คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์

ตอนที่ 83 : เพื่อนรัก (ตอนที่ ๘๒/๑๐๕ บทที่ ๒๔)


     อัพเดท 7 ธ.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: Hopeful with Hearthed, adventure, fantasy, science fiction, action, ฝ่าอุปสรรคตามหารักนิรันดร์, ชีวิตผจญภัย, แฟนตาซี, วิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น, ฝ่าอุปสรรค, สังข์, เอื้อย, โสนน้อย, สินสมุทร, สุดสาคร, พลายงาม, สิงห์ดำ, นครรัฐเทพนารา, ตามหารัก, รจนา
ผู้แต่ง : ดิน หิน ฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดิน หิน ฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/igoodmedia
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 791
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 8 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 83 : เพื่อนรัก (ตอนที่ ๘๒/๑๐๕ บทที่ ๒๔) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


(๒)  เพื่อนรัก

เอื้อยกับโสนน้อย วิ่งหนีกลุ่มคนร้าย ไปตามซอกซอยต่างๆ เพื่อตรงไปยังจุดนัดหมาย แต่เหตุการณ์ไม่เป็นใจ เพราะกลุ่มคนร้ายวิ่งไล่ตามมาติดๆ ทำให้เธอหลงเลยออกมาบริเวณที่ค่อนข้างโล่ง แต่โชคดีมันเป็นสุสานรถเก่า ท้องฟ้ามืดคลื้มทำให้บริเวณนั้นดูสลัวขึ้นไปอีก หลังจากวิ่งหนีมาได้ไกล และพบยุทธภูมิที่เหมาะในการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว เธอทั้งสองคนจึงปักหลักสู้ เอื้อยแอบเห็นพวกมันก่อน ๓ คน พร้อมด้วยถุงใบใหญ่ในมือ

นานหลายปีแล้ว ที่เธอสองคนไม่ค่อยได้แสดงกิจกรรมเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ แต่การต่อสู้และสัญชาติญาณการป้องกันตัว ยังอยู่ในสายเลือด ภาพเหตุการณ์ในอดีตเริ่มผุดขึ้น เมื่อครั้งเตรียมฝ่าวงล้อมพวกทหารในเมืองพันธุรัฐ เพื่อหนีออกมาพร้อมกับเพื่อนๆ ตอนนั้นพวกเธออายุแค่ ๑๒ ปี พร้อมอาวุธคู่ใจ และพวกเธอก็ทำสำเร็จ ความรู้สึกเช่นนั้นเริ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

พวกมันคิดจะจับเราสองคน โสนน้อย กระซิบ

คงจะเอาไปทำหมูย่างมั๊ง!” เอื้อย กระเซ้า ขณะที่เตรียมอาวุธออกมาจากกระเป๋า

โสนน้อย เอามีดดาบคู่กายสีเงิน ยาว ๑ ฟุตเศษ ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา ส่วนเอื้อยก็เอาหน้าไม้กลที่เธอเก็บรักษามันไว้อย่างดี ตั้งแต่วันที่หลบนีออกจากนครพันธุรัฐเมื่อเจ็ดปีก่อน ออกมาจากกระเป๋า พร้อมลูกดอกเล็กๆ แต่มีพิษสงร้ายกาจ บรรจุในกระบอกกลมใต้แท่นยิง

นี่ถ้าแพรวาเห็นมันเข้า คงจะอ้อนขอแน่ๆ โสนน้อย พูดแกมล้อ ถ้าเจอลูกอ้อนเข้าจริงๆ เอื้อยจะกล้าให้ไหม๊ล่ะ?

