(จบแล้ว)-ไอ้จืดแฟนผม-MarkBam

ตอนที่ 45 : -43- ฆาตกรตัวจริง! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59








“อย่าลืมมารับผมนะ” ไอ้แว่นกำลังลงจากรถ ผมมาส่งมันถึงห้างสรรพสินค้าสถานที่ที่นัดหมายกับเจนไว้



“รู้แล้วน่า”



“ห้ามลืมนะ” จากที่ไม่ลืมผมจะทำเป็นแกล้งลืมเพราะมันไม่ยอมลงรถไปสักทีนี่ล่ะ



“ถ้ากูลืมมึงก็นั่งแท็กซี่ไปหากูที่คอนโดแล้วกัน” ยื่นคีย์การ์ดพร้อมกับกุญแจส่งให้มัน อันที่จริงตั้งใจจะให้มันเก็บเอาไว้นั่นล่ะแต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ให้มันเลยสักที



“ฮื่อ ถ้าลืมผมจะโกรธ!” มันทำหน้างอแต่ก็ยอมรับของที่ผมยื่นให้เก็บใส่ไว้ในกระเป๋า



“เออไม่ลืมหรอกน่า มึงนี่ลีลาจังนะจะไปก็รีบๆเลยกูจะได้ไปทำธุระต่อ” ผมอยากไปหาแม่ใจจะขาดอยู่แล้ว ..



“ไล่จังเลยนะ ไปก็ได้ไว้จะโทรหานะฮะ” มันลงจากรถไปแล้ว ผมนั่งมองจนมันหายลับไปจากสายตาถึงได้ขับรถออกมาจากห้าง ในใจนึกรังเกียจที่ต้องพาตัวเองกลับเข้าไปเหยียบที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง บ้านที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของแม่ผมแต่ในเวลานี้กลับมีผู้หญิงไร้ยางอายเสนอหน้าพาตัวเองและลูกชายเข้าไปอยู่ที่นั่นได้อย่างหน้าด้านๆ ยิ่งคิดผมก็ยิ่งเจ็บใจคิดอยากจะไล่มันสองแม่ลูกออกไปจากบ้านแม่ของผม แต่เพราะผมรู้ดีว่าไม่มีทางที่ผมจะทำแบบนั้นได้คนที่มีอภิสิทธิ์ไล่พวกมันไปมีแค่พ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น



นั่งมองบ้านที่ผมเคยใช้ชีวิตกับครอบครัวที่เคยอบอุ่นในอดีต หากว่าแม่ของผมยังอยู่ป่านนี้พื้นที่ด้านข้างคงถูกปกคลุมไปด้วยสวนดอกไม้ที่แม่ชอบใช้เวลาว่างคลุกคลีอยู่กับพวกมัน คงมีภาพของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ที่ผูกเชือกกับกิ่งไม้ใหญ่ทางด้านนั้น กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธ์คงทำให้ริมฝีปากของแม่มีแต่รอยยิ้มพร้อมกับดวงตาอ่อนโยนที่แม่ใช้ทอดมองพวกมันด้วยความหลงไหล



ผมลงจากรถ ลากเท้าผ่านพื้นที่ถูกปูด้วยไม้เทียมลัดสนามหญ้าจากบริเวณลานจอดรถเข้ามาถึงตัวบ้าน ผมหลับตาลงเห็นภาพเด็กชายตัวเล็กๆวิ่งวุ่นอยู่ในห้องโถงใหญ่ น้ำเสียงดุๆที่ไม่ว่าจะได้ยินมันสักกี่ครั้งก็ไม่เคยทำให้เจ้าเด็กตัวแสบคนนั้นหยุดซนสักทีกำลังร้องเรียกให้ลูกชายหยุดวิ่งเพื่อที่จะถูกจับไปแก้ผ้าอาบน้ำแล้วลงมารอพ่อกลับมากินข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างเช่นทุกวัน



“คุณมาร์คคะ! นั่นคุณมาร์คใช่ไหมคะ?” เสียงเรียกจากแม่บ้านคนเก่าคนแก่ทำให้ผมลืมตาขึ้นเพื่อมองร่างของหญิงชรากำลังเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางเร่งรีบ



“นม!”



“คุณมาร์คโตขึ้นมากเลยนะคะ หล่อขึ้นมากด้วยเหมือนกัน นมเกือบจำไม่ได้เลยล่ะค่ะ” หญิงชราคือแม่บ้านสูงอายุที่คอยช่วยแม่เลี้ยงผมมาตั้งแต่แรกเกิด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยเผยรอยยิ้มกว้างทันทีที่เธอเดินเข้ามาถึงตัวผม



“ทำไมนมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ .. ไหนยายบอกว่านมลาออกกลับไปอยู่ที่บ้านตั้งแต่ก่อนที่แม่จะเสียแล้วไม่ใช่หรอครับ?” นมเป็นผู้หญิงอีกคนที่เกือบจะหายไปจากความทรงจำของผม ผมจำได้ว่านมย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านตั้งแต่ผมยังมีอายุได้เพียงแปดขวบ ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าการกลับบ้านมาในวันนี้ของผมจะทำให้ผมได้เจอบุคคลสำคัญอีกหนึ่งคนที่มีความสำคัญกับชีวิตของผมไม่แพ้แม่และยายเลย



“นมกลับมาอยู่กับลูกสาวค่ะคุณ นมแก่แล้วอยู่บ้านคนเดียวลูกๆก็อดเป็นห่วงไม่ได้ก็เลยให้นมย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ด้วยกันเสียเลย ต้องขอบคุณคุณท่านที่ยังเมตตาคนแก่ๆอย่างนมให้ได้อาศัยบุญให้ข้าวให้น้ำให้ที่ซุกหัวนอน” นมจับมือผมไว้แน่นพลางลูบมันไปมาพร้อมกับทอดมองผมด้วยแววตาเอ็นดู



“ครับ นมไปพักเถอะครับเดี๋ยวผมจะขึ้นไปทำธุระบนห้องนอนของแม่สักหน่อย คงไม่รบกวนนม”



“พูดถึงคุณหญิงท่าน .. นมคิดถึงเธอเหลือเกิน ไม่คิดว่าคนสาวๆสวยๆอย่างเธอจะมาด่วนจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย” ดวงตาของนมเต็มไปด้วยความโศกเศร้ายามที่พูดถึงแม่



“นั่นสิครับผมเองก็คิดเหมือนนม” คนที่ควรจะตายจากโลกใบนี้ไปไม่ควรจะเป็นแม่ของผมเลยด้วยซ้ำ ทำไมคนที่มันทำผิดบาปต่อครอบครัวของคนอื่นถึงไม่มีจุดจบของชีวิตแทนที่แม่ของผมไปกันนะ .. ผู้หญิงคนนั้น คนที่เข้ามาสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวของเราต้องกลายเป็นแบบนี้



“พานมไปด้วยได้ไหมคะ นมเองตั้งแต่กลับมาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยได้เฉียดกายเข้าไปใกล้ห้องนอนของคุณหญิงเธอเลยสักครั้งค่ะ” คำพูดของนมทำผมนึกแปลกใจ



“ทำไมล่ะครับ?” เพราะพ่อไม่ยอมให้ใครย่างกายเข้าไปที่นั่น หรือเพราะสาเหตุอะไรที่ทำให้นมไม่สามารถพาตัวเองเข้าไปใกล้ห้องนอนของแม่ได้



“ภรรยาของคุณท่านเธอสั่งไว้ค่ะ” นมพูดเสียงเบาจนคล้ายเป็นเสียงกระซิบ ผมบีบมือนมไว้แน่นผ่อนลมหายใจหอบหนักเข้าออกด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจ



“ไปสิครับ ไปหาเหตุผลที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมให้นมเข้าไปใกล้ห้องนอนของแม่ด้วยกัน”




