คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ)

ตอนที่ 84 : บทที่ 69 อันตราย...ต่อหัวใจ 100% อ่านประกาศหน่อยน้า ไม่งั้นพลาดของดี อิๆ


     อัพเดท 22 ส.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สาวหล่อชื่อแอลกอฮอล์ล, หนุ่มหล่อชื่อเป็นขนมหวาน, โรงเรียนเวทมนตร์, ตัวตนที่แท้จริง, รัก ๆ
ผู้แต่ง : Mr. AB ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr. AB
My.iD: https://my.dek-d.com/cardinalfan
< Review/Vote > Rating : 97% [ 90 mem(s) ]
This month views : 2,954 Overall : 679,684
15,918 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7630 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 84 : บทที่ 69 อันตราย...ต่อหัวใจ 100% อ่านประกาศหน่อยน้า ไม่งั้นพลาดของดี อิๆ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13308 , โพส : 158 , Rating : 14% / 137 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่  69 อันตราย...ต่อหัวใจ (ใครมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ อย่าเข้า...หรือเปล่าหว่า ? )  35%

 

 

 

“ เฮ้ย ๆๆ ไดซ์ ไหวหรือเปล่าเนี่ย ”  วอดก้าทำตาเหลือกเมื่อร่างสูงเอนเอียงโซเซ  ทำท่าจะกลับไปนอนวัดพื้นทุกเมื่อจนเขาตกใจ  

 

วอดก้ารีบพยุงรูมเมทหนุ่มไปนอนบนเตียงหนานุ่มที่คงสั่งทำพิเศษ  พอจะลุกไปหาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาอีกฝ่ายกลับถูกคว้าข้อมือไว้  และดึงอย่างแรงไปหาเจ้าของ

 

ตุบ

 

“  ไปไหน...”  นักบวชหนุ่มทำตาปริบ ๆ เมื่อร่างที่นอนอยู่กลายเป็นลุกนั่งตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ทำให้ตัวเขาเซมานั่งตักอีกฝ่ายอย่างเบลอ ๆ มือหนาร้อนผ่าวสวมกอดเข้าจากด้านหลัง  คางกว้างเกยไหล่หนาแต่ตัวเล็กกว่าเขาอยู่โขพลางกระซิบเสียงพร่า

 

คนที่มีภูมิต้านทานออร่าและพลังอันล้นหลามของอีกฝ่ายเริ่มติดสตันท์ 

 

“  จะ...จะไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้  กอดทำไมเนี่ยไดซ์  ไม่ร้อนหรือไง ”  ถามอย่างมึน ๆ พลางแกะมือของอีกฝ่ายออก  ทว่าวงแขนนั้นก็รัดแน่นขึ้น  ทำให้นักบวชหนุ่มต้องเพิ่มความอันตรายของเจ้าชายหนุ่มขึ้นอีก  นอกจากจะมือไวแล้วมือยังเหนียวอีกด้วย

 

“  เย็น...ตัวนายเย็น  น่ากอด ”  เจ้าตัวตอบแทบคำเว้นคำทว่าความหมายสุดท้ายทำเอาคนถูกกอดนิ่งค้างเมื่อรับรู้ถึงอาการของหัวใจที่เริ่มเต้นถี่ขึ้นทีละนิดทีละนิด  แต่ก็ยังแจกแจงอย่างใจเย็น

 

“  แต่ถ้านายไม่เช็ดตัวสักหน่อยจะรู้สึกรำคาญเอา  ฉันไปหาผ้าแป็บเดียวเอง  ฉันเองก็รู้สึกเหนียวตัวด้วย ” 

 

“  อยากอาบน้ำ ? ”  ถามสั้น ๆ

 

“  อืม ” 

 

“  ... วาเซนีม ” 

 

ซ่าาาาาา

 

“  เฮ้ยยยยย ”  วอดก้าร้องลั่นตำหนักเมื่อสายน้ำผุดจากอากาศก่อนตกใส่หัวเขาและเจ้าชายหนุ่มเข้าเต็ม ๆ ทั้งยังเพิ่มปริมาณจนถึงเข่าอย่างรวดเร็วบ่งบอกพลังมหาศาลของชายหนุ่ม  ทั้งที่เพิ่งเสียพลังเวทไปกับการสร้างเกราะป้องกันเมือง 

 

“  พอแล้วไดซ์ ! พอแล้ว !

 

เจ้าชายหนุ่มหยุดตามคำขอก่อนกำชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

 

“  ...... ” 

 

“  ให้ตายเถอะ ”  เขาแทบยกมือก่ายหน้าผากผิดแต่ได้ยินเสียงกระดิ่งซึ่งอยู่หน้าตำหนักที่จะทำการสั่นยามมีคนต้องการติดต่อบางอย่าง  เสียงนางกำนัลหลายสิบคนดังขึ้นพร้อมกันจนดังมาถึงข้างใน

 

“  ขออภัยเจ้าค่ะท่านเทพ  หม่อมฉันได้ยินเสียงท่านเทพ   มีสิ่งใดให้พวก หม่อมฉันรับใช้หรือไม่เพคะ ? ” 

 

สิ้นเสียงถาม  วอดก้าที่กะจะตะโกนตอบก็ตัดสินใจเดินไปที่ประตูตำหนักเพื่อเปิดให้น้ำในห้องไหลออกไปด้วย  แต่ว่าพาราไดซ์ก็ยังเกาะเอวเขาไม่ปล่อย  หลายนาทีที่พยายามแงะออก  สุดท้ายเขาก็จนใจ  จนได้ยินเสียงนางกำนัลตะโกนอีกรอบนั่นล่ะ  จึงต้องออกไปทั้งสภาพเปียก ๆ และมีร่างสูงกอดที่เอว  เอาหน้าฟุบไหล่อยู่

 

แอ๊ดดดด

 

ซ่า !

 

“ ว้าย !  ”  นางกำนัลทั้งหลายอุทานเมื่อสายน้ำทะลักออกมาจากภายในตำหนักเล็กแต่หรูหราและเต็มไปด้วยของมีค่ามากมายเพื่อแขกกิติมศักดิ์  แต่นอกจากจะอุทานเพราะสายน้ำที่ไร้ที่มาแล้ว  สภาพของคนที่ออกมากลับชวนให้น่าตกใจกว่าหลายเท่า

 

ติ๋ง  ติ๋ง

 

เสียงหยาดน้ำไหลไปตามใบหน้าขาวคมคาย  ก่อนร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง  ตกสู่ผืนน้ำตื้นเขินเบื้องล่าง  ผู้ที่อยู่แรกสุดคิ้วขมวดมุ่น  นัยน์ตาสีม่วงแดงหรี่มองลงน้อย ๆ ก่อนหลุบตาต่ำให้เห็นหยาดน้ำที่เกาะพราวบนขนตาแพหนาสีดำสนิทดุจดั่งขนกา   แก้มขาวขึ้นสีเลือดฝาดน้อย ๆ มีชีวิตชีวา  ริมฝีปากแดงอิ่มเริ่มเอื้อนเอ่ยสำเนียงแปลกหูน้อย ๆ ทว่ายังดังก้องและคงความไพเราะ  เสนาะหูดังเดิม

 

“  มีอะไรหรือเปล่า ? ส่วนน้ำนี่ไม่ต้องตกใจ  แค่มีความผิดพลาดนิดหน่อย  ข้าวของก็ไม่เสียหาย ” 

 

“  ม...พวกหม่อมฉันเพียงมาปรนนิบัติท่านเทพตามรับสั่งขององค์ฟาโรห์เพคะ ”  นางกำนัลที่อยู่แรกสุดเอ่ยตะกุกตะกัก

 

“ งั้นหรือ  ช่างเถอะ  พรุ่งนี้เช้าหากมีอันใดก็ช่วยมาเรียกพวกข้าด้วย  ส่วนปรนนิบัติรับใช้ก็ไม่จำเป็น  พวกข้าจะพักผ่อนแล้ว ”  

 

“  ข...เข้าใจแล้วพ...เพคะ”  ถึงปากจะตอบ  ทว่านัยน์ตาของนางกำนัลทั้งหมดกลับจับจ้องที่มือขาวของเทพเจ้าองค์ที่สอง  ซึ่งมือหนาโอบกอดเอวบางของเทพเจ้าบาสต์เอาไว้ไม่ปล่อย  เจ้าของนัยน์ตาคมดุสีม่วงสวย  ปรือตามองพวกนางนิด ๆ ก่อนซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ลำคอของเทพหนุ่มองค์แรก

 

“ เซส...ปล่อยข้าได้แล้ว ”  วอดก้าใช้หลังมือเคาะแขนชายหนุ่มเบา ๆ ทว่าอีกฝ่ายกลับปฏิเสธเสียงนิ่ง

 

“  ไม่ ” 

 

“  เซส...”  วอดก้าเสยผมตัวเองขึ้นเผยนัยน์ตาเนตรคู่สวยที่เริ่มคมดุ  สร้างความประหวั่นใจให้เหล่านางกำนัลทั้งหลาย  ที่ถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อเทพแห่งงานเฉลิมฉลองนั้นไร้รอยยิ้ม  ทั้งหมดกดใบหน้าลงต่ำโดยไม่รู้ตัวและเหมือนวอดก้าจะรู้สึกได้   จึงลดบรรยากาศที่อึดอัดลงด้วยการระบายรอยยิ้มจาง ๆ

 

“  ขอบใจพวกเจ้ามาก  พวกข้าขอพักผ่อนก่อน  แล้วพบกันพรุ่งนี้เช้า  ” 

 

“  เพคะ ”  ประตูตำหนักเลื่อนปิดโดยไม่มีผู้ใดแตะต้อง  บังแผ่นหลังของร่างสูงใหญ่ที่กอดกระชับบุรุษที่ตัวเล็กกว่าอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม  ท่านเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์คล้ายดุบางอย่างกับผู้เป็นสหาย  เทพสงครามซึ่งฉีกยิ้มเบาบางหยอกเย้ารับ   แลดูเหมาะสมอย่างยิ่ง

 

จนเมื่อนางกำนัลทั้งหลายคิดว่าอยู่ห่างจากตำหนักแขกกิติมศักดิ์แล้ว  พวกนางก็หลุดท่าทางกรีดร้องโดยไร้เสียงออกมา

 

อ๊ายยยยยยย 

 

มีเรื่องเม้าท์แล้ว

 

 

 

 

 

เช้านี้เจ้าชายหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยอาการวิงเวียนและปวดหัวตุบ ๆ อย่างที่เขารู้สาเหตุเป็นอย่างดีว่าเพราะอะไร  คงไม่พ้นน้ำองุ่นเมื่อคืนนั่นล่ะ และเพราะอาการปวดหัวเขาจึงไม่คิดแม้แต่จะลืมตาขึ้นม   กอดรัดความอบอุ่นข้างลำตัวให้แน่นขึ้นและความอบอุ่นนั้นก็ขยับกายซุกไซ้ตัวเขาไม่ต่างกัน

 

“  ไดซ์...” 

