[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 16 : Still the One EP15 || It Only Hurts When I'm Breathing [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    8 ส.ค. 60

Still the One EP15


[ปุณณ์]


“ป้อน!”

“อ้าาาาาาา”

“งั่มๆ อร่อยจัง… เอาอีก”

ผู้ชายหน้าสวยที่กำลังโดนผมป้อนข้าวเหมือนลูกนกคนนี้คือพี่รหัสของผมเอง ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อในสายตาตัวเองว่าพี่ฟรานจะเป็นคนขี้อ้อนได้ขนาดนี้ เพราะปกติแล้วพี่ฟรานจะดูแมนมากๆ ไม่สมกับใบหน้าหวานๆ สวยๆ ของเขาสักเท่าไร

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ…

“อือ… อย่าช้าสิ ป้อนฟรานเร็วๆ”

สายตาหยาดเยิ้มกับปากอวบอิ่มของเขาที่กำลังอ้าปากรอให้ผมป้อนข้าวอยู่ รวมไปถึงชุดนอนที่เป็นเสื้อคอกว้าง มันทำให้ผมรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา

พี่ฟรานเซ็กซี่มาก!

“อะ… เอ้า!”

ผมตักข้าวลวกๆ รีบยัดใส่ปากเขาด้วยความเขิน เจ้าตัวเคี้ยวๆ ไปก็ยู่หน้าใส่ผม

“อือ… ข้าวเปล่านี่ เอาเป็ดด้วยสิ”

“คะ… ครับ เป็ดๆ” ผมตักเป็ดย่างในจานยื่นไปจ่อปากเขา

พี่ฟรานมองช้อนตรงหน้าก่อนจะเชยตามามองผม

“อ้ำ…”

โฮลี่ชิต! ทำไมถึงได้เป็นพวกป่วยแล้วอ้อนขนาดนี้ ไม่สิ! แบบนี้เค้าเรียกยั่วแล้ว!

ผมกลืนน้ำลายดังเอื๊อกแล้วถามเขาไปอย่างตะกุกตะกัก

“พะ...พี่ฟราน อิ่มรึยังครับ”

“อือ อิ่มแล้วก็ได้”

ตอบแบบนี้หมายความว่ายังไงกันละเนี่ย แต่ช่างเถอะ ผมว่าผมต้องไปทำจิตใจให้สงบก่อน

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมมานะ ขอไปอาบน้ำล้างตัวหน่อย”


ผมยกจานข้าวไปเก็บในครัวจากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำที่ห้องพี่เฟิร์ส พอเสร็จก็หยิบผ้าห่ม หมอน แล้วก็ผ้านวมเพื่อใช้ปูนอนเดินกลับไปยังห้องพี่ฟราน พอเขาเห็นว่าผมหอบของพะรุงพะรังมาก็ทักผม

“ปุณณ์เอาผ้าห่มมาทำไมอะ”

“ปูนอนไงครับ” ว่าไปก็กางผ้าปูนอนข้างๆ เตียงพี่ฟราน

“อ้าว ดึกขนาดนี้แล้วไม่กลับบ้านเหรอ ไม่ไปดูเป็ดหรอ” พี่ฟรานถามต่อ

“คืนนี้พี่เฟิร์สไปดูแลพี่ให้ครับ แล้วก็วานผมให้ดูแลพี่ฟราน” ผมนอนลงกับผ้าที่ปูแล้วหันไปมองคนที่นอนตะแคงมองผมอยู่ทางด้านบน “ว่าแต่พี่กินยาลดไข้ยัง”

“ยัง”

ผมส่ายหน้าออกมาพลางยันตัวขึ้นยืนเพื่อเดินไปหยิบยากับน้ำที่ผมวางไว้อีกฝั่งนึงของหัวเตียง

“ไม่กินเดี๋ยวก็ไม่หายหรอก” ผมยื่นน้ำกับยาให้พี่ฟรานแล้วบ่นไปด้วย พี่ฟรานลุกขึ้นมานั่งแล้วรับน้ำกับยาไปกิน

