Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 113 : บทที่105 ปะทะอสูรตาเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    25 เม.ย. 60

บทที่105 ปะทะอสูรตาเดียว


อสูรตาเดียว  ออก้า  สัตว์อสูรชั้นราชา  ระดับ  20  ปรากฏตัวกลางเมืองค่ะ  ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในเมืองจะไม่สามารถหนีอออกจากเมืองได้ค่ะ


            เมื่อได้ยินเสียงประกาศ  ทั้งนัวร์  ลูคัส หลินอิง  ลูน่า  และไอริสก็รีบปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็ว  จนทำให้ทั้งไพลิน และฟราน่าถึงกับตกใจ  เพราะก่อนหน้านี้พวกเธอนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าทุกคนอยู่ในบ้าน


“เทมเพสต์  ต้องรีบไปจัดการมันแล้วล่ะ”  ไอริสกล่าวอย่างจริงจัง  เมืองเวนทัสนั้นถึงอย่างไรก็เป็นที่รับรู้กันว่า  เป็นที่อยู่ของสมาชิกกิลด์วิหคราตรี  เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่อาจปล่อยเรื่องนี้เอาไว้เฉยๆได้

“ว่าไงล่ะเจ้าบ้าพลัง”  นัวร์ถามอย่างจริงจัง

“ก็คงต้องไปจัดการมันล่ะ”  เทมเพสต์ตอบด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะบอกว่า  ช่วยไม่ได้นะ

“ฉันกำลังรอฟังคำนี้อยู่เลย” หลินอิงกล่าว  พร้อมกับเดินเข้ามารวมกลุ่มกับพวกเทมเพสต์


“ถ้าอย่างนั้นให้พวกเราร่วมด้วยนะคะ”  ฟราน่าเดินเข้ามาใกล้พวกเขาแล้วกล่าว

“เพราะพวกเราต้องรีบกลับไปที่กิลด์  ฉะนั้นต้องรีบออกจากเมืองนี้ให้ได้ค่ะ”  ไพลินกล่าวเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นหนูขอไปตรวจสอบในเมืองหน่อยนะคะ  อยู่ๆสัตว์อสูรระดับนี้ก็ปรากฏตัวออกมา  จะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังแน่”  ลูน่ากล่าวอย่างครุ่นคิด

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปช่วยหาอีกแรงนะ”  ไอริสกล่าวกับลูน่า


            เมื่อตกลงกันได้แล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ทันที  โดยที่แบ่งกลุ่มกันดังนี้  กลุ่มแรกคือกลุ่มที่มีหน้าที่จัดการกับสัตว์อสูร  ได้แก่เทมเพสต์  หลินอิง  นัวร์  ลูคัส  ไพลิน  และสุดท้ายฟราน่า  ต่อมาผู้ที่มีหน้าที่ตามหาผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้  ได้แก่ลูน่าซึ่งรับหน้าที่ตรวจดูทางตะวันตกของเมือง  และไอริสซึ่งรับหน้าที่ตรวจดูทางตะวันออก


            ในที่สุดพวกเทมเพสต์ก็มาถึงที่ใจกลางเมืองเวนทัส  สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขานั้นก็คือ  สัตว์อสูรขนาดยักษ์มีดวงตาเพียงดวงเดียว  แขนของมันมีถึงหกข้าง  พลังที่แผ่ออกจากร่างของมันนั้นมีมหาศาล  จนทำให้พวกเทมเพสต์ถึงกับรู้สึกหวาดหวั่น


“สัตว์อสูรระดับนี้  จะมีใครบ้าไปสู้กับมันตรงๆได้บ้างฟะ” เทมเพสต์กล่าวอย่างหวั่นๆ

“เหอะ  ขนาดเจ้าบ้าพลังอย่างนายยังกลัว  ก็คงไม่มีใครกล้าไปเดี่ยวกับมันแล้วล่ะ”  นัวร์กล่าวอย่างเคร่งเครียด

“ฉันไม่ได้กลัวโว้ย  ฉันกำลังสั่นสู้ต่างหาก”  เทมเพสต์กล่าวอย่างฉุนเฉียว

“ไม่ต้องมาสตอนะเฟ้ย  แกกำลังกลัวอยู่ชัดๆ”  นัวร์ตอบกลับด้วยท่าทางกวนๆ

“หนวกหูโว้ย  ไอ้เด็กขี้ประจบ”

“จะเอารึไง  ไอ้บ้าพลัง”


