คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์

ตอนที่ 57 : วัดส้ม เมืองกาญจนา (ตอนที่ ๕๖/๑๐๕ บทที่ ๑๖)


     อัพเดท 16 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: Hopeful with Hearthed, adventure, fantasy, science fiction, action, ฝ่าอุปสรรคตามหารักนิรันดร์, ชีวิตผจญภัย, แฟนตาซี, วิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น, ฝ่าอุปสรรค, สังข์, เอื้อย, โสนน้อย, สินสมุทร, สุดสาคร, พลายงาม, สิงห์ดำ, นครรัฐเทพนารา, ตามหารัก, รจนา
ผู้แต่ง : ดิน หิน ฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดิน หิน ฟ้า Email : sudin.expert(แอท)yahoo.com
My.iD: https://my.dek-d.com/igoodmedia
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 5 Overall : 783
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 8 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 57 : วัดส้ม เมืองกาญจนา (ตอนที่ ๕๖/๑๐๕ บทที่ ๑๖) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่  ๑๖  เมืองกาญจนา

()  วัดส้ม เมืองกาญจนา

เอื้อย โสนน้อย และ พลายงาม เดินทางลัดเลาะป่าเขา ลำธาร โดยใช้ม้าเป็นพาหนะ รอนแรม ไปจนกระทั่งใกล้ค่ำ ก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง คล้ายวัด พวกเขาจึงขยับเท้าให้ม้าพาเข้าไปใกล้ๆ จนเกือบชิดมุมขอบรั้ว แต่พวกเขามองไม่เห็นป้ายชื่อวัด ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง

จริงๆ ด้วย ที่นี่เป็นวัด แต่ต่างจากวัดทั่วไป ที่พวกเด็กๆ เคยเห็น ตรงทางเข้าของรั้ววัด ก่อด้วยหินทรายรูปร่างและขนาดต่างๆ ตามธรรมชาติ จากนั้นเป็นต้นไม้จำพวกกินได้ ปลูกเป็นแนวรั้ว และถูกตัดแต่งสวยงาม ภายในบริเวณวัด ร่มรื่นด้วยไม้นานาพันธุ์ ที่เด่นที่สุดคือ มีต้นยางนาปลูกเป็นกลุ่มๆ และมีต้นไม้ยืนต้นอื่นๆ ขึ้นแทรก มองไปอีกด้านหนึ่ง เป็นลานกว้าง มีต้นโพธิ์ขึ้นอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินทราย ปางนั่งสมาธิ สูงราวๆ ๕ เมตร ประดิษฐานบนแท่นหินขนาดใหญ่ ดูเป็นสง่าและน่าศรัทธายิ่งนัก ส่วนด้านหลังของลานโพธิ์ ติดกับแม่น้ำ

พวกเด็กๆ ขี่ม้าเข้าไปในเขตวัด ด้านซ้ายมือสุดที่เป็นบริเวณวัด ต้นไม้ที่ขึ้นหนาเต็ม ทำให้มองลึกเข้าไปข้างในได้ยาก มองเห็นกุฏิอยู่เพียงสองสามหลัง กวาดสายตาไปที่ลานโพธิ์อีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามค่ำสะท้อนมาจากผิวน้ำในแม่น้ำ กระทบกับพระพักตร์ของพระพุทธรูป ก็ยิ่งดูสวยสง่างาม ส่วนด้านขวาของลานโพธิ์ พวกเขามองเห็นบ้านคน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ติดวัด ไม่อาจคาดจำนวนหลังได้ เพราะมีต้นไม้ขึ้นแทรกไปหมด เห็นคนเดินไปมาอยู่บ้างไม่มาก แต่ดูเหมือนพวกเขากำลังก่อสร้างศาลาแบบง่ายๆ ขึ้นราว ๒ ๓ หลัง

สักครู่ ก็มีผู้ใหญ่คนหนึ่งพาพวกเด็กๆ ราว ๕ ๖ คน เดินขึ้นมาจากฝั่งแม่น้ำ ตรงไปที่ลานโพธิ์ พลายงาม กระตุกเชือกม้า พาเพื่อนๆ เดินเข้าไปใกล้อีกนิด พวกเด็กๆ พากันหันมามอง เหมือนไม่เคยเห็นคนขี่ม้ามาก่อน พลายงาม เอื้อย และ โสนน้อย จึงลงจากม้า เตรียมหาสถานที่ผูกม้า

มาหาใครรึ พ่อหนุ่ม?”

