝ้ามองสิ่งที่สุนัขป่าตัวใหญ่กระทำไม่วางตา

ผู้มาเยือนตัวร้ายของเธอมีขนสีเงินเงางามสะท้อนแสงสวยแม้จะอาบด้วยเลือด  หางขนาดใหญ่ปัดไปมาพร้อมอาการก้มเลียบางอย่างในอ้อมแขนสลับกับบาดแผลทำให้เธอเห็นชัด

มันคือลูกสุนัขป่าสีเงินอีกตัวที่ดูท่าเพิ่งเกิดได้ไม่นานทำให้แม่ของมันต้องพยายามปกป้องเช่นนี้   ดวงตาสีอำพันใสแจ๋วหันมามองสบเธอพร้อมครางหงิง ๆ อย่างน่าเอ็นดู  เด็กสาวเลื่อนสายตาไปมองเลือดสีแดงสดที่ยังไหลไม่หยุดแล้วเริ่มการโรยสมุนไพรดับกลิ่นคาวเลือดในทันทีก่อนที่ฝูงสุนัขป่าฝูงใหญ่จะตามเจอ  ทั้งนี้ก็เพื่อตัวเธอและแม่ลูกสุนัขป่า

หนึ่งเข็ก (สิบห้านาที) ต่อมา  เธอขยับกายเข้าหามันอย่างระมัดระวังและพบว่ามันหมดสติไปเพราะบาดแผลที่ท้องเสียแล้ว  ลูกสุนัขป่าเดินกระเตาะกระแตะมาหาหลิ่งอี้พลางใช้เท้าเล็ก ๆ เขี่ยตัวเธอเหมือนจะบอกให้ช่วยแม่มันด้วย 

และด้วยเหตุนี้  ผ้าพันแผลจึงถูกนำมาใช้รักษาสุนัขป่าขนเงินตัวใหญ่  ล้างแผลด้วยเหล้าและเย็บด้วยเข็ม  แม้ฝีมือเธอจะไม่เอาอ่าวแต่คงพอห้ามเลือดได้บ้าง   หลังจากนั้นผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดก็ถูกเธอโยนเข้ากองไฟไปเสีย  ปล่อยให้มันนอนพักผ่อนเสียแต่กลายเป็นปัญหาเธออีกเมื่อคงต้องหาน้ำและเสบียงเพิ่ม  จากที่จะไปในวันนี้คงต้องเลื่อนไปก่อนเนื่องเพราะเธอไม่อาจทิ้งสุนัขป่าที่แม้แต่ป้องกันตัวเองยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำไม่ได้จริง ๆ

“ บางทีหนูก็ว่าหนูชอบหาเรื่องใส่ตัวนะคะคุณพ่อ ”  วายุลักษณ์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ แม้จะได้รับอาการไม่ชอบใจจากเฟยเทียนที่มีนักล่าตัวร้ายมาอาศัยอยู่ด้วยแต่มันก็ทำอะไรไม่ได้มาก

และเหมือนซวยซับซวยซ้อน  ในวันที่สามและสี่พายุหิมะก็ตกอีกครั้งจนเธอออกไปไหนไม่ได้    

“ ชู่...อย่าแกะสิ ”  เธอเอ่ยดุสุนัขป่าตัวใหญ่ที่ใช้จมูกสัมผัสผ้าพันแผลลำท่าจะแกะมันออก  มันหยุดแต่โดยดีจนเธออดชมเชยความแสนรู้ของมันไม่ได้  เนื้อที่เตรียมมาจึงถูกแบ่งให้อีกหนึ่งสุนัขป่า  ส่วนเจ้าตัวเล็กดูจะยังเด็กเกินไปกว่าจะกินเนื้อเหนียว ๆ ได้  มันจึงได้ทานนมแม่แทน 

“ โดนล่ามาล่ะสิ  ว่าแต่พวกแกเป็นสายพันธุ์ไหนเนี่ยถึงมีขนสีเงิน ”  พอคิดเรื่องนี้ทีไร  หลิ่งอี้ก็อดเอียงคอมองไม่ได้  ขนสีเงินยาวสลวยเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก  ผิดแต่แม่ของมันมีดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งขณะที่ลูกมีดวงตาสีอำพันแวววาว  แถมเป็นตัวผู้เสียด้วยจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามันโตมาคงสง่างามน่าดู

แฮ่...