 

“  ...... ” 

 

“  ไดซ์...” 

 

“  ...อืม ”  เจ้าตัวครางรับหลังได้ยินชื่อตนเป็นครั้งที่สองพร้อมแรงเขย่าปลุกน้อย ๆ ทว่าเจ้าชายหนุ่มก็ไม่คิดลืมตาตื่น

 

“  ไดซ์...นายรังแกฉัน ” 

 

“  !!! ” 

 

โครม !

 

เพียงอีกประโยคที่กระซิบแผ่วเบา  แม้ตอนแรกสมองจะยังประมวลผลช้ากว่าปกติ  แต่ไม่นานมันก็เข้าที่เข้าทางทำเอาคนหลับตื่นเต็มตา  ดีดตัวออกจากที่เดิมจนตกเตียงอย่างหมดท่า   ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนอีกคน

 

นัยน์ตาสีม่วงคมตวัดมองอีกฝ่ายทว่าเมื่อเห็นสภาพอีกฝ่ายเต็มตา  น้ำเสียงที่กำลังพูดก็เลือนหายยามเห็นชายหนุ่มในสภาพเปลือยท่อนบน  มีรอยจุมพิตที่ต้นคอและไหล่ขาวไล่เรื่อยมายังแผงอกนิด ๆ  นัยน์ตาสีม่วงแดงปรือน้อย ๆ คล้ายคนที่ยังไม่ค่อยได้นอน  เส้นผมสีน้ำตาลแดงทองยาวสลวยเป็นประกายยุ่งเหยิงไม่น้อย  ทำให้คนที่คิดว่าถูกหลอกตอนแรกสติหลุดลอย  ยิ่งก้มมองสภาพตัวเองที่เปลือยอกไม่ต่างจากอีกฝ่ายแม้ส่วนล่างจะยังคงอยู่ยิ่งทำให้เจ้าชายหนุ่มรู้สึกสับสนทันใด

 

หรือว่า...ตอนเขาเมาเขาเผลอทำอะไรลงไป

 

“  ไปเถอะ  ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว ”  เปลี่ยนอาภรณ์ที่สวมกายปิดบังรอยที่ไหล่พลางเสยผมไปด้านหลังเล็กน้อย  ก้าวเดินอย่างมั่นคงออกจากตำหนักทำให้เจ้าชายหนุ่มต้องรีบทำตามอย่างช่วยไม่ได้  เพราะต้องการความหมายในสิ่งที่วอดก้าบอก

 

“  เมื่อคืนบรรทมสบายหรือไม่พะย่ะค่ะ ”  โหรหลวงโฟรรีสกล่าวทักทายเทพทั้งสองในยามเช้าด้วยรอยยิ้ม  ทว่าวอดก้าส่ายหน้าน้อย ๆ

 

“ สบายน่ะก็สบายอยู่  ท่านโฟรรีส  ผิดแต่ข้าแทบไม่ได้นอนเลยน่ะสิ  ”  นัยน์ตาคู่สวยปรายมองเจ้าชายหนุ่มที่ตามมาติด ๆ ทันฟังประโยคโต้ตอบของเขา   คิ้วหนาขมวดพลันทว่าเพราะมีผู้คนอยู่มากทำให้พาราไดซ์ไม่สะดวกที่จะถาม

 

“  ที่พักไม่ดีพอหรือพะยะค่ะ ”  โหรหลวงชรารีบถามด้วยเกรงผู้เป็นเทพจิพอใจ  เทพหนุ่มหัวเราะน้อย ๆ ขณะส่ายหัว

 

“  ไม่ล่ะ  ดีแล้ว  ขอโทษด้วยที่ทำให้วุ่นวาย ” 

 

“  กระหม่อมมิบังอาญ  เชิญที่ประทับเถิดพะยะค่ะ ”  พวกเขานั่งที่เดิมซึ่งก็คือข้างฟาโรห์อเมนโนฟิส   การร่วมรับประทานอาหารเช้าในครั้งนี้มีเพียงฟาโรห์หนุ่ม  ซีอัสตราและแขกจากฮิตไทต์เท่านั้นที่สามารถรับประทานอาหารร่วมกับท่านเทพได้  

 

“  อรุณสวัสดิ์พะยะค่ะ ท่านเทพ ”  เจ้าชายชามัลและคณะ  ซึ่งพามาเพียงองครักษ์คู่กาย  เลนอสและเสนาบดีคีโลโค้งกายคำนับเทพทั้งสองซึ่งจดจ้องมองพวกเขาอยู่ด้วยความสนใจ  หนึ่งคือวอดก้าเพราะสถานที่ที่อีกฝ่ายจากมาเพราะอาจมีความเป็นไปได้ว่าหนึ่งในเพื่อนสนิทของเขาจะอยู่ใกล้ ๆ เนื่องจากเมื่อคืนถึงแม้วอดก้าจะยุ่งวุ่นวาย (?) แต่ก็พอสัมผัสพลังเวทย์บางอย่างได้เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าใช่คนในกลุ่มหรือเปล่าเท่านั้น

 

และอีกหนึ่งพาราไดซ์ที่มีท่าทางสนใจดาบฝังทับทิม  อาวุธคู่กายของเจ้าชายชามัลที่ด้ามดาบคล้ายทำจากทองคำ  ใบดาบยาวตรงคล้ายดาบใหญ่แต่ไม่ใช่ดาบโค้งแบบชาวทะเลทราย  ทั้งกลิ่นอายที่ได้ยังมีไอเวทมนตร์เจือจางแสดงว่าไม่ใช่ของจากโลกนี้  ดั่งที่เอ็กเซลกว่าวว่าสำหรับโลกนี้ไร้ซึ่งเวทมนตร์ต่างจากอาเรียโดยสิ้นเชิง

 

“  อรุณสวัสดิ์  เรียกเราว่าบาสต์สั้น ๆ ก็ได้ ”  เทพหนุ่มว่าอย่างไม่ถือตัว  ทว่าคณะทูตจากฮิตไทต์ก็ไม่คิดหมิ่นเบื้องสูงเนื่องจากองค์ฟาโรห์อเมนโนฟิสและพระอนุชาที่มองมาตาขวางคล้ายกล่าวว่า 'หากเจ้าเรียกท่านเทพด้วยชื่อห้วน ๆ ข้าจะตัดลิ้นเจ้าส่งกลับไปฮิตไทต์' อย่างไรอย่างนั้น

 

“ ดาบนั่น... ”  เจ้าชายหนุ่มหรี่ตาน้อย ๆ

 

“  ดาบ...”  เจ้าชายชามัลทวนก่อนก้มลงมองดาบที่ข้างเอว   พระองค์อดสะดุ้งน้อย ๆ ไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงทุ้มเรียบเอ่ยขานกับตน   เพราะเสียงของเทพทั้งสองพระองค์ จะฟังกี่ครั้งก็ช่างสั่นสะท้านจิตใจนัก

 

“  เราขอดูได้หรือไม่ ? ” 

 

“  พะยะค่ะ ”  แม้กระทั่งเจ้าชายผู้มีบรรดาศักดิ์ก็ยังต้องกล่าวรับคำอย่างนอบน้อม  ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะส่งดาบให้  ดาบนั้นกลับหมุนคว้างลอยเข้ามือเทพแห่งสงครามอย่างง่ายดาย  

 

นักบวชหนุ่มพลอยเอียงถอมองไปด้วยเมื่อมือหนาควงดาบเล่มหนาราวไร้น้ำหนัก   ก่อนพาราไดซ์จะพลิกดูที่ด้ามจับซึ่งคล้ายสลักอักษรบางอย่างไว้  อักษรที่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่สามารถอ่านออก

 

เทรน  ซิลเวีย

 

ชื่ออันคุ้นหูและเป็นที่โด่งดังของโรงเรียนในฐานะหัวหน้าหอสราทและตัวป่วยอันดับหนึ่งปรากฏแก่สายตา   เจ้าชายหนุ่มแทบเขวี้ยงดาบทิ้งเช่นเดียวกับวอดก้าที่เงิบไปครู่หนึ่ง

 

“  ...ให้ตายเถอะ   พี่แกกล้าเอาอาวุธประจำตัวไปจำนำหรือเนี่ย ”  วอดก้ากุมขมับ  หลังประดาบเพื่อสอบวิชาการต่อสู้ของโมเซส  เขาก็ถามไปแล้วว่าไม่มีดาบประจำตัวบ้างหรือเพราะเก่งดาบไม่น้อย  แต่เทรนก็ตอบกลับมาว่ามีความจำเป็นนิดหน่อยมันเลยหาย  ตอนนี้เลยเปลี่ยนเป็นใช้สไนเปอร์ที่ถนัดพอ ๆ กันและมาอยู่เบื้องหลังเพื่อสั่งการเอง

 

และวอดก้าที่ได้รับประสบการณ์ทำภารกิจในครั้งที่แล้ว   เพื่อเอาสร้อยที่มีเวทมนตร์กลับอาเรียพร้อมเจอะเจอชื่อรุ่นพี่หนุ่ม  ทำไมเขาจะเดาไม่ได้ว่าพี่แกเอาของสำคัญมาจำนำเพราะจะบอกเหตุผลว่าลืมนี่คงเป็นไม่ได้

 

“  เจ้าช่างโชคร้าย ”  เจ้าชายชามัลหน้าซีดเผือดในทันทีเมื่อเทพทั้งสองมองมายังตนพร้อมทำสายตาสงสารส่งให้   เขาไม่เข้าใจเช่นเดียวกับองครักษ์ข้างกาย 

 

“  จ...เจ้าชายจะอายุสั้นหรือพะย่ะค่ะ ” 

 

กริ๊ง !