ผมขึ้นมาบนชั้นสอง ยืนอยู่หน้าห้องนอนของแม่ที่ถูกล็อคเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยแม่กุญแจตัวใหญ่ ผมเรียกหาคนในบ้านเพื่อที่จะขอกุญแจไขมันเข้าไป แต่แปลกที่ไม่มีใครมีลูกกุญแจที่จะสามารถปลดล็อคมันเข้าไปด้านในแม้แต่คนเดียว



“ในนั้นมันมีความลับอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้ปิดตายไม่ยอมให้ใครเข้าไปข้างใน” ผมใคร่ครวญกับความคิดของตัวเอง คนที่จะมีกุญแจดอกนั้นได้ถ้าไม่ใช่พ่อ .. ก็ต้องเป็นผู้หญิงคนนั้นที่สั่งห้ามทุกคนไม่ให้เฉียดกายเข้าใกล้ห้องนอนของแม่



“กุญแจดอกนั้นมันอยู่ที่ไหน?” ผมโทรไปหาพ่อที่ตอนนี้คงทำงานอยู่ต่างประเทศ เลขาของพ่อเป็นคนรับสายก่อนจะส่งต่อสายโทรศัพท์จากผมไปที่พ่อที่คงกำลังวุ่นวายอยู่กับงาน



(กุญแจอะไรหรอมาร์ค?) พ่อถามกลับมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ



“กุญแจที่ล็อคประตูห้องนอนของแม่ไว้ยังไงล่ะ พ่อมีมันหรือเปล่า?” ห้องนอนของแม่เป็นห้องนอนที่อยู่ด้านริมสุด ไม่ใช่ห้องนอนใหญ่แต่เป็นห้องนอนที่เล็กที่สุดภายในตัวบ้าน แม่ชอบห้องนี้เพราะมันสามารถเปิดหน้าต่างออกไปรับลมและกลิ่นหอมของดอกไม้จากสวนได้ มันต้องเดินผ่านสะพานเพื่อที่จะข้ามมายังห้องนอนของแม่เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครเดินผ่านหน้าห้องนอนของแม่แน่ๆหากเจ้าตัวไม่ได้มีความประสงค์ที่จะมาห้องนี้โดยตรงเหมือนอย่างที่ผมตั้งใจจะเข้าไปในห้องนอนของแม่



(อืม ตั้งแต่วันที่แม่เราเสียพ่อก็ไม่เคยเข้าไปในห้องนั้นอีกเลย ลองถามคนในบ้านดูหรือยังลูก?) ตั้งแต่วันที่แม่จากไป .. พ่อก็ไม่เคยคิดอาลัยอาวรณ์แม่โดยการคิดจะเข้าไประลึกถึงอดีตที่เคยมีร่วมกันกับภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของตัวเองเลยสินะ หึ นี่หรอวะผู้ชายที่แม่บูชาความรักให้ด้วยความตาย



“ไม่มีใครมีมันทั้งนั้น ถ้าพ่อไม่มีงั้นก็คงเป็นนังแพศยาคนนั้นสินะที่มี!” ผมคำรามใส่โทรศัพท์ ฝ่ามือกำเข้าหากันแน่นด้วยพายุอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่กำลังถาโถมอยู่ในหัวใจ



(มาร์ค อย่างน้อยลูกก็ควรให้เกียรติคุณน้าเขาบ้าง ..) ผมไม่อยากฟังคำพูดที่ดีแต่สั่งสอนให้ผมเคารพและยอมรับในตัวของนังผู้หญิงระยำนั่น โทรศัพท์ที่กำลังถูกผมพาลใส่ด้วยการปามันอัดเข้ากำแพง



“โว๊ย! นังสารเลวแกหายหัวไปอยู่ที่ไหน!!” ผมคำรามเรียกผู้หญิงสารเลวคนนั้นออกมา ต่อให้มันจะแอบหดหัวอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของบ้านผมก็จะตามไปลากคอมันมาเปิดประตูห้องนอนของแม่ให้ได้ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีโหดร้ายป่าเถื่อนกับมันสักแค่ไหน



ผมเกลียดมัน! เกลียดที่มันเข้ามาในชีวิตครอบครัวของคนอื่น เกลียดที่มันทำให้ครอบครัวที่แสนอบอุ่นในอดีตครอบครัวหนึ่งต้องแยกออกจากกัน เกลียดที่มันสร้างปมด้อยและบาดแผลเรื่องครอบครัวให้กับเด็กชายวัยสิบขวบในวันนั้น เกลียด .. ที่มันทำตัวใสซื่อ อ่อนต่อโลกทั้งที่สันดานอันแท้จริงของมันก็คือผู้หญิงสารเลว ทำเรื่องระยำในคราบของหญิงสาวแสนบอบบางใสซื่อบริสุทธิ์ ผมเกลียด .. เกลียดจนอยากให้มันกลายคนที่สมควรตายไปจากโลกใบนี้แทนที่แม่ของผมเลยด้วยซ้ำ!



“คุณมาร์คคะคุณมาร์ค ใจเย็นๆนะคะ ใจเย็นๆค่ะ” ผมถูกนมเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ผมหอบหายใจอย่างหนักเพราะอารมณ์โกรธแค้นที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วทั้งตัวกำลังรุกรานเข้ามาอย่างหนัก



“นม! นมรู้อะไรบ้าง เล่ามันออกมาให้หมด!” ในเมื่อผมเข้าไปด้านในไม่ได้ ผมก็จะบีบคอคนที่รู้เรื่องนี้ให้คลายความลับนั้นออกมาให้หมดปาก นมต้องรู้! หญิงชราคนนี้ต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่แม่จะฆ่าตัวตายแน่ๆ ไอ้ยูคมันเกิดทีหลังผมได้เพียงไม่กี่ปีนั่นแสดงว่าพ่อแอบลักลอบได้เสียกับนังผู้หญิงสารเลวคนในช่วงเวลาที่ผมยังมีอายุไม่ถึงสามขวบ พ่อทำมันได้ยังไง เขาทำร้ายภรรยาและเด็กตัวเล็กๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างผมได้ลงคอได้ยังไงกัน!



“คุณมาร์คคะ สงบสติอารมณ์ก่อนนะคะ” นมมีท่าทีหวาดกลัวผม แน่นอนว่าผมในอารมณ์นี้คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้สักเท่าไหร่ ผมสูดหายใจพยายามระงับความโกรธเกลียดในกายที่เดือดพล่าน ผมถูกพามานั่งที่โต๊ะไม้ตรงระเบียงหน้าห้องนอนของแม่ด้วยฝีมือของหญิงชรา ฝ่ามือหยาบย่นคู่นั่นลูบฝ่ามือของผมให้ผ่อนคลายและพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา



“นม! แม่ไปแย่งพ่อมาจากใครจริงหรือเปล่า!? มันไม่ใช่จริงไหมครับ บอกผมมาสิว่ามันไม่จริง!” ผมอยากได้ยิน อยากได้ยินคำตอบว่าแม่ของผมไม่ได้เป็นคนไปแย่งพ่อมาจากใคร



“โถ่ คุณมาร์คทำไมคิดอย่างนั้นล่ะคะ .. คุณหญิงเธอจะไปแย่งคุณท่านมาจากใครได้” คำตอบของนมยังไม่ทำให้ผมปักใจเชื่อสักเท่าไหร่ว่าข่าวลือที่แม่ไปแย่งพ่อมาจากใครนั้นมันไม่ใช่ความจริง



“แล้วทำไมถึงมีจดหมายที่บอกว่าแม่ฆ่าตัวตายเพราะทนกับความรู้สึกผิดบาปที่ไปแย่งสามีจากคนอื่นมาไม่ได้ออกมาล่ะครับ” ผมรู้สึกสับสนไปหมด อะไรกันแน่ที่คือความจริง



“เรื่องนั้นนมเองก็ไม่รู้ค่ะ นมเพิ่งจะได้เห็นเนื้อความในจดหมายฉบับนั้นก็ตอนที่มีหนังสือพิมพ์นำไปลงนั่นล่ะค่ะ”



“...” ข้อความในจดหมายนั่นมันถูกนำไปลงในหนังสือพิมพ์ อย่างนั้นก็แสดงว่า .. ถ้าผมหาหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเกี่ยวกับการตายของแม่เมื่อสิบกว่าปีก่อนเจอ ผมก็จะได้รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นมันเขียนไว้ว่ายังไง



“ส่วนเรื่องราวลึกๆที่ทำให้คุณหญิงเธอฆ่าตัวตายนมไม่รู้จริงๆค่ะว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่” ผมกำลังขบคิดวิธีที่ผมจะสามารถสืบหาความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนที่แม่จะตาย ในเมื่อทั้งยาย พ่อและแม่นมไม่สามารถให้คำตอบทั้งหมดกับผมได้ก็คงจะมีคนเดียวที่มันจะสามารถบอกความจริงที่เกิดขึ้นนี้กับผมได้ .. นังผู้หญิงแพศยาคนนั้น!



