Re : Reality เปลี่ยนไปโลกใหม่ด้วยโชคชะตาอเวจี

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 31,719 Views

  • 991 Comments

  • 1,839 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    35

    Overall
    31,719

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 : โชคชะตามรณะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    30 เม.ย. 60





     //ไนต์//



     ไม่ผิดแน่... ผมโดนอัญเชิญไปยังต่างโลกอย่างไม่ต้องสงสัย 

     นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยซักนิด ผมที่เป็นนักเรียนมัธยมปลายคนนึงทำไมต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย นี่มันเรื่องอะไรกัน----  ทำไมคนที่ต้องการใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาๆที่อยู่อย่างเป็นสุขและสงบสุขเท่านั้นอย่างผมกละบถูกลากเข้ามาในดงของความวุ่นวายแบบนี้

     ' ทำไม?!! นี่มันเพื่ออะไรกันวะ! ' ผมบ่น คำราม ตะโกน---- ทำทุกอย่างภายในใจอย่างรวดเร็วก่อนจะทำใจให้สงบอีกครั้ง อย่างที่ผมว่าไปก่อนหน้า ผมโดนอัญเชิญไปต่างโลกจริงๆ -----แน่นอนว่ามันไม่ใช่การย้อนอดีตหรือการเดินทางข้ามเวลา.. มันคือการเดินทางไปยังโลกอื่นที่เราไม่มีความรู้อะไรหรือเกี่ยวข้องกับมันเลยซักนิด ของและสภาพวัตถุดิบแต่ละอย่างมากมายที่ผมเห็นจากการวิเคราะห์ของดีว่าที่เพิ่งใช้งานได้ก็คนละเรื่อง ผมไม่สามารถวิเคราะห์วัตถุได้ มันเป็นสิ่งที่ไม่อยู่บนโลกที่ผมจากมา ---คุณสมบัติแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง สารแปลกๆชนิดใหม่กรูกันเข้ามาจนน่าปวดหัว

     " ...... " ทหารมากมายยืนอยู่หลังเส้นพรมแดง พวกเขาสวมเกราะอัศวิน แต่ละคนมีดาบของตัวเองที่เหมือนกันไปซะหมดเพราะความเป็นรูปแบบแพทเทิร์นเดียวกัน จะมีพวกที่อยู่ไกลๆหรือก็คือพวกที่อยู่ใกล้ๆพระราชานั่นแหละที่จะแปลกออก------ รูปร่างของเกราะและอาวุธแต่ละคนนั้นคนละระดับกับของพวกทหารแถมมีความแฟนตาซีระดับเดียวกับเกมที่ผมสร้างขึ้นมาเองเลยก็ว่าได้ คนหนึ่งมีดาบใหญ่ขนาดยาวกว่า 2 เมตรอยู่ที่หลัง คนหนึ่งพกเป็นค้อนโตที่ดูคร่าวๆก็หนักอย่างน้อย 50 กม. รู้ได้เลยว่ามันตีเสาค้ำทีเดียวล้มแน่นอน...

     นี่มันชักจะเป็นเรื่องใหญ่แล้วไม่ใช่รึไง...

     " นะ.. นี่มันอะไรกัน??!!!!! " ผมหันไปทางต้นเสียงก่อนซึ่งนั่นทำให้ผมพบกับเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่ง.. เดี๋ยว--- ใช่แหละ ถึงแม้ผมจะไม่เคยคุยกับเขาก็ตาม แต่ถ้าหากเขาติดวิบากกรรมมาร่วมกับผมละก็ นี่เพื่อนร่วมห้องของผมแน่ เขาตะโกนขึ้นเสียงดังพร้อมกับมองไปรอบๆอย่างกระวนกระวาย การกระทำของเขาทำให้ผมเริ่มอารมณ์เสียเล็กน้อย---- 

     และอย่างที่ผมคิด.. มีคนเริ่มย่อมต้องมีคนต่อ---- 

     " ที่นี่ที่ไหน??!!!! ฉันมาที่นี่ได้ยังไง?!! " เสียงแหลมของผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้นพร้อมกับจับมือเพื่อนสาวของเธอและบีบแน่น ระบายอารมณ์ความกังวลลงไป นี่คืออาการตกใจกลัวของพวกเขา...

     " มันเกิดอะไรขึ้น?!!! " ชายคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากผมตะโกนออกมา จุดชนวนมากลงไปในกองเพลิงมากขึ้นเรื่อยๆ หลายๆคน หลายๆเสียงเริ่มค่อยๆตะโกนแหกปากออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่

     ' .....น่าหงุดหงิดชะมัด! อย่างน้อยก็หัดตั้งสติกันบ้างสิฟะ! ' ผมได้แต่สถบออกมาในใจและจิ๊ปากอย่างขัดใจ นิสัยและความวู่วามของคนร่วมห้องหรือก็คือผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกับผมนี่แหละคือสิ่งที่ผมเกลียดที่สุด ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า 'ความใจเย็น' หรือ 'สติ' กันเลย---- หนึ่งในเหตุผลที่ผมไม่คบเพื่อนก็มาจากพวกนี้ ผมเลิกเชื่อมั่นในมนุษย์..

     " อะไรบางอย่างเกิดขึ้น!!! ทุกคนตั้งสติเร็วเข้า!! " เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางวงล้อมของนักเรียน.... ผมหันหน้าไปมองต้นเสียง

     " ..... " ผมคอยดูสถานการณ์ต่อไป อย่างน้อยก็นับว่ายังดีที่ยังมีคนตั้งสติได้ในสถานการณ์แบบนี้---

     " ------ทุกคนใจเย็นก่อน!!! ไม่มีใครบาดเจ็บอะไรใช่มั้ยย?!!! " เสียงตะโกนดังไปทั่วกลุ่ม ทุกคนที่แหกปากในตอนแรกค่อยๆเงียบลงไปในทันที เสียงของเอ็น ชายผู้เป็นประธานนักเรียนควบตำแหน่งหัวหน้าห้องเรียกสติของทุกคนให้กลับเข้ามาในร่าง เขาเป็นคนที่เอาใจใส่ทุกคนในห้องเลยก็ว่าได้ ด้วยนิสัยที่ดีและความสามารถที่มากมายด้านกีฬา ความรู้โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ที่ได้ลำดับที่ 2 ของประเทศ และสุดท้ายท้ายสุด ------ด้วยตัวตนที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงของเขา เขาจึงกลายเป็นประธานและแหล่งรวมความเชื่อใจจากทุกคน ไม่แปลกใจที่เขาจะมีเพื่อนคบมากมาย แต่นั่นก็ยกเว้นผม----- สาเหตุก็มาจากผมน่ะ เกลียด 'หน้ากาก' ของมัน

     และคือหมอนี่นี่แหละ.. ที่คอยเอาแต่รังควานผม แม้กระทั่งเมื่อไม่กี่นาทีก่อนตอนผมฟุบนอนอยู่

     " ...... " เสียงทุกคนค่อยๆซาลงอย่างเห็นได้ชัด.. ทุกคนเริ่มที่จะเรียกสติได้ก่อนจะเย็นใจลงพร้อมกับยืนนิ่ง สายตาทอดมองดูสถานการณ์และสภาพแวดล้อมรอบๆตัว 

     " ...... " เสียงจากกลุ่มนักเรียนเงียบสงัดลงไปจนทั้งห้องที่เดิมเป็นดั่งจราจลเล็กๆกลายเป็นห้องปิดเสียง ความเงียบสมควรถูกเติมเต็มลงมาแล้วแต่ทว่าเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

     " โอ เหล่าผู้กล้าทั้งหลาย -----พวกเราได้รอวันนี้มาเนิ่นนานแล้ว.. " 

     เสียงคนแก่สูงอายุดังขึ้นมาจากด้านหลัง ผมและนักเรียนทั้งหมดต่างก็มองไปที่ต้นเสียงอย่างรวดเร็วก่อนจะพบว่า เสียงนั้นมาจากคนที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำที่ถูกประดับด้วยมุขพลอยและอัญมณีมากมายเป็นก้อนจนสะท้อนแสงสว่างจ้าแสบตา 

     ' "เหล่าผู้กล้า" งั้นหรอ? ' ผมคิดขึ้นใจ นี่มันเรื่องอะไร--- นี่คือการอัญเชิญอย่างมีจุดประสงค์หรอ ถ้าตามที่เขาพูดถึง นั่นถึง--- พวกผมก็หมายความว่า ----ถูกอัญเชิญมาในฐานะผู้กล้างั้นหรอ

     " การเตรียมการสิ้นสุด.. ช่วยตามมาด้วย " ราชาคนนั้นพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงใจเย็น ค่อยๆลุกออกมาจากบัลลังก์ที่หรูหรานั่นแล้วจึงเดินลงบันไดขั้นเล็กๆลงมาอยู่ในระดับเดียวกัน ตรงมายังกลุ่มนักเรียน นั่นก็คือพวกผม.....

     ' การเตรียมการ วงเวท ผู้กล้า.. ทั้งหมดเกี่ยวข้องกัน ไม่ผิดแน่---- ' ผมคิดในใจพร้อมกับมองไปด้านหน้า พระราชากำลังเดินมาทางนี้พ่วงมาด้วยทหารองครักษ์สี่คนที่แต่ละใส่เกราะไม่เหมือนกัน แตกต่างกันสุดขั้วเลยก็ว่าได้แถมแต่ละคนก็ปล่อยบรรยากาศแปลกๆ พวกเขาเดินตรงมาทางนี้เรื่อยๆ

     " ...... " ผมไม่พูดอะไรพร้อมกับหลีกทางให้เขาเดินผ่าน พระราชาและองครักษ์เดินผ่านหน้าผมพร้อมกับตรงไปยังประตูไม้หนาสีเข้มขนาดใหญ่ยักษ์ที่ถูกเปิดกว้างขึ้น เผยให้เห็นทางเดินกว้างโอ่อ่านอกห้องรวมไปถึงห้องยิบๆย่อยๆอื่นๆมากมาย 

     ทั้งหมดที่ผมคิดต้องเกี่ยวข้องกันแน่นอน---- ถ้าบอกว่าผมคือ "ผู้กล้า" ดังนั้น ผมจึงถูกอัญเชิญมาเพื่อจัดการบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งถ้าให้ผมเดาตามหลักการทั่วๆไป ผมคงต้องปะทะกับจอมมาร--- ราชาปีศาจ ไม่งั้นผมจะไม่ได้กลับไปที่โลกเดิม

     ส่วนเรื่องวงเวท โลกนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับพลังอย่างไม่ต้องสงสัย เวทย์มนตร์และวงเวทนั้นเป็นของคู่กัน.. 

     " ...... " เอ็นมองมาทางผมก่อนจะพยักหน้าให้...  นี่เป็นสัญญาณสินะ..

