Re : Reality เปลี่ยนไปโลกใหม่ด้วยโชคชะตาอเวจี

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 31,709 Views

  • 991 Comments

  • 1,840 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    25

    Overall
    31,709

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15 : ฮาล์ฟเอล์ฟผมดำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    28 มี.ค. 60




     //ไนต์// 







     ครื่นนนนนน!!!! โครม!! ตู้ม//ครื่นนน!!!!.. เสียงหินมากมายดังขึ้นมาจากด้านหน้าของผม พวกมันตกลงมามากมายทั้งก้อนใหญ่เล็ก ตกลงมาจากเพดานเต็มไปหมดจนผมเริ่มจะมองหาทางออกไปเจอ ดันเจี้ยนแห่งนี้กำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ผนังที่แต่เดิมเป็นหินแข็ง..ตอนนี้มันกับแตกร้าวออกมาราวกับถึงขีดจำกัดอายุ ถล่มลงมากลายเป็นซากในพริบตา... ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วจนกระทั่งผมมองไม่เห็นอะไรเช่นเดียวกับเสียงของการพังทลายที่หยุดลง....

     " ..... " ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ด้านหน้าผมที่เป็นช่องทางเดินถูกอุดไปด้วยหินแล้ว.. ผมยืนดูแบบนี้มาตลอดจนเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดมันก็ได้หยุดลงซะที...

     สรุปท้ายแล้ว..บทสรุปของดันเจี้ยนแห่งนี้ที่ว่าก็คือ..ที่นี่พังทลายลงจนหมดสื้น ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเพราะการปะทะกับเทพศิลาที่ตอนนี้กลายเป็นศพรูปร่างน่าเกลียดใต้กองหินมากมาย ค้นไปก็คงไม่อาจหาเจอ.. ผมได้จัดการเทพศิลาและฆ่าเขา ขโมยพลังทุกอย่างออกมาซึ่งมันเองก็ดูไม่ค่อยคุ้มเลยยกเว้นเวทย์ใหม่สองอย่างที่ว่า นั่นก็คือ 'ศิลาพระเจ้า' และ 'ศิลาต้องสาป' เป็นธาตุที่เกิดจากธาตุดินผสมกับธาตุแสงและมืดตามลำดับ... ได้ข้อสรุปใหม่อีกอย่างเรื่องนี้ก็คือ... การผสานธาตุที่มีธาตุแสงและมืดนั้นไม่สามารถทำได้ แต่จะต้องได้รับการสืบทอดลงมาจากเทพที่ประจำอยู่ตามดันเจี้ยนแห่งทวีปทั้งห้าเท่านั้น.... เพราะงั้น เป้าหมายต่อไปของผมคือการออกไปจากที่นี่ ตามมาด้วยการเคลียร์ดันเจี้ยนอื่นฆ่าเวลา...

     รอวันเวลาให้ไหลเวียนไปเรื่อยๆ... และวันไหนที่อาณาจักรนี้ถึงยามลำบากและใกล้พังทลาย ผมจะกลับมาและมอบความสิ้นหวังให้มากกว่าเดิม นั่นคือเป้าหมายเดียวของผมในตอนนี้ พลังของผมมีมากพอที่จะถล่มทั้งอาณาจักรอยู่แล้ว..การต่อกรกับเหล่าเพื่อนนักเรียนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้กล้า" ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ค่าสถานะของผมกับพวกนั้นมันก็แตกต่างกันไปอยู่แล้ว.....

     " ..... " ผมเลิกคิดสิ่งเหล่านั้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันหลังกลับไปยังห้องสีขาวที่ส่องประกายเป็นสีทอง..สวยงามแถมยังเรืองแสงได้ในตัวเองอีก ห้องนี้จึงกลายเป็นห้องสว่างในทันที... และตอนนี้ผมก็ได้มายังเป้าหมายหมายเลขศูนย์ตามที่ผมหวังไว้.. นี่คือห้องที่อยู่ด้านหลังสนามทดสอบของเทพศิลา มันคือห้องสมบัติที่ทั้งห้องนั้นทำมาจาก 'โลหะเทวะ' แร่ของเทพที่แข็งแรงเป็นที่สุด...

     " ...... " ผมเดินต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับเริ่มสังเกตและมองดูรอบๆห้อง ห้องที่เป็นห้องไม่ใหญ่มาก พื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตรแถมเป็นเป็นห้องสี่เหลี่ยมที่ทุกด้านมีผนังและพื้นทำมาจากโลหะเทพนั่น... ตรงกลางห้องไม่มีอะไรอื่นนอกจากกล่องสมบัติกล่องหนึ่ง ผมเดินเข้าไปหามัน ส่วนในหัวของผมนั้นก็คิอไปเรื่อย..มีกล่องสมบัติกลางห้อง ถ้าหากเป็นเกม RPG หรืออะไรก็ตาม..มีโอกาสสูงพอตัวอยู่ที่นี่จะเป็นกับดัก ผมมองกล่องนั้นด้วย 'นัยน์ตาปีศาจ' มีพลังเวทย์มากมายไหลเวียนอยู่เช่นเดียวกับที่เอ่อล้นมาเป็นไอตามอากาศ...

     นี่ย่อมสร้างความสงสัยอย่างมากให้กับผู้ที่พบเห็น..... 

     ผมเดินตรงไปที่มันโดยไม่ลังเลและเปิดมันออกมา แสงสีทองอร่ามเปล่งประกายออกจนแสบจ้า ผมดันฝาออกไปจนสุดและมองไปยังสิ่งที่อยู่ด้านใน ในนั้นมีเพชรพลอยและแร่หายากมากมายที่อยู่ในรูปอัญมณี มีเหรียญสีม่วงเข้มมากมายเช่นเดียวกับเหรียญสีเงิน.. เหรียญทั้งสองมีลวดลายแปลกเต็มไปหมดเป็นภาษาที่ผมอ่านไม่ออก เป็นตัวเขียนแบบเดียวกับคำว่า 'ปีศาจ' ด้านหลังชื่อในช่วงที่ผมอ่านไม่ได้...

     ซึ่งนี่เอง..ผมก็พอเดาได้ว่ามันคือภาษาโบราณ..และนี่คือห้องสมบัติอย่างแน่นอน ไม่มช่กับดักอะไรอย่างใด คงเป็นรางวัลที่สามารถพิชิตดันเจี้ยนแห่งนี้และผ่านการทดสอบจากเทพ.. เหอะ.. ผ่านการทดสอบน่ะ ผมยังไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วมันคือยังไง..ผมเกลียดหมอนั่นจนผมต้องฆ่า ผมรู้แค่นั้นแหละ...

     " ...วิเคราะห์ " ผมพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังเหรียญทั้งสองที่ผมหยิบขึ้นมาในมือ ใช้ทักษะ 'วิเคราะห์' ขั้นสูงสุดของผม..เช่นเดียวกันผมก็ใช้ทักษะ 'ประเมินแร่' ไปด้วย พยายามจะดูว่ามันทำมาจากแร่อะไรเพราะผมไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งสองอันในโลกนี้ แต่ถ้าเหรียญเงินล่ะก็ผมรู้อยู่แล้ว.. นั่นน่ะ ทำมาจากทองขาวอย่างไม่มีผิดพลาดแน่นอน...

     ผมค่อยรับรู้ข้อมูลที่เข้ามาในหัว.. เริ่มจากเหรียญสีม่วง ผมได้รับรู้ข้อมูลเพียงแค่มันเป็นสกุลเงินของยุคสมัยที่พระเจ้าทั้งสองยังรุ่งเรืองและคงความสมดุลได้อยู่ ดังนั้นสกิลเงินนี้มีความเก่าแก่กว่าสองร้อยปี ทำมาจากแร่ 'เพิล์นทริสต์(Plentist)' แร่สีม่วงความแข็งระดับหก พบได้ทั่วไปในสมัยก่อน แต่ตอนนี้กลับหายไปจากโลก..จะพบได้อีกก็ในใต้มหาสมุทรลึก โอกาสที่จะเจอเป็นเพียงแค่หยิบมือ.. แต่ถ้าจะหาได้ก็คงเป็นดันเจี้ยนธาตุน้ำ ไม่ก็ตามห้องสมบัติหลังเคลียร์ดันเจี้ยนแบบนี้... หนึ่งเหรียญม่วงจะแลกกัยเหรียญทองได้ร้อยล้านเหรียญทอง....

     ต่อมาคือเหรียญสีขาว เจ้านี่ทำมาจากทองขาว ทองที่เกิดจากการเจือสีเข้ากับทองคำบริสุทธิ์ แต่เดิมนี่เองก็เป็นสกุลเงินตอนช่วงสมัยสงครามเทพ พอมาสมัยนี้ไม่มีบุคคลใดเลยที่สามารถเจือธาตุได้อย่างสมบูรณ์ สกิลเงินจึงเปลี่ยนไปเป็นทอง สำหรับทองขาวนี้มีความแข็งระดับสอง นับว่าอ่อนมาก... เอาไปแลกได้หนึ่งเหรียญทองขาวต่อหนึ่งหมื่นทอง.... 

     ตอนนี้พูดได้เลยว่าผมรวยสะพรั่งมาก ไม่ได้เหรียญนี่มาผมก็รวยอยู่ดี มีแร่ขายให้กับทั้งอาณาจักรอยู่แล้ว..แถมตอนนี้ผมมีกล่องสมบัติอันหนึ่งตรงหน้าที่จุไปด้วยเหรียญสองสีมากมายหลายร้อยเหรียญ... ผมดูดพวกมันเข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว เคลียร์จนหมดกล่องจนกระทั่งเห็นของบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่.... 

     " ..... " ผมหยิบเส้นคล้ายเชือกสีทองออกมาจากก้นหีบ.. มันไม่ใช่เชือก มันบางกว่ามากแถมพอกำรวมๆกันแล้วมันถึงหนา ผมใช้วิเคราะห์และประเมินแร่มาพร้อมกันก่อนจะรู้ว่ามันคือ 'เส้นเวทย์' ...กาาค้นพบนี้ทำให้ผมตกใจไปชั่วครู.. นี่มันควรเป็นของที่อยู่ในร่างกาย แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ได้.. มันสามารถใช้แทนเส้นประสาทมนุษย์ได้ต่างหาก แถมทำมาจากโลหะเทวะ มันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก... ความเป็นไปได้มากมายถูกกลั่นกรองออกมาจากสมองของผม... สิ่งที่ผมคิดได้มากที่สุดก็คือ.. 'การเปลี่ยนเส้นเวทย์' นี่ก็เพื่อทำให้เส้นเวทย์เป็นดั่งของพระเจ้า มีความแข็งแกร่งและสร้างเวทย์ที่รุนแรงกว่าเดิมได้.....