มันเอ่ยคำรามในลำคอเล็กน้อย 

ในวันที่ห้าและหกเธอดูแลมันเป็นอย่างดีเพื่อที่กลับไปยังชนเผ่าจะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจ  มันเริ่มยินยอมให้เธอลูบหัวและเล่นกับลูกของมันได้จนเธอเริ่มรู้สึกอยากจะมีสัตว์เลี้ยงจริง ๆ เพราะตอนอยู่โลกปัจจุบันต้องทำงานหนักและเรียนไปด้วยตลอดเวลาทั้งห้องพักที่เช่าอยู่ก็แคบและไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์  ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่เคยเลี้ยงตัวอะไรแม้แต่ชนิดเดียว

และในวันที่เจ็ด   หลิ่งอี้ก็ตัดสินใจที่จะกลับเผ่า  และเช่นเดิม  ออกไปหาอาหารและสมุนไพรเพื่อเตรียมพร้อม 

  วันนี้ฉันจะกลับแล้วนะ  ดูแลลูกของแกดี ๆ ล่ะ ”  เธอยีหัวแม่สุนัขป่าอย่างหมั่นเขี้ยวแล้ววางกวางที่ล่ามาให้พวกมันไว้  ดวงตาสีฟ้าที่เคยเย็นชามีแววอ่อนลง  มันเอียงจมูกดุนที่มือเธอแต่แล้วมันก็ผงกหัวขึ้น  หูสีเงินกระดิกไปมา  แล้วเริ่มส่งเสียงคำรามอีกครา  และนั่นทำให้ทั้งหลิ่งอี้และเฟยเทียนตกใจ 

  เฮ...ใจเย็น ๆ แกยังลุกไม่ได้  อย่า...  เด็กสาวกลืนคำพูดของตนลงคอเมื่อรับรู้ถึงแขกที่มาเยือนโดยไม่คาดฝัน  ฉวยหยิบคันธนูและกระบอกใส่ลูกธนูสะพายไว้ที่หลัง  ดาบโค้งชาวทุ่งหญ้าถูกกระชับมั่น  พลางหมุนตัวไปทางหน้าปากถ้ำ

ฝูงหมาป่าราว ๆ แปดตัวค่อย ๆ เดินออกมาจากพุ่มไม้พร้อมอาการแยกเขี้ยวขู่ที่บอกได้อย่างเดียวว่า   ไม่ได้มาอย่างเป็นมิตรแน่นอน  วายุลักษณ์ปรายตามองสุนัขป่าข้างกายที่หยัดกายลุกขึ้นเล็กน้อย  เอ่ยเปรย ๆ 

“ คู่ปรับแกสินะ ”

กรร 

มันทำเสียงในลำคอขานรับ  ก่อนจะวกหัวเหมือนดุนขาให้เด็กสาวถอยหลังไปรวมกับลูกของมันที่ครางหงิง ๆ พยายามจะเดินมาหาแต่เมื่อสบดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งก็จำต้องถอยแต่โดยดี  และทำให้เธอเข้าใจว่ามันต้องการให้ทำอะไร

  จะฝากให้ปกป้อง ? ” คิ้วเลิกสูง  อดขมวดไม่ได้เมื่อมองไปยังผ้าพันแผลที่พันตัวอีกฝ่าย  แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยัน  เธอจึงถอยไปแต่โดยดีเพราะใช่ว่าจะโชคดีเหมือนครั้งแรกที่รอดจากฝูงสุนัขป่ามาได้  แต่เปลี่ยนอาวุธเป็นคันธนูเพื่อให้สามารถสนับสนุนแม่หมาป่าข้างหน้าอย่างไม่มีปัญหา