นี่แหละคือเหตุผลว่า ทำไมต้องซ่อนไอ้นี่ไว้ไม่ให้ใครเห็น

แต่ไม่รู้ว่า จะปิดบังสิงห์ ไม่ให้รู้ไปได้นานแค่ไหนนี่ซิ คือปัญหาละ

เอื้อย โสนน้อย ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้แก่กัน จากนั้นทั้งสองก็วางแผนเก็บคนร้าย ๓ คนนี่ก่อน ก่อนที่อีกพวกจะตามมาทัน และต้องทำให้เสร็จ ก่อนที่เม็ดฝนจะกระหน่ำลงมา เอื้อยปล่อยลูกดอกออกไป ๓ ดอก ดอกแรกประสงค์ให้ตาย ส่วนอีก ๒ ดอก ต้องการให้แค่สลบหรือบาดเจ็บ จากนั้น โสนน้อย ก็ออกไปเอาท่อนไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ หวังจะทุบที่หัว แต่มันทั้งสองคนต่อสู้ทั้งๆ ที่ยังเจ็บที่ไหล่ แต่โสนน้อยไม่อยากให้ยืดเยื้อ จึงทิ่มมันด้วยดาบที่หน้าอกล้มฟุบลงไป ส่วนอีกคนบาดเจ็บที่ต้นขา มันพูดร้องขอชีวิตไม่ให้เธอฆ่าเขา เอื้อยคว้าเศษสายไฟฟ้าเก่าๆ มัดขามัดมือไม่ให้มันดิ้น โสนน้อย ดึงเอาเศษผ้าอุดกะพุ้งแก้มและมัดปากมันไว้ไม่ให้พูด จากนั้นก็ลากมันเข้าไปยัดไว้ในถุงสีน้ำตาล ซึ่งพวกมันถือมาด้วย แล้วลากไปวางที่ตรงกลางแยกของซอย

ไม่นาน พวกคนร้ายก็แห่กันมาเป็นฝูงราว ๑๐ คน คนแรกที่มาถึง ต่างตะโกนบอกพวกเพื่อนๆ ของมัน ให้วิ่งมาดูสิ่งที่อยู่ในถุง ซึ่งกำลังดิ้นขลุกขลัก ท่ามกลางสายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมา

เฮ้ย! จับได้แล้ว แต่ทำไมมีแค่คนเดียววะ เสียงของมันคนหนึ่ง พูดขึ้น ไอ้สามตัว มันหายหัวไปไหน เอามาทิ้งที่นี่ได้ไง

พวกมันคนหนึ่ง รีบเปิดถุงออกดู เหตุการณ์น่าจะไม่ดี มันกำลังโมโหจัด เมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ในถุงเป็นพวกเดียวกัน และมันก็ยิ่งโมโหหนักขึ้น เมื่อมีเสียงตะโกนบอกว่า พบศพเพื่อนของมัน ๒ ศพ มันจึงตะโกนให้พรรคพวกแยกย้ายกัน ออกค้นหาเหยื่อ การเผชิญหน้ากับกลุ่มคนพวกนี้โดยตรง มีแต่จะเสียเปรียบ เอื้อยไม่รอให้เสียเวลามากไปกว่านี้ เธอฉวยโอกาสที่มันแสดงตัวในที่โล่ง ยิงลูกดอกที่เหลือเก็บพวกมันทีละคน พวกมันก็ตอบโต้ด้วยกระสุนปืน แบบมั่วๆ

โสนน้อย เป็นฝ่ายหลอกล่อ โยนสิ่งของให้มันยิง และให้มันเปิดเผยตัว เอื้อยเก็บพวกมันได้ราว ๗ คน เสียงปืนเงียบหายไป คาดว่ากระสุนคงหมดแล้ว

นับซิ เหลือกี่คน เอื้อย ถาม

ตอนนี้ เห็นสามคน

เอื้อย นัดแนะกับโสนน้อย ให้รีบถอยออกจากที่ตรงนั้น แต่พอลุกขึ้นจากที่ซ่อน พวกมันสองคนก็โผล่ออกมาจากที่ซ่อน และกระโดดถีบ จนเธอสองคนกระเด็นไป หน้าไม้และมีด หลุดจากมือของเธอทั้งสอง เอื้อย โสนน้อย รีบลุกขึ้นตั้งท่าสู้กับผู้ชาย แบบหนึ่งต่อหนึ่ง อีกหนึ่งคนยืนดูคุมเชิงอยู่ ฝนก็ตกหนักตลอดเวลา การต่อสู้ยังดำเนินต่อไป เอื้อยถูกชกล้มฟุบลงไปกองกับพื้น หน้าตาบวมปูด มันเห็นว่าเอื้อยเริ่มสูญเสียกำลัง จึงกระโดดขึ้นคร่อมบนลำตัว เอามือบีบคอหวังให้ขาดลมหายใจ จังหวะนั้น โสนน้อย ล้มตัวไถลไปที่มีดที่วางอยู่ไม่ไกล เอามือปัดด้ามมีดให้ลื่นไถลไปจนใกล้มือของเอื้อย และเอื้อยก็คว้ามีดไว้ได้ทันก่อนหมดลมหายใจ แล้วเสียบเข้าที่คอหอยของศัตรูจนมันสิ้นฤทธิ์

