จอมนางเคียงหทัย ดวงใจจักรพรรดิ [จบ] ลบ 23 สค.

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 4,143,241 Views

  • 36,984 Comments

  • 37,503 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    777

    Overall
    4,143,241

ตอนที่ 20 : เหตุใดจึงมีแต่ข้าที่ขาดทุนย่อยยับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 325 ครั้ง
    14 มี.ค. 60

              


               กลับออกมาจากท้องพระโรง หม่ากงกงก็รีบเข้าไปถวายรายงานแก่องค์เหนือหัวทันที

“มีเรื่องด่วนอันใดกัน” พระองค์เอ่ยถามขณะกำลังจะย่างขึ้นเกี้ยวมุ่งสู่ห้องทรงพระอักษร

“เมื่อเช้ากงกงจากตำหนักคุนหนิงแจ้งว่า มู่หร่งกุ้ยเหรินมีอาการป่วยขณะเข้าเฝ้าถวายพระพรฮองเฮา หลังจากได้รับการตรวจจากหมอหลวงแล้วพบว่ามู่หรงกุ้ยเหรินกำลังต้องครรภ์อ่อนๆพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีเฒ่าเอ่ยรายงานจบก็ลอบสังเกตอาการขององค์จักรพรรดิ

หย่งจื้อเพียงพยักหน้าน้อยๆแล้วจึงก้าวขึ้นเกี้ยว มิได้กล่าวสิ่งใดต่อ

หม่ากงกงจึงได้แต่ทอดถอนใจขณะเดินนำขบวนเสด็จ ไม่ว่าจะเป็นสนมที่พระองค์ทรงโปรดปรานเพียงใด แต่ตัวเขาที่ปรนนิบัติรับใช้มาเนิ่นนานกลับไม่เคยเห็นพระองค์ดีพระทัยเมื่อได้ฟังข่าวดีเช่นนี้ ขันทีข้างกายจึงรู้สึกหนักใจยิ่ง พระองค์ครองราชย์มาถึงเจ็ดปี แต่กลับมีพระโอรสธิดาน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับฮ่องเต้องค์ก่อนๆ ยังโชคดีที่ฮองเฮาสามารถให้กำเนิดพระโอรสได้ บัลลังก์แห่งนี้จึงพอจะนับได้ว่ามีผู้สืบทอดแล้ว

หลังจากองค์ชายใหญ่ประสูติ ฮ่องเต้จึงทรงอนุญาตให้สนมเล็กๆนางหนึ่งตั้งครรภ์ แม้ว่าจะสามารถคลอดพระโอรสได้อย่างปลอดภัย แต่กลับมีอายุขัยสั้นนั้น หากเป็นสนมที่ยศศักดิ์ต่ำต้อยแล้วไซร้ ล้วนไม่สามารถรักษาชีวิตบุตรธิดาของพวกนางจนเติบใหญ่ได้เลย ตอนนี้ทั่วทั้งวังจึงมีองค์ชายเพียงสองพระองค์และองค์หญิงเพียงหนึ่งพระองค์ ทุกพระองค์ล้วนประสูติกับพระสนมที่มีฐานะสูงส่ง มู่หรงกุ้ยเหรินผู้มีฐานะต่ำต้อยเช่นนี้ มิรู้ว่าจะสามารถรักษาครรภ์ไปได้นานเพียงใด

จวบจนเมื่อถึงห้องทรงพระอักษร หม่ากงกงจึงรีบเข้าไปถวายการรับใช้ ฮ่องเต้เพียงเปิดฎีกาฉบับเร่งด่วนขึ้นอ่าน ใช้เวลาประมาณหนึ่งก้านธูปในการสะสาง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาเรียกขันทีข้างกาย

“หม่ากงกง จัดของบำรุงและส่งเครื่องประดับไปยังเรือนเหลียนฮวา ถ่ายทอดคำสั่งให้มู่หรงกุ้ยเหรินพักรักษากาย ดูแลครรภ์ให้ดี งดเว้นการเข้าเฝ้าถวายพระพรฮองเฮา”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” หม่ากงกงกำลังจะถอยออกจากห้องก็พอดีกับที่พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นอีกครั้ง

“ไปตามซูหนี่ว์กุ้ยเหรินมาพบเราด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะ” เพราะพระองค์ก้มลงไปสนใจฎีกาบนโต๊ะต่อ ขันทีข้างกายจึงไม่สามารถพินิจมองพระพักตร์ของพระองค์ได้ เขาได้แต่จนด้วยความคิด พระองค์ทำเช่นนี้จะไม่เป็นการประกาศกร้าวถึงความโปรดปรานต่อซูหนี่ว์กุ้ยเหรินผู้นี้หรอกหรือ ห้องทรงพระอักษรนี้ เห็นจะมีก็เพียงแต่ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยเท่านั้นที่ได้รับพระเมตตาเรียกใช้ให้เข้ามาฝนหมึก สนมอื่นหรือแม้แต่ฮองเฮาก็มิเคยได้ย่างกราย

ดูท่าชีวิตในวังหลังของซูหนี่ว์กุ้ยเหรินจะลำบากขึ้นอีกหลายส่วน

 