เสียงทักทายจากด้านหลัง เป็นคำถามจากชายชราร่างผอม นัยน์ตาคม ผิวเข้ม ผมสั้นสีดอกเลา สวมเสื้อสีน้ำตาลเข้มแบบคนอยู่วัด ในมือของเขายังกำไม้กวาดลานวัดอยู่

สวัสดีครับลุงพลายงาม ทักทายอย่างนอบน้อม ที่นี่ที่ไหน ใช่เขตเมืองกาญจนารึเปล่าครับ?”

ใช่ ที่นี่เรียกว่า วัดส้ม

พลายงามกับเพื่อน รู้สึกดีใจ ที่มาถึงจุดหมายเสียที หลังจากที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน

ผมมาหา สมภารบุญ

พระคุณท่านสมภารบุญ ไม่อยู่หรอก ท่านไปกิจนิมนต์ที่อื่น

อีกนานไหม๊ ที่ท่านจะกลับ?”

ก็ซัก เจ็ดวัน

ว๊า! อีกตั้งหลายวัน แล้วเราจะทำไงเนี่ยโสนน้อย รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ชายชรา สังเกตดูอากัปกิริยาของพวกเขาทั้ง ๓ คน เห็นว่าคงไม่ใช่พวกผู้ร้าย แต่อาจเป็นคนพลัดหลงมาจริงๆ ถ้าหากต้อนรับพวกเขาไว้ก็ไม่น่าจะเสียหาย

ถ้าพวกคุณ มีธุระสำคัญ จะรอท่านก็ได้นะชายชราร่างผอม แนะนำ คือ จะพักกับพวกเราก่อนก็ได้ นี่มันก็ใกล้ค่ำแล้ว ตามมาซิ

ชายชรา เดินนำหน้าพาเด็กทั้ง ๓ คน จูงม้าไปที่บ้านหลังหนึ่ง

อ้อ! เรียกฉันว่า สิน ฉันเป็นพ่อบ้านช่วยดูแลวัด ตอนที่พระท่านไม่อยู่นะชายชราแนะนำตนเอง และเห็นสัมภาระของเด็กสาว ๒ คน ที่นำติดตัวมา ก็สงสัย พวกคุณเป็นนักรบเรอะ แล้วมาจากไหนกันล่ะ?”

เอื้อย ยิ้มและหัวเราะเบาๆ เปล่าหรอกจ้ะลุง ไม่ใช่นักรบหรอก พวกเรามาตามหาญาติ เอ่อ! ชื่อทอง ย่าทองน่ะ ลุงรู้จักไหม๊?”

ชายชรา ที่เรียกตัวเองว่าสิน ส่ายหน้า

คือ ย่าทอง เป็นย่าของผมเอง ผมชื่อพลายงามพลายงามพูดเสริมขึ้น และแนะนำเพื่อนๆ แล้วนี่ก็ เอื้อย โสนน้อย เราเป็นเพื่อนสนิทกัน พวกเรามาจากหมู่บ้านสุวรรณวารี แม่บอกว่า ให้ผมและเพื่อนๆ มาอยู่กับย่าที่นี่ แต่ผมไม่รู้จักเลยว่าย่าผมเป็นใคร หน้าตายังไง แม่บอกว่าให้มาถามท่านสมภารบุญ วัดส้ม เพราะท่านเป็นญาติคนเดียวของแม่ ที่รู้จักย่า

ตั้งแต่ลุงมาอยู่ที่นี่ ไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงเรื่องอดีตอะไรของท่านเลย เรื่องย่าของคุณ คงต้องรอให้ท่านกลับมาก่อน

ท่านสมภาร ไม่เคยบอกลุงเลยหรือครับ ว่าท่านมาจากไหน หรือมีญาติที่ไหนบ้าง?”