เมื่อรวบรวมสติได้ เอื้อยเห็นว่าโสนน้อย ก็อยู่ภาวะเสียเปรียบเช่นกัน เธอจึงพยายามผลักศัตรูที่นอนตายคร่อมตัวเธออยู่ออกไปให้พ้น และพยุงตัวลุกขึ้น เพื่อไปช่วยโสนน้อย คนร้ายที่ยืนคุมเชิงอยู่เริ่มร้อนรน เมื่อเห็นสมุนคนสนิทของมันถูกฆ่าตาย มันเตรียมชักปืนออกมา โดยที่เอื้อยไม่ทันสังเกตเห็น ... ขณะที่มันเล็งปืนไปที่เอื้อย มีบุรุษลึกลับผู้หนึ่ง โผล่ขึ้นมาจากด้านหลัง ฟาดเข้าที่ท้ายถอยด้วยท่อนไม้ ขณะที่เสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนพลาดเป้าไปอย่างหวุดหวิด มันล้มฟุบลง คนร้ายที่เหลือเพียงคนเดียว เห็นว่าสู้ไม่ได้มันจึงรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดไป

ฟ้าแลบและส่งเสียงคำรามสั่งลา เม็ดฝนก็เริ่มซาลง

บุรุษลึกลับ ร่างสูงกำยำผิวเข้มสีน้ำตาลไหม้ ผมหยิก มีผิวหน้าที่หยาบกร้าน เหมือนคนป่า เดินเข้ามาใกล้ๆ นั่งคุกเข่าลง พิจารณาใบหน้าของเอื้อย ขณะที่โสนน้อยค่อยๆ คลานเข้ามาหา และโอบกอดเพื่อนไว้ ไม่รู้ว่าเขามาดีหรือมาร้ายกันแน่ เขาจ้องมองเอื้อยกับโสนน้อยอยู่พักใหญ่ แล้วเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ราวกับพบญาติที่จากกันไปนาน เขาพยายามพูดหรือถามไม่อาจทราบได้ แต่เสียงที่ออกมาจากลำคอฟังไม่ได้ศัพท์ เอื้อยกับโสนน้อย ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด คราวนี้เขามองไปบนท้องฟ้า ดูเหมือนเขาจะร้องไห้ ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจ น้ำตากับสายฝนดูมันปนกันไปหมด

ภาพความทรงจำในอดีต ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

สังข์จำได้ว่า เขากับเอื้อยและโสนน้อย แยกทางกันหนีการตามล่าของธนญชัย ตอนนั้นเขาคิดเพียงแต่ว่าให้พวกเธอ หนีเอาตัวรอดไปก่อน แล้วค่อยตามหากันภายหลัง เขาต้องไปช่วยสินสมุทรกับสุดสาคร ให้หนีออกมาจากคุกนรกในนครพันธุรัฐให้ได้ แม้ว่าโอกาสจะพบกันอีกมีน้อยเหลือเกิน นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา สังข์สู้อุตส่าห์เก็บรักษาชีวิตให้รอด เพื่อออกตามหาพวกเพื่อนๆ มาจนถึงที่นี่ เขาสูญเสีย สินสมุทรกับสุดสาครไปแล้ว คราวนี้เขาจะไม่ยอมเสียเพื่อนสาวอีกสองคนนี้ไปเป็นอันขาด

ด้วยอารมณ์ดีใจสุดซึ้ง เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ อีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือเข้ามา เพื่อจะสวมกอด แต่ เอื้อยกับโสนน้อย กลับถอยร่นห่างออกไป เพราะความกลัว เสียงพูดของเขาอึกอักอยู่ในลำคอ สองมือชี้ไปที่ตัวเขาตลอดเวลา เพื่อจะบอกว่าเขาคือใคร