“นมกลับไปพักผ่อนเถอะนะครับ ขอโทษที่ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จนทำให้นมต้องตกใจ”



“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นมแค่รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่เด็กเรียบร้อยๆอย่างคุณหนูของนมโตขึ้นมาเป็นคนเลือดร้อนได้ถึงขนาดนี้” รอยยิ้มของนมถูกระบายผ่านริมฝีปาก



“ผมลงไปส่งนะครับ” จะได้ไปลากคอนังสารเลวนั่นมาเค้นคอถามความจริงทั้งหมดนี้ด้วยเลยทีเดียว!



ผมเดินลงมาส่งหญิงชราถึงหน้าบ้านพักก่อนจะกลับเข้ามาในตัวบ้านใหญ่อีกครั้ง ผมเดินหาผู้หญิงสารเลวคนนั้นไปทั่วทั้งบ้าน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าผมจะหามันเจอ



“ถ้าพังประตูเข้าไปล่ะวะ!” ผมพูดกับตัวเองก่อนจะเดินผ่านสะพานข้ามมายังห้องนอนของแม่อีกครั้ง สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าสร้างความตกตะลึงได้ไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อประตูที่ถูกล็อคไว้ด้วยแม่กุญแจอย่างแน่นหนาในตอนนี้มันถูกกลับไขออกไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดไม่สนิท



ผมผลักประตูเข้ามาในห้องนอนของแม่อย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่ามันจะถูกใครมาล็อคมันไว้อีกครั้ง หยุดหอบหายใจกลางห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นจับตัวแน่นขนัด ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นถูกคลุมไว้ด้วยผ้าขาวที่ถูกฝุ่นจับเป็นก้อนสีเทา



ผมค่อยๆเปิดผ้าที่คลุมเตียงนอนของแม่ออกอย่างช้าๆ ผมคิดถึงแม่ .. คิดถึงจนแทบจะขาดใจ คิดถึงอ้อมกอดแสนอบอุ่น คิดถึงเสียงร้องเพลงกล่อมนอน คิดถึงเสียงหวานๆที่คอยเล่านิทานให้ผมฟังเวลาที่ผมนอนไม่หลับ ผมคิดถึงน้ำเสียงดุๆของแม่ที่ชอบดุผมเวลาที่ผมแอบเล่นซนเข้ามาซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงหลังนี้ให้แม่ต้องคอยตามหา



ริมฝีปากของผมบิดรอยยิ้มขึ้นมาได้ไม่ยาก เมื่อหยิบรูปถ่ายบนหัวเตียงลงมาดูมันด้วยสายตาอีกครั้ง หญิงสาวคนสวยในภาพที่กำลังอุ้มเด็กชายตัวเล็กๆไว้แนบอก รอยยิ้มที่ส่งผ่านเข้าเลนส์กล้องให้ช่างภาพได้ลั่นมือถ่าย พร้อมคำบรรยายที่เขียนบนพื้นที่ว่าง ‘หนูคือรอยยิ้มของแม่’ ทำเอาทำนบน้ำตาของผมไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก



“แม่ก็คือรอยยิ้มของผม” ถ้าวันนี้แม่ยังอยู่แม่คงได้ยินมันด้วยหูของแม่เอง ผมจะพูดให้แม่ฟังว่าแม่เป็นรอยยิ้ม เป็นความสุข และเป็นนางฟ้าคนสวยของผม



ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมรื้อมันออกมาดู ผมเอนแผ่นหลังติดกับหัวเตียงพร้อมกับนั่งชันเข่าข้างหนึ่งอีกข้างเหยียดไปด้านหน้ากล่องเหล็กที่ขึ้นสนิมถูกวางอยู่บนหน้าตัก ผมเปิดฝาครอบที่ฝืดเคืองของมันออกมา ด้านในเต็มไปด้วยรูปถ่ายที่มีแต่ความทรงจำของแม่ รูปถ่ายของแม่ที่บางภาพก็เหมือนคนถูกตากล้องแอบถ่าย มีรูปของพ่อกับแม่ที่แบล็คการ์วคือสถานที่ต่างๆในต่างประเทศ พวกมันถูกเก็บเอาไว้พร้อมกับคำบรรยายสั้นๆที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษด้านหลังอธิบายว่าแต่ละภาพมันมีเรื่องราวอะไรอยู่นั้น



‘คุณบอกให้ฉันเลิกแจกยิ้มไปทั่ว ฉันก็เลยทำหน้าบึ้งซะเลย’



“หึ” ผมหัวเราะให้กับข้อความสั้นๆด้านหลังภาพถ่าย แม่กำลังทำหน้าบึ้งแต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆบนมุมปาก



‘Happy anniversary 7 years.’ เป็นภาพดอกยิปโซช่อใหญ่ มีกระดาษการ์ดเล็กๆแนบอยู่ด้านล่าง



Will you marry me?’ มันถูกเขียนอยู่ด้านหลังของภาพถ่ายแหวนสองวงที่วางอยู่ด้วยกัน

ภาพนั้นมันทำน้ำตาของผมไหล ถ้าพ่อรักแม่ .. แล้วทำไมพ่อถึงกล้าทำร้ายแม่ด้วยการทำลายผู้หญิงคนที่พ่อขอแต่งงานด้วยความรักได้ลงคอ



‘ลูกชายของเรา!’ ภาพอัลตร้าซาวน์ของผมที่ยังดูแทบไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเป็นเพศอะไร แต่แม่บรรยายมันไว้ด้วยข้อความสั้นๆว่าเด็กที่อยู่ในท้องของแม่คือเด็กผู้ชาย



ผมนั่งไล่ดูภาพถ่ายของแม่ทุกใบ บางครั้งก็เผลอหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทุกภาพที่แม่เก็บไว้ล้วนมีเรื่องราวที่บอกเล่าว่าในภาพนั้นมีอะไร จนกระทั่งภาพใบสุดท้ายถูกผมหยิบขึ้นมาจากกล่องเหล็ก ไดอารี่เล่มหนาขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของผมก็ถูกหยิบออกมาจากกล่องนั้น



ผมเปิดอ่านมันทีละหน้าอย่างช้าๆ ทุกตัวอักษรที่แม่เขียนลงไปล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แม่เริ่มเขียนไดอารี่ตั้งแต่วันแรกที่ผมเกิด แม่บอกเล่าถึงความสุขของตัวเองในวันที่มีครอบครัวของเรา จนกระทั่งความโศกเศร้าที่แม่เขียนมันลงไปด้วยความรู้เจ็บปวดที่ส่งผ่านออกมาจากตัวหนังสือ



‘ฉันทำกับข้าวรอคุณล่ะ แต่คุณบอกว่าติดประชุมวันนี้คงไม่กลับบ้าน’



‘วันนี้เป็นวันแรกที่มาร์คเรียกฉันว่าแม่ได้ล่ะ ดีใจแทบบ้า!’