พวกมันมองกันอย่างหยั่งเชิงกันเล็กน้อย  ก่อนจะกระโจนเข้าหากันอย่างรวดเร็ว  ด้วยความที่มีขนาดใหญ่กว่าทั้งยังว่องไวกว่า  สุนัขป่าสีเงินกัดเข้าที่คอของหมาป่าที่พุ่งเข้ามาตัวแรกอย่างแรงจนเลือดพุ่งกระฉูด   หลิ่งอี้กัดปากเล็กน้อย  ตัดใจยิงสนับสนุนโดยฆ่าสุนัขป่าที่อาการปางตายเสีย  อย่างน้อยก็ขอเธอช่วยให้พวกมันไม่ทรมาณมากนักก็ยังดี

เวลาผ่านไป  ด้วยอาการบาดเจ็บและถูกรุมทำให้ในที่สุดมันก็พลาดท่าถูกกัดเข้าที่หลังคอบ้าง  และสุนัขป่าที่เหลือราวห้าตัว  สองตัวกระโจนเข้ามาภายในถ้ำ  มองลูกสุนัขป่าเหมือนหมายมาดด้วยสายตาที่มองเป็นเหยื่อ 

เธอหรี่ตาลงเล็กน้อย  เปลี่ยนอาวุธเป็นดาบโค้งสองมือ 

เอ๋ง ! 

เสียงสุนัขป่าตัวหนึ่งร้องเมื่อถูกเธอหวดใส่ด้วยด้ามดาบ  แต่มันยังไม่ยอมแพ้  ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาอีกครั้ง  และด้วยเหตุที่เธอจ้องตากับมันทำให้รู้สึกตัวช้าไปเมื่อสุนัขป่าอีกตัวเล็งเป้าหมายไปที่เจ้าตัวเล็ก

กีซ !

เฟยเทียนส่งเสียงร้อง  กระพือปีก  โฉบจิกให้กรงเล็บอันแหลมคมโจมตีจุดอ่อนที่ใบหูอย่างแรงจนมันต้องเบี่ยงทิศทาง  และเพียงเธอละสายตาหันไปมองความปลอดภัยของลูกสุนัขป่า  หมาป่าที่จ้องเธอก็กระโจนเข้าหาทันที

อั่ก !

เอ๋ง !

สองเสียงดังประสาน  เด็กสาวกัดฟันกรอดเมื่อมือของเธอถูกกัดกว่าครึ่งฝ่ามือจนชุ่มด้วยเลือดเพราะปัดลูกสุนัขป่าด้านหลังให้ออกไปด้านข้าง  และใช้มือหยุดปากของคู่อริตรงหน้า  และถึงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจว่าจะให้มือเธอขาดแล้วเสียเลือดจนตายหรือจะเอาตัวให้รอด 

เธอขอเอ่ยขออโหสิเบา ๆ มืออีกข้างจับอาวุธมั่น  ตวัดดาบปาดคอหอยมันอย่างเฉียบขาดที่สุดเพื่อไม่ให้มันได้ทรมาณนาน  ปากชุ่มไปด้วยเลือดค่อย ๆ อ้าออก  เปิดโอกาศให้เธอดึงมืกลับ  แล้วขับไล่หมาป่าภายในถ้ำอีกตัวให้ออกไป 

เด็กสาวกระโจนไปช่วยแม่สุนัขป่าที่ถูกรุมจนเลือดอาบขนสีเงินเนื่องเพราะพลาดจากการหันมามองดูพวกเธอในทันที  ยิงธนูไปอีกหลายดอกพลางพยายามเรียกความสนใจจากพวกมันให้มาที่เธอ