หลังกลับจากตำหนักคุนหนิง มี่อิงก็เดินตรงดิ่งเข้าไปในสวน รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจยิ่งนัก ชิงชิงที่เห็นนายหญิงอารมณ์ดีก็พลอยเข้ามาเอาใจ จัดชาและขนมของว่างไว้เตรียมรับรองขณะที่เชียนสุยเข้าไปหยิบตำราออกมาให้ผู้เป็นนาย หญิงสาวผู้เกียจคร้านทอดตัวลงนอนบนเปลไกว อ่านตำราไปได้ไม่เท่าไหร่ ขันทีด้านนอกก็เร่งเข้ามารายงาน

“ทูลนายหญิง ขันทีจากตำหนักเจิ้งหยางเพิ่งมาแจ้งว่า ฝ่าบาททรงเรียกให้นายหญิงเข้าเฝ้าที่ห้องทรงพระอักษรขอรับ”

ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินได้ฟังรายงานก็แทบจะกลิ้งตกจากเปลยวน ลุกขึ้นนั่งมองหน้าขันทีที่เข้ามารายงานแล้วก็ได้แต่กรอกตาขึ้นฟ้า

“ที่ห้องทรงพระอักษรรึ ไม่ใช่เรือนเหลียนฮวาแน่หรือ” นางเอ่ยถามย้ำ เพราะคาดคะเนจากเวลา ตอนนี้พระองค์น่าจะออกจากท้องพระโรงแล้ว และควรจะเสด็จไปเยี่ยมเยียนมู่หรงกุ้ยเหรินที่เรือนเหลียนฮวาถึงจะถูก

“ขอรับ บ่าวแอบสอบถามขันทีที่มารายงานได้ความว่า หลังจากเสด็จออกจากท้องพระโรง ฝ่าบาทก็ทรงเสด็จตรงไปยังห้องทรงพระอักษร มิได้แวะไปตำหนักใดเลยขอรับ หลังจากตรวจฎีกาได้ครู่ใหญ่ก็มีรับสั่งให้ส่งของขวัญยังเรือนเหลียนฮวาและรับสั่งลงมายังเรือนอิงฮวา” เมื่อได้ฟังรายงานแล้ว มี่อิงจึงได้แต่พ่นลมหายใจอย่างเดือดดาล จากนั้นจึงโบกมือให้เชียนสุย นางกำนัลรับใช้รีบเข้ามาส่งถุงเงินเล็กๆให้ขันทีในเรือน อีกฝ่ายรีบยิ้มรับพร้อมกับล่าถอยออกไป

ถือว่านางได้บ่าวใหม่ที่เฉลียวฉลาดมีไหวพริบ ของกำนัลเล็กๆน้อยย่อมสามารถซื้อน้ำใจคนได้

“รีบเข้าไปแต่งตัวเถอะเจ้าค่ะนายหญิง” ชิงชิงรีบเข้ามาช่วยพยุงมี่อิง อีกฝ่ายเพียงปล่อยให้นางกำนัลจับจูงไป ในขณะที่สมองขบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

ทั้งๆคิดว่าจะขว้างงูไปพ้นคอแล้วเชียว จักรพรรดิไร้คุณธรรมผู้นั้นพอเห็นว่าสนมรักของตัวเองถูกผลักลงน้ำโคลนก็คงกลัวว่าสาวเจ้าจะเหงาจึงได้จงใจถีบนางตามลงมาด้วยเช่นนี้

การเรียกนางให้เข้ารับใช้ที่ห้องทรงพระอักษร ทั้งๆที่ได้รับข่าวดีว่ามู่หรงกุ้ยเหรินตั้งครรภ์แต่กลับไม่ไปเยี่ยมเยียน ทำเพียงแค่ส่งของกำนัลไปให้เช่นนั้น เท่ากับกำลังตบหน้าอีกฝ่าย ในขณะที่ลากตัวนางออกไปนอกลานกว้างให้เป็นเป้าสายตาผู้คน หากจะมองในแง่ดี พระองค์อาจจะกำลังปกป้องมู่หรงกุ้ยเหรินที่ตั้งครรภ์ การทำเช่นนี้อาจจะกำลังกันอีกฝ่ายออกไปไม่ให้เป็นที่จับตามอง ถึงได้มาหาโล่กันลูกธนูเอากับนาง มี่อิงได้แต่ทอดถอนใจ หมากตานี้ไม่ว่าจะมีผู้ใดได้ประโยชน์ แต่ที่แน่ๆเป็นนางเองต่างหากที่กำลังจะขาดทุนย่อยยับ!!!

บัดซบยิ่งนัก ชาติก่อนนางได้ไปผูกกรรมใดกับเขามาหนอ

เชียนสุยที่เห็นนายหญิงเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดจึงแสร้งไล่ให้ชิงชิงออกไปเตรียมชุดให้พระสนม ขณะที่ตนเองก้าวเข้ามาช่วยนางแต่งหน้าจัดทรงผม

“กังวลสิ่งใดกันเจ้าคะนายหญิง” เห็นอีกฝ่ายถามอย่างรู้ใจ มี่อิงค่อยผ่อนลมหายใจลง

“ครานี้ข้าคงต้องทำตัวเป็นโล่กันศรให้ผู้อื่นแล้ว” ได้ยินดังนั้น นางกำนัลคนสนิทก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ แม้ว่าจะเคยพบเจอเล่ห์เหลี่ยมในวังมามาก แต่กลับไม่เคยพบใครที่จะคิดซับซ้อนและระแวดระวังตัวเท่านายหญิง

“เช่นนั้นนายหญิงคงต้องระวังตัวมากขึ้น บางทีผู้ที่จ้องเล่นงานอยู่อาจจะหาโอกาสนี้...”