‘มาร์คเรียกพ่อได้แล้วนะ คุณต้องกลับมาฟังนะคะ ฉันเชื่อว่าคุณจะต้องมีความสุขที่สุดเมื่อได้ยิน’



‘คุณหายไปไหน .. เกือบสองอาทิตย์แล้วนะที่คุณไม่กลับบ้าน ฉันคิดถึงคุณ แล้วคุณล่ะ ไม่คิดถึงฉันกับลูกบ้างหรือคะ?’



‘ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้คุณเปลี่ยนไป ถ้าฉันทำอะไรผิดไปจนทำให้คุณไม่พอใจ ได้โปรดบอกมันกับฉัน ..’



‘ฉันโทรหาคุณ ทุกครั้งเลขาคุณจะเป็นคนรับ แต่ทำไมวันนี้ถึงเป็นเสียงของผู้หญิงล่ะ?’



‘วันนี้คุณกลับมาบ้าน คุณคงเหนื่อยถึงได้ตวาดฉันเสียงดัง ฉันเข้าใจค่ะ ฉันไม่คิดโกรธคุณหรอก ครั้งหน้าฉันจะไม่ถามเซ้าซี้อีกแล้วว่าคุณหายไปไหนมา’



‘พักนี้คุณดูเหมือนจะสนิทกับเลขาคนใหม่นะคะ โทรไปหาดึกดื่นขนาดไหนเขาก็มักจะรับสายแทนคุณตลอดเลย’



‘ลูกไม่สบาย .. คุณติดงานฉันเข้าใจ เป็นครั้งแรกที่ลูกต้องนอนโรงพยาบาลฉันเป็นห่วงลูกจังเลยค่ะ คุณหมอบอกว่าอาการน่าเป็นห่วง’



‘ฉันพาลูกกลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว คุณน่าจะกลับมาดูลูกสักหน่อยนะคะ งานมันสำคัญกว่าฉันและลูกมากขนาดนั้นเลยหรอคะ’

ช่วงหลังๆคล้ายแม่จะเริ่มตัดพ้อพ่อมากขึ้นเรื่อยๆ วันที่เริ่มห่างหายไปนานจนกระทั่งผ่านไปเกือบสองปีแม่ถึงได้กลับมาเขียนไดอารี่อีกครั้ง



‘แม้หลายๆอย่างจะเปลี่ยนไป แต่ฉันยังเหมือนเดิมเสมอ ..’ ผมเริ่มขมวดคิ้ว เปิดอ่านหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว แม่เริ่มระบายความอัดอั้นตันใจลงในไดอารี่อย่างหนัก จับใจความได้ว่าแม่ไปหาพ่อที่บริษัทและพบว่าพ่ออยู่กับผู้หญิงคนอื่น น่าเสียดายที่หน้าสุดท้ายของมันจบลงด้วยข้อความว่า



‘ฉันทำอะไรผิดหรือคะ’ ผมมั่นใจว่ามันจะต้องมีเล่มอื่นที่ไม่ได้ถูกเก็บไว้ด้วยกัน ผมขยับตัวก้าวขาลงจากเตียงเริ่มค้นห้องนอนของแม่อีกครั้ง รื้อตู้หนังสือของแม่ลงมาเมื่อค้นบนหัวเตียงแล้วพบแต่ความว่างเปล่า




พลั่วะ!



“อึ่ก!” ศรีษะถูกของแข็งกระแทกเข้าอย่างหนัก ร่างของผมทรุดลงพร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ไหลลงมาราวกับก็อกแตก ผมมองกองเลือดของตัวเองที่หยดลงสู่พื้น มันไหลลงมารวดเร็วอย่างน่ากลัว ผมฟุบหน้าลงกับพื้นสูดกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นเหียนเข้าไปเต็มปอดก่อนที่ของแข็งหนักๆนั้นจะถูกฟาดลงมาที่หัวของผมอีกครั้ง ..

ร่างของผู้ประทุษร้ายปรากฏตัวขึ้นอยู่ตรงหน้า



“แกมันแส่!” เสียงคำรามหวีดแหลมดังขึ้นพร้อมกับร่างของมันก้าวเข้ามาประชิดตัวผมหวังจะเหวี่ยงโคมไฟในมือนั่นลงมาที่หัวของผมอีกครั้ง



“ชิท!” ผมกลิ้งตัวหลบโคมไฟที่กำลังถูกฟาดลงมา แก้วที่ถูกหลมขึ้นเป็นโคมไฟอย่างดีกระแทกเข้ากับพื้นกระเบื้องส่งเสียงแตกร้าวดังสนั่นไปทั่วไปห้องที่ประตูถูกปิดลง ถ้าไม่มีใครข้ามสะพานนั่นมาทางนี้ก็จะไม่มีใครรับรู้เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนี้ได้อย่างแน่นอน



“ระยำ!” ผมลุกขึ้นยืนทั้งที่ร่างกายเซถลาด้วยจากพิษบาดแผลที่สร้างความเจ็บปวดให้กับผม



“แกกลับมาที่นี่อีกทำไม!” ใบหน้าที่เคยเสแสร้งแกล้งใสซื่อเสียจนใครๆต่างพากันหลงเชื่อเริ่มบิดเบี้ยว มือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดของผมกำโคมไฟในมือของตัวเองไว้แน่นชูขึ้นมชี้หน้าผมด้วยความสั่นเทา



“เผยสันดานที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้แล้วหรือไง!” ผมแค่นยิ้มมองมันด้วยสายตาเหยียดหยัน นี่สินะธาตุแท้ของมันที่เก็บซ่อนเอาไว้มาสิบกว่าปีในที่สุดก็เผยออกมาจนได้



“กะ .. แกคิดจะขุดอดีตที่มันผ่านมาแล้วขึ้นมาทำไมอีก!” ดวงตาสั่นระริกที่กำลังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่ผู้หญิงคนนี้กำลังมี



“นี่มันบ้านของแม่ฉัน ฉันมีสิทธิ์จะมาหรือจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันจะเดินเข้าเดินออกทุกซอกทุกมุมในบ้านหลังนี้แม้กระทั่งห้องนอนของแกกับพ่อก็ยังได้เลย เพราะนี่มันคือบ้านของแม่ฉัน! ไม่ใช่บ้านของพวกแกสองแม่ลูก!” ผมปล่อยให้พวกมันได้ใช้ชีวิตกินอยู่สุขสบายในบ้านของแม่ผมมานานแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะต้องทวงกรรมสิทธิ์ของผมในฐานะทายาทเจ้าของที่แท้จริงเสียที



“หึ .. ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆๆ แกคิดว่าพ่อแกจะกล้าไล่ฉันกับลูกออกไปอยู่ที่อื่นอย่างนั้นหรอ .. โถ เด็กน้อยเธอคงไม่รู้อะไรซะแล้วสินะ ว่าบ้านหลังนี้พ่อของเธอเขายกให้ลูกชายฉันที่เกิดกับเขา ไม่ใช่แก! ไอ้เด็กที่ไม่มีใครต้องการแม้กระทั่งแม่แกยังฆ่าตัวตายหนีแกไป พ่อแกก็ไม่ต้องการ แกถึงได้กลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่นเที่ยวเรียกร้องหาแม่แกที่ตายไปจากโลกใบนี้ไม่รู้จบรู้สิ้นแบบนี้ยังไงล่ะ!” คำพูดของมันเสียดแทงเข้ามาในใจของผมกรีดสะเก็ดแผลให้กลับมาช้ำหนองได้อีกครั้ง



“แกใช่ไหมที่เป็นผู้หญิงคนนั้นในไดอารี่ของแม่ฉัน!” นี่คือสิ่งที่ผมอยากรู้ว่ามันใช่ไหมที่เป็นคนแย่งพ่อไปจากแม่เป็นผู้หญิงคนนั้นในไดอารี่ของแม่ เป็นคนที่เข้ามาทำลายครอบครัวของคนอื่นได้อย่างหน้าด้านๆ