กรร

และเพราะจำนวนพรรคพวกที่บาดเจ็บ  นักล่าที่เหลือจึงยอมจากไปแต่โดยดี  เธอทรุดนั่งข้างตัวเจ้าของขนสีเงินที่นอนหมอบด้วยอาการเหนื่อยหอบไม่ต่างจากมัน  พยายามห้ามเลือดที่มือตัวเองและตัวอีกฝ่ายทว่าไม่ว่าทำเช่นไร  เลือดที่ตัวมันก็ไม่หยุดแม้แต่น้อยจนเธอใจสั่น  ความผูกพันที่นั่งเล่น  ป้อนอาหารและลูบศีรษะมันยังจำได้ดี 

พยายามกดห้ามเลือดเข้าไปแต่มันก็ยังไม่หยุด

“ เฮ้...แกตายไม่ได้นะ  ถ้าแกตายใครจะดูแลเจ้าตัวเล็กล่ะ ”

หงิง

มันดุนจมูกกับมือเธอเหมือนเป็นคำตอบ   เฟยเทียนร่อนถลาลงข้างกายเธอแล้วจิกที่ตัวของแม่สุนัขป่าบ้าง  ด้วยเหตุใดคู่อริถึงไม่ตอบโต้เล่า ? ลูกสุนัขป่าดวงตาสีทองก็ขยับกายมาหาผู้เป็นแม่เช่นกัน  ใช้หัวเล็ก ๆ ดุนร่างใหญ่ให้ลุกขึ้นแต่ไร้ประโยชน์     

“ จะให้ฉันดูแลลูกแก ? บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่ได้มีอาหารการกินอะไรดีนักหรอก ”  เธอหัวเราะหึ ๆ ในลำคอด้วยน้ำเสียงต่ำ ๆ แล้วมองสบดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งที่มองเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนขอคำสัญญา  น้ำตาเริ่มคลอที่ตาของเธอแต่ก่อนที่มันจะไหล  เธอก็รีบหลับตาลง  สูดลมหายใจเข้าให้ลึก ๆ แล้วยิ้มสบาย ๆ อ่อนโยนให้ 

“ ได้...ฉันจะดูแลมันเอง  ไม่สิ  ต้องตั้งชื่อ ให้มันชื่อ หลิงเซิง แล้วกันนะ  ดังนั้น...( 凌生 หลิงเซิง แปลว่า ถือกำเนิดจากน้ำแข็ง ) หลิ่งอี้ลูบหัวมันเบา ๆ อีกครั้งแล้วเอ่ย “  หลับให้สบายเถอะ ”

เปลือกตาสีเงินค่อย ๆ ปิดบังดวงตาสีฟ้านั้นลง  เสียงลูกสุนัขป่าหอนยาวนาน  นานกว่าชั่วยามที่พวกเธอนั่งอยู่ตรงนั้น  ดูร่างของมันที่นอนบนน้ำแข็งอย่างนิ่ง ๆ จนในที่สุดเธอก็สงบสติอารมณ์ได้  ตัดสินใจโอบอุ้มร่างขนาดใหญ่นั้นขึ้นมาแล้วเดินไปยังหน้าปากถ้ำ   ใช้ทั้งสองมือและอาวุธขุดดินขึ้นมา  เลือดของเธอหยุดไหลแล้ว  แม้ต้องแก้ผ้าพันแผลไหมแต่ในที่สุด  หลุมลึกราวครึ่งผิงได้ (1 ผิง เท่ากับประมาณ 3.3 เมตร) ก็ถูกขุดสำเร็จ 

เด็กสาววางร่างมันลงในหลุมอย่างทะนุถนอม  และใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการอุ้มลูกสุนัขป่ากับลูกเหยี่ยวเดินตระเวนหาดอกไม้สักกำ  ใช้ดินและน้ำแข็งกลบฝังร่างของมันเสียแล้ววางช่อดอกไม้แห้ง ๆ นั้นลง