“ถ้าเลี่ยงได้ข้าก็จะพยายามเลี่ยง ดูท่าจะมีโอกาสสูงที่จะมีผู้ชักนำให้ข้าต้อง บังเอิญ พบเจอกับมู่หรงกุ้ยเหรินในช่วงนี้ ตัวเราคงจะไม่พ้นแผนเกาทัณฑ์ดอกเดียวยิงนกสองตัว1ของผู้อื่นเป็นแน่”

“หากระวังไว้ล่วงหน้า ก็จะไม่มีสิ่งใดผิดพลาด นายหญิงอย่ากังวลจนเกินไปเลยเจ้าค่ะ”

“นั่นสิ เมื่อฝนจะตก หญิงจะออกเรือน2 สิ่งใดจะเกิดก็เกิดเถิด!! เราคงต้องรอให้ปัญหามาถึงหน้าเรือนแล้วค่อยแก้ ยามนี้ก็ทำได้เพียงพยายามมีสติให้มากที่สุด”

 


เนื่องจากเรือนอิงฮวาตั้งอยู่ท้ายวัง กว่าที่ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินจะเดินทางมาถึงห้องทรงพระอักษรที่อยู่ใกล้กับตำหนักเจิ้งหยางก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งก้านธูป เมื่อเห็นว่าพระสนมมาถึงแล้ว ขันทีที่อยู่ด้านหน้าก็รีบเข้าไปแจ้งแก่หม่ากงกงทันที

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” หญิงสาวยอบกายถวายบังคมถูกต้องตามขั้นตอน

“เจ้าออกไปได้” ฮ่องเต้หนุ่มหันไปไล่ขันทีที่ถวายงานฝนหมึก เงยหน้าขึ้นมามองนาง “มาฝนหมึกให้เรา”

“เพคะ” มี่อิงรับคำง่ายๆแล้วคลานเข่าเข้าไป

“ทำไมมาช้านัก” ยังไม่ทันได้นั่งอย่างมั่นคง ร่างบางของนางก็ถูกแขนแกร่งของเขาโอบเข้าไปซบอก โชคดีที่ในห้องตอนนี้มีเพียงแค่เราสอง นางจึงไม่ต้องรู้สึกกระดากเกินไป ทั้งยังเริ่มชินกับความรุ่มร่ามของเขาแล้ว มาดว่าความหนาของหน้าคงเพิ่มขึ้นมาหลายชุ่น3แล้ว

“เรือนอิงฮวาของหม่อมฉันตั้งอยู่ท้ายวังนะเพคะ” คนในอ้อมกอดว่าคล้ายแง่งอน แล้วจึงพยายามดันตัวออกจากอกกว้าง

“ก็เราบอกแล้วว่าจะย้ายเรือนให้ เจ้าก็ไม่ยอมท่าเดียว” เขาเคาะหน้าผากมนอย่างมันเขี้ยวเมื่อเห็นท่าทางที่พยายามจะดิ้นหนีของนาง

“หม่อมฉันไม่คุ้นชินนี่เพคะ อีกอย่างเรือนอิงฮวาก็เงียบสงบ จะให้ตัดใจจากสวนสวยๆที่เพิ่งเริ่มทำ ทั้งต้นหลินหลางฉู่ก็เพิ่งปลูก ยังไงก็คงจะตัดใจไม่ได้หรอกเพคะ”

“เช่นนั้นเราเลื่อนขั้นให้เจ้าอีกก็แล้วกัน ต่อไปจะได้นั่งเกี้ยวมาหาเราได้ ดูสิเดินมาไกล หน้าตาแดงก่ำหมดแล้ว” ปลายนิ้วของเขายกขึ้นซับเหงื่อเม็ดเล็กๆบนไรผมนาง

“ฝ่าบาท...” มี่อิงถึงกับตระหนกตกใจเมื่อได้ยินเขาเปรยเช่นนั้น

ถ้ายังจะเลื่อนขั้นให้นางอีก ไม่สู้ยกตำแหน่งฮองเฮาให้นางมาครองเลยจะดีกว่า แค่นี้นางก็ตกเป็นที่รังเกียจของสนมทั่วทั้งวังหลังแล้ว ทำงานที่มีแต่ขาดทุนเช่นนี้ นึกแล้วก็ให้ปวดใจยิ่งนัก

“ทรงล้อหม่อมฉันเล่นอยู่เรื่อย มาเถอะเพคะ หม่อมฉันจะฝนหมึกให้” ยามนี้นางแทบจะปั้นยิ้มไม่ออกเสียแล้ว หากถูกเขาล้อเล่นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นางคงได้ตกใจจนผมร่วงหมดหัวแน่ๆ

“คุยกับเรานิดหน่อยก็จะหาทางเลี่ยงหนี นี่เจ้าไม่ได้คิดถึงเราเลยใช่ไหม”

“หม่อมฉันกลัวราษฎรจะสาปแช่งว่าเป็นนางกาลกิณีคอยขัดขวางงานราชกิจของพระองค์ต่างหากเพคะ” หญิงสาวว่าพลางส่งค้อน เขาจึงเพียงหัวเราะในลำคอแล้วจึงหันไปสนใจฎีกาตรงหน้าต่อ