     ' ไปกันเถอะ ' เอ็นที่พยักหน้าให้ เขาไม่ได้พูดแต่ผมก็สามารถอ่านความหมายนั้นออก

     ต่อไปผมคงไม่มีทางเลือกแล้วนอกซะจากการเล่นไปตามเกมก่อน---- ผมเองก็ไม่สามารถสู้กับคนเหล่านี้ได้ด้วยตัวเปล่าอยู่แล้ว ไม่มีทางเลยต่างหาก----

     หงึก ผมพยักหน้ากลับไปพร้อมกับเดินตามหลังอัศวินองครักษ์ทั้งสี่ทันที.. ตามมาด้วยขบวนของเหล่านักเรียนที่เดินตามเอ็นเพราะเจ้านั่นเดินตามผม ปิดท้ายด้วยขบวนอัศวินนักรบจำนวนสิบเกือบยี่สิบคนที่เดินตามผมมาอีกที... ผมตะหงิดใจเล็กน้อยราวกับว่ารู้สึกได้ถึงความหวาดระแวง ทำไมต้องเอาทหารมาคุ้มกันกันขนาดนี้----- เว้นซะแต่พวกเขากลัวพลังของผู้กล้าที่อาจทรยศงั้นหรอ ไม่มีทาง--- นักเรียนธรรมดาที่เพิ่งมาถึงโลกนี้ไม่ถึงชั่วโมงจะไปทำอะไรได้กัน

     ไม่เลวเลย-----โลกนี้ท่าทางจะวุ่นวายกว่าที่ผมคิดไว้แน่นอน ชีวิตแบบสงบๆของผมมันคงต้องจบลงซะแล้ว

     ตึก ตึก ตึก ตึก 

     ผมเดินตามแผ่นหลังพวกเขาไปเรื่อยๆ แน่นอนผมต้องคอยสังเกตสิ่งรอบข้างเช่นกัน การเดินไปบนทางเดินที่กว้างมากพอที่จะให้คนห้าสิบคนยืนต่อกันเป็นหน้ากระดานเดินผ่านได้อย่างสบายๆ มันกว้างมากแต่เช่นเดียวกัน -----มันหรูหราสุดๆ ผนังห้องที่ใช้สีโทนเรียบๆอย่างสีเหลืองอ่อนๆและต้นเสาที่แกะสลักเป็นลวดลายมากมาย บนเพดานเองก็เป็นภาพวาดขนาดใหญ่ที่ผมเดาว่าน่าจะเกี่ยวกับหลักศาสนาของโลกนี้ไม่ก็ตำนานอะไรต่างๆ----- ทั่วทั้งทางเดินปกคลุมด้วยสีสันสีแดงและเหลือง บริเวณด้านข้างไม่มีหน้าต่างซักบาน สาเหตุก็คงเพราะผมยังไม่ได้อยู่ริมปราสาท..

     " ........ " ผมเดินต่อไปเงียบๆ พวกเขากำลังนำทางพวกผมไปยังห้องห้องหนึ่งที่มีนายทหารสามสี่คนเปิดประตูรอต้อนรับไว้

     ' ดีว่า แสกนพื้นที่--- ขอรูปร่าง ขนาดและแบบแปลนของปราสาทที่อย่างละเอียด ' ผมออกคำสั่งกับดีว่าแก้ขัด สร้างแผนสำรองเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจำเป็น 

     ครืด.. ครืด.. 

     ' รับทราบครับบอส.. ' 

     ดีว่าเริ่มทำการแสกนพื้นที่ ภาพวิสัยทัศน์ของผมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เห็นทุกอย่างเป็นกล่องสีเหลี่ยมขอบสีเขียว ผิวสีดำ แสงเลเซอร์ค่อยๆลากผ่านพวกมัน พื้นแบบปกติถึงแสดงให้เห็น -----นั่นคือการแสกนพื้นที่ผ่านดีว่า กระบวนกาดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องไปเกือบนาที แบบแปลนแลดโมเดลรูปปราสาทก็ปรากฏให้เห็นถึงโครงสร้างอย่างละเอียด ----ผมได้แบบแปลนทั้งหมดมาแล้ว กำลังมุ่งหน้าจากห้องโถงที่อยู่ฝั่งตะวันออกไปยังห้องขนาดกลางที่ใหญ่อยู่ดี..

     ที่ผมเรียกมันว่าขนาดกลาง.. อย่างน้อยห้องโถงก็ใหญ่กว่านี้แถมยังมีห้องไซส์อื่นๆมากมายคละกันไปทั่ว..

     " ..... " ผมเดินเข้าไปในห้องๆนั้นทันที.. ในห้องสว่างเพราะมีหน้าต่างล้อมรอบ.. ห้องทรงกึ่งวงกลม พูดให้ถูกคือ 8 เหลี่ยม หน้าต่างบานใหญ่อยู่แต่ละด้านของผนังทำให้แสงแดดสาดส่องเข้ามา... มีโต๊ะกลมที่ทำอย่างปราณีตขนาดใหญ่ตั้ง ตัวโต๊ะแทนที่จะเป็นไม้ มันกลับเป็นแผนที่แสดงรายละเอียดกับสีสันมากมาย มันอาจจะเป็นอะไรทำนองแผนที่โลก------ ไม่ มันเป็นทั้งแผ่นที่อาณาจักรด้วย

     นี่ต้องเป็นห้องประชุม และหน้าที่ของมันคือการใช้วางแผนขยายเมืองหรือเตรียมการรบ 

     " เชิญนั่ง... " พระราชาพูดขึ้นก่อนจะตรงไปนั่งบริเวณด้านหนึ่งของโต๊ะ หันหลังให้กับหน้าต่าง ตรงข้ามกับประตูทางเข้า----- นั่งไปบนบัลลังก์ขนาดย่อมๆตามด้วยเหล่าองครักษ์ที่นั่งขนาบด้านละ 2 คนบนเก้าอี้ที่ธรรมดาเหมือนเก้าอี้ทั่วๆไป

     " ...... " ผมดึงเก้าอี้ออกและนั่งลงไปในทันที คนอื่นๆที่มีทางเลือกไม่มาก----ไม่สิ, ไม่มีทางเลือก พวกเขาเองก็เริ่มทำแบบเดียวกัน ทะยอยนั่งลงไปพร้อมกับรอฟังสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ยินที่สุด----สาเหตุของเรื่องทั้งหมด และจุดประสงค์ที่มีมาเป็นเหตุการณ์นี้

     ทำไมพวกเราถึงถูกอัญเชิญ----- พวกเราต้องทำอะไร และ-----

     พวกเราจะกลับไปได้ยังไง...

     นี่คือคำถามที่ต้องก้องกังวานอยู่ในหัวของทุกคนอย่างแน่นอน... และโดยมาตรฐานทั่วไปในเชิงสถิติความน่าจะเป็นควบรวมกับทุกอย่าง มันเองก็อยู่ในหัวของผมเช่นกัน...

     และคำถามทั้งหมด พวกเขา----- พวกเขาเท่านั้นที่จะให้คำตอบกับพวกผมได้

     " จากนี้ต่อไป----- พวกเราจะทำการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น นี่จะช่วยคลายความกังวลให้กับท่านผู้กล้าทุกคน " 

     " ....... " ผมเงียบและตั้งใจฟังคำพูดของพระราชาที่กำลังจะเริ่มพูด คำพูดนันค่อนข้างน่าสงสัย รู้สึกแปลกพิกล -----ราวกับบังคับให้เราฟังและเล่นไปตามเกมที่พวกเขาวางไว้ นี่คือสิ่งที่ผมลองนึกคร่าวๆ

     " นี่จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านผู้กล้าทั้งหลายได้โปรดฟังคำอธิบายสถานการณ์ด้วย.. " 

     " ....... " ใกล้เข้าเรื่องหลัก พระราชากำลังจะเริ่มเล่าต่อแต่ก็มีเมดคนหนึ่งวางชาและรินน้ำชาให้ผม--- ผมจึงต้องตอบกลับด้วยการพยักหน้ากลับไป เลือกที่จะยังไม่ดื่ม ยังไม่ไว้ใจอะไรทั้งนั้น แน่คราวนี้จไม่มีอะไรมาขัดได้แล้ว ต่อไปจะเข้าเรื่องจริงๆ-------

     " ที่นี่คืออาณาจักรแห่งหนึ่งชื่อว่า ทราเซี่ยม เป็นอาณาจักรที่พวกท่านทุกคนในตอนนี้อยู่และถูกปกครองโดยราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด.. " 

     " บนโลกนี้มีทั้งหมด 5 อาณาจักร----- ทราเซี่ยมคืออาณาจักรที่ถ้าหากเทียบกับอาณาจักรอื่นแล้ว นี่จะเป็นอาณาจักรที่อยู่ช่วงตรงกลางระหว่างรุ่งเรืองและอับจน " ----- ทั้งโลกนี้มีห้าอาณาจักร โลกนี้ท่าทางจะแคบกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก แถมอาณาจักรที่ผมอยู่ในตอนนี้คงเป็นอาณาจักรที่มีพื้นฐานอะไรทุกอย่างรวมอยู่ขั้นกลาง ไม่มากหรือน้อยเกินไป---- อย่างน้อยพื้นฐานที่ดีก็นับว่าพอมี

     " และในโลกนี้ มีเพียงแค่สองเผ่าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด.. " สองเผ่า----  ถ้าหากนี่คือโลกแฟนตาซี.. มันควรจะมีมากกว่านี้.. แต่ในเมื่อเขาบอกว่า "หลัก" ไปด้วย แสดงว่าเผ่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆย่อมก็ต้องมีแต่ไม่เด่นชัดพอ... 

     " มนุษย์ และ ปีศาจ คือเผ่าทั้งสองซึ่งเผ่าทั้งสองเป็นปรปักษ์กัน.. " 

     " ....... " ผมฟังต่อไปเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน สมองนั้นเองก็วิเคราะห์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน คิดไปเรื่อยๆ----- ถ้าหากมนุษย์และปีศาจเป็นศัตรูคู่แค้นกัน.. สิ่งเดียวที่จะสามารถจัดการกับปีศาจได้ก็คือมนุษย์ และมนุษย์นั้นก็คือ " ผู้กล้า " ผู้กล้าอย่างพวกผม... 

     ดังนั้น ถ้าหากเป้าหมายของการอัญเชิญคือการจัดการราชาปีศาจ ทุกอย่างจะลงล็อคจากข้อมูลเพียงเท่านี้ ---ไม่มีข้อมูลเสริมหรือตัวแปรอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ

     " แต่ทว่า------ สาเหตุและจุดประสงค์การอัญเชิญน่ะ ไม่เกี่ยวข้องกับมารโดยตรง " ท่าทางว่าจะมีตัวแปรอื่นเข้ามา ผมเองก็คงด่วนสรุปเกินไป

     " ------แต่ศัตรูของพวกเรา... คือ พระเจ้า " 

     ทันทีที่พระราชาพูดประโยคออกไป เสียงที่เคยเงียบสงบในห้องก็ฮือฮาขึ้นมาในทันที

     " ---!!!! " ผมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเพราะความตกใจ คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนกับคมดาบเล่มโตที่พุ่งเข้าทิ่ม ณ กลางอก------- ผมรีบกลับมาตั้งสติโดยเร็ว อย่างน้อยก็ต้องลดละเรื่องการแสดงออกทางสีหน้า ความสุขุมและความไม่ประมาทเท่านั้นที่จะทำให้คนเราสามารถใช้ชีวิตรอด-----

     " ไม่จริงน่า?!!! สู้กับพระเจ้าเนี่ยนะ?!! " เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น แต่อย่างน้อยรอบนี้ก็ไม่ใช่คนเดิมในคราวที่แล้ว ทันทีมีคนเริ่ม มันก็กลับเป็นวงเวียนนรกอีกรอบ----- ทั้งห้องประชุมเกิดเสียงฮือฮาดังครืนเพราะข้อมูลชุดใหม่ที่เพิ่งได้มาล่าสุด----- มันค่อนข้างเหลือเชื่อเกินไป..