  ฉันจะดูแลมันเท่าที่จะทำได้ ”  เธอทรุดนั่งลง  วางหลิงเซิงลงบนตักแล้วลูบหัวมันเป็นการปลอบใจแล้วยิ้มให้กับหลุมฝังศพนั้น  เอ่ยขำ ๆ แต่จริงจัง “  ดังนั้นแกก็อย่าลืมดูแลมันด้วยล่ะเผื่อบางทีฉันเผลอ...คุ้มครองมัน...ไม่ทำให้มันถูกรังแกแบบนี้อีก  อีกสองวันพวกฉันก็จะไปแล้ว  แล้วจะพยายามกลับมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ ” 

วันที่เจ็ด เธอรักษาแผลที่มือและใช้น้ำนมแพะผสมน้ำผึ้งในกระบอกไม้ไผ่ที่พกติดตัวมาคอยป้อนแทนนมให้หลิงเซิงกิน   มันดูหงอยลงไปถนัดตา  ดังนั้นเธอจึงพยายามละเล่นกับมันบ่อย ๆ และสร้างความคุ้นชินให้กับมันแทนแม่ของมันที่ตายไป 

วันที่แปด  ของทุกอย่างล้วนเตรียมเรียบร้อย  เธอที่ทำใจทิ้งลูกสุนัขป่าอย่างหลิงเซิงไม่ได้จึงหอบหิ้วมันเดินทางไปด้วย  เฟยเทียนที่บินวนไม่ห่างจากเธอ  มีบ้างที่มันโผบินขึ้นสูงและคอยเตือนภัยให้หลิ่งอี้เป็นระยะ ๆ ยิ่งทำให้เธอเอ็นดูในความฉลาดแสนรู้ของพวกมัน

ทางระหว่างป่าและที่ตั้งชนเผ่าซู่ไช่ใช้เวลาม้าเดินราว  ครึ่งชั่วยาม  แต่หากเร่งสุด ๆ คงราว ๆ สองเข็ก ( หนึ่งเข็กประมาณสิบห้านาที)  แต่สำหรับเธอแล้ว  ต้องเดินเท้าและต้องคอยฝึกหัดให้หลิงเซิงวิ่ง  เดินให้คล่อง ๆ คงหลายชั่วยามเลยทีเดียว

เท่านั้นไม่พอ  เมื่อเธอกลับมายังชนเผ่าได้กลับพบว่ามีคนกำลังจะจัดงานศพให้เธอซะงั้น  เล่นเอาไม่รู้ว่าเธอจะโกรธหรือขำดีเนี่ย

“ ท่านพี่ต้องเล่าให้ข้าฟังนะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ”  ฟางเซียนรบเร้า  กอดเอวผู้เป็นพี่สาวแนบแน่น  หลิ่งอี้หัวเราะในลำคอ  ขานรับอย่างอารมณ์ดี 

“ รู้แล้ว ๆ พี่จะเล่าทุกอย่างให้เซียนน้อย (นางฟ้าน้อย) ของพี่ฟังโดยไม่ปิดบังเลย ” 

“ ดี ๆ ”  เด็กสาวแย้มยิ้มกว้าง  เท้าคางนอนบนพรมขนสัตว์อย่างสุขใจ

 

 

อีกด้านหนึ่งของชนเผ่า  ชายหนุ่มในชุดขาวสง่างามกำลังเล่นหมากขาวดำกระดานหนึ่ง  หนึ่งนั้นแย้มยิ้มพรายเจ้าเล่ห์เหมือนพบอะไรบางอย่างน่าสนใจ   อีกหนึ่งมีใบหน้าราบเรียบเย็นชา  นิ้วเรียวแกร่งอย่างคนจับดาบคีบเม็ดหมากวางอย่างเฉียบขาด  หลังจากนั่งเล่นมานานผลปรากฏคือเขาชนะ

  ว้า...เจ้าชนะข้าอีกแล้ว หย่งฉี ”    

  ถ้าเจ้าตั้งใจจะเล่น  เจ้าก็ชนะได้ไม่ยาก ไห่หลง  เสียงทุ้มเย็นชาดังจากริมฝีปากบางเฉียบของคุณชายตระกูลจง 