            พอได้เห็นทั้งสองคนกำลังทะเลาะกันต่อหน้าศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้  เพื่อนๆของเขาก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ  ผิดกับไพลิน  และฟราน่าที่เคยเห็นเพียงด้านที่ดูดีของเทมเพสต์เท่านั้น  ที่มองอย่างไม่เชื่อสายตา


“อ...เอ่อ  พวกเขาเป็นอย่างนี้ตลอดเลยหรือคะ”  ฟราน่ากล่าวถามหลินอิงที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ก็อย่างที่เห็นนี่ล่ะ  เป็นกันอย่างนี้ตลอดเลย”  หลินอิงตอบด้วยเสียงเรียบเฉย

“เห้อ  ข้าเลือกตามนายผิดคนรึเปล่าเนี่ย”  ลูคัสกล่าวอย่างเหนื่อยใจ


            ส่วนไพลินนั้นไม่กล่าวสิ่งใด  เธอเพียงมองอย่างนิ่งเฉยโดยไม่แสดงความรู้สึกเท่านั้น  แต่ว่าพวกเทมเพสต์ก็ไม่มีเวลาที่จะพูดคุยกันนานกว่านี้  เพราะเจ้ายักษ์ตาเดียวกระโดดมาทางพวกเขาพร้อมกับฟาดหมัดยักษ์ลงใส่เทมเพสต์และนัวร์อย่างรุนแรง


            แน่นอนว่าทั้งเทมเพสต์และนัวร์รีบกระโดดหลบออกไปได้  ทว่าด้วยแรงกระแทกที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งเทมเพสต์และนัวร์ถึงกับต้องถอยออกไปหลายก้าว  แต่แทนที่ทั้งสองคนจะรู้สึกหวั่นเกรงเช่นในตอนแรก  พวกเขากลับรู้สึกโกรธขึ้นมาแทน


“คนเขากำลังทะเลาะกัน...”  เทมเพสต์กัดฟันพูด  พร้อมกับง้างหมัดขึ้น  จากนั้นหมัดของเทมเพสต์ค่อยๆถูกแสงสีฟ้าจากลมปราณเทพอสูรสยบฟ้าเข้าห้อหุ้ม

“แกจะมาขวางทำไม!!!” นัวร์ตะโกนก้องพร้อมกับผนึกพลังลงสู่หอกในมือของตน  จนเกิดเป็นอร่าสีแดงสด


            จากนั้นทั้งคู่ก็โจมตีเข้าใส่ออก้าที่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่  หมัดที่ห่อหุ้มด้วยปราณสีฟ้า  และหอกที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีแดง  ต่างก็บรรลุเข้าถึงตัวเป้าหมายได้ในเวลาเดียวกันก่อให้เกิดแสงสีฟ้าและแดงพวยพุ่งออกมาจากจุดที่ปะทะ


            และเมื่อแสงสว่างนั้นสงบลงก็เผยให้เห็นหมัดของเทมเพสต์  และหอกของนัวร์ที่ถูกเจ้ายักษ์ตาเดียวออก้าคว้าจับเอาไว้ได้  ด้วยแขนทั้งสองจากหกข้างที่มีอยู่   เมื่อได้เห็นเช่นนั้นเทมเพสต์  นัวร์  และเพื่อนๆก็เบิกตากว้าง  แม้แต่ไพลิน  และฟราน่าเองก็มีอาการเช่นเดียวกัน  เพราะเธอทั้งคู่รู้ดีว่าชายที่ถูกขนานนามว่า  หัตถ์พายุ  เทมเพสต์นั้นแข็งแกร่งเพียงใด


            ทว่าแม้เทมเพสต์และนัวร์จะโจมตีอย่างรุนแรง  กลับยังไม่สามารถทำอะไรศัตรูตรงหน้าได้  นั่นก็หมายความว่าศัตรูนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก  ทุกคนต้องลอบระวังตัวขึ้นมากับศัตรูระดับนี้  พวกเขาคงจะสู้อย่างประมาทไม่ได้  เพราะหากประมาทแล้วล่ะก็คงจะได้ถูกฆ่ายกทีมอย่างแน่นอน


            เมื่อคิดได้เช่นนั้นเพื่อนๆก็ไม่คิดที่จะอยู่เฉยอีกแล้ว  พวกเขารีบพุ่งเข้าหาออก้าที่กำลังสู้กับเทมเพสต์และนัวร์ทันที  โดยผู้ที่เข้าถึงได้เร็วที่สุดก็คือลูคัสนั่นเอง


ฝ่ามือสลายกระดูก


            ลูคัสโคจรลมปราณลงสู่ฝ่ามือของตน  ก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้าใส่ออก้าอย่างรุนแรง  การโจมตีนี้ของลูคัสนั้นเป็นการโจมตีที่มีผลทำให้พลังของศัตรูลดลง  ซึ่งหากออก้ารับฝ่ามือนี้เข้าไปพลังของมันจะต้องลดลงอย่างแน่นอน  แต่ว่า...