“ไดอารี่ .. ไดอารี่อะไร?!” มันกดสายตามองมือของผมที่ยังถือไดอารี่ของแม่เอาไว้แน่น มันคงไม่รู้ว่าแม่ได้เขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาลงในสมุดเล่มหนึ่ง และไดอารี่เล่มนี้ของแม่มันอาจจะมีความจริงบางอย่างซ่อนอยู่ถ้าหากว่าผมสามารถหาอีกเล่มหนึ่งเจอ ในนั้น .. จะต้องเขียนถึงความจริงว่าแม่ของผมฆ่าตัวตายหนีการทรยศจากสามีอันเป็นที่รักจริงๆหรือมีใคร .. จัดฉากว่าแม่ของผมฆ่าตัวตายกันแน่



“หลักฐานที่จะเอาไว้ใช้มัดตัวฆาตกรที่ฆ่าแม่ของฉันยังไงล่ะ!” ทั้งที่ความจริงแล้วผมยังไม่รู้ความจริงว่าตกลงแล้วแม่ของผมฆ่าตัวตายจริงๆหรือถูกใครฆ่าตายกันแน่ แต่พอเห็นความหวาดกลัวในแววตาของมันผมจึงสร้างเรื่องขึ้นมาว่าไดอารี่ของแม่บอกเล่าเหตุการณ์ก่อนที่แม่จะตายไว้

ท่าทีหวาดกลัว ตัวสั่นพร้อมกับดวงตาเบิกกว้างของมันทำให้ผมมั่นใจว่าแม่ของผมไม่ได้ผูกคอตายอย่างที่ผมเคยเชื่อมาตลอด มันจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่ผมอย่างแน่นอน เพียงแต่ผมยังไม่มีหลักฐานมากพอที่จะชี้ชัดว่ามันเป็นคนฆ่าแม่ของผม ..



เรื่องนี้จะต้องมีใครคอยช่วยมัน ในขณะที่มันเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง วันที่แม่ตายเป็นวันเกิดของไอ้ยูค มันสองแม่ลูกและพ่อของผมอยู่ฉลองวันเกิดกันที่ทะเลเพราะฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะลงมือฆ่าแม่ของผมด้วยตัวเอง ต้องมีใครอีกคนที่เป็นผู้ลงมือฆ่าและจัดฉากว่าแม่ของผมแขวนคอตายเพื่อที่จะไม่ให้สาวความผิดไปถึงตัวมันได้



“ฉัน .. ฉันไม่ได้ฆ่า” โคมไฟในมือของมันถูกปล่อยทิ้งล่วงหล่นลงสู่พื้น สองมือยกขึ้นจับหัวพึมพำว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ฆ่าแม่ของผม ร่างกายของมันสั่นเทาพร้อมกับฝ่าเท้าที่ค่อยๆชักเดินถอยหลัง สิ่งที่ผมอยากรู้ก็คือความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วใครที่เป็นคนลงมือฆ่าแม่ของผมได้อย่างเลือดเย็นถ้าไม่ใช่มัน



“แกฆ่าแม่ฉัน!” มันส่ายหัวน้ำตาคลอเบ้าค่อยๆไหลลงมา



“ฉันไม่ได้ฆ่า!” มันหวีดร้องเสียงแหลมปฏิเสธ “แม่แกมันฆ่าตัวตายเองฉันไม่ได้สั่งให้ใครฆ่ามัน!”



“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร?!” ถ้ามันไม่ใช่คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของแม่ มันคงไม่กลัวถึงขนาดเข้ามาทำร้ายผมถึงในห้องนอนของแม่ มันกำลังหวาดกลัวว่าความจริงจะถูกเปิดโปงขึ้น สุดท้ายหากมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่ ผมจะลากคอมันเข้าคุกด้วยมือของผมเอง



“อีแก่นั่น! อีแก่นั่นมันเป็นคนฆ่า! ไม่ใช่ฉัน!” เรียวคิ้วของผมขมวดเข้าหากัน อีแก่ที่มันหมายถึงคือใคร ยังมีใครอีกบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คำพูดของมันสร้างความสงสัยให้กับผมได้มากขึ้นเรื่อยๆ



“มันคือใคร? อีแก่ที่แกหมายถึงมันเป็นใคร?!” ผมเห็นเงาของใครบางคนเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอก ผมจะต้อนจนกว่ามันจะเผยความจริงออกมาทั้งหมด



“...” ดวงตาสั่นระริกของมันเหลือบขึ้นมองผม มันเหมือนคนกลัวความผิดในอดีตจะกลับมาทำร้ายมันในวันนี้



“ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร วางใจได้ ฉันจะเอาแค่คนที่เป็นฆาตกรตัวจริงเข้าคุกขอแค่แกบอกฉันมาว่าใครกันแน่ที่ฆ่าสแม่ของฉัน!”



“แล้วฉันจะเชื่อแกได้ยังไง! ว่าแกจะไม่เอาผิดฉัน!”



“วันนั้นพ่อก็อยู่กับแกด้วยนี่ แล้วแกจะกลัวอะไร? พ่อไม่มีทางคิดว่าแกเป็นคนลงมือแน่ๆในเมื่อวันนั้น เขาอยู่กับพวกแกสองแม่ลูก” มันอาจจะไม่ใช่คนเลวร้ายด้วยเนื้อแท้จากสันดาน แต่เพราะมันต้องการที่จะเป็นหนึ่งของพ่อมันถึงได้คิดวางแผนให้คนอื่นเป็นคนลงมือฆ่าแม่เพื่อที่มันจะได้ทุกอย่างมาเป็นของตัวเองทั้งหมด



“อีแก่นั่นมันเป็นคนฆ่า .. อีแก่นั่นมันเป็นแม่เลี้ยงของฉัน อีแก่ .. ที่มันเข้ามาในบ้านหลังนี้ในฐานะแม่นมของแก มันนั่นล่ะที่เป็นคนใช้ผ้าขนหนูรัดคอแม่ของแกจนขาดใจตายแล้วจัดฉากว่าแม่ของแกฆ่าตัวตายในคืนนั้น”



“นม...” ไม่เคยคิดว่าคนที่อยู่ข้างกายผมและแม่มาตลอดก่อนที่แม่จะตายจะคือฆาตกรที่ลงมือฆ่า    



“ฉันเคยเป็นอดีตคนรักของพ่อแกมาก่อน เขาทิ้งฉันไปตั้งแต่วันที่เขาได้รู้จักกับแม่ของแก .. ฉันกลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกครั้งด้วยการสมัครเข้าไปทำงานเป็นเลขาของเขาที่บริษัท ความใกล้ชิดรวมกับความผูกพันธ์ที่เรามีต่อกันทำให้ความสัมพันธ์ของฉันกับเขากลับมาดีขึ้นอีกครั้ง เราลักลอบแอบเป็นชู้กัน .. จนกระทั่งฉันมียูคขึ้นมา เขาจึงต้องรับผิดชอบฉันด้วยการเก็บฉันไว้เป็นเมียลับๆโดยที่แม่ของแกไม่เคยรู้”



“...”



“อีแก่นั่นมันจ้างคนไปตามถ่ายภาพของพวกฉันส่งให้แม่เธอดูตลอดระยะเวลาเกือบสิบปี .. ทั้งส่งจดหมายขู่ฆ่าให้แม่แกยอมหย่ากับเขาเพื่อที่ฉันจะได้ขึ้นมาเป็นหนึ่งเดียวของพ่อแก แต่แล้วไม่ว่าจะใช้วิธีไหนแม่ของแกก็ยังไม่ยอมหย่า มันถึงได้ลงมือฆ่าแล้วจับขึ้นไปแขวนคออยู่บนนั้น ..” ดวงตาของมันเหลือบมองขึ้นไปที่ขื่อที่เคยมีร่างของแม่ผมแขวนคออยู่บนนั้น



“มันทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร!” ผมอยากรู้ว่าทำไมมันต้องฆ่าแม่ของผม



“เพราะมันอยากให้ฉันเป็นเมียแค่คนเดียวของพ่อแกยังไงล่ะ ฉันจะได้ทุกอย่างที่เขามี .. และมันจะได้สุขสบายเพราะฉันได้เป็นเมียของพ่อแก มันบอกว่าถ้าไม่มีแม่ของแก สมบัติมหาศาลของพ่อแกก็จะตกเป็นของฉันกับลูก .. มันเองก็จะได้มีเงินใช้อย่างสุขสบายมันถึงได้ลงมือฆ่าแม่ของแกเพราะจะได้ไม่มีใครมาแย่งสมบัติทั้งหมดของพ่อแกไปจากฉันกับลูก!”