 

พลันโคมไฟระย้าเหนือหัวซึ่งถูกส่งมาเป็นของเจริญสัมพันธ์ไมตรีระหว่างอียิปต์กับฮิตไทต์   ที่ตรงเจ้าชายชามัลพอดีก็ตกลงมา  ทว่าวอดก้าโบกมือทำให้มันหยุดแล้วลอยไปวางข้าง ๆ ก่อนที่พวกเขาจะยังไม่หยุด

 

“  โชคร้าย ” 

 

“  โชคร้ายนัก ” 

 

“  โชคร้ายจริง ” 

 

“  เจ้า...ทำบุญบ้างเถอะ ” 

 

“  น่าสงสาร ” 

 

“  ทำใจเสีย ” 

 

สองเทพสลับกันพูดด้วยใบหน้าสลด   มองหน้ากันแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่  เท่านั้นเจ้าชายชามัลก็ทำหน้าจะเป็นลม

 

“ เกิด...เกิดอะไรขึ้นหรือพะยะค่ะ  ดาบเล่มนั้นทำไมหรือพะยะค่ะ ”  คีโลถามพลางกลืนน้ำลายเอือก  ฟาโรห์อเมนโนฟิสก็พลอยอยากรู้ไปด้วย

 

“ เจ้ากำลังโชคร้าย...เพราะมีดาบนี้ไว้ในครอบครอง ”  พาราไดซ์กุมขมับด้วยใบหน้าติดเคร่งเครียดเล็กน้อย  อาวุธนี่ไม่ใช่อาวุธธรรมดาแต่มีพลังเวทย์มหาศาลอยู่ภายในตัวซึ่งไม่ดีอย่างมากกับโลกที่ไร้เวทย์มนตร์นี้  เพราะมันผิดธรรมชาติ  หากเป็นอาวุธที่มีไอเวทย์เล็กน้อยอย่างแหวนที่วอดก้ามอบให้กษัตริย์ของอียิปต์และซีอัสตราถือว่าไม่เป็นไร  แต่ดาบนี้มีพลังมาก  และเมื่อมีพลังมากก็ย่อมต้องการพลังเวทย์มาก  ทว่าถ้าหาพลังเวทย์จากผู้ถือครองไม่ได้มันก็จะกัดกินพลังวิญญาณหรือพลังชีวิตของอีกฝ่ายแทน  ผลคือทำให้คนครอบครองอายุไขสั้น

 

วอดก้ากับพาราไดซ์ที่สบตากันหลังเห็นเจ้าของชื่อจึงผุดคิดเรื่องที่จะนำดาบนี้ไปได้ในทันที

 

“  ดาบนี่เป็นดาบต้องสาป  มีพลังมากแต่มันก็ต้องการพลังงานมาก   ซึ่งจากพวกเจ้าที่เป็นมนุษย์ธรรมดา  มันจะดูดกลืนพลังชีวิตของเจ้า  เจ้าเคยรู้สึกว่าสติคล้ายหลุดลอย  บางทีก็เหนื่อยโดยไร้สาเหตุหรือไม่ ” 

 

“  พะยะค่ะ ”  เจ้าชายชามัลรีบตอบรับ  เขาเองก็สงสัยหลายครั้งว่าตนป่วยหรือเปล่าเพราะบางครั้งก็หมดสติทั้งที่ยังไม่ทันทำอะไร  หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ  แต่หมอหลวงก็ให้เพียงยาฟื้นฟูพลังเท่านั้น  จากที่เทพเจ้าบาสต์เฉลยแสดงว่าดาบนี่คือตัวการเป็นแน่

 

“ หากปล่อยทิ้งไว้อีกไม่นานมันจะระเบิดพลังออกมา  เมื่อถึงตอนนั้น  ต่อให้เจ้ากลับไปที่เมืองของเจ้า  อียิปต์บางส่วนก็คงหายไปด้วย ” 

 

“  รุนแรงถึงขนาดนั้นเชียวหรือพะยะค่ะ ! ”  กลายเป็นซีอัสตราที่สะดุ้งเฮือกบ้าง  ไม่ต่างจากฟาโรห์อเมนโนฟิสและโหรหลวงโฟรรีสที่จับจ้องไปยังอาวุธเล่มเดียว   แม้เจ้าชายชามัลจะนำกลับไปฮิตไทต์แต่ผลกระทบก็กว้างถึงขนาดมาโดนอียิปต์ด้วย  ช่างน่ากลัวนัก

 

“  ท่านเทพจะทำอย่างไรหรือพะยะค่ะ ” 

 

เลนอสกลืนน้ำลายเอือก

 

“  ข้าจะให้สหายนำไปทำลาย ”  พาราไดซ์พูดเสียงนิ่งก่อนปรายตาคล้ายเชิงถามว่าได้หรือไม่  ซึ่งเจ้าชายชามัลก็รีบพยักหน้ารับในทันที

 

บรรยากาศยามเช้าจึงผ่านไปแบบกระอักกระอ่วนเล็กน้อย  โดยเฉพาะเจ้าชายชามัลที่ยังกลัวไม่หายเมื่อคอยมัจจุราชติดตัวตลอดเวลา

 

ด้านวอดก้าก็ไม่ลืมเอี้ยวตัวไปกระซิบข้างหูเจ้าชายหนุ่ม

 

“ นายทำอะไรไว้รับผิดชอบด้วยล่ะ  ” 

 

นัยน์ตาคมสีม่วงเข้มตวัดมองคนพูดในทันที  ตายังฉายความกังขาถึงเรื่องเมื่อคืนซึ่งวอดก้าก็กลั้นยิ้มไว้แล้วหันไปกินอาหารเช้าต่อ 

 

พาราไดซ์ขมวดคิ้วมุ่น  หวังให้ความทรงจำตอนเมากลับมาสักนิดก็ยังดีเผื่อเขาจะได้พอรู้อะไรบ้างและก็ได้ตามคำขอ  ภาพบางอย่างแล่นวาบเข้ามาและนั่นทำให้พาราไดซ์เกือบอ้าปากค้าง  ใบหน้าคมคายตกตะลึงไม่น้อย

 

“  ไดซ์...”  ภาพคนข้างกายใต้ร่างเขากำลังทำตาปรือปรอยและร้องปรามไม่ให้เขาซุกไซ้ลำคอของตนเอง  แต่ดูจะไม่ได้ผล  เมื่อตัวเขานั้นคล้ายยิ้มหวาน  ตอบเสียงแผ่วว่า

 

“  ฉันอยากกิน...นาย ” 

 

วอดก้ากระตุกยิ้มที่มุมปาก   มือเท้าคาง  ตาพราวระยับเจ้าเล่ห์  ตอกย้ำสิ่งที่เจ้าชายหนุ่มกระทำ

 

“  นายตอนเมานี่...ซนแล้วก็ตะกละไม่น้อยเลยนะ ” 

 

“  .......... ” 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

“ ซวยล่ะสิ ”  วิสกี้หรือนักพนันหนุ่มกำลังทำหน้าตาเซ็งสุดขีด  ขณะมองใบหน้าอึ้งทึ่งของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งจังจ้องมองมายังที่ช่วงล่างของตัวเขา  ที่บัดนี้กลายเป็นหางปลาสีสวยสีเขียวสว่าง  สะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกาย  ครีบเนื้อบางดูลูบไล้น่าสัมผัส  อาการขยับไม่คุ้นชินเพราะนานที่ไม่ได้อยู่ในร่างนี้เคลื่อนไหวน้อย ๆ ยิ่งเรียกอาการอึ้งค้างได้จากอีกฝ่ายนัก

 

“  น......นายเป็นตัวอะไรเนี่ย ? เงือกหรือเนี่ย ? ” 

 

ไอ้วิสเอ๋ยไอ้วิส  อยู่ดีไม่ว่าดีดันโดดลงน้ำทะเลซะได้  ใครจะไปรู้ว่าน้ำทะเลของโลกนี้จะทำให้มีปฏิกิริยากับเขาที่มีสายเลือดพรายซะได้

 

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น  สิ่งมีชีวิตปริศนาเลยพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนเปลี่ยนหางปลาช่วงล่างให้กลายเป็นขาเรียวยาวทั้งสอง  เส้นผมสีส้มและนัยน์ตาสีม่วงอเมธิตที่ใช้จำแลงกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม  เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนทอประกายสะท้อนแสงอาทิตย์ดูนุ่มลื่นน่าสัมผัส  เปลือกตาสีขาวที่ปิดลงค่อย ๆ เปิดเผยนัยน์ตาสีมรกตเข้มลึกดังอัญมณีชั้นดีที่ตอนนี้พราวประกายระยับ  แน่นอนว่าน่าตาอันงดงามและเสน่ห์ที่แผ่ออกมาแทบทำให้ทั้งหมดอึ้ง

 

วิสกี้ยิ้มยิงฟันสดใส

 

“  เพราะงั้นล่ะ  ฉันไปก่อนดีกว่า  ไม่อยากรบกวนพวกนาย  เดี๋ยวจะทำให้พวกนายลำบากเปล่า ๆ ”  เธอว่าเสียงทุ้มใส  หันหลังเตรียมจากเพื่อนใหม่ในต่างโลกทว่าห้าเสียงของหญิงสามชายสองก็รีบค้าน

 

“  เดี๋ยวสิวิส ! พวกเรารับปากนายแล้วว่าจะช่วยก็ต้องช่วยสิ  ถึงนายจะไม่ใช่...เอ่อ  มนุษย์ก็ตามที ”  หญิงสาวภายในกลุ่มรีบพูด  กลัวเพื่อนใหม่ผู้สดใสร่าเริงจะหายไป  วิสกี้เลิกคิ้วสูงแล้วย้อนถาม 

 

“  จะดีเหรอ ?  ” 

 

“  ดีสิ ”  ที่เหลือประสานเสียงพูด  พวกเขาจึงได้รับรอยยิ้มงดงามอันน่าลืมหายใจไป  พร้อมเสียงขอบคุณ

 

“  ขอบใจ ” 

 

 

 

ทางด้านจินนั้น  เขากำลังปวดหัวกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเมื่อหลายร้อยเสียงพากันแย่งกันพูดจนเขาอยากกุมขมับ  ณ  ตึกสูงระฟ้า  ดวงวิญญาณสีเทาออกันนับร้อยเพื่อพยายามขอให้ชายหนุ่มเรือนผมสีออกแดงช่วย

 

“  ได้โปรด  เมียผมต้องอยู่ตัวคนเดียว  ช่วยไปบอกเขาทีว่าพินัยกรรมอยู่ที่ไหน ” 

 

“ ช่วยไปดูลูกฉันทีว่าเขาสบายดีไหม  เป็นอะไรหรือเปล่า  ” 

 

“  ฮือออ  ฉันไม่อยากตาย  ฉันอยากอยู่กับพ่อแม่ ” 

 

“  แงงง  แม่จ๋า  แม่อยู่ไหน ” 

 

“  โอ๊ย ๆ เจ็บ...เจ็บเหลือเกิน ” 

 

“  ช่วยด้วย  ช่วยเราด้วย ” 

 

“  ฮือ ๆๆ ” 

 

“  พอแล้ว  ไม่เอาแล้ว ” 

 

“  หิว  หิวจังเลย ” 

 

“  หุบปาก ! ”  คนอารมณ์ดีอย่างจินถึงกับยัวะ  เมื่อพูดมาครึ่งชั่วโมงเต็มแล้วเหล่าวิญญาณทั้งหลายก็ยังเอาแต่แหกปากพูดจนเขาต้องหนีขึ้นมาบนดาดฟ้าแต่ไม่วายโดนตามเจอ   จินเสยผมขึ้น  ดูเหมือนคนทำภารกิจจะล็อกตัวเขาเอาไว้แล้วว่าต้องมาทำหน้าที่นี้  เคียวเล่มยาวถูกเหวี่ยงพาดบ่า  แผ่กลิ่นไออันตรายให้ดวงวิญญาณทั้งหลายเงียบงัน  เจ้าของสมญานามพ่อค้ายมทูตยิ้มน้อย ๆ ขณะกล่าว

 

“  ใครยังแหกปากไม่เลิก  แม่ฟาดหัวแบะแน่ ” 

 

ฮึก  แม่จ๋า  น่ากลัวสุดๆ

 

 


 

 

 