“ขอโทษ”

จู่ๆ เขาก็ขอโทษผมออกมา ผมย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

“ขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย แทนที่ปุณณ์จะได้ไปดูแลพี่ชาย ฟรานขอโทษนะ”

ซึมไปเลยแฮะ เมื่อกี้ยังอ้อนผมอยู่เลย

“ที่ปุณณ์มาวันนี้ก็เพราะปุณณ์รู้สึกไม่ดีที่แกล้งพี่ไปเมื่อวันก่อน”

เขาทำหน้าสงสัยออกมาพร้อมกับถามผม ขนาดสงสัยยังน่ารักเลยแฮะ

“แกล้งอะไรเหรอ”

“กะ...ก็ที่ผมแกล้งขอจูบพี่… อะ… เอ่อ… ผมขอโทษจริงๆ นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินพี่ฟรานจริงๆ แค่อารมณ์ชั่ววูบน่ะครับ”

เป็นข้อแก้ตัวที่ทุเรศมากเพราะผมกระชากคอเสื้อพี่เขาด้วย

“อืม ไม่เป็นไร ฟรานก็ผิดที่ไปแกล้งปุณณ์ที่เซเว่นเหมือนกัน” เขาก้มหน้าลงหลบสายตาผม “แล้วปุณณ์ล่ะ ยังโกรธฟรานอยู่รึเปล่า”

เสียงของเขาอุดอู้อยู่ในลำคอบ่งบอกให้รู้ว่าเขากลัวว่าผมยังโกรธอยู่แค่ไหน

ผมย่อตัวลงไปนั่งยองๆ แล้วแหงนหน้ามองพี่ฟราน จากนั้นก็ยิ้มกว้างให้เขา

“ไม่แล้วครับ”

“จริงนะ”

“อื้ม ผมโกรธพี่ไม่ลงหรอกครับ”

“ฟรานเครียดจนไม่สบายเพราะฟรานคิดว่าปุณณ์โกรธอยู่ รู้ป่าว”

“ถ้าอย่างนั้นผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ไม่สบายสิครับ” ผมเอ่ยก่อนจะใช้มือลูบไปยังหัวของเขาเบาๆ

“อื้ม งั้นก็หายกันนะปุณณ์”

“ครับ” ผมยิ้มกว้างให้เขาอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืน “นี่ก็ดึกมากแล้ว งั้นนอนเลยมั้ยครับ”

“นอนเลยก็ได้ สวิตซ์อยู่ตรงนั้น”

พี่ฟรานชี้ไปทางประตูเข้า ผมจึงเดินไปปิดไฟแล้วกลับมานอนลงกับผ้าที่ปูไว้

“ถ้างั้นก็ฝันดีนะครับพี่ฟราน”


“อือ… อือ...”

เสียงร้องครางจากด้านผมทำให้ผมตื่นขึ้นมากลางดึก ผมลุกขึ้นไปจัดการห่มผ้าที่คนป่วยถีบออกให้เข้าที่

“พี่นี่คนสองบุคลิกรึยังไงกันเนี่ย ตอนดีๆ ก็ไม่อะไรหรอก แต่ตอนป่วยล่ะ ขี้อ้อนชะมัด”

ด้วยความอยากแกล้งปนหมั่นไส้ผมจึงแอบบีบจมูกเขาเบาๆ

ตอนดีๆ ก็กร่างเหมือนเสือ พอป่วยทีก็กลายเป็นลูกแมวขี้อ้อน!

“อือ!”

เสียงครางกลับดังขึ้นมาอีก ไม่เพียงเท่านั้น พี่ฟรานเริ่มขยับตัวเพราะหายใจไม่ออก มือไม้ปัดแกว่งไปมั่ว แข้งขาก็ถีบผ้าห่มที่ผมห่มคืนให้ดีๆ ยับยู่ยี่อีกครั้ง

“ฮ่าๆ ตลกดีว่ะ”

ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ในความมืด ก่อนจะดึงผ้าห่มมาปูให้เขาดีๆ อีกครั้ง

“อือ… อย่าว่าฟราน… ฟราน...”