“ใช่! เพราะฉันเลี้ยงแกมาด้วยความยากลำบาก ทนยอมให้พ่อของแกทุบตีฉันซ้อมฉัน แกถึงต้องตอบแทนฉันด้วยการมีผัวรวยๆเอาสมบัติของมันมาปรนเปรอฉัน .. แกรู้อะไรไหมว่าแท้ที่จริงแล้วพ่อของแกไม่ได้ถูกยิงตายเพราะติดหนี้พนันหรอกนะ หึ .. ฉันนี่เองล่ะที่จ้างคนไปฆ่ามันเพราะสิ่งที่พ่อของแกทำกับฉันมันสร้างความแค้นให้กับฉันได้ไม่รู้ลืม!” เงาที่เคลื่อนไหวอยู่หน้าประตูปรากฏตัวเข้ามาในห้อง ดวงตาแข็งกร้าวของหญิงชราจ้องมองไปที่ใบหน้าของลูกเลี้ยงด้วยสายตาเกลียดชัง



“น่าเสียดายที่ฉันยังไม่ทันได้ลงมือฆ่าแกให้ตายตามพ่อของแกไปอีกคนไอ้เด็กนี่ก็ดันมารู้ความจริงเข้าเสียก่อน ...” นมเคลื่อนไหวช้าๆอย่างระมัดระวังตัว เพียงไม่นานหญิงชราก็ก้าวประชิดตัวลูกเลี้ยงของเธอได้ ก่อนที่อาวุธร้ายที่นมซ่อนไว้ด้านหลังคมมีดพุ่งเข้าแทงด้านหลังของผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ทันได้ระวังตัว



ฉึบ!



“อึ่ก!” เลือดสีแดงเข้มพุ่งกระฉูดตามคมมีดออกมาเมื่อหญิงชราดึงมีดปลายแหลมออกมาจากร่างลูกเลี้ยงของเธอ



“มะ .. มาร์ค หนีเร็ว .. หนีไป” ต่อให้ผมจะเคยเกลียดมันเข้าไส้มากถึงขนาดไหน แต่ผมคงไม่สามารถหนีไปแล้วทิ้งมันไว้กับฆาตกรที่กำลังลงมือพรากลมหายใจของผู้หญิงคนหนึ่งได้ต่อหน้าต่อตา ผมสืบเท้าเข้าประชิดตัวหญิงชรา เมื่อคมมีดคมที่สองถูกแทงเข้าที่หัวไหล่ลูกเลี้ยงของเธออีกครั้ง



ผมพุ่งเข้าแย่งมีดในมือของหญิงชรา เหวี่ยงมันกระเด็นไปใต้เตียงนอนของแม่ก่อนที่ร่างของผมจะล้มลงกับพื้นเมื่อถูกหญิงชราโถมตัวเข้าใส่หมายมั่นจะบีบคอผมให้ตาย ดวงตาแข็งกร้าวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม มันแฝงไปด้วยความโกรธแค้นและชิงชังสุดขั้วหัวใจ สองมือของผมยกขึ้นกำรอบข้อมือหญิงชราบีบไว้มันแน่นจนใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด



“ฉันคงไม่ต้องลงมือฆ่าแกถ้าแกไม่เอาตัวเองกลับเข้ามาแส่กับเรื่องนี้อีก!” ผมหายใจด้วยความติดขัด ความเจ็บปวดจากแผลบนศรีษะเริ่มเล่นงานส่งผลให้พละกำลังที่มีค่อยๆอ่อนแรงลงเรื่อยๆ สองมือที่กำแน่นรอบลำคอของผมเพิ่มมากขึ้นทุกทีๆ ดวงตาของผมเลื่อนพร่าเลือนพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มโรยรินคล้ายกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจตาย



“อภัย .. อภัยให้ฉัน ..” เสียงกระซิบแผ่วเบาพร้อมกับเสียงลมหายใจขาดห้วงจากร่างที่ฟุบนิ่งไปกับพื้นดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด



ผมปรือตาขึ้นมองร่างของผู้หญิงคนนั้นที่นอนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าขาวซีดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เลือดที่ไหลออกจากโพรงจมูกและดวงตาที่เบิกขึ้นกว้าง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆก่อนจะหยุดนิ่งไป .. ผู้หญิงคนนั้นหมดลมหายใจ พร้อมกับผมที่สติเลือนลางขาดหาย เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์ฆาตกรรมภายในห้องนอนห้องเดิมที่เป็นของแม่ ฆาตกรคนเดิมคนเดียวกันกับผู้ที่เป็นคนลงมือฆ่าแม่ของผม ..



“พี่มาร์ค! แม่!”




เสียงหวีดร้องของหวอรถหน่วยกู้ภัยและรถพยาบาลดังลั่นเข้ามาในโสตประสาท ผมลืมตาขึ้นช้าๆในรถคันหนึ่งที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างของผมก็ถูกยกลงจากเปลไปยังเตียงรถเข็นของโรงพยาบาลหลังจากนั้นสติของผมก็หยุดการทำงานดวงตาพับปิดลงแน่นสนิทอีกครั้ง




“มาร์ค ..” ลืมตาตื่นขึ้นมาก็ได้เห็นใบหน้าของพ่อเป็นคนแรก ผมกระแอมในลำคอเล็กน้อยเมื่อมันแห้งผากและมีอาการเจ็บทุกครั้งที่ผมกลืนน้ำลายลงคอ



“จะเอาน้ำหรอลูก พ่อหยิบให้นะ” ของเหลวสีใสถูกเทออกจากเหยือกจนถึงค่อนแก่ว พ่อเสียบหลอดเพื่อที่จะให้ผมกินได้อย่างสะดวกก่อนจะนำหลอดมาจ่อที่ริมฝีปากของผม ผมกินน้ำเข้าไปหลายอึกจนพร่องแก้วแล้วล้มตัวลงนอน สีหน้าของพ่อคล้ายกับคนที่มีเรื่องอะไรบางอย่างที่ต้องการคุยกับผม



“มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะครับ” น้ำเสียงของผมแหบแห้ง รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเมื่อต้องเปล่งเสียงออกจากลำคอ



“พ่อขอโทษ .. ทุกอย่างมันเริ่มต้นมาจากตัวของพ่อเอง” น้ำเสียงสำนึกผิดนั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอยากให้อภัยและยกโทษให้กับคนที่เรียกตนเองว่าพ่อกับผมได้เลย



“ครับ เพราะความมักมากไม่รู้จักพอของพ่อ ถ้าพ่อไม่มีผู้หญิงคนนั้น .. แม่ก็คงไม่ต้องถูกใครฆ่าเพราะความอยากได้อยากมีไม่รู้จักพอของคน” ผมเกลียดพ่อ .. เกลียดที่พ่อหักหลังแม่ เกลียดที่พ่อทำร้ายแม่ด้วยความรักของแม่ที่มีต่อพ่อ เกลียด .. ที่พ่อปกป้องแม่ไว้ไม่ได้แม้กระทั่งจากความตาย



“มาร์คคงเกลียดพ่อและไม่มีวันให้อภัยพ่อได้อีกตลอดทั้งชีวิตนี้” ผมเม้มปากแน่นฝ่ามือกำจิกผ้าปูเตียงจนยับยู่ เข็มแหลมคมเสียงแทงหลังฝ่ามือจนเจ็บปวด แต่มันยังไม่มากพอเท่ากับหัวใจของผมที่เจ็บและทรมานยิ่งกว่าการถูกของแหลมคมแทงทะลุเข้าเส้นเลือด



