คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์

ตอนที่ 87 : วิถีชีวิต วิถีชุมชน (ตอนที่ ๘๖/๑๐๕ บทที่ ๒๕)


     อัพเดท 7 ธ.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: Hopeful with Hearthed, adventure, fantasy, science fiction, action, ฝ่าอุปสรรคตามหารักนิรันดร์, ชีวิตผจญภัย, แฟนตาซี, วิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น, ฝ่าอุปสรรค, สังข์, เอื้อย, โสนน้อย, สินสมุทร, สุดสาคร, พลายงาม, สิงห์ดำ, นครรัฐเทพนารา, ตามหารัก, รจนา
ผู้แต่ง : ดิน หิน ฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดิน หิน ฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/igoodmedia
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 791
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 8 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 87 : วิถีชีวิต วิถีชุมชน (ตอนที่ ๘๖/๑๐๕ บทที่ ๒๕) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


(๓)  วิถีชีวิต วิถีชุมชน  96 บรรทัด

สัปดาห์ถัดมา ครูเพ็ญพร เรียกทุกคนในหมู่บ้านมาประชุมใหญ่ ตามคำแนะนะของท่านสมภารรัตน์ และพ่อใหญ่ เพราะเห็นว่าครบรอบปีของการรับภาระงานแล้ว เพื่อให้คนที่รับงานอยู่ก่อนแล้วรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ และความรู้สึกต่างๆ ในรอบปีที่ผ่านมา พอใจยินดีที่จะรับงานเก่าต่อหรือไม่ และจะมีคนใหม่อาสาสมัครเข้าไปช่วยเสริมกี่คน

ในจำนวนฐานงานหลักของชุมชน ๖ ฐานงาน คือ โรงเรียน โรงพิมพ์ สวนพืชผัก โรงงานแปรรูป ร้านค้า ศาลาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คนที่ทำงานอยู่ก่อน ยินดีรับภาระเดิม แต่มีบางฐานงานที่ต้องขยายและต้องรับคนเพิ่ม เริ่มตั้งแต่ฐานงานโรงเรียน ครูเพ็ญพรยังเป็นครูใหญ่เหมือนเดิม มีเด็กที่จบระดับประถมศึกษาจำนวนมากพอ และจำเป็นต้องขยายให้ถึงระดับมัธยม โสนน้อย อาสาช่วยงานดูแลเด็กระดับประถม เอื้อย อาสาช่วยงานศาลาสุขภาพ แต่งานด้านสุขภาพต้องดูแลไปถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ทำให้ภาระงานหนักเกินไป จึงขอให้แยกงานสิ่งแวดล้อมออกไป ที่ประชุมจึงจำเป็นต้อง เพิ่มฐานงานหลักอีก ๑ ฐาน คือ ขยะและสิ่งแวดล้อม และรับเอางานด้านการดูแลเรื่อง อาคาร ถนน ลำธาร และความปลอดภัยไว้ด้วย งานนี้ สิงห์ อาสาขอร่วมงานด้วย

พ่อใหญ่ มีอะไรจะเสนอเพิ่มเติมคะ ครูเพ็ญพร ถาม

พ่อเห็นว่า หมู่บ้านของเรา มีคนเพิ่มขึ้น งานก็เพิ่มขึ้น อาหารการกินก็ต้องมีให้พอ พ่อมีโครงการอยากจะขยายพื้นที่สวนพืชผักให้มากกว่านี้ พวกเราก็ลองพิจารณาดูกันนะ มันมีที่สาธารณะว่างเปล่าอยู่ผืนหนึ่ง อยู่ติดกับชายขอบของบึงน้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับที่เราอยู่นี่ แม้ว่าจะไกลจากที่นี่ การเดินทางไปมาก็ไม่ค่อยสะดวก แต่นั่นมันก็เหมาะสำหรับงานของพวกเรา ที่จะไปบุกเบิกที่นั่น