ฮูม!!!!!


            ก่อนที่ฝ่ามือของลูคัสจะเข้าถึงตัวของเจ้าอสูรตาเดียว  มันก็คำรามเสียงดังเป็นผลให้อากาศรอบๆสั่นไหว  และเกิดแรงอัดขึ้นจากอากาศส่งให้ร่างของลูคัส  เทมเพสต์  และนัวร์ต้องกระเด็นออกไป


ศรสีขาว – เส้นทางแห่งเหมันต์


            ไพลินยิงศรที่อัดแน่นด้วยไอเย็นสีขาวออกไป  โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ร่างยักษ์ของออก้า  เส้นทางที่ลูกศรสีขาวนั้นได้พุ่งผ่านไป  กลายเป็นน้ำแข็งไปตลอดเส้นทางจนเข้าถึงร่างของออก้า  ซึ่งออก้าก็สามารถรับเอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น  เพียงแต่นั่นก็ทำให้มือข้างที่มันใช้รับการโจมตีของไพลินต้องกลายเป็นน้ำแข็งไป


            เมื่อแขนของอสูรตรงหน้าถูกผนึกไปข้างหนึ่ง  หลินอิงก็เริ่มโคจรปราณลงสู่ดาบสั้นของตน  ดาบสั้นในมือทั้งสองของเธอนั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยลมปราณวิหคเล่นลม  จากนั้นหลินอิงก็ข้างดาบเข้าใส่แขนอีกสองข้างของออก้า 

และด้วยพลังของปราณวิหคเล่นลมทำให้ทันทีที่มีดของเธอปักเข้าใส่แขนของเจ้ายักษ์ตาเดียว  ปราณที่ผนึกเข้ากับดาบสั้นของเธอก็วิ่งวนไปทั่วแขนของมัน  ส่งผลให้แขนอีกสองข้างของออก้าขยับได้อย่างยากลำบาก


จากนั้นฟราน่าก็สะบัดดาบกระดูกงูในมือของเธอ  เข้ามัดแขนของยักษ์ตาเดียวอีกหนึ่งข้างเอาไว้  ทำให้แขนทั้งหกของออก้าในตอนนี้นั้น  สามารถขยับได้อย่างคล่องแคล่วเพียงแค่สองเท่านั้น

และเมื่อเป็นเช่นนั้นอีกสามคนที่เหลืออยู่ก็พุ่งเข้าหาออก้าอย่างรวดเร็ว  เทมเพสต์  นัวร์  และลูคัสผนึกพลังอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเตรียมโจมตี  ศัตรูที่น่ากลัวซึ่งอยู่ตรงหน้าของพวกตน


หมัดพิฆาต – พายุหมัดร้อยสำเนียง


            เทมเพสต์ผนึกปราณเทพอสูรสยบฟ้าผสานเข้าไปในทักษะของตน  ทำให้ออร่าที่ห่อหุ้มอยู่ที่มือของเขากลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม  จนแทบจะมองมือของเทมเพสต์ที่อยู่ภายในออร่านั้นไม่เห็น  แล้วเทมเพสต์ก็ระดมหมัดกว่าร้อยหมัดเข้าใส่ออก้า  ทุกครั้งที่หมัดของเขาเข้าปะทะร่างของยักษ์ตรงหน้า  ก็จะเกิดสายลมกระแทกออกจากหลังของ ออก้า


วิชาหากเทพโลหิต – สาดซัด  ฝนสีชาด


            นัวร์กระโดดขึ้นเหนือร่างของเจ้าอสูรตาเดียวอย่างรวดเร็ว  จากนั้นก็ผนึกพลังลงสู่หอกจนเกิดเป็นออร่าสีแดงโลหิตเข้าครอบคลุมไปทั่วตัวหอก   เขาควงหอกเล็กน้อยก่อนที่จะกระหน่ำแทงหอกในมือลงสู่ร่างของเจ้าอสูรที่อยู่ด้านล่าง 


