dejboon
ดู Blog ทั้งหมด

แมวไม่ยอม

เขียนโดย dejboon

แมวไม่ยอม

 

ฉันกำลังคดข้าวเย็นใส่กะละมังเพื่อที่จะหุงข้าวเช้า  จู่บุญเต็มก็วิ่งเร็วจี๋กระโดดปีนหน้าต่างขึ้นไปยังช่องแสงด้านบน  ตอนแรกฉันคิดว่ามันคงจะกระโดดจับแมลงตามปกติ  ขณะที่บุญเต็มกำลังจะไต่ไปถึงช่องแสงด้านบน  ฉันเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า

มีนกกระจอกตัวนิดเกาะอยู่ตรงนั้น

เมื่อกี้คุณแม่ข้างบ้านเพิ่งจะโวยวายบ่นลูกที่ไม่ยอมเชื่อฟัง  คราวนี้ฉันโวยวายห้ามบุญเต็ม  ทิ้งกะละมังวิ่งไปจับแมวที่ตะปบงับนกกระจอก

ฉันจับบุญเต็มกดพื้น  มือขวารวบจับสองขาหน้าของมันแน่นกันบุญเต็มข่วนที่ไปแย่งเหยื่อของมัน  มือซ้ายพยายามแงะปากแมว

นกกระจอกไม่ร้องสักคำ  ลืมตาแป๋วมองหน้าฉัน  คงยังตกใจทำอะไรไม่ถูก    ฉันใจชื้นที่นกยังไม่ตาย  ทั้งปลอบทั้งขู่บุญเต็มให้ปล่อยนกออกมา  ข้าวต้มเดินมาดูคนกับแมวด้วยความสนใจ  ฉันรีบหมุนตัวหลบ  กลัวข้าวต้มจะเข้ามาแย่งนกจากบุญเต็ม

ฉันบีบขากรรไกรบุญเต็ม  พยายามง้างปากที่มีฟันเล็กๆ ออก  บอกมันว่า

บุญเต็มไม่ได้อดอยาก  เพิ่งจะกินข้าวไปแท้ๆ จะจับนกไปทำไม  ปล่อยมาให้พี่ซะดีๆ  บุญเต็มไม่ดิ้น  ไม่ข่วน  แต่ก็ไม่ยอมปล่อย

ฉันบอกมันว่า  นกยังไม่ตายยกให้พี่เถอะ  ถ้ามันตายแล้วจะยกให้นะ  บุญเต็มยังคงงับนกไว้แน่น  ไม่ดิ้น  ไม่ขู่  แต่ก็ไม่ปล่อย

ข้าวต้มมานั่งมองอยู่ใกล้ๆ  ฉันรีบตีไล่ข้าวต้มไป

คุณนกเริ่มอ่อนแรง  สุดท้ายก็คอตก  แน่นิ่งหมดลมหายใจ  สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายยอมแพ้  ยกซากนกให้บุญเต็มไปแต่โดยดี

 

ระหว่างกรุณาและอุเบกขา  บางครั้งก็ตัดสินใจลำบากว่าจะเลือกสิ่งไหน  ก่อนจะวิ่งไปช่วยนกกระจอก  ฉันใช้เวลาชั่วเสี้ยววินาทีในการตัดสินใจ  แต่สุดท้ายก็ได้แต่วางเฉย

ฉันสงสารนกกระจอกที่บินพลัดหลงเข้ามาในบ้านที่มีแมว  อยากจะช่วยให้มันปลอดภัย  แต่เมื่อแมวงับนกไว้แน่น  ไม่ยอมปล่อย  ฉันก็สงสัยเหมือนทุกครั้งว่า  การแย่งเหยื่อออกจากปากผู้ล่า  มันถูกต้องหรือไม่