  ชนะอย่างเดียวมันก็น่าเบื่อน่ะสิ  อีกอย่างข้าแค่เล่นคลายเครียดเท่านั้น ”  ไห่หลงฉีกยิ้ม  โบกพัดในมือไปมาแล้วรับถ้วยชาจากเอินหมิง  และนี่ทำให้หย่งฉีรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง  เด็กหนุ่มหรี่ตามอง 

 เจ้าเจอคนที่น่าสนใจ ? ” สิ้นเสียงนั้นถาม  คนพบก็หัวเราะลั่น   เมื่อนึกไปถึงท่าทางของผู้คนในยามซื่อ (เวลาตั้งแต่ 9:00 .จนถึง 10:59 .) เด็กสาวที่ถูกจัดงานศพให้โผล่มาจากไหนไม่ทราบพร้อมลูกสุนัขป่าขนเงิน  ก่อนจะทำหน้างงและถามอย่างแปลกใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น  แถมยังยิ้มเจื่อนตอนถามว่าใช่งานศพตัวเองหรือเปล่า ?  เล่นเอาทั้งหมดมองกันเหมือนเห็นผีเลยทีเดียว

  เจ้าไม่ได้ร่วมงานพิธีเมื่อสาย...  เด็กหนุ่มเหยียดยิ้มเย็น 

  มันไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องผูกมิตร ” 

  แต่ถ้าเจ้าไป  เจ้าจะต้องถูกใจนางเหมือนข้าแน่ ”  ไห่หลงอมยิ้ม  เขาเห็นแวบ ๆ เท่านั้นเพราะแต่ละบุคคลต่างพากันไปรุมล้อมนางเสียจนไม่มีโอกาศได้ทักทาย  เขาออกจะสนใจวิธีการเอาตัวรอดภายในป่าถึงแปดวันของนางไม่น้อย   แถมวิธีการอย่างคนชาญฉลาดที่มักรอบคอบเสมอบ่งบอกเรื่องดีได้ว่าเขาและสหายอาจได้เพื่อนใหม่ 

...... 

“ และข้าคิดว่าครั้งนี้... ” รอยยิ้มเหยียดเจ้าเล่ห์อันคุ้นตาของไห่หลงทำให้หย่งฉีเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้  รับรู้ได้ว่าครั้งนี้คุณชายตระกูลเฮ่าเอาจริง “ ...เราน่าได้สหายใหม่ที่น่าสนใจไม่หยอก...หากนางผ่านการทดสอบของข้า ” 

หย่งฉีมองนิ่ง ๆ ขึ้นชื่อว่าการทดสอบของเพื่อนตนย่อมไม่ใช่ง่าย ๆ ...เพราะเขาเองก็โดนมาแล้ว

 

 

อารมณ์ที่คุณแม่หมาป่าตายยังไม่ค่อยอินนัก  แล้วจะรีตอนเปิดบทความใหม่  เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 65 : สายลมจ้าวหัวใจ บทที่ 3 ลูกสุนัขป่าและลูกเหยี่ยว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9127 , โพส : 35 , Rating : 15% / 48 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 35 : ความคิดเห็นที่ 7303
ถามนางเอกซักคำรึยังว่าอยากเป็นเพื่อนด้วยรึเปล่า -*-
ปล.นางเอกเจ๋งมากค่า
Name : Menight * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Menight * [ IP : 1.20.159.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มิถุนายน 2558 / 11:22
# 34 : ความคิดเห็นที่ 6222
สนุกซ่ะแล้วสิ หึหึ
Name : _White_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ _White_ [ IP : 1.47.139.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2558 / 18:02
# 33 : ความคิดเห็นที่ 6131
ค่า จะยังรอต่อไป สนุกมาก
Name : oum [ IP : 1.46.80.121 ]

วันที่: 12 มีนาคม 2558 / 15:44
# 30 : ความคิดเห็นที่ 5123
เป็นกำลังใจให้นะคะ ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตาม จะรอนะคะ^^
Name : ฟันวี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฟันวี [ IP : 223.206.189.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ธันวาคม 2557 / 17:18
# 32 : ความคิดเห็นที่ 5115
5555 ชอบนางเอกแบบนี้จัง
FCหลิ่งอี้ค่ะ>o
Name : พีช [ IP : 49.230.142.129 ]