     " ...... " นั่นแหละ ความเป็นไปได้มากที่สุดเท่าที่ผมจะรู้.. และถ้าตามปกติ ผู้ที่ต้องเปลี่ยนให้ย่อมต้องเป็นตัวเทพเอง มนุษย์ธรรมดาคงไม่สามารถทำด้วยตัวเองได้เพราะนี่เองก็เป็นหนึ่งในรางวัล...แต่ในเมื่อมันเป็นรางวัล ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น ผมจะขอรับไว้ด้วยความยินดี... และในที่สุดผมก็จะได้ใช้สิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาซักที.. และสิ่งนั้นก็ไม่ใช่อะไรเลยนอกซะจากสิ่งที่จะมาชดเชยความเสียหายของผม... "แขนเทียม" 

     ผมเคยสร้างมันขึ้นเพื่อรอเวลานี้มาตลอด* แต่ที่สร้างมามันก็เป็นเพียงแค่แบบจำลองจากการใช้ทักษะ 'สร้างแบบจำลอง' สร้างขึ้นเมื่อประมาณเกือบสองอาทิตย์ที่แล้วในตอนที่ผมกำลังคลานขึ้นไปด้านบน แต่ผมก็ขาด 'เส้นประสาท' ผมเลยทำอะไรไม่ได้กับแขนขวา... 

     แต่ตอนนี้ผมดันมีแล้วน่ะ.. หวังว่าการเปลี่ยนชีพจรมันจะไม่มีอะไรอยากขนาดนั้น มันย่อมต้องมีวิธีบ้างล่ที่เหมือนกับการใช้ไอเทมที่มันจะเข้าไปในร่างของผู้เล่นถ้าผมอ้างอิงจากประสบการณ์เกม... ต่อไปนี้ผมก็จะได้แขนเทียมอย่างดีและแน่นอน มันก็ต้องแข็งแรงทนทานและยืดหยุ่นในเวลาเดียวกัน.. นี่เองก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องทำการดูดแร่ทั้งหมดที่นี่ออกมาใช้.... 

     " ดูดแร่... " ทันทีที่ผมพูดขึ้น แร่มากมายในรัศมีห้ากิโลก็กองกันเต็มอยู่ด้านหลังผนัง ถ้าเป็นการดูดตามปกติ พวกมันจะชอนไชผนังหินออกมา แต่นี่ผมโดนล้อมด้วย 'โลหะเทวะ' นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมจะเอามาไม่ได้... ผมดูดโลหะเทวะมากมายออก ทั้งผนัง..เพดานและพื้น ดูดมาจนลืมคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผนังที่ถล่ม.. ไม่ต้องพูดจากกันมากมาย ทันที่โลหะเทวะที่เพดานหลุดออก.. หินบางสาวนก็ตกลงมาในทันที...

     ครื่นนนน!!!!....

     " ..... " ตอนนี้ห้องโดนยึดพื้นไปเกือบครึ่งห้องจนได้เพราะความสะเพร่าและความโลภที่เข้ามามากมายในวินาทีที่ผ่านมา ผมเก็บทุกอย่างลงไปในแหวนมิติอันใหม่ที่เพิ่งสร้างเมื่อกี้.. ได้มาแล้วเป็นวงที่สามที่ผมจะสวมไว้กับแขนเทียม.. เลืกสนใจเรื่องพวกนี้ก่อนจะหันกลับไปดูของอีกอย่างที่อยู่ในหีบสมบัติ และนั่นก็คือเข็มทิศอันนึงที่ดูหรูหราเคลือบไปผ่านทองบางๆสีเหลืองสว่าง...

     มันคือ " เข็มทิศเทวา " ความสามารถของมันคือการชี้ไปยังเป้าหมายที่ผู้ใช้ต้องกานจะรู้โดยจะบอกถึงทิศทางและตำแหน่ง และนี่และคือของมีประโยชน์ เพียงแค่นร้เขาจะรู้ตำแหน่งและสถานที่ของทุกอย่างที่เขาต้องการรู้ เช่นเดียวกับการไปล่า พิชิตดันเจี้ยนที่อยู่ต่างทวีป.. นี่มันเป็นของมีประโยชน์รางกับแผนที่เลยชัดๆ...

     และนั่นก็คือของทั้งสองอย่างที่ได้มา.. และต่อไปนี้ จนกว่าผมจะพึงพอใจ ผทจะเก็บตัวอยู่ที่นี่.. เตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดก่อนที่จะออกไปยังโลกด้านบน ผมต้องการอาวุธรูปแบบใหม่ๆและเสื้อผ้าใส่ เพราะตอนนี้ผมแทบจะเหลือแต่กางเกงแล้ว ผมต้องทำทุกอย่างใหม่ทั้งหมด.. บางครั้งดาบระดับสิบนี่ก็โหดไป มันสามารถตัดทะลุได้อย่างเฉียบคมก็จริง แต่พอไปอยู่ด้านนอกมันย่อมต้องเรียกความสนใจมหาศาล แต่เรื่องนี้ผมไม่สนอยู่แล้ว.. ดีซะอีกจะได้มีค่าสถานะให้ดื่มกิน และถ้าหากมีการนองเลือด.. ฟันทีเดียวมันเร็วเกินไปกว่าจะให้พวกนั้นตาย.... 

     และนั่น..ผมจึงวางแผนที่จะสร้างอาวุธใหม่รัวๆเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ...

     และหลังจากนี้เป็นต้นไป..การเตรียมตัวของผมก็เริ่มขึ้นแล้ว....


     .......
          
     .......

     .......


     ผ่านไปแล้วสองอาทิตย์...

     ผ่านไปอีกสองอาทิตย์ที่ผมอยู่ในห้องนั้น หมกตัวอยู่ที่นั่นและสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้น.. และตอนนี้เอง ผมก็พร้อมแล้วอย่างเต็มตัวเรื่องการออกไปจากที่นี่..

     " ..... " ชวิ้งงงง!!!!..... กึก!.. ดาบสีมรกตสวยงามถูกเก็บลงไปในปลอกดาบด้านหลังสีดำ.. นี่คือดาบใหม่ของผมที่สร้างขึ้นเมื่อไม่นาน เป็นดาบที่ทำมาจากแร่ 'อวอนเทริน(Awontern)' เป็นแร่ความแข็งระดับเจ็ดสีมรกตแต่จะแตกต่างจากแร่ 'มิทริล' เล็ดน้อยตรงที่แร่นี้จะออกแนวมาทางสีฟ้าอ่อนๆ.. พอสะท้อนกับแสงก็จะเห็นเป็นสีฟ้าอมเขียวอ่อนนิดๆด้วย.... 

     ด้านหลังของผมเป็นปลอกดาบสองเล่มวางไขว้กันเป็นรูปกากบาท ทั้งสองเป็นปลอกสีดำสนิท.. มีดาบสองเล่มเก็บ เล่มนึงสีเขียวฟ้า อีกเล่มเป็นสีแดงไล่จนถึงสีชมพูปนม่วงที่ปลายดาบ ทำมากจากแร่ 'เฟรมเบิร์น(Flameburn)' ติดไฟง่าย..เพราะงั้นถ้าหากผมใช้ดาบนี้หมายถึงผมจะใช้ธาตุไฟ... ความคมมันอยู่ระดับแปด.. ผมเลือกที่จะไม่พกระดับสิบไว้กับตัวเลยซักชิ้นเดียวยกเว้นเสื้อผ้า...

     ชุดของผมในตอนนี้เป็นเสื้อและกางเกงสีดำสนิท.. สวมทับด้วยเสื้อโค้ท.. ทั้งสามอย่างนี้มีเพียงเส้นสีขาวเล็กๆผ่านมาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความดูดี.. และมีแถบสีขาวยาวไปตามชุด เรืองแสงเป็นสีขาวท่ามกลางความมืด.. สามารถเผิดหรือปิดแสงได้.. มันคือชุดของผมที่ถูกดัดแปลงออกมาให้เป็น 'พาวเวอร์สูท(Power suit)' เป็นชุดที่มีพลังเวทย์เก็บสำรองอยู่ ซึ่งพลังเวทย์นั้นก็ถูกกักตุนในชุดอยู่ประมาณ 15000 หน่วยถ้าเทียบตามค่าสถานะมาตรฐาน.. เป็นแหล่งพลังงานสำรองถ้าหากผมได้ใช้... เนื้อผ้าทำมาจากการแปรรูป 'โลหะเทวะ' นี่จึงกลายมาเป็นชุดยืดหยุ่น สวมใส่ได้เหมือนแบบเทพศิลา...

     เหมือนกันแค่ตรงวัสดุนั่นแหละ.. ชุดของผมน่ะดีกว่าเยอะ... 

     " ..... " ครืดด.. ครืดด.. วื้ดด.. ครืดดด....

     เสียงดังขึ้นมาจากแขนขวาของทันทีที่ผมขยับไปมา... ใช่แล้ว ไม่ผิดหรอก.. นั่นคือ "แขนขวา" จริงๆ... ตอนนี้ผมมีแขนขวาเรียบร้อยแล้ว มันเป็นแขนเทียมที่ผมสร้างมาจากโลหะเทวะ.. แถมในนั้นยังมี 'เส้นเวทย์' ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นประสาทด้วย ดังนั้นแขนนี้ก็ไม่ต่างจากแขนจริงของผม.. สามารถรับสัมผัส แรงกดดัน อุณหภูมิและความเจ็บปวดได้.. ก่อนหน้านี้ผมได้เปลี่ยนเส้นเวทย์ทั้งตัว โชคดีที่มันเป็นเหมือนกับการใส่ไอเทม ผมจึงมาถึงจุดนี้ได้..ผมต้องนอนนิ่งไปถึงอาทิตย์นึงเพราะขยับร่างไม่ไหว แถมใช้เวทย์มาได้อีก... ผมจึงอยู่ที่นี่นาน...