65%

 

 

 

“  เซส ๆ ดูนั่นดิ  สวยอ่ะ  ซื้อไปฝากวิสดีไหม ? หมอนั่นชอบของแบบนี้นี่นา ”  ร่างในชุดคลุมชี้กระบอกนาฬิกาทรายที่ใส่ทรายห้าสีและวางเรียงรายห้าแถวสวยงาม  ยามจับคว่ำจะเม็ดทรายจะร่วงเรียงรายคล้ายสีรุ้งยังไงยังงั้นสร้างความสนใจให้คนที่กำลังเดินเที่ยวไม่น้อย

 

“  อยากซื้อก็ซื้อสิ ”  พาราไดซ์ว่าเสียงเอื่อย  ไร้อารมณ์  สร้างความกริ่งเกรงให้กับซีอัสตราและข้ารับใช้อย่างดูอิตไม่น้อย  ทว่าคนได้รับเสียงเรียบเย็นชากลับไม่รู้สึกรู้สา  หันไปจ่ายเงินให้แม่ค้าก่อนโยนใส่อากาศธาตุก่อนที่มันจะเลือนหายไป  ซึ่งชาวอียิปต์ที่ตามเทพทั้งสองมาตั้งแต่เช้านั้นแม้จะได้รับคำอธิบายว่าคล้ายมนตร์เก็บสิ่งของไปยังอีกที่หนึ่งและเห็นหลากต่อหลายครั้งทว่าพวกเขาก็นั้นก็ทำใจให้ชินไม่ได้สักที

 

“  โอ้  ไอ้นี่มันคืออะไรกัน ”  วอดก้าหันไปถามซีอัสตราพลางชี้ผลไม้สีออกดำเข้ม   เปลือกเหี่ยว ๆ ที่ตั้งวางขายข้างทาง  ซึ่งสร้างความสนใจให้เขาได้ไม่น้อย

 

“ นั่นคือ 'อินทผลัม' เป็นผลไม้ที่มีน้ำมากและออกรสหวาน  ใช้กินเล่นหรือกินดับร้อนพะ...ขอรับ ”  ดูอิตที่กล่าวตอบกลืนคำราชาศัพท์ลงไปยามนัยน์ตาของผู้เป็นเทพทั้งสองเหลียวมอง  หนึ่งในข้อตกลงของพวกเขาว่าจะไม่กล่าวคำราชาศัพท์กับเทพทั้งสองยามอยู่ข้างนอก

 

“  อืม  น่าจะอร่อยแฮะ ”  ไม่ว่าเปล่าจ่ายเงินแม่ค้าเสร็จก็ดึงมามากิน ๆ ดูด ๆ ซึ่งสำหรับวอดก้าอร่อยใช้ได้  เพียงแต่พอกินมาก ๆ มันจะเลี่ยนคอก็เท่านั้น

 

“  ลองหน่อยไหม เซส ”  ว่าพลางยื่นผลไม้อีกลูกในถุงใหญ้ใอีกฝ่าย  ทว่าเจ้าชายหนุ่มกลับมองด้วยสายตาเฉยชา  เอียงใบหน้ากัดผลอินทผลัมในมือวอดก้าซึ่งเจ้าตัวกัดอยู่อีกด้าน  คนถูกแย่งกินกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะบางอ้อว่าพาราไดซ์คงไม่อยากให้เสียของเลยกัดของเขา  ผลไม้อีกลูกจะได้ไม่ต้องโยนทิ้ง  และเขาก็ต้องหัวเราะคิกเมื่ออีกฝ่ายขมวดคิ้วนิด ๆ ยามพูด

 

“  หวาน... ” 

 

“  ฮะ ๆๆ ไม่แปลกสำหรับนายหรอก นายไม่ได้ชอบกินของหวาน ๆ เหมือนฉันกับเติร์กมากนี่นา ” 

 

“  อืม...”  ครางรับในลำคอน้อย ๆ   แล้วสาวเท้าเดินต่อดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ขณะที่ซีอัสตรา  นัยน์ตาเริ่มแฝงแววครุ่นคิดบางอย่างยามมองสองเทพสลับไปมา

 

นักบวชหนุ่มเริ่มร้องเพลงคลอเบา ๆ ด้วยภาษาอาเรีย  สร้างความเคลิบเคลิ้มให้คนฟังอีกสองคนไม่น้อยด้วยน้ำเสียงไพเราะและถ้อยคำที่แปลกหูทว่าคนที่ฟังรู้เรื่องกลับอดขำพรืดกับความหมายที่ได้ยินไม่ได้

 

“  โอม ...เจ้าปีศาจเอ๋ย จงออกมา  พ่อจะฟัน...ให้ขาด  พ่อจะสับให้แร้งกิน   พ่อจะยิงให้ตาย โอ้ลัลล้า  จงออกมา เจ้าปีศาจเอ๋ยเจ้าปีศาจ  พ่อจะฆ่าให้ตายในดาบเดียวววว ” 

 

“ หึ ” 

 

“  ? ” 

 

หลังจากเดินเที่ยวตลาดไปได้สักพัก  พวกเขาก็ลงเรือยาวที่ตกแต่งอย่างหรูหราและพรั่งพร้อมไปด้วยของอำนวยความสะดวก  เพื่อล่องไปตามแม่น้ำไนล์ชมวิวทิวทัศน์ตามโปรแกรม...หมายถึงแผนการท่องเที่ยว  ซึ่งในตอนแรกมีหนุ่มงามและสาวงามที่จะมาคอยปรนนิบัติรับใช้พวกเธอแต่พาราไดซ์และวอดก้าก็ปฏิเสธไปเสียก่อน  บนเรือยาวจึงมีแค่พวกเธอ  ดูอิต  ซีอัสตราและฝีพายเท่านั้น

 

ทว่าเพียงล่องเรือไปได้ไม่นาน  คนที่ออกอาการตื่นเต้นในตอนแรกก็เริ่มง่วงหงาวหาวนอน  วอดก้าที่หัวเริ่มโอนเอียงนิด ๆ หันไปถามเจ้าชายหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ

 

“  ไดซ์...” 

 

“  ? ”  เจ้าชายหนุ่มส่งสายตาสงสัยไปให้

 

“  ฉันขอนอนหนุนตักนายได้ไหม ? ” 

 

ตัวคนพูดทำตาปรือปิด  ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่คิดมากความ  จับศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลแดงสวยให้หนุนหน้าขาตัวเองอย่างอ่อนโยน  ก่อนสางเส้นผมนิ่มเล่นไปมา  แต่ทำเอาเจ้าของเส้นผมอดเคลิ้มไม่ได้

 

“  อืม...ไดซ์  แต้งกิ้ว ” 

 

วอดก้าครางในลำคอราวลูกแมว  ถูไถศีรษะบนตักอุ่นไปมา  จนไม่นานลมหายใจก็สม่ำเสมอ

 

เขาก้มลงกระซิบแผ่วเบาริมหูวอดก้าด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ

 

“  ด้วยความยินดี ”  ก่อนมือหนาหยาบกร้านเพราะการจับอาวุธจะลูบไล้เส้นผมยาวต่อ

 

พาราไดซ์มองคนบนตักด้วยสายตาเอ็นดู  ความสงบเงียบและทิวทัศน์สวยงาม  ทำให้เขารู้สึกสบายใจไม่น้อย  เหมือนได้หลบหลีกจากงานและความวุ่นวายทั้งหมดทั้งมวล

 

เขาคิดในใจ

 
 

นาน ๆ ครั้งได้พักแบบนี้...ก็ไม่เลว

 
 

ทว่าสายตาของใครบางคนที่จับจ้องมายังใครก็เริ่มทำให้เขาสะกิดใจ  และเพียงเห็นแววตาของพระอนุชาองค์ฟาโรห์ของแผ่นดินอียิปต์  พาราไดซ์ก็ต้องรีบเบือนหน้าหนี  และระงับอารมณ์ที่เริ่มปะทุ  พยายามไม่ปล่อยจิตสังหารออกมาฆ่าอีกฝ่าย

 

สายตาของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ฉายความอ่อนหวาน  ยามมองร่างที่พริ้มตาหลับ   มันแฝงไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่ท่วมท้นและความรู้สึกอันลึกซึ้งที่ไม่ต้องคาดเดาให้ยาก   พาราไดซ์ก็รู้ว่ามันหมายถึงสิ่งใด  และมั่นใจด้วยว่าแววตานั้น...ต้องคลับคล้ายแววตาของเขายามมองหญิงสาวบนตักเป็นแน่

 

กรามแกร่งบดแน่นอย่างไร้เสียง  เพราะไม่ต้องการให้ผู้ที่กำลังนิทราตื่นจากการหลับใหล   ทว่าเพลิงโทสะกลับเริ่มปรากฏในจิตใจ  อีกครั้งแล้วที่มีใครบางคนหลงรักหญิงสาว  เขารู้ว่าวอดก้าไม่ได้มีเจตนาจะหว่านเสน่ห์ใคร   เพราะคิดว่าตนนั้นอยู่ในรูปลักษณ์ผู้ชาย ทำให้บางครั้งอากัปกิริยาหลายอย่างก็ทำให้หลายคนใจเต้นและเผลอตกหลุมรักไปโดยไม่รู้ตัว

 

 

ทั้งเจ้าชายมาคัส...

 

ทั้งพระอนุชาฟาโรห์...

 

และอีกหลายคนที่ยังไม่ปรากฏตัว

 

 

เขากระซิบกับตัวเองแผ่วเบา

 

“  เธอกำลังทำให้ฉันหาทางขังเธอไว้ในกรงของฉันนะ  วอดก้า ” 

 

ถึงจะฟังดูประหลาดกับใครคนหนึ่งที่หลงรักคนอีกคนได้มากมายทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้กี่เดือนเท่านั้น

 
 

ทว่าเขาก็ยังยืนยัน...เจ้าของหัวใจเขามีเพียงวอดก้าเท่านั้น !

 

 

 
 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

“  โอย...คุณหมอครับ  แขนผม...” 

