วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,533 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21

    Overall
    14,533

ตอนที่ 27 : กระท่อมน้อยกลางไร่ดอกทิวลิป(3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 พ.ค. 60






       คำเอื้อนเอ่ยของชายหนุ่มและยังวงแขนที่กอดกระชับ สร้างความรู้สึกซาบซึ้งให้แก่หัวใจดวงน้อย ซึ่งกำลังอ้างว้างหวาดหวั่นต่อชะตากรรมของตนเอง เธอเงยมองหน้าเขาด้วยดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา

      “พี่รุทธ์คะ นานมากแล้วตั้งแต่คุณแม่เสีย ปัทไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากใครเท่านี้ ปัทจะอยู่ที่นี่กับพี่ตลอดไป ถ้าพี่ต้องการปัท ” หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงเครือพร้อมน้ำตาที่รินพรากลงอาบแก้ม

      ชายหนุ่มจดริมฝีปากลงบนรอยน้ำตาบนแก้มนวล “ ปัท...ถึงเวลาที่เราสองคนพบกันจะสั้นนัก แต่จำไว้ว่าพี่จริงใจต่อปัท อยากให้ปัทอยู่กับพี่ที่นี่ตลอดไป ถ้าปัทคิดว่าที่นี่จะให้ความสุขแก่ปัทได้ พี่กลัวนะปัท กลัวว่าที่นี่จะเป็นวิมานที่ล่มสลายอีกครั้ง พี่ภาวนาขออย่าให้มันเป็นอย่างนั้นอีกเลย ”

       “ปัทจะไม่ทำให้พี่เสียใจค่ะ”

       หัวใจสองดวงหวานหวามต่างกอดกันไว้ จนฝนเริ่มโปรยละอองลงมาบางๆ แต่หัวใจที่ต่างต้องมนต์แห่งรักกลับไม่รู้สึกถึงอากาศที่เย็นยะเยือก แต่กลับกรุ่นละมุนอุ่นไอรัก และฝนก็เหมือนจะเป็นใจที่เริ่มโปรยสายลงมา ทำให้อนิรุทธิ์ดึงผ้าคลุมไหล่ขึ้นโพกผมให้เธอ พร้อมทั้งเอ่ยเสียงกระชั้น

       “เราไปหลบฝนที่เรือนของพ่อก่อนดีกว่านะ ฝนเริ่มแรงแล้วละ วิ่งจ้ะ”

       ชายหนุ่มจับมือหญิงสาวพาวิ่งไปที่กระท่อมหลังน้อย ขึ้นบันไดสามขั้นไปยืนอยู่ที่ระเบียง อนิรุทธิ์ควานหากุญแจที่เขาร้อยรวมไว้กับกุญแจรถมาไขประตู เพื่อเข้าไปหลบฝนภายใน   

      “หนาวหรือเปล่าจ๊ะปัท” อนิรุทธ์เอ่ยถามพร้อมทั้งดึงผ้าคลุมที่เปียกชื้นออกให้

      “นิดหน่อยค่ะ กระท่อมของคุณพ่อพี่น่าอยู่จังเลยนะคะ เสียดายจังที่ปล่อยทิ้งไว้ร้างอย่างนี้” เธอเอ่ยพร้อมทั้งกราดสายตามองภายในเรือนหลังน้อย ที่ได้รับการดูแลไว้เป็นอย่างดี

      “หลังจากที่พ่อเสียไม่นาน พี่พลอยก็ให้พี่มาตบแต่งที่นี่ใหม่ และให้คนงานดูแลทำความสะอาดไว้ เพราะเราสองคนพี่น้องรู้ว่าท่านรักและผูกพันกับที่นี่มาตลอดชีวิต เราอยากเก็บที่นี่ไว้เป็นความทรงจำน่ะ”

      อนิรุทธ์พาหญิงสาวเดินเข้าไปสำรวจภายในเรือนไม้ฝาไม้กระดาน หลังคามุงจาก ที่ทุกอย่างยังคงความเป็นระเบียบสะอาดสะอ้าน เขาเดินไปหยิบท่อนไม้ซึ่งวางพิงฝา ใช้มันดันแผงไม้ออกไปและใช้ไม้นั้นค้ำไว้ ทำให้มองออกไปเห็นทุ่งดอกทิวลิปแสนสวย หญิงสาววิ่งไปยืนมองความงดงามที่หน้าต่าง ด้วยสีหน้าตื่นเต้นและชอบอกชอบใจกระท่อมหลังน้อย ที่ปลูกอยู่ท่ามกลางไร่ มีฉากภูเขาสีเขียวที่ยังมีหมอกบางๆลอยอ้อยอิ่ง ในขณะที่ฝนโปรยสายลงมาบนทุ่งดอกไม้ อากาศที่เมื่อครู่สว่างไสว ค่อยๆหม่นมัวลง