วิชาฝ่ามืออสูร – เก้าฝ่ามือสลายวิญญาณ


            ลูคัสผนึกลมปราณของตนลงสู่ฝ่ามือทั้งสอง  แล้วพุ่งเข้าโจมตีร่างของออก้า  เขากระแทกฝ่ามือที่ผนึกลมปราณของตน  เข้าสู่จุดตายทั้งเก้าบนร่างของอสูรตาเดียวอย่างรุนแรง และทุกครั้งที่ฝ่ามือของเขากระแทกเข้าใส่ร่างของเจ้าอสูรกายหกแขน  ปราณที่ผนึกเอาไว้ก็จะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของออก้า    และปะทุออกเป็นการโจมตีซ้ำจากภายใน


            การโจมตีทั้งสามบรรลุเข้าถึงตัวของออก้าอย่างพร้อมเพรียง  ออก้าที่เริ่มได้รับความเสียหายอย่างหนักก็โมโหขึ้น  มันแผดเสียงคำรามจนเกิดคลื่นกระแทกส่งร่างของทั้งสามให้ต้องถอยออกไป  จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นไปบนฟ้าสูงจนมองร่างของมันแทบไม่เห็น  แล้วทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็ว


            เมื่อได้เห็นดังนั้นพวกเทมเพสต์ก็เบิกตากว้างขึ้น  นัวร์และหลินอิงรีบเคลื่อนตัวหลบออกจากตำแหน่งเดิม  ลูคัสรีบดึงร่างของฟราน่าที่อยู่ใกล้ตัวแล้ววิ่งหนี  เพื่อหลบเจ้าอสูรที่กำลังทิ้งตัวลงมา

            ทางด้านเทมเพสต์นั้นก็รีบอุ้มไพลินเพื่อที่จะพาหลบหนี  โดยที่หารู้ไม่ว่าไพลินที่มักจะทำตัวเย็นชามาตลอดนั้น  เมื่อมาถูกเทมเพสต์อุ้มและได้เห็นใบหน้าที่จริงจังของเทมเพสต์ในระยะใกล้แล้ว  ใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวโดยที่ตัวเธอนั้นไม่อาจห้ามได้


ตูม!!!!


            เมื่อออก้าทิ้งตัวลงถึงพื้น  ก็เกิดระเบิดที่รุนแรงขึ้นมา  อาคารใกล้เคียงถูกแรงระเบิดลบให้หายไป  พวกเทมเพสต์ที่หลบออกมานั้นแม้จะไม่ได้รับการโจมตีอย่างเต็มที่ก็ตาม  แต่ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยเฉพาะเทมเพสต์ที่เอาตัวปกป้องไพลินนั้น  ได้รับความเสียหายหนักที่สุด

 

 

หลังจากที่ไอริสและลูน่าแยกอกมาจากกลุ่ม  พวกเธอก็รีบแยกย้ายกันเพื่อตามหาผู้ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องในครั้งนี้  โดยที่ไอริสนั้นรีบมาทางตะวันออก  เมื่อค้นหาอยู่ไม่นานนักเธอก็พบเงาร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว  ไอริสจึงรีบวิ่งตามไป


ทางด้านลูน่าเองก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก  เธอหาอยู่ครู่หนึ่งก็พบเงาร่างหนึ่งยืนอยู่บนหลังคาของอาคารที่อยู่ไม่ห่างจากตัวเธอนัก  เมื่อเห็นเช่นนั้นลูน่าก็เริ่มร่ายเวทย์  ตรงหน้าของเธอก็ค่อยๆปรากฏวงแหวนเวทย์ขึ้นมาสองวง


ทวิมนตรา  เวทย์เพลิงระดับสาม – กระสุนเพลิงทมิฬ

                   เวทย์วายุระดับสาม – คมมีดวายุ


            กระสุนเพลิงสีดำ  และสายลมที่ก่อตัวเป็นคมมีด  พุ่งออกจากวงแหวนเวทย์ของลูน่า  โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ตำแหน่งของเงาร่างนั้น  เงาร่างนั้นมองมาที่เธอเล็กน้อย  แล้วตรงหน้าของร่างนั้นก็ปรากฏกำแพงที่สร้างจากกระเบื้องบนหลังคา  ก่อนที่เวทย์มนต์ของลูน่าจะเข้าปะทะกับกำแพงนั้น  โดยที่ร่างนั้นไม่ได้รับบดเจ็บเลยแม้แต่น้อย