     ผมเองก็ตกใจเหมือนกัน จะบอกว่าไม่ตื่นตระหนก มันเป็นแค่การโกหกตัวเอง -------นอกจากจะถูกอัญเชิญมาที่นี่ ผมยังต้องไปรบกับพระเจ้าอีก ชีวิตผมมันต้องวุ่นวายมากถึงมากที่สุดเลยไม่ใช่รึไง ถ้าพระเจ้าคือผู้สร้าง และอะไรจะชนะผู้สร้างได้นอกซะจากผู้ทำลาย ----นี่มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาสิ่งมีชีวิตที่ได้รับชีวิตจากเขามาเพื่อฆ่ากลับ ความสามารถทั่วๆไปของนักรบ พลังเวท ข้อมูลของโลกนี้... ทุกอย่างมีน้อยเกินไปให้ผมสรุปวิธีการเอาตัวรอด ถ้าหากให้พูดจริงอีกซักประโยค----- ต่อให้มีครบ มันก็ไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าจะทำได้

     " ...... " ผมนั่งเงียบเหมือนเดิม ในใจลึกอยากจะบอกเลยว่าอย่างน้อยขอรบกับจอมมารแทนได้มั้ย----- อยากตะโกนสุดเสียงไปต่อรอง------ ความคิดอะไรของพวกเขากัน ที่นำพาจนคิดต่อกรกับพระเจ้า

     ปึ้งงงง!!!!!!

     " เฮ้ย!!! พวกแกน่ะ อยู่ต่อหน้าราชันหัดแสดงสำรวมซะบ้าง!!!! " 

     เสียงฮือฮาของห้องเงียบลงไปในพริบตา สาเหตุมาจากการทุบลงไปที่โต๊ะอย่างแรงโดยหนึ่งในองครักษ์ที่นั่งข้างๆพระราชา คนที่มีค้อนยักษ์เป็นอาวุธได้แกว่งหมัดของตัวเองทุบลงไป ร้องเรียกให้คนสนใจ ดึงไปสู่ความเงียบ----

     " ...... " ดูจากคำพูดคำจา หมอนี่ต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก ได้เป็นถึงองครักษ์บุคคลสำคัญของอาณาจักร มีแรงมหาศาลที่ทุบลงไป------ ซึ่งจากการคำนวนของดีว่า แรงขนาดนี้สามารถต่อยหินหนักสองสามตันแตกได้อย่างสบาย ถ้าหากไม่มีพลังงานบางอย่างที่ถูกปล่อยออกมาจากคนที่ใช้ดาบใหญ่ส่งไปที่โต๊ะก่อนจะโดนทุบละก็-----

     โต๊ะคงแตกเป็นเสี่ยงๆ แตกเป็นผุยผงไปแล้ว

     ครืด... ครืด..

     พลังงานค่อยๆหายไป ตั้งแต่ที่ผู้ใช้ค้อนเริ่มมีอาการแปลกๆ----- ผมก็เริ่มเปิดใช้งานดีว่าพร้อมกับเปิดโหมดพิเศษเพื่อคำนวน และนั่นนำไปสู้การค้นพบเรื่องความหนาแน่นของโต๊ะเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่าเช่นเดียวกับกำปั้นมือ -------ความหนาแน่นของโต๊ะแต่ละจุดไม่เท่ากัน ตรงที่มีการรวมกันมากที่สุดคือบริเวณที่กำปั้นกระแทกลงไป

     นี่เป็นหลักฐานอย่างดี ----โลกนี้มีพลังเวท

     " ...... " 

     " งั้นก็จะขอพูดต่อ เราต้องทำการต่อสู้กับพระเจ้าเพื่อปกป้องโลก " เดี๋ยว----- ปกป้องโลกงั้นหรอ หมายความว่าพระเจ้าอยู่คนละฝั่งกับเราแต่การปกป้องโลกนี่หมายความว่ายังไงอีก... เรื่องมันเริ่มซับซ้อนขึ้น

     " แต่เดิม ตามความเชื่อในหลักศาสนาและตำนานต่างๆของโลกนี้ -----พระเจ้ามีทั้งหมดสององค์ หนึ่งคือผู้สร้างและหนึ่งคือผู้ทำลาย " 

     " แต่ทว่า พระเจ้าผู้สร้างกลับถูกพระเจ้าแห่งการทำลายล้างฆ่า---- ทำให้พระเจ้าแห่งการทำลายล้าง มุ่งหมายที่จะทำลายโลกนี้ลง เปลี่ยนโลกให้กลายเป็นนรกอเวจี.. " 

     " เป้าหมายของเขาคือการจัดการกับมวลมนุษย์ ล้างบางทุกเผ่าพันธุ์ยกเว้นตระกูลปีศาจมาร ---ทั้งสองร่วมมือกันเพื่อที่จะทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการชำระโลกครั้งใหญ่ " 

     " -----พวกเขาให้เวลาเราทั้งหมด 200 ปีเพื่อที่จะให้เทพแห่งการทำลายล้างที่สูญเสียพลังจากการรบกับเทพผู้สร้างได้ตื่นขึ้น ----ตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานเพื่อฟื้นคืนชีพ ได้พลังมาเต็มที่ " 

     " และนี่ก็ผ่านมาเกือบจะครบสองร้อยปี เหลือเวลาเพียงแค่หนึ่งปีกว่าๆเท่านั้นก่อนที่เทพแห่งการทำลายล้างจะตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์ " 

     นี่เองสินะ เหตุผลทั้งหมด เริ่มด้วยสงครามระหว่างเทพสององค์ ----จบลงด้วยการที่ฝ่ายอธรรมได้ชัยชนะและรอเวลาให้ฝ่ายธรรมะทวงหนี้แค้นคืน เป็นเนื้อเรื่องของโลกนี้ที่วุ่นวาย มันคือความอลหม่านโกลาหล----

     " และเมื่อไม่กี่สิบปีก่อน เราได้พบกับเวทอัญเชิญผู้กล้าที่สามารถต่อกรกับพระเจ้า " ถ้าหากเจอไปตอนนั้นแล้วทำไมไม่ใช้ไปเลย----- อย่างบอกนะว่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับคำทำนายของนักบวชแห่งโบสถ์ตามศาสนาอะไรอีก

     " แต่เนื่องจาก... คำนายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระแม่แมรี่ นักทำนายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เราได้ข้อสรุปที่ต้องอัญเชิญพวกท่านมาในเวลาแบบนี้------ " 

     " ...... " เยี่ยม---- นี่มันเยี่ยมยอดกว่าที่ผมคิดซะอีก แล้วคราวนี้คงต้องมาดูกันว่าคำทำนายของโลกเวทย์มนตร์มันจะศักดิ์สิทธิ์ซักขนาดไหน....

     " ดังนั้น หน้าที่ของพวกท่านคือการจัดการกับเทพแห่งการทำลายล้าง " พระราชาพูดออกมา -----แน่นอนคำพูดนี้มีความหมายแฝงมากกว่าที่ใครๆจะจินตนาการถึง นี่ไม่ใช่คำพูดธรรมดา มันมีเนื้อหาและภารกิจมากมายซ่อนอยู่

     " ..... " ถ้าหากจะต้องจัดการกับเทพจริง จากข้อมูลที่ผมกลั่นกรองมาแล้ว ทั้งหมดนี้ผมจะสรุปนี้เป็นเรื่องจริง 

     ทุกอย่างเริ่มด้วยการที่มีสงครามระหว่างเทพสององค์----เทพทำลายล้างชนะ แต่ปัญหาเล็กๆมันอยู่ตรงนี้---- จากคำบอกของเขาที่ว่าเทพแห่งการทำลายล้างเข้าพวกเดียวกับจอมมาร ส่วนที่เรายังไม่รู้คือเขาทำสัญญกับจอมมารก่อนหรือหลังสู้รบ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาจริงๆ เมื่อกี้ก็แค่ไร้สาระและปริศนาคลายเครียด ประเด็นมันอยู่ในเรื่องที่ผมจะพูดต่อไป

     ถ้าหากเทพผู้ทำลายร่วมมือเผ่าปีศาจ.. นั่นหมายความว่า ถ้าหากมองว่าเทพแห่งการทำลายคือบอสตัวสุดท้าย ลูกสมุนของมันก็คือมอนส์เตอร์ของเกมเกือบทั้งเกมโดยมีรองบอสหลักคือจอมมาร------

     ดังนั้น การจะไปถึงบอสสุดท้ายได้ต้องผ่านรองบอส.. ก่อนฆ่าพระเจ้า ผมต้องฆ่าจอมมาร...