      “ที่นี่งดงามเหมือนกระท่อมในภาพวาดเลยนะคะ ดูทิวทัศน์ข้างนอกสิคะสวยเหลือเกิน ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากมากเลยค่ะ ปัทหลงรักธรรมชาติที่นี่จริงๆ สักวันหนึ่งถ้าปัทมีโอกาสได้อยู่ที่เมืองไทย ปัทจะต้องหาที่ดินแบบนี้แล้วทำความฝันให้เป็นจริงให้ได้ ปัทอาจจะปลูกรีสอร์ตให้นักท่องเที่ยวเช่าก็ได้นะคะ”   

      “ใช่จ้ะ บรรยากาศแบบนี้ที่คนเมืองอยากมาสัมผัส แต่คนพื้นที่ซึ่งเห็นจนชินตา ซึ่งพวกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามันงดงามอะไรนัก และกลับอยากจะเห็นบรรยากาศในกรุงเสียมากกว่า คนที่นี่อยากไปนั่งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน อยากไปเห็นตึกรามบ้านช่องสูงๆด้วยตาตัวเองกันทั้งนั้นแหละ แต่พี่ก็ดีใจนะที่ปัทรักธรรมชาติและชอบที่นี่ ” เขาเอ่ยและกอดเธอไว้จากทางด้านหลัง ในขณะที่ฝนเริ่มเทลงมาอย่างหนัก ทำให้ละอองฝนสาดเข้ามา

      “พี่รุทธ์คะฝนตกหนักจังเลยค่ะ”

      “หวังว่าปัทคงจะไม่เกลียดฝนหรอกนะ เพราะเกษตรกรอย่างพี่รักฝนและต้องการมันมาก ชีวิตเราขึ้นอยู่กับสายฝนจ้ะ และปัทก็เหมือนสายฝนที่หลั่งลงมาชโลมใจ ที่กำลังแห้งผากของพี่”

      “แหม...วกมาเข้าเรื่องเก่งจังเลยนะคะ ” ปัทมาวดีหันมาเอ่ย และถูกรวบกายเข้ามากอดไว้

      เสียงดังจากฝนที่ถล่มลงบนหลังคาจาก และอากาศภายนอกที่มืดครึ้ม ทำให้ภายในกระท่อมหนาวเย็นไปด้วย อ้อมแขนของชายหนุ่มกระชับร่างบางเข้ามาแนบกาย ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยสายตาหวาดหวั่นน้อยๆ และทำให้ชายหนุ่มจดริมฝีปากลงบนดวงตาคู่งาม ค่อยๆประคองเธอให้นั่งลงบนพื้นกระดาน ชีวิตที่ต่างก็อ้างว้างได้อิงแอบแนบกันไว้

      “ต่อไปนี้ปัทไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกนะ เพราะที่นี่ก็จะเป็นของปัท เราจะแต่งงานกันและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะต่อสู้อุปสรรคทุกอย่างไปด้วยกัน ขอเพียงปัทอย่าเปลี่ยนใจทิ้งพี่ให้อยู่ที่นี่คนเดียวก็พอ” เสียงเว้าวอนจากชายหนุ่มเอ่ยคลอเคลียอยู่ที่ริมแก้ม

      “ชีวิตปัทเหมือนเดินอยู่บนโลกร้าง ที่เหลียวไปทางไหนก็พบแต่ความว่างเปล่า ไม่ว่าจะอยู่ที่เมืองไทยหรือกลับไปอเมริกา ปัทต่างหากที่ต้องกลัวว่าพี่จะทิ้งปัทมากกว่าค่ะ”

     “อย่าคิดอย่างนั้นเป็นอันขาดนะคนดี เราต้องเป็นกำลังใจให้กันและกัน ร่วมกันสร้างฝันให้เป็นจริงสิจ๊ะ”

      “ปัทอาจจะรู้สึกเสมอว่าเมืองไทย เป็นแค่ที่เกิดและที่นี่ปัทไม่มีใครเลย”

      “ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ อย่างน้อยที่ผ่านมาปัทก็ยังมีคุณพ่อนี่”

      “ปัทเคยคิดเคยคุยกับเพื่อนๆว่าปัทมีคุณพ่ออยู่ที่เมืองไทย แต่หลังจากที่ปัทโดนขอร้องให้แต่งงานกับนายสาโรจน์ทำให้ปัทหมดสิ้นความรู้สึกดีๆไปหมด เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ปัทรู้แล้วว่าคุณพ่อไม่รักปัท และชีวิตปัทไม่เหลือใครเลย ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเครือ น้ำตารื้นขึ้นกลบตาด้วยความสะเทือนใจ