มี่อิงพยายามจะเก็บสายตาของตนเองไม่ให้เผลอไปมองฎีกาตรงหน้า สิ่งใดไม่ควรนางรู้ดี แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบมองเสี้ยวหน้าของเขา ไม่รู้ว่าฮ่องเต้กำลังคิดสิ่งใดแน่ เหตุใดจึงยอมอนุญาตให้สนมคนหนึ่งเข้ามาในเขตหวงห้ามเช่นนี้ แต่เมื่อไม่สามารถหาคำตอบจากเขา นางจึงหันมาสนใจงานตรงหน้าต่อ

หย่งจื้อฮ่องเต้ทรงงานอย่างคล่องแคล่ว หญิงสาวสังเกตเห็นพระองค์อ่านฎีกาแล้วจดบันทึกลงสมุดของตัวเอง บางครั้งก็ทำเครื่องหมายสำคัญทิ้งไว้ พระองค์ทรงแยกฎีกาที่อ่านแล้วเป็นสามกอง คาดว่าคงจะเป็นเป็นฉบับที่พระองค์อนุมัติ ฉบับที่ต้องรอปรึกษาขุนนางอื่นเพิ่มเติม และฎีกาไร้สาระทั้งหลายที่เหล่าขุนนางชอบใส่ไคล้กันเอง

เวลาล่วงผ่านไปเรื่อยๆขณะที่พระองค์ยังไม่ทรงหยุดพระหัตถ์ ฎีกาฉบับแล้วฉบับแล้วที่ทรงอ่านเพิ่มกองสูงขึ้นเรื่อยๆ มี่อิงแอบชำเลืองมองบนโต๊ะหลายครั้งเพื่อสังเกตพระองค์ บางครั้งหญิงสาวก็ขยับออกไปเปลี่ยนน้ำชาที่เย็นแล้ว ยกเข้ามาถวายเมื่อเห็นว่าพระองค์อาจจะทรงเหนื่อยล้าเกินไป

“เจ้าช่วยนวดบ่าให้เราหน่อยเถอะ นั่งนานแล้วรู้สึกเมื่อยเหลือเกิน” ชายหนุ่มหันมาคว้ามือเล็กขึ้นไปวางบนบ่า หญิงสาวจึงต้องขยับตัวตาม

เพราะอยู่ในตำแหน่งนี้ นางจึงสามารถมองเห็นฎีกาที่วางอยู่บนโต๊ะได้ง่าย ไม่รู้ว่าเขาจงใจหรือไม่ แต่ตอนนี้ฎีกาฉบับที่ทรงอ่านอยู่คือเรื่องการโยกย้ายกำลังทหารที่คุณชายใหญ่ตระกูลเว่ยสังกัดอยู่ แม้จะถูกเรียกว่าคุณชายใหญ่ แต่เว่ยเหวินเป่าคือบุตรชายคนเดียวทั้งยังเป็นน้องเล็กสุดของบ้าน เขาเป็นบุตรชายของฮูหยินใหญ่ อายุอ่อนกว่านางไม่กี่เดือน

ท่านพ่อของนางสนใจแต่การศึกสงคราม ได้รับตำแหน่งแม่ทัพตั้งแต่อายุยังน้อย กว่าครึ่งชีวิตใช้เวลาอยู่ในสนามรบ ท่านย่าต้องรบเร้าอยู่นานให้ออกเรือน แต่ตัวท่านเองยังมิพบเจอสตรีผู้ใดต้องใจให้ผูกสมัครรักใคร่ สุดท้ายถูกท่านย่ายื่นคำขาด เป็นบุตรชายเช่นไรก็ต้องมีบุตรไว้สืบสกุล จึงยอมให้ท่านย่าแต่งฮูหยินใหญ่เข้ามา แต่งกันมาได้เกือบสามปีกลับไม่มีวี่แววว่านางจะคลอดทายาทให้ตระกูลเว่ย ท่านย่าทั้งร้อนใจทั้งจนใจเพราะท่านพ่อก็ยังเอาแต่ออกไปชายแดน สุดท้ายจึงแต่งอนุเข้าบ้านมาอีกสอง ฮูหยินรองคลอดคุณหนูใหญ่ ส่วนฮูหยินสามคลอดพี่รองกับพี่สาม เพราะแต่ละคนล้วนคลอดแต่บุตรี ยามท่านพ่อแต่งท่านแม่เข้ามาท่านย่าจึงไม่เอ่ยห้าม แม้จะมีฐานะเพียงบุตรีของคหบดีเท่านั้น

ยามท่านแม่ตั้งท้องนางได้ไม่กี่เดือน ฮูหยินใหญ่ที่รอคอยมาหลายปี ในที่สุดก็ตั้งท้องเสียที หลังจากฮูหยินใหญ่คลอดเป่าเอ๋อร์ ท่านย่าก็ดีใจจนจัดงานฉลองไปสามวันเจ็ดวัน สมใจท่านย่าเช่นนี้ ท่านพ่อจึงมีข้ออ้าง จากนั้นมาก็มิได้ย่างกรายเข้าเรือนใดอีกเลย ใช้ชีวิตอยู่กับเพียงท่านแม่ของนางเท่านั้น ท่านแม่เคยกล่าวว่า แม้ตัวเองจะเจ็บออดๆแอดๆแต่กลับรู้สึกว่าชีวิตนี้ของตนโชคดีนักที่ได้พบเจอกับบุรุษผู้ที่มอบหัวใจให้กับนางเพียงผู้เดียว ซื่อสัตย์กับนางเพียงผู้เดียว ตอนนั้นมี่อิงยังเล็กนักจึงมิค่อยเข้าใจ ยามนี้ครามองย้อนไปกลับรู้สึกว่าท่านแม่พูดได้ถูกต้องยิ่งนัก