พูดอะไรของเขาวะ? ตื่นอยู่รึยังไงกัน

ผมเงี่ยหูเข้าไปใกล้ๆ เพื่อที่จะฟังที่พี่ฟรานพูดได้ชัดๆ

“ชอบ...”

ทันทีทันใดนั้น คำพูดของไอ้ดรีมก็ลอยเข้ามาในหัวผม

‘กูว่าพี่ฟรานชอบมึง’

ไม่มีทางหรอกน่า ผมก็เป็นแค่น้องรหัสของเขา และพี่ฟรานก็เป็นแค่พี่รหัสที่ใจดีของผม ไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้หรอก

ผมสะบัดความคิดนั้นออกจากหัวแล้วเงี่ยหูเข้าไปใกล้กว่าเดิม

“ชอบ...”

เออรู้แล้วว่าชอบ แล้วชอบอะไรล่ะฟระ

“ชอบ...”

“...”

“ป… เป็ดย่าง”

โถ่เว้ย! นึกว่าจะได้ยินอะไรดีๆ ซะอีก

“อาหย่อย… งั่มๆ”

ยังมีหน้านอนละเมอเคี้ยวน้ำลายโชว์ผมด้วยอีกนะ

“เหอะ! นอนดีกว่า”


ผมกลับไปนอนพื้นตามเดิมพลางคิดในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วก็เกิดรู้สึกเสียดายขึ้นมา...

เดี๋ยวสิ?! ทำไมผมรู้สึกเสียดายล่ะ

นี่ผมกำลังคาดหวังอะไรผิดๆ อยู่รึเปล่าเนี่ย



[ปอนด์]


“ฮ้าว...”

ผมเดินหาวหวอดๆ เดินลงมาจากห้องหลังตื่นนอน เพื่อตามหาคนที่ผมนอนกอดเขาเมื่อคืน ตื่นมาก็ไม่เจอพี่เฟิร์สแล้ว

“ตื่นแล้วเหรอเป็ด”

พี่เฟิร์สเดินออกจากครัวมาเห็นผมพอดี ผมเลยทักทายเขา

“ครับ อรุณสวัสดิ์ครับ”

“อื้ม อาบน้ำรึยังล่ะนั่น”

ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าในมือเขาถือชามอะไรสักอย่างไว้ด้วย มือก็เลยไม่ว่างจึงบุ้ยปากหาผมแทน

“แหะๆ ยังครับ”

เขายู่หน้า แต่ก็ยังบุ้ยหน้าไปทางโต๊ะกินข้าวแล้วบอกให้ผมไปนั่ง

“ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยอาบก็ได้ ไหนๆ ก็ลงมาแล้วไปกินข้าวก่อนก็แล้วกัน”


วันนี้เป็นวันเสาร์ ซึ่งปกติแล้วปุณณ์มักจะมากินข้าวเช้าพร้อมกันกับผมก่อนออกไปทำงานพิเศษ แต่วันนี้ไม่ยักเห็นแฮะ ผิดสังเกต

“พี่เฟิร์ส ปุณณ์มันออกไปทำงานแล้วเหรอ”

“อื้ม เข้ามาเอาเสื้อเมื่อกี้แล้วก็ออกไปแล้วล่ะ” พี่เฟิร์สว่าก่อนจะตักโจ๊กในชามขึ้นมากิน

“เดี๋ยวนะ ที่ว่าบอกว่ามาเอาเสื้อ ปุณณ์มันไม่ได้กลับมานอนบ้านรึยังไงเมื่อคืน”

“ไม่ได้กลับ นอนค้างที่บ้านพี่เมื่อคืน”

ผิดวิสัยมากๆ รายนั้นถ้ารู้ว่าผมอาการไม่ดี ไม่มีทางที่จะปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวได้หรอก ปุณณ์ไม่รู้ว่าผมเจอพี่กายมารึยังไงกัน

“แล้วเมื่อคืนพี่กลับบ้านรึเปล่า” ผมถามต่อ

“กลับสิ”

“แล้วปุณณ์...”