     ดี--- ไม่ต้องเจรจากันละ ไอ้ที่ผมจะขอฆ่าจอมมารแทนน่ะ สุดท้ายพวกเขาก็ขอแกมบังคับให้พวกผมมันไปซะด้วย

     และแน่นอน ประโยคต่อไปคือโซนของรางวัล ถ้าทำสำเร็จผมจะได้กลับโลกเดิม--------

     " และรางวัลของพวกท่าน.. คือการกลับไปที่โลกเดิม " 

     ใครๆล้วนก็ต้องมาไม้นี้กันทั้งนั้น การพูดขอเสนอของฝ่ายตัวเองและปิดท้ายด้วยสุดยอดความต้องการของคู่เจรจา.. พูดให้เหมือนมีผลประโยชน์ทั้งคู่ นี่แหละคือธุรกิจ ซึ่งจริงๆแล้ว----- หารู้ไม่เลยว่าถ้าหากเอาตัวเองไปเสี่ยงสู้กับสัตว์ประหลาด โอกาสตายย่อมจะมีเพิ่มไปอีก บางทีการเริ่มต้นใหม่ในโลกนี้อาจจะคุ้มกว่าด้วยซ้ำ----- แต่ชีวิตจะมีขีดแค่ปีครึ่ง

     และสุดท้าย นี่ก็เป็นทางเลือกที่ปฏิเสธไม่ได้ถ้าต้องการจะมีชีวิตรอด------
     
     ถ้าหากไม่ฆ่าพระเจ้า โลกก็จะแตก เราก็จะตาย

     ถ้าหากไปฆ่าพระเจ้า โอกาสตายก็จะมากขึ้น---- แต่ถ้าหากตายไป โลกน่ะจะมีหรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปเพราะยังไงก็ตายไปแล้วอยู่ดี เราจะไม่ได้ยึดติดกับมันแล้ว---- การแคร์สิ่งที่หลงเหลือหรือสิ่งที่ค้างคาไว้ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

     ดังนั้น นี่ก็แค่เกมทางเลือก เลือกที่จะรอความตายหรือจะเสี่ยงไปกับมัน


     " ........ " 

     " ว่าไงล่ะ ท่านผู้กล้า ท่านพร้อมที่จะทำเพื่อโลกนี้และเพื่อตัวท่านเองได้หรือไม่----- "

     " ...... " ทั้งห้องเงียบลงไปในทันทีที่พระราชาพูดจบ ไม่มีเสียงใดดังเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย ----มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่เข้ามาแทนที่ แต่ละคนต่างกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับตัวเอง บางคนก็กุมขมับ บางคนก็ตัวสั่นเพราะความกลัว บ้างก็เริ่มที่จะร้องไห้ออกมาในชะตากรรมของตัวเอง ----ความกดดันบับคั้นมากมายมหาศาลดลบันดาลเข้ามา ด้วยตัวเลือกของความเป็นความตายที่บีบบังคับ ไม่มีทาง---- ที่มนุษย์เราจะอยู่เฉยกับเรื่องแบบนี้ได้

     ตัวเลือก "กลับบ้าน" ------ของรางวัลที่จะได้ถ้าสามารถเคลียร์ภารกิจยากระดับที่เทพเจ้าผู้สร้างยังทำไม่ได้ มันจะกลายเป็นแรงจูงใจหลัก อย่างน้อยก็เพื่อกลับไปหาครอบครัวที่รัก หาเพื่อนฝูง กลับสู่โลกที่สงบสุขใบเดิม ----โลกที่ไร้ซึ่งการต่อสู้และเรื่องเสี่ยงชีวิต ทุกคนล้วนหมายปองรางวัลนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

     แต่การจะทำให้ได้มาต่างหาก ------นี่แหละคือปัญหา ผมเองก็ยังนึกถึงไม่ได้ด้วยซ้ำ พวกผมจะต้องไปสู้กับสิ่งที่สามารถฆ่าผู้สร้างโลกนี้ได้ยังไง

     มันก็แค่ความฝันลมๆแล้งๆ

     " ....... " ผมกวาดสายตาไปรอบๆห้อง... ทุกคนต่างก็เครียดเหมือนเดิม แม้แต่กระทั่ง 'เอ็น' ที่มีสติที่สุดตอนมาถึง เขาเองก็ดูกระวนกระวายไปไม่น้อย

     " ....... "  แต่สำหรับผมน่ะ การที่จะให้รอรับความตายย่อมไม่เกิดขึ้นแน่นอน แม้ว่าผมจะมองว่าชีวิตของเรานั้นไม่มีอะไรก็จริง แต่ยังไง-----ผมจะยอมรับความตายได้ไม่ได้ ต่อให้จะต้องฝ่าความวุ่นวายมรณะ ผมจะต้อง จัดการมันและมีชีวิตรอดต่อไป-------

     ไม่ใช่ว่าเพื่อกลับไปยังโลกเดิม แต่เพื่อการมีชีวิตอยู่

     ครอบครัว เพื่อนฝูง ของแบบนั้นผมไม่มี----- ไม่มีที่ให้กลับไปจริงๆ ถึงจะเกือบมี แต่ที่นั่นก็ไม่ใช่ที่ที่ควรกลับไปที่แท้จริง ดังนั้น การอยู่โลกนั้นหรือโลกนี้ มันไม่ต่างกันเลยซักนิดเดียว------

     ปึ้งงงงง!!!!!!! 


     " นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ?!!!!! " เสียงดังขึ้นมาจากด้านข้าง ผมหันขวับกลับไปมองทันที ก่อนจะพบกับชายเพื่อนร่วมห้องที่ยืนอยู่พร้อมกับหมัดที่กำแน่น วางอยู่บนโต๊ะ..

     " ....... " ผมเงียบและรอดูสถานการณ์ต่อไป เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เขาได้ทุบโต๊ะลงไปอย่างแรงพร้อมกับตะโกนใส่หน้าพระราชา ความอดทนของเขาถึงขีดจำกัด ไม่งั้นก็เป็นอีกเคสนึงคือการทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องการการระบาย แต่ทว่า---- คนที่มีความอดทนน้อยกว่าเขาก็มีเช่นกัน ชายผู้ใช้ค้อนคนนั้นเตรียมจะยืนขึ้นแต่ถูกห้ามปรามโดยผู้เป็นกษัตริย์เอง

     " บอกความจริงมาซะ?!!! นี่เป็นแค่เรื่องโกหกใช่มั้ย?!!!! " นักเรียนชายคนนั้นตะโกนออก นิ้วชี้หน้าพระราชาที่นั่งอยู่อย่างใจเย็นผิดกับอีกฝ่ายที่อยู่ในวงกตแห่งความสับสน

     เจ้าหมอนี่ชื่อ " เค " เป็นชายคนหนุ่มที่มีรูปร่างอวบ สวมแว่นสายตา เป็นคนฉลาดแต่ขี้เกียจติดท็อปห้าของห้อง ซึ่งไอ้ท๊อปห้าน่ะ ------ผมหมายถึงความขี้เกียจ..

     " .....อยากได้การพิสูจน์งั้นหรอ " พระราชาพูดขึ้น ลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ด้วยท่าทางสุขุม " ผู้กล้าทุกท่าน ..ได้โปรดตามมาด้วย " 

     องค์ราชาลุกออกจากที่นั่งและออกเดินทันที องครักษ์ทั้งสี่เดินตามด้านหลัง ผมและทุกคนค่อยๆลุกจากเก้าอี้และเดินออกประตูและเดินตามไปเรื่อยๆอย่างงุนงง

     ' เขาต้องการจะพิสูจน์ยังไง----- ' คิดขึ้นในใจ นี่แหละคือคำถามของผม จริงอยู่ที่ตอนนี้สามารถฟังภาษาของเขาออก แต่เรื่องการเขียนการอ่านน่ะ คนละเรื่องเลย.. ผมไม่สามารถอ่านลายลักษณ์อักษรที่ผ่านตาผมไปออกซักตัว---- ดังนั้น การพิสูจน์ของเขาอาจไม่ใช่การพิสูจน์ของจริงหากเขาแสดงจารึกตำนานหรือบทความอะไรให้ ผมและทุกคนจะๆไม่ปักใจเชื่อ------ หมายความว่า

     การแสดงหลักฐานของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน.. มันจะเป็นอะไรก็แค่นั้นแหละ

     " ...... " ผมเดินตามเรื่อยๆ ส่วนตาของผมมองทั้งภาพจริงและภาพโฮโลแกรมย่อมๆที่แสดงผ่านตาขวา ----กำลังมุ่งไปยังสุดขอบของปราสาท จุดที่อยู่บริเวณที่ลึกที่สุด ไม่มีทางไปต่อ ถ้าหากเดินตรงไป สิ่งที่จะเจอคือทางตัน

     แต่ทว่า-----

     ณ ปลายสุดทางเดิน มันไม่ใช่ทางตันอย่างที่คาดเดา แต่กลับเป็นประตูขนาดใหญ่ ความสงสัยเริ่มเข้ามาในหัว ------ถ้าหากนี่เป็นประตูจริง ด้านหลังย่อมต้องเป็นห้องอะไรสิ แต่นี่มันไม่มีอะไรเลย มันสุดปราสาทแล้ว 

     หมายความว่า ถ้าไม่ใช่ประตูวาร์ป นี่จะเป็นประตูที่มีห้องลับเบื้องหลัง

     " กรุณาตามมาด้วย--- " พระราชาพูดพร้อมกับเดินไปยังประตูที่ค่อยๆแง้มออกทันที.. ประตูไม่ได้พึ่งคนหรือแรงงานใดๆในการแง้มด้วยซ้ำ มันกลับเปิดออกเองพร้อมกับปล่อยแสงสว่างสีขาวออกมาทำให้ผมไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่อีกฝั่งได้..

     " ...... " ก้าวขาทั้งสอง ขยับเท้าหน้าเดิน ---แขนสองข้างถูกใช้เพื่อยกขึ้นมาบังแสงจ้าเกินกว่าที่ดวงตาจะรับไว้.. ผมเดินตามหลังผู้คนไปเรื่อยๆก่อนจะรู้สึกตัวอีกที.. ผมนั่นก็เดินผ่านประตูมาแล้ว

     ฟึบ... ฟึบ...

     ----ค่อยๆลืมตาช้าๆจากการปรับระดับแสง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ถ้าหากผมยังอยู่ที่ปราสาท---- ไม่มีทางเลยที่เสียงเท้าที่กระแทกลงไปยังพื้นจะก่อให้เกิดเสียงแบบนี้ขึ้นเช่นเดียวกับความรู้สึกนุ่มๆใต้เท้า แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่กระเบื้องหรือพรมอย่างใด 

     " ...... " ผมมองตรงไปข้างหน้า... ผมไม่ได้อยู่ที่ปราสาทอีกต่อไป ผมกำลังอยู่ในทุ่งหญ้าแน่นอน.. ด้านหน้านั้นเป็นภูเขาขนาดใหญ่ที่ไกลออกไป ส่วนยอดปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะในขณะที่เบื้องล่างและบริเวณโดยรอบปกคลุมไปด้วยป่าและธรรมชาติสีเขียวขจี

     " ...... " ผมตกตะลึง อย่างน้อย---ประตูนั่นคือวาร์ปเกต ผมค่อยๆมองรอบๆ สังเกตทุกอย่าง ทุกคนเองก็ตกใจเหมือนกันไม่ต่างจากผม... เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน พวกเรายังอยู่แค่ในปราสาท และตอนนี้ ----ทั้งกลุ่มกลับสามารถออกมาได้อย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงแค่ก้าวเดินผ่านประตู แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมไกลๆผ่านการซูมของดีว่า ภาพของปราสาทขนาดใหญ่ที่อยู่หลังภูเขาลูกโต ไกลสุดลูกหูลูกตา----

     ไม่ผิดแน่... ผมต้องมาจากที่นั่นอย่างแน่นอน

     " .....นี่เพียงพอแล้วรึเปล่าสำหรับการพิสูจน์--- " พระราชาเอ่ยขึ้น " หรือว่าพวกท่านต้องการมากกว่านี้---- " 

     แคว๊ก แคว๊ก.... กร๊าซซซซซซ!!!!!!!!!!

     เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่พระราชาพูดจบ บริเวณพุ่มไม้ด้านข้างก็เกิดการสั่นไหวอย่างแรง ร่างของสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งกระโจนแหวกออกเผยให้ถึงร่างที่แท้จริง รูปร่างของมันคล้ายคลึงกับกิ้งก่าไม่ก็ไดโนเสาร์ พวกนี้จะออกแนวลิซาร์ดแมน ---เป็นเหมือนสัตว์ตระกูลกิ้งก่าผสมมนุษย์ หน้ามันเหมือนได้โนเสาร์ปนไปกับกิ้งก่า คอยาวหนา.. มีแขนและขาไม่ต่างจากมนุษย์ มีหางที่ด้านปลายสุดดูท่าทางคมดั่งดาบแหลม 

     และที่สำคัญ ในมือของมันถือดาบขนาดใหญ่

     " !!!!.... " 

     " ช่วยด้วยยยยย!!!!! สัตว์ประหลาดดดด!!!!! " 

     " กรี้ดดด!!!!//ว้าาาากกกก!!!!!! " 

     เสียงตะโกนจำนวนมากเปล่งออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความกลัว คนบางกลุ่มเริ่มเตรียมจะวิ่งกลับไปนังประตูเดิมที่ยังเปิดค้างไว้อยู่ หลายๆคนตัวปลิวไปแล้ว.. แต่ผมยังคงยืนสงบอยู่---

     ' พิสูจน์ พิสูจน์อะไรกัน ไทม์มิ่งนี่มันอะไร.. ' ผมคิดในใจ น่าสงสัย---- ทันทีที่พระราชาพูดจบเจ้าลิซาร์ดแมนตัวนี้ก็โผล่ออกมาอย่างเหมาะเจาะ มันค่อนข้างจะพอดีเกินไปรึเปล่า หรือว่าพระราชาสามารถจับสัมผัสได้ไม่ก็รู้อยู่แล้ว... 

     โลกนี้มีสิ่งที่ผมไม่รู้มากเกินไปจริงๆ----

     " อย่าเพิ่งหวาดกลัวไปเหล่าผู้กล้า... นี่แหละคือเผ่าปีศาจ " 

     " ...... " ไม่จริงหรอกน่า--- มันไม่แปลกไปหน่อยหรอ ลิซาร์ดแมนโดยปกติต้องจัดเป็นกึ่งมนุษย์ไม่ใช่รึไง อย่าบอกนะว่าพวกนี้มองพวกครึ่งเป็นปีศาจไปซะหมด มนุษย์บนโลกนี้จัดสิ่งมีชีวิตจำพวกอื่นเป็นปีศาจหมดเลย? นี่จะเป็นเหตุผลที่เขาบอกทั้งโลกมีสองเผ่า ถ้าคิดแบบนี้จะหาคำอธิบายมาได้ ------หรือว่าจริงๆแล้วมันเป็นปีศาจจริงๆแม้รูปลักษณ์จะไม่ใช่.. มันคืออะไร

     " ร่างของเจ้านี่ถูกสิง มันเลยปล่อยกลิ่นอายของแม่มดมืดออกมา.. นี่แหละปีศาจ "

     " ...... " กลิ่นอายแม่มดมืด นี่มันอะไรกันฟะ ผมไม่เห็นได้กลิ่นเลยซักนิด หรือว่าผมต้องมีพลังเวทย์ก่อนผมถึงจะสัมผัสได้----

     ผมลองเพ่งสายตามองไปที่ร่างของมันที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับ เก็บทุกรายละเอียด ------ผมเข้าใจแล้ว... อย่างน้อยตอนนี้ก็สามารถเดาเป็นแล้วว่านี่คือปีศาจ ผงไอสีม่วงปนดำกำลังรั่วไหลออกมาจากร่างของมัน... แม้จะน้อยนิดแต่ผมก็ยังสังเกตุเห็น... 

     นี่สินะ ปีศาจ.. กลิ่นอายของแม่มดมืด

     " .......จัดการกับมันซะ " พระราชาพูดขึ้น พูดกับองครักษ์ที่ใช้อาวุธเป็นดาบใหญ่ ใบหน้าแสยะยิ้มประดับอยุ่บนใบหน้าเหี่ยวย่นของคนชรา ยิ้มอย่างมีเลศนัย---

     " ตามบัญชาพะยะค่ะ " ชายคนนั้นก้มหัวตอบรับอย่างรวดเร็ว ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอื้อมมือไปด้านหลังและหยิบดาบขนาดใหญ่กว่า 2 เมตร ----ดาบเล่มใหญ่ถูกปลดออกจากที่ล็อคหนังเล็กๆด้านหลัง คมดาบสีนิลตัดกับแสงสะท้อนที่เกิดจากคมมีด รูปร่างสวยงามมากเทียบกับดาบเล่มทั่วๆไป ลายสีขาวและที่จับสีดำ ดูก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่ดาบธรรมดาแน่นอน------

     ฟุบบบ!!!!!!

     เขาดีดตัวออกจากพื้น ลมและคลื่นกระแทกพุ่งไปทิศตรงข้าม.. หลุมขนาดย่อมๆยุบลงไปเช่นเดียวกับเศษฝุ่นที่พุ่งออก ในพริบตา---- ร่างของเขาก็ปรากฏตรงหน้าอสูร ง้างดาบไปด้านข้างพร้อมกับฟันไปยังกลางลำตัวอีกฝ่ายตามแนวแทยง----

     ฉึกกกกก!!!!!!

     ตุบ....

     ร่างกายท่อนบนของมันขาดออกจากท่อนล่าง ร่วงมาที่พื้น

     " --!!! " 

     " -------!!!!!!!!! " นอกจากผมแล้ว คนอื่นเองก็ไม่ต่างกัน มันตายในการตวัดดาบครั้งเดียว ร่างกายแบ่งเป็นสองซีก เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วในจังหวะที่โดนคมดาบลากผ่าน จนถึงปัจจุบัน ----มันกำลังกลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ แอ่งน้ำสีแดงสด

     " ...พ-- เพื่อ.. จอมมาร.. " เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาจากร่างท่อนบนของสัตว์ประหลาดไม่ผิดแน่.. หูผมไม่ได้เพี้ยนไป ผมได้ยินเสียงนั้นชัดแจ๋ว

     เพื่อจอมมาร นั่นคือเป้าหมายของพวกมัน นี่คือปีศาจของจริง

     " ...... " ผมยืนดูภาพตรงหน้าต่อไป ร่างของมันไม่ขยับอีกเลย แน่นิ่งสงบไปและไม่มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นตามมา ตายสนิท---- ในดาบเดียว

     " แค่นี้คงเพียงพอสำหรับการพิสูจน์แล้วสินะ... " 
     
     " .......... " 

     " แต่ว่า---- ถ้าพวกเราทำได้ นายจะส่งพวกเรากลับจริงๆใช่มั้ย?!!!! " ผู้ชายอีกคนหนึ่งของห้องตะโกนขึ้นจากด้านหลัง เรียกความสนใจไปรวมกัน นักเรียนทั้งห้องก็ยืนกองกันตรงนั้น สั่นด้วยความกลัวที่แผ่ซ่าน-----

     " หึ... แน่นอน--- "

     " -------พวกท่านจะได้ไปยังโลกเดิมของท่านอย่างแน่นอน " 

     ติ้ดดดดด!!!!!

     ' บอสครับ จับได้ถึงสัญญาณคำโกหก.... ' 
     
     ........
 
     ........

     ........


     " เชิญท่านผู้กล้าท่านต่อไปครับ... " เสียงตรงหน้าผมดังขึ้น ขาสองข้างของผมก้าวตรงไปหาเขาอย่างรวดเร็ว มุ่งไปที่โต๊ะโออ่าขนาดใหญ่ในห้องกว้าง

     คนที่อยู่ตรงหน้านี้คือนักบวชสูงอายุคนหนึ่ง.. ร่างกายของเขาดูชราภาพเต็ม อายุของเขาย่อมได้อยู่ที่เลขหลักที่สามแน่นอน.. ผมหมายถึงมากกว่าหนึ่งร้อยแต่ก็ไม่น่าจะเกิน 200 เพราะมนุษย์เราคงไปไม่ถึง แม้ว่านี่จะเป็นโลกแฟนตาซีก็เถอะแต่มันก็คงจะไม่ขนาดนั้น ถึงจะมีเรื่องราวอยู่บ้างว่าเอลฟ์มีอายุหลักพันปี แต่นี่ก็เป็นมนุษย์ เพราะงั้น ผมให้มากสุดก็คง 200 

     เมื่อสิบห้านาทีก่อน ผมและนักเรียนที่เหลือในห้องต่างก็ยอมรับว่าเรื่องที่เขาเล่ามาว่าเป็นความจริง.. แต่สุดท้าย เรื่องนึงก็ไม่เป็นความจริง เรื่องที่เขาจะส่งพวกเรากลับบ้าน.. เขาโกหก หลอกลวง---- จากการตรวจสอบคลื่นสมองของดีว่าและการมองคนของผม เมื่อผมได้เช็คดีๆแล้ว พระราชากำลังพูดโกหกอยู่อย่างแน่นอน

     ความเป็นไปได้ทั้งหมดของเขามีสามทาง...

     1.พวกผมจะเป็นคนเลือกเองที่จะไม่ยอมกลับ อาจจะมีปัจจัยหลายๆอย่างเกิดขึ้นทำให้ผมเกิดชอบโลกนี้ขึ้นมา จึงคิดละทิ้งโลกเก่า พระราชาอาจจะมอบของรางวัลหรือตำแหน่ง ยศให้ ทำให้ชีวิตมีค่าและอยู่ที่นี่เพื่อลุ่มหลงในความสบาย เป็นตัวเลือกที่พวกผมจะเลือกกันเองว่าจะไม่กลับ------

     2.พระราชาไม่รู้วิธี ใช่แล้ว.. อัญเชิญมาได้แต่อัญเชิญกลับไม่ได้เพราะความไม่รู้ ไม่ก็เวทนี้เป็นการอัญเชิญขาเดียว วิธีหาทางกลับอาจต้องไปหาสืบเอาเองไม่ก็สร้างขึ้นมาใหม่

     และ...

     3.พวกเขาไม่ต้องการให้เรากลับ.. ต้องการให้อยู่เพื่อปกป้องอาณาจักร ใช้เป็นกองทัพ หรือไม่ก็ในกรณีเลวร้ายที่สุดคือฆ่าปิดปาก ใช้แล้วทิ้ง.. ถึงจะมียศผู้กล้า เราก็ยังไม่รู้ความสามารถแน่นอน แต่ยังไงถ้าหากเขามีกองทัพ ทางนั้นจะสามารถใช้ปริมาณข่ม.. 