 

“  โอ๋ ๆ ไม่เป็นไรนะครับ   ทานยาคลายกล้ามเนื้ออีกเดี๋ยวก็หาย  เดี๋ยวหมอจะเดินมาดูหลังพยาบาลฉีดยาชาให้  เข้มแข็งไว้นะครับ ”  เจ้าของเสียงนุ่มไม่ว่าเปล่า  ก้มใบหน้าลงจุมพิตแขนอีกฝ่ายซึ่งมีรอยฉีกขาดกล้ามเนื้อนิด ๆ อย่างแผ่วเบา  เพียงเท่านั้นความรู้เจ็บก็คล้ายเลือนลางหายไป  แต่นั่นไม่เท่าความรู้สึกของคนป่วยที่ทำตาลอยเมื่อคุณหมอหนุ่มส่งรอยยิ้มดุจดั่งเทวดาปลอบชะโลมจิตใจให้ 

 

ที่นี่คือค่ายฝึกทหารอังกฤษอยู่ชายแดน  ซึ่งทุกวันจะมีการซ้อมรบและซ้อมการต่อสู้ทำให้มีคนไม่น้อยบาดเจ็บจนต้องมีหน่วยแพทย์สนามหรือแพทย์อาสา  ซึ่งรัมก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

และหน่วยแพทย์อันรกร้างเพราะไม่ค่อยมีใครอยากมารักษาเนื่องจากความเก่าของสถานที่และอาการบาดเจ็บเพียงน้อยนิดก็ไม่จำเป็นต้องพักที่สถานพยาบาลทำให้ทหารส่วนมากเพียงเดินเลยผ่านไปมา  แต่ยามนี้ที่พักนับร้อยซึ่งเคยว่างเปล่าถูกจับจองด้วยชายหนุ่มในชุดสีเขียวลายพรางทั้งหลายที่มองร่างสูโปร่งเด่นเป็นสง่าของคุณหมอหนุ่มตาเยิ้ม

 

นายแพทย์รัม  ออร์เรย์ลอง  หมอหนุ่มที่เพิ่งอาสาเป็นแพทย์สนามประจำค่ายทหารเมื่อเช้าวันก่อนสด ๆ ร้อน ๆ ฉายา 'คุณหมอยิ้มสวยผู้เพียงที่รอยยิ้มนิด ๆ แต้มริมฝีปากก็พาให้รู้สึกว่าบาดแผลที่เจ็บปวดบรรเทาไปอย่างง่ายดาย

 

เนื่องด้วยรัมเข้ามาถูกจังหวะการประลองต่อสู้ของเหล่าทหารพอดิบพอดีเพื่อฝึกซ้อมและวัดฝีมือกับคนที่ไม่ชอบหน้า  ทำให้คนเจ็บมักถูกส่งมามากกว่าเดิม  ข่าวลือเรื่องคุณหมออาสาผู้มาใหม่ก็โด่งดังในพริบตา

 

ประกอบกับรูปลักษณ์อันโดดเด่ด  ด้วยเส้นผมสีทองสว่างนุ่มคลอเคลียไหล่ที่ถูกมัดรวบอย่างเรียบร้อย  นัยน์ตาสีฟ้าใสคู่คมทว่าอ่อนโยน  ใบหน้าของคุณหมอหากเป็นหญิงสาวคงกล่าวได้ว่าหล่อเหลา  แต่มองอีกมุมหนึ่งก็สวยคม  ปนเท่  ทำให้หมอหนุ่มคนนี้เหมาะกับคำว่างดงามเป็นอย่างยิ่ง

 

องค์ประกอบของเค้าโครงหน้าที่ได้รูป  ผิวขาวสะอาดสะอ้าน  จมูกโด่งเป็นสัน  ริมฝีปากหยักสีแดงอ่อนยามฉีกยิ้มจะเห็นฟันขาวเรียงสวยและเหงือสีอ่อนอย่างคนสุขภาพดี  นอกจากนี้นิสัยพูดสุภาพนุ่มนวลก็ทำให้หลายคนเคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัว  หลังผ่านไปเกือบสองวัน  ทหารทุกนายเป็นต้องรู้จักคุณหมอคนนี้ด้วยความอัธยาศัยดีที่เริ่มทำให้หลายคนหลงใหลได้ปลื้ม

 

“  หมอรัมคะ ”  เสียงเรียกจากนางพยาบาลคนหนึ่งทำให้รัมต้องหันไปให้ความสนใจ  ขานรับพร้อมยิ้มนิด ๆ

 

“  ครับ ? ” 

 

สาวเจ้าทำหน้าแดงปนขวยเขินก่อนพยายามเรียกสติของตนกลับมา

 

“  พันเอกได้รับบาดเจ็บที่แขนน่ะค่ะ  ดูเหมือนหลังกลับจากตอนกลับมาชายแดนจะถูกลอบยิง  ค่ายที่นั่นไม่มีอุปกรณ์การแพทย์เพียงพอเลยเพียงปฐมพยาบาลเบื้อมต้นเท่านั้นค่ะ  เลย...” 

 

“  เลยอยากให้ผมไปช่วย  ได้สิครับ  ลิลลี่ช่วยเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ให้ผมทีนะครับ ” 

 

“  ได้ค่ะ !  ” 

 

เพียงไม่นาน  บ้านไม้ที่ถูกสร้างให้เป็นที่อยู่ของผู้บังคับบัญชาสูงสุดของที่นี่ก็ปรากฏต่อสายตา  รัมก้าวเดินเร็วเล็กน้อยเมื่อจับพลังงานบางอย่างได้  นัยน์ตาสีฟ้าเรียบเฉยไม่ปรากฏอารมณ์หรือแม้แต่ความคิดดั่งในหัว

 

เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง  ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ก็ทำให้เขาต้องเคาะบานประตูเบา ๆ เป็นสัญญาณ  ทำท่าวันยาหันต์อย่างเข้มแข็งแล้วกล่าวว่า

 

“  ขออนุญาตครับท่าน ” 

 

“  เชิญ...”  เสียงอีกฝ่ายออกแนวแหบพร่าเล็กน้อย   เมื่อรัมลดมือลงแล้วเดินเข้ามา  รอยแผลที่แขนก็ทำนัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้าง   ทว่าเขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามผู้บังคับบัญชาสูงสูงสุด 'ปีเตอร์  คอลล่าห์' พันเอกที่อายุน้อยที่สุดในกองทัพด้วยวัย 27 ปี  ผู้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาชวนให้ทั้งหญิงและชายไหวหวั่นด้วยดวงตาสีเขียวมรกตคมกริบและเย็นชาดั่งฉาบด้วยน้ำแข็งและเส้นผมสีนิลเข้มดุจดั่งขนกา  เขาคือชายหนุ่มที่สาว ๆ ทุกคนปรารถนาผิดแต่ปีเตอร์นั้นสนใจแต่งานกองทัพ  ไม่เคยมีเรื่องคบหาใครเลยทำให้สาว ๆ เพียงมองตาปรอยเท่านั้น

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่รัมสนใจ  เขากำลังสนใจรอยกรงเล็บสามรอยที่ต้นแขนอีกฝ่ายต่างหาก  นัยน์ตาปรายมองสำลีที่ชุ่มเลือดสีดำที่บ่งบอกถึงพิษร้าย  เขาคาดว่าคงมีนางพยาบาลมาช่วยก่อนแล้วจึงเหลือการเย็บแผลและขับพิษออก

 

“  ไม่ว่าหมอคนไหนก็บอกว่ามันมีพิษ...และไม่มีทางช่วยฉันได้ ”  อีกฝ่ายพูดเสียงนิ่งราวกับไม่ได้พูดถึงชีวิตตัวเองอยู่

 

รัมโต้กลับเสียงเรียบ

 

“  เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง  เพราะผมรักษาท่านได้แน่  กินนี่เข้าไปก่อนครับ ”  ส่งพืชแปลกตาในกระเป๋าให้อีกฝ่ายเคี้ยว  ซึ่งปีเตอร์ก็ทำตามแม้จะสงสัยกับคำว่าช่วยได้แน่ของแพทย์อาสาที่เพิ่งรับเข้ามา

 

เพียงกลืนสมุนไพรรสชาติเย็น ๆ สดชื่น  เขาก็คล้ายรู้สึกว่าบาดแผลนั้นเจ็บปวดน้อยลง  สติที่มึนเบลอนิด  ๆ ในตอนแรกกลับมาอย่างรวดเร็ว 

 

“  ผมต้องดูดพิษออก  ”   รัมพิจารณาบาดแผลนิ่ง ๆ เอาแอลกอฮอล์ล้างแผลพร้อมเคลื่อนกายเข้าไปใกล้  ผู้พันหนุ่มหรี่นัยน์ตาลง  ถามเสียงเย็น 

 

“  คุณจะทำอะไร ”

 

“  บาดแผลท่านมีพิษ  เพียงแค่เช็ดมันไม่ออกง่าย ๆ ผมต้องบีบเลือดสีดำออกไม่อย่างนั้นมันจะลุกลามแล้วท่านก็จะตาย ” 

 

นัยน์ตาสีฟ้าเงยสบ  มีแววปลอบปละโลมนิด ๆ ในแววตา

 

“  มันจะเจ็บนิดหน่อย ”  พร้อมส่งมือไปจับมือหนาไว้พร้อมบอกเสียงนิ่ง  ไม่สนใจแววกังขาในแววตาอีกฝ่าย  “ ถ้าเจ็บก็บีบแขนผมเอาไว้ ” 

 

“ ฉันไม่...อั่ก ! ”  ไม่ทันปฏิเสธ  ความเจ็บแปลบที่แขนก็ทวีคูณยามริมฝีปากนั้นก้มลงกัดแขนเขาเต็มแรง  ปีเตอร์สะบัดออก  ทว่าแรงแพทย์หนุ่มก็มากนักจนแม้แต่เขายังขยับไม่ได้  ฟันที่กัดคลายออกเมื่อเลือดซึมแล้วจึงดูดเลือดออกมาคายทิ้งที่ถาด

 

นานหลายชั่วโมงที่รัมต้องกรีดแผลอีกฝ่ายสองสามครั้งเพื่อให้รีดพิษสีดำออก  ใบหน้าขาวชุ่มไปด้วยเหงื่อไม่ต่างจากพันเอกเพราะความเจ็บปวดที่แทบจะกลายเป็นความด้านชา  เขาพยายามหลับตาและกลั้นเสียงร้อง  บาดแผลที่ถูกสัตว์บางชนิดกรีดที่ต้นแขนสร้างความเจ็บปวดให้เขายิ่งกว่าถูกยิงซะอีก  แต่มันกลับเป็นเรื่องน่าแปลกและพิศวงเมื่อไม่มีใครเห็นสัตว์ชนิดนั้นทันแม้แต่คนเดียว  สิ่งที่เห็นมีเพียงเงาและดวงตาสีแดงฉานน่าขนลุกเท่านั้น

 

จนกระทั่งรัมแน่ใจว่าเลือดที่ออกมากลายเป็นสีแดงแล้วเขาจึงป้อนยาคลายปวดและยาชาให้อีกฝ่าย  ก่อนเริ่มพันแผลไม่ให้เลือดออก  เพียงไม่นานทุกอย่างก็เสร็จอย่างรวดเร็ว

 

“  ท่านพักผ่อนเถอะครับ  ท่านเสียเลือดไปมาก  จะผิดไหมถ้าผมขอถามว่าได้แผลนั่นมาจากไหน ? ” 

 

ปีเตอร์ที่หน้าซีดนิด ๆ ตอบเสียงอ่อนล้า  นัยน์ตามองมือเล็กกว่าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดเพราะเขาเผลอจิกระบายความเจ็บปวดออกไปอย่างรู้สึกผิด  ทว่าคนเจ็บกลับทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาแม้แต่น้อย

 

“  ชายแดนมอเตอร์เวีย  ป่าตะวันออก  ทำไม ? ” 

 

หมอหนุ่มยกยิ้มให้นิด ๆ

 

“  ท่านพักผ่อนเถอะครับ ”  และดั่งคำสั่งปิดสวิตท์  สติของปีเตอร์เลือนหายไปในทันทีทว่าสิ่งที่ตราตรึงอยู่ในหัวเขากลับเป็นภาพของแพทย์อาสาคนนี้

 

รัมหมุนตัวจนเสื้อกาวน์สีขาวสะบัดไปตามแรง  ส่งข้อความไปหาใครบางคน

 
 

พอจะรู้แล้วว่าพวกมันอยู่ไหน  เจอกันเที่ยงคืนนี้

 
 

อีกเสียงย้อนตอบกลับมา

 
 

ได้ 

 
 

สมองของหมอเถื่อนในร่างชายหนุ่มยังนึกถึงภารกิจที่รับมอบหมายมาได้  ครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะเป็นหนึ่งในคนดวงซวยที่ต้องทำงานหนักกว่าคนทั่วไป  แต่เอาเถอะ...