อาตมาว่านะ ท่านสมภารรัตน์ ออกความเห็น นี่ถือว่าเป็นโครงการใหม่ เพื่อขยายงาน ขยายพื้นที่รองรับคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามา ถ้าพวกเราจะทำกัน อาตมาว่าก็ควรรีบทำ อาตมากับโยมพ่อใหญ่พากันไปดูมาแล้ว ที่ผืนนั้นน่ะ ต้องบูรณะกันอีกเยอะ และก็ต้องขออาสาคนที่กล้าๆ สักหน่อย เพราะที่นั่นมันลำบากและบางครั้งก็เสี่ยงอันตรายด้วย

สังข์ ยกมือ

นี่เธอรับอาสาออกหน้ากะเขาด้วยเลยรึ พ่อใหญ่ ถาม อ้าว แล้วงานที่ทำอยู่ที่โรงงานแปรรูปล่ะ ใครจะรับต่อ

ไม่เป็นไรหรอกครับ แดนธรรม ตอบ ผมกับ คุณแดนทอง ยังรับไหวครับ

สิงห์ เห็นว่าตนควรจะอาสารับงานนี้ด้วยอีกคน ถ้าเงาะไป ผมขออาสาไปช่วยอีกแรง จะได้ไหมครับ

ก่อนปิดประชุม ท่านสมภารรัตน์ กล่าวสรุปว่า

ชุมชนเราจะเข้มแข็งได้ ขึ้นอยู่กับหัวใจ หัวใจเป็นแก่นแท้และเป็นพลังที่ติดตัวมากับทุกคน ถ้าญาติโยมร่วมใจกันรักษาหัวใจ ก็เท่ากับรักษาพลัง อย่าให้ความเห็นแก่ตัว ความกลัว ความริษยา มาทำลายหัวใจของเราได้ ศีล จะเป็นอาหารหล่อเลี้ยงหัวใจให้แข็งแกร่ง ปัญญา จะคอยรักษาความแข็งแกร่งให้มั่นคง เพื่อให้ สมาธิ ปลดปล่อยพลังของความขยัน ซื่อสัตย์ ออกมา หัวใจสำคัญของชุมชนของพวกเราก็คือ ความเป็นพี่เป็นน้องกัน และความเป็นพี่น้องกันนี่แหละ จะทำให้โครงการใหม่ดำเนินต่อไปได้

ท่านสมภารรัตน์ หยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะสรุปเป็นบทอตมะสุดท้ายว่า

ทุกคนก็เป็นมนุษย์ มีกิเลส ที่อยากได้ อยากมี อยากเป็นแต่ถ้ารู้จักพอ รู้จักพึ่งตนเอง พึ่งพาคนรอบข้าง ในบางเรื่อง รู้จักประมาณตัวเอง ในบางครั้ง รู้จักปฏิเสธบ้าง ในบางคราว ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้าง ในทุกๆ เรื่อง แล้วเรา จะฝันเห็นสังคมที่ดีกว่านี้ ไม่ได้หรือ

โครงการใหม่ภายใต้ชื่อ ชีวิตใหม่ หัวใจพอเพียง จึงได้เริ่มขึ้น โดยระยะแรกต้องออกไปสำรวจสถานที่เพื่อตั้งแคมป์ที่พัก ปักเขตบริเวณ สังข์ รับงานนี้เพราะเขารู้ดีว่าเป็นสิ่งที่เขาทำได้ และมีโอกาสมากขึ้นที่จะค้นหาของสำคัญที่เขาทำหล่นหายไปที่ไหนสักแห่ง ในบึงน้ำเจ้าพระยา

พรุ่งนี้โรงเรียนก็จะเปิดเทอม สังข์ ชวนเพื่อนๆ ไปซ่อมสนามเด็กเล่น หลังจากซ่อมเสร็จ สิงห์ ปลีกตัวออกมานั่งดูพวกเด็กๆ ทดสอบความแข็งแรงของเครื่องเล่น แต่ละตัว ที่ม้าหมุน พิมพ็ กับ พิศ ชอบมันมาก ชีวิตของเด็กสองคนในวัยนี้ มันช่างแตกต่างจากชีวิตของตัวเองอย่างสิ้นเชิง สังข์ เป็นเด็กที่ขาดพ่อ มีแต่แม่ที่คอยเลี้ยงดูเขา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าพ่อเขาเป็นคนอย่างไร หน้าตาอย่างไร ส่วนแม่เขาจำได้แน่ โดยเฉพาะตอนนี้