     เรื่องนี้มันยังมีปริศนามากเกินไป... ผมยังต้องรู้จักโลกใบใหม่นี่ให้มากกว่านี้

     แต่ยังไงก็ตาม นั่นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ ฆ่าพระเจ้าได้ชีวิตจะมีสุข.. เรื่องนี้จะถูกทำให้เป็นจริงได้หรือไม่ได้ก็ยังไม่มีใครรู้ อนาคตที่ผมยังต้องอยู่กับโลกนี้ยังอีกยาวไกล... มีเวลาอีกแค่หนึ่งปีครึ่ง--- ทำตัวให้แข็งแกร่งที่สุดเพื่อที่เตรียมรับมือกับศึกระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าและอสูร สงครามแห่งยุคที่อาจมุ่งไปสู่ 'จุดจบ' 

     " ........  " 

     " ยื่นมือขวาออกมาด้วยครับ ท่านเป็นคนสุดท้ายแล้ว " 

     " ...... " ผมทำตามที่เขาสั่ง... ยื่นมือขวาไปด้านหน้าวางไปบนคริสตัลทรงกลมสีมรกตขนาดพอๆกับลูกบอล

     ผมและเหล่าผู้กล้าทั้งหลายต้องการกระบวนการนี้... นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "พรจากพระเจ้า" เป็นพรและความสามารถที่จะนำมาแจกจ่ายให้กับเหล่าผู้กล้าที่ถูกเลือก.. พลังที่ว่านั้นมาจากเศษเสี้ยวของพระเจ้าแห่งการสร้าง พลังส่วนเล็กๆพร้อมกับให้คัมภีร์--- คัมภีร์อัญเชิญผู้กล้า ท่านสามารถเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าและสุดท้าย....คาดเดาทุกสิ่งหลังจากนั้นสองร้อยปี

     เพื่อให้วันที่ผู้กล้าจะมาเยือน รับพลัง และต่อกรกับเทพแห่งการทำลายล้าง

     " ........ " 

     " น่ะ...! นี่มันอะไรกัน??!!! " นักบวชตรงหน้าผมตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับจ้องมาที่ผมไม่วางตา.. ผมเบิกตากว้างไม่ต่างกับอีกฝ่าย ตัวเริ่มสั่นเล็กน้อย ปฏิกิริยาตรงหน้านั้นฉับพลันเกินไป---- มันเกิดอะไรขึ้นกัน

     " ........ " ผมได้แต่ยืนงงพร้อมกับคอยดูปฏิกิริยาของเขา ทันทีที่เสียงของเขาตวาดออกไป ทหารมากมายรวมถึงพระราชาก็ตรงเข้ามาทางผม กรูกันเข้ามาล้อมรอบ สายตาทุกคู่ล้วนมองตรงไปที่----

     ลูกแก้ว

     " ----!!!! " ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อสายตา จากที่ผมดูมา.. คนอื่นๆที่ทำเหมือนผมจะมีแสงเปล่งออกมาจากลูกแก้ว แต่ของผมนั่นกลับไม่มี นี่มันหมายความว่ายังไง.. 

     " ท่านราชา--- ผู้กล้าท่านนี้ " นักบวชพูดกับราชาก่อนจะลอบมองมาที่ผม ใบหน้าของเขาเหงื่อแตกพลั่ก ทิ้งไว้แต่ผมที่งงเป็นไก่ตาแตก... สรุปนี่คืออะไรกัน มันเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย อย่างน้อยก็ควรบอกกันซักหน่อยสิโว้ย!

     " ทหาร!!! ---จับกุมชายคนนี้ไว้! " 

     " ------!!!!!! " 

     " พะยะค่ะ!!!!!! " ทหารหลายสิบนายตะโกนรับคำสั่งอย่างพร้อมกับกระโจนเข้ามาผมในชั่วอึดใจ

     ' นี่มันอะไรกันฟะ??!! ' ผมสถบออกมาในใจด้วยความตระหนกและเกรี้ยวกราด หมุนตัวหนึ่งรอบและตวัดขา กวาดเท้าไปเกือบครบรอบ เตะหน้าทหารคนหนึ่งที่กำลังกระโดดเข้ามารวบตัว

     เปรี้ยงงง!!! -----เคร้งง!.. เคร้ง!.. 

     เสียงดังขึ้นจากเท้าของผมที่กระแทกไปที่หน้าของทหารคนนั้นเต็มแรงจนร่างของเขาร่วงลงไปกับพื้น.. เสียงโลหะกระแทกพื้นทำให้เกิดเสียงดังตามมา.. เกราะเหล็กกระทบพื้นจนส่งเสียงแหลมๆดัง

     ' นี่มันอะไรกันฟะ?!!--- ' 

     " ฝ่าบาทโปรดเสด็จไปด้านหลังด้วยพะยะค่ะ!!! " 

     " โว้ววว!!!!!! " 

     ทหารจำนวนไม่น้อยพุ่งเข้ามาเรื่อยๆพร้อมกับพยายามจะเหวี่ยงหมัดใส่ พวกเขากำลังล้อมผมอยู่นับสิบคน แต่นับว่ายังโชคดีที่ยังไม่มีใครใช้อาวุธ คำสั่งของพระราชาคือการจับเป็น นี่จะเป็นโอกาสรอดเพิ่มเติมที่ได้รับ

     ผมหลบหมัดจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาได้หมดพร้อมกับต่อยสวนไปกลางหน้า.. ผมต่อยเตะไปที่ทหาร เล็งไปที่จุดๆเดียว ทุกคนเพราะร่างกายส่วนอื่นถูกหุ้มด้วยเกราะ ผมจึงไม่มีทางเลือก มีเพียงแค่การโจมตีนี้ที่จะได้ผล

     " อั่กกกกก!!!!! " ผมต่อยเข้าไปที่หน้าทหารรายหนึ่ง ใบหน้าบูดเบี้ยวและยุบลงไป ส่งเขากระเด็นกลับหลังไปและนอนกองลงไปที่พื้นทันที

     " หนอย--- " ผมพูดออกมาอย่างขัดใจ กัดฟันแน่ ทหารคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็วจากทางด้านหลัง ผมจึงทำการเตะเสยปลายคางของเขาจนเกิดเสียงจากการกระแทกดัง *เคร้งงงง!!!!* ตามด้วยร่างของเขานี่หงายหลังลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง

     " ไอ้เด็กเวร!!!! " เขาตะโกนขึ้น ลุกขึ้นมาใหม่เพื่อจะซัดกับผมอีกรอบ แต่ทว่าเขาไม่รู้เลยว่าทางนี้มั่นใจเรื่องชกต่อยขนาดไหน -----ผมเองก็มีฐานศิลปะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมา ด้วยความมั่นใจประกอบกับอารมณ์ในตอนนี้ ผมจะไม่มีทางแพ้ในตัวต่อตัว -----แต่แค่ว่ามันมีจุดอ่อน นั่นคือการโจมตีของผมใช้แทบไม่ได้ผล เป็นตัวเกราะเอง ที่ลดแรงกระทำทุกอย่างลงไป

     ทหารจำนวนมากพุ่งเข้ามาเป็นระลิกใหม่ พร้อมกันทุกสารทิศ ผมก้มตัวลงหลบทหารรายแรกก่อนจะหาทางหลบนี่ด้วยการจัดการไปทีละคนแล้วค่อยหาช่องทางออก..

     " กร๊อด!!! " ผมเค่นเสียงออกมา แขนข้างหนึ่งโดนล็อค

     แต่นั่น--- ไม่มีทางที่มันจะจบลงแค่ตรงนี้ ผมตวัดตัวพร้อมกับเตะไปยังเกราะส่วนหัวของเขาเต็มแรง เท้ากระแทกกับหมวกเหล็กของเขาจนเกิดเสียงดัง ส้นเท้าสะบัดกลับเพราะแรงปฏิกิริยามหาศาลที่เด้งกลับมาเข้าตัว ผมได้แต่อดทน ไม่สนใจความเจ็บปวดที่แล่นไปจากขาไปถึงอก --ตวัดตัวอีกรอบเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม ผมฟาดแขนลงไปเต็มหน้าด้วยความแม่นยำ โดนเต็มๆที่ช่วงเปิดของเกราะ

     ปึกกก!!!!!

     พลิกตัวตีลังกาหาสมดุลหนึ่งรอบ กระโดดลงไปยังพื้นที่ว่างเล็กๆอย่างสวยงามและสไลด์ลอดขาทหารคนหนึ่งไป

     ครืดดด!!! ผมนอนราบพร้อมกับไลด์ไปบนผืนพรมแดง ความเร็วกำลังลดลงเพราะแรงเสียดทานรวมเข้ากับพรมยับนูนเป็นคลื่น จิ๊ปากอย่างขัดใจและลอดผ่านหว่างขาของเขามา.. ทันทีที่ผมออกมาได้ เท้าก็ดีดตัวเพื่อเตรียมจะพุ่งไป ณ ประตูบานกว้าง 

     ' อีกนิดเดียว!! ' 

     หวับบ!!!!!! 

     " ------!! "  เท้าที่ดีดตัวออกจากพื้นของผมถูกมือขนาดใหญ่จับอย่างเหนียวแน่น.. อีกนิดเดียวเท่านั้น อีกแค่นิดเดียวผมจะสามารถหนีจากสถานการณ์นี้ได้เช่นเดียวกับปราสาท ผมอุตส่าห์รู้เส้นทางหมดแล้วแต่ตอนนี้ผมกลับโดนแรงมหาศาลฉุดกลับไป----

     ร่างของผมโดนเหวี่ยงลงไป โดนพลิกกลับมาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะให้หน้าของผมฟาดไปกับพื้น... แต่ว่า----

     " TRIGGER "  เสียงต่ำเบาๆถูกเค่นออกมาจากปากในเสี้ยววินาที เวลารอบๆตัว สิ่งของและการเคลื่อนไหวรอบๆช้าลงอย่างทันตาเห็น

     ภาพวิสัยทัศน์ของผมจากเดิมที่มีเฉดสี ---กลับกลายเป็นเพียงภาพออกขาวดำที่มีสีโทนเย็นออกน้ำเงินปนม่วงเข้มมาผสม นี่คือความสามารถที่ผมไม่รู้ว่าผมมีได้ยังไงและได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ และถ้าหากผมใช้มัน..

     ตาคู่สีฟ้าของผมจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสว่าง

     ปึก!

     ร่างโดนเหวี่ยงกลับมา แต่สำหรับผม มันก็เหมือนกับการสโลว์โมชั่น ผมวางมือไปที่พื้นเพื่อรองรับการทรงตัว อยู่ในท่าหกสูง แรงมหาศาลที่เหวี่ยงผมมาหายไปจนแทบไม่รู้สึก สัมผัสได้แค่แรงบีบ ณ ข้อเท้า ------ถ้าหากผมสามารถควบคุมเวลาได้ แน่นอน ผมย่อมต้องสามารถควบคุมแรงกระทำและการเคลื่อนไหวได้ทุกชนิด

     " ----!!!! " 
     
     ผมปลดทริกเกอร์ออก ภาพสีกลับมาในวิสัยทัศน์อีกรอบ ผมหันกลับไปมองยังผู้คิดร้ายก่อนจะเห็นว่า เจ้านี่คือหนึ่งในสี่องครักษ์ที่คอยอารักขาเข้าพระราชาจอมปดนั่น--- ชายผู้พกค้อนยักษ์เป็นอาวุธ

     ครึกกกก!!!!!...... ครึ้นนนนน!!!!!!!!!