 

“  หึ  ได้เวลา 'ล่า' แล้วสินะ ”  รัมเลียริมฝีปากนิด ๆ ขณะแสยะยิ้ม

 

 

 

 

ขณะที่สถานการณ์มุมหนึ่งของต่างโลกกำลังเคร่งเครียด ด้านวิมเลทเองก็ไม่ต่างกัน  ร่างสูงโปร่งในชุดไปรเวทสบาย ๆ เข้าสมัยแต่หรูหรา  เจ้าตัวเอนกายพิงเค้าท์เตอร์บาร์ร้านขนมหวานแห่งหนึ่งด้วยท่วงท่าสง่างาม   นัยน์ตาคู่คมสีฟ้าอ่อนกวาดไปทั่วสลับกับก้มมองนาฬิกาเมื่อใครคนหนึ่งที่เขานัดไว้ยังไม่มาซะที

 

สาว ๆ ในร้านเมียง ๆ มอง ๆ หนุ่มหล่อต่างชาติอายุน้อยที่ยกแก้วชาขึ้นจิบ  ใบหน้าคมคายราบเรียบไม่ปรากฏอารมณ์ยิ่งชวนให้สาว ๆ กร๊าวใจยิ่งไปอีก  แหม  แถวนี้หาคนหล่อย๊ากยาก  อีกอย่างพ่อหนุ่มคนนี้ก็ยังไม่เห็นมีใครมาแสดงความเจ้าของสักที  แสดงวาสพวกเธอยังมีโอกาศอยู่ใช่ไหม ?

 

“  สวัสดี  คุณชื่ออะไร ? ”  หญิงสาวกลุ่มหนึ่งทำใจกล้าเข้าไปทักอีกฝ่าย  พร้อมแนะนำตนและกลุ่มเพื่อน  วิมเลทปรายตามองนิด ๆ ขณะตอบเสียงนิ่ง

 

“  วิม ” 

 

“  เอ่อ  แล้วคุณมารอใครหรือคะ เห็นคุณอยู่ที่นี่มานาน ”  วิมเลทตอบบ้างไม่ตอบบ้างตามประสาสุภาพบุรุษแม้จะรำคาญใจมากแค่ไหนก็ตาม  ทว่าเขาก็กักเก็บความรู้สึกนั้นไว้ไม่ให้ปรากฏบนใบหน้า  หัวเฝ้าคิดถึงใครบางคนที่เหลือภารกิจอีกไม่กี่อย่างซึ่งเขาอาสาจะช่วย  เพราะเขานั้นทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

“  วิมคะ  ในเมื่อคุณยังไม่มีแฟน...สนใจไปเที่ยวกับพวกเราไหมคะ ? ”  หญิงสาวทั้งกลุ่มยกยิ้มให้อย่างยั่วเย้า  อันที่จริงพวกเธอก็จัดว่าเป็นคนสวยทว่าใครคนหนึ่งของเขานั้นสวยยิ่งกว่านี้

 

ยังไม่ทันที่องครักษ์หนุ่มจะได้ปฏิเสธ  เสียงกระดิ่งก็ดังบ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้า  เขาเองก็หันไปสนใจมอง โดยไม่ทันรู้ตัว  มือของหญิงสาวคนหนึ่งก็คว้าคางเขาให้หันกลับไปหาเธอ

 

“  อย่าปฏิเสธกันเลย  ไปเที่ยวกับพวกเราเถอะ รับรองว่าสนุกแน่ ”

 

เพียะ

 

มือใครอีกคนปัดมือนั้นออกอย่างรวดเร็วทว่าไม่ใช่วิมเลท  คนทั้งร้านตกตะลึงยามลูกค้าคนใหม่ก้าวยาว ๆ ปัดมือหญิงสาวออก  และเพียงเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัด ๆ พวกเขาก็ต้องอ้าปากค้างอีกรอบ

 

ผู้มาใหม่มีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวระต้นคอที่ถูกคลุมด้วยหมวกไหมพรมสีขาวสะอาดตา  ผู้มาใหม่แต่งกายเสื้อกั๊กกันหนาวสีไวน์แดงและดำขับให้ผิวขาวเจ้าตัวดูโดดเด่น  เสื้อสีครีมตัวในคอกลม  และกางเกงสีดำปล่อยตามขาเรียวยาว  แต่ที่เรียกความสนใจคนในร้านมากที่สุดคือใบหน้าอีกฝ่าย  ใบหน้าเรียวรูปไข่  คิ้วโค้งสวย นัยน์ตาสีมรกตลึกที่เปล่งประกายสดใส  จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ยามนี้เรียบตึง  ทุกส่วนประกอบบนใบหน้าของชายหนุ่ม (?)  คล้ายหลุดมาจากตำนานเทพนิยายเลยทีเดียว

 

“  โทษที  แต่หมอนี่คงไม่ว่างไปกับพวกเธอหรอก ”  ไม่ว่าเปล่า  คนขี้เล่นที่มักอารมณ์ดีดูจะเปลี่ยนนิสัยตนไปในพริบตา  ยามคว้าหลังคอร่างสูงเบื้องหน้าลงมากดจูบที่ริมฝีปาก  ตีตราความเป็นเจ้าของโดยไม่สนใจสายตาใคร

 

นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง  แต่ด้วยสัญชาตญาณมือหนาเลื่อนโอบเอวบางแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายสัมผัสตนนิ่ง ๆ โดยไม่มีการหลบหลีกบ่งบอกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเป็นอย่างดี

 

วิสกี้ถอนริมฝีปากออกด้วยนัยน์ตาคมกริบ  คล้ายบอกร่างสูงว่าเดี๋ยวมีเรื่องต้องเคลียร์ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวกลุ่มนั้นที่เริ่มหน้าม้านและยังคงอึ้งอยู่ด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง

 

“  นี่คนรักฉัน  เวลาจะจีบใครก็ดูหน่อยว่ามีเจ้าของไหม  ส่วนวิม  ดูเหมือนจะโปรยเสน่ห์ใส่คนอื่นไปทั่วเลยนะ ” นักพนันสาวในร่างชายหนุ่มหรี่ตาใส่อย่างโหด ๆ ทำเอาเขาสะดุ้งนิด ๆ   

 

“  ฉันเปล่า  นายก็รู้ว่าฉันไม่สนใจใครนอกจากนายเท่านั้น ”

 

วิสกี้ยิ้มที่มุมปากนิด ๆ อย่างพึงพอใจในคำตอบก่อนลากร่างสูงออกจากร้าน  โดยไม่ได้สังเกตุเลยว่าคนที่ตอบเสียงนิ่งนั้นบัดนี้กำลังอมยิ้ม  ปะปนกับความกระดากอายนิด ๆ กับสิ่งที่หญิงสาวทำ

 

แต่เอาเถอะ...เขาเองก็ชอบ  แต่ตามนิสัยอีกฝ่ายแล้ว  อีกนานกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้อีก

 

คนในร้านนิ่งอึ้ง  เหล่าหญิงสาวหลายคนหันไปกรี๊ดกร๊าดด้วยใบหน้าสุขใจและความคาดไม่ถึงในสิ่งที่เห็น  ส่วนสาว ๆ กลุ่มที่ยืนอึ้งนั้นหันมามองหน้ากัน

 

นี่สองคนนั้น ?!?!?!

 

อ๊ายยยยยยยยยยยย !!!

 

 


 

 

ทางด้านเตกีล่า

 

“  น้อง ๆ ไปยกเคาท์ไฟมาให้หน่อย  นั่นล่ะ ๆ ” 

 

“  น้อง ๆ พี่ขอน้ำขวดนึง  ขอบใจ ” 

 

“  น้อง  ฝากทิ้งนี่หน่อย  ขอบใจนะ ” 

 

“  น้องค่ะ  พี่ฝากเอาไปให้...” 

 

หลายเสียงต่างพากันเอ่ยบอกคนเพียงคนเดียวที่อยู่ในรูปลักษณ์เด็กหนุ่มผมสีดำ  ตาสีเดียวกันที่วิ่งวุ่นทำทุกอย่างด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนคนที่มองห่าง ๆ ยังอดเป็นห่วงแทนไม่ได้ 

 

'มาร์ค  คาร์เตอร์' ผู้กำกับคนดังมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งตั้งแต่เช้าเจ้าตัวในฐานะสตาฟฟ์คอยทำตามคนในกองถ่ายที่สั่งทุกอย่าง  ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสตูดิโอกองถ่ายหนังเรื่องหนึ่ง   และเขากำลังนึกสงสัยว่าร่างเล็ก ๆ นั่นไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยบ้างหรือไงกัน

 

จนกระทั่งได้เวลาพักของคนในกองถ่าย  อีกฝ่ายก็เดินออกจากสตูดิโอไปอีกทาง  มาร์คเรียกคนหนึ่งในสตาฟฟ์มาก่อนถามว่า

 

“  เด็กใหม่ที่เข้ามาเป็นสตาฟฟ์ชื่อว่าอะไรนะ ? ” 

 

“  เด็กใหม่ ? ”  อีกฝ่ายขมวดคิ้ว  ก่อนส่ายหัว “ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ  แต่เห็นว่ามาช่วยงานตั้งแต่เช้าแล้ว ” 

 

“  งั้นเหรอ ” 

 

มาร์ครับคำด้วยท่าทางสงสัยก่อนเดินตามอีกฝ่ายซึ่งเดินไปทางสวนเล็ก ๆ ข้างสตูดิโอที่เอาไว้พักผ่อนหย่อนใจ  เห็นห่าง ๆ ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นยืนกลางสวนนิ่ง  เงยหน้ามองบนฟ้าและเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายกลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงซึ่งมีเส้นผมสีเงินยาวจรดเอวที่มัดเปียรวบทั้งที่ไม่มีใครแตะต้อง  แวบหนึ่งที่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มหันมามองสบก่อนภาพทุกอย่างจะกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มผมสีดำดวงตาสีเดียวกันดั่งเดิม

 

ดูเหมือนจะเหลืออีกไม่กี่ชิ้นที่นี่นะ   

 

เตกีล่าที่กลับร่างเป็นเด็กหนุ่มส่งคำพูดไปบอกบลัดดี้ที่กำลังทำภารกิจของตนอยู่ไม่ไกล

 

ภารกิจของพวกเขาคือการตามหาเศษชิ้นส่วนอัญมณีเวทย์ที่ถูกส่งมาเพื่อตรวจสอบนักเรียนและคอยป้องกันปีศาจที่อาจหลุดไปที่นั่น  เนื่องจากความเก่าและสาเหตุที่ถูกปีศาจทำลายทำให้เตกีล่าต้องหาเศษชิ้นส่วน  ส่วนบลัดดี้ตามล่ากำจัดปีศาจ

 

สตูดิโอแห่งนี้เป็นที่สุดท้ายที่อัญมณีเวทย์อีกไม่กี่ชิ้นหลงเหลืออยู่  แม่ค้าข่าวสารจึงปลอมเป็นสตาฟฟ์ทำงานที่นี่พร้อมกับเสาะหาเศษชิ้นส่วนไปด้วย  และเพราะการสอบครั้งนี้ไม่มีเวลาจำกัด...