แม้ว่าตอนยังเด็กฮูหยินใหญ่จะพยายามสั่งสอนให้เป่าเอ๋อร์เกลียดพี่น้องต่างมารดา โดยเฉพาะกับมี่อิง แต่เพราะท่านพ่อต้องการจะฝึกให้เขาเป็นทหารกล้า จึงได้พาบุตรชายไปอาศัยอยู่ในกองทัพท่ามกลางการขัดค้านของภรรยา ตัวนางขณะนั้นก็ได้ติดตามท่านแม่มาชายแดนด้วย เนื่องจากท่านพ่อได้ข่าวว่ามีหมอเทวดาอาศัยอยู่ไม่ไกล เมื่อเป็นเด็กแค่สองคนถ้าไม่นับรวมเชียนสุย นางกับเป่าเอ๋อร์อย่างไรก็ต้องเล่นด้วยกัน สุดท้ายก็กลายเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียว

เป่าเอ๋อร์เป็นเด็กเฉลียวฉลาดทั้งยังซื่อสัตย์ขยันขันแข็ง หมั่นฝึกฝนเพลงยุทธ์ทั้งยังศึกษาตำราพิชัยสงครามไม่หยุดหย่อน อายุเพียงสิบห้าปีก็สามารถไต่เต้าขึ้นไปเป็นหัวหน้านายกอง สร้างผลงานโดดเด่นมากมาย ทั้งยังเคยพาทหารในกองบุกเข้าทลายกองโจรภูเขา ตอนนี้ฎีกาฉบับตรงหน้าของนางกำลังเสนอให้เขาเข้ารับตำแหน่งรองแม่ทัพ หัวคิ้วของนางขมวดมุ่นขณะริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง

ดูท่านางกำลังจะถูกเขาลองใจเสียแล้ว

มี่อิงสะบัดใบหน้างามคร้านจะสนใจกิจการบ้านเมือง นางเชื่อว่าคนเก่งอย่างเหวินเป่าย่อมต้องสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยต้นเอง หญิงสาวลงแรงทุบบ่าตึงแน่นของเขาด้วยน้ำหนักพอดิบพอดี ทั้งยังบีบนวดอย่างคล่องแคล่วจนคนตรงหน้าครางต่ำๆอย่างพึงใจ

“ฝีมือของเจ้าช่างไม่ธรรมดา” หลังจากปิดฎีกา ชายหนุ่มก็หันไปคว้าร่างบางมานั่งลงบนตัก มี่อิงยกแขนข้างหนึ่งดันอกเขาไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้

นางเพิ่งนึกชมเขาว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงงานหนักเหลือเกิน ไม่คาดว่าไม่ทันไร เขากลับแปลงร่างกลายเป็นโจรเด็ดบุบผาเสียแล้ว บุรุษบัดซบผู้นี้ เป็นฮ่องเต้อยู่ดีๆไม่ชอบ ชอบทำตัวเยี่ยงโจร

“ฝ่าบาทเพคะ เดี๋ยวจะมีผู้อื่นมาเห็นเข้า”

“ห้องทำงานของเรา หากเราไม่อนุญาต ใครจะเข้ามาได้ ฮึ” ว่าแล้วก็ลักหอมแก้มนางไปทีหนึ่งพอให้ได้เห็นแววตาเขียวปั๊ดแล้วก็หัวเราะอย่างพึงใจ คนบนตักนี้ ยิ่งแกล้งก็ยิ่งสนุก

สตรีในวังหลังล้วนเหมือนกันหมด ไม่ว่าพวกนางจะเต็มใจปรนนิบัติเขาหรือไม่ ยามอยู่ต่อหน้าเขาทุกคนล้วนพยายามยิ้มอย่างอ่อนหวานงดงาม สีหน้าชื่นมื่นยินดีไม่มีอารมณ์อื่นเจือปน แต่ยามลับหลังกลับสามารถวางยาพิษผู้อื่น ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น คำพูดที่เอื้อนเอ่ยต่อกันล้วนมีแต่ถ้อยคำถากถางเหน็บแนม พยายามทำตัวให้โดดเด่นสูงส่ง

แต่สตรีที่อยู่บนตักเขากลับแตกต่าง ยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นนางแสดงอารมณ์เพียงอย่างเดียว คือหวาดกลัวและขลาดเขลา ขณะที่ยามอยู่ต่อหน้าเขากลับมีอารมณ์หลากหลาย หลายคราที่เผยสีหน้าไม่พอใจ บางครั้งเขาก็แอบสังเกตเห็นนางแทบจะปั้นยิ้มไม่อยู่ จวนเจียนจะระเบิดโทสะเต็มแก่ เห็นเช่นนี้แล้วยิ่งทำให้เขาอยากจะปลอกเปลือกของนางออกมาดู ว่าความจริงแล้วภายในจิตใจของสตรีผู้นี้เป็นเช่นไรกันแน่

“พระองค์ทรงเอาเปรียบหม่อมฉันอยู่ร่ำไป”

“งั้นเราให้เจ้าเอาคืน” มาแล้วเขาก็ยื่นแก้มมาหา มี่อิงนึกอยากจะซัดหลังมือเข้าให้เสียจริง