     พื้นบริเวณที่วางมือขวาลงไปเริ่มร้าวและยุบลงไปเป็นหลุมใหญ่ๆ หลังจากนั้นอีกชั่วอึดใจ หลุมก็ขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมกับลึกลงไปอีก 

     "------!!! " ทุกคนที่อยู่บริเวณเหลือเพียงแต่อาการตกใจ ตาพวกเขาแทบจะถลนออกมาเช่นเดียวกับปากที่อ้าออกมากว้างอย่างน่ากลัว

     " TRIGGER! "

     ผมเปิดใช้พลังวิเศษอีกครั้ง เล่นลูกเล่นแบบเดิม ใช้พลังขั้นขีดสุดพร้อมกับทำให้เวลาไหลช้าลงมากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เท่าที่ร่างกายนี้รับไหว ----สลัดขาออกจากอุ้งมือนั้นพร้อมกับกระโดดพุ่งไปด้านหน้า ผมตวัดตัวเตะหน้าของมันจนหน้ามันสะบัดไปอย่ช้าๆ ไม่กระเด็นไปไหน แค่ค่อยๆกำลังจะลอยออกห่างทีละน้อย ----ไม่รอเสียโอกาส ผมเตะไปที่ก้านคอของมันพร้อมกับจบด้วยการเตะเสยปลายคาง

     ตูมม!!! เปรี้ยง! เปรี้ยง!!! เปรี้ยงงงง!!!!!!!

     ตู้มมมมมมมมมมมมมม!!!!!!

     ร่างของมันพุ่งทะลุเพดานขึ้นไป หมอกควันของฝุ่นฟลุ้งไปทั่ว เพดานมีรอยร้าวขนาดใหญ่ไม่นับหลุมขนาดประมาณ 10 เมตรที่ทำให้เห็นเป็นช่องไปยังชั้นด้านบน รอยร้าวเล็กใหญ่ที่แตกสยายดั่งรากไม้ทั่วเพดานอีกหลายรอย ---แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากผมปลดทริกเกอร์ออก.. เสียงหลายๆเสียงตามมาพร้อมเวลาที่ผมควบคุม เสียงยังคลื่นที่ช้าลงเกือบเท่าตัว!

     " ....... " ผมพุ่งตัวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว หอบออกมาเล็กน้อย เหงื่อผุดตามร่าง ผมฝืนใช้ทริกเกอร์หนักไป--- ร่างกายจึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ แต่ทว่าตอนนี้ต้องไม่รอจังหวะอื่น ประตูทางออกของห้องโล่งมากถึงมากที่สุด... ผมต้องฝ่า--

     ตู้มม!!! บึ้ม! บึ้มๆ! บึ้มมม!!!!!

     " -----!!! " ผมหยุดเคลื่อนที่อย่างกระทันหัน ก้อนพลังสีเขียวสี่ก้อนพุ่งผ่านและระเบิดใส่ประตูตรงหน้า เหลือแต่ควันและไอสีเขียวๆคละคลุ้ง  ผมหันกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับมุ่งไปยังหน้าต่าง เตรียมตัวที่จะกระโดดออกไปแต่ทว่า-- ขาอยู่ๆก็อ่อนแรง ทรุดลงไปกองที่พื้น

     ' พิษ?!!! ' กัดฟันแน่นและพยายามจะลุกขึ้น ขาทั้งสองชาจนไม่รู้สึกว่ามี ลองวิธีใหม่ด้วยการใช้แขนยันพื้น แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป-----

     ซู่มมมมม!!!!!!!!

     ฝ่าเท้าขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาที่หน้าของผม พุ่งเข้ามาจนแทบจะโดน ราวกับเวลานั้นได้หยุดลง--- เห็นทุกอย่างชัดแจ๋ว ลูกตาดำหดตัวจนแทบกลายเป็นจุดเล็กๆ ตาขาวเบิกโพล่ง----

     " TRIGGER! " 

     ผมเค่นเสียงสุดตัว ใช้พลังของผมในวินาทีสุดท้าย แต่ด้วยอาการที่ร่างกายนี้ติดพิษทำให้การทำงานของทริกเกอร์ทำงานได้ไม่เต็มที่ บวกกับร่างที่กำลังเหนื่อยอ่อน ทุกอย่างจึงแย่ลง------

     ตู้มมมม!!!!//เพล้งงงง!! เพล้ง!!!!!! 

     ผมโดนเตะออกไปนอกหน้าต่าง ด้วยแรงที่มหาศาลพอๆกับแรงเหวี่ยงของชายคนก่อนหน้า ร่างพุ่งทะลุกระจกบานใหญ่ออกนอกปราสาท ลมราวกับพายุถูกซัดออก คลื่นกระแทกเป็นวงที่เห็นในอากาศก็ปะทะกับทั้งห้อง กระจกทุกบานในห้องแตกออก ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วห้องๆนั้น

     " อั่กกก!!!! " ผมกระอักเลือดออกมา รับการโจมนั้นได้ด้วยการยกแขนสองข้างเป็นการ์ดไปบังในชั่วอึดใจ ยังดีที่ทริกเกอร์ออกฤทธิ์ดีเกือบครึ่ง แค่นี้ก็ลดแรกกระแทกไปได้มากโขแล้ว...

     " ..... " ผมลอยออกมานอกปราสาทอย่างรวดเร็ว... ส่วนที่หมายของผม ---ยังไม่รู้

     ตู้มมมมม!!!!!!!!! 

     ผมกระแทกไปกับพื้นอย่างแรง ผมนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงใดๆ ปลดทริกเกอร์ออก ถ้าไม่มีมันผมคงต้องตายไปแล้วจริงๆ ร่างของผมปลิวออกมาเป็นเส้นตรงจากห้องนั้นเกือบห้าร้อยเมตรและค่อยๆร่วงแบบลงองศามาเรื่อยๆจนถึงพื้น... ตอนนี้ผมปลิวออกมาจากที่นั่นระยะเกือบสามกิโล ออกมานอกเขตปราสาทและลงยังบริเวณใกล้เคียงที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นของพวกขุนนาง----- 

     " อั่กกก !!! " เลือดกองใหญ่ถูกสำรอกออกมาอีกครั้ง... ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างของผม กระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่... แขนสองข้างหัก.. ช้ำในอีกหลายจุด หอบหายใจออกมาอย่างโรยริน หัวใจเต้นถี่รัวจนอีกแทบจะระเบิดออก

     สภาพแบบนี้ ----ไม่รอดแน่...

     " โธ่ เว้ย.. " เสียงสุดท้ายถูกสถบออกมา และแล้ว...ความมืดก็กลืนกินวิสัยทัศน์อันพล่ามัวนี้....

     .....
     .....
     .....
     .....




     " ยน... ไป...เจี---- " นั่นมัน เสียงอะไรกัน

     " .....คน--- คื...วาระ ----ศษขยะ..." พวกเขาพูดเรื่องอะไรกัน....

     " .....ดท้า---- แค...ปีศา---- " ผมฟังไม่เห็นรู้เรื่องเลยซักนิด...

     " ....----น แล... --!!!!! " 

     ซ่าา!!!!!!

     ผมตื่นขึ้นเต็มที่อยู่รวดเร็ว ค่อยๆพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างยากลำบาก ภาพที่ผมเห็นเป็นเพียงแค่ภาพเบลอสลัวๆของนายทหารคนหนึ่งที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นถังน้ำอยู่มือ เมื่อกี้ผมคงโดนปลุกด้วยการสาดน้ำมา  ----แล้ว.. ที่นี่มันที่ไหน เกิดอะไรขึ้น...

     " ....... " 

     " ฟื้นแล้วสินะ ไอ้ตัวปัญหา----- " 

     " ........ " ผมค่อยๆหันไปทางต้นเสียงอย่างเชื่องช้า..ก่อนจะพบกับใบหน้าที่คุ้นตา ใบหน้าของพระราชา... ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างน่าขยะแขยง 

     " เหอะ... แกในตอนนี้นี่ดูไม่ได้เลยนะ... " 

     " ........ " ผมได้แต่พยายามจับใจความอย่างเต็มที่... ร่างกายทั่วทุกอณูของผมเจ็บไปหมด พระราชาที่คุยกับผมอยู่หันกลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ผมพยายามไล่สายตามองตามไปก่อนจะพบกับฝูงชนมากมายที่กำลังมองมาทางนี้

     " ทุกคน!!! จงดูไว้ให้ดี! มองหน้าเจ้าขยะนี่ไว้!!! " 

     " ......... " ผมได้แต่เงียบพูดอะไรไม่ออก ร่างกายถูกมัดตรึงไว้กับเสากางเขนแท่งหนึ่งที่ปักอยู่กับพื้น---

     " เจ้านี่ มันคือ---ขยะ!!!! มันคือขยะจากการอัญเชิญผู้กล้า!!!! " 

     " ..... " ผมมองไปรอบๆทันที พยายามเอียงคอด้วยความทรมาณ เห็นเพื่อนนักเรียนทุกคน พวกเขาอยู่ด้านหน้าสุด กำลังยืนอยู่ ไม่มีใครสบตาผม----

     " มันเป็นคนที่ไม่ได้รับพรจากเทพแห่งการสร้าง!!!! นอกจากมันจะเป็นแค่เศษขยะและตัวแถมแล้ว!!! มันกลับเป็นปีศาจที่ก่อความวุ่นวายในเมือง!!!!----- " 

     " ------มันคือคนที่ทำลายเมือง!!!!!!!! " พระราชาตะโกนออกไปและเสียงฮือฮาจากชาวบ้านชาวเมืองมากมายก็ดังขึ้นทันที...

     ไอ้ปีศาจ!!!! ไปตายซะไป! //ไอ้เวรเอ้ย เพราะแก!!!!เมียของฉันต้องตาย!!!! // ไปตายซะ!! 

      อย่าอยู่เลย!!! // ไอ้ขยะ ไอ้เศษสวะ!!!!!// ไอ้พวกผมสีดำเอ้ยย!!!//ไอ้ตัวนรก! ไอ้ตัวซวย!! ไอ้ระยำ! 

     เสียงผู้คนหลายร้อยหลายพันคนกรนด่าผมอย่างเคียดแค้น ผมได้แต่มองภาพด้านหน้าอย่างตกใจ ดวงตากลมโตที่ฝืนลืมอย่างลำบากก็เปิดกว้าง---- นี่มันอะไรกัน ทำไม ทำไมผมถึง----

     " . . . . " 

     เพราะแก!!!! เพราะพวกแก!! ผู้คนหลายพันคนต้องตายย!!!! //พวกปีศาจอย่างแกต้องถูกกำจัด!!! 

     " . . . . . " 

     " พอได้แล้วเหล่าประชาชนทั้งหลาย!!!! " 

     " ........ " เสียงฮือฮาค่อยๆลงลง ซาลงไปเรื่อยๆทันที่ที่เสียงจากผู้มีอำนาจอย่างราชาถูกเปล่งออก

     " แล้ววันนี้....มันต้องโดนประหาร!!!!!! "

     โว้วววววววววว!!!!!!!!