     แขนเทียมของผมทำมาจากโลหะเทวะอย่างที่รู้ๆกัน ความแข็งจึงอยู่ที่ระดับสิบ แถมแขนนี้ยังพิเศษ ผมมีอาวุธติดไว้ด้วยอย่างเช่น มิสไซล์จิ๋วที่ซ่อนอยู่.. มีหลอดแก้วที่กักเก็บน้ำศักดิสิทธิ์.. มีระเบิดมากมายหลายชนิดเหมือนกับพวกที่เหน็บไว้ที่เข็มขัดผมตอนนี้.... มีพลังเวทย์ไหลเวียนตามปกติเหมือนแขนมนุษย์แต่จะพิเศษกว่าตรงที่มีที่เก็บที่จุดได้ถึง 30000 หน่วย..สองเท่าของชุด.. เพราะงั้นผมหมดปัญหาเรื่องขาดแคลนเวทย์..

     " ...... " ผมขยับแขนขวาไปมา.. ไม่มีติดขัดอะไร สำหรับรูปร่าง..มันจะเป็นแขนที่หนากว่าของคนทั่วไป มีสีดำเงาลายแถบแดง..ไม่มีอะไรประดับไปมากกว่านั้น.... ต่อไปเป็นเข็มขัดของผม..มันมีซองปืนที่คาดเอวไว้สองจุด 'อีนิคม่า' ตอนนี้อยู่ในซองซ้าย ส่วนปืนใหม่ของผมอยู่อีกข้างนึง ด้านข้างจะเหน็บของอะไรไว้มากมายอย่างเช่นพวกหลอดเก็บน้ำ... ระเบิดแสง ระเบิดควัน เข็มที่ใช้ปา.. และยังมีช่องเก็บดาบสั้นขนาดเล็กด้วย... นั่นจะเป็นอาวุธลับของผม เดี๋ยวผมคงต้องหาอะไรมาใส่เพื่อเติมเต็มช่องว่าง...

     กางเกงก็ไม่มีอะไร สวมใส่สบายๆ...ส่วนรองเท้าของผมก็เป็นรองเท้าคล้ายรองเท้าวิ่งสีดำ..มีพลังเวทย์กักตุนเล็กน้อย สามารถใช้เพิ่มแรงกระโดดได้ทั้งๆที่ไม่จำเป็น.. มันจะทำงานโดยกว่าปล่อยพลังเวทย์ออกมาใต้ผ่าเท้าเพื่อทำให้บินได้ชั่วขณะ... และนี่ก็คือเครื่องแต่งกายของผม นั่นแหละคือทั้งหมดรวมถุงมือธรรมดาสีดำอันนึงที่ไม่มีอะไรพิเศษ สวมที่มือซ้าย....

     " ...... " ผมมองไปรับๆห้องพร้อมกับเริ่มเก็บสัมภาระที่กระจายอยู่ทั่ว.. เก็บผลึกแร่พระเจ้าที่ฝังไว้ตามผนังและเก็บแกลลอนน้ำเหล่านั้นมา เก็บพวกของและอุปกรณ์ต่างๆที่ผมสร้างขึ้นเล่นๆอย่างพวกค้อน ตะปูอะไรต่างๆเผื่อได้ใช้.... มีดาบอะไรมากมายที่วางอยู่ริมห้อง ดาบหลายสิบเล่มผมก็หยิบๆโยนๆลงไปในแหวน ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมาราธอนฝึกการแปรรูปครั้งใหญ่และสร้างคลังอาวุธ ดาบ หอก ธนู..ดาบใหญ่อะไรมาหมด สร้างมาอย่างละเป็นร้อยเป็นพัน.... มีอาวุธเยอะจนผมเลือกใช้ไม่ถูก.... ตอนนี้โดนเก็บไปในแหวนมิติหมด..

     และนั่นคือการฝึกแปรธาตุของผม... แปรรูปไปเรื่อยๆอย่างไร้สิ้นสุดจนมีฝีมือ ขยายอาณาเขตดูดแร่ได้เป็นสิบกิโลเมตรในตอนนี้...
     
     " ..... " ผมหันไปทางขวา หันไปที่มุมห้อง..และนั่นเองคือลูกรักของผมทดแทนมอเตอร์ไซต์ที่ผมใช้ประจำตอนอยู่โลกเก่าอย่าง Ducati Supersport .840evo เพื่อให้สะดวกในการเดินทาง ผมเลยสร้างพาหนะขึ้นและนั่นคือ มอเตอร์ไซต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทย์ ผมเรียกมันว่า "ดูลาฮาน(Dulahan)" ทั้งคันทำมาจากโลหะเทวะ เคลือบสีให้ใหม่เป็นสีดำเงาสนิท.. เครื่องยนตร์สุดยอด.. ความเร็วในการขับเคลื่อนขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ที่จ่ายเพิ่มหรือปรับ มากสุดก็เร็วได้ถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง... ถ้าขับร้อยห้าสิบจะขับได้นานต่อกันสามวัน ชาร์จด้วยพลังงานแสงที่จะแปรเป็นพลังเวทย์เองจากหม้อแปลงที่ผมสร้างขึ้น... และนั่น.. ลูกรักของผม... 

     ผมเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติ ต่อไปก็แค่หาโอกาสลองใช้จริงด้านนอกเท่านั้น มันมีล้อก็จริงแต่ก็ไม่ได้สำคัญมาก ล้อนั่นพับด้วยตัวเองได้แถมยังขับเป็นแบบลอยบนฟ้าได้อีก ยิ่งลอยสูงยิ่งเปลืองพลังงาน.. แต่ก็ลอยเหนือผิวน้ำได้สบายหายห่วง จากการทดลองขับอะไรของผมที่เคลียร์พื้นที่จนได้ห้องที่ห้องสู้กับเทพแถมผมทำน้ำขังไปเรียบร้อย....

     อย่างต่อไปก็คงไม่มีอะไรมากแล้ว.. หลักๆผมก็หมดลงแค่นี้ ถ้าไม่ใช้การสาธยายอาวุธของผมไปยาวๆ... เอาเป็นว่าผมสร้างปืนกับอาวุธโจมตีหลากรูปแบบสุดๆ ผมสร้างปืนพกมาหลายกระบอกมาแต่ดันเลือกออกมาใช้กระบอกเดียวเพื่ออยู่คู่กับอีนิคม่า... ชื่อของมันคือ  'เอ็กซ์ติงชั่น(Extinction)' เป็นปืนพกปากกระบอกเดียวแต่บรรจุกระสุนได้สามสิบหกนัด.. อย่าถามว่าผมทำยังไง.. ยิงได้ทั้งกระสุนและเวทย์ มีไฟฉาย มีเลเซอร์อะไรตามปกติ...

     และนั่นก็แค่ปืนพก.. ผมยังมีของเล่นอะไรอีกเยอะที่ยังซ่อนอยู่ในแหวนสารพัดประโยชน์...

     และสุดท้ายจริงๆ..นั่นคือความสามารถและทักษะของผมที่ได้มาเพิ่ม ผมได้อะไรมาไม่มากนักเพราะผมลงทุนเอาเวลาไปสร้างของไปซะหมด ผมจึงยังไม่ได้ต่อยอด 'ศิลาพระเจ้า' และ 'ศิลาต้องสาป' เลยซักนิดเดียว.. ผมเพียงแค่ลองคิดทักษะใหม่ๆและเล่นกับธาตุมืด ก่อนอื่นเลยผมได้ลองแปรสภาพตัวเองให้กลายเป็นเงา ผมจึงได้ทักษะ 'รูปแบบเงา(Shadow Form)' มา นี่จะทำให้ผมแปรงร่างเป็นเงาและไปหมดซ่อนในเงาของอย่างอื่นได้... 

     ต่อมาก็คือ 'เปลี่ยนเงา(Shadow Change)' นั่นจะทำให้ผมเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้ แตกต่างจากทักษะมายาทั่วไป.. ตามมาด้วย 'เขตแดนประหาร(Execution Zone)' สร้างเขตแดนเวทย์ขึ้นในระยะห้าสิบเมตร.. ค่าสถานะทุกอย่างของคนๆนั้นจะลดลงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ติดสถานะคำสาป เลือดลดลงทีละน้อยจนกว่าเขตแดนจะหมดเวลา จำกัดการใช้งานได้เพียงแค่ห้านาที...

     และนั่นคือการศึกษาไสยศาสตร์ของผม.. นั่นคือเวทย์มืดทั้งหมดที่นำไปพัฒนาและสร้างต่อ และแน่นอนว่าผมเองก็คิดเวทย์ธรรมดามาบ้างเหมือนกันอย่างการเล่นกับเวทย์น้ำนิดหน่อย ได้มาท่าสองท่า..  ได้ทักษะ 'ชำแหละ' .. 'ดวงตาของผู้ช่วงชิง' ของผมก็พัฒนาขึ้น คนในระยะยี่สิบเมตรจะสามารถโดนดูดได้แถมความเร็วก็สูงกว่าเดิมถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์จากข้อมูลที่ผ่านการใช้ 'วิเคราะห์' เพราะตลอดมาผมก็ยังไม่ได้ใช้อีกเลย...

     มีหลายอย่างที่ยังคงไม่ได้ทำอย่างเช่น การอ่านหนังสือที่ได้จากห้องผนึกแวมไพร์ ซึ่งนั่นผมจะเอาไว้ทีหลัง..

     มีทักษะใหม่มาสามอันที่ยังไม่เปิดเผยและยังใช้ไม่ได้ ขึ้นเป็น [???] ซึ่งถ้าหากเป็นตามที่ผมคิด มันจะเป็นเหมือนกับเวทย์โกงๆสองอย่างที่ผมมีอย่างการช่วงชิงพลังและการยกเลิกเวทย์มนตร์ นั่นหมายความว่าผมจะมีทักษะโกงๆเพิ่มขึ้นอีกสามทักษะในอนาคต... และนั่นแหละ คือทั้งหมดที่ผมสรุปได้..

     และนี่ก็คงถึงเวลาแล้วที่ผมจะออกจากดันเจี้ยนแห่งนี้ รวมๆเวลาที่ผมอยู่มา..นี่ก็ปาไปเกือบหนึ่งเดือนแล้ว... แต่ก่อนอื่นผมต้องหาอะไรไปอุดช่องว่างของที่เก็บอาวุธลับด้านหลังเข็มขัดซะหน่อย.... ไม่งั้นมันจะว่างและเบาแปลกๆ...