คุณเป็นใคร? โสนน้อย เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน

คำถามนี้ มันเสียดแทงหัวใจจนเจ็บแปลบไปทั่วอก ทำไมเพื่อนๆ จำเขาไม่ได้

ช่วยพวกเราไว้ทำไม? เอื้อย ถามซ้ำ

คำถามของเอื้อย ช่วยคืนสติสัมปชัญญะให้แก่สังข์ ในร่างของคนป่าบ้าใบ้ พูดไม่เป็นภาษามนุษย์ ทำให้เขานิ่งไปชั่วครู่ด้วยความเศร้าใจ มันไม่ใช่ความผิดของพวกเธอที่จำเขาไม่ได้ แม้แต่สินสมุทรก็ยังจำเขาไม่ได้ตอนเจอกันครั้งแรก แต่นั่นเป็นเพราะเขามีสัญลักษณ์เชื่อมสัมพันธ์ทางใจกันอยู่ จึงทำให้พวกเขาจำกันได้ แต่กับเพื่อนสาวสองคนนี่ไม่มี ไม่มีแม้แต่เสียงพูด ที่จะยืนยันให้พวกเธอรู้ว่า นี่คือ สังข์ ... เขาถอนหายใจ ยอมรับความจริงเกี่ยวกับตัวเขา ใช่สิ! ในสภาพเช่นนี้ คงไม่มีเพื่อนคนไหนจำได้แน่ นอกจากสินสมุทรกับสุดสาคร แต่สองคนนั้นก็ตายไปแล้ว ไม่เหลือพยานจะบอกใครๆ ได้เลยว่า เขาคือสังข์

พูดไม่ได้เหรอ? โสนน้อย ถามอีก

สังข์ ยังคงก้มหน้านิ่ง เอื้อย โสนน้อย ไม่สามารถอ่านความหมายได้ว่า เขาเป็นใคร และเป็นอะไรกันแน่ ... เขาพยักหน้าตอบรับ

ตกลง เป็นใบ้ใช่ไหม๊?

สังข์ ก็พยักหน้าอีกครั้ง

แต่ไม่ทันที่จะได้สอบถามอะไรกันไปมากกว่านี้ สิงห์ก็โผล่พรวดพราดเข้ามา กระโดดถีบสังข์ในร่างคนป่า จนกระเด็นไปอีกทาง และเข้าปลุกปล้ำต่อสู้กันพักใหญ่

หยุดก่อน โสนน้อยตะโกน พวกเขาทั้งสองจึงยุติการต่อสู้กัน

เขามาช่วยพวกเรา โสนน้อย อธิบายให้สิงห์เข้าใจ เขาไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นใบ้ พูดไม่ได้ แล้วหันไปถาม สังข์ในร่างของคนป่า นี่คุณ! จะให้เรียกอะไรดีล่ะ เอ่อ ... คุณใบ้ นั่นเป็นเพื่อนของพวกเรา ชื่อสิงห์ดำ

สิงห์ ลุกขึ้นก่อน ยื่นมือไปสัมผัสกับมือของสหายผู้มีพระคุณต่อเพื่อนๆ แล้วช่วยดึงเขาลุกขึ้นมาจากพื้น จากนั้นก็แนะนำตัว ขอโทษ นึกว่าเป็นพวกนั้น ... ฝีมือคุณก็ไม่เลว เล่นเอาจมูกผมเกือบแตกแน่ะ นี่ ... ฟังผมออกไหม๊ ... พยักหน้า ก็แสดงว่าเราคุยกันรู้เรื่อง เรียกผมสั้นๆ ว่าสิงห์ก็ได้ ดูเท่ห์ออก ... พวกเราไปจากที่นี่กันดีกว่า ไม่รู้ว่าพวกมันจะมากันอีกหรือไม่

จะไปไหนกันล่ะ? เอื้อย เผยอปากถาม ขณะพยุงตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับโสนน้อย




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 83 : เพื่อนรัก (ตอนที่ ๘๒/๑๐๕ บทที่ ๒๔) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android