ราวกับรู้ว่าผมกำลังจะถามอะไรต่อ ทันทีที่พี่เฟิร์สเห็นว่าผมจะอ้าปากพูด เขาก็พูดออกมาเอง

“พี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ปุณณ์ฟังแล้วล่ะ”

ว่าแค่นั้นแล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรต่อ ปล่อยให้ความอยากรู้อยากเห็นของผมเข้าครอบงำ

“เอ้า! เล่าแล้วก็ไม่ต่อให้จบ”

พี่เฟิร์สเงยหน้าจากชามขึ้นมามอง แล้วพูดกับผม

“กินให้เสร็จแล้วไปอาบน้ำ ไม่งั้นไม่เล่า”

“พี่เฟิร์สอะ!”

ยังจะยิ้มกวนประสาทให้ผมอีก

“ชิ! เจ้าเล่ห์ชะมัด”


ไม่ช้าผมก็รีบกินรีบไปอาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่างเพื่อรอฟังเรื่องที่พี่เฟิร์สเล่าค้างไว้อยู่ ผมเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างๆ เขา

“อาบน้ำแล้ว”

“จริงๆ ก็ไม่มีไรหรอก พี่ก็เล่าตามที่ไอ้คิสมันเล่ามาให้พี่ฟัง ไอ้ปุณณ์มันก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า จนมีจังหวะนึงมันคว้าคอเสื้อพี่ด้วยนะ”

“เดี๋ยวสิ ทำไมปุณณ์ถึงคว้าคอเสื้อพี่ล่ะ พี่เฟิร์สไม่ใช่คนผิดอะไรนี่ พี่ก็แค่เล่าเฉยๆ เองนะ”

เขาเห็นผมทำหน้าสงสัยก็ยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าเบาๆ

“ตอนพี่บอกปุณณ์ว่าไอ้กายคือเพื่อนพี่ มันเข้าใจว่าพี่… เอ่อ ใช้มันเข้าหาปอนด์น่ะ”

พูดอะไรของเขากัน เข้าหาผม?

“มะ… เมื่อวานพี่โคตรตกใจเลยว่า เด็กคนนั้นที่มาพูดปลอบใจพี่คือเป็ด”

“เป็ดก็ตกใจไม่แพ้พี่หรอก ไปๆ มาๆ ดันกลายเป็นว่าเราโดนสวมเขาทั้งคู่” ผมว่าติดตลกเล็กน้อย

“บังเอิญจัง”

จริงของเขา เรื่องของเรามันบังเอิญมากเกินไปจริงๆ

พี่เฟิร์สโอบไหล่ผมดึงเข้าหาตัวเขาจนหน้าผมชิดติดกับไหล่กว้าง

“ทีนี้ก็รู้แล้วสินะว่าเป็ดไม่ได้เจอเรื่องแย่ๆ แค่คนเดียว” เขาก้มมองมาพูดกับผมแล้วว่าต่อ

“พี่ผ่านมันมาได้ เป็ดก็ทำได้เหมือนกันใช่มั้ยครับ”

เสียงพี่เฟิร์สพูดเหมือนเวลาที่คนเป็นพ่อให้กำลังใจลูกน้อยไม่มีผิด...

“อื้ม เป็ดพยายามอยู่”

หมับ!

ตายละหว่า! ดันเผลอตัวกอดพี่เขาเฉยเลย

ทันทีที่รู้ตัวผมก็รีบผละออกจากตัวเขาแล้วนั่งตัวลีบอยู่อีกมุมของโซฟา

คนตัวโตที่ตอนนี้กำลังหันมายิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยใส่ผมกระเถิิบตัวมาแนบชิดกับผม

“ทำอะไรลงไปน่ะ”

“ปะ… เป็ดขอโทษ เป็ด… เอ่อ...”