     " ........ " ผมได้แต่เงียบพร้อมกับรอฟัง... รอรับชะตากรรมที่โหดร้ายของผม..

     " และการประหารของมันคือ.... โยนลงไปในดันเจี้ยนแห่งนี้!!!!! " 

     โว้ววววววว!!!!!!! 

     " งั้นก็ถึงเวลาแล้ว..... "

     " ........ " 

     พระราชาหันกลับมาหาผม... เขาขยับมือไม่กี่ที ร่างของผมก็ถูกบังคับราวกับโดนพลังจิตควบคุม โดนดึงออกจากท่อนไม้แบบฉุกกระชาก เชือกหนาที่มัดแน่นขาดกระจุยในพริบตา

     " ...!!!! " 

     " หึ.... " 

     " แก..... " ผมเค่นเสียงออกมาอย่างเคียดแค้น ในขณะเดียวกัน ร่างของผมก็กำลังลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ ลอยห่างออกไปเรื่อยๆ... ลอยห่างไปจนผมได้มองเห็นหลุมลึกขนาดใหญ่เบื้องล่าง 

     หลุมลึกที่มีความกว้างปากหลุมกว่า 500 เมตร ด้านล่างของมันมืดมน มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

     " แก----- "

     " ตายซะ------ " 



     และทันทีที่ฝ่ามือนั้นถูกพลิกลง


     ร่างของผม....

     .
     .


     ก็ตรงลงไปสู่ก้นบึ้งของหลุมยักษ์......
     







========================================================================

     จบตอนแรกแล้วววววว!!!! ยาวมากกกกกกก!!!!! 

     ช่วยกันคอมเม้นให้ด้วยนะครับบบ!!! เพื่อเป็นกำลังใจของไรท์!!^^ จะอัพตอนต่อไปอาทิตย์หน้าหลังผมสอบเสร็จนะครับบบ 

     สำหรับบางคนที่งงนะครับ... รายละเอียดบางอย่างถูกอธิบายในอีกจักรวาลนึงของเรื่องนี้นั่นก็คือ Alter Reality ฝ่าวิกฤตพิชิตโลกดัดแปลง..เป็นนิยายเรื่องก่อนหน้าของไรท์เองครับ แค่คนละจักรวาลและคนละไทม์ไลน์กัน5555 

     Time Line จะเป็นประมาณนี้ครับผม^^



     สำหรับคนที่อาจจะแปลไม่ออกนะครับ..

     เรื่องราวจะเป็น..

     อดีตของไนต์-->สร้างดีว่า+สร้างเกมAlter Reality-->
     -->ทางแยกสองทางครับคือ 
    1.เข้าเล่นเกมเพราะโดนบังคับ(เนื้อเรื่องของนิยายเกมออนไลน์ของผม)(Alter Reality)
    2.ถูกอัญเชิญไปต่างโลก..(Re:Reality)

     ซึ่งเรื่องนี้จะวิ่งไปตามทางเส้นที่สองครับผม!!! 

     สำหรับคนอ่านเรื่องหนึ่งนะครับ อาจจะมีแบบ "อ้าว ไรท์!! ไหนอลิสอ่ะ?!" ไรงี้.. ผมบอกเลยว่าจักรวาลนี้บนโลกไม่มีอลิสครับ.. ตัวตนของอลิสไม่มีบนโลก ที่เหลือรอในเรื่องเองละกัน55555 ขอบคุณที่อ่านครับผม^^

       เสริมหลังรีไรท์ แก้คำผิดและสำนวนตอนแรกนะครับ พอดีคำซ้ำมันเยอะไป555

      *แก้ไขคำผิดและย่อหน้า 2/3/2560











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #975 NesBusterkey (@NesBusterkey) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 00:15
    โครตมันส์ เป็นกำลังใจให้นะครับ
    #975
    0
  2. #949 winlerm (@winlerm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 16:00
    ชอบนะ ไม่เลี่ยน ไม่ยอมคตเกินไปชอบๆๆๆๆ
    #949
    1
    • #949-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      17 พฤษภาคม 2560 / 16:39
      ขอบคุณครับ^^
      #949-1
  3. #942 คนรักแฟนตาซี (@sakanrack) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 20:58
    แล้วพระราชามันทำแบบนี้ทำไมอะ
    #942
    1
    • #942-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      16 พฤษภาคม 2560 / 21:29
      สปอยนิดๆละกัน555 ยุคนี้มันคือยุคสงครามของมนุษย์กับปีศาจครับ ปีศาจจะมีเอกลักษณ์คือผมสีดำอะไรว่ากันไป(บนโลกไม่มีมนุษย์คนไหนหัวดำ ยกเว้นพวกนร.กับตัวละครที่จะเจอทีหลังคนนึง^^) เพราะงั้นในเมื่อเป็นแค่ตัวแถม มันเลยถูกเข้าใจว่าเป็นอะไรประมาณปีศาจที่ปะๆปนๆมา การฆ่าจึงเป็นทางเลือก

      อารมณ์ประมาณยุคล่าแม่มดน่ะครับ^^
      #942-1
  4. #880 min130990 (@min130990) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 21:08
    มัน+ค้างเป็นอย่างมาก
    พระเอกตอนหลบหนีลุ้นจนตัวโกงเลยครับ
    #880
    1
    • #880-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      9 พฤษภาคม 2560 / 04:56
      หนีตายกันเพลินๆครับ555
      #880-1
  5. #781 James H. (@meenion) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 14:45
    ดีจ้าไรท์*-* รีไรท์เเล้วยังมีคำผิดนิดนึงนะฮะ ย่อหน้าที่สองท้ายๆ กละบ>กลับ ค้อนหนัก 50 กม.>กก.(แนะนำให้เขียนกิโลกรัมดีกว่าฮะ อ่านแล้วลื่นกว่า) ชุดราชา มุขพลอย>มุก ~\(?0?)/~ ปล.ในเนื้อเรื่องตรงเครื่องหมาย --- มันแปลกๆอ่ะ ไม่คุ้น เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะฮะ >< รอตอนใหม่อยู่นะ ปล.2 สู้ๆนะ?1000000000 เป็นกำลังใจให้*0*
    #781
    2
  6. #563 MYNAMEISDUCK (@MYNAMEISDUCK) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 17:07
    ไรหว่า?? หวังว่าเเขนคงไม่ขาดนะครับ *0*
    #563
    1
    • #563-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      12 เมษายน 2560 / 17:08
      เดี๋ยวรู้ครับ5555
      #563-1
  7. #279 boow12618 (@boow12618) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 19:03
    ตัวอักศรเล็กจังคับ
    #279
    1
  8. #212 humter111 (@humter111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:27
    อะไร?อยู่ดีๆก็ตีกัน ไอ ้นี่ก็อยู่ๆไปตีเขาทั้งๆที่ตัวเองยังไม่รู้อะไรน่าจะถามก่อน ทำแบบนั้นไปเพื่อนๆก็คงเชื่อว่าโดนปีศาจสิงกันหมด
    #212
    0
  9. #164 Windows1 (@Windows1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 19:05
    อยากรู้เพื่อนๆยืนดูอะไรกัน เห็นอยากเป็นเพื่อนแต่ยืนดู ไนต์ ตาย what the f..... อินไปหน่อยขอโทษครับ แฮร่ๆ
    #164
    1
    • #164-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      11 มีนาคม 2560 / 19:07
      5555 ไม่มีใครกล้าทำอะไรครับผม^^ แค่ที่ห้องยังใช่ว่าจะสนิทกันเลย สถานะระหว่างกันเป็นแค่คนรู้จักเน้อ555
      #164-1
  10. #102 4seas0n (@4seas0n) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 03:02
    ยุคแบบฆ่าแม่มดสินะ ใส่ความเกลียดชังให้ปีศาจ
    #102
    1
    • #102-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      7 มีนาคม 2560 / 07:26
      ใช่แล้วครับ
      #102-1
  11. #34 วาฬหัวทุย (@Ozaz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:54
    ตอนแรกก็งงว่าทำไมเอ็นได้ที่ 2 ที่แท้มาอ่านตอนหลังโลกบนจักรวาลนี้ไม่มีอลิส.. ตำแหน่งเลยเลื่อนขึ้นใช่ปะครับไรท์
    #34
    1
    • #34-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      26 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:12
      ถูกต้องเลยครับ^^
      #34-1
  12. #29 Dommy0459 (@Dommy0459) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:45
    โห พระราชาทำได้ลงคอ
    #29
    0
  13. #19 027e788829rhu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:52
    งงกับความสามารถของพระเอกครับ
    #19
    1
    • #19-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      26 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:53
      ไขปริศนาในเรื่องครับ^^ พระเอกทำได้แค่ทำให้เวลาไหลช้าลงเท่านั้น(แค่?!!)
      #19-1
  14. #18 Chblossom123 (@Chblossom123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:21
    เกลียด!เกลียดพระราชา!! อยากให้อลิสไปตบหน้ามัน!! สงสารไนต์.. อุตส่าฉลาดเก่งแล้งทั้งทีกลับไม่ได้รับพรและโดนโยนลงไปในดันเจี้ยนในสภาพเกือบตายอีก!! อยากในไนต์กลับมาแล้วฆ่าอีพระราชา ฆ่าเพื่อนแล้วก็คนในเมือง!
    #18
    1
    • #18-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:43
      ใจเย็นๆนะครับ..
      #18-1
  15. #17 Moechan1567 (@Moechan1567) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:09
    มีดีว่าที่ไหนมีความโกงที่นั่น... อะไรคือการที่ไนต์ใช้ทริกเกอได้อยู่แล้วโครตเก่งแต่โดนเรียกว่า-เศษสวะคะ??
    #17
    1
    • #17-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      26 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:44
      โดนเรียกเพราะไม่ได้รับพลังจากพระเจ้าครับผม
      #17-1
  16. #11 Knight_Blood (@Knight_Blood) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:59
    ความลับเรื่องเยอะมาก... เหมาะกับเรื่องของไรท์เป๊ะเลย.. ขนาดเรื่องเก่าปมในอดีตยังไม่คลายเลยนะครับไรท์.. ขนาดหนีมาเปิดเรื่องใหม่ความลับที่ปิดไว้ก็ยังอยู่อีก=[]=!!!
    #11
    1
    • #11-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      25 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:01
      แน่นอนครับ.. ไรท์วางแผนไว้อย่างดี555
      #11-1
  17. #10 นิค&NIck (@zaxswcde1150) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:54
    รอสิคงอีกนานมาวันละตอนได้มะหรือวันละ2ตอนอะ
    #10
    1
    • #10-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:55
      หลังช่วงสอบนะครับ....จะพยายามให้หนักขึ้นครับ..
      #10-1
  18. #9 12357899 (@12357899) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:22
    สนุกมาก คับ ขอวันระตอนคับ
    #9
    1
    • #9-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 2)
      25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
      ขอหลังช่วงสอบนะครับ ช่วงนี้ผมติดสอบอยู่เลยอาจจะไม่ได้อัพ..
      #9-1