     " ..... " ผมวางมือขวาลงไปที่พื้น ใส่พลังเวทย์ลงไปและเริ่มการค้นหาแร่ชนิดไหนก็ได้ซักอย่างเพื่อทำดาบติดไว้ ..ผมเจอแร่ 'มิทริล' ที่อยู่ห่างออกไปประมาณสิบสองกิโลเมตรอยู่กองหนึ่ง.. ผมกระจายการค้นหามากกว่าระยะมาตรฐาน ซึ่งนี่จะทำให้ผมเปลืองพลังเวทย์มากกว่าเดิมเล็กน้อย ผมดึงมันออกมาอย่างรวดเร็ว และในชั่วอึดใจ..ผมยกมือขวาขึ้นออกจากพื้น มีดสั้นสีมรกตก็อยู่ในมือกลของผมแล้ว.. นั่นคือผลของการฝึกโหด ผมสามารถแปรภาพแร่จากใต้ดินตอนที่ดึงออกมาได้ เพราะงั้นผมจึงดึงออกมาในรูปแบบของอาวุธได้เลย...

     " ....โอเคแล้วล่ะ " เก็บมีดไปด้านหลัง.. แค่นี้ผมก็พร้อมออกจากที่นี่แล้ว เดินออกไปจากห้องสมบัติที่ตอนนี้เหลือแต่ซาก เดินไปที่ห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องนี้แหละที่ผมสร้างขึ้นเพื่อลองขับดูลาฮานเล็กน้อย เกิดจากการแปรรูปจนกลายเป็นห้องขนาดยักษ์ และต่อไป..เป้าหมายของผมคือการออก แต่จะมีทางไหนบ้างที่ออกได้... ทันใดนั้น ความคิดดีๆก็แล่นเข้ามาในหัว.. 

     ....สัญลักษณ์ปีศาจสีดำปรากฏเหนือตาซ้ายของผมเช่นเดียวกับลวดลายที่ข้อมือข้างขวา ผมเปลี่ยนแขนของผมให้กลายเป็นแขนอักขระมารอย่างรวดเร็ว แขนกลายเป็นสีดำทมิฬปล่อยไอสีม่วงๆ.... มันเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นปีกอย่างรวดเร็ว 

     และนี่ก็ถึงเวลาทะลวง...

     ตู้มมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!! 

     " ..... " ผมดีดตัวออกมาจากพื้นในทันที แรงกระแทกที่สะท้อนกลับไปที่พื้นนั้นมหาศาลจนสร้างหลุมอุกกาบาตขึ้นบนผิวเรียบ ลึกลงไปกว่าสิบเมตรและแผ่รอยแตกกระจายออกไปทั่ว แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง... ผมพุ่งไปที่เพดานด้วยความเร็วสูง ทะลุชั้นหินมากมายและพุ่งออกมาจากปากหลุม..ลอยอยู่กลางอากาศและเริ่มมองรอบๆ... 

     " ..... " ผมมองภาพตรงหน้าด้วยแววตานิ่งเฉย ตรงหน้าของผมคืออาณาจักรที่ผมเกลียดชัง สภาพมันยังพอดูดีอยู่ไม่นับแผ่นดินแยกที่แบ่งเมืองเป็นหลายส่วน บ้านเมืองเล็กน้อยตรงชานเมืองกำลังทลายลงเพราะแรงที่ผมออกเมื่อกี้.. ปราสาทยังดูอยู่ดีอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ก็คงเพราะมีการป้องกันดีเท่านั้น.. ราชายังอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน.. ผมจะยังไม่ทำอะไรมันในตอนนี้...

     ครื่นนน!!! ครื่น! ครึ้ก! ครื่นนน!!!!... 

     ดันเจี้ยนพลังทลายลงไปอีกครั้ง หินมากมายหล่นลงไปแทนที่รูขนาดใหญ่ที่ผมสร้างขึ้นเพื่อออกมา ปากหลุมลงกว่าเดิมมาก แต่เดินมันจะมีก้นหลุมลึกแต่ตอนนี้มันแทบไม่มีแล้ว มันเกิดการพังทลายบ่อยเกิดไป หินจึงตกลงมาและสร้างเป็นชั้นๆกนาขึ้นเรื่อยๆจนใกล้ติดปาก...และนั่น เหตุการณ์ทั้งที่อาณาจักรและที่เกิดกับหลุมก็แน่นอนว่ามาจากผมเพราะการต่อสู้รุนแรง...

     ผมไม่มีความรู้สึกอื่นใดให้กับที่นี่ นอกจากความคั่งแค้นทั้งหมดที่ผมให้ได้ เพราะงั้น..หลังจากนี้ ผมสัญญากับตัวเองเป็นรอบสุดท้ายว่าผมจะกลับมาที่นี่ก็เพื่อการทำลายล้างเท่านั้น ตอนนี้บ้านเมืองยังอยู่ดีเกินไป... 

     " ..... " ผมสะบัดหน้ากลับอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันหน้าไปอีกทาง มองไปยังสภาพแวดล้อมป่าเขาสวยงามที่ผมไม่ได้เห็นมานาน... อยู่ในความมืดมิดมาตลอดหนึ่งเดือนแถมนั่นก็เป็นถึงขุมนรก... ตอนนี้ในที่สุด ผมก็ได้ออกมาแล้ว.. ได้รับความอิสระและการปลดปล่อยที่ไขว่ขว้ามากนาน และถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องออกเดินทาง....

     " ...... " ผมเปลี่ยนแขนกลับเป็นปกติอีกครั้ง กลายเป็นแขนธรรมดา.. ลายสีดำที่ครอยคุมทั้งแขนก็หายไป หายกลับเข้าไปที่สัญลักษณ์ตรงข้อมือที่ดูดอักขระกลับไปหมดและจางลงไป... สัญลักษณ์ตรงคิ้วซ้ายของผมก็หายไปในพริบตา... นั่นคือการใช้ทักษะจาก 'คำสาปมาร' ผมใช้ได้แค่นิดหน่อยจากการฝึกในสองอาทิตย์... ใช้ได้ประมาณนี้นี่แหละ พลังผมจะขึ้นกว่าจากนี้เยอะมาก...

     ผมรู้เรื่องความจริงนี้ก็ช่วงวันสองวันหลังจากที่ต่อสู้ ผมวิเคราะห์สกิลแต่ละอย่างโดยละเอียด นี่ทำให้ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนผมหมดสติไป รู้สึกอีกทีสถานการณ์ก็พลิกอยู่ไปซะแล้ว... ผมกลายร่างเป็นปีศาจ ไม่ผิดแน่นอน ไม่งั้นผมคงไม่สามารถทำลายทุกอย่างได้ขนาดนั้นรวมถึงทำเทพศิลาเละเทะ.. เพราะงั้นผมเลยต้องระวังตัวเอง จริงอยู่ที่ผมสามารถควบคุมอักขระได้เบื้องต้น ผมยังไม่กล้าที่จะใช้ทั้งตัว..ยังไม่เสี่ยง แถมอีกเรื่องก็คือต้องระวังเรื่องอารมณ์ของตัวเอง ถ้าหากผมสติหลุดเมื่อไหร่.. ใจเต็มไปด้วยด้านมืดเมื่อไหร่.... ผมจะเสียการควบคุมและแปลงร่าง..

และนั่นคือกลไกที่ได้จากการวิเคราะห์ของผม...

     " ...... " ผมเดินหน้าต่อไปท่ามกลางป่าเขาเขียวขจี.. แม้จะมีต้นไม้บางส่วนกว่าครึ่งป่าที่รูปร่างดูไม่ได้เพราะล้มลงมาเต็มไปหมด ดินมากมายเองก็ถล่มลงมา แม่น้ำบางจุดก็ป็นสีน้ำตาลเพราะดินโคลน.. บางส่วนยังดีที่ยังใสอยู่.. แผ่นดินแยกขนาดใหญ่ก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า.. 

     ' ท่าทางการต่อสู้จะรุนแรงกว่าที่คิด.. ' ผมคิดขึ้นในใจพร้อมกับเดินทางต่อไป... เลือกที่จะเดินไปที่เมืองข้างหน้าที่อยู่ห่างออกไปประมาณร้อยห้าสิบกิโลเมตร.. 


     ......

     ......

     ......


     ผ่านมากว่าสองชั่วโมงจากที่ผมออกมาจากที่นั่น สุดท้ายผมแค่เดินจริงๆประมาณชั่วโมงแรกกับหน่อยๆก่อนที่จะเปลี่ยนใจไปวิ่งแทน ซึ่งนั่นก็ย่นระยะเวลาลงมาได้เยอะมาก.. ด้านหน้าของผมในอีกห้าร้อยเมตรจะเป็นทางเข้าเมือง.. เมืองนี้ถูกล้อมโดยกำแพง เพราะงั้นการจะเข้าไปต้องผ่านด่านตรวจที่มีทหารเฝ้ายามประมาณเกือบสิบคนจากการส่องระยะไกลด้วยทักษะ 'มองไกล'

     " ..... " ผมเดินต่อไปอย่างไม่รู้ร้อนอะไร.. คราวนี้สิ่งที่ผมต้องทำอย่างแรกก็คือการเดินหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกนี้ซะหน่อย ข้อมูลจากองครักษ์แค่สองคนยังไม่เพียงพอ.. ผมยังคงอยากรู้เรื่องคงามเป็นอยู่ว่าจะมีรูปแบบการปกครองแบบไหน ระบบยังไง... ไม่ได้ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์อะไรกับผู้คนเหล่านี้อยู่แล้ว... แต่เพื่อความสงบสุขในชีวิต ผมจะยอมวุ่นวายในวันนี้และไปสร้างการ์ดนักผจญภัย.. ต่อไปจะต้องไม่มีปัญหาอะไรกันมาก..

     " ..... " ผมเดินต่อมาเรื่อยๆ ตรงไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง ใช้ทักษะ 'แปลงเงา' และเปลี่ยนแค่ดวงตาข้างซ้ายของผมให้กลายเป็นสีฟ้าเหมือนดีว่า เช่นเดียวกัน..ผมก็กำลังใช้ดีว่าในการแสกน นับจำนวนทหารอยู่...

     " โอ่ย! นายน่ะ เป็นใครมาจากไหน?! " ทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นผมพร้อมกับเดินเข้ามาถาม.. เป็นการถามที่ทหารมาก เอาเสียงขู่และเบ่งไว้ก่อน ท่าทางเขาเองก็ตกใจผมไม่น้อยกับผมสีดำนี่... บางคนเริ่มทำการกระซิบกระซาบกัน ทันใดนั้น..มีทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาหาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม กระซิบกันเล็กน้อย.. สีหน้านายทหารก็เปลี่ยนไปจากหน้าโหดเป็นหน้าตกใจ...