“อย่าให้หม่อมฉันรบกวนราชกิจของพระองค์เลยนะเพคะ”

“คำก็กวน สองคำก็กวน เราอยากให้เจ้าช่วยผ่อนคลายความเครียดให้เราต่างหาก ดูสิ มีราชกิจมามายที่เราต้องทำ แต่เจ้ากลับไม่นึกเห็นใจเราเลย”

“มีเรื่องที่ทรงหนักพระทัยหรือเพคะ” นางเงยหน้ามองเขาอย่างจริงจัง

“อืม...ช่วงนี้มีโจรภูเขาออกอาละวาดคอยปล้นขบวนสินค้าบริเวณด่านประจิม แม้ทางการจะส่งทหารเข้าไปดูแลแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจับตัวพวกโจรได้”

“ด่านประจิม4 พระองค์หมายถึงเมืองอู่เว่ยหรือเพคะ”

“ใช่ เจ้ารู้จักด้วยรึ” เขาก้มลงมามองคนบนตักด้วยความสนใจ

“ตอนเด็กๆหม่อมฉันเคยติดตามท่านพ่อไปทั่วเพื่อเสาะหาหมอเทวดามารักษาอาการป่วยของท่านแม่เพคะ” ได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้หนุ่มจึงเพ่งพินิจมองใบหน้างามอีกครั้ง ไม่คาดคิดว่าสตรีบอบบางผู้นี้จะเคยระเหเร่ร่อนตามขบวนทัพตั้งแต่เด็ก

“เมืองอู่เว่ยเป็นเส้นทางผ่านไปยังด่านประจิม แม้ว่าตัวเมืองจะมีภูเขาสูงรายล้อม แต่เพราะเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุด ผู้คนจึงนิยมใช้เส้นทางนี้เป็นหลักในการเดินทางและขนส่งสินค้า หม่อมฉันยังจำได้ว่าทิศเหนือของเมืองเป็นภูเขาสูงใหญ่ คงง่ายที่พวกโจรจะเข้าไปซุ่มซ่อนตัวอยู่”

“สนมรักของเราช่างมีความรู้กว้างขวาง”

“ไหนเลยจะเป็นเช่นนั้นเพคะ ที่หม่อมฉันรู้ดีเพราะเคยอยู่อาศัยต่างหาก เทือกเขาเหลี่ยงตันแม้จะสูงใหญ่และเต็มไปด้วยป่ารกชัฎ แต่กลับมีธารน้ำแค่เพียงไม่กี่สาย หม่อมฉันคาดว่าพวกโจรคงจะตั้งค่ายอยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำหรอกเพคะ”

“อืม เราก็คิดเช่นเจ้า เพียงแต่การจะตรวจสอบธารน้ำแต่ละสายคงจะกินเวลาหลายเดือน”

“มิลองสอบถามนายอำเภอดูเล่าเพคะ เมื่อก่อนท่านพ่อเคยเข้าไปสำรวจภูเขาลูกนั้นเพราะคิดว่าอาจจะมีสมุนไพรหายาก ทั้งยังกังวลว่าภูมิประเทศเช่นนั้นอาจจะง่ายต่อการซ่องสุมกำลังของพวกโจร เสียดายที่หลังจากสำรวจแล้วไม่พบว่ามีสมุนไพรที่เป็นประโยชน์เท่าไร ท่านพ่อจึงเพียงให้นายทหารร่างแผนที่คร่าวๆฝากไว้กับนายอำเภอ”

“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ” ดวงตาคมทอประกายกล้า ไม่คิดว่าแม่ทัพไร้พ่ายผู้นั้นจะมองการณ์ไกลถึงเพียงนี้

“เพคะ ตอนนั้นหม่อมฉันเองก็ร่ำร้องอยากจะขึ้นเขาไปด้วย” มี่อิงแสร้งพูดคล้ายกำลังเล่าเรื่องยามเด็กเพื่อไม่ให้เขาคิดระแวงตัวเองมากเกินไป

“เจ้านี่นะ ซนตั้งแต่เด็กเชียว” มือหนายกขึ้นเคาะหน้าผากอย่างเอ็นดู แล้วจึงก้มลงจุมพิตกระหม่อมของนาง

ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินต้องรีบเบี่ยงตัวหนีก่อนจะร้องประท้วง “ฝ่าบาทเพคะ เมื่อกี้พระองค์ทรงตรัสว่ากลุ่มโจรดักซุ่มปล้นแต่กองคาราวารและขบวนสินค้าใช่ไหมเพคะ”

“อืม” เขาครางในลำคอแต่ยังมิยอมผละริมฝีปากจากแก้มนวล จนคนตัวเล็กต้องใช้หลังมือดันเขาออกไป ก่อนจะเงยหน้ามองตาใส

“ทำไมพระองค์ไม่ให้ทหารปลอมตัวเป็นพ่อค้าล่ะเพคะ เช่นนี้บางทีพวกโจรอาจจะหลงกลก็ได้” ถ้อยคำที่กล่าวทีเล่นทีจริงของนางทำให้เขาถึงกับเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างจริงจัง ยามนางเอื้อนเอ่ยคำแนะนำให้เขานั้นแม้จะคล้ายบอกเล่าความคิดเรื่อยเปื่อยของสตรีทั่วๆไป แต่แววตากลับจริงจังยิ่ง นางที่เป็นแบบนี้ช่างดูงดงามยิ่งกว่ายามไหนๆ