 
 

เติร์กอย่าลืมสัญญานะครับ

 
 

อีกฝ่ายส่งเสียงอ้อน ๆ กลับมา

 

เตกีล่ายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย  ตอบกลับแผ่วเบา  ขณะเดินกลับไปทางเดิมเพื่อทำภารกิจต่อ  ไม่คิดสนใจผู้กำกับหนังที่ยืนนิ่งแม้สักน้อย

 

“  รู้แล้ว ” 

 

มาร์คที่ยืนนิ่งมองอีกฝ่ายที่คล้ายกำลังพูดอะไรบางอย่างด้วยแววตาฉงน  ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังเดินผ่านเขาไป  เสียงเรียบทุ้มนุ่มเสียงหนึ่งก็คล้ายดังก้องในหัว

 

“  ลืมสิ่งที่เห็นไปซะ ”  มันแฝงไปด้วยคำเตือนบางอย่างที่บอกเขาไว้  ทำให้มาร์คได้แต่เงียบ  หมุนตัวมองแผ่นหลังเด็กหนุ่มที่กำลังเดินจากไปด้วยแววตาพิศวงแกมสงสัย

 

“  เด็กคนนั้น...เป็นใครกันแน่ ? ” 

 

 

 

 

ฉึก !

 

บลัดดี้ปาดาบใส่ปีศาจตนหนึ่งที่พยายามคลานหนีเขา  ร่างกายของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเบือดสีแดงฉาน  แถบเท้าเต็มไปด้วยซากร่างไร้ชีวิตตามภารกิจที่ต้องทำ  นัยน์ตาสีชมพูแดงกำลังฉายความอารมณ์ดี

 

“  ทำภารกิจเสร็จลองไปหาที่เที่ยวสวย ๆ ดีกว่า ” 

 

ชายหนุ่มกำลังอารมณ์ดี  เพราะเตกีล่าให้สัญญากับเขาว่าเมื่อทำภารกิจเสร็จจะไปเที่ยวด้วย  และสำหรับเขา  มันคือเดทที่จะทำให้เขาขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายอีกนิด

 

รอยยิ้มผุดที่เรียวปากหยักสีแดงอ่อนบาง ๆ

 

นัยน์ตามีแต่แววอ่อนหวานและอ่อนโยนยามคิดถึงใครบางคน

 

“ เติร์กครับ  คุณเป็นคน ๆ เดียวที่ทำให้ผมเป็นมากถึงขนาดนี้นะครับ ” 

 

 

 

 

 

“  บอกที่อยู่ใหม่สิตา  ตาเล่นงี้ฉันจะรู้ไหมเนี่ยว่าที่ไหน ”  จินกำลังเซ็งได้ที่เมื่อดวงวิญญาณชายชราที่ต้องการบอกรหัสเปิดเซฟให้ลูกหลานกำลังพูดอ้ำอึ้งตะกุกตะกักเพราะโรคอัลไซเมอร์

 

“  เดี๋ยว ๆ สินังหนู...บ้านเลขที่...2...1...เอ่อ อะไรต่อหว่า ” 

 

“  เฮ่อออ ”  ดวงวิญญาณที่ต่อคิวรอถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะนี่ก็นานแล้วที่ตาคนนี้ยังนึกบ้านตัวเองไม่ออก

 

“  ตาไปต่อแถวใหม่ไป  นึกออกแล้วบอกคนข้าง ๆ ให้ช่วยจำละกัน ”

 

“  โธ่ อีหนู  เอ็งก็ใจร้อนซะจริง  ใจเย็น ๆ หน่อยเถอะ ” 

 

“ นั่นสิครับจิน  อย่าเพิ่งกดดันเขาเลย ”  ร่างสูงของเคียร์เดินเข้ามาหาพร้อมกาแฟและของว่างให้หญิงสาวที่นั่งหน้าหงิกเพราะอดทนมานาน

 

“  เฮ่อ  ฉันว่าฉันไม่ไหวแล้วล่ะเคียร์  ขอพักสักแป็บล่ะกัน ” 

 

พอยมทูตพูดเช่นนั้นเหล่าวิญญาณก็ทำได้เพียงลอยนิ่ง ๆ เพราะความโหดของสาวเจ้ายังจำติดตา แม้ภายหลังจะมีอีกหนึ่งหนุ่มมาสมทบแล้วความโหดจะลดลงไปมากก็ตามแต่พวกตนนั้นก็ยังไม่กล้าเสี่ยง

 
 

แหม...ก็น่ากลัวซะขนาดนี้

 
 

“ ผมก็เห็นด้วยนะครับ  มาเถอะ  มาพักก่อน ”  ชายหนุ่มว่าดึงมือคนตัวเล็กกว่าให้ไปนอนที่เตียงซึ่งจินก็ขยับตามไปแต่โดยดีเพราะนี่ก็สองวันแล้วที่เธอทำงานไม่พัก  เคียร์เองก็เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าวันนี้เท่านั้น

 

“ อืม...เคียร์  มานอนด้วยสิ...ฉันนอนไม่หลับ ”  เธอพูดพลางเอาหน้าซุกหมอนด้วยความเขินอาย  แต่ดูจะไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นเพราเหล่าดวงวิญญาณก็ไม่วายหน้าแดงตามขณะดูฉากงุ้งงิ้ง ๆ ของทั้งสอง

 

“  ได้สิครับ ”  เคียร์รับคำเสียงอ่อนโยน  สอดกายเข้าไปในผ้าห่มพร้อมโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้  กลิ่นเส้นผมนุ่มนิ่มอันคุ้นเคยสร้างความผ่อนคลายให้เขาเช่นกัน  ภารกิจของเขานั้นยังต้องรอเวลาอีกสักพักจึงจะเริ่มได้ทำให้ตอนนี้เขามีเวลามาอยู่กับหญิงสาวและคอยดูแลเธอระหว่างนี้

 

อีกอย่าง  เขาไม่ค่อยอยากให้อีกฝ่ายหายจากสายตาตนเองสักเท่าไหร่นัก

 

“ นอนเถอะครับ ” 

 

มือลูบไล้ศีรษะเล็กเบา ๆ ดั่งเพลงกล่อม  เสียงของเหล่าวิญญาณซุบซิบดังแว่วมาให้ชวนขบขัน

 

“  หวานไม่เกรงใจวิญญาณแถวนี้เล้ยย ” 

 

 

 

 

 

อ่าน  อ่าน  อ่านให้จบ  พลาดของดีแล้วจะเสียจายยยยยย

 

ถูก !!!  แต่ล่ะคู่หวานไม่เกรงใจกันเล้ยยยยยยยยยยย

 

แหม...ต้องกราบขอประทานอภัยหลังหายหัวไปเสียนาน  อันด้วยเนื่องงานตั้งแต่วันภาษาไทย  วันอาเซียน  วันแม่  วันวิทยาศาสตร์ที่โคตรจะจัดงานเฉือดเฉือนกันทำให้วุ่นไม่น้อย

 

แบบว่า...ใครรอนิยายเรื่องใหม่ก็รอไปก่อนเน้อ  ครั้งหน้าจะเป็นตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ให้จบ   และทิ้งท้ายคู่พิเศษ  เซสเทรน  มาร์คเฮดิช    ย้ำก่อนค่ะ  ไม่ใช่ Yaoi  No ! Yaoi ! No ! Boy LOVE Boy ! It is a Bramance !!!  (มันคือ ความโบรแมนซ์ค่ะ)

มันคือความโบรแมนซ์ของมิตรภาพลูกผู้ชายค่ะ

ขยายขายความคำว่า ' Bramance ' สำหรับผู้ไม่เข้าใจนะคะ

มันคือมิตรภาพของผู้ชาย  ที่อาจสนิทสนมกันมากถึงขั้นยอมตายแทนกันได้  เห็นอีกฝ่ายเป็นคนสำคัญซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่มีคำว่า Sex หรือความสัมพันธ์ทางกายกัน  เรียกได้สั้น ๆ ว่ามิตรภาพลูกผู้ชายนั่นแหละค่ะ  และนี่คือความโบรแมนซ์ที่เราจะนำเสนอผ่านคู่พิเศษ ( เรื่องของเรื่องคือแบบว่าเพิ่งอ่านเจอ  บางทีเพื่อนกับเพื่อนมันก็จิ้นกันมันส์กว่านะคะ  ว๊าย ! )

 

ตัวอย่าง

 

เซราส เทรน

 

'บางทีฉันก็รำคาญตัวเองนะเซราส  ที่บางครั้งก็ทำอะไรงี่เง่า   นายรำคาญฉันบ้างไหม ? '

 

'...ถึงนายจะชอบทำตัวป่วนขนาดไหน...นายก็รู้ว่าฉัน...ไม่มีวันทิ้งนาย '

 

'ฮะๆๆ เพราะงี้ไงนายถึงเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทมากที่สุด'

 

แหม  คำพูดไม่ค่อยส่อเลยนะคะ

 

ป่ะ  ลุยต่อ

 

มาร์ค x เฮดิช

 

'วันนี้นายเป็นอะไร  ดูไม่ค่อยร่าเริงเลยนะเฮดิช'

 

'เปล่า  ก็แค่ปวดหัวนิดหน่อย'

 

'เล่าให้ฉันฟังสิ  นายก็รู้...ว่าสำหรับฉันนายพูดได้ทุกเรื่อง   เพราะฉันพร้อมฟังนายเสมอ'

 

 

มันคือการชดเชยให้รีดเดอร์ผู้น่ารักทุกท่าน  รอไม่นาน  อาจอัพทีละนิดแต่อัพแน่ค่าาาาา

 