     " ..... " ถ้าผมมีสกิลอ่านใจล่ะก็... 

     " ขอโทษครับ! ท่านผู้กล้า! จะเปิดทางให้เดี๋ยวนี้แหละครับ!!! " นายทหารคนนั้นตะโกนขึ้นและเปิดทางให้ผมทันที เรียกว่าผมว่า 'ผู้กล้า' เล่นเอางานนี้เอาข้อมูลมารวมกันได้แบบสบายๆ... ผมเดินเข้าไปในเมืองผ่านด่านตรวจอย่างไม่มีปัญหาอะไร

     " ..... " เมื่อกี้พวกทหารเหล่านั้นคงนึกว่าผมเป็นผู้กล้า.. แน่นอนว่าผมน่ะ 'เคยเป็น' ผมหงุดหงิดใจเล็ดน้อยก็จริงที่โดนเอาตัวเองไปเหมารวมกับพวกน่ารังเกียจนั่นแต่มันก็ช่วยไม่ได้.. เพื่อจะได้ไม่มีเรื่องน่ารำคาญในชีวิต ตราบใดที่ผมยังอยู่ที่นี่ ผมจะได้ใช้อำนาจของ 'ผู้กล้า' ได้..นี่เองก็อยู่ในทวีปเดียวกับอาณาจักรนั้น เพราะงั้นนี่ก็น่าจะเป็นเมืองในการปกครองของอาณาจักรทราเซี่ยม... ที่ผมเพิ่งออกมาคือเมืองหลวง

     ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่พวหหัวเมืองจะรู้เรื่องสำคัญภายในเมืองอย่างการอัญเชิญผู้กล้าจากต่างโลก.. พวกเขารู้เรื่อง ไม่งั้นผมก็คงไม่โดนปล่อยมาแบบนี้.. ส่วนเรื่องการดำเนินชีวิตของผม ผมได้จัดสิ่งมีชีวิตเป็นสองอย่างคือ มิตร กับ ศัตรู.. ถ้าหากเป็นศัตรู มันต้องตายและจะโดนผมดูดค่าสถานะ ต่างกับมิตรที่ผมจะไม่ล่วงล้ำเข้าไปในสิทธิส่วนบุคคล เว้นแต่ว่าผมมีเรื่องอะไรจริงๆ...

     เพราะงั้นผมจะไม่ช่วงชิงไปทั่ว.. แต่ถ้าเป็นที่อาณาจักรนั้น.. ผมไม่สน...

     " ...... " ผมเดินต่อมาเรื่อยๆท่ามกลางสายตาคนมากมายที่มองผมอย่างแปลกประหลาด ผมกำลังเดินอยู่ในย่านการค้า เป็นแถวตลาด..ถนนเส้นใหญ่มีม้าและอสูรที่ใช้เป็นพาหนะสัญจรไปมาตลอดเวลา มีคนขายของเต็มไปหมด.. ทุกคนที่มองเห็นผมก็จะมองผมด้วยสายตาแปลกๆก่อนจะเริ่มซุบซิบกัน.. ด้านหลังของผมเองก็มีทหารสี่ห้านายกำลังสะกดรอยตามมา...

     ผมเดินต่อไปอย่างรวดเร็ว.. ท่าทางว่าเรื่องนี้จะมีอะไรมากกว่าที่ผมคิดไว้ การเป็นแค่ผู้กล้าเท่านั้นน่าจะยังไม่สามารถรับรองได้ มันเองก็แปลกเกินไปที่จะมีคนผมสีดำเดินเร่ร่อนมาคนเดียว ไม่มีทหารหรือกลุ่ม..แถมมีความเป็นไปได้ว่าผมอาจจะส่งกลิ่นของปีศาจออกมา..ใ

     แอ๊ดดดด!!!!! ผมเปิดประตูสถานที่ที่น่าจะเป็นบาร์ไปอย่างรวดเร็วและนั่งลงไปที่เค้าท์เตอร์.. มีเพียงพนักงานที่นั้นที่สนใจ พวกแขกลูกค้าทั่วไปก็กำลังสนใจกับเรื่องของตัวเองอยู่.. ทหารพวกนั้นกำลังแอบมองจากช่องประตู ส่วนบาร์เทนเดอร์เองก็กำลังลังเลที่จะมาหาผม....

     " ..... " 

     " เอ่อ.. ท่านนักผจญภัยรับอะไรดีครับ.. " 

     " นายมาตรงนี้หน่อย.. " ผมพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้าไปให้มายืนตรงผม.. ผมต้องเรียกเจ้านี่มาไถ่ข้อมูล..

     " ว่าไงนะครับ... " บาร์เทนเดอร์คนนั้นตอบขึ้นอย่างลังเลและตะกุตะกัก... สร้างความรำคาญให้กับผม

     " มา... " ผมเค่นเสียงออกมาต่ำและเช่นเดียวกันก็ปล่อยแรงกดดันออกมาไปที่ชายคนนั้นคนเดียว เขาตัวสั่นและหน้าซีดเผือกอย่างรวดเร็ว ราวกับร่างกายเหลวเป็นน้ำ เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และล้มตึงลงไปกับพื้น แก้วที่กำลังเช็ดอยู่ในมือก็ตกลงไปแตกดัง *เพล้ง!* เรียกความสนใจจากคนที่อยู่ใกล้ๆให้หันมามอง... 

     " ขอโทษครับ! ไม่มีอะไรครับ! ฮะฮะ..ฮะ " บาเทนเดอร์คนนั้นลุกขึ้นมาด้วยท่าทางที่ยากลำบากก่อนจะฝืนพูดออกไปพร้อมกับหัวเราะอย่างงุ่มง่าม คนอื่นที่มองมาก็เลิกสนใจและเข้ามุมของตัวเองเหมือนเดิมทันที.. เขาเดินมาทางผมตามที่ผมสั่ง ตัวสั่นเป็นข้าวเจ้า..

     " ....ตอบคำถามพวกนี้มาซะ ก่อนอื่นเลย..นายอธิบายมาซะว่าทำไมคนถึงมองฉันแปลกๆ... " ผมถามขึ้นพร้อมกับจ้องไปด้วยสายตาที่กดดัน.. 

     " เอ่อ... ระ เรื่องนี้ผมคิดว่า- " 

     " ตอบมาไม่งั้นฉันจะเผาที่นี่ทิ้งแล้วก็ฆ่านาย... " ผมพูดขู่ออกไปพร้อมกับปล่อยความร้อนออกมาจากตัวจนอีกฝ่ายสัมผัสได้ โต๊ะบริเวณที่ผมวางมืออยู่ก็เริ่มร้อน มันเริ่มเปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลอ่อนเป็นสีเริ่มเข้ม..เช่นเดียวกัน มันเองก็เริ่มส่งกลิ่นและควันดำมาทีละนิด ทีละนิด.. นี่ไม่ได้หมายถึงอะไรเลยนอกจากการขู่อย่างรุนแรง... บาร์เทนเดอร์ที่ได้รับความกดดันไปเต็มๆสามารถบอกได้เลยว่าผมทำจริงอย่างแน่นอน.. ชายคนตรงหน้าเขาปล่อยรังสีอัมหิตออกมาท่วมท้น...ผมต้องรีดไถข้อมูลที่จำเป็นออกมาให้ได้..

     " !!!... เอ่อเพราะแขนขวาแปลกๆนั่น ผมสีดำที่เหมือนของท่านผู้กล้าแล้วก็.. " 

     " ว่าต่อมา.. " 

     " กะ กลิ่นแปลกๆครับ!! " อืม.. เรื่องนี้ผมก็ต้องเห็นด้วย อย่างแรกคือสีผมที่เป็นสีดำ อย่างที่ผมคิด..เท่าที่เดินมาเองก็ไม่เห็นคนผมสีดำหลุดลอดมาซักคนเดียว แต่ละคนมีสีผมหมด ถ้าจะให้ใกล้สีผมคลาสิกสุดก็จะเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลอ่อนว่ากันไป... แสดงว่าในโลกแห่งนี้คนที่มีผมสีดำจะมีเพียงแค่ผมกับเจ้าพวกนั้น.... และเรื่องที่สองคือกลิ่น ปีศาจส่งกลิ่นแปลกๆออกมา 'กลิ่นอายของแม่มดมืด' นั่นคือสิ่งที่พวกเขาให้นิยามไว้.. เพราะงั้นการที่เข้ามาใกล้ผมก็คงรังเกียจและคิดว่าผมเป็นปีศาจ... 

     " ฉันน่าสงสัย.. นี่คือสิ่งที่นายอยากจะบอกสินะ.. " 

     " คะ.. ครับ! " 

     " อธิบาย.. ฉันต้องการรายละเอียด.. "

     " ครับ!.. จริงๆแล้ว เมื่อประมาณสี่ห้าวันก่อน.. มีข่าวใหญ่แพร่ออกมาจากเมืองหลวงเรื่องที่ว่าท่านผู้กล้าทั้งหมดจะต้องถูกโยกย้ายไปที่อาณาจักรอื่นเพราะต้องการที่ฝึกครับ! เมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อน.. ดันเจี้ยน 'สโตนฮอร์น' เกิดการถล่มอย่างไม่ทราบสาเหตุพร้อมกับสร้างความเสียหายให้กับเมืองหลวง พวกท่านจึงต้องออกไปเพื่อไปฝึกที่อื่นครับ!... " 

     " .... " 

     " แล้วท่านผู้กล้าทุกคนล้วนมีผมสีดำซึ่งไม่เคยมีใครมีมากก่อนยกเว้นเหล่าปีศาจชั้นสูง!.. ดะ ดังนั้นคุณเลยน่าสงสัยครับ! " 

     " จะบอกว่าทุกคนคิดว่าฉันเป็นปีศาจงั้นหรอ.. " 

     " ก็คงอย่างนั้น!.. แต่พวกปีศาจจะไม่ปรากฏออกมาในที่แบบนี้แถมยังต้องมีหาง แต่คุณไม่มี!. อีกอย่างคือเหล่ามารพวกนั้นจะมีผมดำสนิทต่างจากของคุณที่สะท้อนกับแสงเป็นสีขาว... ดังนั้นพวกเขาก็คงสงสัยแล้วระแวงครับ! "

     " ....มีเหตุผล แล้วคำถามต่อไป อธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับกิลด์มา.. " 

     " ...มันคือศูนย์รวมของนักผจญภัย!.. นักผจญภัยคือบุคคลที่ทำภารกิจต่างๆ ในกิลด์จะมีภารกิจมากมายให้ทำแล้วก็ตอบแทนมาด้วยเงินรางวัลครับ! " บาร์เทนเดอร์คนนั้นตอบออกไปพร้อมกับคำพูดติดอ่าง ในใจเขาเองก็กำลังพยายามรักษาชีวิตตัวเอง..เขาคงคิดมาตลอดว่าผมนั้นเป็นนักผจญภัยแล้วทำไมผมกลับไม่รู้เรื่องกิลด์... แถมข้อมูลที่ให้ผมก็รู้อยู่แล้ว ก็ดันให้มาแค่ความหมายเองไม่ใช่หรอ...