ให้ตายสิ! นึกคำแก้ตัวไม่ออกเลยแฮะ

“ ‘เป็ดทดลองใช้บริการแล้วติดใจ’ ใช่มั้ย”

กึก…

รู้เท่าทันความคิด ผมจึงพูดแก้ตัวไป

“เปล่าสักหน่อย ปะ… เป็ดแค่นอนไม่หลับต่างหาก”

แย่ละสิ กลายเป็นว่าตอบไม่ตรงคำถามอีก

“ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงนอนไม่หลับล่ะ กอดพี่แล้วต้องนอนฝันดีสิครับ”

พี่เฟิร์สว่าแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมจนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของเขา

ใกล้เกินไปแล้ว… ผมเขินมาก

“ปะ… เป็ดไม่รู้! เป็ดนอนไม่หลับ เป็ดจะไปนอนแล้ว”

เท่านั้นแหละ ผมเลยโดนคนตัวใหญ่ขี้แกล้งรวบไปกอดทั้งตัวแล้วก็…

ฟอด…

ซีกแก้มขวาของผมถูกจมูกโด่งของพี่เฟิร์สฝังเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาทำแบบนี้กับผม

“แปลว่าเป็ดตื่นเต้น ไม่ก็ดีใจจนนอนไม่หลับเลยละสิท่า”

“ผะ...ผม”


กิ๊งก่อง…

“ใครมาวะ!”

ฟู่… กริ่งช่วยชีวิต

ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งใจ ไม่รู้แหละใครมา แต่ขอบคุณมากเลยละที่ทำให้ผมหลุดพ้นจากสถานการณ์เขินๆ นี่ได้

ผมเปิดประตูมองไปหน้าบ้านก็เห็นว่าเป็นพี่คิสที่ยืนสะพายกีตาร์ตัวโปรดของเขายืนโบกมือให้ผมอยู่

จริงสิ วันนี้วันเสาร์ วันที่พี่คิสจะมาช่วยสอนผมเล่นกีตาร์นี่นา

ผมเปิดประตูรั้วบ้านให้เขาเข้ามา พอหมุนตัวกลับก็เห็นพี่เฟิร์สยืนหน้ามุ่ยเท้าประตูอยู่

“เชี่ยคิส มาไม่รู้จังหวะเลยนะมึงอะ”

พี่คิสเบิกตากว้างขึ้น เขาทำหน้างงๆ เอามือชี้เข้าหาตัวเอง

“กู? กูทำอะไร วันนี้วันเสาร์ กูก็มาสอนเล่นกีตาร์ให้เป็ดไง มึงต่างหากมาทำอะไร” สายตาคาดคั้นของพี่คิสทำให้พี่เฟิร์สอ้ำอึ้งไป

“กะ… กูก็มาดูแลเป็ดไง”

“งั้นมึงก็กลับไปได้แล้ว ร้านเริ้นมึงจะไม่คิดกลับไปดูเลยรึไงกัน” พี่คิสว่า

“คนของกูกำลังเครียด มึงนั่นแหละกลับไป”

คนของเขา? หมายความว่ายังไง

“แหนะๆ คนของกู พูดมาเต็มปากเต็มคำเลยนะ นี่ปอนด์ยอมหรอ”

อ้าว เถียงๆ กันอยู่แล้วทำไมมากดดันผมซะอย่างนั้นล่ะ

“ว่าไง ยอมป่าว ใช่คนของพี่รึเปล่าครับ”

พี่เฟิร์สก็เอากับเขาด้วย

“ไม่รู้เว้ย! พี่เฟิร์สมีงานทำไม่ใช่เหรอ กลับเลยก็ได้มั้ง ส่วนพี่คิสถ้าไม่สอนปอนด์จะไปนอนต่อแล้วนะ!” ว่าจบก็เดินปึงปังเข้าบ้านไปนั่งที่โซฟา