วันที่: 14 ธันวาคม 2557 / 12:54
# 31 : ความคิดเห็นที่ 5113
5555 ชอบนางเอกแบบนี้จัง
FCหลิ่งอี้ค่ะ>o
Name : พีช [ IP : 49.230.142.129 ]

วันที่: 14 ธันวาคม 2557 / 12:51
# 29 : ความคิดเห็นที่ 4920
สนุกมากกกกก
PS.  ทุกอย่างมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับ ราตรีที่มืดมิดแต่กลับสวยงามอย่างประหลาด ซึ่งมันแล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเท่านั้นของมันเท่านั้น เช่นเดียวกับความรัก ที่มีทั้ง ความทุกข์และความสุข
Name : ธิดาหิมะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ธิดาหิมะ [ IP : 125.25.69.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2557 / 17:14
# 28 : ความคิดเห็นที่ 4691
สนุกมากๆเลยค่ะ อยากบอก
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!
อยากอ่านต่อแย้งวววววว
PS.  ฉันเคยสงสัย ไ่ก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันน้าา อาจจะเป็นไก่ เอ๊ะ หรือว่าเป็นไข่กันแน่ แต่ ช่างมันเถอะเนอะ เพราะสุดท้าย ไก่กับไข่ก็ลงท้องฉันหมดอยู่ดี อิๆๆๆๆ
Name : ชิงช้า ชิงชิง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ชิงช้า ชิงชิง [ IP : 124.121.106.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กันยายน 2557 / 17:00
# 27 : ความคิดเห็นที่ 4498
รออัพสายลมเจ้าหัวใจอยู่นะคะสมุกดี แต่ไรท์หายไปนานมากเลยง่ะ แต่ก้อรอนะคะ *^o^*
Name : Ratiya Kanmay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ratiya Kanmay [ IP : 61.19.231.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2557 / 09:34
# 26 : ความคิดเห็นที่ 4349
เรื่องสายลมเจ้าหัวใจ เรื่องนี้แวะเข้ามาอ่านบ่อยมากเลย ชอบสุดๆ อยากให้ไรท์เปิดบทความเลยค่ะ ไม่ต้อง 10บทก็ได้ เพราะมันค้างมากกกกก สนุกสุดๆเลยค่ะ :)
PS.   มี-ความ-สุข
Name : หนอนไหม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนอนไหม [ IP : 171.98.238.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2557 / 19:39
# 25 : ความคิดเห็นที่ 3971
รอให้ไรท์ อัพสายลมจ้าวหัวใจ อยู่เน้อ สู้ๆๆนะไรท์
Name : mysername < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mysername [ IP : 101.51.252.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มิถุนายน 2557 / 11:20
# 24 : ความคิดเห็นที่ 3843
Name : NoeyNoei < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NoeyNoei [ IP : 49.230.145.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มิถุนายน 2557 / 19:57
# 23 : ความคิดเห็นที่ 3819
สนุกค่า
สนุกทุกเรื่องเลย อย่าลืมอัพต่อน้า ติดตามแน่นอนค่า
Name : yuu [ IP : 171.96.242.179 ]