“สนมรักของเราช่างฉลาดล้ำ เช่นนี้เราคงต้องให้รางวัลเพิ่ม” ไม่รอให้นางได้เอ่ยปฏิเสธ ฮ่องเต้หนุ่มก็ก้มใบหน้าคมเข้าหา เตรียมประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากบางที่ช่างเอื้อนเอ่ย

“ทูลฝ่าบาท เสวี่ยไป๋กุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” เสียงขันทีหน้าห้องทรงอักษรร้องขัดขึ้นก่อนที่ริมฝีปากหนาจะได้ชิมความหวานจากคนตรงหน้า


----------------------------------------------

1 เกาทัณฑ์ดอกเดียวยิงนกสองตัว  หมายถึง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

2 ฝนจะตก หญิงจะออกเรือน เป็นคำพังเพย หมายถึง สิ่งใดจะเกิดก็ย่อมเกิด ไม่มีทางห้ามได้

3 ชุ่น คือ หน่วยวัดความยาว หนึ่งชุ่น เท่ากับ หนึ่งนิ้ว

4 ประจิม คือ ทิศตะวันตก

+++++++++++++++++++++++++


ตายแน่พี่จื้อ ยกนี้ท่านโดนรีดเดอร์รุมกระทืบแน่ๆ ไร้ท์ไม่เกี่ยวใดๆทั้งสิ้นเน้อ... และตามที่ไรท์เคยประกาศ ต่อไปนี้จะจับหมูมี่กินไม่ง่ายแล้ว เพราะไร้ท์จะเอาตัวเข้าแลก 555

หนูมี่อิงของเรา เพิ่งทำงานได้ตังค์ เอ้ย..ได้ของมาไม่ทันไร โดนใช้งานจนขาดทุนบ่นบี้อีกแล้ว ขาดทุนไม่พอ ยังมีผู้อื่นได้กำไรไปอี๊ก เฮ้อ...นางเอกแสนรันทด งานงอกตลอดเรื่อง เอาเถอะเนอะ อยู่สบายมาเป็นปีแล้ว ทำงานบ้างจะได้ไม่เบื่อ

ตอบคำคามของรีดเดอร์...สำหรับตอนจบนั้น ไร้ท์บอกไม่ได้จริงๆว่าจะจบแบบไหน แต่เอาเป็นว่าแฮปปี้เอนดิ้งแน่ๆจ้า ช่วงนี้ไร้ท์ต้องการความหวาน ขอเลี่ยงดราม่าหนักๆ เอาแค่กรุบกริบกำลังฟินกันก็พอ

ส่วนใครที่กลัวแต่งไม่จบนั้น อันนี้ไร้ท์ไม่รับประกัน อุ๊ย...ล้อเล่น แต่งจบแน่ๆจ้า 

ส่วนใครกลัวนางเอกรักพระเอกเร็วไป หรือใครอยากให้รักไวไว อันนี้ต้องดูนิสัยหนูมี่เค้าเด้อ คิดเยอะขนาดเน้...คาดว่าจะอีกนาน เผลอๆอาจเป็นพี่จื้อต้องมาตามจีบเมียเอาตอนหลังก็ได้ อุอิอุอิ


แจ้งเรื่องการอัพจ้า หลักจากหนูมี่อิงงานงอกแล้ว ไร้ท์ก็มิต่าง เมื่อวานประชุมเลิกดึก พร้อมโปรเจคใหญ่โยนโครมลงมาบนหัว ไร้ท์จึงขอแจ้งข่าวร้ายแก่ทุกคนว่า ไม่สามารถอัพให้ได้ทุกวันแล้วนะคะ ช่วงนี้จะขอบเป็น 

อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ อาทิตย์ ตามนี้เนาะ เนื่อจาก

1 งานงอกแบบด่วนๆ นี่ช่วงนี้ก็เอาแต่ปั่นนิยายจนลืมยื่นภาษี เวรกรรมToT

2 ไร้ท์ลงนิยายอีกเรื่องนึงอยู่ใกล้จบแล้ว ระหว่างรอหนูมี่อิงก็แวะไปอ่านได้นะคะ ไร้ท์อยากจะเคลียร์ให้จบก่อนภายในเดือนนี้ค่ะ จะได้มีเวลามาทุ่มให้กับเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่

ท้ายสุดขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ อ่านทุกเม้นท์เช่นเดิม รักรีดเดอร์มากๆเหมือนเดิมจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 325 ครั้ง