คนของพี่เฟิร์สบ้าบออะไรกัน! ทำอย่างกับเราเป็นฟะ… แฟนกัน

ไม่สิ! พี่เฟิร์สเขาเป็นผู้ชายเต็มตัวนี่ เขาคงจะหมายถึงลูกจ้างกับนายจ้างนั่นแหละ


พี่คิสกับพี่เฟิร์สเดินตามหลังผมเข้ามาในบ้าน พี่คิสนั่งอีกฝั่งนึงของโซฟา ส่วนพี่เฟิร์สนั่งลงข้างๆ ผม

“เป็นไงปอนด์ ดีขึ้นรึยัง พี่เรียกคนมาปลอบถูกคนรึเปล่า” พี่คิสถามไปก็ยิ้มไป

ถูก… ถูกมากด้วย ถูกจนรู้ว่าเรื่องราวของผมกับของพี่เฟิร์สคือเรื่องเดียวกัน

“เงียบๆ แบบนี้แปลว่าถูกใจ”

อยู่ดีๆ พี่เฟิร์สก็ว่าขึ้นมาเอง

“ถูกใจที่ไหนกันเล่า! แค่กอดเอง อย่าทึกทักไปเองสิ...”

“แค่กอดเอง หมายความว่ายังไง หืม?” เสียงพี่คิสว่าขึ้นมาทำให้ผมชะงักงันไป

แย่ละสิ เผลอหลุดปากเรื่องน่าอายออกมาซะได้

“มะ… ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะพี่คิส ปอนด์ไม่ได้… โอ๊ย! พี่เฟิร์สอะ ช่วยแก้ต่างให้ปอนด์หน่อยสิ ยืนบื้ออยู่ได้ เดี๋ยวพี่คิสก็เข้าใจผิดหรอกว่าเราเป็นอะไรกันน่ะ”

แก้ตัวไม่ได้ก็โบ้ยความผิดให้พี่เฟิร์สมันซะ ข้อหายื่นข้อเสนอแปลกๆ มาให้ผมทดลองใช้บริการเมื่อคืน

พี่เฟิร์สส่ายหน้าให้ผมแล้วหันไปพูดกับพี่คิสสั้นๆ

“มากกว่าชอบ”

สิ้นเสียงของพี่เฟิร์สใจผมก็เต้นรัวยิ่งกว่าปืนกล เต้นเร็วจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากอก

“แต่ยังรักไม่ได้”

เขาหันกลับมาหาผมอีกครั้ง ผมหลบตาเขาด้วยความเขิน

“คนของพี่หมายความแบบนี้แหละ”

ผมได้แต่นิ่งเงียบด้วยความเขินอายจนพูดอะไรไม่ออก

“แต่… พี่จะไม่ยอมหยุดจนกว่าพี่จะรักเป็ดได้ พี่จะชอบเป็นจนกว่าเป็ดจะก้าวผ่านได้ เมื่อนั้นพี่ถึงรักเป็ดจนเป็ดลืมเรื่องร้ายๆ ไปตลอดกาลเอง”

เขาว่าก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ที่ใส่เสื้อผ้าที่วางอยู่ที่โซฟาอีกตัวข้างๆ แล้วบอกลาผมกับพี่คิสก่อนจะเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถของเขา


รถพี่เฟิร์สลับตาไปแล้ว พี่คิสที่ยิ้มแป้นแล้นอยู่ก็พูดขึ้นมา

“เฮ้อ เป็นพ่อสื่อนี่น่าเบื่อจริงๆ เลย มา! ไปเอากีตาร์มาหัดเล่นต่อดีกว่า”

“เดี๋ยวนะ… แปลว่าพี่คิสรู้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอว่า พี่เฟิร์สชอบผมเนี่ย!” ผมเบรกเขา

“อื้ม ชงให้ตั้งหลายทีแล้วเนี่ย ฮ่าๆ”