     " กิลด์ที่มีในเมืองนี้อยู่ที่ไหน... " 

     " เอ่อ... ต้องเลี้ยวขวาไปจากตรงนี้แล้วเดินไปสุดถนนครับ!.. จะเจออาคารอิฐขนาดใหญ่คล้ายปราสาทเล็กๆ.. นั่นคือ กิลด์ 'ออคัส' เป็นกิลด์ที่มีชื่อเสียงและมีอำนาจมากที่สุดในอาณาจักรและทวีปแห่งนี้.. แต่ในเมืองนี้เป็นแค่สาขาย่อยครับ!.. "

     " ....เข้าใจแล้ว " ผมพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนและเดินออกจากร้านไปในทันที.. ข้อมูลสำคัญๆก็ได้มาหมดแล้ว สรุปได้ว่าตอนนี้พวกชาวบ้านกับทหารกำลังสงสัยกันอยู่ว่าผมเป็นปีศาจรึเปล่าและเช่นเดียวกัน.. เรื่องนี้เองก็ยังยืนยันไม่ได้ นี่คงเป็นสาเหตุที่เขากำลังลังเล เลือกที่จะสะกดรอยตาม.. และเพราะเรื่องผู้กล้า เรื่องนี้จึงน่าสงสัยเข้าเป็นทวีคูณ.. ข้อมูลที่ได้เพิ่มมาคือปีศาจมีราชวงศ์.. จากคำบอกเล่ามาเมื่อกี้ ดูเหมือนว่ายิ่งสูงยิ่งรูปร่างเคียงกับมนุษย์.. ผมสีดำทมิฬและมีหาง... เพราะแบบนี้ ผมจึงยังไม่ถูกตัดสินไปเต็มขั้น....

     " .... " ผมเดินต่อไปเรื่อยๆ เดินไปตามถนนเส้นเดิม ตรงไปตามทางที่บาร์เทนเดอร์คยนั้นบอก.. จนกระทั่งผมเดินจนไหล่ชนเข้ากับคนๆนึง..

     ปึก... ผมหันกลับมามองด้วยความสนใจทันที ตั้งแต่เข้าเมืองมา ทุกคนที่เห็นหน้าจะคอยหลบผม..ถ้าหากเดินสวนกัน พวกเขาจะส่งสายตาแปลกๆแบบหวาดระแวงและรังเกียจออกมา เปิดทางเดินให้ผม.. แต่กับคนที่สวมฮู้ดตรงนี้ เขากลับเดินชนผมแต่ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันกว่าสิบเซนต์ ไหล่ของเขาเพียงชนกับแขนซ้ายของผมเท่านั้น

     ผมเฉตามองไปในทันที ไม่เห็นกระทั่งหน้าตา..แต่ถ้าจะให้เดา.. ผู้หญิง...

     กรี้ดดดดดด!!!!!!.

     ทันใดนั้นเสียงกรี้ดของผู้หญิงคนนึงก็ดังขึ้นออกมา ผมหันไปทางนั้นอย่างรวดเร็วก็พบกับคนที่เปล่งเสียงออกมา.. เขาเป็นผู้หญิงค่อนข้างมีอายุคนหนึ่งที่กำลังจะซื้อของอยู่ เขามองไปที่เด็กคนหนึ่งที่หน้าตาและสีผมเหมือนกับเขาเปี๊ยบที่ตอนนี้กำลังไล่จับผีเสื้อจนเข้าถล่ำลึกลงไปถึงถนนที่ใช้ให้พาหนะสัญจร...

     และก็แน่นอน.. มันจะไม่มีอะไรถ้าหากเป็นแค่การเดินอย่างอิโหน่อิเหน่ธรรมดา คราวนี้กลับกำลังมีสัตว์รูปร่างคล้ายไดโนเสาร์ผสมกิ้งกาตัวหนึ่งที่ลากเลื่อนมา พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว... 

     " ..... " ผมมองภาพตรงนั้นต่อไป.. ความคิดที่จะช่วยไม่ได้อยู่ในหัวของผมเลยซักนิด ที่เด็กผู้หญิงคนนั้นตกลงมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ นั่นก็มาจากการทำตัวของเธอเอง.. การประมาทและความโง่เขลา นี่แหละคือสิ่งที่กำหนดจุดจบในชีวิต ผมกลายเป็นคนด้านตายจนมองว่าการช่วยชีวิตคนอื่นกลายเป็นเรื่องไม่สำคัญขนาดนี้เลยหรอ.... ถ้างั้นก็คงใช่แล้วล่ะ... เพราะงั้นก็จงไปเรียนรู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองในโลกหน้าซะ..

     ฟุบบบ!!!!! คนด้านข้างของผมดีดตัวออกจากพื้นอย่างรวดเร็วและพุ่งออกไปหาที่ถนน ตรงไปหาเด็กคนนั้นอย่างรวดเร็ว..เธอพุ่งเข้าไปทันเวลาและเอาเด็กคนนั้นและตัวเองหลบออกมาจากทางวิ่งของพาหนะนั้นได้... แต่ในจังหวะล้ม..ฮู้ดที่คลุมหัวของเขาคนนั้นก็ร่วงลง เผยให้เห็นสิ่งอยู่ภายใต้...

     ' ...ผมสีดำ ..มนุษย์ ไม่สิ..เอล์ฟ ฮาล์ฟเอล์ฟงั้นหรอ... ' ผมนึกขึ้นในใจพลางสังเกตไปที่ใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งช่วยชีวิตเด็กที่ผมจะปล่อยให้ตาย.. เธอคนนั้นมีผมสีดำ แสงสะท้อนออกมาเป็นสีน้ำเงินเข้ม.. ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาว ดวงตาเป็นสีฟ้าประกาย หน้าตาสะสวยอย่างไร้ที่ติ.. เว้นแต่ว่าคนที่ผมเห็นตรงนี้ไม่ใช่มนุษย์.. และจากที่ดู นั่นคือหูที่ยาวของเอล์ฟ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาอะไรที่เหมือนกับมนุษย์โดยไม่มีผิดเพี้ยน.. ไม่ยากเลย... เธอคนนี้เป็น 'ฮาล์ฟเอล์ฟ'...
     
     " ...... " โอ่ย... นี่คือสาเหตุที่ต้องปิดปังตัวตนสินะ เพราะมีผมสีดำน่ารังเกียจแถมยังเป็นพวกครึ่งเผ่าพันธุ์ ผมมองไปยังภาพตรงหน้า..ทั้งสองคนกำลังคุยกันโดยผู้หญิงคนนั้นกำลังรักษาบาดแผลกับเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู ต่างจากเด็กคนนั้นที่พยายามถอยหนีและหวาดกลัว.. ไม่แปลกใจเลย ผมไม่รู้สึกแปลกในอะไรเลยซักนิดที่จะได้เห็นภาพแบบนี้ คนนึงทำด้วยความเต็มใจ อีกคนก็ยังคงรังเกียจเพราะเผ่าพันธุ์.... 

     โลกนี่คือมีการเหยียดเผ่าพันธุ์อย่างแน่นอน.. โดยเฉพาะมนุษย์..

     " เห้ย! ถอยออกมาจากเด็กคนนั้นซะยัยแม่มด!! " ทันใดนั้นเสียงทหารคนหนึ่งดังขึ้น เขาวิ่งมาอย่างรวดเร็วกับคนอื่นๆที่มารุมล้อมกันเป็นสิบคน 

     " เธอทำอะไรลงไปกับเด็กคนนั้น ห้ะ! ยัยปีศาจ! " ทหารคนอื่นเริ่มเข้ามาล้อมและพาเด็กที่กำลังร้องไห้อยู่ออกไปหาผู้เป็นมารดา... ตอนนี้ฮาล์ฟเอล์ฟสาวคนนั้นกำลังถูกล้อมด้วยเหล่าทหารมากมายที่แต่ละคนชักดาบออกมาแล้ว เธอลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพราะบาดแผลที่ขาจากการกระแทกเมื่อกี้..ผู้คนเริ่มรุมล้อมกันมากกว่าเดิมและตะโกนด่าอย่างรุนแรง...

     หยี!! ออกไปไกลๆเลยนะ มาทำอะไรอีก!!//แม่มด! ปีศาจ!! 

     น่าสงสารเด็กคนนั้นจัง โดนอะไรลงไปก็ไม่รู้..//เมื่อกี้มันต้องใช้เวทย์มนตร์กับเด็กคนนั้นแน่! 

     " ..... " ผมมองภาพตรงนั้น..ความรู้สึกในใจผมเปลี่ยนไปอีกแล้ว รอบนี้ราวกับผมได้มองเห็นตัวเองที่ถูกแขนอยู่บนแท่งไม้ เตรียมที่จะโดนประหาร.. ความทรงจำส่วนนี้มันกลับมาหลอกหลอนอีกครั้งจนผมถึงกับเห็นภาพซ้อนกัน... เธอคนนี้ไม่ต่างจากผมเลยซักนิด.. พวกเรามีความเหมือนกันทุกอย่าง ถูกเกลียดโดยสังคมเพราะความเลือกเกิดไม่ได้... ต่อให้ทำความดีไป พวกเราก็จะได้รับการตอบแทนด้วยตวามเกลียดชัง... แบบนี้มันคือการทรยศ... ทรยศความไว้ใจ ความเชื่อมั่น...

     ไปตายซะไป!!! 

     เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกขว้งออกไปกระแทกกับแขนบางของเธอคนนั้นจนเลือดซึมออกมาผ่านเนื้อผ้าสีเทาเข้ม เห็นเป็นสีดำ...คนอื่นเริ่มปาหินตามกันอย่างต่อเนื่อง พวกเขาได้แต่มองอย่างโหดเหี้ยมและหัวเราะอย่างสะใจ ทหารเหล่านั้นก็เช่นกัน.. ยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกียจ ไม่มีแม้แต่จะห้ามในการกระทำป่าเถื่อนของประชาชน ทหารที่ดูจะเป็นหัวหน้าคนนั้นเดินตรงไปหาผู้หญิงฮาล์ฟเอล์ฟและต่อยไปที่ท้องของเธอ...

     ปึ้งงง!!!.... ปึกก!..ร่างของเธอคนนั้นทรุดลงไปกับพื้นอย่างแรง แววตาสั่นระริก..น้ำตาหยาดน้อยๆเริ่มโรยรินออกมาจากดวงตาสีสวย.. กระอักเลือดลงไปที่พื้นกองหนึ่งก่อนจะกัดปากจนเลือดซิบเพื่อบรรเทาความเจ็บ ไม่มีแรงพอที่จะลุกยืนหรือสู้ไหว..

     " .... " อยากช่วยงั้นหรอ... ความรู้สึกแปลกเข้ามาในใจของผม แต่เช่นเดียวกัน...เรื่องในดันเจี้ยนในตอนนั้นก็กลับมาตามหลอกหลอน.. สุดท้ายแล้วในตอนนั้น ผมก็ถูกทรยศ... และเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก ผมได้สร้างกำแพงหนาขึ้นมาในใจ ปิดกั้นความรู้สึกแบบนั้น..

     ปึ้งง!! ปึ้ง! ทหารคนนั้นกระทืบเท้าลงไป เธอนอนคดลงกับพื้นตัวงอ

     " ยกมันขึ้นมา! วันนี้เราจะเอามันไปที่เมืองหลวง! ส่งให้กับท่านราชาเพื่อทำการประหารต่อหน้าประชาชน!..." 

     " ครับ!!!! " ทหารนายอื่นเดิมไปที่ร่างบางพร้อมกับมัดร่างที่แทบจะไร้สติของเธอด้วยเชือก.. ยกร่างที่แทบจะไร้สติขึ้นมา

     " ก่อนหน้านั้นก็ทำให้มันเป็นทาสซะ!! เดี๋ยวระหว่างเดินทางฉันจะเป็นเจ้านายให้เอง! บอกร้านนั่นไว้ว่าในวันพรุ่งนี้จะไปรับ ใช้ตราแบบที่แรงที่สุด ยัยนี่เป็นถึงฮาล์ฟเอล์ฟที่ใช้เวทย์มนตร์ได้! " 
     
     " ครับ!!!! " นายทหารคนนั้นนำร่างของเธอออกไป เดินฝ่าวงประชาชนไปตามถนน แบกร่างของหญิงสาวในท่าแบกกระสอบ..ตรงไปตามถนนที่เป้าหมายก็ย่อมต้องเป็นร้านค้าทาส.. สถานที่ที่น่าจะใช้ในการเก็บนักโทษชั่วคราวได้ด้วยการใช้ตราสัญลักษณ์...ผู้คนมากมายแหวกทางให้ก่อนจะซุบซิบกัน ยิ้มด้วยความโล่งอก บ้างก็ยิ้มด้วยสะใจ...นายทหารที่เป็นหัวหน้าคนนั้นก็หัวเราะเฮลั่น หัวเราะเสียงดัง บอกให้ทุกคนในพื้นที่รู้ว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษขนาดไหน จัดการตัวน่าเกลียดที่ไหนลงไป...

     " ..... " ผมยืนนิ่งพร้อมกับกำมือแน่น ในใจผมตอนนี้แค้นแทน ความเจ็บปวดแบบเดียวกันที่เคยแบกรับ..แล้วไหนจะไอ้พระราชานั่นอีก.. เจ้านี่จะทำการประหารเธอคนนั้นต่อหน้าประชาชน...เหมือนกับผม.. ตอนนั้นไม่มีผิด...

     ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าา!!! สะใจโว้ยย!!! //สมควรแล้ว!!! 

     และสุดท้ายผมก็ตัดสินใจ ผมยกฮู้ดขึ้นมาใส่และเริ่มเดินเท้าต่อ... ตรงไปทางเดิม..

     และเพื่อป้องกันเรื่องแบบนั้นไม่ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง.. เพื่อไม่เป็นการให้ความหวังตัวเองว่าจะเจอคนที่ไว้ใจ..

     เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทรยศอีกครั้ง...

     สุดท้าย.... 



     ผมก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อ.....




===============================================================================================================

     *ไนต์เคยสร้างอบบจำลองรอแล้วนะครับ แต่ติดปัญหาเรื่องเส้นประสาท อ้างอิงจากตอนที่ 7 ตอน "การเปลี่ยนแปลง"

     (รูปภาพ)

EXTINCTION


ดาบทั้งสองเล่มที่อยู่ด้านหลัง(อันสีเขียวเป็น Dark Repulser ของคิริโตะ SAO นะครับ)


ชุด(เป็นประมาณชุดของ เอย์อิจิ จาก SAO Ordinal Scale แค่เรืองแสงสีขาวเพราะเป็นพาวเวอร์สูท แต่แสงนี่เปิดปิดได้นะ555)




ค่าสถานะ




     เอาแล้วไง!! ไนต์ไม่สนจนได้!!! จะเกิดขึ้นอะไรเนี่ยยยย!! ชีวิตคนนะเห้ย ชีวิต!! จบไปอีกตอนแล้วครับ! ออกจากดันจนมาเจอเรื่องแบบนี้ต่อหน้าตัวเอง พระเอกได้ของใหม่มาเพิ่มเยอะเลย ได้ลูกรักมาคันนึงด้วย555 ตอนนี้ได้ทักษะใหม่มาสามอย่างนะคร้าบบบ ได้แก่ 

     1.Shadow change เสนอโดย TKGaming ขออนุญาติเปลี่ยนชื่อเป็น 'แปลงเงา' นะครับ ตอนแรกผมจะเอามาทับศัพท์แล้วแต่คำว่า change ผมเขียนไม่เป็นจริงๆ.. ผมเลยจำต้องเปลี่ยนเป็นชื่อนี้ครับ
     2.เขตแดนประหาร เสนอโดย humter111 ขออนุญาติเปลี่ยนความสามารถเล็กน้อยนะครับบบ
     3.ชำแหละ เสนอโดย นิค&NIck เป็นขั้นแรกของ 'แยกส่วนสมบูนณ์' นะครับ อันนั้นต้องรออีกหน่อย...

     *ตอบคำถามกันงงนิดนึงนะครับ อย่างเช่นถ้าอยู่ๆผุดขึ้นมาแบบ "ทำไมไนต์ไม่ปลอมตัวไปเลย" คำตอบคือต้องการรู้สภาพสังคมครับ เลยเปลี่ยนไปแค่ตา คำถามต่อไป "ทำไมฮาล์ฟเอล์ฟถึงโดนขนาดนี้" คำตอบครับ คือ เรื่องนี้จัดขึ้นเป็นแบบ 'ยุคแม่มด' ครับ เป็นยุดที่มีการล่าแม่มด คนที่ถูกสงสัยจะต้องโดนประหารอย่างเดียว ซึ่งคุณสมบัติต่างๆอะไรของเธอคนนั้นก็ให้มาก เป็นที่รังเกียจสุดๆ มีผมดำ แถมเป็นกึ่งเผ่า ทำให้โดนสงสัยและเกลียดอย่างทวีคูณ นี่คือคำตอบเบื้องต้นครับ

     แล้วไนต์มันจะเอายังไงเนี่ย... ติดตามได้ในตอนต่อไปเลยครับ! รอบนี้ไม่มีชื่อตอนมาบอกนะ555

     *สำหรับคนอ่าน AlterR นะครับ..พวกนี้จะรู้เรื่องแล้วว่านั่นใคร( แถมยังรู้ด้วยว่าเรื่องนี้จักรวาลมันเชื่อมกันจริงๆกระทั่งมอเตอร์ไซต์ของไนต์555) เพราะงั้นก็ติดตามเรื่องนี้ด้วยนะครับ คนละจักรวาลอารมณ์มันก็ต่างกันเนาะ5555 