 
           แมงมุมถักทอเส้นใยกลางอากาศ  ดักแมลงที่บินผ่าน  เมื่อแมลงบินมาติดเส้นใยเบาบาง  แมงมุมจะรีบเข้าไปจัดการด้วยความรวดเร็ว  พ่นใยพันเหยื่อไว้แน่นจนไม่อาจกระดุกกระดิก  แล้วสูบกินเลือดเนื้อของแมลงตัวนั้น  หลายครั้ง  หลายคน  มองแมงมุมเป็นตัวร้าย  สิ่งมีชีวิตที่อาศัยทีเผลอ  กัดกินเลือดเนื้อผู้อื่นมักถูกรังเกียจเดียดฉันท์  หลายคนเลือกที่จะช่วยแมลงให้หลุดพ้นจากใยแมงมุม  ฉันเองก็เคยทำ

แต่เมื่อเวลาผ่านไปฉันกลับมองเห็นข้อบกพร่องของการช่วยเหลือ  ฉันช่วยแมลงให้รอดจากการเป็นเหยื่อ  แต่ปล่อยให้แมงมุมต้องอดอาหาร  สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ใช้ความเพียรพยายามถักทอเส้นใยที่พ่นออกมาจากร่างกายตัวเอง  สร้างเป็นกับดักทรงอานุภาพ  ผิดตรงไหน 

แมงมุมไม่สามารถวิ่งไล่ตะครุบเหยื่อที่บินอยู่ในอากาศ  แมลงตัวใหญ่ที่บินผ่าน  กระชากเอาใยบางเบาขาดวิ่นให้แมงมุมต้องซ่อมแซมเส้นใยครั้งใหม่ก็มี  ถ้าฉันไม่ให้แมงมุมกินสัตว์อื่น  แล้วฉันสามารถเลี้ยงดูให้มันอิ่มหนำหรือเปล่า

          แมงมุมมีวิถีชีวิตของมันเช่นนั้น  และการดักจับแมลงพอกินไม่ได้ทำให้แมลงสูญพันธุ์  สัตว์แต่ละตัวมีความพอเพียงโดยไม่ต้องมีใครพร่ำสอนอย่างมนุษย์  แม้แต่สัตว์ร้ายยังทำร้ายชีวิตผู้อื่นเท่าที่จำเป็น  เพื่อกินเป็นอาหารบ้าง  เพื่อป้องกันตนเองบ้าง 

          ไม่มีเสือตัวไหนล่ามนุษย์เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งในการล่า  อย่างที่มนุษย์บางคนชอบทดสอบความแม่นยำของฝีมือยิงปืนของตน  ไม่มีงูตัวไหนกัดสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อแข่งขันกันว่าพิษของใครจะร้ายกาจกว่ากัน  อย่างที่มนุษย์บางคนจัดมหกรรมการล่าสัตว์เพื่ออวดโอ่ความสามารถและสร้างชื่อเสียง

          ตอนที่ฉันแงะปากบุญเต็ม  บางทีบุญเต็มอาจจะสงสัยว่า  ทำไมมันถึงจับนกไม่ได้  ในเมื่อมันต้องลงทุนลงแรง  ใช้สายตามองหา  ออกแรงวิ่ง  กระโดดไต่  และงับนกได้สำเร็จ  เป็นความสามารถของมันล้วนๆ  ทำไมฉันที่ไม่ได้ออกแรงไล่จับนกถึงจะมาแย่งนกกระจอกจากปากของมัน

          บุญเต็มไม่ข่วน  ไม่ขู่  ไม่ดิ้นรนให้ฉันเจ็บตัว  แต่ไม่ยอมปล่อยให้ฉันแย่งนกไปได้  การยืนยันสิทธิ์และความตั้งใจของมัน  ผิดตรงไหน