... ฟังนะลูก ที่โรงเรียน มีม้าตัวเล็กๆ เยอะแยะเลย มันมีขา ขามันขยับไม่ได้ แต่มันวิ่งได้ เคยเห็นไหมลูก?” เสียงของแม่ยังก้องอยู่ในหู ในวันที่แม่พูดเล้าโลม ให้เขาหายตกใจเมื่อไปโรงเรียนวันแรก ตอนนั้นเขาหยุดร้องไห้ ม้าอะไร แม่? ขาขยับไม่ได้ แต่วิ่งได้ แต่ตอนนี้ เขาไม่มีแม่อยู่ที่นี่ แม่ครับ ... ตอนนี้แม่ไม่ต้องพูดปลอบใจผมก็ได้ คราวนี้ สังข์ ร้องไห้จริงๆ ผมคิดถึงแม่เหลือเกิน ผมไม่กลัวโรงเรียนแล้ว ผมอยู่ที่นี่ แม่มาหาผมหน่อยได้ไหม เอื้อย กับ โสนน้อย ก็อยู่ที่นี่แล้ว แต่พวกเธอจำผมไม่ได้

หลายวันต่อมา สิงห์ดำ กับ สังข์ เตรียมตัวเพื่อออกไปสำรวจพื้นที่แห่งใหม่ที่บริเวณบึงน้ำเจ้าพระยา กับพ่อใหญ่รักพูน พร้อมด้วยชาวชุมชนอีก ๕ คน เป็นเวลาเดียวกับที่กลุ่มคณะนักศึกษาหญิงชาย จำนวน ๕ คน มาขอเยี่ยมดูงานที่ชุมชน พวกเขากำลังสนทนาอยู่กับครูเพ็ญพร เพื่อขอข้อมูลบางอย่าง

การไปสำรวจบึงน้ำเจ้าพระยาครั้งนี้ ไม่มีใครรู้ความในใจเบื้องลึกของสังข์ ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้ดีว่า นี่คือโอกาสเหมาะที่เขาต้องการค้นหาของสำคัญ ที่เขาทำหล่นหายไว้ในบริเวณนั้น เมื่อสังข์รู้ว่า นี่คือกลุ่มนักศึกษาจากสถาบันนิเวศน์ชีวภาพ โครงการสำรวจระบบนิเวศน์ ป่าบึงน้ำเจ้าพระยา ก็กลายเป็นจุดสนใจของเขาทันที โดยเฉพาะใบหน้าที่สวยสดุดตาของนักศึกษาหญิงผู้หนึ่ง จากจำนวน ๓ คน ทำให้เขาระลึกทบทวนเหตุการณ์หลังจากที่เขาฟื้นจาก การตกหล่นมาพร้อมกับยานยูเอฟ–II ในคืนวันนั้น

ตอนนั้น มีแสงไฟส่องไปที่เขา ทำให้เขาได้สติตกใจตื่น เขาคงสลบไปหลายชั่วโมง แต่เมื่อรู้สึกตัวก็รู้สึกหนาวมาก แต่แสงไฟนั่นทำให้เขาตกใจ สังข์ จึงรีบหลบหนีออกไปจากที่นั่นก่อนโดยเร็ว แล้วแอบซุ่มดูว่า คนพวกนั้นเป็นใคร ... สิ่งที่เขาเห็น คือ หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังสอดส่ายไฟฉายหาตัวเขา เหตุการณ์ตอนนั้นเขาทั้งหนาวทั้งสับสน และเป็นเวลากลางคืน แต่แสงจากไฟฉายของเพื่อนที่ส่องไปที่ใบหน้าของเธอ นักศึกษาหญิงผู้นี้ ช่างมีใบหน้าคล้ายกับหญิงสาวที่เขาเห็นในคืนนั้น

หลังจากที่กลุ่มนักศึกษาสนทนากับครูเพ็ญพรเสร็จแล้ว ต่างก็พากันแยกย้ายเดินชมสถานที่ นักศึกษาชาย เห็นคนกำลังขนข้าวของใส่รถ เขาจึงเดินตรงเข้าไป

ขนสัมภาระตั้งมากมาย จะไปไหนกันหรือครับ?