            แสงจันทร์ค่อยๆสาดส่องให้เห็นร่างที่อยู่บนหลังคานั้น  ที่อยู่ตรงนั้นก็คือชายร่างท้วม  เจ้าของผมสีน้ำตาล  เขาก็คือหนึ่งในผู้นำของบาปเจ็ดประการ  นามว่าป้อมปราการไม่เคลื่อนที่  สล็อธนั่นเอง


“นี่นายเป็นใคร  มาโจมตีเมืองนี้ทำไมกัน”  ลูน่าถามอย่างจริงจัง

“เมืองงั้นรึ  นั่นไม่ใช่เป้าหมายสักหน่อย  เป้าหมายก็คือพวกเธอต่างหาก”  สล็อธตอบด้วยท่าทางเนือยๆ

“ก็ลองดูสิ”  ลูน่ากล่าวท้าทายโดยแฝงเอาไว้ด้วยรังสีอำมหิต

 

 

            เมื่อหลบรอดจากการโจมตีของออก้ามาได้  เทมเพสต์ก็วางร่างของไพลินลงแล้วกระอักเลือดออกมาคำโต  ทำให้ไพลินต้องมองด้วยความเป็นห่วง  ก่อนที่เธอจะรีบกล่าวถามเทมเพสต์โดยไม่มีท่าทีเย็นชาเหลืออยู่เลย

“น...นายเป็นอะไรมั้ย”

“ไม่เป็นไร  เธอถอยไปก่อน  ฉันจะจัดการมันเอง”  เทมเพสต์มองไปยังออก้า  แล้วกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง  จนทำให้ไพลินที่มองอยู่ถึงกับต้องหน้าขึ้นสีอีกครั้ง


            จากนั้นร่างของเทมเพสต์ก็ค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลง  กล้ามเนื้อของเขาค่อยๆขยายขึ้น  เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนกล้ามเนื้อ  ผมที่มัดถักเอาไว้เป็นเปียของเทมเพสต์ก็สยายยาวออกและตั้งชันขึ้นจนดูคล้ายขนของเม่น  รอบกายของเขาปรากฏออร่าสีฟ้าขึ้นมา  


ทักษะเผ่าพันธุ์ – จำแลงร่างเทพอสูร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

2,694 ความคิดเห็น

  1. #2546 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:18

    สรุปมีฮาเร็มแน่

    แต่ดูทรงแล้ว ไม่น่าใช่ของพระเอก

    ถึงบักระจะปักธงไปทั่ว แต่ก็ปักตื้นๆ

    แต่บักเพสต์นี่ปักเกือบมิดด้าม

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-02.png

    #2546
    0
  2. #2422 นักอ่านสายฟรี (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 11:59

    ซุปไซนาาา

    #2422
    0
  3. #1578 arigato. (@thank-naka) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 01:14
    ทำไมเราเห็เทมเพสต์ทำท่าเดียวกับซุปเป้ใสน่าหล่ะ 5555
    #1578
    0
  4. #1002 นักอ่านในเงา (@batamana) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:38
    สุดยอด!!!! รอตอนต่อไป
    #1002
    0
  5. #1000 22710 (@22710) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:32
    ขอบคุณมากครับ
    #1000
    0
  6. #999 Jarn20116 (@Jarn20116) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 19:16
    งงอ่ะ สรุปว่ายักษ์ตาเดียวกับออก้า นี่ใช่คนเดียวกันไหมอ่ะ
    #999
    1
    • #999-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 113)
      25 เมษายน 2560 / 22:40
      ตัวเดียวกันครับ
      #999-1
  7. #992 Shnine (@Shnine) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 12:05
    ว้าวว~~บาป7ประการเริ่มเคลื่อนไหวแล้ววว
    #992
    0
  8. #991 Zanzar (@5401170733) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 11:47
    กลุ่มใหนหว่าจำไม่ได้
    #991
    0
  9. #990 0981482095 (@0981482095) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 11:20
    ค้างงงงงง รอ อากิระ มาจัดการรรร
    #990
    0
  10. #989 Dermie (@JaminiChevalier) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 10:17
    ติดตามอยู่ตลอดนะไรท์ แค่ซุ่มเงียบ ไม่ได้คอมเม้นอะไร อย่าน้อยใจนะ~ ?
    #989
    0
  11. #988 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 09:43
    ขอบคุณครับ
    เมื่อวานมันไม่แจ้งมาว่ามีอัพ
    #988
    1
    • #988-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 113)
      25 เมษายน 2560 / 09:56
      อ่าวเหรอครับ
      #988-1