อีกเรื่อง  โคนันกำลังจะคัมแบ็ค  เช่นเดียวกับตุลา  รอแปร็บนึงงงง



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
tHe VoDgA ; aLcOhOl ชุลมุนรักสาวหน้าหล่อ (ไม่ใช่ Yuri ค่ะ) ตอนที่ 84 : บทที่ 69 อันตราย...ต่อหัวใจ 100% อ่านประกาศหน่อยน้า ไม่งั้นพลาดของดี อิๆ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13308 , โพส : 158 , Rating : 14% / 137 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7
# 158 : ความคิดเห็นที่ 14052
ไรท์หายยย (ขอเม้นหน่อยหลังจากที่แฝงเป็นนักอ่านเงามาเป็นปีๆ) งั้นระหว่างรีดที่น่ารักคนนี้เลยมาย้อนอ่านใหม่(รอบที่10ได้แล้วมั้ง)ช่วยไรท์เพิ่มยอดอ่านละกัน
#อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงเพลงยืนยันแค่เทออ่ะ ฮือไดซ์น่ารักมาก(กร้าวใจรีดสุดๆ)
Name : little_nok2 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ little_nok2 [ IP : 49.228.81.190 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2560 / 16:22
# 157 : ความคิดเห็นที่ 8948
โง้ยยยย~ แต่ละคู่ยิ้มจนแก้มจะฉีกแล้วค่าไรท์
Name : Armytaetae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Armytaetae [ IP : 49.229.55.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2559 / 19:58
# 156 : ความคิดเห็นที่ 7798
ไรท์อยู่ร.รอะไรค่ะ
Name : gammyada < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gammyada [ IP : 110.168.230.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กันยายน 2558 / 18:41
# 155 : ความคิดเห็นที่ 7797
ไรท์อยู่ร.รอะไรค่ะ
Name : gammyada < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gammyada [ IP : 110.168.230.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กันยายน 2558 / 18:39
# 154 : ความคิดเห็นที่ 7786
กร๊๊สสสสสสสสสสสส ฟินอะไรเช่นนี้//สลบ
Name : Wings of Darkness, Lucifer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Wings of Darkness, Lucifer [ IP : 171.99.22.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2558 / 16:06
# 153 : ความคิดเห็นที่ 7719
ขาดใจตายแปปป
PS.  ถ้าหากเราเป็นราชินีของโลกใบนี้ เราจะมีคนที่ต้องการเราอยู่ไหม? เพราะตอนนี้เราไม่เหลือใครแล้ว.....
Name : [<~&Angel~Devilza maki&~>] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [<~&Angel~Devilza maki&~>] [ IP : 171.99.175.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2558 / 15:10
# 152 : ความคิดเห็นที่ 7681
ไรต์จ๋าาาา เค้าคิดถึงตะเองอ่าาา กลับมาเร็วๆน้าาา
PS.  บางที...การมี "คนเข้าใจ"...ก็ดีกว่าการมี "คนรู้ใจ"
Name : Momo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Momo [ IP : 202.28.62.98 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2558 / 13:41
# 151 : ความคิดเห็นที่ 7680
อยากให้ถึงงานโรงเรียนเร็วๆจังค่ะ
Name : Hiho_Hiho! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hiho_Hiho! [ IP : 180.183.118.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 สิงหาคม 2558 / 23:57
# 150 : ความคิดเห็นที่ 7679
โอยยยยยยยยยยย คู่วิมวิสออกตัวแรว๊ง!!!!!!
Name : Menight * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Menight * [ IP : 115.31.183.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 สิงหาคม 2558 / 23:27
# 149 : ความคิดเห็นที่ 7676
มาอัพอีกน้าาา พอเห็นว่าอัพเเล้วนี้กรี๊ดจนคนในบ้านหาว่าเป็นบ้าเลย55555
Name : รัตติกาลสีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลสีเลือด [ IP : 110.168.232.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 สิงหาคม 2558 / 23:16
# 148 : ความคิดเห็นที่ 7675
ไรท์กลับมาแล้วววว กรี๊ดดังๆๆๆๆๆ >< อัพต่อนะคะ รออยู่เสมอออออ
Name : lovelykik < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lovelykik [ IP : 171.97.147.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 สิงหาคม 2558 / 19:39
# 147 : ความคิดเห็นที่ 7674
อัพความรู้สึกด้วยค้า สนุกมากรออยู่
Name : คน_เทพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คน_เทพ [ IP : 125.25.104.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 สิงหาคม 2558 / 17:32
# 146 : ความคิดเห็นที่ 7673
ถ้ายังงั้นไรท์ก็อัพเมฆาด้วยไม่ได้เหรอคะ อยากอ่านเมฆาอ่ะ อ่านซ้ำหลายรอบเลยนะเนี้ย สู้ๆนะไรท์ ส่วนเรื่องวอดก้าก็พยายามเข้านะคะ
Name : panda [ IP : 182.53.84.91 ]

วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 23:03
# 145 : ความคิดเห็นที่ 7672
อ๊ายยยยยหวานจุง '//'
มาอัพต่อเรวๆนร้าไรต์
สู้ๆไรต์สู้ๆ
Name : Aritsara [ IP : 223.206.112.101 ]

วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 21:23
# 144 : ความคิดเห็นที่ 7671
มาต่อเร็วๆเน้ออออยากอ่านอีก5555
PS.  ไม่รู้ดิแต่มาเป็นเพื่อนกันได้น๊าา แต่ไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นเท่าไหร่อ่ะนะเพราะส่วนมากจะสิงที่ tunwalai อ่ะนะว่างๆก็จะเข้ามา คุยได้นะไม่กัดอิอิ
Name : ♥♪PSK♫♥ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♥♪PSK♫♥ [ IP : 118.172.111.87 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 20:49
# 143 : ความคิดเห็นที่ 7670
ไรท์ค๊า รออ่านสายลม เจ้าหัวใจ วอดก้าน่าร๊ากก
PS.  ยินดีต้อนรับ
Name : GeenStoy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GeenStoy [ IP : 183.88.230.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 20:02
# 142 : ความคิดเห็นที่ 7669
ไรต์ แล้วหนูพอลล่ะ คิดถึงหนูพอลมากมายยยยย T^T
#เย้ดีใจไรต์กลับมาแล้วววว
Name : QuarterNight < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ QuarterNight [ IP : 49.229.114.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 07:15
# 141 : ความคิดเห็นที่ 7668
เย้ๆๆๆๆๆ ในที่สุดไรท์ก็กลับสักที
ไรท์จร้าาาาาาาา~~~~
ไรท์อย่าลืมอัพพพ~~~ ตุลาาาาาาาาาาา
ต่อนร้า~~~~~~
เค้าคิดถึงตุลาาาา มากเลยไรท์จร้าาาาา~~~~~
คิดถึงวอดก้ามากๆๆๆๆๆด้วย
แต่เค้าก็ไม่ลืมคิดถึงนร้าอย่างอนเค้านนร้าาาา~~~~~ ไรท์~~~~~
Name : น้ำผึ้ง [ IP : 49.229.92.203 ]

วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 03:00
# 140 : ความคิดเห็นที่ 7667
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดีใจที่ไรท์กลับมาแว้วววว
ตอนเห็นนิยายวอดก้ากับโคนันของไรท์อัพนี่ กรี๊ดลั่นเลยค่ะ (เรื่องจริง)
โดนแม่ว่าเลย ดึกๆดื่นๆ จะกรี๊ดทำไม 5555
ไดซ์หึงโหดอ่ะ หุหุหุ ฟินนนนนน ฮาตอนวอดก้าพึมพัมจะฆ่าปีศาจเนี่ยล่ะ คนอื่นฟังไพเราะ
แต่ความหมายที่พูดช่างตรงกันข้าม 5555555555
รอคู่ เซสเทรน ค่ะ ชอบคู่นี้ แอบมีคิดๆอยู่ว่าอยากให้สองคนนี้คบกันจริงๆ 55555 (โดนถีบ)
สู้ๆนะค่ะ รออ่านเสมอ อิอิ >w<
ปล.เม้นไปรอบนึง ข้อความมันไม่ขึ้น เม้นอีกรอบละกัน อิอิ

PS.  มองใครมองหลายคน รักใครรักคนเดียวนะ
Name : ₦ä₦eω€han < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ₦ä₦eω€han [ IP : 49.230.115.129 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 01:39
# 139 : ความคิดเห็นที่ 7666
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ไรท์กลับมาเป็นอะไรที่ดีใจอย่างรุนแรงค้าาา
ตอนเห็นวอดก้ากับโคนันขึ้นมาว่าอัพเดท กรี๊ดลั่นบ้านเลย (เรื่องจริง)
โดนแม่ว่าเลย ดึกๆดื่นๆ จะกรี๊ดทำไม 5555+
ดีใจมากอ่ะ รอ เซสเทรน ค่ะ ชอบคู่นี้ แอบมีคิดๆอยู่ว่าอยากให้สองคนนี้คบกัน 5555555 (โดนถีบ)
แต่ไดซ์หึงโหดงะ ฟินๆ หุหุหุ 
สู้ๆนะค่ะเรื่องงาน รออ่านเสมอค่าาา >w<

PS.  มองใครมองหลายคน รักใครรักคนเดียวนะ
Name : ₦ä₦eω€han < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ₦ä₦eω€han [ IP : 49.230.115.129 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2558 / 01:25
# 138 : ความคิดเห็นที่ 7665
อร๊ายยยยยยยย อ่านตอนนี้แล้วฟินมากเบย ดีใจไรต์กลับมาแล้ว
Name : So'Fah KiKi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ So'Fah KiKi [ IP : 124.120.183.102 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 สิงหาคม 2558 / 22:11
# 137 : ความคิดเห็นที่ 7664
นี่เรางง หรือว่ามีแค่คู่วิมกะวิสที่คบกันแบบมีสถานะ
คือคู่อื่นนี่ยังอยู่ในช่วงจีบกันอยู่หรอ หรือว่าไง ==a
Name : AranYz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AranYz [ IP : 27.130.134.26 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 สิงหาคม 2558 / 21:16
# 136 : ความคิดเห็นที่ 7662
จะรอนะคะ อย่าหายไปอีกนะ
จะรออ่านคะ ไรท์สู้ๆๆ
Name : แม่มดตัวป่วน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แม่มดตัวป่วน [ IP : 116.58.226.224 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 สิงหาคม 2558 / 18:41
# 135 : ความคิดเห็นที่ 7661
กรี๊ดดดดดดดด ไรต์มาแล้ว รออยู่น้าทุกเรื่องเลยค่ะ
Name : พลอยไพลิน ชำนาญเวช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พลอยไพลิน ชำนาญเวช [ IP : 180.183.11.229 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 สิงหาคม 2558 / 17:40
# 134 : ความคิดเห็นที่ 7660
ว้ายยยย มาแล้วววววว คิดถึงวอดก้ากับพาราไดซ์มากมายยย รอนะคะ รอต่อไป เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่าา
PS.  เด็กหญิงสไมล์ลี่ ผู้มีสปีชีส์เดียวกันกะแกะน้วย~
Name : Hani_2109 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hani_2109 [ IP : 1.46.70.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 สิงหาคม 2558 / 15:54
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android