เขาเอ่ยถามสังข์ แต่ก่อนที่สังข์จะพูดอะไรออกไป สิงห์ จึงชิงตอบเสียก่อน

ไปสำรวจป่าบึงน้ำเจ้าพระยาครับ สิงห์ บอก เพื่อนผมชื่อ เงาะ ครับ เขาพูดไม่ได้

เหรอครับ ... ที่นั่นน่ะ พวกผมเคยไปมาแล้ว เข้าออกลำบากมาก ... คงจะไปอยู่กันหลายวันกระมังครับ

ก็คงเป็นสัปดาห์ น่ะครับ

อืม! … ที่นั่นน่ะ ไม่น่าดูเลย แล้วก็อันตรายด้วย ขอให้โชคดีนะครับ พูดจบ นักศึกษาชายผู้นั้น ก็ผละจากไป

ระหว่างรอคนอื่นๆ ขึ้นรถ เป็นการฆ่าเวลา สิงห์ ถามพ่อใหญ่ว่า หมู่บ้านสันติอรุณ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทำไมจึงดำรงอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะเท่าที่เห็นพื้นที่สวยงามแบบนี้ มักจะเป็นของคนร่ำรวย คนจนๆ ที่พึ่งตนเองได้แบบนี้ อยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของสังคมเมืองหลวงได้อย่างไร ใครคือเจ้าของที่แท้จริง?

ประเด็นคำถามต่างๆ ที่สิงห์ถามพ่อใหญ่ ตรงกับใจของสังข์อยู่พอดี เขารู้สึกขอบคุณ ที่สิงห์ช่วยถามคำถามเหล่านี้แทนเขา พ่อใหญ่เล่าว่า

ที่จริง สันติอรุณ เป็นชุมชนของมูลนิธิที่ชื่อเดียวกับหมู่บ้านนั่นแหละ ไม่มีใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงหรอก เรื่องมันยาวน่ะ พ่อใหญ่ ถอนหายใจ ก่อนจะเล่าต่อว่า พ่อเกิดที่นี่ มองเห็นบึงน้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่เด็ก ฝั่งที่เราอยู่นี่ เคยเป็นที่ทิ้งขยะของเทศบาลนครมาก่อน

แล้วกลายมาเป็นหมู่บ้านได้อย่างไรครับ? สิงห์ ถาม

ก็สู้กันอยู่พักนึง ระหว่างชาวบ้านที่บุกรุกเข้ามา กับ เทศบาลนครรัฐเทพนารา

ต่อสู้กันหรือครับ?

ไม่ใช่ ... ไม่ได้สู้กันด้วยอาวุธ แต่สู้กันด้วยหัวใจ กับโชคชะตา จนในที่สุดพวกชาวบ้านก็ชนะ ได้ครอบครองที่ดินไว้ปลูกบ้านเรือน มีทั้งคนดี คนไม่ดีมาอยู่ปะปนกัน ต่างก็ทะเลาะแย่งชิงพื้นที่ปลูกบ้านกัน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ความจริงว่า เจ้าของที่ดินที่แท้เป็นใคร เขาจะมาขอยึดคืนเมื่อใด

แต่ทุกวันนี้ มันเป็นของมูลนิธิแล้วนี่ครับ

ก็เพราะเป็นของมูลนิธินี่แหละ ที่ทำให้ชุมชนสันติอรุณ ยืนอยู่และเติบโตมาได้ทุกวันนี้

ยังไงหรือครับ?