     ฝากติดตามเรื่องนี้ต่อไปด้วยนะครับ! ช่วยกันเม้นด้วยน้า เพื่อกำลังใจของไรท์!!^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #970 awinse (@aemazhi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 10:09
    ใส่เสื้อคลุมแล้วเห็นแขนเทียมได้ไงฟะ
    #970
    0
  2. #783 suck-it (@suck-it) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:27
    อะไรคือ มีพลังฆ่าเทพได้ ไม่รีบทำให้เรื่องมันจบๆ ก็แค่คนคนเดียวกับอาณาจักรกากๆ กับ-ออกเดินทาง เกมือนพยายามยืดเรื่อง ทั้งที่ทำให้มันจบๆ ก็เรียบร้อยแล้ว เสียเวลา
    #783
    2
    • #783-2 Beconnet (@Beconnet) (จากตอนที่ 16)
      18 พฤษภาคม 2560 / 15:02
      ใจเย็นพี่ เคยเล่นเกมไหม เวลามีพลังอยากซัดจนจบเกมหรือเล่นไปเรื่อยๆล่ะ
      #783-2
  3. #751 Sandos (@palungny) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:28
    ไรท์เอามาจากมังงะเรื่องนึงใช่มั้ยตอนท้ายๆเรื่องแล้วฮาฟเอลฟ์นี่ใช่เลย
    #751
    1
  4. #425 1ive (@1ive) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 15:50
    นั้นแขนเทียมของพี่สำหรับผมคือป้อมปราการเคลื่อนที่ได้
    #425
    1
    • #425-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 16)
      29 มีนาคม 2560 / 15:59
      อาวุธครบมือ555
      #425-1
  5. #423 ZyuuRyuu (@ZyuuRyuu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 12:45
    ขอบคุณครับ ให้อภัยถ้ายังไม่ช่วยตอนนี้และจะลงมือช่วยในตอนหน้านะครับ555
    #423
    1
  6. #422 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 11:48
    เยี่ยมยอด 555+ เห็นแก่ตัวให้มากกว่านี้ ฆ่า!!!! ฆ่า!!!! ฆ่าแม่งให้หมดใครตายช่างแม่งเด้!!!! ยอดเยี่ยมมากครับไรท์ ผมรอแนวนี้มานาน 3 ปีแต่หาไม่ได้ไม่ต้องไปสนพวกโลกสีสันสนใจตัวเองพอ 55+
    #422
    1
  7. #419 Plastid-234 (@Plastid-234) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:25
    ทำไมไรท์ทำแบบนี้T T
    #419
    1
    • #419-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 16)
      29 มีนาคม 2560 / 09:28
      ติดตามต่อไปครับ5 5 5 5 5
      #419-1
  8. #418 Knight_Blood (@Knight_Blood) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:08
    ช่วยอลิส... ได้โปรด..
    #418
    1
  9. #417 Moechan1567 (@Moechan1567) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 08:51
    วนกลับไปอ่าน alter ก้ได้..ทางนั้นก็หวาน ทางนี้ก็เครียด..
    #417
    0
  10. #416 Moechan1567 (@Moechan1567) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 08:50
    นั่นอลิสไม่ใช่หรอ?! ทิ้งกันได้ลงคอ
    #416
    0
  11. #415 guest5522 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 08:33
    อ่านทีนี่เครียดเลย.. ลุ้นตามว่าจะช่วยมั้ย แล้วสุดท้าย..
    #415
    0
  12. #414 วศินทร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 08:06
    O.O จำได้ว่าโลกนั้นรักกันดี.. ไนต์ดาร์กขึ้นเยอะมาก!
    #414
    1
    • #414-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 16)
      29 มีนาคม 2560 / 09:29
      โดนหลอกมารอบนึงแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ^^
      #414-1
  13. #413 Chblossom123 (@Chblossom123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 07:56
    ค้างงง เอาตอนต่อไปมาหน่อยค่ะไรท์
    #413
    0
  14. #412 Chblossom123 (@Chblossom123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 07:55
    เดี๋ยวเลยเดี๋ยว ไนต์ลูกไนต์.. ลืมตาแล้วมองดีๆสิลูก นั่นเมียนะ!!
    #412
    1
    • #412-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 16)
      29 มีนาคม 2560 / 09:29
      ใจเย็นๆนะครับ #ทีมอลิส
      #412-1
  15. #409 D4Rk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:45
    เมียเอ็งอ่าาาาาา!! ไปช่วยเร็ววว
    #409
    0
  16. #408 FutomoChan~ (@Karin-Kara) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:29
    สมัยล่าแม่มดโหดจริงๆค่ะ ผู้หญิงนี่จะโหดหาว่าเป็นแม่มดแทบทุกคน (ผู้ชายไม่โดนสงสัย เพราะผู้ชายจะเป็นแม่มดได้ยังไง555)

    คนพวกนี้ก็ทิฐิเยอะนะ ทั้งๆที่มองยังไงอลิส(ขอเรียกงี้เลยแล้วกันค่ะ) ก็เข้าไปช่วยแท้ๆ กลับมองไม่ดี

    ไนต์รีบๆไปช่วยคุณคู่หมั้นด่วนๆเลยค่ะ

    อลิสโผล่มาช้าจัง มาแล้วยังไม่พูดอะไรอีก...

    มาต่อเร็วๆนะคะ รีดค้างมาก...
    #408
    1
  17. #406 นิค&NIck (@zaxswcde1150) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:26
    แหมไนท์จะไปช่วยตอนสุดท้ายสินะ(ตอนจะโดนประหาร)ยังไงก็ต้องมีส่วนดีบ้างแหละน่า
    ฮาฟเอลฟ์สินะเพราะตอนนี้แค่ภาพหลอนอย่างนายไม่ยอมหรอกน่าแบบว่าถ้านายทำแบบนั้นนายก็ไม่เหลือความเป็นมนุษย์จริงๆแล้วนะแถมอลิสก็จะตายด้วย

    อ้อเสนอนะครับเรื่องวิวัฒนาการน่ะพอเลเวลครบจะวิวัฒนาการดีไหมเหมือนเรื่องสลามลิมุรุไงจะได้หาตัวมาฉะกันมันๆหน่อยมีคู่ต่อสู้อะไรแบบนั้น
    เช่นจาก กอปบิน->โอเกอร์->ยักษ์(แล้วแต่สกิลมี)
    อะไรแบบนี้จะได้หน้าสนุกหน่อยไง อย่างฮาฟเอลฟ์->เอลฟ์->แอนเชียนเอลฟ์
    แล้วก็แบบพอเวลตันแล้วมีให้จุติซึ่งจะเหมือนเซอิจิระดับแรกเป็นไง
    แล้วแน่นอนว่าเวลยากขึ้นด้วยเพราะมันต้องมีอะไรหน้าตื่นเต้นกว่านี้นะ
    พอเห็นไนท์ตอนนี้บอกตรงๆอยากซัดไรท์มากๆเลยแต่ก็มีเหตุผลดีนะ

    ที่เสนอเรื่องวิวัฒนาการได้เรื่องจะได้มีสีสันขึ้นอีกหลากหลายไง
    อย่างม่อนเตอร์ใหม่ๆ เรื่องท้าทายเพิ่มขึ้น ขีดจำกัดต่างๆ
    การปรับตัว

    อ้ออีกเรื่องผมเสนอ
    1.สกิลเซฟพ็อย
    เป็นการสร้างเวทย์เองจากเวทย์แสงและเวลาอะไรแบบนี้ซึ่งเอาไว้ใช้ในอนาคตในมหาดันเจียนโบราณที่แท้จริงจะไม่ง่ายขนาดนี้ สภาพอากาศที่แปลป่วนตามดันเจียนธาตุและดันเจียนพิเศษอย่างดันเจียนจักรกล ดันเจียนสายฟ้า ดันเจียนเวลา(โหดสุดๆซึ่งม่อนเตอร์ประเภทวิวัฒนาการสูงมากๆ) ซึ่งที่พระเอกเจออยู่มันสายย่อยเอง
    เอาไว้กันตายไงอย่างทิ้งวงเวทย์ไว้ ในที่ปลอดภัยแสกนร่างกาย(ทุกอย่าง)เมื่อถ้าเกิดตายจะไปที่จุดเซฟไว้โดยระดับจะเท่าเดิมกับที่สแกนซึ่งสามารถเซฟซ้ำได้ซึ่งเซฟตัวก่อนจะหายไปแทนที่อันล่าสุด

    2.สกิลรีเฟ็ก
    เป็นสกิลที่สามารถคืนชีพได้(ต่อให้ไม่เหลือซาก) ลบล้างสถานะผิดปกติทุกชนิด(สายเวลาย้อนผลของเวทย์ให้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น) ซึ่งมีสกิลฟื้นฟูเวทย์และร่างกายด้วย(แล้วแต่จะปรับ)

    3.วาปหรือประตูมิติจะใช้คู่กับดาวเทียม(หรือยานอวกาศเลยดีไหม)ค้นหาแผนที่และติดอาวุธไปในตัว
    ดาวเทียมจะมีขนาดประมาณ(เท่าไหร่ดีไรท์ ที่ผมคิดได้มี ห้องควบคุม(ควบคุมโดยดีว่าซึ่งถือเป็นแบ็คอัพข้อมูลต่างๆที่เชื่อมต่อและแชร์ข้อมูลกันไปมา) ห้องนอน(ที่นอนกว้าง) ห้องเครื่อง(ในการอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆที่เชื่อมกันอยู่) ห้องอาบน้ำ จะถือได้เป็นบ้านเลยก็ได้นะแน่นอน

    ซึ่งตอนนี้รู้สึกเหมือนไรท์ลืมเรื่องดาวเทียม(หรือยานอวกาศหว่า)ละ
    ในการสำรวจอะจะสะดวกกว่าด้วยโดยเฉพาะโดรนแฝงตัวขนาดเล็กบินได้หรือตามพื้นดิน

    ปล.มาเสนออะนะตอบกลับมายาวๆหน่อยละจะรอคำตอบ

    ทั้งวิวัฒนาการของมอนเตอร์และเผ่าที่ไม่ใช่มนุษย์(รวมปิศาจด้วย)
    ปล.ปกติไม่ค่อยมีใครเก็บเลเวลเท่าไหร่เลยไม่ค่อยรู้จะมีสายพันธุ์แปลกๆบ้าง(ที่วิวัฒนาการแล้วแต่ยังไม่จุติ) ซึ่งโลกยังสำรวจได้ไม่ครบเลย

    และสกิลใหม่ๆเพราะมันยากนะที่จะไม่มีใครตายเนี้ยอย่างเคลียร์มหาดันเจียนไงคงไม่ใช่ให้ผ่านง่ายๆหรอกนะไม่งั้นเบื่อตายสิแล้วไม่รู้ไปไหนต่อถ้าจบมหาดันเจียนเร็วไป





    #406
    6
  18. #405 027e788829rhu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:20
    พระเอกดาร์กกกก ช่วยผู้หญิงเร็ววววT T
    #405
    0
  19. วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:11
    ไม่คิดจะช่วยเลยสักนิดน่ะครับ ทั้งๆที่เหมือนตัวเองแท้ๆ ใจดำจริงๆ
    #404
    1
  20. #403 Guest (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:53
    ขอบคุณครับ ติดตามตอนต่อไปนะ(ปล.ชุดสวย)
    #403
    0
  21. #402 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:46
    เยี่ยม!! ไนต์ไม่ช่วยคนอื่นไปทั่ว ไม่ใจอ่อนใจดีเมตตา...เริ่ดมากค่ะ อ่านไปลุ้นไปว่าไนต์จะช่วยมั้ย 5555
    ปล.แกช่วยนางเอกอนาคตเมียแกก็ดีนะ 5555 แค่ไม่ช่วยคนอื่นไปทั่วก็พอ เผลอๆช่วยแค่นางเอกก็พอด้วยซ้ำ คนอื่นช่างหัวมันเถอะ~~
    #402
    1
  22. #401 RenaissanceAge (@RenaissanceAge) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:38
    ขอบคุณครับ
    #401
    0
  23. #400 Dommy0459 (@Dommy0459) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:36
    เอลฟ์น่าสงสารรร
    #400
    1
  24. #399 WhiteKirito (@WhiteKirito) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:34
    ทำแบบนี้ทำมายย... นั่นเมียเอ็งนะ....
    #399
    0
  25. #398 WhiteKirito (@WhiteKirito) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:34
    ใช้อักขระได้ละ ปะ ไปตีหัวเทพองค์อื่นต่อกัน
    #398
    1