          ฉันอาจจะเสียใจบ้างที่ช่วยนกกระจอกไม่ได้  แต่อาจจะเสียใจยิ่งกว่านี้  ถ้าไม่ตัดสินใจลงมือช่วยมัน  เหมือนกับการลงมือทำอะไรสักอย่าง  แม้จะไม่รู้ว่าผลที่ได้รับจะเป็นไปตามที่คาดหวัง  ที่ตั้งใจเอาไว้หรือไม่  หากแต่การตัดสินใจลงมือทำนั้นสำคัญกว่า  ฉันไม่ชอบการมานั่งโทษตัวเองทีหลังว่า  รู้อย่างนี้ทำไปก็ดีหรอก  หรือรู้อย่างนี้ไม่ทำดีกว่า  เพราะไม่มีใครรู้อนาคตล่วงหน้า  คนเราควรจะคิดก่อนลงมือกระทำ  ว่าเป้าหมายที่เราต้องการคืออะไร  การลงมือทำลงไปอาจจะได้รับผลอย่างไรบ้าง  และเมื่อทุ่มเทอย่างเต็มที่แล้ว  ต้องยอมรับผลลัพธ์ที่ได้มา 

          ไม่มีอะไรที่สูญเปล่าหรอก  มันอยู่ที่ว่าเราจะเรียนรู้จากชัยชนะและความพ่ายแพ้ได้หรือไม่ต่างหาก        

ฉันรู้ว่าบุญเต็มไม่ต้องอดตายหรือท้องกิ่ว  ถ้าไม่ได้กินนกตัวนั้นแน่นอน  จึงตัดสินใจช่วยนก  แต่ฉันก็ไม่ได้ตบหน้าแมวให้ฟันโยกหรือทุบมันปางตายเพื่อช่วยนกตัวหนึ่ง  ฉันสงสารนกและฉันก็สงสารบุญเต็มเหมือนกัน

เมื่อต้องจำใจยกร่างไร้ลมหายใจของนกกระจอกให้บุญเต็ม  ฉันมองดูบุญเต็มตะปบนกเล่นด้วยความเศร้าใจ   แต่ฉันก็เข้าใจบุญเต็ม  ฉันต้องยอมรับในสัญชาตญาณความเป็นนักล่าของแมว

 

บุญเต็มคาบนกไปเล่นอยู่หน้าห้องน้ำ  ฉันแบ่งข้าวใส่ถ้วย  เอาไปกองไว้บนกำแพงบ้านให้นกกระจอกกิน  และหวังว่าพวกมันจะกินข้าวอยู่นอกบ้าน  ไม่เข้าไปในบ้านให้เป็นเหยื่อแมวอีก

 

๑๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๐

ความคิดเห็น

malangpoor
malangpoor 17 พ.ย. 50 / 13:20

อ่า...เป็นเรื่องสั้นที่อ่านแล้วประทับใจยิ่งนัก  หากจะให้คะแนน เกินร้อยได้มั๊ยค่ะ  ยกเหตุและผลมาประกอบได้เข้ากับเนี้อหามากค่ะ...

ชอบสำนวน ภาษาที่ใช้ก็นุ่มนวล บ่งบอกถึงจิตใจคนเขียนบทความนี้ด้วยนะค่ะ เป็นคนมีเมตตาและจิตใจที่งดงามมองโลกในแง่ดี สวยงาม   สมแล้วที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ...ดีใจกับเด็กๆ ที่มีต้นแบบเช่นนี้ช่วยบ่มเพาะ ขอบคุณมากๆ สำหรับบทความดีๆ อีกครั้ง


PS.  ..ชอบอ่านวันละนิด...จิตแจ่มใส... ..อ่านมากๆ ไป...ตาลายหมกเลย......เย้ย!!!
Parkja
Parkja 22 พ.ย. 50 / 13:31


 ชีวิตนักล่า อิอิ น่าสงสารนกกระจอกตัวนั้น บุญเต็มนี่เป็นแมวใจร้ายจัง 


PS.  ปรารถนาสิ่งใด ... ท่องไปในสายลม ~
พิมาลินย์
พิมาลินย์ 9 ธ.ค. 50 / 21:28

ไม่ได้มาตั้งนานแน่ะ ^^
เห็นด้วยกับคุณงายนะ ทรายเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยแมลงจากแมงมุมเหมือนกัน ^^"

แล้วก็แอบคิดมานาน ว่าสิ่งไหนที่ถูกกันแน่ ...
ได้อ่านไดคุณงาย เหมือนถูกแทงจึ๊กที่หัวใจ T^T