172 ความคิดเห็น

  1. #36971 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:53
    หมันไส้องค์ฮ่องเต้นัก
    #36971
    0
  2. #36929 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:25
    เราว่าฝ่าบาทต้องมีแผนอะไร ถึงใช้หนูมี่ออกมาล่อเป้าเรื่อยเลย หรือคิดว่านางเอกฉลาด เอาตัวรอดได้ โอ๊ยยย แต่จิตใจสตรีนะเพคะฝ่าบาท ยากแท้หยั่งถึง บทจะร้ายคือเลือดเย็นไม่แพ้ใครเลยนะ
    #36929
    0
  3. #36864 Numtanthitiya (@Numtanthitiya) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:47
    สนุกเหมือนเดิม....เพิ่มเติมไม่รู้รอบที่เท่าไหร่
    #36864
    0
  4. #32194 Appke (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 13:27
    "ฝนจะตก หญิงจะออกเรือน" น่าจะเป็น "ฝนจะตก สตรีจะคลอดบุตร" รึเปล่าคะ
    #32194
    0
  5. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 00:11
    ดูท่าฮ่องเต้ให้นางเป็นเป้าล่อเป็นกันชนหลายเรื่องมาก หากโดนสนมคนอื่นใส่ร้ายโดนวางยาพิษ ฮองเต้จะมาช่วยนางทันไม่ล่ะไม่ห่วงถึงความปลอดภัยของนางเลย แล้วนางเอกจะมีใจให้กับคนแบบนี้ได้ไง คงยาก มันขมขื่นใจนะถ้าจะรักคนที่ใช้เราออกหน้ารับสิ่งร้ายๆแทนผู้อื่น (เช่นสนใจนางไม่ไปดูแลสนมที่ท้องทำให้คนอื่นพุ่งเป้ามาที่นาง สนมที่ท้องจะได้ปลอดภัยแต่ตัวนางล่ะจะถูกทำอย่างไรก็ได้งั้นหรอ แบบนี้แม้นางจะหน้าชื่นตาบานไม่สนใจอะไรเรื่อยยแต่ก็เจ็บจี้ดที่หัวใจนะ
    #32088
    0
  6. #31451 Little-$T@R (@frozennw) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 22:39
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #31451
    0
  7. #22050 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 01:16
    มาขัดอะไรตอนนี้
    มี่อิงโดนกินเต้าหู้จนหมดแล้วแหละ
    #22050
    0
  8. #20575 ` Question7 . (@indy11342) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 06:48
    รู้สึกหมั่นไส้ฮ่องเต้ผู้มากเมีย..
    #20575
    0
  9. #18780 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 13:15
    สม โดนขัด 4444
    #18780
    0
  10. #18674 DarK DeviL (@mantro) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 21:33
    ขัดจังหวะ และยังคงมีความขัดใจฮ่องเต้ ผู้มากเมีย ชิ!! แต่ก็สนุก ไรท์เขียนได้ดี นิยายอีกเรื่องของไรท์เราก็ซื้อในพี่ meb อ่าน ชอบมาก
    #18674
    1
  11. #16318 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 18:47
    วรั๊ย~มีคนร้อนที่อยู่ไม่ได้จนต้องมาขอเข้าเฝ้า ฮ่องเต้น่ากลัวมากทุกการกระทำต้องตักตวงผลประโยชน์ได้หมด
    #16318
    0
  12. #16232 แม่เอง (@natty8245) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 00:20
    ฮ่องเต้แม่งคิดเยอะ วางแผน-ทุกอย่าง
    #16232
    0
  13. #15808 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 01:16
    เกลียดฮ่องเต้ =^=
    #15808
    0
  14. #9271 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:43
    มารคอหอย
    #9271
    0
  15. #9116 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 20:33
    รู้สึกขำฮ่องเต้
    #9116
    0
  16. #8353 banana_squeezz (@purple-banana) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 15:23
    ขอบคุณนะคะ :)
    #8353
    0
  17. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 14:23
    เขินนนนนน
    #8051
    0
  18. #6499 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:50
    ต้นเอง ==> ตนเอง
    มาแล้วเขาก็ยื่นแก้มมาหา ==> ว่าแล้ว / กล่าวแล้ว ?
    มามาย ==> มาก
    ระเหเร่ร่อน ==> ระเห็จระเหเร่ร่อน ?
    #6499
    0
  19. #6496 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:38
    ต้นเอง ==> ตนเอง
    มาแล้วเขาก็ยื่นแก้มมาหา ==> ว่าแล้ว / กล่าวแล้ว ?
    มามาย ==> มาก
    ระเหเร่ร่อน ==> ระเห็จระเหเร่ร่อน ?
    #6496
    0
  20. #6495 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:36
    ต้นเอง ==> ตนเอง
    มาแล้วเขาก็ยื่นแก้มมาหา ==> ว่าแล้ว / กล่าวแล้ว ?
    มามาย ==> มาก
    ระเหเร่ร่อน ==> ระเห็จระเหเร่ร่อน ?

    #6495
    0
  21. #6186 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 22:46
    ^____^
    #6186
    0
  22. วันที่ 5 เมษายน 2560 / 09:38
    ชอบอ่ะ เรื่องแนวนี้ ไม่ใช่เอะอะปิ๊งๆ อันนี้ดูแนวกัดกันเบาๆ ฉลาดแบบฉลาดพอดี ไม่มากไปเท่าไหร่
    #6121
    0
  23. #5768 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 23:17
    ชีวิตหนูมี่ไฟท์ติ้ง คิดถึงกำไรในอนาคตดีกว่า มีเเวว่าฮ่องเต้จะต้องมาจีบสนมก็คราวนี้เเหละ ตอนนี้เลยไม่รู้จะสงสารใครดี หนูมี่ก็ดูเอ้อระเหยลอยชายมาก น่ารักจริงๆเลย ชอบจังเลยเรื่องนี้ เเต่งได้สนุก น่าสนใจ น่าติดตามมากค่ะ การเขียนก็มีการพัฒนาจากตอนเเรกขึ้นมาก เนื้อเรื่องมีน้ำหนักมากขึ้น 
    #5768
    0
  24. #5746 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 22:07
    มีความนกอีกแล้ว 55555
    #5746
    0
  25. #5531 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 00:05
    โอ้ย เสวี่ยไป๋มีความมาขัดจังหวะ5555
    #5531
    0