วันที่: 14 มิถุนายน 2557 / 23:10
# 22 : ความคิดเห็นที่ 3813
ไรท์ อัพเรื่องวอดก้ากับพอลด้วยนะ(พอลทำให้ฟินมากค่า)
Name : พรหมพร ตันธนสมบัติ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พรหมพร ตันธนสมบัติ [ IP : 14.207.218.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มิถุนายน 2557 / 10:02
# 21 : ความคิดเห็นที่ 3797
อ๊าาาา ค้างมาก ตอนนี้ลุ้นกับเศร้า หมาป่าน้อยดูแลวายุดีๆน๊า (ที่ไม่เรียกชื่อจีนเพราะจำไม่ได้ ฮ่า ก็มันยากอ่า!)
PS.  ตราบใดที่ยูแจซอกยังไม่ตาย...ไม่ได้เห็นตัวจริงของซงจีฮโย...ไม่ได้จับกล้ามของคิมจงกุก...รันนิ่งแมนยังไม่สูญสลาย...คิมดงจุนคนนี้จะไม่ยอมตายเด็ดขาด!!!(คิมดงจุนชื่อเกาหลีของตัวเองน่ะแฮะๆ=..=;)
Name : คิมดงจุน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิมดงจุน [ IP : 1.47.83.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2557 / 16:52
# 20 : ความคิดเห็นที่ 3796
อยากอ่านต่ออะค่ะ สนุกมากๆมาอัพต่อไวๆนะค่ะ
PS.  อ่านแล้วเม้น เป็นนิสัยของเพื่อนชาวเด็กดีจ้า
Name : ในนามแห่งนักฆ่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ในนามแห่งนักฆ่า [ IP : 125.27.178.14 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2557 / 16:42
# 19 : ความคิดเห็นที่ 3794
อ๊ายยยยย มาต่อเร็วๆนะค๊าาาาา
PS.  ขมวดคิ้วมุ่งมันเสมอ แกว่งหมัดเหมือนการภาวนา นั่นคือ วองโกเล่เดชิโม่
Name : VpupinaV < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ VpupinaV [ IP : 49.49.22.72 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 22:40
# 18 : ความคิดเห็นที่ 3792
หนุกทุกเรื่องเลยค่ะ
PS.  👿💕👼 Y 😇💝😈วายคือชีวิต ^-^++++*-*
Name : ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้เกลียดชังต่อพระเจ้า [ IP : 171.6.232.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 19:23
# 17 : ความคิดเห็นที่ 3789
งื้อ~~ เราชอบเรื่องจริงจัง อยากจิให้มาต่อไวๆจัง~~
สนุกมากเลย ขอบคุณน้า ไรท์สู้ๆ แฮ่ๆ ^^//
Name : ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ [ IP : 171.96.240.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 18:47
# 16 : ความคิดเห็นที่ 3788
หนุกๆๆๆๆ เปนกำลังใจให้ค่ะ
PS.  ล้านถ้อยคำรักที่ฉันพร่ำบอก ก็อาจเป็นเพียงแค่ลมเท่านั้น
Name : Zixga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zixga [ IP : 1.10.213.66 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 18:46
# 15 : ความคิดเห็นที่ 3781
เปิดเลยๆ สนุกดี จะรอติดตามจ้าา
Name : kp-plue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kp-plue [ IP : 101.109.206.236 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 17:14
# 14 : ความคิดเห็นที่ 3777
เป็นกำลังใจให้ไรท์จ้า

นางเอกเรานี่เจ๋งจริงๆ

ต่อไปจะทำไรให้คนทึ่งอีกนะ

ตามๆ
PS.  ทุกเวลา ทุกนาที ทุกวันเดือนปีนั้นมีค่า อย่าปล่อยเลยไปทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรกับมัน
Name : bigbowka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbowka [ IP : 171.99.228.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 16:53
# 13 : ความคิดเห็นที่ 3775
สนุกมาก!!! อัพต่อไวๆนะ กำลังค้างเลย
Name : ความโชคร้ายที่มีตัวตน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ความโชคร้ายที่มีตัวตน [ IP : 1.47.37.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 16:31
# 12 : ความคิดเห็นที่ 3773
สนุกมากอ่ะค่ะ รีบๆแต่งเพิ่งนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ :')
Name : mysername < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mysername [ IP : 101.51.39.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 15:56
# 11 : ความคิดเห็นที่ 3771
สนุกดีอะ รีบๆแต่งอีกนะอิอิ
Name : คนผ่านมา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนผ่านมา [ IP : 61.90.94.186 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 13:21
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android