      “อย่าเสียใจสิปัท การทำความดีทดแทนบุญคุณท่าน เป็นสิ่งที่ปัทควรภูมิใจ พี่เชื่อว่าท่านคงจำเป็นมาก และอาจจะหาทางออกไว้ให้ปัทไว้บ้างก็ได้ เพียงแต่ท่านยังไม่มีโอกาสบอก”

      “ช่างมันเถอะค่ะ คิดแล้วก็เศร้าเปล่าๆ เพราะตั้งแต่มาถึงเมืองไทยและปัทรู้ว่าจะต้องแต่งงานกับคนแปลกหน้า ปัทก็คิดจนสมองแทบระเบิด แต่มันก็เป็นความคิดที่เหมือนพายเรือในอ่าง ปัทรู้ว่าถ้าตัดสินใจช่วยคุณพ่อ ปัทก็คงตกอยู่ในภาวะจำยอมไปตลอดชีวิต แต่ถ้าไม่ช่วยก็ต้องทนเห็นท่านหมดตัวล้มละลาย ไม่มีแม้บ้านจะอยู่ ซึ่งปัทก็ทนเห็นแบบนั้นไม่ได้ เรียกว่าปัทไม่มีทางเลือกอะไรเลย” เธอเอ่ยบอกความรู้สึกที่เก็บกด

      “ชะตาชีวิตมนุษย์ทุกคนผกผันได้เสมอแหละ เพียงแต่เราต้องตั้งรับมันอย่างมีสติให้ได้เท่านั้น พี่ดีหน่อยตรงที่มีสาวที่แสนดีคอยสอนบ้างด่าบ้าง ซึ่งบางครั้งพี่ก็โกรธแต่มันก็เป็นจริงอย่างที่แกบอกทุกอย่าง ”

     “บางครั้งชีวิตที่หักเหอย่างรุนแรง ก็ทำให้เราตั้งรับไม่ทันนะคะ  เอิ่ม...แต่ในอนาคตปัทก็คงต้องกลับไปอเมริกาก่อน เพราะบ้านที่โน่นก็ไม่มีคนอยู่ และยังไม่ได้จัดการอะไรอีกหลายอย่าง คิดแล้วก็เป็นห่วงบ้านมากเลยค่ะ แต่ปัทก็ยังมืดมนมองไม่เห็นทางออกอะไรเลย”

     “ถ้าปัทไว้วางใจในตัวพี่ พี่จะไปอเมริกากับปัทด้วย พี่เป็นห่วงปัทมากนะ และไม่อยากให้ปัทคิดว่าปัทตัวคนเดียวในโลก นับจากนี้ไปชีวิตของปัทมีพี่ด้วยอีกคน พี่จะเป็นคนปกป้องและยืนอยู่เคียงข้างปัท เราจะหาทางออกด้วยกันจ้ะ” อนิรุทธ์เอ่ยพร้อมทั้งจดจูบลงบนหน้าผากโค้งมนเบาๆ

      หญิงสาวเงยมองหน้าชายหนุ่มพร้อมทั้งน้ำตาที่รินพรากลง ริมฝีปากสั่นระริกของเธอ ทำให้ชายหนุ่มนึกเวทนานัก เขาปาดน้ำตาบนแก้มให้

     “ปัทหวังว่าพี่คงไม่คิดใช้ปัท เป็นแค่เครื่องมือแก้แค้นผู้หญิงคนนั้นหรอกนะคะ”เธอเอ่ยแล้วมองหน้าเขานิ่งๆเหมือนดังจะค้นหาความรู้สึกที่ตนเองหวาดหวั่น

     “ปัท..พี่ไม่เลวร้ายขนาดที่จะทำร้ายปัทได้หรอกนะ และพี่ก็ไม่ได้แค้นเขา บางอย่างที่พี่ตอบโต้กลับไปบ้าง ก็เพียงแต่อยากให้เขาเห็นว่า คนอย่างพี่ก็ยังพอมีความหมายกับใครบางคน มันก็แค่นั้นอย่าระแวงพี่เลยนะ พี่ไม่ได้เป็นคนที่มีอารมณ์ซับซ้อนอะไรหรอก”

     “ปัทเพียงแต่หวาดหวั่น เพราะปัทไม่เคยสมหวังกับอะไรเลยสักอย่าง ทำให้ปัทกลัวความผิดหวังมากค่ะ”

     “ปัท..พี่เข้าใจความรู้สึกของปัทดีจ้ะ ซึ่งความจริงแล้วพี่ควรกลัวปัทหนีพี่ไปมากกว่านะ”

      “นกตัวน้อยๆอย่างปัท ขอเพียงมีรังเล็กๆอยู่ใต้ร่มเงาไม้ที่อบอุ่น ก็เพียงพอแล้วละค่ะ”


*มาติดตามตอนหน้า ความอบอุ่นท่ามกลางความเหน็บหนาว กันค่ะ* 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #38 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 13:21
    ปัทคงจะเหงามากๆ
    #38
    0