ความจริง ท่านสมภาร ก็เป็นพระธุดงค์มาจากที่อื่นเหมือนกัน ท่านเห็นว่าที่นี่เป็นวัดร้าง น่าจะบูรณะขึ้นใหม่ ลุงมาพบท่านเข้า เห็นเป็นพระที่น่าเลื่อมใสศรัทธา ปฏิบัติเคร่ง ก็เลยนิมนต์ให้ท่านอยู่ที่นี่ และช่วยกันสร้างวัดนี้ ตอนนั้นลุงยังไม่แก่อย่างงี้หรอก

แล้วหมู่บ้านที่ลุงอยู่ ท่านก็สร้างด้วยใช่ไหมจ้ะ?” เอื้อย ถาม

ไม่หรอก ท่านสมภาร ท่านเป็นพระนักปฏิบัติ เทศน์ดี ญาติโยมที่ศรัทธาคำสอนของท่าน ก็ต่างพากันมาปลูกบ้านอยู่ใกล้ๆ เพื่อจะได้ฟังธัมมะจากท่าน ลุงเป็นคนแรกที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ แล้วคนอื่นๆ ก็ตามมา จนกระทั่งเป็นครอบครัว

ท่านสมภาร หน้าตายังไงเหรอ?” พลายงาม ถาม

อ้าว! นึกว่าเคยเห็นกันมาก่อน อายุก็ใกล้เคียงกับลุงนั่นแหละ

ลุงสิน พาเด็กๆ มาถึงบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านไม้ทั้งหลัง ใต้ถุนสูง รอบตัวบ้านมีตุ้มน้ำขนาดใหญ่อยู่ ๒๓ ตุ่ม ดูเหมือนหลังบ้านจะเป็นสวนครัว แล้วก็โรงเรือนหรือโรงเก็บของ

ถึงแล้ว นี่แหละบ้านของลุง

พลายงาม เอื้อย โสนน้อย เอาม้ามัดไว้ที่รั้วข้างบ้าน เสร็จแล้วก็เก็บของใช้ส่วนตัวขึ้นไปบนบ้าน มีชาวบ้าน ๔๕ คน เดินผ่านมา แล้วยิ้มให้เป็นการทักทายพวกเด็กๆ ขณะที่ลุงสิน กำลังจัดเก็บบ้านเรือน และเปิดสวิทช์ไฟฟ้า ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่สนใจว่า แขกต่างถิ่นที่มาเป็นใคร

บ้านของลุง มีคนแวะมาพักด้วยบ่อยๆ น่ะ ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนบ้าน มาจากที่อื่น มาช่วยงานวัดบ้าง บางทีก็ช่วยงานในหมู่บ้าน

บ้านลุงมีคนอยู่หลายคนไหมครับ?”

ไม่หรอก มีลุงอยู่คนเดียว คือ ลุงไม่มีครอบครัว ... พวกคุณไปอาบน้ำกันก่อน แล้วค่อยมากินข้าวด้วยกัน

ในระหว่างอาหารค่ำ ลุงสินเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชาวบ้านที่นี่ให้พวกเด็กๆ ฟัง ในฐานะที่เป็นแขกมาใหม่ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านของคนถือศีล ที่มาปลูกบ้านอยู่ติดกับวัดนี่ บางคนก็มาปลูกอยู่ประจำ บางคนก็มาปลูกอยู่เป็นบ้านหลังที่สอง เอาไว้สำหรับมาพักหลายๆ วัน เพื่อว่าจะได้ฟังธัมมะจากท่านสมภารบ่อยๆ หลักเกณฑ์ง่ายๆ ที่มาอยู่ใกล้วัดก็คือ ต้องการมาปฏิบัติธรรม รักษาศีลให้ได้ทั้งในจิตใจ คำพูด การกระทำ และระหว่างทำงาน สำหรับฆราวาสหรือผู้ครองเรือน ต้องรักษาศีลห้าให้ได้เป็นอย่างต่ำ เรียกรวมๆ ว่า การปฏิบัติธรรม