“โถ่! พี่อะ แล้วพี่เฟิร์สเค้าเป็นเกย์เหรอ” ผมถามต่อ

“ไม่อะ ไม่เคยเห็นมันคบผู้ชายนะ แต่ปอนด์น่าจะเป็นคนแรก ฮ่าๆ” ยังไม่หยุดหัวเราะอีก

ผมมุ่ยหน้าลงเพราะพี่เฟิร์สเองก็เหมือนจะยังไม่ได้คิดกับผมถึงขั้นคบกัน

“แล้วปอนด์ควรทำยังไงต่อดี”

พี่คิสกระเถิบเข้ามานั่งข้างๆ แล้วเอามือมาขยี้หัวผมเล่น

“ปอนด์เองก็ชอบไอ้เฟิร์สมันใช่มั้ยล่ะ”

ปฎิเสธไม่ได้ จึงพยักหน้ารับ

“ถ้าอย่างนั้นก็พยายามเข้านะ ปะ! ไปหยิบกีตาร์ลงมาเล่นกันดีกว่าเนอะ” ว่าแล้วเขาก็ขยี้หัวผมแล้วผลักหัวผมเบาๆ เป็นการไล่


นั่นสิเนอะ เจอหน้าก็เจอกันมาแล้ว แม้ว่าจะยังกลัวแต่ก็ยังสู้หน้าได้บ้าง

เจ็บได้ก็แค่ตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่

ใจสลายได้ก็ตอนมันยังเต้นอยู่

ความฝันพังทลายลงได้ตราบใดที่ยังฝันได้อยู่


ฮึบ… ลืมไปซะเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา

คราวหน้าที่พี่กายเจอผม ผมจะต้องไม่เหมือนเมื่อวาน





"ทดลองใช้บริการ"


ในที่สุดน้องปุณณ์ก็มีบทพูดกับเขาสักที หลังจากมีทีมปุณณ์ฟรานเป็นของตัวเองมาตั้งนาน ส่วนคู่หลักของเราก็เหมือนจะจูนเข้ากันได้แล้ว...มั้ง 

ตอนนี้น่าจะเป็นตอนที่คอมเมดี้ที่สุดที่ผ่านมาแล้วมั้งครับ ฮ่าๆ


เพลงในตอนครับ It Only Hurts When I'm Breathing


ชิวู 06/08/17


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #454 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 14:50
    พี่เฟีร์สเริ่มชัดเจนแล้ววว
    #454
    0
  2. #399 Yanapat. (@Mumu_story) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 06:44
    กอดกันๆ
    #399
    0
  3. #313 Rrattikan07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:21
    หุหุ๊เค้าชอบกัน~
    #313
    0
  4. #126 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 19:33
    เป็ด เราเชื่อว่ามันจะไม่ซ้ำรอยพี่กาย เอาเกียรติพี่คิสสายชงเป็นเดิมพัน5555555555 พี่ฟรานป่วยต่อได้มั้ยอ่า ป่วยจนจบเรื่องได้ยิ่งดี(ไปหาหมอมั้ย555555555) ป่วยแล้วน่ารักอ่ะ ชอบ ไม่อยากให้หาย55555555555
    #126
    1
    • #126-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 16)
      7 สิงหาคม 2560 / 20:27
      โถ... ใจคอจะให้ป่วยทั้งเรื่องเลยหรือออออ
      #126-1
  5. #125 tan~tan (@bootan2526) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 05:50
    สู้วๆๆๆๆๆ นะนุ้งเป็ด
    #125
    0
  6. #123 Helen Luciano Raphael (@Twilight43) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 00:04
    เป็ดสู้ๆนร้าาาา เป็นกำลังใจให้ ผ่านมันไปให้ได้
    #123
    0
  7. #122 juiinarak (@juiinarak) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 00:02
    รออออออ
    #122
    0
  8. #121 WoranutPuengtong (@WoranutPuengtong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 21:58
    รออออออ
    #121
    0