“ใช่ครับผมเกลียดพ่อ เกลียดที่พ่อทิ้งขว้างเธอเหมือนกับสิ่งของ เกลียดที่พ่อปล่อยให้เธอต้องกลายเป็นผู้เฝ้ารอ เกลียดที่พ่อทิ้งให้เธอจมอยู่กับความทุกข์ความเจ็บปวดทั้งที่ตัวพ่อหนีไปมีความสุขกับครอบครัวใหม่ของพ่อ เกลียด .. ที่พ่อรักษาครอบครัวของเราไว้ไม่ได้ ผมเกลียด .. เกลียดที่พ่อทำให้เราสองคนกลายเป็นผู้สูญเสียโดยไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย” น้ำตาผมไหล มันเป็นความเจ็บปวดที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่าจะเอ่ยถึงมันขึ้นมาอีกสักกี่ครั้งผมก็ยังคงเจ็บปวดกับความสูญเสียของเราสองคนแม่ลูกได้ทุกที



“...”



“ชีวิตของผม .. มีแค่ยายคนเดียวก็เกินพอแล้วครับ พ่อกลับไปเถอะหลังจากนี้เราคงไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเจอหน้ากันอีก” มันอาจจะเป็นการกระทำที่ใครๆต่างมองว่าผมอกตัญญู แต่มันไม่ใช่เลย .. พ่อก็แค่ผู้ชายที่เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผมเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ พ่อก็แค่ส่วนเติมเต็มที่ทำให้ผมได้กลายเป็นก้อนเลือดอย่างสมบูรณ์แบบ แม่ต่างหาก ที่อดทนอุ้มท้องผม เบ่งคลอดผมออกมา เลี้ยงดูผมด้วยความรักและการเอาใจใส่ ในขณะที่พ่อเที่ยวหลงระเริงอยู่กับชู้รักจนมีพยานรักเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ด้วยกันหนึ่งคน ผมเติบโตมาด้วยน้ำนมของแม่ เติบโตมาด้วยความรักและความเอาใจใส่ของตากับยายหลังจากที่แม่เสีย ยายเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของผมเป็นหญิงชราคนเก่งที่เฝ้าเลี้ยงดูผมขึ้นมา คนที่ไม่เคยแยแสว่าชีวิตของผมหลังจากที่ไม่มีแม่จะเป็นยังไงต่อไป  ผมคงไม่มีความจำเป็นต้องให้ความเคารพในฐานะของพ่ออีกแล้ว เขาก็แค่เป็นบุคคลที่เรียกตัวเองว่าพ่อกับผม แต่เขาไม่เคย .. ทำหน้าที่ของพ่อที่พ่อคนหนึ่งควรกระทำต่อลูกเลย



“มาร์ค ..”



“ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้าง?” ทั้งห้องเงียบสงบ พ่อเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ



“เธอ .. เสียชีวิตแล้ว” เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นตายตามแม่ของผมไปก็คงจะดี แต่ความจริงแล้วผมไม่ได้ดีใจอย่างที่ผมเคยคิดเลย



“แล้วยัยแก่นั่น ..”



“ถูกตำรวจจับไปแล้ว ยูคเป็นคนโทรเรียกตำรวจมาเอง เด็กนั่นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากทางห้องนอนของแม่มาร์คถึงได้เดินไปดู .. ยูคเสียใจเรื่องแม่มาก” ผมพยักหน้าเบาๆ ความรู้สึกนั้นผมเข้าใจมันดีเพราะเคยผ่านมันมาก่อน การสูญเสียคนที่เรารักมันเป็นอะไรที่ทุกข์ทรมานจวนแทบจะขาดใจ เฝ้ารอ .. ทั้งที่ไม่มีวันกลับมาหา คิดถึง .. ทั้งที่ไม่มีวันได้เจอหน้า รัก .. ทั้งที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้แล้ว อยากกอด .. ทั้งที่ไม่มีวันได้สัมผัส



“ผมเสียใจด้วย” พ่อพยักหน้าเบาๆ นิ่งเงียบไปนานจนผมเริ่มรู้สึกอึดอัด



“ยูคอยากคุยกับมาร์คนะ”



“ผมยังไม่พร้อม ขอโทษที่ต้องไล่นะครับแต่ผมอยากพักผ่อน”



“พ่อเข้าใจ” พ่อยืนมองหน้าผมด้วยแววตาตัดพ้อเสียใจ เขาเดินออกไปจากห้องแล้วหลังจากที่ผมนอนพลิกตัวหันหลังใส่ ผมลุกขึ้นปรับเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนโทรศัพท์บนหัวเตียงถูกผมหยิบยกขึ้นมาใช้งาน เบอร์แรกที่ผมโทรไปหาคือเบอร์ของไอ้แจ็คเพื่อนสนิทที่ผมจำเบอร์ของมันได้แม่นกว่าใคร



“แจ็ค นี่กูมาร์คนะ”



(เชี่ย มึงหายหัวไปไหนมาวะรู้ไหมว่ากูโทรหามึงทั้งคืน)



“มีธุระอะไร?”



(แล้วมึงทำห่าอะไรไว้ล่ะ ปล่อยแฟนมึงนั่งรออยู่ในห้างจน รปภ.ต้องมาไล่ นี่โชคดีนะที่กูเพิ่งออกมาจากโรงหนังพร้อมกับเด็กของกูน่ะไม่งั้นมันได้นั่งเฝ้าห้างทั้งคืนไม่ยอมกลับบ้านแน่) หัวใจผมกระตุกวูบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าได้ลืมคนสำคัญไว้ที่ห้างหลังจากที่รับปากว่าจะไปรับ



“แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน?” ผมเริ่มร้อนใจคิดเป็นห่วงป่านนี้มันคงงอนผมไปเรียบร้อยแล้วแน่ๆ



(อยู่บ้านมันสิวะ กูพาไปส่งเองแหละ ตอนแรกก็ไม่ยอมกลับหรอกจนกูต้องให้ รปภ.ออกปากไล่นั่นแหละถึงจะยอมกลับได้)



“มึงไปรับมันมาหากูทีกูอยู่โรงพยาบาลพ่อไอ้คริส”



(มึงไปทำเชี่ยไรที่นั่นวะ! หรือว่ามึงเป็นอะไร?!) น้ำเสียงร้อนรนของไอ้แจ็คลอดออกมาจากปลายสาย



“โดนตีหัวมาแต่ไม่เป็นอะไรมากหรอก กูอยู่ตึกC ชั้นสิบห้า ห้องห้าศูนย์ห้า” ผมวางสายไม่ปล่อยให้ไอ้แจ็คได้เซ้าซี้ถามอะไรผมต่อ ในใจนึกกังวลกลัวว่าไอ้แว่นจะโกรธที่ผมผิดนัดกับมันแถมยังปล่อยให้มันนั่งรอ แต่ถ้าหากมันได้มาเห็นสภาพของผมในตอนนี้ผมพนันได้เลยว่ามันจะต้องร้องไห้งอแงขี้มูกโป่งแน่ๆ บางทีไอ้แว่นก็ทำให้ผมคิดอะไรสนุกๆขึ้นมาได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ



ผมกดกริ่งเรียกพยาบาลเข้ามาในห้องพักฟื้น เธอวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่นก่อนจะทำหน้าโล่งใจเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้เป็นอะไรนอกจากมีเลือดไหลออกมาจากหลังฝ่ามือที่ถูกเข็มน้ำเกลือทิ่ม



“คุณพยาบาลครับ”



“คะ”



“ถ้าผู้ชายตัวผอมๆใส่แว่นตาอันกลมๆหน้าตาดูโง่ๆหน่อยมาเยี่ยมผม คุณพยาบาลช่วยบอกมันทีนะครับว่าผมเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว”



“เอ่อ .. อะไรนะคะ?”