การปฏิบัติธรรม ต้องกระทำตลอดเวลาทั้งวัน ไม่ว่าจะสวดมนต์ กินข้าว ทำงาน ไม่ใช่ทำตอนนั่งหลับตาสมาธิ จะเรียกว่าทำทุกขณะจิตก็ไม่ผิด

แล้วแขกที่มาพัก ต้องทำด้วยหรือเปล่า รวมทั้งพวกผมด้วย

ถ้าคิดว่าเป็นแขกมาจากที่อื่น จะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แล้วแต่สมัครใจ แต่ถ้าเป็นสมาชิกของที่นี่แล้ว ก็ต้องทำกันทุกคน

แล้วศาลาที่กำลังก่อสร้างนั่นล่ะ เขาเอาไว้ทำไมครับ?

ที่วัดของเรา จะมีการฝึกอบรมธัมมะ ให้กับพวกเด็กนักเรียนจากโรงเรียนอื่น ทุกคนที่นี่เตรียมงานนี้มาหลายวันแล้ว และก็เหน็ดเหนื่อยกัน พระท่านจึงให้งดเว้นขึ้นศาลา เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนกันให้เต็มที่

ที่นี่เขามีฝึกอบรม บ่อยหรือจ้ะลุง?” โสนน้อย ถาม

บางทีก็เดือนละครั้ง บางทีก็สองสามเดือนครั้ง ท่านสมภารเป็นคนริเริ่ม ทีแรกท่านคงทดสอบ ว่าพวกญาติโยมจะไหวไหม๊ ว่าธัมมะที่ท่านสอนน่ะ จะช่วยคนอื่นได้จริงหรือเปล่า แต่ทุกคนก็ทำได้ เหนื่อยแต่ก็มีความสุข และสนุก เพราะรู้ว่านี่คืองานบุญ แต่งานที่จะมีวันมะรืนนี่ จะมีนักเรียนมากันเยอะ ก็เลยเตรียมงานกันหนักหน่อย

อิ่มข้าวแล้ว เอื้อย โสนน้อย ช่วยกันเก็บล้างจาน สำหรับกับข้าว และถูบ้านจนเอี่ยมและสะอาด จนเจ้าของบ้านสังเกต และอดชื่นชมในใจไม่ได้

เด็กสามคนนี่ ดูมีสมบัติผู้ดี มีสัมมาคารวะ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ... เฮ้อ! หาเด็กดีๆ แบบนี้ หายากขึ้นทุกวัน ลุงสิน คิดในใจ

เดินทางกันมาเหนื่อยทั้งวัน ลุงสิน บอก ลุงกับหนุ่มผู้ชายนี่ จะนอนด้วยกันในห้องใหญ่ ส่วนคุณผู้หญิง นอนห้องเล็กโน่น วันนี้มันฉุกละหุก พรุ่งนี้ค่อยจัดที่นอนกันใหม่ ... ไปเถอะ

ระหว่างเดินทางมาที่นี่ พวกเด็กๆ นอนกลางดิน กินกันบนต้นไม้บ้าง หลังม้าบ้าง ตามยถากรรม ติดต่อกันมาหลายวัน คืนนี้ พวกเขาโชคดีมากที่มาพบคนใจบุญ ลุงสินใจดี ที่เอื้อเฟื้ออาหารและที่พัก

เอื้อย พรุ่งนี้ เราจะไปร่วมพิธีกับเขาไหมล่ะ?” โสนน้อย ถาม แต่เอื้อยเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จึงไม่ตอบ และก็หลับไปเสียก่อน



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 57 : วัดส้ม เมืองกาญจนา (ตอนที่ ๕๖/๑๐๕ บทที่ ๑๖) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android