เมื่อเกือบร้อยปีก่อน ที่ตรงนี้เป็นสมบัติของท่านคุณปู่ของขุนสันตินฤนารถ ขุนนางเก่า ตอนที่ท่านได้ที่ดินผืนนี้มาใหม่ๆ ท่านไม่ค่อยรู้คุณค่าของมันสักเท่าไร เพราะตอนนั้นท่านยังเป็นหนุ่มอยู่ ยังเที่ยวร่อนเร่ตามประสาคนหนุ่ม ต่อมาท่านไปทำเหมืองแร่ และก็ไม่ได้ใส่ใจกับที่ดินผืนนั้น ปล่อยให้รกร้าง ต่อมาท่านมีลูกชายคนหนึ่งซึ่งท่านเลี้ยงดูมาแบบผิดๆ ตามใจทุกเรื่อง ส่งลูกชายไปเรียนเมืองนอก พอกลับมาก็คิดทำการค้าแบบฝรั่ง จึงขอที่ดินของผู้เป็นพ่อ มาลงทุนทำสวนองุ่นเพื่อจะเอาไปทำเหล้าองุ่น ตนเองติดการพนัน กิจการทุกอย่างไม่คืบหน้า ที่ดินถูกตัดแบ่งขายไปเกือบหมดเพราะการพนัน ขุนสันตินฤนารถ ก็ไปซื้อกลับคืนมาใหม่ คราวนี้เจ้าลูกชาย เอาไปลงทุนทำโรงงานทอผ้า ก็ล้มเหลวอีก ที่ดินที่มีอยู่ก็ถูกตัดตอนแบ่งขายอีก โชคร้ายลูกชายมาตายเสียก่อน เพราะเรื่องพนันและผู้หญิง แต่ก็โชคดีที่มีที่ดินเหลืออยู่เท่าที่เห็นนี่แหละ จากนั้นท่านขุนก็เหมือนจะรู้สึกตัวว่าเลี้ยงลูกผิด ท่านป่วยอยู่หลายปี ที่ดินของท่านก็เลยเป็นที่รกร้างว่างเปล่าอีกครั้ง นานหนักเข้าก็กลายเป็นที่ทิ้งขยะของเทศบาล และเป็นที่บุกรุกของพวกชาวบ้าน

ตอนนั้น พ่อใหญ่ ไปทำอะไรอยู่กับท่านขุนหรือครับ?

เป็นเด็กรับใช้ ... ตอนที่ท่านขุนป่วย พ่อไปเรียนหนังสือแล้วก็บวชพร้อมๆ กับท่านสมภารรัตน์นั่นแหละ กลับไปอีกทีท่านก็ไม่สบาย แต่ท่านก็ทนทรหด ไม่ตายง่ายๆ ท่านขุนไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว พ่อจึงขอซื้อที่ดินต่อจากท่านแค่ไม่กี่ไร่หรอก ตอนนั้นพ่อมีเงินไม่มาก แต่ท่านก็ยอมขายให้ จนกระทั่ง–”

พ่อใหญ่ครับ เสียงคนขับรถพูด พร้อมจะไปกันรึยังครับ?

พ่อน่ะพร้อมแล้ว ... อย่าปล่อยให้รถมันป่วยระหว่างทางเสียล่ะ พ่อใหญ่ พูดติดตลก แล้วหันกลับพูดกับสิงห์ต่อ ขณะที่รถเริ่มเคลื่อนตัวออกไป จนกระทั่ง เกิดไฟไหม้ครั้งใหม่ นั่นมันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุด พ่อกลับไปเยี่ยมท่านขุนอรุณนฤนารถอีกครั้ง คราวนี้ท่านมอบที่ดินให้ทั้งหมด แต่พ่อก็ต้องมาเสียภรรยาไป พ่อกับท่านสมภารัตน์ ตัดสินใจเอาที่ดินไปจดทะเบียนเป็นมูลนิธิสันติอรุณ แล้วกำหนดกติใหม่ในการตั้งบ้านเรือน การกินอยู่กันเสียใหม่ และก็ยึดถือกฎอันนั้นมาจนทุกวันนี้

รถยนต์วิ่งผ่านซุ้มประตูใหญ่ตรงประตูทางออก ในซุ้มประตูมีป้ายข้อความ ธรรมนูญ การอยู่อาศัยในชุมชนสันติอรุณ ซึ่งเป็นเสมือนกฎหมายหลักของชุมชน ติดตั้งอยู่ตรงกลาง รถวิ่งออกจากชุมชนสันติอรุณ ที่ประตูใหญ่ด้านหน้า ผ่านเส้นทางจราจรที่หนาแน่นและ มุ่งสู่ริมบึงน้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ของมหานครรัฐเทพนารา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 87 : วิถีชีวิต วิถีชุมชน (ตอนที่ ๘๖/๑๐๕ บทที่ ๒๕) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android