“ครับ ตามที่ผมพูดเลย”



#มาร์คไม่รักน้อง
===============================================
TBC.
ม่าไม่เก่งได้สุดพลังแค่นี้แหยะะะะะะะะะะ
mx-xine  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

14,382 ความคิดเห็น

  1. #14341 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 10:57
    เเกล้งน้องอ่ะ55555555555555555
    #14341
    0
  2. วันที่ 10 เมษายน 2562 / 10:34
    มาร์คขี้แกล้งจริง
    #14322
    0
  3. #14321 nanmarktuan93 (@nanmarktuan93) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 04:15
    เฉลยปมมาแล้ว😢สงสารทั้งแม่ยูคแม่มาร์คแบะสงสารทั้งมาร์คทั้งยูคคือมันบอกไม่ถูกอ่ะถ้ามาเจอเกตุการณ์แบบนี้ก็ช้อคมากๆ.
    #14321
    0
  4. #14306 NuNanMooKapook (@NuNanMooKapook) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 16:18
    ม้าคคคคค...ปล่อยให้เจ็บให้ตาย
    ยังมีอารมเเกล้งน้อง
    #14306
    0
  5. #14129 K-muk (@K-muk) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 19:30
    อยู่ๆก็เฉลยปม ไม่ทันได้เตรียมใจ 555
    #14129
    0
  6. #14121 Nanzii97 (@Naanjee_B) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 15:10

    อิมาร์คแกอย่าแกล้งน้องงงงง

    #14121
    0
  7. #14031 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 16:43
    อีพี่มาร์คจะแกล้งน้องอีกแล้ว
    #14031
    0
  8. #13977 Ilo_harlveen (@Ilo_harlveen) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:16
    เดี๋ยวน้องก็โกรธหรอก
    #13977
    0
  9. #13917 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 13:59
    ไม่อยากให้มาร์คเป็นแบบนี้กับพ่อตัวเองเลย จะมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างมาร์คกับพ่อและยูคยอมให้ดีขึ้นมั้ย เฮ้อออออ เห็นคนในครอบครัวบาดหมางกันแล้วสะเทือนใจอะ


    นี่ง้อแบมดีๆไม่ได้ใช่มะ  นิสัย!
    #13917
    0
  10. #13860 Chanbaek99 (@Chanbaek99) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 07:45
    ร้องอ้ะ55555
    #13860
    0
  11. #13855 bbuajanthima (@bbuajanthima) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 12:56
    โครตพีค55555
    #13855
    0
  12. #13840 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 00:35
    หื้อออออ สงสารมาร์ค ทุกอย่างมันเป็นปมในใจตลอดเวลาเรื่องแม่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพ่อไม่รู้จักพอ ยูคที่ไม่รู้เรื่องอะไรตอนนี้ต้องมาเสียแม่ไปอีก ถึงยัยนั้นจะร้ายแต่คนที่ฆ่าแม่มาร์คก็คือแม่ของยัยนี่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัว มาร์คกับยูคต้องมารับรู้ในเรื่องที่มันไม่ควรจะเกิด มาร์คแกไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วแต่ยังมีอารมณ์ไปแกล้งน้อง ถ้าน้องรู้นี่ ร้องไห้ตายเลย
    #13840
    0
  13. #13217 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 12:12
    เราตกใจมากคิดว่าเป็นคุณยายซะแล้ว =0=
    โล่งไปที ขอให้มาร์คดีกัยยูคยอมเร็วๆนะ
    พี่มาร์คเจ็บตัวแล้วยังจะแกล้งน้องอีก
    #13217
    0
  14. #13125 Dearnaded (@dearnaded) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 22:20
    นี่ขนาดม่าไม่เก่ง ร้องเลยค่ะ
    #13125
    0
  15. วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 21:30
    ในที่สุดความจริงทุกอย่างก็เปิดเผย ไม่แปลกที่มาร์คจะให้อภัยพ่อไม่ได้
    สงสารยูคที่เสียแม่ไป นี้มาร์คจะแกล้งยัยอีกละ
    #13042
    0
  16. #12952 anansiweaw (@anansiweaw) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 21:58
    เอ้าจะแกล้งน้องอีก
    #12952
    0
  17. #12873 ptptct (@leepatelf) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:20
    ยัยแว่นเอ้ยทำไมซื่อ
    #12873
    0
  18. #12866 waslikebubblegum (@waslikebubblegum) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 11:32
    ร้ายกาจนักนะพี่มาร์คคค 555
    โห.. สุดๆ หักมุมมาก ที่แท้คือโดนฆาตกรรมนี่เอง จะหักไปว่าแม่ยูคเป็นคนฆ่าก็ไม่ใช่อีก เหมือนจะร้ายแต่ยังร้ายไม่สุด คนที่ร้ายจริงๆคือแม่นมไปอีก หักซ้ำหักซ้อน มีความซ่อนเงื่อน แม่นมน่ากลัวมากๆ คิดว่าแม่ยูคน่ากลัวแล้วที่แอบมาทำร้ายมาร์คแต่ก็เหมือนทำได้แค่นั้นอะ ได้แค่ดีหัว มากกว่านั้นไม่ได้เพราะแค่มาร์คพูดขู่ออกไปมั่วๆยังกลัว หาสติไม่เจอเลย แต่แม่นมนี่สิของจริง มาถึงแทง แทงเสร็จพุ่งไปทำร้ายมาร์คต่อ ไม่คิดว่าจะเป็นคนใกล้ตัวที่ไว้ใจขนาดนี้เลย
    สรุปพ่อมาร์คก็ยังมีความผิดอยู่เหมือนเดิมนะคะ มันเกิดจากพ่อมีชู้จริงๆ ผิดหวังเนอะ
    #12866
    0
  19. #12826 Oni (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 05:31
    ดีค่ะได้ใจเรามากกกกกกกม่าในตอนเดียวรู้เรื่อง

    ใช่ว่าจะไม่สำคัญหรือไม่เด่นนะแต่อยากเป็นเรื่องราวของมาร์คแบมมากกว่า เอออออิจะว่าไปสงสารแบมจังรอมาร์คขนรปภ ไล่กันเลย

    แล้วงัยมาร์คไม่กลัสน้องโกรธหรือถึงได้โกหกไปแบบนั้น

    ขนาดโทรหาเพื่อนได้ยังจะเนียนอีก ได้เเต่หวังว่าแบมจะอภัยนะ
    #12826
    0
  20. #12795 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:14
    เรื่องไปไวมาก โอ้ย พลิกในพลิกในพลิกในอีกพลิก ยอมแร้ว
    #12795
    0
  21. #12775 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 17:01
    พ่อมาร์คนี่ก็.... เจ็บปวดแทนเลย แต่มาร์คก็มีครอบครัวที่รักมาร์คมากกๆอยู่แล้วเนอะ ดีจัง ว่าแต่จะแกล้งแบมอีกแล้วเหรอคะ 555 แว่นยิ่งซื่อๆอยู่ เดี๋ยวโดนงอนนะ
    #12775
    0
  22. #12752 Vagabond Picha (@vagabondnue) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 11:29
    ดีค่ะ เราเห็นด้วยกะมาร์คที่ทำแบบนี้
    #12752
    0
  23. #12747 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 22:15
    ชอบมากค่ะ กระชับในตอนเดียว เจ็บปวด และหักมุมอย่างแรง
    #12747
    0
  24. #12739 j_jeen (@j_jeen) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 20:46
    เกลียดมาร์ค55555ชอบแกล้งยัยอ่ะ
    #12739
    0
  25. #12736 chanipaaaa (@chanipaaaa) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 17:59
    โหยยย โกรธแม่ยูคไม่ค่อยลง สงสารยูคกับพี่มาร์คจัง เฮ้อออ /แกล้งแว่นอีกแล้ววว หุหุ
    #12736
    0